ย้อนเวลามาเป็น.....หมอเทวดา (จบแล้ว) (เปิดสั่งจองหนังสือ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 406,705 Views

  • 2,083 Comments

  • 9,320 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    446

    Overall
    406,705

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    6 มี.ค. 60









          เฟยหลงตรวจชีพจรคนไข้อีกครั้งหลังจากที่กลับมาจากจวนตระกูลมู่  พร้อมกับสั่งให้ทั้งสองคนที่เฝ้าอยู่ออกไปหาอะไรทานให้เรียบร้อยก่อน ระหว่างนี้เขาจะเฝ้าให้แทนเอง ชีพจรจากที่จับเมื่อครู่นั้นดีขึ้นมากกว่าเดิม ดูท่าว่ายาที่เฟยหลงได้ให้ทานในตอนแรกก่อนจะทำการรักษานั้นจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว สีหน้าจากขาวซีดเริ่มออกอมชมพูให้เฟยหลงโล่งใจ หากรักษาคนไข้คนนี้ไม่ได้ชื่อเสียงของท่านอาจารย์ที่สั่งสมมาคงจะต้องอับอายเสียหายเพราะศิษย์ไม่ได้เรื่องอย่างเขา

          “ฟู่...รอดไปอีกคนแล้วเรา”เฟยหลงคงยังไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้นมีฝีมือในการรักษาที่เหล่าสหายทุกคนของอาจารย์เขานั้นเชื่อมือมากกว่าสำนักแพทย์ที่เปิดรักษาซะอีก นั้นก็เป็นเพราะว่าเฟยหลงไม่เคยพบเจอกับหมอคนไหนในโลกนี้ นอกจากท่านอาจารย์ของเขาเลย แถมเหล่าสหายทั้งหลายของอาจารย์ก็ไม่เคยบอกว่าเฟยหลงเก่ง ทุกครั้งทีได้รักษาก็เอาแต่บอกว่าเฟยหลงมือหนักเวลาเย็บแผลไม่ได้เบาจนแทบไม่รู้สึกอย่างท่านอาจารย์ แต่เฟยหลงก็ไม่เคยย่อท้อในการเรียนรู้หาประสบการณ์เพิ่มให้กับตัวเองจนตอนนี้มือที่เคยใช้เย็บแผลจนเหล่าสหายอาจารย์บ่นในตอนแรกตอนนี้แทบจะไม่รู้สึกตัวกันเลยว่าเย็บแผลเสร็จแล้ว

          การเย็บแผลด้วยไหมนั้นเฟยหลงได้เสนอกับท่านอาจารย์ในตอนเด็กว่าดีกว่ารอให้แผลมันประสานติดกันเองและนั้นล่ะเป็นต้นเหตุให้เฟยหลงต้องกลายมาหมออย่างทุกวันนี้ เพราะคนไข้คนนั้นหลังจากถูกรักษาด้วยการเย็บแผลด้วยไหมนั้นหายเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งคนไข้คนแรกที่ได้ประเดิมการเย็บแผลด้วยไหมก็ไม่ใช่คนอื่นไกลเลย ท่านจางหู่นั้นเองที่เป็นคนไข้คนแรกที่ได้รับการรักษาแบบใหม่

          ท่านจางหู่ในวันนั้นได้บอกให้ท่านอาจารย์สั่งสอนเขาให้เป็นหมอ เนื่องจากตอนแรกท่านเอาเขาไปสอนวิชาแล้วเขาไม่สนใจที่จะเรียนรู้เอาแต่ศึกษาตำราการรักษาคนไข้ของท่านอาจารย์ วิชาเดียวที่ท่านสอนแล้วเขาสนใจนั้นก็คือวิชาตัวเบา เวลาที่ท่านจางหู่ได้สอนวิชาตัวเบาให้นั้น เขารู้สึกสนุกและตื่นเต้นอยากที่จะได้เรียนรู้มันมาก จนแทบจะให้ตอนเช้ามาถึงเร็วๆจะได้เริ่มเรียนวิชาตัวเบา

          เฟยหลงก้มหน้าลงอ่านตำราในมือของตัวเองระหว่างรอให้คนของท่านอาวุโสจางหู่กลับมาจากทานอาหาร เฟยหลงไม่เคยหยุดการทบทวนตำราที่ท่านอาจารย์ได้เขียนทิ้งไว้ในแหวนที่เปรียบเสมือนช่องเก็บของที่ท่านอาจารย์ได้มอบให้เขาเอาไว้เก็บตำราต่างๆที่สำคัญเอาไว้ ให้ได้ทบทวนถึงแนวทางรักษาคนไข้ที่ท่านเคยพบเจอมาตลอดชีวิต

          การเป็นหมอในโลกนี้ทำให้เฟยหลงต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาและหาความรู้มากขึ้นกว่าเดิม ก่อนหน้านั้นเขาเป็นเพียงแค่อาจารย์สอนวิชาเกษตร ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับแพทย์เลยนอกจากที่เคยดูในหนังหรือซีรีย์ แต่มันก็เอามาปรับใช้ในโลกนี้ได้เพียงไม่กี่อย่าง บางอย่างเขาก็ไม่กล้านำมาใช้เพราะไม่ได้เรียนรู้อย่างหมอมาหากผิดพลาดไปเท่ากับหนึ่งชีวิตของคนไข้ที่ต้องรักษาต้องสูญเสียไป

        “พวกเรากลับแล้วขอรับท่านหมอ”สองคนที่หายไปทานข้าวกลับมาแล้วเฟยหลงก็เก็บตำราใส่ไว้ในแหวน ก่อนจะเดินออกจากห้องนึกขึ้นบางอย่างได้ จึงได้หันตัวกลับไปสั่งทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนเจ็บ

          “หากว่ามีอะไรเกิดขึ้นเจ้าไปตามข้าที่เรือนได้เลยไม่ต้องเกรงใจข้า”

          “ขอรับท่านหมอ”

         

          ตอนเช้าเฟยหลงตื่นมาออกกำลังกายเบาๆอย่างเคย เขาวิ่งรอบๆจวนอย่างที่เคยวิ่งบนหุบเขา ก่อนจะมาวิดพื้นการที่เฟยหลงทำแบบนี้เพราะติดมาจากสมัยที่เขาอยู่โลกเก่า ที่ทุกเช้าต้องตื่นมาวิ่งรอบๆสนามกีฬาของโรงเรียนแล้วค่อยกลับไปอาบน้ำที่บ้านพักเพื่อเตรียมตัวไปสอนหนังสือเด็กๆ

          เช้าวันนี้เฟยหลงคิดว่าจะทำอาหารง่ายๆทานเองพร้อมกับทำอาหารเผื่อคนเฝ้าทั้งสองคนด้วย ฝีมือการทำอาหารของเฟยหลงนั้นพอที่จะทำให้คนอื่นทานได้ วันนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเฟยหลงคิดจะทำสวนผักปลูกกินเองเอาไว้ข้างหลังเรือนครัว และเตรียมปลูกสมุนไพรที่ติดตัวมาจากหุบเขา

          ผักที่เฟยหลงเตรียมที่จะปลูกนั้นก็มี ผักกาดขาว หัวไชเท้า ผักคะน้า พริก ฟักทอง และสุดท้ายคือแตงกวา ผักและสมุนไพรนั้นเฟยหลงเตรียมพื้นที่ปลูกไว้กันคนล่ะที่ สมุนไพรก็ปลูกข้างๆเรือนสมุนไพร โดยจะทำเป็นโรงเรือนเหมือนกับโลกก่อนเพื่อป้องกันแมลงเข้ามากัดหรือทำลายสมุนไพร ผ้าที่ใช้คลุมโรงเรือนนั้นเฟยหลงคิดว่าจะไปดูที่ร้านขายผ้า ที่น่าจะมีผ้าสีขาวบางๆเอาไว้ใช้คลุมป้องกันทั้งแมลงและฝนที่ตกลงมา สวนตัวเรือนคงต้องใช้ไม้ไผ่เป็นโครง การที่เฟยหลงไม่ทำโรงเรือนสำหรับปลูกพืชผักด้วยนั้นเพราะจากที่เขาได้ทดลองปลูกมาก่อนบนหุบเขานั้น ดินที่นี้ดีกว่าโลกเก่าเพราะยังไม่ได้ถูกสารเคมีทำลายหน้าดินทำให้ดินที่นี้ยังสมบูรณ์ดี พร้อมกับวางแผนที่จะทำน้ำหมักชีวภาพเอาไว้ใช้แทนปุ๋ยเวลาที่จะรดน้ำผักในตอนเช้า น้ำหมักชีวภาพของเฟยหลงนั้นทำแบบง่ายๆเท่าที่จะหาของได้ กากน้ำตาลที่เขาได้ทำเก็บเอาไว้ กากน้ำตาลของเฟยหลงนั้นมาจากอ้อย น้ำมะพร้าว และสัปปะรด สัปปะรดที่เฟยหลงเลือกมาหมักทำน้ำหมักชีวภาพนั้นต้องแกจัดเท่านั้น กว่าที่น้ำหมักจะเข้าที่ก็น่าจะพอดีกับที่เขาได้ไถหน้าพื้นดินทั้งหมดเสร็จ

          เฟยหลงตอนนี้กำลังยืนดูพื้นที่หลังเรือนครัว พลางหยิบเอากระดาษที่เขาได้วาดวางแผนถึงพื้นที่ต่างๆที่จะปลูกผักอะไรไว้ตรงไหนบ้างขึ้นมาดูอีกครั้งก่อนจะลงมือทำสวนผักครบวงจรของตนเอง เฟยหลงหยิบเอาอุปกรณ์ทำสวนอย่างพวกจอบและเสียมมาวางเตรียมไว้ก่อน เฟยหลงลงมือพรวนดินตั้งแต่ยามเฉินจนตอนนี้เป็นเวลายามอู่ เป็นเวลาเกือบสามชั่วยามก่อนจะหยุดพัก และค่อยลงมือทำต่อในวันพรุ่งนี้ เขายังต้องออกไปซื้อของมาเตรียมทำน้ำหมักชีวภาพและทำโรงเรือนอีก

          เฟยหลงกลับไปอาบน้ำที่เรือนของเขาก่อนที่จะแวะไปดูอาการของคนไข้ที่นอนหลับอยู่ แต่สีหน้าและชีพจรต่างๆเริ่มกลับมาในเกณฑ์ปกติแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวคือคนไข้ฟื้นขึ้นมาเขาถึงจะสบายใจได้เต็มที่ เฟยหลงเจอท่านอาวุโสจางหู่ตอนที่เขาเดินออกมาจากห้องที่คนไข้พักอยู่ เฟยหลงต้องลอบถอนหายใจโดนไม่ให้อีกฝ่ายรู้ เรื่องที่เขาเตรียมปลูกผักนั้นคงจะถูกรายงานไปแล้วแน่ๆเลย

          “ท่านเจ้าหู่มีอะไรจะพูดกับข้าหรือไม่ขอรับ เนื่องจากว่าตอนนี้ข้ามีธุระด่วนต้องรีบไปทำ”

          “ธุระด่วนอะไรของเจ้าล่ะเฟยหลง เดี๋ยวข้าช่วยจัดการให้”ชายชรารู้ดีถึงลูกเล่นของบุรุษหนุ่มตรงหน้า ว่าไม่อยากคุยกับเขาตอนนี้

          “ข้าต้องจัดการเองขอรับ ถึงจะมั่นใจว่าทุกอย่างจะได้ตามที่ข้าต้องการ”

          “เจ้านี้มัน”ชายชราชี้หน้าเฟยหลงอย่างหมดคำพูด ก่อนจะเอามือลงและปรับจังหวะลมหายใจตนเองเอาไว้ไม่ให้ขุ่นไปกับการถูกกวนอารมณ์

          “ขออภัยขอรับท่านจางหู่”เฟยหลงยกมือขึ้นเป็นเชิงขออภัยกับท่าทางเมื่อครู่ของเขาที่มีต่อชายชราตรงหน้า

          “เอาเถอะข้าไม่ยุ่งวุ่นวายอะไรกับเจ้าล่ะ จะทำอะไรก็ทำ”

          “ขอรับ”

          “พอดีข้าเจอตำราแพทย์น่าสนใจ ก็เลยนำมาให้เจ้าเอาไว้อ่านศึกษาดู”ชายชราหยิบเอาตำราที่ถูกเก็บไว้ในแหวนเก็บของออกมาให้เฟยหลง

          “ขอบคุณขอรับท่านจางหู่”เฟยหลงเอื้อมมือไปรับตำราที่ชายชรานำมาให้ตัวเองมาเก็บเอาไว้ในแหวน

          “ว่าแต่อาการศิษย์ข้าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”

          “ดีขึ้นมากเลยขอรับท่านจางหู่ ไม่เกินยามซื่อของพรุ่งนี้เขาคงรู้สึกตัวขอรับ”

          “ดีๆข้าจะได้หมดห่วงกับมันซะที เจ้านี้เป็นบุตรชายที่ข้าวางเอาไว้ว่าจะให้รับช่วงเป็นเจ้าสำนักต่อจากข้า”

          “นั้นคือบุตรชายของท่าน”เฟยหลงตื่นตะลึงที่รู้ว่าคนไข้ของตัวเองเป็นใคร เกือบไปแล้วถ้ารักษาไม่ได้นี้ข้าจะถูกท่านจางหู่ฆ่าตายหรือเปล่านะ

          “ทำไมมันไม่เหมือนข้าใช่มั้ยเฟยหลง”

          “เอ่อ...ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับท่านจางหู่”

          “ไม่ต้องมาปลอบข้ารู้ดี มันได้หน้าตาจากฮูหยินของข้าเกือบจะทุกอย่าง ยังดีที่มันรูปร่างเหมือนข้าไม่อย่างนั้นคงบอบบางราวกับสตรี”

          “ท่านกล่าวเกินไปแล้วขอรับท่านจางหู่”เฟยหลงนึกถึงหน้าตาที่ไปทางผู้หญิงด้วยใบหน้าที่หวานจนถ้าไม่เห็นร่างกายมาก่อน หากเจอกันที่อื่นเฟยหลงคงคิดว่าอีกคนเป็นหญิงปลอมตัวออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก

          “เอาเถอะข้าชินล่ะเรื่องนี้ เจ้าจะไปทำธุระที่ไหนก็รีบไปเดี๋ยวข้าจะเข้าไปดูมันก่อน”ชายชราโบกมือเป็นเชิงไล่ให้เฟยหลงไปทำธุระของตนเองได้แล้ว

          “ข้าฝากจวนของข้าด้วยนะขอรับท่านจางหู่แล้วข้าจะรีบกลับมาขอรับ”

          “ได้ข้าจะดูแลให้จนกว่าเจ้าจะกลับมา”

          “ขอบคุณขอรับท่านจางหู่”

 

          เฟยหลงคำนวณค่าใช้จ่ายที่เขาได้ใช้ไปในสามวันที่ผ่านมา ทั้งซื้อจวนและยังซื้อผ้าที่จะเอามาใช้คลุมโรงเรือน ไหนจะค่าพักโรงเตี้ยมและค่าอาหาร เขาได้ใช้จ่ายไปแล้วเกือบจะเก้าร้อยห้าสิบตำลึง ถ้ายังใช้จ่ายอยู่แบบนี้เรื่อยๆมีหวังเขาจะต้องจนหมดตัวเอาได้ ผักที่จะปลูกก็เกือบจะอาทิตย์หนึ่งถึงจะได้ปลูกเพราะเขาต้องลงมือทำคนเดียว จะให้ขอความช่วยเหลือจากท่านจางหู่ก็คงเป็นไปไม่ได้

          เรื่องการเปิดโรงหมอเพื่อเรียกเงินจากคนไข้นั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของเฟยหลง เนื่องจากท่านอาจารย์สั่งเขาไว้ว่าการเป็นหมอต้องห้ามเก็บเงินจากคนไข้ หากเจอใครเจ็บป่วยต้องรีบเข้าไปรักษาอย่าได้เรียกร้องเงินทองจากคนไข้ที่เขาได้รักษา การที่จะเปิดโรงหมอที่บ้านคงจะเป็นไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้าน แต่ถ้าเปิดในเมืองเขาก็ต้องเสียเงินเพื่อเช่าพื้นที่อีก ถ้าเป็นสหายท่านอาจารย์หรือคนที่พวกท่านพามาเขาพอจะยินยอมให้เข้ามาในบ้านได้ งานนี้สงสัยว่าคงต้องปรุงยาออกมาขายก่อน สูตรยาที่ท่านอาจารย์ได้สอนเอาไว้เขาก็พอจำได้ เพราะเรื่องนี้เขาไม่ได้ถูกสั่งห้าม แถมท่านอาจารย์ยังบอกว่าตัวท่านก็ทำแบบนี้เพื่อเป็นทุนสำหรับการช่วยเหลือผู้อื่น

          “ว่าแต่โรงประมูลมันอยู่ตรงไหนนะ คงต้องรอสอบถามเอากับท่านจางหู่ หลังเรากลับถึงบ้าน ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ขึ้นไปตัดไผ่บนเขา”เฟยหลงเดินออกมาจากตัวเมืองก่อนจะใช้วิชาตัวเบาของตัวเองขึ้นไปบนเขาเพื่อตัดเอาไม้ไผ่มาเตรียมทำโครงของโรงเรือนสมุนไพร

         

         

         

 

 

 

 

 

 

                                                





ยามเฉิน 07:00 - 08:59

ยามอู่ 11:00 - 12:59

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #2029 I'am.G :)) (@giorgiorocco) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 01:12
    เรื่องปลูกผักอธิบายละเอียดกว่าเรื่องรักษาอีกนะ
    #2029
    0
  2. #1553 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 18:25
    เรียกชื่อกับคำว่าขอรับเยอะไปหน่อย มันเลยอ่านสะดุด สู้ๆค่าา
    #1553
    0
  3. #1416 papapopoice (@papapopoice) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 00:58
    อยากรู้ว่าเฟยๆเอาเงินมาจากไหน
    #1416
    0
  4. #1279 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 17:20
    จะมียาเวอร์ๆแบบในตูนจีนรึเปล่านะ
    #1279
    0
  5. #970 Kimlatte Cassi (@kimlatte96) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 23:18
    ขอรับ กับเรียกชื่อนี่เนอะไป ตัดออกหน่อยจะอ่านลื่นมาก
    #970
    0
  6. #842 PrinceNawa (@nanwalai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 10:05
    ชอบนะ พระเอกขยัน^^
    #842
    0
  7. #718 LaZyBonEs.. (@minjin-i) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 19:43
    เรื่อยๆ สนุกดี แต่แบบ คุยโต้ตอบกับคนๆนึง ไม่ต้องใส่ชื่อเค้าทุกท้ายประโยคก็ได้นะ ( ...ท่านจางหู่55555)
    #718
    1
    • #718-1 nikal (@nikal) (จากตอนที่ 5)
      13 พฤษภาคม 2560 / 03:25
      คิดเหมือนกันเลย มันดูใช้คำสิ้นเปลืองไปแถมดูน่าเบื่อด้วย
      #718-1
  8. #609 Pimlp_xy (@pimlp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 22:28
    เรื่อยๆค่ะ
    #609
    0
  9. #389 winnata-winny (@sitang-ch) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:43
    เข้าข่ายอุดมการณ์หนักแน่นดุจขุนเขา กระเป๋าตังค์บางเบาดุจขนนก555
    #389
    0
  10. #352 111 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 11:47
    สนุกนะ แต่ทำไมรู้สึกขาดสีสันแปลกๆ
    #352
    0
  11. #222 rajung rajung (@snowmindnight) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 20:54
    สนุกอะชอบบบบ ><
    #222
    0
  12. #200 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 08:21
    เวลาพูดกับท่านจางหู่ไม่จำเป็นต้องมีคำว่าท่านจางหู่อยู่ในทุกประโยคขนาดนั้นก็ได้ อ่านแล้วมันน่ารำคาญ
    #200
    0
  13. #133 wonderfully (@wonderfully) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 05:57
    ก่อนจะเดินออกจากนึกขี้น     เดินจากไป
    มีอะไรจะพูดกับหรือไม่   กับข้า
    เฟยหลงเก็บหนังสือในแหวน?  หนังสือมันเล็กมากหรือมีอภินิหารย์ย่อส่วนได้ ไม่เก็ด
    #133
    0
  14. #128 แฟนคลับ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 21:27
    ชอบนิยายจีนก็ตรงนี้แหละ มีโรงเตี๊ยม มีป่าไผ่ มีโรงประมูล ^^
    #128
    0
  15. #53 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 14:57
    คนดีเจงๆๆๆ -///-
    #53
    0