[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,104 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,979 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,125

    Overall
    672,104

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10 ความรู้สึกที่กำลังเผยออกมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    7 ก.ย. 58


ตอนที่ 10 ความรู้สึกที่กำลังเผยออกมา

 

 

 

            แม้ว่าในคฤหาสน์ตระกูลคิมจะไม่ได้มีเครื่องมือแพทย์ทันสมัยทัดเทียมกับโรงพยาบาลชั้นนำ แต่ก็มีพอสำหรับการยื้อชีวิตใครสักคนที่ถูกยิง ดังนั้น ร่างชุ่มโชกเลือดของลีดงแฮจึงไม่ได้ถูกส่งไปโรงพยาบาลเพื่อให้เสียเลือดตายกลางทาง หากแต่ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินภายในอาคารพร้อมกับทีมแพทย์ที่ถูกเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วน

 

            ดงแฮหายเข้าห้องผ่าตัดมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว

 

            แอ๊ด

 

            “ขออนุญาตครับนาย”

 

            ประตูห้องทำงานเปิดออก ก่อนที่คังอินจะก้าวเข้ามา ให้คนที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานมากว่าชั่วโมงตวัดสายตาไปมอง ข่มความรู้สึกร้อนรนในอกเมื่อนึกถึงใบหน้าเผือดสีของคนที่สลบคามือ

 

            “เป็นยังไงบ้าง”

 

            ใจจริง คิบอมเองก็ร้อนใจเกินกว่าจะนั่งรอเงียบๆ ภายในห้องนี้ แต่เขาแสดงท่าทีมากเกินไปไม่ได้ ด้วยไม่อยากให้ใครก็ตามรู้ว่าคนอย่างเขาเกิดความรู้สึกห่วงใยลูกน้องที่ทำงานพลาดมากเกินกว่าปกติ ชายหนุ่มจึงต้องใจเย็นและนิ่งเข้าไว้

 

            ทั้งที่...น้ำตาหยดนั้นยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ

 

            ร่างสูงอาจจะเห็นภาพของลูกน้องที่เอาชีวิตมาเป็นโล่ให้เขานับครั้งไม่ถ้วน แม้กระทั่งตัวดงแฮเองที่เคยพุ่งเข้ามาช่วยชีวิตเขาเอาไว้ครั้งหนึ่ง แต่ความรู้สึกในตอนนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเจ็บลึกๆ ในอกเมื่อมองสภาพของหมาตัวโปรดที่ซมซานกลับมาตายรัง

 

            คนปกติไม่มีทางพาตัวเองกลับมาได้ แล้วดงแฮต้องใช้แรงใจมากแค่ไหนในการกลับมาเพื่อทำงานให้สำเร็จลุล่วง

 

          หากไม่มี USB อันนั้น ดงแฮจะพยายามขนาดนี้มั้ย...ถ้าเป็นเด็กคนนั้น ยังไงก็ไม่ยอมไปตายไกลจากสายตา

 

            ความคิดที่ทำให้คิบอมถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ยกมือประสานกันนิ่ง ยามฟังคำรายงานจากที่ปรึกษาคนสนิท

 

            “ตอนนี้หมอจัดการผ่ากระสุนออกมาเรียบร้อยแล้วครับ แผลที่หัวไหล่และขาไม่มีปัญหา กระสุนเจาะทะลุผ่านไม่ได้โดนเส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาท แต่กระสุนที่เจาะผ่านฝ่ามือนี่สิครับที่อาจจะเกิดปัญหา...” คิบอมนิ่งฟังอย่างสงบ และถามกลับเสียงเรียบ

 

            “มือขวาจะใช้การไม่ได้ใช่มั้ย”

 

            คำถามที่คนรายงานเองก็มีสีหน้าลำบากใจ เพราะอย่างไร คังอินก็เป็นคนเลี้ยงดงแฮมากับมือ

 

            “หมอบอกว่ากระสุนทะลุผ่านเส้นประสาทที่ฝ่ามือครับ ดงแฮอาจจะยิงปืนด้วยมือขวาไม่ได้อีกแล้ว”

 

            มือข้างที่ถนัดใช้การไม่ได้ก็ไม่ต่างจากตายไปแล้วครึ่งหนึ่งในวงการนี้

 

            “งั้นหรือ” ทั้งที่ทั้งชีวิตนี้ก็เห็นความเลวร้ายของวงการนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้กลับทำให้คนที่จิตใจแข็งแกร่งดั่งหินผารู้สึกใจกระตุก

 

            “อย่างน้อยก็ยังเหลือมือซ้าย” แต่เสียงทุ้มก็ว่าอย่างนั้น ดูเย็นชาและเหินห่างผิดกับความรู้สึกในใจ ให้คังอินเพียงรับคำ

 

            “ครับ คนอย่างดงแฮไม่ยอมแพ้แค่เพราะใช้มือขวาไม่ได้หรอกครับ”

 

            คนที่กัดฟันสู้หอบเอาร่างที่แทบไร้ลมหายใจกลับมาเพื่อทำงานให้สำเร็จตามคำสั่ง

 

            ฟึ่บ

 

            จากนั้น คังอินก็เลื่อนถุงพลาสติกที่ภายในบรรจุตัวดึงข้อมูลขนาดเล็กมาตรงหน้าผู้เป็นนาย แล้วเอ่ยคำที่ตัวเองก็ต้องกัดฟันพูด

 

          “แต่ดงแฮคงยอมตายถ้ารู้ว่าทำงานพลาด”

 

            “พลาด?” คิบอมเลิกคิ้วขึ้นสูง ตวัดสายตาจากของบนโต๊ะขึ้นมาสบตา ซึ่งทำให้คนที่ไปเช็กข้อมูลทันทีที่หมอส่งอุปกรณ์นี้ให้ต้องฝืนกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ แล้วตอบคำอย่างสุภาพ

 

            “ข้อมูลที่ดงแฮได้มาไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ เหมือนมันล่อให้เราเข้าไปติดกับมากกว่า” แม้ที่ปรึกษาหนุ่มใหญ่จะว่าด้วยน้ำเสียงสงบ หากแต่ภายในก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกร้อนรน ห่วงใย และเกรงกลัว เพราะอย่างน้อยที่สุด คังอินก็ดูแลดงแฮมาตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กที่เกือบจะตายด้วยน้ำมือของพ่อแท้ๆ

 

            และแม้ว่าเขาจะเคยเอ่ยเตือนผู้เป็นนายว่าไม่ควรไว้วางใจใครมากเกินไป แต่เมื่อรู้ว่าคนที่รับเลี้ยงเหมือนลูกอาจจะรอดจากคมกระสุนของศัตรู ทว่ากลับต้องมารับบทลงโทษที่ทำงานพลาดจากนายใหญ่ คังอินก็รู้เลยว่าตัวเองใจไม่แข็งพอ

 

          นายไม่เคยเก็บคนที่ทำงานพลาดเอาไว้ข้างตัว แล้วเขาจะบอกเรื่องนี้กับอีทึกยังไงดี

 

            คำรายงานที่ทำให้คนฟังแค่เอื้อมหยิบซองพลาสติกขึ้นมาดู

 

            “นายจะให้ทำยังไงกับดงแฮครับ” คำถามที่คนถามเองก็จำใจถาม ขณะที่คิบอมยังคงนิ่งเงียบ

 

            “อาการของดงแฮปลอดภัยแล้วใช่มั้ย”

 

            “หมอบอกว่าต้องรอดูอาการไปก่อน 24 ชั่วโมงครับ เพราะตอนที่มาก็เสียเลือดมากจนเกือบจะไม่รอดแล้ว” คิบอมพยักหน้าช้าๆ จากนั้น...

 

            แกร๊บ

 

            ชายหนุ่มก็ทำในสิ่งที่คนมองก็ต้องแปลกใจ...คิบอมหักตัวดึงข้อมูลอันนั้นจนพังคามือ

 

            จากนั้นก็ทิ้งลงยังถังขยะข้างตัว

 

            “นายได้ข้อมูลจากหานฮันคยองแล้ว...ถูกมั้ย”

 

            “...”

 

            คนฟังยังคงยืนนิ่ง มองเจ้านายที่ว่าเรียบๆ ซึ่งคิบอมก็เพียงว่าต่อ

 

            “ข้อมูลที่มีแค่นายกับฉันเท่านั้นที่รู้”

 

            ประโยคบอกเล่าที่ไม่ต่างจากคำสั่ง ซึ่งทำให้คังอินนิ่งอึ้งเพียงครู่ ก่อนที่จะค่อมหัวรับคำอย่างเข้าใจคำสั่ง

 

            “ครับ ดงแฮล้วงข้อมูลลับสุดยอดจากหานฮันคยองสำเร็จ” ความจริงที่ถูกบิดเบือนจากปากของคิมคิบอมที่ลูกน้องคนสนิทก็พร้อมที่จะทำตามคำพูดนั้น ขณะที่ในใจก็โล่งขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            เจ้านายยอมไว้ชีวิตดงแฮ โดยปิดเป็นความลับว่าดงแฮทำงานพลาด

 

            แต่แม้ว่าจะโล่งใจที่เด็กคนนั้นจะไม่ถูกฆ่าด้วยน้ำมือของเจ้านาย แต่เขาก็เกิดความรู้สึกกังวลอย่างประหลาด

 

            ทำไมเจ้านายถึงเก็บชีวิตคนที่ทำงานพลาดเอาไว้

 

            คำถามที่แสดงผ่านทางดวงตา ให้คิบอมแค่ยิ้มเย็น ว่าเรียบๆ

 

            “หมาตัวนี้ยังจำเป็นต่อฉันอยู่”

 

            ลีดงแฮยังมีประโยชน์กับเจ้านาย

 

            คำกล่าวที่ทำให้หนุ่มใหญ่รับคำ ปัดความสงสัยที่ว่าเจ้านายอาจจะรู้สึกกับมือขวามากกว่าแค่เครื่องมือที่มีประโยชน์ออกไป

 

            นั่นสิ เพราะดงแฮยังคงเป็นหมาที่ภักดี ขนาดที่ทำทุกทางเพื่อกลับมาหาผู้เป็นนาย คนอย่างนี้ยังจำเป็นต่อคิมคิบอม

           

            “ครับ นายมีหมาที่จงรักภักดีที่สุด”

 

            การกระทำในคืนนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ดงแฮจะนิ่งจนเหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก แต่เรื่องความภักดีไม่เป็นสองรอบใคร

 

            คนที่ควรจะเก็บเอาไว้ใกล้ตัว จนยอมละโทษฐานที่ทำงานพลาด

 

            “ก็หวังว่ามันจะทำตามคำสั่งของฉันไปได้ตลอด” คังอินได้แต่มองอย่างสงสัย แต่คิบอมไม่คิดตอบคำ นอกจากลุกขึ้น ก้าวเท้าออกจากห้องเพื่อตรงไปดูอาการของหมาตัวโตที่แสนภักดีของเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง และคงมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ว่าคำสั่งสุดท้ายที่สั่งออกไปไม่ใช่ขโมยข้อมูล หากแต่เป็น...

 

          ห้ามตาย

 

            นอกจากนั้น คิบอมต้องกดความรู้สึกหนึ่งให้ลึกที่สุด เมื่อมันผุดขึ้นมาแทบตลอดเวลา

 

            ความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจที่บอกว่าเขาห่วงใยเด็กคนนั้นมากแค่ไหน

 

            ความรู้สึกที่คิมคิบอมไม่ควรมีกับใครทั้งนั้น

 

.......................................................

 

 ต่อค่ะ

 

            เพียะ!!

 

            “โอ๊ย! อย่าทำผม...อย่าทำผมเลย ได้โปรด!

 

            “ไม่ทำงั้นหรือ ไม่ทำหรือไอ้เด็กเหี้ย!!!

 

            ผัวะ!!!!

 

            โครม

 

            ภายในบ้านเช่าเก่าโทรมในแหล่งชุมชนแออัด ร่างของเด็กชายตัวผอมแห้งจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกกับเสื้อเก่าขาดถูกฝ่ามือหนักๆ ของผู้ชายตัวโตฟาดเต็มแรง จนร่างนั้นล้มลงกระแทกกับข้าวของในบ้าน ก่อเกิดเสียงดังลั่น

 

            หมับ

 

            “อย่า พอแล้ว...ผมทำตามที่พ่อ...บอกแล้ว...ผมทำแล้ว...อย่าตีผม...”

 

            ร่างนั้นกระถดไปยังมุมหนึ่งของบ้าน สองมือยกขึ้นกุมศีรษะตัวเองมั่นราวกับปัดป้องจากความเจ็บปวดที่ฝากรอยช้ำบนตัวของเขาวันแล้ววันเล่า ร่างน้อยก็สั่นระริกเหมือนลูกนกที่กำลังเผชิญหน้ากับหมาป่า เพียงแต่ในความเป็นจริง คนตรงหน้าเป็นหมาบ้าต่างหาก

 

            คนที่กำลังทำหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความโกรธจัด จนทำให้ใบหน้าที่หนวดเครารกรุงรังยิ่งดูน่ารังเกียจไปอีกหลายเท่าตัว คนที่ได้ชื่อว่า...พ่อ

 

            พ่อที่กำลังกระชากแขนลูกชายวัยแปดขวบขึ้นมา แล้วตวาดใส่หน้า

 

            “ไอ้เด็กไร้ประโยชน์! แค่หาเงินตอบแทนบุญคุณที่กูเลี้ยงมึงมายังทำไม่ได้ นี่ห่าอะไรวะ! เงินแค่นี้จะไปพอยาไส้ได้ยังไง โว้ย! ถ้ารู้แบบนี้กูไม่เลี้ยงมึงจนโตป่านนี้หรอก กูเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่มึงเกิดไปแล้ว!!!” คำที่ทำให้เด็กชายยิ่งตัวสั่นระริกด้วยความกลัว น้ำตาหยดใสไหลอาบแก้ม แต่ก็ยังพยายามเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นพ่ออย่างหวังให้อีกฝ่ายเห็นใจเขาบ้าง

 

            “ผม...ขอโทษ...ขอโทษ...ฮึก...พ่อ...”

 

            ผัวะ!!!

 

            “อย่ามาเรียกกูว่าพ่อนะไอ้เด็กเวร กูไม่มีลูกเฮงซวยอย่างมึง!” เป็นอีกครั้งที่กำปั้นหนักๆ กระแทกเข้าที่ซีกหน้าของเด็กชาย จนล้มฟุบลงไปกองกับพื้น ร่างนั้นสั่นจนน่าสงสาร หากแต่ไม่มีทีท่าว่าคนมองจะสงสาร นอกจากกำเงินในมือที่ส่งลูกชายไปช่วยงานเพื่อนเอาไว้แน่น

 

            งานต้มตุ๋นชาวบ้าน

 

            งานที่เด็กน้อยต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในแต่ละวัน เพราะต้องวิ่งตัดหน้ารถคนอื่น แล้วให้เพื่อนพ่อเป็นฝ่ายออกไปเรียกร้องขอค่าเสียหาย

 

            บางวันก็สำเร็จ ได้เงินมาก็ได้ค่าขนมกลับมาให้พ่อ แต่ถ้าวันไหนพลาด ผู้เสียหายจับได้ ไม่เพียงแต่เด็กน้อยจะถูกเพื่อนพ่อทำร้าย ยังต้องกลับมารับแรงโกรธเกรี้ยวของบิดาที่วันๆ เอาแต่จมอยู่กับเหล้า

 

            วิถีชีวิตของเด็กชายที่ชื่อ...ลีดงแฮ

 

            เด็กชายที่กอดตัวเองกลมเป็นลูกบอลแห้งๆ ปล่อยน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย หากแต่กัดปากตัวเองจนเลือดซึมเพื่อไม่ให้มีเสียงสะอื้นออกมา เพราะเขารู้ว่าถ้าพ่อได้ยินเสียง พ่อจะกลับมาทุบตีเขาระบายอารมณ์อีกครั้ง จนสองมือต้องจิกลงบนแขนตัวเองจนห้อเลือด ทำได้เพียงบอกตัวเองเสียงแผ่ว

 

            ไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่บ้านนี้ ไม่อยากอยู่กับพ่ออีกแล้ว

 

            หากแต่...ไม่มีที่จะไป

 

            “นี่เกมใหม่ พ่อเพิ่งซื้อให้แหละ”

 

            “ไหนๆ ขอดูหน่อย ขอเล่นบ้าง”

 

            จู่ๆ เสียงจากภายนอกก็ดังลอดเข้ามา จนเด็กชายเงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อบอกว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว จากนั้นก็พยายามคลานเอาร่างเจ็บช้ำไปยังหน้าต่างเก่าโทรม เพื่อยื่นหน้าออกไปดูข้างนอก

 

            ภายนอกที่มีเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคนกำลังเดินกลับจากโรงเรียน ขณะที่ในมือของเด็กพวกนั้นก็มีเครื่องเกมและขนม

 

            ภาพที่ดงแฮแอบมองทุกวัน และถามตัวเองว่าทำไมชีวิตเขาไม่เป็นอย่างนั้นบ้าง

 

            ดงแฮไม่มีเพื่อน ไม่เคยไปโรงเรียน ไม่เคยเล่นเกม ไม่เคยได้กินขนมแบบนั้น โลกของเขามีเพียงแค่พ่อ...พ่อที่ทำร้ายเขาระบายอารมณ์ทุกวัน

 

            “เฮ้ย พวกนายดูดิ มันจ้องพวกเราอะ”

 

            เฮือก!

 

            จังหวะนั้นที่ดงแฮต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อหนึ่งในเด็กพวกนั้นสังเกตเห็นเขา จนชี้ชวนให้เพื่อนดู และนั่นก็ทำให้คนอื่นหันมามอง จากนั้น เด็กท่าทางตัวโตกว่าคนอื่นก็หันไปคว้าก้อนหินแถวนั้นที่ทำให้ดงแฮเบิกตากว้าง ต้องรีบก้มหัวหลบเพราะ...

 

            เพล้ง!

 

            “ไอ้เด็กสกปรก อย่ามาจ้องพวกเรานะ”

 

            “ฮึก” ดงแฮทำได้เพียงยกมือปิดหัวตัวเอง ยามที่ข้าวของมากมายลอยละล่องเข้ามากระแทกกับผนังบ้าน บ้างก็ทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามาโดนตัวเขา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าก็ไหลผ่านแก้ม รู้สึกหวาดกลัวปนเปไปกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

 

            กระทั่งพวกนั้นเล่นสนุกพอแล้วก็จากไป เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของร่างน้อยที่เกาะกุมหัวตัวเองมั่น แล้วพอเงยหน้าขึ้น...

 

            “!!!

 

            หมับ

 

            ห่อขนมปังที่ปนมากับก้อนหินทำให้เด็กน้อยเบิกตากว้าง ทั้งยังคลานเข้าไปไม่ต่างจากท่าตะครุบ คว้าขนมปังที่กินแล้วขึ้นมาอย่างหิวโหย

 

            งับ

 

            ดงแฮกัดขนมปังเหลือเข้าไปเต็มคำ ยามใช้อีกมือปาดน้ำตาออกจากหน้า ขณะที่...

 

            ปัง!

 

            “ไปทำงานโว้ยไอ้เด็กเวร!” จู่ๆ เพื่อนของบิดาก็โผล่พรวดเข้ามาในบ้าน ให้คนที่กำลังยัดขนมปังเข้าปากเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ

 

            หมับ

 

            “ไปเร็วสิวะ เดี๋ยวกูก็ฟ้องพ่อมึงหรอก!” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะยัดขนมปังเข้าไปหมดชิ้น อีกฝ่ายก็ตรงเข้ามากระชากแขนจนร่างแทบปลิว และทำให้ขนมปังร่วงลงบนพื้น แบบที่...

 

            แผละ

 

            “ไม่นะ...ไม่...” รองเท้าเก่าโทรมของอีกฝ่ายก็เหยียบลงบนอาหารในรอบสองวันของดงแฮจนไม่เหลือซาก ให้เด็กน้อยได้แต่สะอื้นเบาๆ หากแต่เพื่อนพ่อก็ไม่สนใจ นอกจากกระชากตัวทำเงินออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว มีเพียงเด็กน้อยที่มองขนมปังเละๆ บนพื้นด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ พร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง

 

            เสียงประตูที่บอกว่าชีวิตนรกในวันนี้ของเด็กน้อยที่ชื่อลีดงแฮยังไม่จบ

 

..............................................

 

            “แฮก แฮก แฮก”

 

            ผ่านไปอีกสองปี เด็กน้อยตัวผอมแห้งก็สูงขึ้นอีกนิด หากแต่มีเรี่ยวแรงมากขึ้นจนร่างผอมๆ วิ่งด้วยความเร็วที่ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน ขณะที่สองมือก็กอดห่อผ้าเก่าๆ ไปตามซอกซอย เหลียวกลับไปมองข้างหลังอย่างหวาดระแวงว่าจะมีตำรวจคนไหนตามทัน และการหันหลังกลับไปนั่นแหละที่ทำให้...

 

            พลั่ก

 

            “โอ๊ย ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!” ชนเข้ากับผู้ใหญ่อีกคน จนร่างเล็กๆ ล้มโครม หากแต่สองมือยังไม่ยอมปล่อยจากห่อผ้า เพราะรู้ว่าถ้าปล่อย...เขาตายแน่

 

            “ขอโทษ ขอโทษครับ” ดงแฮเอ่ยรัวเร็ว พยายามจะลุกขึ้นแล้วไปจากตรงนี้ หากแต่...

           

            หมับ

 

            “โอ๊ย!

 

            “มึงไม่เห็นหรือวะว่าทำเสื้อกูเปื้อน!” ผมแห้งกรังถูกกระชากเต็มแรงจนต้องส่งเสียงร้อง ยามที่ผู้ชายตัวใหญ่ก็ตวาดด้วยเสียงโกรธจัด ชี้มายังเสื้อของตัวเอง ให้เด็กน้อยทำได้เพียงเอ่ยขอโทษ แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากห่อผ้า

           

            “กวนตีนกูหรือวะไอ้เหี้ย!” เขาไม่รู้ว่าเขามองผู้ใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตายังไง มันถึงว่าอย่างนั้น จากนั้น...

 

            ผัวะ

 

            หลังมือก็ฟาดเข้าเต็มหน้าขาวจนรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือด หากแต่เวลานี้ดงแฮไม่ร้องไห้อีกแล้ว

 

            เด็กน้อยเรียนรู้แล้วว่าร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เขารู้จากพ่อคือ...เงียบไว้ เงียบกริบให้มากที่สุด

 

            “อวดเก่งหรือวะ!!!” มันสบถ แล้วก็ฟาดมาอีกหมัด ให้ดงแฮกัดฟันจนเลือดซึม หากแต่ไม่ร้องสักแอะ ร่างเล็กๆ ก็ล้มลงบนพื้นถนนสกปรก งอตัวจนแทบเป็นกุ้ง เมื่อฝ่าเท้าหนักๆ กระแทกเข้ากลางซี่โครง แต่สองมือยังกอดห่อผ้าแน่น

 

            ผัวะ! ผัวะ!!

 

            “อึ้ก” แม้ว่าฝ่าเท้าหนักๆ จะกระแทกโดนร่างอีกหลายที ดงแฮก็ทำได้แค่กัดฟันแน่น รับความเจ็บปวดอยู่แบบนั้น กระทั่งมันพอใจ

 

            “ถุย! อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกนะเว้ย!

 

            มันถ่มน้ำลายใส่ ก่อนที่จะจากไปเมื่อกระทืบจนพอใจ ให้เด็กน้อยที่ช้ำไปทั้งตัวค่อยๆ ยันกายขึ้น กุมซี่โครงแน่น แล้วกัดฟันเดินโซซัดโซเซกลับไปยังบ้านเช่าโทรมๆ หลังเดิม

 

            ใช้เวลามากกว่าที่เคย เด็กน้อยก็กลับมาถึงเพื่อเจอกับ...

 

            “มึงหายหัวไปไหนมา!

 

            คนเป็นพ่อที่ตวาดใส่ด้วยความไม่พอใจ ไม่เคยจะถามว่าทำไมเนื้อตัวเขาถึงเปรอะเปื้อนแบบนี้ ไม่สนใจรอยแดงช้ำ บ้างก็เขียว บ้างก็ม่วงบนร่างกาย มีเพียงสองมือที่ตรงเข้ามากระชากห่อผ้าจากมือของเขาไปด้วยแววตาวาวๆ

 

            ความพอใจเพียงแวบ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดเมื่อหันมามองหน้าเขา

 

            “มึงมาช้า วันนี้อดข้าว กลับไปห้องมึงเลยไป๊!

 

            “...”

 

            “อะไร มองกูทำไม เดียะปั๊ด!” แค่พ่อเงื้อมือขึ้น คนที่เพิ่งเสี่ยงตายก็ทำได้เพียงคลานกลับห้องด้วยสีหน้าหวาดกลัว และภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือ...ภาพของบิดาที่กำลังกระดกเหล้า ยามที่มองของในห่อด้วยความพออกพอใจ

 

            ของในห่อที่ดงแฮเรียนรู้ว่ามันคือยาที่คนแถวนี้พร้อมจ่ายเพื่อให้ได้มันมา

 

            หากแต่คนที่เสี่ยงชีวิตอย่างเขา...ไม่เคยได้รับอะไรตอบแทนเลย

 

          เมื่อไหร่จะตายสักทีนะ

 

            คำถามที่เด็กน้อยเฝ้าถามตัวเองทุกวัน ขณะที่ทำได้เพียงทิ้งตัวลงบนที่นอนเก่าๆ ขดตัว แล้วหลับตาลงเพื่อหลีกหนีจากความจริงอันโหดร้าย

 

.................................................

 

        ต่อค่ะ

 

            “เฮ้ย ซวยแล้วมึง พวกผู้ใหญ่เขาสงสัยแล้วว่าพวกเราขายยา”

 

            “ซวยเซยอะไร๊ ไอ้พวกใส่สูททำตัวโก้มันไม่สนใจเศษขยะอย่างพวกเราหรอก แค่ยานิดๆ หน่อยๆ ก็เงียบๆ กันไปสิวะ”

 

            วันหนึ่งดงแฮแอบได้ยินพ่อคุยกับเพื่อน ซึ่งทำให้เขาสงสัย

 

          พวกใส่สูทคือใคร

 

            “เฮ้ย แต่กูได้ยินว่าพวกนั้นเกลียดยานะเว้ย”

 

            “ถุย! กูไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันไม่เล่น โห เก็บไว้เล่นเองขายเองน่ะสิ ถึงไม่ยอมให้คนอื่นรวยบ้าง ไม่รู้เว้ย กูไม่เลิก ให้ตายกูก็ไม่เลิก ถ้าเลิก กูจะเอาเงินที่ไหนมากินเหล้า ถ้ามึงป๊อดนัก มึงก็เลิกสิวะ กูมีแค่ไอ้ดงแฮเป็นเด็กส่งยาก็พอแล้ว”

 

            “ไอ้เหี้ย ทิ้งกันงี้เลยนะ...ว่าแต่ ไอ้เด็กนั่นแม่งก็เก่ง กูนึกว่าจะตายตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว”

 

            “เออ กูยังเสียดายไม่หาย ถ้าตอนนั้นไอ้ดงแฮแม่งตายห่าไปให้จบๆ คงได้เงินก้อนโตสบายกันไปแล้ว”

 

            คนแอบฟังทำได้เพียงกำมือแน่น เมื่อฟังเสียงของพ่อที่กำลังไล่เขาไปตาย พลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนที่เขาวิ่งตัดหน้ารถแล้วพลาดถูกชนจริงๆ ทั้งพ่อทั้งเพื่อนพ่อต่างไปโวยวายคนขับที่เป็นคนมีหน้ามีตา แต่เขาดันไม่ตาย พวกนั้นก็เลยให้แค่เงินมาจำนวนหนึ่ง ขณะที่เขาเจ็บแทบตาย แต่ต้องมารองรับอารมณ์พ่อที่ถามว่าทำไมมึงไม่ตายๆ ไปให้พ้นๆ

 

            วันนั้นก็ทำให้ดงแฮยิ่งถามตัวเองว่าแล้วเมื่อไหร่เขาจะหลับไม่ตื่นสักที

 

            และวันนี้เขาก็รู้แล้วว่าพ่อไม่เคยมองเขาเป็นลูก เขามันแค่ตัวทำเงินที่เลี้ยงไว้ใช้งาน หากแต่เด็กน้อยวัยสิบขวบเศษไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะทำยังไง

 

            ดงแฮไม่เคยไปโรงเรียน ไม่มีความรู้ โลกของเขามีเพียงคนเพียงคนเดียว...พ่อ

 

            ไม่มีพ่อ เขาก็คงตาย ดงแฮเลยถามว่า...เมื่อไหร่พ่อจะตายๆ ไปสักที

 

.................................................

 

            “มึงพลาดหรือวะ กูถามว่ามึงพลาดหรือวะไอ้เหี้ย!!!

 

            มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ในบ้านพักเก่าโทรมจะมีเสียงทุบตีและเสียงด่าทอ หากแต่วันนี้มันรุนแรงกว่าทุกวัน เมื่อดงแฮเพิ่งจะพลาดท่าให้กับผู้ชายตัวโตๆ หลายคนเอายาที่เขาต้องไปส่งตามที่พ่อบอกไป แถมยังถูกซ้อม พอกลับมาบ้านก็ถูกคนที่ได้ชื่อว่าพ่อขยุ้มคอจนหายใจแทบไม่ออก

 

            “ขอโทษ...ผมขอโทษ...”

 

            เด็กน้อยร้องบอก ทั้งที่ดวงตาที่มองคนเป็นพ่อมีเพียงความสิ้นหวังและเกลียดชัง แววตาที่คนถูกมองก็ยิ่งบีบคอที่แสนบอบบางแน่นกว่าเดิม

 

            “ไอ้เหี้ยเอ๊ย ถ้าพวกมันรู้ล่ะก็ ชีวิตกูจบแน่ ไอ้เด็กเวร!!!

 

            ผัวะ

 

            กำปั้นที่คุ้นเคยกระแทกเข้ากลางหน้า ขณะที่คนพูดเองก็คงดื่มไปมากจนขาดสติ เพราะพ่อกำลังเริ่มต้นซ้อมเขาระบายอารมณ์อีกแล้ว

 

            “ไอ้ลูกเวร ไอ้ลูกชั่ว! ไอ้ลูกไร้ประโยชน์!

 

            ผัวะ ผัวะ...โครม!

 

            ร่างน้อยๆ ถูกซัดไปกระแทกผนังห้องไม่ต่างจากกระสอบทราย แบบที่ดงแฮเองก็รู้สึกว่าภาพกำลังมืดลง สติเขากำลังจะเลือนราง ยามที่พ่อย่างสามขุมมาเพื่อกระทืบเขาพร้อมกับด่าทอที่ฟังจนฝังลึกอยู่ในใจ

 

            ความเจ็บปวดเริ่มเปลี่ยนเป็นความชา

 

            ดงแฮเริ่มไม่รับรู้อะไร รู้เพียงว่าความตายที่เขาต้องการกำลังเข้ามาเยือนช้าๆ

 

          จะไม่ต้องเจ็บอีกแล้วใช่มั้ย ดีจังเลย....

 

            ปัง!!!

 

            “เฮ้ย! พวกมึงเป็นใคร เข้ามาบ้านกูทำไมวะ!

 

            ท่ามกลางสติที่เลือนราง เด็กน้อยพยายามฝืนปรือตาขึ้นมา จนเห็นว่าประตูบ้านถูกพัง แล้วผู้ชายหลายคนก็กรูกันเข้ามาล้อมพ่อ จากนั้นก็แหวกทางให้กับใครคนหนึ่งก้าวเข้ามา

 

            ใครคนหนึ่งที่เพียงเห็นดงแฮก็ถามตัวเอง

 

          ยมทูตมีจริงมั้ย

 

            เรื่องเล่าที่เคยได้ยินคนข้างบ้านเล่าให้ลูกฟังทำให้ดงแฮมองฝ่าเลือดที่ไหลเข้าตาไปยังผู้ชายเจ้าของเงามืดใหญ่ยักษ์ที่เพียงปรากฏตัว ก็ราวกับว่าความมืดกำลังเข้ากลืนกินทุกคน ผู้ชายที่ดูดีที่สุดที่ดงแฮเคยเห็นมา

 

            เขาแต่งตัวด้วยชุดที่พ่อเรียกว่าสูทโก้ๆ มันสะอาดและดูหรูหราไปทั้งตัว เข้ากับร่างสูงใหญ่และใบหน้าเรียบนิ่งที่กำลังมองพ่อเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ

 

            “มะ...มึงเป็นใคร!” เสียงของพ่อดังมาจากที่ไกลๆ ขณะที่เสียงของผู้ชายคนนั้นสะท้อนก้องในหัวของเด็กน้อย

 

            “แกรู้ว่าฉันเป็นใคร คนของฉันเตือนแกหลายรอบแล้วว่าฉันไม่ต้องการยา”

 

            “มะ...ไม่ กูไม่ได้ขายยา ออกไปนะไอ้เวรเอ๊ย!

 

            ผู้ชายคนนั้นมองด้วยสายตาเย็นเยียบ แต่ดงแฮเริ่มไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว เขาเห็นเพียงภาพของพ่อที่โต้เถียงและดูถูก จนพุ่งเข้าใส่ผู้ชายคนนั้น และเป็นครั้งแรกที่ดงแฮเห็นพ่อถูกซัดจนกระเด็น และเป็นวันแรกเหมือนกันที่เขาเพิ่งรู้ว่าพ่อไม่ได้คุมโลกทั้งใบอย่างที่เด็กน้อยคิดมาตลอด

 

            พ่อสู้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เลย

 

            คนที่กำลังควักปืนขึ้นมาจ่อกลางหน้าผากพ่อ แล้วเขาก็ได้เห็นพ่อตัวสั่นงันงกอยู่แทบเท้า

 

            ตอนนั้นดงแฮไม่รู้ว่าทำไมเขาละสายตาจากผู้ชายคนนี้ไม่ได้ แม้กระทั่งวินาทีที่ปลายนิ้วขยับและลั่นไก

 

            ปัง!

 

            เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับสมองของคนที่ได้ชื่อว่าพ่อที่กระจุยกระจาย

 

            ทั้งที่พ่อกำลังตาย แต่ดงแฮกำลังยกยิ้มช้าๆ

 

          พ่อ...ไม่สิ ปีศาจตายแล้ว...และเขาก็กำลังจะตายแล้ว...ดีจัง..จะได้ไม่ต้องเจ็บต้องปวดอีกแล้ว

 

            “นายครับ เอาไงกับเด็กนี่”

 

            ดงแฮรู้สึกถึงแรงดึงที่หลังคอ จนเขาขยับเงยหน้ามาสบตากับผู้ชายคนนั้นที่หันมามอง คนที่กำลังก้มตัวมองเขา จนได้แต่ขยับปาก

 

            “ขอบ...คุณ...ที่ฆ่า...ปีศาจ...ให้...ผม...” เด็กน้อยว่าราวเสียงกระซิบ แล้วบอกอีกเสียงแผ่ว

 

          “แล้วคุณยม...ทูต...ฆ่าผมด้วย...นะ...”

 

            คำร้องขอของเด็กวัยสิบขวบเศษที่กำลังขอความตาย ทำให้อีกฝ่ายชะงัก มองรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจของเด็กตรงหน้า แล้วยกปืนมาจ่อหน้าผาก ทว่านั่นไม่ทำให้เด็กคนนี้กลัวเลยสักนิด นอกจากมุมปากแตกช้ำกำลังยกสูงขึ้น และหลับตา

 

            “ขอบ...คุณ...ฮะ...” ดงแฮว่าเสียงเท่านั้น รอความตายที่ทำให้เขาไม่ต้องหายใจต่อไปแล้ว แต่...

 

            หมับ

 

          “ถ้านายไม่ต้องการชีวิตของนาย นายก็จงใช้ชีวิตอยู่เพื่อฉัน”

 

            เด็กน้อยลืมตาอีกครั้ง เมื่อปลายกระบอกปืนถูกดึงออกไปจากหน้าผาก จนได้มองเข้าไปในดวงตาแสนสวยของคุณยมทูต แล้วจู่ๆ เด็กน้อยที่ไม่เคยมีจุดหมายในการใช้ชีวิตก็กำลังปล่อยน้ำตาออกมาช้าๆ มองคนที่กำลังมอบชีวิตใหม่ให้กับเขา

 

            คนที่ลูบหัวเขาและร้องขอชีวิตของเขาไป

 

            “จำไว้ ถ้าไม่อยากให้ปีศาจกัดกินนาย นายต้องเป็นคนฆ่าปีศาจก่อน”

 

            ผู้ชายตรงหน้าบอก ก่อนที่จะดึงมือออกไป และนั่นก็ทำให้เด็กที่ไม่ยอมร้องไห้มาหลายปี...ปล่อยโฮ

 

            เสียงร้องไห้โฮที่บ่งบอกว่าดงแฮยังมีชีวิต เขายังมีชีวิตอยู่ และปีศาจที่ทำร้ายเขาได้ตายจากไปแล้ว

 

            วินาทีนั้น ดงแฮก็รู้ว่าเขายังไม่อยากตาย เขายังอยากมีชีวิตอยู่ และคนตรงหน้ามอบความหมายของการมีชีวิตให้กับเขา

 

            วินาทีนั้น ดงแฮก็มอบชีวิตให้กับคนที่ฆ่าปีศาจในชีวิตและในหัวใจของเขาให้

 

            คุณคิบอม...เป็นคนเดียวที่บอกให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ

 

            คุณคิบอมคือทุกอย่างของลีดงแฮ

 

..........................................................

 

            ปิ๊บ...ปิ๊บ...ปิ๊บ...

 

            ภายในห้องห้องหนึ่ง ร่างบนเตียงสีขาวสะอาดกำลังลืมตาขึ้นมาช้าๆ มองฝ้าแสงจ้าจนเห็นเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย

 

            เขา...ตายแล้วหรือ

 

            ความคิดที่ดงแฮถามตัวเอง ยามที่ปล่อยให้สมองคิดถึงความทรงจำสุดท้าย

 

            ความทรงจำที่ไม่ใช่การถูกยิงสดๆ ร้อนๆ หากแต่เป็นความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อน

 

            คุณคิบอม...เจ้านาย

 

            ความคิดที่ทำให้ใบหน้าหันไปมองด้านข้างช้าๆ แล้วเขาก็ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อใครคนนั้นกำลังยืนอยู่ข้างเตียง

 

            คนที่มองตรงมาที่เขา ยื่นมือมาสัมผัสที่ศีรษะเหมือนในวันวาน

 

             “ฟื้นแล้วหรือดงแฮ”

 

            คนที่ถามเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หากแต่แฝงด้วยความห่วงใย จนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกรู้สึกถึงน้ำตาที่กำลังไหลลงมา และเอ่ยได้เพียง...

 

            “คุณ...คิบอม...”

 

            คนเดียวที่เป็นจุดหมายของการมีชีวิตอยู่ของดงแฮ คนที่เรียกเขาให้ฟื้นขึ้นมาจากความตายอีกครั้ง

 

            และเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีที่ลีดงแฮร้องไห้เหมือนเด็กสิบขวบอีกครั้งหนึ่ง...ร้องไห้ต่อหน้าผู้เป็นนายเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

.........................................

 

            ครบค่ะ ตอนนี้นี่เมย์ไม่รู้จะดีใจที่ทำให้อินได้ หรือเสียใจที่มันโหดเกินจนไม่น่าอ่านกันแน่อะเนอะ คือเมย์เองก็เขียนไปร้องไห้ไปนะเออ ไมได้โรคจิตขนาดเขียนไปหัวเราะร่า ฉันได้ทำร้ายชีวิตเฮอะไรแบบนั้น สงสารสุดๆ เลยล่ะจ้า เป็นอีกหลายเหตุผลที่ถามตัวเองว่า...แล้วฉันจะเขียนแอคชั่นดราม่าตะมาย ไปเขียนสดใสกรุ๊งกริ๊งไร้พิษภัยทางอารมณ์ไม่ดีกว่าหรือ T^T

            ส่วนที่ทำไมต้องโหดอย่างนี้ก็เพราะมันคือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของเฮค่ะ ทำไมเฮถึงยอมให้หมดทั้งตัวทั้งใจ เพราะว่าบอมเป็นคนที่ดึงเขาขึ้นมาจากขุมนรกจริงๆ ขึ้นมายังพื้นโลกและหายใจได้ทัดเทียมกับคนทั่วไป นั่นแหละเนอะ และเจ้านายเขาก็กำลังรู้แล้วว่าความเอ็นดูเด็กที่อยากตายในวันนั้นมันเปลี่ยนไปเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าแล้ว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

221 ความคิดเห็น

  1. #9483 0915405263 (@0915405263) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 21:53
    ฮือออ!!!!ซึ้งอะ
    #9483
    0
  2. #8999 pingponglovelove (@pingponglovelove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:57
    ทำเอาน้ำตาซึมม
    #8999
    0
  3. #7625 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 23:25
    ซึ้งเลยอ่ะ ฮืออออออ
    #7625
    0
  4. #6883 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 15:28
    ชีวิตเฮน่าสงสารมากอ่ะ เป็นบอมที่ฉุดเฮขึ้รมาจากขุมนรกนั่นจริงๆ ไม่แปลกที่เฮจะซื่อสัตย์จงรักภักดีกับบอมขนาดนี้
    #6883
    0
  5. #6704 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 07:04
    โอ้ยยยยยย ด๊องเอ๊ยยยยยยยย
    #6704
    0
  6. #6363 Jumko_Jobo (@pujung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 23:18
    อ่านชีวิตเฮแล้วแบบ...รู้สึกว่าเออเราโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาไม่เจอแบบนั้น...สะเทือนใจจริงๆร้องไห้เลยอ่ะ
    #6363
    0
  7. #5719 Rung 'Rainbow (@rungrainnbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 02:02
    งานเสียน้ำตาก็มา ???? สะเทือนใจอ่ะ
    #5719
    0
  8. #5642 2568 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 11:03
    คือชีวิตเฮนี่มันแบบ โหดร้ายต่อเด็อายุแค่นั้นจริงๆอ่ะ มีพ่อ พ่อก้ชั่ว ไม่ต้องการลูก แถมใช้ลูกในการหาเงิน สุดๆเลยอ่ะ คือแบบเจ็บปวดมากอ่ะ สงสารเฮมาก แต่คือตอนนี้อย่างน้อยยังมีเจ้านายที่ยังไม่ต้องการให้เฮตายอ่ะนะ
    #5642
    0
  9. #5583 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 15:40
    ชีวิตเฮเจ็บปวดอะไรเบอร์นั้น
    #5583
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #5304 찬카이 (@kino-sara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 08:58
    น้ำตาไหลเลยค่ะตอนที่เฮขอให้คิบอมฆ่าตัวเอง ??? ดีใจที่ในที่สุดเฮก็ฟื้น
    #5304
    0
  13. #4960 คิม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 00:47
    สงสารดงแฮจริงๆ น้ำตาซึมเลยค่ะ
    #4960
    0
  14. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:37
    ตอนอ่าน(รอบที่อ่าน) ร้องไห้กับประวัติของดงแฮเลยนะ คืออินมากๆ
    #4554
    0
  15. #4206 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 14:32
    สงสารด๊องงงงงงง
    #4206
    0
  16. #3846 Redberrylips (@redberrylips) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 03:27
    โอ้ย ชอบ ชอบ ชอบ ชอบ อินมาก โอ้ยยยย อินมากกกกก 
    #3846
    0
  17. #3179 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 00:54
    ชีวิตพี่ทงโคตรน่าสงสารอะ เกือบร้องไห้
    บอมเป็นเหมือนแสงสว่างให้เฮอยากมีชีวิตต่อ
    ขอบคุณบอมที่ไว้ชีวิตเฮจิงๆ TT^TT
    #3179
    0
  18. #2551 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 17:46
    ปีศาจ! ปีศาจชัดๆ ขอบคุณบอมจริงๆที่ช่วยฆ่าพ่อของเฮ (จะว่าไปเฮกับฮยอกนี่แตกต่างกันเนอะ คนหนึ่งโกรธเกลียดคนที่ฆ่าพ่อของตัวเอง แต่อีกคนกลับรัก ภักดี และขอบคุณที่ฆ่าพ่อของตัวเอง) แต่เล่นซะสมองกระจุยกระจายนี่โหดจริงๆนะ แต่ก็สมควรแล้วแหละ หรืออาจจะน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับดงเฮที่ต้องมีชีวิตแบบไม่ต่างจากตายทั้งเป็นมาตั้งกี่ปี แค่นัดเดียวตายมันง่ายไปไหมนะ
    // พี่เมย์เขียนผิดไปตัวนึงล่ะ ตรงบรรทัดที่ว่า "การกระทำในคืนนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ดงเฮจะนิ่งจนเหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก แต่เรื่องความภักดีไม่เป็นสอง'รอบ'ใคร" ที่จริงมันต้องรองใช่ไหมคะ? (ตัวเดียวฟาก็ทักอ่ะ)
    #2551
    0
  19. #2480 Mame_add (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 13:09
    ตอนนี้ อิน กับน้องเฮมาก อ่านไป น้ำตาไหลไป ตะเตือนใต มากๆ
    #2480
    0
  20. #2378 ' b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 17:08
    โอเคเลย ขอบคุณนายด้วยเหมือนกันที่ฆ่าปีศาจ ขอบคุณที่นายเอ็นดูเด็กน้อยซื่อๆใสๆ ขอบคุณที่มีชีวิตรอดกลับมาอีกครั้งนะ
    #2378
    0
  21. #2252 micccy (@miccccy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 23:20
    บางทีหนูก็คิดว่าหนูต้องอินขนาดอ่านไปปาดน้ำตาไปไหมทงเฮน่าสงสารมากๆฮือออออออออออไม่ว่าจะเรื่องพ่อหรือเรื่องของตัวเอง คุณคิบอมอย่าทิ้งทงทงนะคะทงทงน่ารักเรารักทงทง
    #2252
    0
  22. #2235 Shinreii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 15:57
    ไม่เคยคิดจะอ่านเรื่องนี้เลย แต่ดันไปอ่านเพราะไม่มีไรทำ กลับกลายเป็นต้องอ่านทุกๆตอนจนถึงตอนนี้ ทำไมรุ้สึกว่าชีวิตดงแฮมันเศร้าจัง อ่านไปร้องไป ไม่ร้องธรรมดาด้วย ขั้นสะอื้น ขอให้ตัวละครตัวนี้พบสิ่งที่สุดใส



    ปล.เขียนดีมากเลยคะพี่เมย์ 😭
    #2235
    0
  23. #2118 ~..K_minhae..~ (@dear_kaew) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 19:54
    บอมมอบโอกาสให้ด๊องมากจริงๆ ก็ไม่แปลกใจเลยที่ด๊องจะให้บอมได้ทั้งชีวิต
    #2118
    0
  24. #2115 toie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 11:06
    ทำไมเรื่องนี้มันดาร์คจังเลย สงสารรรรรดงเฮ
    #2115
    0
  25. #1853 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 00:09
    ถ้าชีวิตเฮจะขนาดนี้ สงสารเฮฮฮ
    #1853
    0