[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,087 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,978 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,108

    Overall
    672,087

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 19 คำถามที่อยากรู้คำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    20 พ.ย. 58


ตอนที่ 19 คำถามที่อยากรู้คำตอบ

 

 

 

            ฮยอกแจคิดว่าการย้ายห้องขังทำให้เขาต้องทรมานใจแทบบ้า ต้องอึดอัดจนแทบคุ้มคลั่งเมื่อต้องอยู่ภายในห้องเดียวกับศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว การย้ายห้องขังไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเขาแตกต่างจากเดิมเลยสักนิด มันแค่ย้ายจากห้องเก่าที่ใหญ่ขึ้นมาเป็นห้องใหม่ที่เล็กกว่าเดิมเท่านั้น

 

            เขาหลับก่อนที่เจ้าของห้องจะกลับมา และเขาตื่นทีหลังเจ้าของห้องก้าวออกไป

 

            เวลาเดียวที่ยังเจอกันคือบนโต๊ะอาหารยามเช้า ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกัน แต่หานฮันคยองไม่เคยปลุกให้เขาตื่น ไม่เคยรอ อีกทั้งยังส่งคนอื่นมารับร่างเล็กเพื่อตรงไปยังโต๊ะอาหารภายในสวนสวย จนบางทีฮยอกแจก็อดคิดไม่ได้...เขาถูกหลอกหรือเปล่า

 

            หลอกว่าอยู่ห้องเดียวกับผู้คุมขัง แต่แท้จริง ผู้คุมขังไม่ได้อยู่ที่นี่ แค่พาเขามาอยู่ห้องนี้เท่านั้น

 

          ไม่หรอก เป็นไปไม่ได้

 

            ทว่า คุณหนูลีก็ส่ายหน้ากับความคิดนี้ในทันที เพราะ...มีคนอุ้มเขาขึ้นเตียงทุกคืน

 

            วันแรก ฮยอกแจบอกตัวเองเลยว่าเขารังเกียจเกินกว่าที่จะลงไปเกลือกกลั้วอยู่บนเตียงของคนสกปรกพรรณนั้น เขาขยะแขยงกับเตียงที่ไม่รู้เลยว่ามันเอาไว้ทำอะไรบ้าง จนฐานที่มั่นของเขาคือโซฟาเดี่ยวกลางห้อง จุดเดียวที่มองออกไปนอกหน้าต่างได้ เขาขดตัวอยู่บนนั้น คิดถึงสาเหตุที่เขาย้ายตัวเองเข้ามาในห้องนี้

 

            เขาจะทำให้ฮันคยองไว้ใจ จะยอมทำทุกอย่างเพื่อชิดใกล้ เพื่อหาโอกาสที่จะแก้แค้นให้กับพ่อแม่ที่ตายจากไป ทว่า ส่วนลึกในใจมันยังหลงเหลือความรู้สึกหนึ่งอย่างชัดเจน...คาดหวังว่าหานฮันคยองคนเดิมจะยังคงอยู่

 

            ความคาดหวังที่ทำให้เขาสังเกตว่า...มีใครบางคนอุ้มเขาขึ้นไปนอนบนเตียงทุกวัน

 

            ยามหลับ เขาหลับบนโซฟา แต่ยามตื่น เขาตื่นบนเตียงนอน

 

            ใครล่ะที่จะทำเช่นนี้ได้ ถ้าไม่ใช่...เจ้าของห้อง

 

            คาดหวังเหมือนคนบ้า เหมือนคนโง่งมงายที่เชื่อว่าเหตุการณ์เลวร้ายทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน ทั้งที่เขาสูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งตัวตนในบ้านหลังนี้เพราะผู้ชายคนนี้ แต่ทำไม ส่วนลึกในหัวใจถึงยังโหยหาว่ายามตื่นจะพบหน้าคนที่เกลียดชังที่สุด

 

            ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั่นทำให้เขาอยากร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วน

 

            ฮยอกแจได้กลับมาอยู่ในสถานที่แห่งความทรงจำในวัยเด็ก หากแต่คนในความทรงจำไม่อาจจะเหมือนเดิมอีกต่อไป

 

            “ปล่อยฉันหลับที่โซฟาก็ได้” และความอึดอัดอยากพิสูจน์ว่าคนที่พาเขาไปนอนคือคนคนนี้ใช่มั้ย ฮยอกแจจึงเอ่ยปากออกมาท่ามกลางโต๊ะอาหาร ให้คนที่จิบกาแฟเงียบๆ นิ่งไปนิด แล้วตอบคำง่ายๆ

 

            “ผมยังไม่อยากให้คุณหนูคนสำคัญป่วยตายในห้องของผม” น้ำเสียงเย็นชา ทั้งยังเยาะหยันดังขึ้น ให้คนฟังเม้มปากแน่น

 

            “จะที่ไหน นายก็ไม่ยอมปล่อยฉันตายไปให้พ้นๆ” ร่างเพรียวว่าเสียงแข็ง แบบที่ชายหนุ่มก็หันมาสบตา แล้ว...ยิ้มร้าย

 

            “ครับ ในเมื่อรู้แล้วคุณหนูจะถามให้ได้อะไรขึ้นมา”

 

            “...”

 

            ฮยอกแจทำได้เพียงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น กำทั้งสองมือเข้าหากันแน่น โกรธจนอยากจะตวาดอะไรออกมาสักอย่าง หากแต่เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเขาโกรธเพราะอะไร

 

            โกรธเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมให้เขาตาย หรือโกรธตัวเองที่เผลอใจอ่อนกับการได้รู้ว่าอีกฝ่ายคือคนที่ดูแลเขาอยู่ทุกค่ำคืน

 

          หยุดฝันกลางวันสักที มันไม่ใช่การดูแล มันแค่ไม่อยากให้เราตายเท่านั้น

 

            “นายไม่เห็นอยู่ที่ห้อง”

 

            “คิดถึงผมมากหรือครับ”

 

            “หานฮันคยอง!” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับมา ให้คนฟังตวาดลั่น มองตาอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคือง ให้คนยั่วโมโหหยุดยิ้มแล้ว วางแก้วกาแฟลง จากนั้นก็ลุกขึ้นเป็นสัญญาณว่าจบมื้ออาหาร ทว่า แทนที่ร่างสูงจะหมุนตัวไปอีกทาง มังกรร้ายกลับก้าวเข้ามาชิดอีกฝ่าย โน้มตัวลงหาคนที่พยายามห้ามอาการสะดุ้งของตัวเองไปยังริมหู

 

          “อย่าแสดงอาการ อยากของคุณออกมามากนัก ไม่งั้นพวกลูกน้องคงคิดว่าคุณอยากให้ผม เอา คุณในห้องทั้งวันมากกว่าออกมาทำงาน”

 

            กึก

 

            ฮยอกแจรู้สึกว่าใบหน้าทั้งหน้าชาวาบ ทั้งยังซีดสี เบิกตากว้าง มองคนที่ส่งยิ้มหยัน ยืดตัวเต็มความสูง ก่อนที่จะก้าวจากไป จนหัวใจดวงน้อยปวดหนึบ แถมมันยังเต้นช้าลงจนน่ากลัว มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่จ้องมองแผ่นหลังกว้างอย่างไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไงกันแน่

 

            เจ็บ...ทำไมเจ็บกับคำพูดของคนคนนี้ได้มากขนาดนี้

 

            หัวใจที่ควรจะเจ็บจนชาทำไมถึงปวดได้ขนาดนี้กับถ้อยคำดูถูก

 

          ทำไมล่ะฮยอกแจ ทำไมนายยังร้องไห้ให้กับคำพูดของคนสารเลวคนนี้ได้อีก

 

            ความคิดของคนที่รีบลุกขึ้น ทิ้งอาหารเช้าที่ยังทานไม่หมด แล้วตรงดิ่งกลับห้องอย่างไม่สนใจเสียงใครทั้งนั้น เพราะไม่อยากให้ใครเห็น...ความอ่อนแอที่เกิดขึ้นจากผู้ชายที่ทำร้ายกัน

 

          ทำไมถึงยังรู้สึกรู้สากับคำพูดของคนนี้ ทำไมกันฮยอกแจ ทำไม!

 

......................................

 

            โครม!

 

            เพล้ง!

 

            “ฉันเกลียด เกลียด! เกลียดนาย! ไอ้สารเลว!!

 

            ภายในห้องของผู้เป็นใหญ่ของคฤหาสน์ ฮยอกแจที่พยายามข่มน้ำตากำลังเอาความรู้สึกเสียใจกระหน่ำลงกับข้าวของในห้อง คิดเพียงว่าอยากจะทำลายผู้ชายอีกคนให้สิ้นสาก ให้สมกับความเจ็บปวดของเขาที่ได้รับ จนหมอนใบนุ่มฟาดลงกับโคมไฟ ให้มันหล่นลงกระแทกกับพื้น หนังสือบนชั้นถูกดึงลงมากระจาย กระทั่งหอบหายใจจนตัวโยน และรู้สึกว่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตานั่นแหละ ฮยอกแจถึงทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น

 

            “ฮึก...หยุดร้องสักที...ฮึก...ฮยอกแจ...จะร้องให้คนพรรค์นั้นไปเพื่ออะไร!” ร่างเล็กบอกตัวเองเสียงสั่น หอบหายใจอย่างรุนแรง พยายามระงับความรู้สึกเสียใจที่ถาโถมเข้ามาในร่าง เพราะเขายังนึกถึง...ดวงตาคู่นั้นที่กลับมาเป็นหานฮันคยองคนเดิม

 

          มันไม่มีอีกแล้ว มันไม่มีทางมีอีกแล้ว นายจะหวังไปเพื่ออะไร

 

            คนที่ไขว่คว้าความหวังราวกับเห็นแหล่งน้ำกลางทะเลทรายแทบจะฟุบลงกับพื้น เพราะว่าแหล่งน้ำที่เขาเห็นมันก็แค่ภาพมายาที่เขาสร้างขึ้นเพราะกระหายเท่านั้นเอง

 

            “เราเหลือเพียงแค่ตัว...คนเดียว...ไม่เหลืออีก...แล้ว ไม่เหลือใคร...อีกแล้ว...” ฮยอกแจขยุ้มแผ่นอกตัวเองเอาไว้มั่น หลับตาลงอย่างตั้งสติ แล้วก็ลืมขึ้นมา ทว่า...

 

            กึก

 

            ภาพถ่ายที่ร่วงลงมาจากหนังสือที่เขาดึงมันออกมาหล่นอยู่บนพื้น ทว่า ตัวหนังสือที่อยู่ด้านหลังนั่นต่างหากที่ดึงดูดความสนใจของเขา

 

          I will protect you.

 

            ข้อความสั้นๆ ที่ทำให้มือฮยอกแจสั่น

 

            ภาพถ่ายในห้องของฮันคยอง มันก็หมายความว่าคนในรูปที่เขากำลังจะพลิกดูคือคนสำคัญของเจ้าของห้อง ในขณะที่สมองกำลังทำงานว่าเขาต้องเอาคืนที่คนคนนั้น หากแต่หัวใจราวกับจะแหลกสลายเมื่อคิดไปไกลว่านี่คือคนที่ฮันคยองเห็นความสำคัญที่สุด

 

            คนคนนี้หรือเปล่าที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่เขาต้องตาย

 

            ความคิดที่ลอยไปไกล ยามที่ฮยอกแจพลิกภาพถ่ายขึ้นมา แล้ว...

 

            “ไม่จริง” ร่างเล็กก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อภาพภ่ายนั้นคือ...ตัวเขาเอง

 

            ภาพของเด็กน้อยวัยสิบกว่าขวบที่นั่งอยู่บนชิงช้า พร้อมทั้งส่งยิ้มมาให้กล้อง...รอยยิ้มที่บ่งบอกว่ามีความสุขมากแค่ไหน รอยยิ้มที่เจ้าของรอยยิ้มไม่อาจจะรู้วิธียิ้มได้เช่นนั้นอีกต่อไป เพราะเด็กคนนี้คือ...เขาเอง

 

            “ทำไม” ทำไมล่ะ ทั้งที่บอกจะปกป้อง แล้วทำอย่างนี้ทำไม

 

            ฮยอกแจไม่เข้าใจ ยิ่งไม่เข้าใจว่าฮันคยองต้องการอะไรกันแน่ ทำไมถึงเก็บภาพถ่ายนี้ไว้ และทำไมถึงบอกว่า...จะปกป้องคุ้มครอง

 

            “ฮึก” สุดท้าย คนที่ตั้งใจว่าจะปั่นหัวเจ้าของห้อง ตั้งใจจะทำให้หานฮันคยองรับรู้ความเจ็บปวดก็ได้แต่จมปลักกับความเจ็บปวดที่ไร้ที่สิ้นสุด

 

            เขาเจ็บ เมื่อได้รู้ว่าคนที่เคยปกป้องกลับกลายเป็นผู้ทำลาย

 

            ความคิดที่ทำให้ฮยอกแจทำได้เพียงกอดภาพถ่ายใบนั้นเอาไว้แนบอก กับคำถามที่ไม่มีวันเข้าใจ...

 

          ทำไมนายถึงไม่ปกป้องฉันแล้วล่ะ ฮันคยอง ทำไมกัน

 

............................................

 

           

ต่อค่ะ

 

            ฮันคยองไม่แปลกใจเลยสักนิด เมื่อพบว่าห้องส่วนตัวของเขาเหมือนเพิ่งถูกระเบิดปาใส่...ข้าวของบางส่วนกระจายเต็มพื้น หนังสือมากมายหล่นลงจากชั้น โคมไฟหล่นแตก ส่วนคนที่ปาระเบิดนั้นก็นอนขดตัวอยู่บนโซฟาเดี่ยว จนต้องส่ายหน้าน้อยๆ

 

            ส่ายหน้ากับตัวเองที่เป็นสาเหตุให้คุณหนูต้องเจ็บปวด

 

            ชายหนุ่มคิดพลางเดินผ่านเศษแก้วมายังคนที่หลับคอพับคออ่อน ไม่ว่าจะด้วยความเหนื่อยจากการอาละวาด หรืออะไรก็แล้วแต่ หากแต่เขาก็ทำได้เพียงมองร่างน้อยที่ดวงตาแดงช้ำ แม้กระทั่งยามที่หลับใหลไม่ได้สติ มือใหญ่ก็เอื้อมไปเพื่อสัมผัสผิวแก้มอย่างเบามือ

 

            ผิวแก้มเย็นจัดซึ่งบอกว่าฮยอกแจนอนอยู่ตรงนี้มาพักใหญ่ๆ จนต้องขยับไปช้อนร่างที่ผอมบางเสียจนกลัวจะปลิวไปกับสายลมขึ้น ขยับตัวน้อยที่สุดอย่างเกรงว่าร่างน้อยจะตื่นจากนิทรา แล้วก้าวไปยังเตียงนอนหลังใหญ่

 

            ฮยอกแจนอนราบไปกับฟูกนุ่มแล้ว ขณะที่ฮันคยองก็ค่อยๆ ดึงมือจากใต้สะโพกและแผ่นหลัง ดวงตาคู่คมมองเพียงความสวยงาม หากแต่ซีดเซียวตรงหน้า ทั้งยังพยายามหักห้ามใจ...ห้ามใจที่จะอ่อนโยนกับคนคนนี้ดังเดิม

 

            ก้อนเนื้อในอกกำลังตะโกนก้องว่าเขากำลังจะทนไม่ไหว เขาไม่ต้องการทำร้ายคนคนนี้ แม้จะยามหลับหรือยามตื่น ทว่า หากเขาแสดงตัวตนจริงๆ ออกไป แล้วทำให้อีกฝ่ายรู้ความจริง...เขาทำไม่ได้

 

            เขาจะให้คุณหนูฮยอกแจรู้ไม่ได้ว่าคนที่ทำร้ายคุณหนูไม่ใช่เขา

 

            มังกรร้ายตัวนี้รู้ตัวมาตลอดว่าตนเป็นหนึ่งในคนสำคัญของคุณหนู เป็นเหมือนครอบครัว เหมือนเพื่อน เหมือนพี่ชาย เป็นคนที่คุณหนูให้ความไว้วางใจ...เขาเป็นคนที่แม้ว่าจะทำร้ายคุณหนูฮยอกแจ อีกฝ่ายก็ยังพร้อมจะให้อภัย ทว่า หากไม่ใช่เขาล่ะ

 

            ถ้าคุณหนูรู้ว่าคืนนั้นคนที่ทำร้ายอย่างสาหัสไม่ใช่เขา คุณหนูจะยังทนมีชีวิตต่อไปได้อีกงั้นหรือ

 

            เขายังจำเหตุการณ์คืนนั้นได้ดี...คืนที่คุณหนูไร้สติ คืนที่คุณหนูพยายามไขว่คว้าอ้อมกอดจากเขา พร่ำบอกเขาว่าถ้าเขาเป็นคนทำก็ไม่เป็นไร คืนนั้น เขาแทบจะคลุ้มคลั่ง อยากจะฆ่าทุกคนที่ทำให้คุณหนูฮยอกแจมีสภาพเช่นนั้น แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงกอดอีกฝ่ายเอาไว้แนบอก พร่ำตอบคำถามว่าหากคุณหนูอยากให้เขาเป็นคนทำร้าย เขาจะเป็นให้ จะให้คุณหนูสบายใจที่สุดว่ายังไม่ถูกคนอื่นฉกชิงความบริสุทธิ์ไป

 

            เขาจะเป็นทุกอย่างที่คุณหนูอยากให้เป็น

 

            “ผมขอโทษครับ คุณหนู...ผมขอโทษ” เสียงทุ้มแหบพร่าราวกับหมดสิ้นทุกอย่าง

 

            ผู้ชายที่ใครๆ พากันเกรงกลัว ทั้งยังถูกขนานนามว่ามังกรร้ายที่พิษสงรอบด้านกระซิบบอกแผ่วเบา ลูบผิวแก้มเย็นจัดเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นให้

 

            เมื่อใดที่คุณหนูสะกิดใจ เขาต้องร้ายจนคุณหนูเชื่อว่าเขาเนี่ยล่ะคือผู้ร้ายตัวจริง

 


             “ผมยอมทำทุกอย่าง แต่อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย” ชายหนุ่มกระซิบแทบไร้เสียง หากแต่ภายในห้องที่เงียบจนเข็มตกสักเล่มยังได้ยิน มีหรือที่มันจะไม่ก้องไปทั่วทั้งห้อง...ก้องไปทั้งหัวใจทั้งสองดวง

 

            หมับ

 

            กึก

 

            ในตอนที่จะผละไปจัดการข้าวของภายในห้อง ฮันคยองก็ต้องชะงัก เมื่อมือเรียวคว้าจับเข้าที่ชายเสื้อ จนต้องก้มลงมองด้วยความตกใจ ทว่า ดวงตาที่ปิดสนิท ใบหน้าที่ราวกับตกอยู่ในห้วงของฝันร้าย ทำให้คนที่ปลอบเด็กคนนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ยอมล้มตัวลงนอนตะแคงอีกครั้ง

 

            “ไม่เป็นไรครับคุณหนู คุณหนูแค่ฝันร้าย” ร่างสูงกระซิบบอก ลูบแขนขาวซึ่งจับชายเสื้อเขาอย่างปลอบประโลม กระทั่งรับรู้ได้ถึงแรงผ่อนของมือที่จับเอาไว้ จึงดึงมือข้างนั้นวางลงบนอก

 

            “ไม่เป็นไรครับ คุณหนูจะปลอดภัย” ผ้าห่มผืนนุ่มถูกดึงมาคลุมถึงแผ่นอก แล้วอัศวินในคราบปีศาจก็ขยับลงจากเตียง มองใบหน้าซีดเซียวอีกครู่หนึ่ง แล้วค่อยผละไปจัดการกับข้าวของภายในห้อง หารู้ไม่ว่าคนที่คิดว่าหลับสนิท...ตื่นขึ้นเสียแล้ว

 

            เจ้าหญิงนิทราที่รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่สัมผัสที่แก้มขาว อาจจะเพราะทั้งภาพถ่าย ทั้งคำถามที่ก้องอยู่ในใจเร่งเร้าให้ร่างกายตื่นขึ้นมาเพื่อหวังหาคำตอบ ในตอนแรก ฮยอกแจเกือบสะดุ้ง หากแต่สัมผัสที่แสนอ่อนโยนและอบอุ่นนั่นรั้งเขาเอาไว้ก่อน

 

            ดังนั้น ร่างน้อยจึงรู้แม้กระทั่งตอนที่ถูกอุ้มไปวางลงบนเตียงนอน ที่สำคัญ...คำขอโทษ

 

            คำขอโทษที่ก้องขึ้นมาในใจ จนอะไรไม่รู้ผลักดันให้เขาเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเอาไว้

 

            ฮยอกแจรู้ว่าตัวเองต้องทำสีหน้ากังวลแน่ๆ ว่าจะถูกจับได้ ทว่า อีกฝ่ายกลับบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อบอุ่น และให้ความเคารพไม่ต่างจากหานฮันคยองคนเดิม จนสมองกำลังตีความว่านี่คือความฝันแน่ๆ มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง ทว่า หัวใจกลับพยายามหลอกตัวเองว่านี่คือความจริง

 

            สัมผัสอบอุ่นนี่เป็นของจริง

 

            แกร๊ก

 

            กระทั่งเสียงประตูห้องน้ำปิดลง ฮยอกแจถึงลืมตาขึ้น มองตรงไปยังประตู อีกมือยกขึ้นสัมผัสที่แก้มใสอย่างไม่เข้าใจ

 

            เขาไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเดียว

 

            ทำไมยามตื่นกับยามหลับถึงไม่เหมือนกัน

 

          มันคือความฝัน มันต้องเป็นความฝัน!

 

            ทว่า สัมผัสร้อนผ่าวที่ทิ้งไว้ข้างแก้มยังร้อน และเหมือนจะร้อนขึ้นที่ทำให้ร่างกายเย็นจัดอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จนสองมือต้องยกขึ้นกอดตัวเอง เพราะแทนที่จะดีใจ ฮยอกแจกลับมีเพียงความสับสนเท่านั้น

 

            ไหนล่ะคนที่พูดจาร้ายกาจใส่เขาเมื่อกลางวัน

 

          เล่นละครงั้นหรือ รู้ว่าเราตื่นอยู่งั้นหรือ

 

            สมองร้ายๆ พยายามเตือนตัวเอง แต่ภาพถ่ายที่เห็นเมื่อเช้ากลับรบกวนหัวใจเสียจนนอนไม่หลับ ในหัวก็คิดเรื่องโน้นเรื่องนี่ไม่หยุดหย่อน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดเบาๆ จนต้องรีบหลับตาลง อีกทั้งยังเกร็งตัวขึ้นกว่าเดิม

 

            นี่เป็นคืนแรกตั้งแต่ย้ายมาห้องนี้ที่เขายังตื่น ตอนที่อีกฝ่ายกลับมา

 

            การนอนบนเตียงเดียวกันทำให้เขานึกขยะแขยง นึกรังเกียจ นึกหวาดกลัวจนกอดผ้าห่มเอาไว้แน่น รอคอยด้วยหัวใจที่สั่นรัวว่าอีกฝ่ายจะขึ้นเตียงมาตอนไหน

 

            ทว่า ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ก็ไร้รอยอุ่นที่แสนน่ากลัวของใครอีกคน จนดวงตาเปิดปรือขึ้นช้าๆ

 

            กึก

 

            ในห้องที่มืดสนิทไร้เงาของใครอีกคน ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ ไม่รับรู้ถึงตัวตนจนวินาทีแรก ฮยอกแจตกใจ คิดว่าอีกฝ่ายออกไปแล้ว แต่เพียงเพ่งมองดีๆ จากแสงจันทร์ที่ส่องลอดเข้ามา เขาถึงได้เห็น...คนที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว

 

            เงาร่างที่หลับอยู่ตรงนั้นทำให้หัวใจดวงน้อย...สั่นจนน่ากลัว

 

            ตรงนั้นหรือที่ที่ฮันคยองนอน นี่หรือคือสาเหตุที่ที่นอนข้างตัวไร้รอยยับแม้กระทั่งตอนที่ตื่นขึ้นมา

 

          ทำไมล่ะ ทำไมกัน

 

            เป็นอีกครั้งที่คำถามก้องกังวานในหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสับสน

 

            ทำไมฮันคยองถึงยอมนอนอยู่บนโซฟาแคบๆ แบบนั้น ยิ่งขนาดตัวที่ต่างกันสิ้นเชิง เขานอนยังเมื่อยตัว แล้วอีกฝ่ายล่ะ

 

            ความคิดที่พยายามเตือนตัวเองว่ามันอาจจะนั่งคิดอะไรเงียบๆ แต่ไม่ว่าเข็มนาฬิกาจะเคลื่อนไปมากเท่าไหร่ ร่างนั้นก็ไม่ขยับตัวเลยสักนิด จนเขาเองยิ่งไม่เข้าใจในการกระทำ ใจอยากจะเอ่ยถาม แต่อะไรบางอย่างบอกเขาว่าคำตอบต้องไม่ต่างจากเดิม

 

            คำถามว่าใครคือฮันคยองตัวจริงกันแน่

 

          อย่าไว้ใจใคร แม้กระทั่งสายตาตัวเอง

 

            จู่ๆ คำพูดของพ่อเขาก็ดังก้องขึ้นมาในใจ ซึ่งไม่ว่าฮยอกแจจะพยายามปัดมันทิ้งไปมากแค่ไหน มันก็ยังดังก้องอยู่เช่นนั้น

 

          ไม่ ฮยอก หยุดเชื่อมันสักที มันฆ่าแม่ เราเห็นกับตา มันข่มขืนเรา มันทำให้เราแทบเป็นบ้า เป็นมัน...เป็นมันคนเดียว

 

            ทว่า ครั้งนี้ฮยอกแจกำลังเกิดคำถาม แล้วหากว่าการกระทำนั้นทำเพื่อเขาล่ะ

 

          ไร้สาระน่าฮยอกแจ

 

            แต่ไม่ว่าจะปัดความคิดนี้ออกไปยังไง มันก็รบกวนหัวใจอยู่ดี

 

....................................................

 

            ต่อค่ะ

           

            ฮันคยองเป็นคนระวังตัว ดังนั้น แม้กระทั่งยามหลับ หากมีเสียงที่ผิดปกติดังขึ้นเพียงนิดเดียว เขาก็มักจะรู้สึกตัว ทว่า หลังจากที่แทบไม่ได้นอนอยู่บนโซฟาตัวเล็กที่ไม่สบายตัว และไหนจะไม่คุ้นชินที่มีใครอีกคนเข้ามาอยู่ในห้องด้วย ร่างกายก็เกิดอาการประท้วง เพราะชายหนุ่มไม่รู้สึกตัวเลย จนกระทั่งแสงแรกของวันใหม่ส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบเปลือกตา

 

            นั่นทำให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยอาการคล้ายสะดุ้ง

 

          สายแล้ว

 

            คนที่มักจะออกจากห้องตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างขมวดคิ้วมุ่น เกือบจะรีบลุกขึ้นยืนแล้ว เพราะเขาต้องรีบเร่งแต่งตัวแล้วออกไปก่อนที่ใครอีกคนจะตื่น ทว่า...

 

            “นี่มัน...”

 

            “เห็นนั่งหลับอยู่นั่น กลัวป่วยตายไปซะก่อน”

 

            ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวว่าน่าตกใจแล้ว หากแต่เสียงที่ดังมาจากเตียงนอนน่าตกใจยิ่งกว่า จนฮันคยองต้องหันกลับไปสบตาคนพูด จนพบว่าคุณหนูลีกำลังนั่งพิงพนักเตียงพร้อมกับหนังสือเล่มใหญ่ที่วางไว้บนตัก

 

            มองยังไงก็ตื่นนานแล้ว

 

          ให้ตายเถอะ ไอ้ฮันคยอง!

 

            ชายหนุ่มสบถลั่นในใจ มองคนที่ตื่นก่อนอย่างหงุดหงิดตัวเองที่เขาเผลอคลายความระมัดระวังขนาดนี้ได้ยังไง ทว่า ไม่แสดงออกทางสีหน้า เพราะคนที่กำลังคิดอะไรอยู่มากมาย แค่ก้มลงไปคว้าผ้าห่มผืนนั้น แล้วลุกขึ้น

 

            “ไม่ต้องห่วง ผมไม่ตายง่ายๆ หรอก” ร่างสูงว่าด้วยเสียงเรียบๆ เหมือนไม่สนใจเท่าไหร่นัก ทั้งที่สมองยังคิดว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกตัวตอนที่อีกฝ่ายห่มผ้าให้

 

            คำที่ทำให้ฮยอกแจปิดหนังสือลง หันมามองทางนี้นิ่ง จนเกือบจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่รั้งตัวเองเอาไว้ทัน

 

            “นั่นสิ ฉันก็ไม่ยอมให้นายตายง่ายๆ หรอก นายต้องตายด้วยมือของฉันเท่านั้น” ร่างเล็กว่า แบบที่คนฟังก็อยากจะตอบรับคำขอนี้ในวินาทีนี้ด้วยซ้ำ

 

            หากความทรมานนี้ได้จบลงด้วยน้ำมือของคุณหนูก็คงจะดี หากแต่เขายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องสะสางก่อนที่จะตาย

 

            “เหมือนเช้านี้คุณหนูจะอวดเก่งจังเลยนะครับ”

 

            “ถ้าฉันอวดเก่งแล้วจะทำไม นายจะทำอะไรฉันหรือไง เอาสิ ทำเลย ตอนนี้ใครๆ ก็มองว่าฉันมันสกปรกอยู่แล้ว จะมากกว่านี้ก็ไม่เห็นเป็นไร” ฮยอกแจว่าด้วยน้ำเสียงชิงชัง ที่ทำให้ชายหนุ่มอยากหัวเราะ หากแต่หัวเราะไม่ออก

 

            เขาจะไม่มีวันทำให้คุณหนูต้องแปดเปื้อน หากแต่บทบาทที่สวมอยู่ต่างหากที่ทำให้สองขาก้าวเข้าไปชิดริมเตียง กดสายตาเย็นชาไปยังดวงตาเรียวสวยที่เงยขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน

 

            ถ้าเขาทำให้คุณหนูกลัว คุณหนูจะถอย แล้วเขาจะมีพื้นที่ให้หายใจ

 

            หมับ

 

            ดังนั้น แม้จะไม่อยากทำ แต่คนตัวโตก็คว้าเข้าที่ข้อมือ แล้วบีบแน่น ก่อนที่จะแสยะยิ้ม

 

            “นั่นสินะ มากกว่านี้ก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไง...คุณก็เคยอ้าขาให้ผมมาแล้วอยู่ดี”

 

            กึก

 

            คนพูดจำใจเอ่ยคำนี้ออกไป มองสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นซีดขาวอย่างเจ็บปวดหัวใจ อยากจะเอื้อมมือไปโอบกอด ไปปลอบโยน แต่สิ่งที่ผู้ชายคนนี้ทำได้มีเพียงยกยิ้มสมเพช กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับประเมินราคา ให้ฮยอกแจยิ่งหน้าซีดขาว

 

            “และยังไง คนทั้งบ้านก็คิดว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ได้เพราะเป็นนางบำเรอของผมอยู่แล้ว...ใครจะเชื่อนะว่าคุณหนูลีผู้สูงส่ง ที่แท้ก็ร่านรักไม่ต่างจากผู้หญิงข้างทาง”

 

          ได้โปรด อย่าร้องไห้ คุณหนูได้โปรด ผมขอโทษ

 

            ขณะที่คำพูดร้ายกาจหลุดรอดจากริมฝีปาก แต่ภายในใจของคนพูดเจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าที่ใครจะสัมผัส ยามมองใบหน้าแสนสวยที่กำลังซีดขาว ดวงตาฉ่ำวาวด้วยความโกรธแค้นปนชิงชัง ไหนจะฟันคมที่ขบกัดริมฝีปากจนซีดสี สีหน้าทรมานที่เขาไม่อยากเห็นเลยสักนิด ขณะที่ภาวนาในใจให้อีกฝ่ายดิ้นรนจากอ้อมกอดของเขา แล้วเขาจะปล่อยมือข้างนี้ในทันที

 

          กลัวผมสิ ถอยห่างจากผม อย่าให้ผมต้องทำร้ายคุณมากไปกว่านี้

 

            “นั่นสิ...” สุดท้าย ฮยอกแจก็เอ่ยแทรกความเงียบขึ้นมา แล้วใบหน้าที่ทรมานกับคำพูดร้ายกาจก็เงยขึ้นสบตากัน แล้วบอกว่า...

 

            “ตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างจากผู้หญิงข้างถนนจริงๆ นั่นแหละ”

 

            สีหน้า แววตา และคำพูดที่กำลังยินยอมรับคำดูถูกของฮันคยอง ทำให้มือที่บีบข้อมือยิ่งบีบแน่น บีบเพื่อให้เขาตั้งสติเอาไว้ว่าจะไม่หลุดความจริงในใจออกไป

 

            “นายจะด่า จะว่าอะไรฉันก็เชิญ เพราะยังไงนายก็ปล่อยให้ฉันมีชีวิตอยู่เพราะอย่างนี้อยู่แล้ว แค่คำว่าร่านแลกกับชีวิต...มันไม่ได้มากไปเลยสักนิด” แล้วฮยอกแจก็ส่งยิ้มให้ รอยยิ้มขมขื่นที่คนมองก็เจ็บปวดหัวใจจนคลายมือลงโดยไม่รู้ตัว

 

            “ต่อไปนี้ถึงนายจะว่าฉันว่าอะไร ฉันก็ไม่เถียงอีกแล้ว เพราะนายเป็นเจ้าของชีวิต แล้วฉันจะไปเถียงอะไรได้ล่ะ” คุณหนูลียังคงยิ้ม...รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเสียใจที่ผู้ชายซึ่งเคยไว้วางใจทำร้ายกันอย่างนี้ จนฮันคยองเองก็สะอึก

 

            ดังนั้น สิ่งที่มังกรร้ายทำคือการปล่อยมือ ยืดตัวเต็มความสูงแล้ว...ยิ้มเยาะ

 

            “รู้สถานะตัวเองก็ดี” เขาพูดได้เพียงเท่านั้น แล้วก้าวลงจากเตียงอย่างต้องการหลีกหนีจากบทบาทที่เขาสวมอยู่ และไม่คิดจะหันกลับไปมองแววตาที่เปี่ยมไปด้วยคำถามมากมาย เพียงก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องน้ำอย่างไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรับรู้ความเสียใจ ทว่า...

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้น ให้ต้องหลับตาลง ข่มกลั้นอารมณ์มากมายให้สงบ แล้วหันไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย อย่างพร้อมรับมืออีกฝ่าย

 

            “เอ้านี่ ฉันเตรียมให้”

 

            กึก

 

            คนฟังนิ่งไปทันที เมื่อเพียงเปิดประตูให้ เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสแลคก็ถูกดันมาไว้ในมือ จนต้องเงยหน้ามองคนที่ว่าด้วยน้ำเสียงเหินห่าง ดวงตาคู่คมหรี่ลงนิดคล้ายประหลาดใจ ทั้งที่ในใจกำลังตกใจไม่น้อย

 

            “หน้าที่นางบำเรอยังไงล่ะ” ฮยอกแจว่าอย่างนั้นด้วยรอยยิ้ม มองเข้ามาในตาเหมือนค้นหาความจริง แล้วก็ก้าวถอยหลัง กลับไปปักหลักยังเตียงนอนเหมือนเดิม ปล่อยให้ฮันคยองเพียงยืนนิ่งพร้อมเสื้อผ้าหลายชิ้น แต่เพียงพักเดียว ร่างสูงก็หมุนตัวเข้าไปในห้อง แล้วลงกลอน เพราะ...

 

            ตุบ

 

            ศีรษะได้รูปเอนพิงกับประตูห้องน้ำ ยามที่สองมือกำขยุ้มเสื้อผ้าหลายชิ้นเอาไว้แน่น

 

            ทั้งที่รู้ว่าไม่ควร หากแต่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้รับจากคนที่เขาเทิดทูนที่สุดเหมือนน้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่แห้งผาก

 

            เขาไม่คู่ควรกับความใจดีนี้เลยสักนิด

 

            ไม่ว่าคุณหนูทำให้เพราะต้องการให้เขาไว้ใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันก็ทำให้หานฮันคยองคนนี้ทำได้เพียงหลับตา จับเสื้อผ้าหลายชิ้นอย่างหวังซึมซับความอ่อนโยนของใครอีกคนเข้ามาไว้ในหัวใจ

 

            แค่นี้ เขาขอเพียงเท่านี้ก็พอ

 

            ไม่หวังให้คุณหนูให้อภัย หวังเพียงคุณหนูยังมอบความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ให้บ้างก็ยังดี

 

            ความคิดของคนที่ไม่รู้เลยว่าฮยอกแจเองก็กำลังมองบานประตูนิ่ง ก้มลงมองข้อมือที่ขึ้นรอยแดงเรื่ออย่างไม่เข้าใจ

 

            อีกแล้ว ชั่วแวบหนึ่ง เขาเห็นฮันคยองคนเดิมอีกแล้ว

 

            หมับ

 

            “ฉันต้องพิสูจน์ให้ได้” สุดท้าย ฮยอกแจก็กำมือแน่น แล้วบอกตัวเองว่าเขาต้องรู้ให้ได้ว่าตัวจริงของผู้ชายคนนั้นเป็นยังไงกันแน่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

 

................................................

 

            ครบค่ะ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรหรอกจ้า แค่ฮยอกเขากำลังตามหาความจริง ที่รู้สึกว่ามันมีอะไรขัดแย้งกันไปหมด หมายถึงในใจเขาน่ะนะ สัมผัสได้ถึงความขัดแย้งในสิ่งที่เกิงทำ คือเขาขู่ไง พูดจาไม่ดีใส่ไง แต่เอาจริงๆ เกิงก็ไม่เคยทำมากกว่านั้นนะเออ ดังนั้น ฮยอกของเราต้องเอาตัวเข้าแลกเท่านั้นค่ะ เพื่อพิสูจน์ความจริง (หรา)

            ตอนหน้ากลับไปที่คู่คิเฮจ้า รายนั้นก็ตะล่อมจะเอาคนสนิทเป็นเมียล่ะนะ 

            อ้อ ตอนนี้เมย์เปิดรีปริ๊นคัลเลอร์ฟูลเลิฟนะคะ ทั้ง ภาคเลย รายละเอียดที่นี่เลย >>

http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1250831&chapter=58

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #9190 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 19:49
    สู้ๆนะ สงสารทั้งคู่เลย
    #9190
    0
  2. #7635 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 08:42
    ใครกันแน่ที่คือคนร้ายยยยยย
    #7635
    0
  3. #6929 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 08:58
    มครกันแน่ที่เป็นคนทำร้ายฮยอกกกกกกกกกกกกกก
    #6929
    0
  4. #6720 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 09:21
    นี่ไม่อยากอ่านคู่ฮันฮยอกเลยอ่ะ ฮือออออออออ อ่านทีไรน้ำตาไหลทุกที ฮืออออออออออออ
    #6720
    0
  5. #5602 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 12:24
    ถ้าไม่ใช่เกิง แล้วทำไมฮยอกถึงเห็นว่าเป็นเกิงที่ทำล่ะ ฮยอกไม่น่าจะจำเกิงไม่ได้นะ หรือเพราะคนนั้นมั้นคล้ายเกิงมาก เกิงมีฝาแฝดมั้ย
    #5602
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #5019 Jiinnie Cutie (@jeansjeein) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 17:57
    ป๋าเริ่มหลุดให้ฮยอกจับได้แล้วนะ
    #5019
    0
  9. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:16
    เอาละเว้ยยยย อาเกิ๊งงงง เตรียมโดนเลย 5
    #4566
    0
  10. #4216 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 20:40
    ทรมานกัน ทรมานคนอ่านด้วยจริงๆ แง้
    #4216
    0
  11. #3859 Redberrylips (@redberrylips) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 04:14
    โอ้โหพึ่งอ่านชื่อตอน ชัดมาก คำถามที่อยากรู้คำตอบของเรามีเยอะมากค่ะไรเตอร์ สนุกมาก ๆ อินมาก
    #3859
    0
  12. #3858 Redberrylips (@redberrylips) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 04:13
    เดี๋ยวนะ คืนนั้น นี่คืนไหน ฮยอกแจเป็นไรทำไมต้องมีเซ็กซ์ด้วยอ่ะ ละเด็ดกว่าคือทำไมป๋าอยู่ด้วยละป๋าเป็นคนทำไม่ได้ ที่ป๋าพูดตลอดว่าอยากให้ฉีกฮยอกเป็นชิ้น ๆ หรอ ถ้าเอากันนี่คือ ป๋ามีเซกซ์ไม่ได้อ่อ หรือนี่เข้าใจผิดหมดเลย 
    #3858
    0
  13. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 12:35
    พี่ฮันไม่ได้เป็นคนไม่ดีจริงๆด้วย!
    ฮื่อออออออออออออออออออออออ อยากจะร้องไห้สักหลายๆรอบแต่เดี๋ยวตายะบวม... ฮยอกต้องพิสูจน์มันให้ได้นะ ให้รู้ว่าพี่ฮันไม่ได้ทำ พี่ฮันเป็นคนดี... ดีมากเลยนะที่ยอมทำตัวให้ฮยอกเกลียด ยอมเป็นคนผิดเผื่อฮยอกขนาดนี้ แล้วคิบอมนี่อะไร... เสวยสุขอยู่ทั้งๆที่ฮยอกกำลังแย่... ฮื่ออออออออออออออ
    #3421
    0
  14. #3415 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 19:58
    แค่คิดว่าการที่ฮันต้องพูดจาร้ายๆใส่ฮยอกแต่ตัวคนพูดเองกลับเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าคนฟัง แล้วที่ผ่านมาล่ะ ที่ฮันทำมาตลอดฮันจะต้องทนเจ็บปวดแค่ไหน แค่คิดก็น้ำตาซึม ฮ่าๆๆ ขี้แยได้ตลอดเลยสินะเนี่ย // *ปาดน้ำตาแล้วยิ้มหัวเราะตัวเอง*
    พี่เมย์ คู่นี้หลังจากเรื่องเคลียร์กันแล้วฟาขอหวานๆนะ เอาให้คุ้มค่าดราม่าเลยนะคะ ตอบแทนความเสียสละของป๋า
    #3415
    0
  15. #3365 Suphaphone Silyphong (@noy-spp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 07:36
    หน่วงอ่ะพิสูจน์เลยเป็นกำลังใจให้ฮยอกแจเราก็อยากรู้เหมือนกัน
    #3365
    0
  16. #3364 +tO Dr3aM,To f Ly+ (@milmilmil) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 06:25
    คือก็เจ็บกันทั้งคู่นะ หันมาคุยกันดีๆไม่ดีกว่าหรอ กลัวป๋าจะทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาจังเลยย
    #3364
    0
  17. #3362 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 01:36
    โอ๊ย หน่วงสุดใจ น้ำตามาเลยจ้า บีบหัวใจกันตลอด ๆ ฮยอกจะตามหาความจริงแล้วน๊าาาาาาาาาาาา เย่ ๆ ดีใจอ่ะ อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องมาอึดอัดขนาดนี้ ส่วนป๋าก็โคตรหวังน้อยเลย ขอแต่เล็กน้อยจากฮยอก โอ๊ย ทำไมบีบหัวใจกันขนาดนี้ ฮือๆ น้ำตาไกลจริง ๆ ต้องพูดจาทำร้ายจิตใจคนที่รักทั้งที่ในใจไม่อยากทำเลย เฮ้อ ปวดหัวใจจัง
    #3362
    0
  18. #3360 HaeeunPim (@sjehhe) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 23:19
    ฮยอกแจจจจโอ้ยหนูอยากเห็นฮยอกแจมีความสุขกับเขาสักทีฮันน่าจะลองพูดอะไรกับฮยอกแจบ้างถ้าฮันคนเดิมกละบมามันต้องดีมากแน่ๆเลย;-;
    #3360
    0
  19. #3357 ~..K_minhae..~ (@dear_kaew) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 22:02
    พิสูจน์เลยฮยอก หาความจรืงให้เจอเร็วๆ น้าาาาา จะได้มีแต่ความสุขสักที
    #3357
    0
  20. #3321 J1510 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 23:49
    😢😢😢😢
    #3321
    0
  21. #3320 cerberus (@khontharos) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 23:15
    ไชโย!!!นายเอกของเราฉลาด.....
    #3320
    0
  22. #3319 KimHeeMo32 (@kimheemo32) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 22:18
    ย๊อกกกสู้ๆนะ... ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดีเลยจริงๆๆๆ
    #3319
    0
  23. #3318 pplovedh1015 (@pplovedh1015) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 22:17
    ป๋า เรารักป๋ามากอะ สู้ๆนะ พี่เมย์อย่าใจร้ายนักซีี แงงงงงงงงง
    #3318
    0
  24. #3317 boombim (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 22:11
    หน่วงอ่า อึดอัดแทนทั้งคู่ อยากให้ฮยอกหาความจริงเจอ และหวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น
    #3317
    0
  25. #3315 Super_DH (@super-fish) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 18:49
    เจ็บอ่ะ สงสารเกิง
    #3315
    0