ย้อนเวลามาเป็น.....หมอเทวดา (จบแล้ว) (เปิดสั่งจองหนังสือ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 406,626 Views

  • 2,083 Comments

  • 9,321 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    367

    Overall
    406,626

ตอนที่ 174 : ภาค 5 บทที่ 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    26 ก.ย. 60

“เฟยหลง หนีหวง ทางนี้”ลู่หมิงซื่อที่มองเห็นเฟยหลงกับหนีหวงเดินเข้ามาเมืองหน้าด่านแล้ว ร้องตะโกนบอกทั้งสองคนว่าเขายืนรออยู่ตรงนี้ เฟยหลงและหนีหวงหันไปมองตามเสียงเรียก เห็นลู่หมิงซื่อกำลังโบกมือไปมา รอบตัวของลู่หมิงซื่อนั้นมีท่านตาและท่านยาย ท่านลุงอีกสองคนยืนรออยู่ตรงนั้น

เฟยหลงกับหนีหวงที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบเดินไปหา เมื่อเดินมาถึงแล้วทั้งสองคนต่างรีบทำการเคารพกลุ่มคนตรงหน้าทันที หนีหวงถูกท่านยายของเขาพูดคุยสอบถามถึงการเดินทางตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา

ส่วนตัวเขานั้นก็ถูกท่านตากับท่านลุงทั้งสามสอบถาม ว่าการเดินทางเป็นยังไงบ้าง และมีพื้นที่ตรงไหนบ้างที่ยังต้องการความเชื่อเหลือ

“มีแค่พื้นที่ทางตอนใต้เท่านั้นขอรับท่านตา ที่ข้าคิดว่าควรจะส่งทหารเข้าไปลาดตะเวน เพราะแถวนั้นมีข่าวปล้นและชิงของบ่อยกว่าที่อื่นๆ”ท่านตาของเขาพยักหน้าขึ้นลง ก่อนเดินแยกตัวไปสั่งท่านลุงม่อจงเสียนผู้เคยเป็นสหายสนิทของมารดาเขา ให้แยกตัวไปตรวจสอบพื้นที่ทางใต้ของหอเทียนหลง

“เอาล่ะ เรารีบเดินทางเถอะ ตอนนี้ท่านอาของเจ้า น่าจะรอพบพวกเราที่หน้าหอเทียนหลงแล้ว”ลู่หมิงซื่อพูดถึงฟางเซียนผู้เป็นอาของหลานชาย เขาเชื่อเลยว่าหญิงสาวผู้นั้นจะต้องมารอพบเฟยหลงแน่ๆ เขากล้าท้าทุกคนพนันได้เลย

“นั้นสิ พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ”ชายชราหันมาบอกทุกคน ก่อนที่เขาจะเดินนำทุกคนไปยังรถม้าที่จอดไว้ด้านหน้าประตูเมืองด่านหอเทียนหลง

ช่วงเวลาที่เดินตามครอบครัวฝั่งมารดาไปนั้น เฟยหลงและหนีหวงใช้สายตาสำรวจเมืองหน้าด้าน เมืองหน้าด้านเวลานี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เฟยหลงมาถึง

เฟยหลงชี้ให้หนีหวงดูร้านค้าที่ขายสองข้างทาง พร้อมกับบอกให้หนีหวงสังเกตราคาสินค้าและวิธีประเมินเวลาที่จำเป็นต้องซื้อสินค้าที่เมืองหน้าด้าน เสียงพูดคุยของเฟยหลงและหนีหวงที่ดังอยู่ข้างหลังนั้น ทำให้ชายชราและฮูหยินหันมาส่งยิ้มให้กันและกันด้วยความสุข

 

“จัดของเรียบร้อยแล้วหรือยังเจิ้นหู่”ฟางเซียนหันไปถามคนสนิทของนางที่วันนี้ติดตามนางมาถึงที่ทางเข้าหอเทียนหลง เพื่อรอรับครอบครัวของพี่สะใภ้ที่กำลังเดินทางมาพร้อมหนีหวงและเฟยหลง

“ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ตามที่ท่านเจ้าสำนักสั่งขอรับ”เจิ้นหู่ยกสองมือขึ้นประสาน รายงานให้รู้ว่าเวลานี้ทุกอย่างถูจัดเตรียมไว้หมดแล้ว

“ดี แล้วทางท่านล่ะ ตอนนี้เป็นยังไง”ฟางเซียนหันไปถามชายชราผู้เป็นสหายสนิทของอาจารย์เฟยหลง ถึงเรื่องที่นางขอร้องให้เขาจัดการให้

“ข้าได้ส่งคนเอาบัตรเชิญไปให้ตระกูลมู่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงไป”จางหู่ถอนหายใจออกมา เมื่อคิดถึงเรื่องราวของตระกูลในเวลานี้ หลังจากที่มีข่าวการเสียชีวิตของหนีหวง ตระกูลมู่ก็ปิดประตูทางเข้าหน้าจวน ไม่เปิดรับผู้ใดเลยสักคน

“ว่าแต่ท่านได้บอกเรื่องนั้นไปหรือยัง”

“ข้ายังไม่ได้บอกเลย”

ฟางเซียนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับตาโต ตอนแรกนางคิดว่าพวกสหายท่านอาจารย์ของเฟยหลง บอกคนตระกูลมู่แล้วว่าคนที่เสียชีวิตในวันนั้นไม่ใช่หนีหวง แต่เป็นแค่เพียงตัวปลอมที่พวกนางจัดหามาแทนหนีหวง

“ท่าน...นี้มันแย่จริงๆเลย”จางหู่มองหญิงสาวรุ่นลูกที่กำลังชี้นิ้วมาที่เขา ได้แต่ถอนหายใจ เขายังไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้ จึงคิดว่าจะปิดเรื่องหนีหวงมีชีวิตอยู่ให้เป็นความลับจนถึงวันที่เขาตายไปจากโลกนี้

“เจ้าคิดว่าถ้าเกิดมีคนนอกรู้เรื่องที่หนีหวงมีชีวิตอยู่จะเกิดอะไรขึ้น ข้าว่าปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไปเถอะ”

“แต่ท่านควรบอกครอบครัวของนาง”

“ข้าก็กำลังจะบอกนี้ไง ถึงได้ให้คนส่งบัตรเชิญไปให้ตระกูลมู่ทุกคนเดินทางมาที่สำนักของเจ้า”

ฟางเซียนถอนหายใจออกมา ก่อนที่นางจะเอ่ยอะไรออกมาอีก เสียงร้องของลูกศิษย์ในสำนักที่ดังขึ้นมาทำให้นางรีบหันไปมอง ก็เห็นว่าใครที่กำลังมุ่งตรงมาที่พวกนางยืนอยู่ ทำให้ฟางเซียนตัดสินใจปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน ยังไงซะเดี๋ยวพอถึงสำนักของนาง หนีหวงก็จะได้พบกับครอบครัวของนางที่จางหู่ได้ให้คนไปเชิญมา

 

“ท่านพ่อ ทำไมพวกเราต้องมาสำนักวายุเทพด้วย”มู่หวังเอ่ยถามบิดา หลังจากที่ห้าวันก่อนหน้านี้พวกเขาทุกคน ต่างได้รับคำเชิญอันน่าแปลกประหลาดจากคนของสำนักวายุเทพ

“ในจดหมายที่เขียนแนบมาให้กับพ่อนั้น เขาบอกว่าถ้าเราเดินทางมาที่สำนักวายุเทพ เราจะได้พบกับคนที่พวกเราทุกคนคิดถึง เจ้าคิดว่าพ่อควรมาหรือไม่ล่ะมู่หวัง”

คำตอบของบิดาทำให้มู่หวังก้มสีหน้าลง เพื่อหลบซ่อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ยามคิดถึงพี่สาวที่เสียชีวิตไปเพราะคำสั่งลับที่ถูกสั่งให้แทรกซึมในตระกูลท่านอ๋องฟง จนพี่สาวของเขาต้องเสียชีวิตไป

“ท่านพ่อ ท่านพี่มู่หวัง ท่านแม่กับหนิงเซียนกำลังเดินมา”มู่หลินที่นั่งอยู่ด้านซ้ายมือร้องเรียกบิดาที่มีสีหน้าเจ็บปวด เหมือนกับพี่ชายของเขา ก่อนจะบอกทั้งคู่ให้รู้ถึงการมาของมารดาและน้องสาว

“ท่านพี่คนของสำนักวายุเทพมาเจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่าอยากให้เราเข้าไปพักในสำนักแทนการพักที่โรงเตี้ยม”ฮูหยินมู่บอกให้สามีของนางรู้ว่าอะไรคือสาเหตุของการมาของนาง มู่หลงมองไปยังหญิงสาวอีกคนที่เดินตามฮูหยินและบุตรสาวของเขามาด้วย

“ข้าว่าพวกเราพักที่โรงเตี้ยมน่าจะดีกว่า”ซู่เม่ยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลอบยิ้มออกมาที่มุมปาก ดูท่าว่าบิดาของท่านหญิงมู่หนีหวงผู้นี้จะเป็นอย่างที่เขาลือกันจริงๆ ซู่เม่ยล้วงเข้าไปในอกเสื้อของตัวเอง ก่อนจะดึงห่อผ้าที่นางได้รับมาจากชายชราผู้เป็นสหายของอาจารย์นายน้อยของนาง ก่อนจะส่งห่อผ้านั้นไปให้กับชายผู้เป็นบิดาของท่านหญิงหนีหวง

“ถ้าท่านอยากพบคนที่เป็นเจ้าของปิ่นปักผมในห่อผ้า พวกท่านทุกคนต้องเข้าไปพักที่สำนักวายุเทพ”

มู่หลงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหน้าเขา ตาทั้งสองข้างของมู่หลงตอนนี้มีประกายยินดีออกมา เมื่อปิ่นปักผมอันนี้คือสิ่งที่เขาหาจากศพของบุตรสาวไม่เจอ ทั้งที่ปิ่นปักผมอันนี้ลูกสาวของเขาอย่างหนีหวงมักใช้อยู่เสมอ

“ดูท่าว่าข้าคงไม่สามารถปฏิเสธคำชวนของแม่นางได้”

การเดินทางจากทางเข้าหอเทียนหลงถึงเมืองเหลียนอันเป็นที่ตั้งของสำนักวายุเทพ เป็นไปอย่างเร่งรีบตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าสำนักอย่างฟางเซียน

เพียงแค่สามวันทุกคนก็เดินทางมาถึงประตูทางเข้าเมืองเหลียน การตรวจคนเข้าเมืองนั้นไม่มีปัญหาเลย เมื่อคนที่นำขบวนมานั้นคือคนที่ทหารในเมืองต่างรู้ดีว่าเป็นใครอย่างเจิ้นหู่ ทำให้ทุกคนผ่านเข้าเมืองมาอย่างง่ายดาย

“พวกเราไปที่สำนักกันเถอะ ซู่เม่ยส่งข่าวมาบอกว่าตอนนี้บิดามารดาและคนอื่นๆในครอบครัวเจ้าได้เดินทางมาถึง และเข้าไปพักที่สำนักข้าแล้ว”ฟางเซียนหันมาบอกหนีหวงและทุกคน ก่อนที่จะควบม้านำทุกคนตรงไปยังสำนักของนางที่อยู่ไม่ไกลจากทางเข้าประตูเมืองเท่าไหร่

เมื่อมาถึงที่หน้าทางเข้าสำนักลูกศิษย์และคนรับใช้ที่ยืนรออยู่ต่างรีบวิ่งมารับม้าของนางและคนอื่นๆไปดูแลที่คอกม้า ฟางเซียนเดินนำหน้าพาทุกคนเข้าไปข้างในสำนักวายุเทพ

เสียงร้องบอกถึงการมาถึงของเจ้าสำนักวายุเทพ ทำให้ทุกคนในตระกูลมู่ต่างหันไปมอง ตอนนี้พวกเขาทุกคนถูกซู่เม่ยพามารอที่ห้องโถงหลักของสำนัก หลังจากที่มีคนมารายงานว่าท่านเจ้าสำนักได้เดินทางมาถึงหน้าประตูทางเข้าเมืองแล้ว

เพียงแค่ก้าวแรกของฟางเซียนที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงและคนอื่นๆที่เดินตามหลังมานั้น ก็ทำให้ทุกคนที่เฝ้ารออยู่ในห้องโถงตื่นเต้น และยิ่งเมื่อเห็นว่าสองคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาคือใคร ทุกคนในตระกูลมู่ ต่างยืนตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าจะได้พบคนนี้ๆอีกแล้ว

“หนีหวง” “ท่านพี่หนีหวง”

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาราวกับว่าพวกเขากำลังฝันไปของทุกคนในตระกูลมู่ที่เขารู้จัก ทำให้เฟยหลงมีรอยยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะจับมือหนีหวงเดินเข้าไปหาทุกคน เมื่อมายืนตรงหน้าบิดามารดาท่านย่า เฟยหลงกับหนีหวงก็คุกเข่าลงต่อหน้าคนทั้งสามอย่างยอมรับในความผิดที่พวกเขาได้ก่อขึ้นมา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า ข้าขอโทษที่ทำให้พวกท่านเสียใจ”หนีหวงพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา เมื่อฟางเซียนได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดห้าเดือนที่ผ่านมาของครอบครัวนางให้ได้รู้ตลอดการเดินทาง

“ท่านลุงมู่หลง ท่านป้า ท่านย่า ข้าขอโทษทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของข้าเองไม่ใช่หนีหวง”เฟยหลงที่เห็นหนีหวงพูดอย่างนั้น เขารีบพูดออกมาด้วยกลัวว่าทั้งสามคนจะลงโทษหนีหวง

หนีหวงถูกมารดาดึงขึ้นไปกอดพร้อมกับท่านย่า ส่วนเฟยหลงก็ถูกบิดาของหนีหวงตบลงที่ไหล่บา พร้อมกับดึงเขาขึ้นไปกอด ช่วงเวลาระหว่างที่มาพักในสำนักวายุเทพนั้น ซู่เม่ยได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขากับครอบครัวฟังหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ทำให้พวกเขาทุกคนต่างไม่ถือโกรธเฟยหลงหรือหนีหวง เพราะหากวันนั้นหนีหวงไม่ตัดสินใจอย่างนั้น วันนี้พวกเขาอาจจะสูญเสียนางไปตลอดกาลก็ได้

หนีหวงที่ตกอยู่ในวงล้อมของครอบครัวร้องไห้ออกมา น้องทั้งสี่คนของนางต่างกอดหนีหวงแน่นด้วยความคิดถึง มู่ชิงที่เห็นเฟยหลงยืนอยู่ข้างบิดาก็ปล่อยมือที่กอดหนีหวงออก พร้อมวิ่งตรงไปหาเฟยหลงเพื่อกอดให้สมกับความคิดถึงตลอดเวลาที่เขาไม่ได้พบท่านพี่เฟยหลงของเขา

“มู่ชิงคิดถึงท่านพี่เฟยหลงที่สุดเลย”

“ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมือนกันชิงเอ๋อร์”

เฟยหลงบอกมู่ชิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา พลางมองไปที่พี่สาวของมู่ชิงที่ถูกคนในครอบครัวกอดไม่ปล่อยด้วยรอยยิ้ม เขาชอบแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขของหนีหวง มากกว่าใบหน้าที่อมทุกข์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาห้าเดือน

แม้ว่านางจะปกปิดเขาไว้มิดชิดแค่ไหน แต่เขาก็สังเกตเห็นเสมอนั้นทำให้เฟยหลงมักจะเป็นกังวลจนต้องปรึกษาสหายของอาจารย์ทั้งสามคนของเขา และท่านอาอย่างฟางเซียนว่าควรทำยังไงดี ซึ่งดูเหมือนว่าท่านอาของเขาจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้ทั้งหมด

เฟยหลงปล่อยร่างของมู่ชิง ก่อนเดินไปกอดฟางเซียนที่ยืนมองอยู่พร้อมกระซิบเบาๆที่ข้างหูของนาง

“ข้าขอบคุณท่านมากท่านอา ขอบคุณที่ท่านทำทุกอย่างเพื่อข้าคนนี้เสมอมา”

ตอนนี้ก็เหลือเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น เฟยหลงมองภาพครอบครัวของคนรักของเขาก่อนจะหันไปมองท่านตาท่านยายของตัวเอง

 

ฟางเซียนพาเฟยหลงและทุกคนมุ่งหน้าไปยังสุสานของตระกูล เพื่อที่เฟยหลงจะได้ไหว้บรรพบุรุษและบิดามารดาที่ได้เสียชีวิต ตลอดการเดินทางไปยังสุสานนั้น ท่านตาก็ได้กุมมือของท่านยายเอาไว้ตลอดเวลา

บรรยากาศในสุสานตระกูลหลินเต็มไปด้วยความโศกเศร้าจากเสียงร้องไห้ของฮูหยินลู่ ที่ร้องไห้ในอ้อมกอดสามีออกมาเมื่อเห็นป้ายชื่อที่สลักชื่อของบุตรสาวตัวเอง พี่ชายทั้งสามต่างก้มหน้าซ่อนน้ำตาเอาไว้

คนอื่นๆเมื่อเห็นดังนั้นเลยถอยออกมายืนรอที่ด้านนอก ปล่อยให้ภายในสุสานนั้นมีเพียงแค่คนภายในครอบครัว และหนีหวงที่ถูกเฟยหลงจับมือไม่ปล่อย

ข้าเป็นวิญญาณที่มาสวมร่างของลูกชายท่านทั้งสอง ขอสัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะคอยดูแลครอบครัวของพวกท่านทั้งสองตลอดไป ขอให้พวกท่านทั้งสองจงหลับพักผ่อนให้สบาย ไม่ต้องห่วงครอบครัวของพวกท่านเพราะข้าจะดูแลพวกเขาเอง จนกว่าจะถึงวันที่ข้าหมดลมหายใจ

 เฟยหลงพูดในใจของตัวเองต่อป้ายวิญญาณของสองสามีภรรยาผู้เป็นบิดามารดาของเจ้าของร่าง ก่อนที่เขาจะหันไปมองหนีหวงที่กระตุกมือของเขา เฟยหลงยิ้มออกมาเล็กน้อยให้หนีหวงสบายใจ ก่อนที่เขาจะเข้าไปช่วยท่านตาปลอบโยนท่านยายที่ร้องไห้ไม่หยุด

ฟางเซียนมองภาพตรงหน้าของนางด้วยรอยยิ้มยินดี นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า นางจะหาหลานชายพบ และยังพาครอบครัวของพี่สะใภ้มาที่ได้ ฟางเซียนยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาของตัวเอง

 

“ข้าอยากสู่ขอหนีหวงให้กับหลานชายข้าเฟยหลง ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสองจะว่ายัง”ถ้อยคำพูดของลู่เทียนหลงเอ่ยออกมา หลังจากที่เห็นว่าทุกคนทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว ถึงกับทำให้ทุกคนหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ข้าไม่มีปัญหาอะไร ขอเพียงแค่เฟยหลงสัญญาว่าจะไม่ทำให้หนีหวงเสียใจ”มู่หลงหันไปบอกชายชราผู้ที่แนะนำตัวเองว่าเป็นท่านตาของเฟยหลง เขาไม่คิดจะขัดขวางความรักของหนีหวงกับเฟยหลง ขอเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่เขาอยากได้ยินจากปากของเฟยหลง

“ข้าสัญญาขอรับว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อนาง และข้าจะไม่มีวันทำให้หนีหวงเสียใจ”คำพูดที่เอ่ยออกมาของเฟยหลงถึงกับทำให้หนีหวงที่ได้ยินยิ้มออกมา ส่วนบิดาของนางเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็เทเหล้าลงจอกส่งไปให้เฟยหลงดื่ม

เฟยหลงมองจอกเหล้าในมือของตัวเองเพียงชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจยกขึ้นดื่มหมดจอก และไม่ได้มีเพียงแค่จอกเดียวเท่านั้นที่เฟยหลงจะดื่มในค่ำคืนนี้ เพราะมีหลายคนที่ต้องการดื่มเหล้ากับเฟยหลงในวันนี้

 

               

 

 

....................................................................................................................................


สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งจองหนังสือ ย้อนเวลามาเป็น....หมอเทวดา ทั้ง 5 ภาคนั้น

1.ส่งรายละเอียดการสั่งจองหนังสือมาได้ที่E-MALL  arisara099@gmail.com หรือสั่งจองผ่านทางเพจ  ระบุหัวชื่อของอีเมลเป็น "สั่งจองหนังสือ ย้อนเวลามาเป็น......หมอเทวดา"

2. บอกรายละเอียดของผู้สั่งจองหนังสือ

     2.1  ชื่อ - นามสกุล (ของคุณ)

     2.2   ที่อยู่ (ที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่งหนังสือ)

     2.3  ระบุจำนวนชุดที่ต้องการสั่งจอง

3. กำหนดของการเปิดสั่งจองหนังสือตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 

และจะเปิดให้สั่งจองเพียงรอบเดียว พิมพ์ตามจำนวนที่ทุกคนสั่งจองเท่านั้น ไม่มีตีพิมพ์ซ้ำ 

4. ราคาของหนังสือทั้ง 5 เล่ม 1250 บาท

     4.1 จัดส่งแบบลงทะเบียน ราคา 1250 + 100 = 1350 บาท

     4.2 จัดส่งแบบ ems ราคา 1250 + 200 = 1450 บาท

     

ยังสามารถสั่งจองเข้ามาได้ตลอดเวลานะคะ ตามช่องทางที่พิมพ์ไว้

ส่วนใครที่ต้องการเพียงแค่ 1 เล่มในจำนวน 5 เล่ม 

ก็สามารถสั่งเข้ามาได้เหมือนกันนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #2049 สนุกมาก (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 07:35
    สนุกมาก
    #2049
    0
  2. #2035 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (@wanakonth) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 09:46
    ขอบคุณครับ
    #2035
    0
  3. #2034 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 23:28
    สนุกดีครับ
    #2034
    0