[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,313 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,334

    Overall
    672,313

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 31 คนกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    2 มี.ค. 59


ตอนที่ 31 คนกลาง

 

 

           

            “ฮยอกแจ หลานไม่เป็นอะไรนะ หลานปลอดภัยดีใช่มั้ย!

 

            “ครับน้าฮีชอล ผมปลอดภัย...ปลอดภัยดี”

 

            หลังจากอนุญาตให้น้องชายของอดีตนายหญิงเข้ามา และฮีชอลได้เห็นหลานชายตัวเองยืนอยู่หน้าทางเข้าบ้าน ร่างเพรียวก็แทบจะพุ่งตัวลงมาจากรถ ขยับเข้ามาคว้าไหล่หลานชายเพียงคนเดียวที่เขาพยายามขอพบมาเป็นเดือนๆ แล้วก็ได้รับคำตอบว่าสภาพจิตใจของคุณหนูยังไม่พร้อมเจอใครทุกครั้ง

 

            จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือนที่ทำให้ฮีชอลแทบนั่งไม่ติด และแม้ครอบครัวของเขาจะเชื่อมั่นในตัวหานฮันคยองมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างมีจุดสิ้นสุด และมันก็ถึงจุดนั้นมาได้สักพักแล้ว

 

            ติดต่อมากี่ครั้งก็ได้เพียงคำตอบเดิมๆ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้ยินเสียงหลานชายตัวเอง อีกทั้งข่าวลือหนาหูที่เขาไม่เชื่อเหมือนคนอื่นๆ ว่าคนสนิทของพี่เขยคนนี้เป็นคนฆ่าล้างตระกูลเพื่อแย่งชิงสมบัติก็เริ่มสั่นคลอน

 

            ไม่ว่าใครก็ต้องเปลี่ยนความคิดทั้งนั้น เมื่อไม่ได้เจอคนสำคัญนานถึงขนาดนี้

 

            ตอนนี้ฮีชอลจึงโล่งใจ สบายใจจนเกือบจะร้องไห้เมื่อเห็นว่าหลานชายคนเดียวยังไม่บุบสลาย ทั้งยังกอดเขากลับ ตอบด้วยเสียงสั่นๆ ว่าผมไม่เป็นอะไร

 

            กระทั่งผละออกมามองหน้า ลูบแก้ม มองสำรวจหัวจรดเท้าว่ายังไม่เป็นอะไรจริงๆ ฮีชอลถึงสงบลง หากแต่...เขามีคำถามอยู่เต็มหัว

 

            “ผมขอคุยกับหลานตามลำพังได้มั้ย” ใจอยากจะถามเสียเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ แต่เพราะมีสายตาของคนคุมอำนาจของบ้านหลังนี้ พร้อมกับคนงานหลายคนที่จับจ้องมองมา ราวกับว่าเขาเป็นโจรปล้นบ้าน ทำให้ฮีชอลว่าเสียงเข้ม ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ไว้หน้าใครแล้ว

 

            เขาเสียพี่สาวกับพี่เขยไปแล้ว ตอนนี้เขาเหลือเพียงเด็กคนนี้คนเดียว

 

            “...”

 

            “คุยตรงนี้ก็ได้ครับน้า” ขณะที่คุณหนูของบ้านก็กลัวใจ และกลัวสายตาคมกล้าของคนที่จ้องน้าเขานิ่งๆ ให้ต้องเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงสั่น

 

            เขากลัวน้าเขาจะมีอันตรายไปด้วย

 

            “ทำไมล่ะฮยอกแจ แค่น้าขอคุยกับหลานตามลำพังไม่ได้เลยหรือ หรือว่าจริงๆ แล้วมันเป็นไปตามข่าวลือที่ใครๆ ก็พูดว่าหลานถูกจับขังเอาไว้ในบ้าน หรือไม่ก็กลายเป็นศพอยู่ที่ไหนสักที่ไปแล้ว!” ฮีชอลว่าเสียงกร้าว ตวัดสายตาคมสวยไปมองฮันคยองนิ่ง

 

            ท่าทางไม่ยอมลงให้ที่ฮยอกแจรีบจับแขนเอาไว้

 

            “น้าก็เห็นแล้วไงครับว่าผมไม่เป็นอะไร...”

 

            “นั่นสินะครับ คุณฮีชอลเองก็คงมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณหนูตามประสาน้าหลาน ผมอยู่ด้วยคงไม่เหมาะเท่าไหร่” แต่แล้ว คนที่คิดว่าไม่ยอมแน่ๆ กลับบอกด้วยความสุภาพ ก่อนที่จะเชื้อเชิญให้เข้าไปในอาคาร แต่ไม่ลืมที่จะกำชับคนสนิท

 

            “ดูแลคุณฮีชอลดีๆ ล่ะ”

 

            คำสั่งที่ฮันคยองสั่งคนสนิท ทำให้ฮยอกแจ...หวั่นใจ

 

            แม้จะอยากเล่าทุกเรื่องให้น้าฟังมากแค่ไหน แต่ถ้ายังตกอยู่ในสายตาของคนบ้านนี้ เขาก็ยังพูดอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่

 

..........................................

 

            “เนี่ยหรือที่บอกว่าคุยกันตามลำพัง”

 

            ฮีชอลได้แต่เอ่ยเสียงเย็น ยามที่ปรายตาไปยังประตูห้องนั่งเล่น แล้วพบว่าโจวคยูฮยอนกำลังยืนกุมมืออยู่ตรงหน้าราวกับรักษาความปลอดภัย แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือการคุกคามมากกว่า จนความสงสัย ความอึดอัดในอกยิ่งเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว

 

            ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านพี่สาวเขากันแน่!

 

            “เป็นคำสั่งคุณฮันคยองครับ”

 

            “แต่ที่นี่เป็นบ้านของฮยอกแจ!” ฮีชอลเกลียดคำว่าคำสั่งของหนุ่มลูกครึ่ง มันฟังเหมือนว่าฮันคยองมีอำนาจใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้ ทั้งที่จริงๆ ควรจะเคารพเจ้าของบ้านอย่างลีฮยอกแจมากที่สุดต่างหาก

 

            “ตามที่คุณฮันคยองเคยเรียนคุณฮีชอลครับ เกี่ยวกับอาการ...”

 

            กึก

 

            แม้คยูฮยอนจะพูดแค่นั้น แต่คนฟังกลับสะดุ้งวาบขึ้นมาทันที นึกถึงผลการรักษาที่คนสนิทของพี่เขยให้เขาดู ซึ่งบอกว่าหลานชายกำลังมีปัญหาทางจิต ให้ดวงตาที่กร้าว อ่อนลงทันที หันกลับมามองหลานชายที่บีบมือเขาไม่ยอมปล่อย

 

            หลานชายที่ดูต่างจากเมื่อหลายเดือนก่อนราวกับคนละคน หลานที่ดูไร้ชีวิตชีวาราวกับร่างกายที่ขาดหัวใจไป

 

            “แล้วตอนนี้อาการของหลาน...เอ่อ...เป็นยังไงบ้าง” คนถามว่าอย่างระมัดระวัง กลัวจะไปสะกิดแผลใจ และนั่นก็ทำให้ลีฮยอกแจที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น งุนงงว่าเขามีอาการอะไรนิ่งไปนิด สมองกำลังทำงานอย่างหนัก แล้วพบว่าเขาอาจจะกลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถสำหรับบุคคลภายนอกไปแล้ว จนตั้งฮันคยองมาเป็นผู้ดูแล

 

          นายผลักฉันให้ตกต่ำขนาดนั้นเลยหรือฮันคยอง

 

            “ผม...สบายดีครับ” จนได้แต่กัดฟันพูด พลางเหลือบไปมองคยูฮยอนที่แม้จะฟังคำขอเขาหลายครั้ง แต่แสดงออกชัดเจนเสมอว่ายังคงทำตามคำสั่งใครที่สุด

 

            นี่ไม่ใช่เฝ้าดูอาการเกรงว่าจะเกิดเรื่อง แต่เป็นการขู่ไม่ให้เขาพูดอะไรต่างหาก

 

            หมับ

 

            “ฮยอกแจ...” คำตอบที่คนฟังบีบมือหลานชายแน่น มองเข้าไปในตา แล้วบอกด้วยเสียงหนักแน่น

 

            “น้ารู้นะว่าการสูญเสียครั้งนี้มันยาก แต่เราต้องทำใจยอมรับ ทั้งพ่อทั้งแม่หลานไปสบายทั้งคู่แล้ว เราต่างหากที่ต้องยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป...อย่าเก็บตัวแบบนี้เลย หลานยังมีอนาคตอีกมากนะ” คนฟังได้แต่เม้มปากแน่น รับรู้ถึงความห่วงใยที่กำลังถ่ายทอดผ่านฝ่ามือ หัวใจที่คิดว่าไม่มีใครเหลือก็เต้นแรง รู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์

 

            “ถ้าหลานรู้สึกไม่ดี อยากเปลี่ยนบรรยากาศมั้ย น้าจะพาไปเอง หลานอาจจะดีขึ้น...”

 

            แกร๊ก

 

            เฮือก!

 

            ฮีชอลยังพูดไม่จบ แต่คุณหนูลีกลับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงอะไรหล่น แล้วเพียงเหลือบตาไปมอง เขาก็พบว่าคยูฮยอนกำลังก้มลงเก็บปากกาที่หล่นได้พอดิบพอดี แล้วดวงตาคมกริบก็จ้องมองมาแทน...คำเตือน

 

            คำเตือนว่าคุณหนูสัญญาอะไรเอาไว้กับเจ้านายผม

 

            จะไม่พูด และไม่บอกอะไรทั้งนั้น

 

            ความคิดที่ทำให้คนเผลอมีความหวังว่าจะออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แต่สูดหายใจลึกๆ ส่งยิ้มให้กับน้าชาย แล้วส่ายหน้า

 

            “ไม่ครับ...ผมยังไม่พร้อมเผชิญหน้าใคร”

 

            “แต่...”

 

            “ผมไม่พร้อมจริงๆ ครับน้า ผมไม่อยากเจอใคร ไม่อยากไปไหน น้าก็เห็นแล้วว่าผมปลอดภัยดีในบ้านหลังนี้ น้าอย่าห่วงผมเลยนะครับ”

 

          ได้โปรดนะครับน้าฮีชอล อย่าพูดอะไรที่จะเป็นภัยแก่ตัวน้าเองเลย

 

            คนที่เห็นคนสำคัญตายมาแล้วต่อหน้าได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างขอร้อง ส่งยิ้มฝืดฝืนอย่างอยากให้วางใจ และนั่นก็ทำให้ฮีชอลขมวดคิ้วมุ่น ถามย้ำอีกครั้ง

 

            “หลานแน่ใจหรือ...”

 

            “แน่ใจผมแน่ใจ!!!” จู่ๆ ฮยอกแจก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง ทำเอาคนมาเยี่ยมสะดุ้ง ได้แต่มองเลิ่กลั่กว่าเกิดอะไรขึ้น คงมีเพียงฮยอกแจที่เห็น...คนเฝ้าประตูที่ดึงชายเสื้อสูทขึ้นให้เห็นด้ามปืน

 

            มันไม่ใช่เพียงคำขู่ ไม่ใช่แน่ถ้าฮันคยองไม่พอใจ จนต้องยืนยันกับน้าชายอีกครั้ง

 

            “ผมอยากอยู่ที่นี่ อยากอยู่บ้าน ใกล้พ่อกับแม่ อีกอย่างทุกคนที่นี่ก็ดูแลผมดี น้าฮีชอลไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ เมื่อใดที่ผมพร้อม ผมจะออกไปเอง” คนเป็นหลานที่บอกเสียงหนัก ข่มกลั้นความหวั่นไหวที่ว่าจะมีใครมาช่วยเขาจากนรกนี้ออกไป แต่ไม่ใช่แค่เพราะกลัวน้ามีอันตราย แต่เขาเอง...เขาเองก็อยากจะอยู่เพื่อหาความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน

 

          ใช่หรือฮยอกแจ จริงๆ นายมันก็แค่ผู้ชายน่าสมเพชที่หลอกตัวเอง ทั้งที่จริงๆ แล้ว...นายก็ยังรักฆาตกรคนนั้นอยู่ดี

 

            คำยืนยันที่ฮีชอลได้แต่ถอนหายใจอย่างจำยอม ทั้งที่แววตาฉายชัดถึงความไม่สบายใจ

 

            ไม่สบายใจกับบรรยากาศในบ้านหลังนี้ มันเหมือน...มีอะไรที่เขาไม่ควรแตะต้อง

 

................................................

ต่อค่ะ

 

            “ฮันคยอง ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรน้าฮีชอลเลยนะ”

 

            “...”

 

            “ฮันคยอง”

 

            “ผมมีงานต้องทำ คุณนอนไปก่อนได้เลย”

 

            หลังจากมื้ออาหารที่แสนอึดอัดจบลง และคิมฮีชอลยอมกลับไปแต่โดยดี ฮยอกแจก็ต้องกลับมาเป็นคุณหนูที่ถูกคุมขังอีกครั้ง อีกทั้งความยินดีที่พบว่าน้าชายยังมีชีวิตอยู่ก็มอดลง เมื่อความกังวลถึงอันตรายเข้ามาแทนที่

 

            คุณหนูลีไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายคิดจะทำยังไงกับน้าของเขา และเขาไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือดขึ้นอีก

 

            ดังนั้น ฮยอกแจจึงพยายามทั้งขอร้อง ทั้งอ้อนวอน ทั้งขอคำสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนี้ แต่คำตอบที่ได้รับคือความเงียบราวกับป่าช้า และเมื่อตอบกลับมาก็เป็นการเปลี่ยนเรื่องอย่างไล่เขาไปนอน จนเรียวปากเม้มเข้าหากัน ดวงตาเรียวรีจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่อยู่บนโต๊ะหนังสือนิ่ง

 

            “ฮันคยอง คุยกับฉันก่อน...”

 

            “ผมเตือนคุณแล้วนะว่าผมต้องทำงาน และอย่าลืมว่าวันนี้คุณขัดคำสั่งผมไปแล้ว”

 

            คำที่คนฟังก็พูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งมองชายหนุ่มที่กลับไปสนใจเอกสารที่หอบมาทำด้วย สองมือก็กำเข้าหากันแน่น เพราะเขากำลังร้อนใจ

 

            น้าชายของเขาไม่ได้พัวพันกับธุรกิจมืดของพ่อ แม่ของเขาเป็นคนธรรมดาที่มารักกับมาเฟีย แต่แม่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจมากมายพวกนั้น เช่นเดียวกับน้าชายที่มีชีวิตอย่างคนทั่วไป แต่งงานกับน้าเขยที่อาจจะฐานะดี แต่ก็ไม่ได้มือสกปรก สองคนนั้นจึงเรียกว่าไร้ทางสู้ หากคนคนนี้คิดจะกำจัดทิ้งไป

 

            เขาอาจจะยังพอสำคัญตัวว่ายังสำคัญกับหานฮันคยอง แต่สำหรับสองคนนั้น...ไม่มีอะไรไว้วางใจได้เลยว่าจะปลอดภัย

 

            ความคิดของคนที่ยืนกำมือ

 

            “ฉันจะยอมทำทุกอย่าง...ทุกอย่างจริงๆ ขอแค่นายอย่าแตะต้องน้าฉัน”

 

            “...”

 

            คนฟังยังคงเงียบ อย่างที่ไม่รู้ว่ารับรู้แต่ไม่ตอบรับ หรือไม่คิดจะรับฟังกันแน่ จนคนมองตัดสินใจ...

 

            หมับ

 

            สองมือของฮยอกแจโอบรอบลำคอ เอนตัวลงแนบชิดกับแผ่นหลัง เอียงหน้าไปมองเสี้ยวหน้าคมคายที่ไม่มีสะดุ้งสะเทือน ยามที่พยายามปิดกั้นทุกความหวาดกลัว ทุกความหวาดหวั่น แล้วส่งมือไปดันแก้มสากให้หันกลับมาสบประสานสาตากัน

 

            “คุณหนู ผมเตือนคุณว่ายังไง” ฮันคยองว่าเสียงเข้ม แล้วก็ต้องนิ่ง เมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมา

 

            “ตราบใดที่มันยังเป็นแค่คำขู่ ฉันก็ยังไม่จำเป็นต้องกลัวไม่ใช่หรือ” เสียงที่สั่นสะท้าน พอๆ กับร่างเล็กที่สั่นระริกกับการเบียดกายเข้ามาแนบชิดเช่นนี้ แต่ฮยอกแจไม่หยุด ใบหน้าขาวยื่นเข้ามาใกล้ หลับตาลง กดปลายจมูกลงที่แก้มราวกับลูกแมวตัวน้อยที่เข้ามาคลอเคลีย หากแต่แมวตัวนี้กำลังหวาดกลัวราชสีห์จับใจ

 

            “ได้โปรด อย่าทำอะไรน้านะ ฉันยอมนายทุกอย่าง...อย่าทำน้าฉัน” ร่างเล็กพึมพำ ยังไม่หยุดไซ้จมูกเข้าที่ใบหน้าคม ลากไล้ริมฝีปากลงมา สัมผัสได้ถึงไรหนวดจางๆ ที่เสียดสีกับกลีบปากจนเกือบจะถอนตัวหนีหลายต่อหลายครั้ง

 

            “ทุกอย่าง?” เป็นครั้งแรกที่ฮันคยองพูดเหมือนจะต่อรอง ให้คนฟังลืมตาขึ้นมาช้าๆ มองเข้าไปในตา แล้วเขาก็เกลียดแววตาแบบนี้

 

            แววตาที่ไม่รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่

 

            ถูกมองด้วยแววตาดูถูกยังดีเสียกว่าถูกมองด้วยแววตาราวกับเป็นแค่อากาศธาตุ

 

            “ใช่ ทุกอย่าง” แต่ฮยอกแจก็สูดหายใจลึกๆ บอกตัวเองว่าเขาผลักดันตัวเองจนไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว สิ่งที่คุณหนูลีที่เคยเกลียดและกลัวสัมผัสจากผู้ชายทำจึงเป็นการ...แนบริมฝีปากลงบนปากได้รูป

 

            ปากของฮยอกแจกำลังสั่น แต่ร่างเล็กไม่ถอนมันออก ตรงกันข้าม กลับยิ่งกดมันแนบชิดกว่าเดิม สองมือก็ยิ่งโอบรอบลำคอแกร่งไว้มั่น อย่างคนที่ตัดสินใจเอาร่างกายเข้าแลก รอรับเสียงดูถูกที่ทำให้หัวใจแทบแหลกลาน แต่...

 

            หมับ

 

            เฮือก!

 

            ร่างเล็กกลับถูกกระชากลงมานั่งบนตักอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น สองมือของปีศาจร้ายยังโอบกระชับเข้าที่เอวเล็ก ทั้งยังเป็นฝ่ายกดริมฝีปากลงอย่างแนบแน่น ปลายลิ้นร้อนผ่าวก็สอดลึกเข้ามาภายในในช่วงที่เกือบจะหลุดร้องด้วยความตกใจ

 

            มันไม่ได้ป่าเถื่อนรุนแรงเท่าคืนนั้น แต่มันก็ตะกละตะกลามจนแทบหายใจไม่ทัน

 

            “อื้อ...ฮื่อ!” ฮยอกแจยอมรับว่าเขากลัว ตัวเขากำลังสั่น แต่เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเปิดปากรับปลายลิ้นที่สอดเข้ามาภายใน ดูดเม้มหนักๆ จนสองมือสั่นเทิ้ม ใจอยากจะผลักออกไป พอๆ กับบอกตัวเองให้อยู่นิ่งกับที่

 

            ลมหายใจร้อนผ่าวถูกยัดเยียดเข้ามา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหายใจไม่ทัน รู้เพียงว่าน้ำหยดใสกำลังไหลหยาดลงมาบนเรียวปากสีสด หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอย่างไม่รู้ว่าเป็นความกลัวหรือตื่นเต้น ในที่สุด สองมือก็พยายามผลักดันไหล่กว้างเพราะกำลังจะหมดลมหายใจ

 

            “แฮก แฮก แฮก...” ฮยอกแจถึงกับหอบจนตัวโยน เมื่อคนตัวโตยอมผละออกนิด ดวงตาคมกริบก็จ้องเข้ามาในตา แล้ว...กดลงมองริมฝีปากบวมช้ำ

 

            ฟึ่บ

 

            “คุณบอกว่าจะยอมทำทุกอย่างสินะ” ปลายนิ้วโป้งลูบคลึงเข้าที่กลีบปากแดงช้ำ ปาดเช็ดน้ำลายให้อย่างเบามือ ขณะที่เสียงทุ้มก็บอกเรียบๆ ไม่มีเค้าลางจะแสดงอารมณ์ความรู้สึก แม้จะเพิ่งมอบจูบร้อนแรงให้ก็ตาม

 

            “ว่าไงครับคุณหนู”

 

            หงึก

 

            เมื่อถูกถามซ้ำ คนที่ยังหายใจจนอกสั่นก็รีบพยักหน้า พยายามตั้งสติว่าเขากำลังต่อรองกับอีกฝ่ายอยู่ และนั่นก็ทำให้หานฮันคยอง...ยิ้ม

 

            “ปากคุณหนูนุ่มน่าดูเลยนะครับ”

 

            “...” ฮยอกแจรู้สึกเหมือนเขากำลังก้าวขาเข้าไปในนรก แต่เขาพูดอะไรไม่ออก ไม่กล้าแม้จะคาดเดาว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาทำอะไร

 

            ท่าทางที่คนมองก็คงรู้ เพราะร่างสูงเลื่อนมือไปจับมือขาวแล้ว...วางลงบนเป้ากางเกง

 

            จากนั้นก็เอ่ยคำที่คนฟังตกตะลึง

 

          “ใช้ปากคุณ...กับมันสิ”

 

            “ฉะ...ฉัน...” ฮยอกแจถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ก้มลงมองตามมือตัวเอง ทั้งที่ร่างทั้งร่างกลับมาสั่นระริกอีกครั้ง รู้สึกถึงคลื่นความคลื่นเหียนที่ลอยมาแตะปลายจมูก เหตุการณ์ในคืนนั้นที่เขาถูกอวัยวะส่วนนี้บุกรุกเข้ามาในร่างแวบเข้ามาในหัว และนี่เขาต้องเอามันเข้าไปใน...ปาก

 

            “คุณบอกว่าจะยอมทำทุกอย่าง”

 

            กึก

 

            คุณหนูลีกัดฟันแน่น เมื่อได้ยินคำนี้ ร่างเล็กก็ค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงเก้าอี้ แหงนเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าคมคายผ่านม่านน้ำตา ราวกับขอร้อง แต่...ฮันคยองแค่ยกยิ้มมุมปาก

 

            “เอาสิ คุณบอกผมเอง” มือใหญ่เลื่อนมาคลึงกลีบปากเล็กเล่น เพื่อบอกว่าต้องใช้ส่วนไหน เพื่อเอาใจส่วนไหน แบบที่ฮยอกแจพยายามห้ามอาการสั่น นึกถึงหน้าน้าชายที่ห่วงใยเขา แล้วเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้

 

          ฮยอกแจ...นายต้องทำ โดนมาหนักกว่านี้นายก็ทำมาแล้วไม่ใช่หรือ แค่นี้...แค่นี้เอง...

 

            “เอาสิครับ”

 

            ราวกับเสียงของปีศาจร้ายที่ดังก้องขึ้นในใจ และสิ่งที่ฮยอกแจทำได้...

 

            พรวด

 

            ปัง!

 

            “โอ๊กกกกกก!

 

            คนที่บอกทำได้ทุกอย่างก็วิ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำ โก่งคออาเจียนเมื่อภาพในคืนนั้นมันกลับมาอีกครั้ง เขาอาจจะทำใจให้มันเข้ามาในร่างกายได้อีกครั้ง แต่เขาทำใจที่จะสัมผัสมันราวกับเป็นของล้ำค่า ทั้งที่มันเป็นอวัยวะที่เน่าเฟะที่ทำร้ายเขาอย่างไม่เหลือดีไม่ได้

 

            เสียงอาเจียนดังออกมาจากในห้องน้ำ ยามที่คนใจร้ายก็เอนตัวพิงเก้าอี้ จากนั้นก็กำมือแน่น

 

            “แบบนี้แหละ...ดีแล้ว”

 

            แม้จะเจ็บปวดที่ต้องทำแบบนี้ แต่คุณหนูควรจะรู้ว่าไม่ควรพูดว่าจะยอมทำทุกอย่าง แม้จะเป็นเขาก็ตาม

 

.........................................

 

            ต่อค่ะ

 

            แม้ว่าท้องฟ้าจะมืดมิด แม้ว่าจะดึกดื่นมากแล้ว แต่ภายในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าสะสวยยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง สองมือกุมเข้าหากันแน่น ดวงตาฉายชัดถึงความหนักใจ พอๆ กับเสียงถอดถอนหายใจที่ทำให้คนเพิ่งกลับเข้าบ้านต้องเข้ามาดูอย่างแปลกใจ

 

            แปะ

 

            “ฮีนิม คุณมานั่งทำอะไรตรงนี้เงียบๆ” ซีวอนกดสวิตซ์ เผยให้เห็นร่างของคนรักที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ขณะที่เสียงทักก็ทำให้ฮีชอลหันมาสบตา แล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ

 

            “ไม่มีอะไร”

 

            “เรื่องของฮยอกแจใช่มั้ย”

 

            กึก

 

            ทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยถาม คนฟังก็ชะงักไปทันที ก่อนที่จะถอนหายใจยาว ให้คนเป็นสามีขยับมานั่งบนพนักพิง ยื่นมือมาวางลงบนหัวไหล่ ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

            “หลานเป็นยังไงบ้าง”

 

            “สบายดี ไม่สิ มันไม่ใช่คำว่าสบายดี ซีวอน ฉันรู้สึกว่าฮยอกแจแปลกไป ไม่ใช่เพราะเรื่องการตายของพี่ มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ” ร่างเพรียวถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะซบหน้าลงกับช่วงเอวของคนที่นั่งสูงกว่า ให้ซีวอนโอบมือรอบไหล่ราวกับปกป้อง

 

            “คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า”

 

            “เปล่าซีวอน ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ อาการของหลานไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ ลองคิดดูสิ เกิดเรื่องขนาดนั้นแล้ว ทำไมฮยอกแจไม่อยากออกจากบ้านหลังนั้น มันแปลกเกินไป” คนเป็นน้าว่าอย่างกังวล ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนรักที่ลูบไหล่ไปมา ดวงตาคู่คมฉายแววครุ่นคิด

 

            “ให้ผมขอร้องผู้ใหญ่ดูมั้ย”

 

            “ตำรวจน่ะหรือ...ไม่ดีหรอก คุณก็รู้เหมือนที่ฉันรู้ว่าธุรกิจของพี่เขยคืออะไร ต่อให้เป็นปัญหาหนักขนาดไหน พี่ก็บอกเสมอว่าเราต้องจัดการเอง” คนพูดหลับตาลงช้าๆ ราวกับจนปัญญาจะช่วยหลาน ยิ่งหลานชายไม่ยอมพูดอะไร ไม่สิ...

 

            “อีกอย่าง ฮันคยองดูเหมือนระแวงทุกคนที่เข้าใกล้หลาน จนฉันอดเป็นห่วงไม่ได้” ฮีชอลรู้สึกว่ามันไม่เหมือนการดูแลความปลอดภัย แต่มันคือการคุมเข้ม จนคนเป็นสามีนิ่งไปนิด แล้วเสนอขึ้นมา

 

            “แล้วถ้าให้คนวงการเดียวกันช่วยล่ะ”

 

            “หมายความว่ายังไง หรือว่า...” ฮีชอลเม้มปากเข้าหากันทันที

 

            “ใช่ คุณคิมคิบอมไง ไม่ใช่แค่เขาอยู่ในวงการนี้เหมือนกัน แต่เขาเองยังมีศักดิ์เป็นคู่หมั้นฮยอกแจ ขอแค่เราซึ่งเป็นญาติที่เหลืออยู่เอ่ยปากขอร้องไป มันจะเป็นเรื่องภายในของเขาทันที”

 

            ข้อเสนอที่คนฟังสบตาคนรักนิ่ง ก่อนที่จะถอนหายใจอีกครั้งอย่างจำยอม

 

            คิมคิบอมเคยยื่นข้อเสนอมาแล้วว่าจะช่วย แต่เขาปฏิเสธไปเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องในครอบครัว แต่ครั้งนี้ หากหานฮันคยองที่พี่เขยไว้ใจนักหนาตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา เห็นทีคงต้องให้ผู้ชายคนนั้นเข้ามาช่วยจริงๆ

 

..........................................

 

            “นาฬิกาสวยนะดงแฮ”

 

            “...”

 

            ลีดงแฮเกือบจะห้ามอาการสะดุ้งไม่ทัน เมื่อจู่ๆ ที่ปรึกษาอาวุโสเอ่ยปากขึ้นมาในสายวันหนึ่ง แต่เพียงแวบเดียว ใบหน้าติดหวานที่ฉาบด้วยหน้ากากของหุ่นยนต์ก็กลับมานิ่งเฉย ดวงตากลมก็หันไปสบประสานสายตา แล้วเอ่ยเพียง...

 

            “ขอบคุณครับ”

 

            “จะไม่พูดอะไรมากกว่านี้หรือ”

 

            “ผมไม่มีอะไรจะรายงานนี่ครับ” คังอินที่วันนี้เข้าบริษัทได้แต่หรี่ตามองเด็กที่เลี้ยงมากับมือ แล้วก็ส่ายหัว

 

          ไม่ยอมพูด

 

            ความคิดของคนที่กวาดสายตามองดงแฮตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพบว่ามีอะไรหลายอย่างที่เปลี่ยนไป

 

            ไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกายที่สวมใส่ แต่รวมถึงบรรยากาศที่ดู...นุ่มนวลลง

 

            เมื่อก่อนดงแฮให้ความรู้สึกเหมือนเหล็กกล้าที่ไร้ความรู้สึก แต่ตอนนี้ ในยามที่เผลอ ในยามที่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ หรือแม้กระทั่งเผลอตัวจับจี้ห้อยคอที่อยู่กลางอก แววตาเย็นชามันอ่อนลงจนนึกหนักใจ เพราะคนที่ทำให้เกิดอาการแบบนี้ต้องไม่ใช่ใคร...เจ้านายที่เขาเตือนเอาไว้แล้ว

 

            แม้คังอินจะดีใจอยู่ลึกๆ ที่คนที่เลี้ยงเหมือนลูกยอมแสดงความรู้สึกออกมาซะบ้าง แต่แบบนี้อาจจะไม่ดีเท่าไหร่

 

            “ไม่มีหรือไม่คิดจะพูด” นั่นไง สีหน้าปั้นยาก ทั้งยังเหลือบมองนาฬิกาแบบนี้บ่งบอกว่าควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ ทำให้คนถามได้แต่ส่ายหน้า แต่จังหวะนั้นเอง เสียงของรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนก็ดังขึ้นให้คนสนิททั้งสองหันไปมอง

 

            “หึๆ มาบ่อยนะช่วงนี้”

 

            หญิงสาวที่กำลังก้าวเข้ามาเป็นเลขาของหนึ่งในคณะกรรมการบริหารที่ช่วงนี้มาป้วนเปี้ยนแถวห้องทำงานของนายบ่อยๆ จนคังอินก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นมา ให้คนที่ช่วงนี้มีบรรยากาศน่าเข้าใกล้เสียจนสาวน้อยสาวใหญ่จงใจทอดสะพานไม่หยุดแค่ลุกขึ้นยืน

 

            “เอกสารที่คุณดงแฮขอมาค่ะ”

 

            “ขอบคุณครับ” มือขวาคนสนิทตอบรับแค่นั้น ยามที่รับแฟ้มที่ขอไปมาวางบนโต๊ะ แต่สาวเจ้ายังไม่ยอมไป ทั้งยังเอ่ยปากถามด้วยรอยยิ้มหวานๆ

 

            “ใกล้พักแล้ว ยังไงคุณดงแฮไปทานข้าวด้วยกันมั้ยคะ...เอ่อ คุณคังอินด้วยนะคะ”

 

            “ไม่ล่ะ ขอบใจที่ชวน ไหนๆ ก็ใกล้พักแล้ว ไปพักเลยก็ได้นะดงแฮ” คนแก่กว่าว่าเช่นนั้น ยามมองปฏิกิริยาของลูกน้องผนวกลูกชายที่นิ่งไปนิด

 

            “ไหนๆ เขาก็มาชวนขนาดนี้แล้ว ฉันไม่เคยสอนให้ทำสาวๆ เสียน้ำใจนะ” พอคนเป็นหัวหน้าเปิดทางขนาดนี้ มีหรือที่คนชวนจะไม่มองมาด้วยแววตามีความหวัง และนั่นก็ทำให้คนหน้าหวานยิ่งลำบากใจกว่าเดิม ทว่า เขากำลังมองผลได้ผลเสียอยู่

 

            การสนิทสนมกับพนักงานในบริษัทก็เป็นเรื่องดี ยิ่งกับสาวๆ พวกนี้ เผลอๆ เขาอาจจะได้ข่าวที่น่าสนใจก็ได้ ทว่า...

 

            “แล้วเจ้านาย...”

 

            “เที่ยงนี้นายไม่ได้ออกไปไหน สั่งให้ยกอาหารขึ้นมาบนนี้” ทุกที ถ้าเจ้านายสั่งแบบนั้น ลูกน้องจะผลัดเวรกันไปพัก ส่วนใหญ่ดงแฮจะพักทานอะไรง่ายๆ อยู่หน้าห้องไม่ไปไหน กันว่าเจ้านายจะเรียกใช้ แต่ใช่ว่าจะออกไปยืดเส้นยืดสาย หรือมีเวลาส่วนตัวไม่ได้

 

            “นะคะ คุณดงแฮ ไปทานด้วยกันเถอะค่ะ แค่คาเฟทีเรียของบริษัท ไม่ได้ไปไหนไกลเลย” หญิงสาวยังคงตื๊อ และคงตื๊อแบบหลายวันที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

          “หน้าห้องฉันกลายเป็นสวนสาธารณะที่จะมาชวนใครไปไหนมาไหนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

            ถ้าไม่ใช่เพราะประตูห้องเปิดออก ตามมาด้วยเสียงของเจ้านายหนุ่มที่ดังแทรกขึ้นมา

 

            ร่างสูงที่กำลังยืนพิงกรอบประตู ยกมือขึ้นกอดอก กดสายตามองสาวสวยด้วยแววตาเรียบนิ่ง แม้ว่าริมฝีปากจะยกขึ้นราวกับเจ้านายใจดีก็ตาม

 

            ท่าทางที่คนถูกมองเสียวสันหลังวาบ ก้มหน้าลงมองเพียงปลายเท้า ละล่ำละลักบอกเสียงสั่น

 

            “ขะ...ขอโทษค่ะ ดิฉันขอตัวนะคะ”

 

            แววตาของเจ้านายบอกว่า...ไปได้แล้ว

 

            “คังอิน สั่งมื้อเที่ยงเผื่อดงแฮด้วย ส่วนนาย...ตามมา” เจ้านายหนุ่มเอ่ยปากสั่ง ก่อนที่จะตวัดตามามองดงแฮที่รับคำเสียงหนัก เดินตามเข้าห้องอย่างว่าง่าย ทั้งที่ดวงตากลมฉายแววกังวลใจ รับรู้ได้เลยว่ามีสายตาของลูกพี่ที่จับจ้องไม่ละสายตา

 

            กระทั่งประตูห้องปิดลงนั่นแหละที่ทำให้คังอินที่ยกยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้าช้าๆ ด้วยความหนักใจ

 

            “แบบนี้ไม่ดีนะครับนาย นายจะไว้ใจใครอยู่ที่นายพิจารณา แต่แสดงออกชัดเจนแบบนี้มันไม่ดีเลยสักนิด”

 

            ตอนนี้ไม่ใช่แค่บรรยากาศของดงแฮเปลี่ยนไป เจ้านายเองก็เปลี่ยนไป แล้วคังอินไม่อยากให้มันชัดเจนขนาดนี้ เพราะไม่ว่าใครมาเห็นก็พอจะเดาได้ว่าเมื่อครู่ ไม่ได้ดุเพราะว่ามาจีบกันในเวลางาน แต่...หวงแหนเจ้าเด็กน้อยของเขาต่างหากล่ะ

 

            “นายไม่ควรแสดงออกว่าหึงชัดเจนแบบนี้นะครับ”

 

            ใช่ เมื่อครู่ มันคืออาการ...หึงหวง

 

            การแสดงออกที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนคนนอกชักหนักใจ

 

..........................................................

 

            ครบค่ะ จริงๆ ถ้าคนที่ทำให้เฮแสดงความรู้สึกไม่ใช่เจ้านาย คังอินพร้อมสนับสนุนนะคะ ไม่ใช่คุณพ่อหวงลูกไร้เหตุผลแน่นอน แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นเจ้านายที่มีภาระหน้าที่มากมาย การแสดงออกว่าให้สิทธิพิเศษลูกน้องคนหนึ่ง แถมในเชิงชู้สาวด้วย ทำให้เจ้าตัวแอบหนักใจ ก็แหม น่าหนักใจอยู่นะนั่น หึงออกอาการขนาดนั้นนี่เนอะ

            นี่เมย์ปวดหัวมาตั้งแต่เมื่อเย็น แล้วก็หนักขึ้นเรื่อยๆ อากาศก็ไม่ได้หนาวมากมาย แต่ห่อผ้าเป็นดักแด้เลย ฮือ

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

            



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

89 ความคิดเห็น

  1. #8410 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 21:28
    อิพี่คังอินกล้าว่านาย หึงแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ 55555
    #8410
    0
  2. #7647 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 09:46
    ฮ่าๆๆๆๆมีหึงงงงงงง
    #7647
    0
  3. #6955 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 16:38
    ทั้งๆทีาไม่อยากทำแบบนั้นแต่ก็ยังทำนะพี่ฮัน เมื่อไรจะบอกความจริงไปน๊าาาาา
    เฮนี่เสน่ห์แรงนะ หุหุ เจ้านายต้องตามหึงเลยอ่ะ
    #6955
    0
  4. #6743 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 16:21
    คิดถึงเฮมาดโหดจังเลย55555
    #6743
    0
  5. #5614 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 20:40
    คุณฮีได้เจอหลานสักที

    แหม..บอมหึงออกนอกหน้าเชียวนะ พ่อหมีหวงลูกสาวแล้ว
    #5614
    0
  6. #5526 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 23:44
    พึ่เมย์ ถ้าป่วยก็ต้องพักผ่อนเยอะๆนะคะ ไม่ใช่มาฝืนสังสารปั่นฟิคแบบนี้ สุขภาพตัวเองต้องมาก่อนนะคะ ตอนแรกก็คิดนะว่า ถ้าเจอตัวคนร้าย แล้วพี่ฮันบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ฮยอคคงไม่เป็นไร แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า มันไม่โอเคแน่ๆสำหรับฮยอค เครียดเลย ไม่รู้จะช่วยคู่นี้ยังไงดี เหนื่อยใจ มันเหมือนไม่มีทางออกที่ดีเลย ส่วนบอม นี่ก็แสดงออกมากไป ไม่รู้ว่ารู้ตัวรึป่าว แต่แบบนี้ มันจะกลายเป็นจุดออ่อนได้เลยนะ ทั้งคู่เลย
    #5526
    0
  7. #5277 baimon_hana (@baimon-hana) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 11:12
    บอมหึงตั๊ลล๊ากกกกกกก >_<
    #5277
    0
  8. #5127 ~..K_minhae..~ (@dear_kaew) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 01:18
    บอมหึงแล้วค่าาา
    เก็บอาการไม่อยู่เลย 5555
    #5127
    0
  9. #5126 ~..K_minhae..~ (@dear_kaew) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 01:17
    บอมหึงแล้วค่าาาราา
    เก็บอาการไม่อยู่เลย 5555
    #5126
    0
  10. #4965 cerberus (@khontharos) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 23:02
    ในที่สุด!!!!!
    #4965
    0
  11. #4913 boombim (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 22:47
    ตามหวงได้ตลอดจริงคุณเจ้านาย ทำเอาสาวๆที่พากันมาจีบเด็กน้อยของตัวเองพากันกระเจิง
    #4913
    0
  12. #4895 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 13:10
    ถ้าคังอินหนักใจ ดงแฮก็คงจะหนักใจมากๆอ่ะ

    ก็เจ้านายเขาเก็บอาการซะที่ไหน แสดงออกมาซะขนาดนั้น ต่อให้เป็นคนนอกก็คงจะดูออกนั่นแหละ

    แต่ว่านะ หมดเวลาหวานของคู่นี้แล้วหรอ? เพราะดูเหมือนว่าหลังจากนี้ไปสองคู่นี้จะได้กลับมาเกี่ยวพันกันอีกครั้งแล้วสินะคะ

    แล้วคิดว่า ดงเฮคงจะต้องรู้สึกผิดกับฮยอกแน่ๆเลยทีรัดคู่หมั้นของเขาแบบนี้
    #4895
    0
  13. #4887 root-hair (@roothair) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 22:14
    หลุดดดดดดมากกหลุดเต็มไปหมดด เก็บอาการหน่อยนะพี่นะะ
    #4887
    0
  14. #4883 Hyukiekyu (@Hyukiekyu) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 21:32
    รอนะคะ~
    #4883
    0
  15. #4882 GreyEye (@sirius1980) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 19:18
    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ ไปหาหมอด้วยนะคะ
    #4882
    0
  16. #4881 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 19:03
    อาการออกเรื่อยๆจริงๆนะเจ้านาย นี่อีกไม่นานอาจจะเอาไปเป็นนายหญิงเลยล่ะเนอะ คึคึ
    #4881
    0
  17. #4880 Popo_KH (@moonampopo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 15:58
    บอมหึงแรงมาก ชอบคู่นี้จังงงง
    #4880
    0
  18. #4879 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 15:27
    เรียกว่าพี่คิบอมตวัดสายตามาทีแทงชะนีทะลุเลยจ้าาาาา หึงแรงนะคะบอสสสสสสสสส คุณพ่อเขาเป็นห่วงแน่ะ
    #4879
    0
  19. วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 11:29
    หึงแรงมากค่ะ บรรยากาศสองคู่นี่ต่างกันอย่างกับอยู่คนละเรื่องงั้นล่ะ
    #4878
    0
  20. #4877 PA'เดoะดาร์ก' { (@kingice_51) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 01:37
    ตอนนี้แสดงออกเรื่อยๆแต่เดี๋ยวมีเรื่องฮยอกมาทำให้คู่นี้ดราม่าแน่เลย
    #4877
    0
  21. #4876 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 22:58
    พี่คังใจเย็นเนอะ 5555
    #4876
    0
  22. #4875 windwing (@windwing) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 22:42
    เจ้านายหึงลูกน้องออกนอกหน้าเชียว ????????

    *น้องเมย์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ*
    #4875
    0
  23. #4874 skyrum (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 22:21
    คนนอกอย่างพี่นี่หนักใจกับอีกคู่มากกว่าเยอะเลยไรท์เตอร์ เอ้ย คัังอินจ๋า
    #4874
    0
  24. #4873 BbB (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 20:55
    อุ๊ปส์!!!! เจ้านายคะ หลุดอาการชัดเจนไปนะคะ



    จริงๆก้ออยากให้ดงเฮไปเดตกับสาวสวยดูนะ

    อยากรุว่าเจ้านายจะทำยังไงน๊าาาา 555
    #4873
    0
  25. #4872 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 20:46
    ทางโน้นก็ยังใส่หน้ากากใส่กันอยู่  ทางด้านนี้ก็แสดงออกซะจนคนสนิทหวั่นใจ 55555 
    #4872
    0