[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,183 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,204

    Overall
    672,183

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 169 ครั้ง
    26 มิ.ย. 58



ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง

 

 

 

            สองปีหลังจากนั้น...

 

            ในเวลาที่ท้องฟ้ามืดมิด ไร้แม้กระทั่งแสงเงาจันทร์ ซึ่งควรจะเป็นเวลาพักผ่อนของคนส่วนใหญ่ ภายในโกดังขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งกำลังมีกลุ่มหนึ่งที่ไม่หลับไม่นอน หากแต่กำลังเร่งรีบทำงาน ภายใต้การควบคุมของผู้ชายในชุดสีดำสนิทที่มีสีหน้า...ไร้ความรู้สึก

 

            “เร่งมือมากกว่านี้ งานนี้ต้องเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง”

 

            “ครับ คุณดงแฮ!

 

            เพียงแค่ชายผู้นั้นสั่ง ผู้ชายร่างสูงใหญ่นับสิบคนก็เร่งมือทำงานอย่างแข็งขัน อย่างไม่กล้าอู้เพราะรู้ว่าคุณดงแฮอาจจะเป็นคนอารมณ์เย็น แต่ถ้าทำงานพลาด...ผู้ชายคนนี้โหดเหี้ยมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

            “นั่นหรือวะคุณดงแฮ กูเพิ่งเคยเห็นตัวจริง เด็กกว่าที่คิดเอาไว้โขเลย”

 

            ขณะที่มีกลุ่มคนที่ทำงานอย่างแข็งขัน ก็ยังมีพวกคนที่เคลือบแคลงสงสัยว่าผู้ชายที่รูปร่างก็ไม่ได้สูงใหญ่น่ากลัว อีกทั้งยังมีใบหน้าเรียบเนียนราวกับเด็กมหาวิทยาลัยคนนั้นจะเป็นคนที่ใครๆ ต่างให้ความนับถือ

 

            “เออ กูก็ว่างั้น ได้ยินแต่ละเรื่องมีแต่สุดยอดๆ ทั้งนั้น แต่ไหงกลายเป็นเด็กแบบนี้วะ” เพื่อนอีกคนกระซิบตอบ ยามที่แอบอู้ จนอีกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เหลือบตาไปมองคนที่ยืนกอดอก มองการถ่ายสินค้าจากเรือลำใหญ่ด้วยแววตาเรียบนิ่ง

 

            “กูได้ยินมาว่าคุณดงแฮใช้เวลาแค่สองปี ไต่จากลูกน้องปลายแถวมาเป็นมือขวาของนาย แต่พอเห็นตัวจริงแล้วกูว่า...เส้นคุณคังอินหรือเปล่าวะ” อีกคนกระซิบกระซาบอย่างอยากรู้อยากเห็นพอกัน เพราะเรื่องราวที่ราวกับเป็นตำนานของผู้ชายหน้าเด็กคนนั้นเลื่องลือไปไกล

 

            ทั้งเป็นนักซุ่มยิงที่แม้อยู่ไกลแค่ไหนก็มอบกระสุนปลิดขั้วหัวใจได้อย่างแม่นยำ

 

            ทั้งเป็นนักฆ่าที่ลอบเข้าแก๊งมาเฟียฮ่องกงแล้วถล่มแก๊งจนราบคาบ

 

            ทั้งความสามารถด้านเจรจาที่เคยทำให้ปัญหาระหว่างแก๊งเงียบลงได้

 

            ไหนจะเรื่องราวอีกมากมายที่เล่าแล้วแต่งแต้มเติมสีจนคุณดงแฮกลายเป็นบุคคลที่มีคนอยากติดตามมากที่สุด

 

            ทว่า ทุกคนรู้ดีว่าคุณดงแฮทำงานคนเดียว และรับคำสั่งโดยตรงจากนายใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ก็มีเสียงเล่าลือว่าเมื่อหลายปีก่อน คนที่ชุบเลี้ยงและเอาคุณดงแฮมาเป็นลูกน้องคือคุณคังอิน...อดีตมือขวาของนาย...ที่ตอนนี้ผันตัวเองไปจัดการงานในออฟฟิศมากกว่าจะคุมคนเช่นแต่ก่อน

 

            มันจึงมีข่าวลือออกมาว่าเพราะคุณคังอินถอนตัว เจ้านายจึงเอาคนที่เหมือนน้องชายคุณคังอินมาแทนที่

 

            ข่าวลือที่พอมาเห็นตัวจริงก็มีหลายคนปักใจเชื่อ

 

            “ที่แท้ก็ไม่ได้แน่จริงนี่หว่า เส้นสายล้วนๆ งั้นถ้ากูไปเลียถูกคน อีกหน่อยกูอาจจะยืนคุมมึงก็ได้นะ” คนฟังว่าอย่างอวดเก่ง ซึ่งอีกคนก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยว่าเงาหนึ่งกำลังขยับมาด้านหลัง

 

            หมับ

 

            โครม

 

            “โอ๊ย!

 

            ยังไม่ทันที่จะมีใครตั้งตัว จู่ๆ ร่างของสองหนุ่มที่กำลังคึกคะนองก็ถูกจับข้อมือแล้วถูกแรงมหาศาลบิดจนหัวไหล่แทบหลุด อีกทั้งยังถูกกดจนล้มโครมลงไปกองกับพื้น โดยที่ข้อมือคนละข้างตกอยู่ใต้ฝ่ามือเล็ก หากแต่...ไม่บอบบาง

 

            “โอ๊ย คุณดงแฮผมเจ็บ ไหล่ผม ไหล่ผม” คนหนึ่งร้องโหยหวน ขณะที่อีกคนก็พยายามดิ้นหนี จนสัมผัสได้ว่ายิ่งดิ้น โอกาสที่ไหล่หลุดก็มากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

            “รู้ใช่มั้ยว่าที่นี่ไม่ได้ใช้ปากทำงาน” เสียงทุ้ม หากแต่ก้องกังวานดังจากปากของคนที่ยังตีหน้าเรียบ

 

            “ระ...รู้ครับ ผมรู้แล้ว” แววตาเย็นเยียบที่จ้องมองมา ทำให้ชายร่างสูงถึงกับตาหูเหลือก

 

            ถ้าปากไม่จำเป็น...ก็แค่ตัดทิ้ง

 

            ท่าทางหวาดกลัวที่ทำให้คนมองเพียงว่าต่อ

 

            “พวกแกจะเห่าหอนอะไรเกี่ยวกับฉัน ฉันไม่ว่า แต่ถ้าคิดมากินแรงคนอื่น...ร่างกายพวกนี้คงไม่จำเป็น”

 

            ฟึ่บ

 

            “อ๊ากกกก”

 

            “หุบปาก!!!

 

            “...”

 

            ดงแฮออกแรงกดฝ่ามือลงไปอีกหน่อย ผู้ชายทั้งสองก็แหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด จนคนหน้าเด็กตวาดเสียงเย็น จนทั้งสองหุบปากลงด้วยความกลัว เหงื่อเม็ดใหญ่ก็ไหลซึมจนเปียกชื้นไปทั้งแผ่นหลัง ไม่กล้าแม้จะจับจ้องแววตาดุจดั่งมัจจุราชที่กำลังทอดมองมา

 

            “...”

 

            ความเงียบดั่งอสุรกายร้ายกัดกินหัวใจของผู้ชายทั้งสอง ยามที่รับรู้ได้ถึงความน่าหวาดหวั่นของผู้ชายที่พวกเขานึกปรามาส

 

            ดั่งความตายที่กำลังก้าวเข้ามาเงียบๆ

 

            ฟึ่บ

 

            โครม!

 

            แต่แล้ว มัจจุราชกลับปล่อยมือ จนร่างที่ถูกบิดแขนจนเกือบหลุดทิ้งตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด หากแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยแหกปากร้อง รับรู้เพียงส้นรองเท้าขัดมันที่เหยียบลงบนหัวไหล่

 

            “อึ้ก!

 

            “ถ้าฉันไม่เห็นว่างานนี้นายเร่งมา ฉันคงไม่เอาพวกแกไว้...กลับไปทำงาน” ดงแฮว่าเพียงเท่านั้น คนสองคนที่กำลังเจ็บไปทั้งหัวไหล่ก็กุลีกุจอลุกขึ้น แล้วพุ่งตรงกลับไปทำงานอย่างไม่กล้าแม้จะมีปากเสียงว่ากำลังบาดเจ็บ

 

            ภาพที่ดงแฮมองนิ่ง แล้วก็หันไปหาลูกน้องอีกคน

 

            “เสร็จงานนี้ ให้คนที่ดูแลพวกมันมาหาฉัน” ชายหนุ่มว่าเช่นนั้น แบบที่คนรับคำสั่งก็รับคำอย่างแข็งขัน

 

            “ครับคุณดงแฮ!

 

            เวลานี้ลีดงแฮไม่ใช่ลีดงแฮลูกน้องปลายแถวเช่นสองปีก่อนอีกต่อไป

 

...........................................................

 

            “ได้ข่าวว่าโชว์โหดอีกแล้วหรือดงแฮ”

 

            ทันทีที่ดงแฮก้าวเข้ามาในห้องทำงานบนตึกสูงระฟ้า คนที่กำลังจัดเตรียมเอกสารอยู่ตรงส่วนโซฟารับแขกก็เอ่ยปากทัก จนร่างในชุดสีดำหันกลับไปทำความเคารพ

 

            “สวัสดียามเย็นครับพี่คังอิน”

 

            “เดี๋ยวนี้เป็นทางการตลอดเลยนะ” คังอินว่าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ยามมองเด็กที่เขาปั้นมากับมือ

 

            ลีดงแฮ...ผู้ชายที่มีใบหน้าติดหวานด้วยดวงตากลมโต คิ้วเข้ม จมูกโด่งและริมฝีปากสีสด ล้อมรอบด้วยเส้นผมสีดำสนิท หากแต่ความน่ามองเหล่านั้นกลับถูกเปลือกของความเย็นชาห่อหุ้มเอาไว้อย่างมิดชิดจนความหวานแปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็ง แกร่งกล้า และหนักแน่นจนไม่มีใครทำลายลงง่ายๆ ขณะที่รูปร่างเพรียวหากแต่มีกล้ามเนื้อก็ยิ่งทำให้ยากจะตัดสินว่าผู้ชายคนนี้ดูไร้พิษภัย หรือแท้จริงมีพิษร้ายอยู่รอบด้าน

 

            “ครับ” ดงแฮเองก็ตอบเพียงคำเดียว ให้ผู้ชายวัยสี่สิบผู้มากประสบการณ์ทั้งบู๋และบุ๋นส่ายหน้า

 

            “ทั้งที่เมื่อก่อนน่ารักแท้ๆ เลยนะ”

 

            “ความน่ารักไม่จำเป็นสำหรับช่วยงานนายนี่ครับ” คนฟังเองก็ตอบกลับทันควัน ให้คังอินถอนหายใจอีกเฮือก

 

            ตั้งแต่ดงแฮฟื้นขึ้นมาจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน เด็กคนนี้ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

            จากเด็กสิบแปดที่ยังทำอะไรไม่ค่อยเป็น ทำได้เพียงก้าวตามหลังลูกพี่อย่างเขากลับเติบใหญ่อย่างก้าวกระโดดด้วยเวลาเพียงสองปี และคังอินรู้ดีว่าอะไรคือแรงผลักดัน

 

            ดงแฮคิดเพียงประโยชน์ของผู้เป็นนาย

 

            “คังอินเขาว่าขนาดนี้แล้วก็ช่วยทำตัวน่ารักให้เห็นหน่อยสิ”

 

            ขณะเดียวกัน คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ก็เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จนดงแฮต้องหันไปมอง...คุณคิบอม

 

            ผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเต็มยศผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้...ผู้ชายผู้เป็นเจ้าของใบหน้าแข็งแกร่งและคมคาย ซึ่งโดดเด่นด้วยดวงตาคมปลาบราวกับตาเหยี่ยว คนที่เพียงจ้องมองไปทางไหนก็มักจะสร้างความหวาดกลัวให้ผู้ที่ถูกจ้องมอง แต่สำหรับคนใกล้ชิดแล้วย่อมรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของนายอาจจะดูเป็นคนน่ากลัว แต่เจ้านายของพวกเขาก็แฝงไว้ด้วยความเมตตา

 

            ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดนายใหญ่จึงทำงานด้วยความภักดี

 

            และตอนนี้นายใหญ่คนนั้นก็กำลังบอกให้มือขวาวัยยี่สิบทำตัวน่ารัก จนดงแฮขมวดคิ้วจนแทบเป็นโบ

 

            “ถ้านายว่าอย่างนั้น...แต่ผมไม่รู้ว่าต้องทำตัวน่ารักยังไง” ดงแฮตอบคำถามด้วยท่าทางจริงจัง ให้คนฟังแค่ส่ายหัว

 

            “คงหมดหวังแล้วล่ะคังอิน” คิบอมว่าด้วยน้ำเสียงขบขัน ให้ที่ปรึกษาหนุ่มใหญ่หัวเราะตาม

 

            “นั่นสินะครับ ทั้งที่เมื่อก่อนร้องไห้เพราะห่วงนายแท้ๆ”

 

            “เพราะตอนนั้นผมมันอ่อนแอ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าน้ำตาของผมไม่ได้ทำให้ผมปกป้องนายได้”

 

            กึก

 

            แต่แล้ว เสียงหยอกล้อก็ต้องหยุดลง เมื่อคนถูกหยอกว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ในดวงตาก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นยามที่สบตากับนายใหญ่

 

................................................

 

         ต่อค่ะ

 

            ความมุ่งมั่นที่พร้อมจะมอบกายถวายชีวิตให้กับคิมคิบอม ซึ่งชายหนุ่มก็รับรู้มาตลอดสองปีที่ผ่านมา

 

            คิบอมอาจจะมีลูกน้องในอาณาจักรแห่งนี้มากมาย ทั้งลูกน้องเก่าที่ได้รับส่งต่อมาจากบิดาอย่างคังอิน หรือลูกน้องหน้าใหม่ที่เขาเป็นคนชุบเลี้ยงอย่างดงแฮ แต่ไม่มีใครเลยที่ชายหนุ่มวัยสามสิบคนนี้สัมผัสได้ถึงความทุ่มเทเท่ากับเด็กคนนี้

 

            ดงแฮอาจจะไม่ใช่เพชรน้ำงาม หากแต่เป็นก้อนกรวดไร้ค่าในวันที่เขาได้เจอ แต่ก้อนกรวดก้อนนี้กลับเปล่งประกายได้ยิ่งกว่าที่ใครๆ คิด

 

            ใครจะเชื่อว่าเด็กอายุสิบแปดกล้าฝ่าดงกระสุนเพื่อช่วยเขามานับครั้งไม่ถ้วน

 

            ดงแฮไม่ห่วงชีวิตตัวเอง คำที่เด็กคนนี้ ไม่สิ คิบอมไม่เห็นว่าดงแฮเป็นเด็กมาพักใหญ่ๆ แล้ว...ผู้ชายคนนี้บอกเสมอ...ชีวิตของผมมีไว้เพื่อเจ้านาย

 

          หึๆ บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่านี่เลี้ยงคนหรือเลี้ยงหมาเอาไว้กันแน่

 

            ร่างสูงหัวเราะในลำคอ มองคนที่ยังยืนไพล่หลังรอฟังคำสั่ง ซึ่งต่อให้เขาไล่ไปตายก็คงไป

 

            “ช่างเถอะ ตรวจสอบของที่ส่งมาหรือยัง”

 

            “ครับนาย ของทุกอย่างตรงตามที่มันตกลงเอาไว้” ร่างเพรียวว่าพลางวางเอกสารลงบนโต๊ะของเจ้านายที่รับมาเปิดผ่านๆ

 

            “ดี งั้นคืนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ” คิบอมพยักหน้ารับ พลางส่งเอกสารต่อให้คังอินที่ลุกมารับไปจัดการต่อ

 

            คำที่หากเป็นคนอื่นได้ยินคงรับคำแทบจะทันทีทันใด แต่สำหรับดงแฮแล้ว เจ้าตัวกลับมีสีหน้าต่อต้านขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง จนคังอินที่ลอบมองอยู่ถอนหายใจ

 

            “เจ้านายให้ไปพักก็ไป อดนอนตายขึ้นมาก็เป็นแค่ศพไร้ประโยชน์” หนุ่มใหญ่ว่าเช่นนั้น ซึ่งทำให้คนฟังยอมรับคำ แต่ก่อนที่จะก้าวออกจากห้อง เจ้าตัวก็ลังเลเพียงครู่ ขณะที่จ้องมองเอกสารมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะเจ้านาย ที่บ่งบอกว่าคืนนี้เจ้านายเองก็คงค้างที่นี่

 

            “นายเหมือนมีอะไรจะพูด ว่ามา”

 

            ความลังเลที่ผู้ชายหลังโต๊ะทำงานก็สังเกตเห็น จนเอ่ยออกมาเสียงเรียบ เป็นการช่วยดงแฮตัดสินใจว่าควรจะเอาเรื่องนี้มาให้นายหนักสมองหรือไม่

 

            “ครับ เรื่องแก๊งไป๋หู่”

 

            กึก

 

            พอเอ่ยถึงชื่อแก๊ง คิบอมก็วางมือจากเอกสารทันที ทั้งยังเงยหน้าขึ้นมาสบตา ให้ดงแฮเอ่ยรายงานต่อ

 

            “สายของเรารายงานว่าพวกมันส่งคนเข้ามาในเกาหลี ผมเลยให้คนตามดูพวกมัน เผื่อมันจะเล่นตุกติก” คนฟังเคาะปลายนิ้วกับโต๊ะทำงานสองสามทีเพื่อใช้ความคิด ยามนึกถึงแก๊งมาเฟียฮ่องกงที่ว่า

 

            แก๊งเสือขาวหรือไป๋หู่...แก๊งที่มีปัญหากันมายาวนานเพราะขัดแข้งขัดขาเรื่องผลประโยชน์ แล้วล่าสุดก็เพิ่งมีเรื่องเส้นทางขนส่งสินค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

            “เรื่องนี้ฝากให้นายจัดการก็แล้วกัน นายรู้ดีว่าควรจะทำยังไงเมื่อมีพวกเสือหิวโซคิดจะมาแย่งอาหารของเรา”

 

            “ครับนาย” ดงแฮรับคำเสียงหนัก โค้งให้ แล้วเอ่ยขอตัวออกมา

 

            กระทั่งลับหลังร่างเพรียวแล้ว คังอินที่นั่งฟังเงียบๆ ก็เปรยขึ้นมา

 

            “เจ้านายไว้ใจเด็กนี่มากเกินไปหรือเปล่า”

 

            “เด็กนี่ที่ว่าคือคนที่นายเลี้ยงดูมากับมือนะคังอิน” คิบอมว่าเสียงกลั้วหัวเราะ หากแต่ในดวงตาก็ถามความคิดเห็น ซึ่งนั่นก็ทำให้หนุ่มใหญ่ถอนหายใจ

 

            “ครับ ผมรับดงแฮมาดูแลก็จริง แต่ช่วงหลังมานี้ผมยอมรับว่าอ่านสิ่งที่ดงแฮคิดไม่ออก เลยอยากจะเตือนเจ้านาย ช่วงนี้เจ้านายไว้ใจดงแฮมากเกินไป” หนุ่มใหญ่เอ่ยอย่างระมัดระวัง เพราะเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเขากล้าสั่งสอน ซึ่งนั่นก็ทำให้คิบอมเคาะปลายนิ้วเบาๆ

 

            “น้อยใจงั้นหรือ”

 

            “อายุขนาดผมคงเลยวัยที่จะน้อยใจแล้วล่ะครับ” คังอินได้แต่หัวเราะกับอารมณ์ขันของเจ้านาย ซึ่งนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มหลังเก้าอี้เอ่ยขึ้นมา

 

          “รู้อะไรมั้ยคังอิน ฉันไม่เคยไว้ใจใคร...แม้แต่นาย”

 

            “...”

 

            ถ้อยคำที่ทำให้อดีตมือขวานิ่งไปเพียงครู่ ก่อนที่จะยกยิ้มช้าๆ

 

            “นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วครับ”

 

            ตำแหน่งอย่างเจ้านายไม่ควรไว้ใจใครเต็มร้อย เพราะไม่รู้เลยว่าใครจะหันมาแว้งกัดบ้าง ดังนั้น นี่คือสิ่งที่อดีตพี่เลี้ยงที่อยู่เคียงข้างตั้งแต่คิมคิบอมขึ้นมารับตำแหน่งแทนบิดาสอนให้จำขึ้นใจมาโดยตลอด...อย่าไว้ใจใคร แม้แต่คนที่นอนเตียงเดียวกัน

 

            ขณะที่คนพูดเองก็เคาะปลายนิ้วอย่างติดเป็นนิสัย ทั้งที่ดวงตาคู่คมหันไปมองแฟ้มเอกสารในมือคังอิน

 

          ใช่ เขาไม่เคยไว้ใจคน แต่กับดงแฮ...นั่นเป็นหมาผู้ภักดี

 

..............................................................

 

            ปัง ปัง ปัง!

 

            กระสุนสามนัดดังสนั่น ทั้งยังเคลื่อนแหวกอากาศ แล้วเจาะเข้าที่แผ่นอกข้างซ้ายของผู้ชายคนหนึ่งอย่างแม่นยำ จนเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลจนเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาจนแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งที่แสนคุ้นเคยก็โชยมาที่จมูก ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะหันมามองด้วยดวงตาที่เบิกโพลง

 

            ดวงตาที่ทำให้คนถูกมองตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว หากแต่สองขาก็พยายามพุ่งตรงไปยังร่างนั้น พร้อมกับเสียงร้องที่เกิดจากความตกใจสุดขีด

 

            “ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

 

            เฮือก!

 

            “แฮก แฮก แฮก”

 

            ท่ามกลางความมืดมิด และความเงียบสนิท ร่างที่นอนอยู่บนฟูกผวาเฮือกขึ้นมานั่งตัวตรง ทั้งยังหอบหายใจอย่างรุนแรง จนสองมือขยุ้มแผ่นอกเอาไว้แน่น ดวงตาก็เบิกกว้างราวกับคนที่พานพบความกลัวสุดขีด ทั้งที่เห็นภาพแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

 

            หมับ

 

            ติ๊ดๆๆๆๆ

 

            จากนั้น ร่างบนเตียงก็หันไปคว้าโทรศัพท์แล้วกดเลขหมายที่จำได้ขึ้นใจ แต่ในจังหวะที่จะกดโทรออก

 

            “ใจเย็นๆ ดงแฮ มันยังไม่เกิดขึ้น” ร่างเพรียวพึมพำกับตัวเอง ใจเย็นลง จนวางโทรศัพท์มือถือเอาไว้ที่เดิม ทั้งที่อยากจะโทรเช็กให้แน่ใจว่าเจ้านายยังปลอดภัยดี

 

            และใช่...คนที่ดงแฮเห็นว่าถูกยิงคือคิมคิบอม

 

            ความฝันที่ตามมาหลอกหลอนตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลเมื่อสองปีก่อน

 

            ดงแฮไม่รู้เลยว่าทำไมเขาถึงฝันร้ายแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปจากก่อนประสบอุบัติเหตุคือ...เขามีพลังจิต

 

            ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าในผู้คนจำนวนหลายพันล้านบนโลก มีคนจำนวนหนึ่งที่มีคลื่นสมองแตกต่างจากคนปกติ ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะทำอะไรได้ หรืออาจจะไม่ได้เลย

 

            ในส่วนที่ทำอะไรได้ก็เช่น การอ่านใจ การอ่านคลื่นรังสีความร้อน การควบคุมสิ่งของ หรือแม้แต่การเห็น...อนาคต

 

            พลังที่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าคนไหนจะเกิดมาพร้อมพลังอย่างไร แต่สำหรับดงแฮแล้ว คลื่นสมองเขาผิดเพี้ยนไปตั้งแต่วันที่ถูกรถชน

 

            เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเขากับหมอ ซึ่งดงแฮเองก็ไม่เคยบอกว่าเขาทำอะไรได้ จนถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนมีคลื่นสมองพิเศษแต่ทำอะไรไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งที่ตื่นขึ้นมาคือ...เขามองเห็นอนาคต

 

            ความสามารถนี้เองที่ทำให้ดงแฮกลัวทุกครั้งที่ตื่นจากฝันร้าย...เขาเห็นเจ้านายตายมานับครั้งไม่ถ้วน

 

            “หมดเวลาฟุ้งซ่านแล้ว” ความคิดที่หยุดลง เมื่อดงแฮสะบัดผ้าห่มออกจากกาย ทั้งที่นอนไปได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง

 

            สองปีมานี้บอกดงแฮว่าอนาคตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ และแรงผลักดันที่ทำให้เขาพยายามอยู่ใกล้นายใหญ่ที่สุดคือ...เขาจะเป็นคนเปลี่ยนอนาคตของเจ้านาย

 

            เมื่อถึงวันนั้น ดงแฮจะต้องเก่งพอที่จะปกป้องเจ้านายจากกระสุนสามนัดนั้นให้ได้

 

..............................................

 

            ต่อค่ะ

 

            ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันจะโผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้า ชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธหลายคนก็กำลังก้าวไปตามทางเดินยาวของคฤหาสน์แสนสวยอย่างเร่งรีบ ก่อนที่จะเลี้ยวที่หัวมุม แล้วหยุดที่หน้าประตูฝังมุกบานหนึ่ง

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “นายครับ ผมดงแฮ มีเรื่องด่วนต้องรายงาน”

 

            “เข้ามา”

 

            ทันทีที่ได้ยินเสียงอนุญาต ดงแฮก็หันไปส่งสัญญาณให้คนของเขารออยู่หน้าประตู ก่อนที่ผลักเข้าไป เพื่อพบว่าเจ้าของห้องในชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มกำลังนั่งอยู่ตรงขอบเตียง หากแต่ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ด้านข้างมีหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังรีบแต่งตัว เหลือบสายตาไปมองอีกทางอย่างผวา...เพราะลูกพี่ของเขามาถึงก่อนแล้ว

 

            “เรื่องเดียวกันสินะ” หนุ่มใหญ่หันมาสบตา ก่อนที่จะเบือนสายตาไปยังสาวสวยจากคลับชั้นสูงที่ถูกเรียกมาบริการนายเขาถึงคฤหาสน์

 

            คนที่ยังอ้อยอิ่ง ทั้งยังทิ้งสายตาให้กับเจ้านายหนุ่ม ซึ่งคิบอมที่กำลังรับแฟ้มเอกสารมาจากคังอินก็พยักหน้า

 

            หมับ

 

            “ว้าย อย่ามาจับฉันนะ!” ทันทีที่เห็นสัญญาณ ดงแฮก็ก้าวตรงไปยังร่างเพรียวสวยในชุดวาบหวิว จับเข้าที่ต้นแขนแล้วออกแรงลาก จนหญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันจะตั้งตัว ก็ถูกคนหน้าเด็กเหวี่ยงออกมายืนหน้าห้องอย่างไร้ความปรานี

 

            “ผมจะให้คนไปส่ง ส่วนเงินค่าตัวคุณจะโอนเข้าบัญชี”

 

            ปัง!

 

            ดงแฮเอ่ยเพียงเท่านั้น ประตูห้องที่นำไปสู่ชายหนุ่มที่ร่ำรวยติดอันดับโลกก็ปิดใส่หน้าสาวสวย บ่งบอกว่าแม้เมื่อคืนจะเร่าร้อนเพียงใด ก็คงไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่สอง

 

            เจ้านายพวกเขาเกลียดพวกที่ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้

 

          “หมายความว่ายังไง ตระกูลลีถูกถล่ม!!!

 

            ทันทีที่ดงแฮก้าวกลับเข้ามาในห้องของเจ้านาย เสียงดังกัปนาถจากคิมคิบอมก็ดังมาให้ได้ยิน

 

            คนที่กำลังเหวี่ยงแฟ้มเอกสารลงบนพื้น จ้องหน้าที่ปรึกษาด้วยแววตาเครียดจัด อย่างที่คังอินก็เอ่ยรายงานอย่างสุภาพ

 

            “ผมเพิ่งได้ข่าวมาเมื่อสิบนาทีก่อนครับว่าตระกูลลีถูกบุกถล่มเมื่อคืน แต่ทุกอย่างกลับเงียบมาก ไม่มีรายงานแม้กระทั่งเสียงปืน กระทั่งคนของหานฮันคยองเคลื่อนไหว...”

 

            “หมายความว่ายังไง” ทันทีที่ได้ยินชื่อใครอีกคนหนึ่ง คิบอมก็ถามกลับเสียงกร้าว ให้ที่ปรึกษาหนุ่มใหญ่ตอบกลับทันที

 

            “ตอนนี้จากลูกน้อง...ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้วครับ”

 

            กึก

 

            เจ้านายหนุ่มนิ่งไปทันที ความกรุ่นโกรธในวินาทีแรกที่รู้ว่าผู้ใหญ่ที่เขานับถือจากโลกนี้ไปแล้วถูกกดเอาไว้ก่อน เพราะเขาต้องใช้สมองคิดว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่!

 

            ตระกูลลี...ตระกูลที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวเขามาตั้งแต่สมัยเก่าก่อน ที่ถึงแม้ว่าตระกูลลีเองจะเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจที่ห้ำหั่นกันในเอเชีย แต่เพราะบิดาของเขาและอดีตหัวหน้าตระกูลลีเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองตระกูลจึงไม่เคยล้ำเส้นระหว่างกันและกัน และยิ่งดีซะอีก เพราะมันกลายเป็นขั้วอำนาจที่คอยช่วยถ่วงดุลกันซะมากกว่า ทว่า เมื่อฝ่ายนั้นเสียชีวิตลง คิบอมไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิดตามมา

 

            ยิ่งได้ยินว่าคนที่ก้าวขึ้นมาแทนที่เป็นใคร เขายิ่งกังวล

 

            หานฮันคยอง...มือขวาของอาเขา แต่เป็นคนที่คิบอมเองก็ไม่อยากต่อกรที่สุดในโลก

 

            “ดงแฮ นายได้อะไรบ้าง” พอได้ยินจากคังอินทั้งหมด ก็หันมาถามอีกทาง ให้ดงแฮรายงานในสิ่งที่ตัวเองรู้

 

          “คุณฮยอกแจยังมีชีวิตอยู่ครับ”

 

            คิบอมจ้องมองมาอย่างต้องการข้อมูลมากกว่านี้ และนั่นก็ทำให้มือขวารีบว่าต่อ

 

            “ผมทราบมาว่าคุณฮยอกแจไม่ได้ถูกฆ่า แต่ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าสภาพตอนนี้เป็นอย่างไร และน่าจะตกอยู่ในการดูแลของหานฮันคยอง หากนายต้องการ ผมพร้อมจะลอบเข้าไปในคฤหาสน์ทันทีที่ได้รับคำสั่งครับ” ร่างเพรียวว่า และทำให้คนฟังนิ่งคิดเพียงครู่

 

            “ยังก่อน ตอนนี้แค่รู้ว่าฮยอกแจยังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว เรื่องเพิ่งเกิดใหม่ๆ มันไม่มีทางยอมให้อะไรก้าวผ่านประตูเข้าไปแน่”

 

            “นายคิดว่าหานฮันคยองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของท่านลี?” หนุ่มใหญ่เอ่ยถาม ให้คนฟังเพียงยิ้มเย็น

 

            “ฉันไม่ตัดสินอะไรจนกว่าจะได้ข้อมูลมากกว่านี้ ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งหมด นายสอนฉันเองนี่คังอิน”

 

            คนฟังเกือบจะยิ้มออกมาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์กำลังเคร่งเครียดเช่นนี้

 

            ครืด ครืด

 

            และจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของคังอินก็สั่นแรงๆ ให้เจ้าตัวยกมันขึ้นมามองแวบหนึ่ง

 

            “หานฮันคยองประกาศการตายของท่านลีแล้วครับ”

 

            ทันทีที่คังอินว่าจบ คิบอมก็ลุกขึ้นทันที แล้วก้าวตรงไปยังห้องแต่งตัวที่ติดกับห้องน้ำ สะบัดผ้าคลุมออกจากกาย แล้วแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เพราะนี่ไม่ใช่เวลามาพักผ่อนอีกต่อไป การตายของขั้วอำนาจหนึ่งย่อมทำให้สมดุลขาดหาย

 

            สงคราม...กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

            “นี่ครับนาย”

 

            และในจังหวะที่คิบอมกำลังจะหมุนตัวไปคว้าเสื้อสูท เสื้อตัวนั้นก็ถูกกางออกด้วยฝีมือของลูกน้องคนสนิท อย่างที่คิบอมก็หันไปสบตาเพียงครู่ แล้วก็หันหลังยอมให้ดงแฮช่วยแต่โดยดี

 

            “ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นดงแฮ ฉันมีงานให้นายทำแน่ แต่หลังจากที่ฉันไปเจอกับหานฮันคยองซะก่อน”

 

            “ครับนาย”

 

            แววตาของดงแฮตอนนี้ประดุจหมาป่าที่พร้อมจะออกล่าเหยื่อ เหลือเพียงสัญญาณจากเจ้าของอย่างเขาเท่านั้น แต่คิบอมไม่คิดจะส่งออกไปทั้งที่รู้ว่ามีมัจจุราชร้ายรออยู่ข้างหน้าเป็นแน่

 

            ฮยอกแจยังไม่ตาย...ตอนนี้ขอให้น้องปลอดภัย

 

........................................................

 

            ครบค่า จริงๆ ตอนนี้น่าจะเป็นบทนำเนอะ สำหรับตอนแรกก็เป็นเช่นนี้ค่า เรียกว่าเปลี่ยนแนวกันเลยทีเดียว เคยเขียนแต่น้องด๊องแสนน่ารัก ไม่ใช่ฉลามพี่ทง งานนี้ก็ขอเปลี่ยนลุค เปลี่ยนสไตล์กันนิดนึงเนอะ ซึ่งตอนนี้ก็เอ่ยถึงคู่ของเกิงกับฮยอกมาบ้างแล้ว เมย์ได้แรงบันดาลใจเรื่องของฮันฮยอกมาจากโซโล่ฮยอกอะจ้า อันนั้นเลยที่ล่ามโซ่ข้อมือข้อเท้าน่ะ

            เมย์ก็พอทราบว่ามีบางคนที่ไม่รู้จักเอสเจมาอ่านด้วย จะพยายามอธิบายชื่อให้เข้าใจเนอะ คือถ้าเป็นเอลฟ์ ให้คำเฉพาะก็คงรู้กัน จะพยายามอธิบายให้กว้างๆ จ้า

            หายไปเพราะป่วย ไม่ไหวจริงๆ สี่ห้าวันที่ผ่านมา คือไข้ขึ้นด้วยอะไรด้วย หมดสภาพจริงๆ ค่ะ

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

            ปล. ขออนุญาตใช้แท็ก #ชีวิตเพื่อนาย นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 169 ครั้ง

249 ความคิดเห็น

  1. #7776 Fone2546 (@Fone2546) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 11:00
    ภาพนิมิตที่ดงแฮเห็น ไม่แน่นะ กระสุนสามนัดนั้นเองดงแฮเป็นคนยิง ไม่คิดว่ามันพีคเหรอ ส่วนตัว ถ้าเป็นแบบนั้นคงสนุกแน่ๆ หึๆ
    #7776
    0
  2. #7775 Fone2546 (@Fone2546) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:58
    ไม่แน่นะ ไอภาพนิมิตที่ดงแฮฝันซ้ำๆ ... คนที่ยิงคือ ดงแฮ เอง... ดงแฮเป็นคนยิง มั่วล้วนๆ
    #7775
    0
  3. #7615 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:16
    โหดอีกแล้วววววว
    #7615
    0
  4. #7540 Sultaqx (@kimheebum) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 12:40
    เฮแมนและโหดเฟ่อ
    #7540
    0
  5. #6862 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 19:22
    เฮมาดแมนและโหดเ-้ยมมากกกกกกกก แต่บอมก็ยังน่ากลัวกว่าอยู่ดี
    #6862
    0
  6. #6674 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 17:12
    เฮแมนอ่ะ โคตรแมน555555
    #6674
    0
  7. #6416 nankihae (@nankihae) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 16:27
    อร๊ายยยย ไม่เคยอ่านฟิคพี่เมย์ที่น้องเฮแอบเมะแบบนี้ ติดตามค่าาา
    #6416
    0
  8. #6356 Jumko_Jobo (@pujung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 09:37
    มันดูเครียดมากๆแต่ชอบ555มันละเอียดดีอ่ะไม่รู้สิแต่ชอบอ่ะ...ชอบพี่ทงซังนัมจามากกกกหลงเลย~
    #6356
    0
  9. #6270 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 01:07
    นี่ย้อนมาอ่านใหม่ กลับกลายว่าต้นเรื่องอย่างกะเครียดมากกว่า นี่แอบคิดนะ หรือบอมมันจะมีพลังพิเศษด้วย อ่านใจคนได้อะไรอย่างนี้ นางถึงเปนสมาทกายฝุดๆ 555 แอบรุสึกจริงๆว่าเรื่องนี้พลังพิเศษไม่น่ามีแค่ 2 คน
    #6270
    0
  10. #6096 แอมบีซี่สส (@am-bezi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 07:38
    ลุคพี่ทง ซังนัมจามาก ... ต้องภักดีขนาดไหน ถึงยอมทำทุกๆอย่างขนาดนี้ ...
    #6096
    0
  11. #5566 2568 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 18:06
    อื้อหือ รู้สึกถึงความเครียดที่กำลังก่อตัว แต่ก่อนอื่น พี่ทงแกคือหน้านิ่งอย่างเดียวเลยใช่มั๊ย โอ้ยยยย หล่อคะหล่อออ เก่งด้วย ปลื้มมากกกกก อีกอย่างที่รู้สึกได้ ความดราม่า ความเครียดลอยมาจากคู่ฮันฮยอก ฮือออออ หวังว่าป๋าจะไม่ทำไรฮยอกนะ
    #5566
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. #5059 mootoo-min (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:24
    ขำด็องอ่ะ

    ถ้านายต้องการก้ออยากทำ

    แต่ไม่รุ้ว่าทำตัวน่ารักทำยังไง55555

    น่ารักมากๆเลยตอนนี้

    #5059
    0
  15. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:16
    มีพลังพิเศษด้วย หล่อไปอีกอ่ะ ยืนยันอีกครั้ง เฮบอมค่ะพี่!!!
    #4539
    0
  16. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:16
    มีพลังพิเศษด้วย หล่อไปอีกอ่ะ ยืนยันอีกครั้ง เฮบอมค่ะพี่!!!
    #4538
    0
  17. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:12
    โฮ้ยยยยยยยย เฮบอมเถอะพี่ น้องขออออออ
    #4537
    0
  18. #4304 leedongwa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 19:43
    เริ่ดมากค่ะ สนุกมาก
    #4304
    0
  19. #4197 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 13:52
    ด๊องโหดดดด
    #4197
    0
  20. #3646 เรนเดล (@parnwonganu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 23:25
    ว้าว แฟนตาซีเสียด้วย ติดตามๆ
    #3646
    0
  21. #3126 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 00:36
    เฮมีพลังจิตรู้อนาคตด้วย เริศอะ
    นางถึงอยากอยู่ข้างบอมตลอมเพราะเห็นอนาคตบอม
    พี่ฮันไปตัวร้ายหรอ อย่าทำไรน้องฮยอกน้า
    พี่บอมไปช่วยน้องเร็วๆนะ
    #3126
    0
  22. #2611 aeiaeihyuk (@aeiaeihyuk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 07:48
    สนุกอ่ะพี่เมมมมมมมมย์><
    #2611
    0
  23. #2366 ' b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 03:18
    น่าสงสารน้องเฮนะ ถ้ารู้อนาคตจริงๆ ต้องตื่นมาจากฝันร้ายที่เห็นนายตายทุกครั้งๆนี่ เหนื่อยใจแย่เลย
    #2366
    0
  24. #2274 LooknamTK (@looknamjaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 08:14
    ดงแฮรู้อนาคตใช่ป่ะ แล้วคู่ฮยอกนี่จะออกบังคับ?
    #2274
    0
  25. #2243 micccy (@miccccy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 22:10
    โง้ยพี่ทงรอบนี้แมนมากแมนอลังการดาวแปดล้านแสนดวง ชอบบบเช้งจ์ลุคมากๆค่ะพี่เมย์
    #2243
    0