[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,140 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,161

    Overall
    672,140

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 38 หากใจมันรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    29 พ.ค. 59


ตอนที่ 38 หากใจมันรัก

 

 

 

            แม้ว่าอากาศภายนอกจะเย็นจัด หากแต่ภายในห้องพักสุดหรูของคิมคิบอมกลับอุ่นซ่านไปหมด เมื่อร่างสูงใหญ่กำลังนอนเป็นฐานรองรับร่างเพรียวที่แม้จะไม่ได้บอบบางน่าทะนุถนอมเหมือนผู้ชายหลายคนที่เคยนอนด้วย หากแต่ก็น่าเอ็นดู เมื่อลูกน้องคนสนิทกำลังซุกหน้านิ่งๆ อยู่กับอก สองมือกอดรอบลำคอ มีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำที่คลี่คลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งสอง

 

            “ตกลงแล้วตอนเด็กๆ นายไม่เคยมาเชจูใช่มั้ย”

 

            “ครับ ผมไม่เคยมีงานที่ต้องมาทำที่นี่”

 

            “ฉันหมายถึงมาเที่ยว”

 

            คิบอมว่าเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อคนสนิทว่าเสียงจริงจัง แบบที่ดงแฮก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันนิด

 

            “ไม่เคยหรอกครับ”

 

            “คังอินก็เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเท่าไหร่สินะ”

 

            “ไม่ใช่นะครับ!” คนฟังถึงกับแย้งเสียงหลง รีบส่ายหน้าแรงๆ ไม่อยากให้เจ้านายเข้าใจผิด เพราะทั้งพี่คังอิน ทั้งพี่อีทึกล้วนแล้วแต่ดีกับเขามาก ซึ่งไม่มีทางจะเป็นคนไม่ได้เรื่องไปได้ ตรงกันข้าม ทั้งสองล้วนมีพระคุณกับเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างดงแฮคนนี้มากจนไม่มีอะไรจะตอบแทนให้ได้ด้วยซ้ำ

 

            ฟึ่บ

 

            “แล้วเป็นยังไง”

 

            นายใหญ่ถามพลางพลิกตัว ปล่อยให้ร่างเพรียวขยับมานอนนิ่งบนโซฟาตัวใหญ่ด้วยกัน มือข้างหนึ่งก็ขยับขึ้นมายันหัวขึ้นสูงกว่าเดิมนิด มองคนที่เผลอดึงเสื้อคลุมอาบน้ำขึ้นมากระชับรอบไหล่อีกหน่อย

 

            ตอนนี้คิบอมบอกตรงๆ ว่าอยากรู้เรื่องของดงแฮในช่วงเวลาที่ไม่ได้พบหน้ากัน

 

            เขาช่วยเด็กคนนี้ออกมาจากนรกได้หลายปี แต่ช่วงเวลาก่อนที่จะมาทำงานใต้สังกัดของคังอิน คิบอมไม่ได้เจอดงแฮเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กที่มีแววตาแห้งผากคนนั้นใช้ชีวิตยังไง แบบไหน รู้เพียงการฟังผิวเผินจากคนสนิทเท่านั้นว่าสบายดี

 

            ช่วงเวลานั้น ดงแฮเหมือนหายออกไปจากชีวิตของเขา และกลับมาอีกครั้งเพื่อช่วยชีวิตเขาตอบแทน

 

            “พี่คังอินดูแลผมอย่างดีครับ”

 

            “ฉันต้องการขยายความคำว่าดูแลอย่างดี” ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิด มองหน้าคนที่ซบลงกับท่อนแขนตัวเอง ราวกับระลึกถึงช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

 

            “เขาให้ที่อยู่ ให้อาหาร และให้การศึกษากับผมอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน”

 

            “นั่นมันความต้องการพื้นฐาน” คิบอมเกือบจะหัวเราะออกมา เมื่อเด็กตรงหน้าว่าเสียงจริงจัง หากแต่ดวงตากลมโตไม่ได้ฉายแววล้อเล่น ราวกับบอกว่าสิ่งเหล่านี้มีค่าที่สุดสำหรับเด็กที่ไม่เคยได้รับแม้แต่สิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา และนั่นทำให้นายใหญ่ส่งมือไปวางบนหัวทุย

 

            “ที่อยู่อาศัยที่ว่า...ห้องนอนนายสีอะไร”

 

            “สีฟ้าครับ”

 

            “เลือกเองหรือ”

 

            “เปล่าครับ พี่อีทึกจัดการให้ ตอนแรกผมขอนอนแค่บนโซฟาก็พอ แต่พี่อีทึกไม่ยอม” คิบอมพยักหน้า ชักรู้สึกสนใจเรื่องของอีกฝ่ายมากขึ้นทุกที

 

            เขาอยากรู้ว่าดงแฮใช้ชีวิตยังไง

 

            “แล้วนายทำยังไง”

 

            คำถามที่ทำให้เด็กที่เคยนอนอยู่ในสถานที่ที่สกปรกเสียยิ่งว่ารังหนูก้มหน้าลงนิด ก่อนที่จะเอ่ยเสียงเบา

 

            “ตอนแรกที่ผมไปอยู่บ้านหลังนั้น ผมไม่รู้แม้แต่วิธีพูดคำสุภาพ ผมก็เลยไม่กล้าพูด ได้แต่พยักหน้าหรือส่ายหัว แรกๆ ผมกลัวทำบ้านเขาสกปรกเลยไปขดตัวนอนอยู่บนพื้นห้องครัว สุดท้ายก็ถูกพี่อีทึกดุ แล้วบอกว่าถ้าผมไม่ขึ้นมานอนดีๆ พี่เขาจะโกรธ...” คิบอมยอมรับว่าแปลกใจที่เห็นรอยยิ้มบางๆ แตะแต้มริมฝีปากคนที่แทบไม่ยอมพูดเรื่องของตัวเองเลย ทว่าไม่ขัด

 

            เขาอยากรู้มากกว่านี้

 

            “ผมเลยขยับขึ้นมานอนบนโซฟา พอเริ่มชินกับมัน ก็ถูกย้ายไปอยู่ห้องนอน ผมยังจำได้เลยครับว่าไม่กล้านอนบนเตียงเพราะกลัวว่าจะทำที่นอนดีๆ แบบนั้นเลอะ เลยไปนอนบนพื้น แอบทำอยู่หลายวันเหมือนกัน แล้วพี่อีทึกก็จับได้...ตอนนั้นถูกดุยาวเป็นชั่วโมง” คนฟังคิดว่าเขาไม่ใช่คนขี้สงสาร แต่การได้ฟังเรื่องของเด็กคนนี้ทำให้เขานิ่งอย่างเห็นได้ชัด

 

            สภาพของดงแฮตอนที่ออกมาจากบ้านหลังนั้นแทบดูไม่ได้ โดยเฉพาะแววตาที่ไม่เหมือนเด็กเลยสักนิด จนเมื่อมองย้อนกลับไป คิบอมรู้สึกถึงความโกรธที่พวยพุ่งขึ้นมาในใจ...เขาน่าจะทรมานพ่อของเด็กคนนี้มากกว่านั้น

 

            กระสุนนัดเดียวมันปราณีเกินไปสำหรับปีศาจร้ายที่ทำร้ายลูกตัวเองถึงเพียงนั้น

 

            ความคิดของคนที่ลูบหัวทุยเบาๆ ไซ้มือเข้าไปในกลุ่มผมนุ่ม ขยุ้มเอาไว้เบาๆ อย่างที่คนได้รับก็เงยหน้าขึ้นสบตา

 

            “เล่าต่อสิ”

 

            ความใกล้ชิดที่ลีดงแฮเองก็ตัวแข็งไปครู่หนึ่ง รู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่นวดคลึงไปตามศีรษะ จนได้แต่ขยับเข้าหา เบียดกายเข้าหาไออุ่นของผิวเนื้อมนุษย์ที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน

 

            “พี่อีทึกเป็นคนสอนหนังสือให้ผมครับ สอนทุกอย่างตั้งแต่การพูดไปจนถึงการเขียน กว่าผมจะอ่านออกเขียนได้ก็ใช้เวลานานเอาเรื่อง ส่วนพี่คังอินก็เป็นคนให้รางวัล เขาเคยถามผมว่าอยากได้อะไร”

 

            “แล้วนายตอบว่าอะไร”

 

            คำถามที่ดงแฮนิ่งไปนิด ขณะที่แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อ เรียวปากเม้มเข้าหากัน ทั้งยัง...หลบตา

 

            ท่าทางที่คนเฝ้าสังเกตเองก็ขยับหน้าเข้าไปใกล้ เลื่อนปลายนิ้วไปที่ปลายคาง ดันให้หันมาสบประสานสายตาเข้าหากัน

 

            “ว่าไง...ของเล่น ของกิน หรือไปเที่ยว”

 

            คิบอมรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เขาทายต้องเป็นสิ่งที่ผิด หากแต่ก็ไม่ยอมล่าถอย ยังคงไล่ต้อนคนสนิทที่ใครๆ ว่าโหดเหี้ยมให้หน้าเปลี่ยนสีมากกว่าเดิม ดวงตากลมโตก็พยายามหลบเลี่ยงไม่ประสานสายตา จนยิ่งมองก็ยิ่งอยากรู้...เด็กคนนี้ต้องการอะไรเป็นรางวัล

 

            “...เจ้านาย”

 

            “หืม” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น มองอีกฝ่ายที่สูดหายใจลึกๆ ก่อนที่จะเอ่ยเสียงเบา

 

          “ผมอยากเห็นเจ้านาย...อยากเห็นคุณคิบอมครับ”

 

            เช่นกัน คิบอมเป็นคนใจแข็ง แต่ตอนนี้เขากลับใจกระตุกอย่างรุนแรง ได้แต่มองหน้าติดหวานที่ไม่เหลือเค้ามาดของมือขวาคนสนิท กลับกลายเป็นแค่เด็กน้อยที่ถูกผู้ใหญ่จับได้ว่าแอบไปทำอะไรมา จนอดไม่ได้...อดใจไม่ไหวจริงๆ ที่จะกดจูบลงบนแก้มขาว

 

            “นายนี่มันจริงๆ เลยสิน่า” คนพูดว่าคล้ายเสียงระอาใจ ผิดกับริมฝีปากที่ยกยิ้มกว้างอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สองมือก็สอดเข้าที่เอว แล้วกระชับเข้าหาตัว

 

            “แล้วได้เห็นมั้ย”

 

            “แวบเดียวครับ”

 

            “หึๆ” คนฟังอดไม่ได้จริงๆ ที่จะกดปลายจมูกลงบนแก้มหนักๆ อารมณ์ดีเสียจนหัวเราะ

 

            “งั้นต่อไปนี้นายก็คงได้รางวัลตลอดเวลา”

 

            “ครับ?” คนสนิทยังตามไม่ทัน ให้นายใหญ่ยกยิ้มมุมปาก แล้วโน้มหน้าไปกระซิบคำที่ทำให้ลีดงแฮได้แต่หน้าร้อนจัด

 

          “นายจะได้เห็นฉันตลอดเวลา เพราะฉัน...จะไม่ยอมปล่อยให้นายห่างตัว”

 

            รางวัลที่ถึงดงแฮไม่ต้องการ คิบอม...ก็ยัดเยียดให้อยู่ดี

 

.........................................................

 

           ต่อค่ะ

 

            สำหรับหานฮันคยองแล้ว เขาไม่รู้จริงๆ ว่าการพาคุณหนูไปเคารพผู้เป็นบิดาและมารดาเป็นความคิดที่ถูกหรือผิด ในเมื่อเขาจะไม่โกรธเคืองใดๆ คุณหนูเลย หากจะโกรธเกลียดเคียดแค้นเขา ชิงชังจนไม่อยากเห็นหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างเล็กกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

 

            นับตั้งแต่ที่ตื่นขึ้นมาในห้องทำงาน ลีฮยอกแจไม่ยอมปล่อยให้เขาคลาดสายตา

 

            ขณะที่คลาดสายตาในที่นี่คือไม่ใช่จ้องด้วยความโกรธ อยากฆ่าให้ตาย หรือแก้แค้นแทนพ่อแม่ หากแต่เหมือนคุณหนูกลับไปเป็นเด็กที่กลัวถูกทิ้งไว้คนเดียว เมื่อใดที่หันไปสนใจสิ่งอื่น เพียงไม่ถึงสามนาที ก็จะหันกลับมามองให้แน่ใจว่าเขายังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน

 

            เช่นเดียวกัน พอทานมื้อเย็นที่โจวคยูฮยอนจัดมาให้ถึงในห้องทำงาน กินหนึ่งคำ เหลียวมองหน้าเขาหนึ่งครั้ง พอเห็นว่ายังอยู่ก็กลับไปกินต่อ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนชายหนุ่มรู้ว่าการพาอีกฝ่ายไปตามคำขอทำให้คุณหนูลีกลัว...กลัวการสูญเสีย

 

            หากไม่มองให้แน่ใจ เขาเองก็อาจจะหายวับไปต่อหน้าเหมือนกับนายใหญ่และนายหญิง

 

            ความคิดนี้ทำให้หานฮันคยองกังวล

 

            “ถึงแล้วคุณหนู”

 

            “อืม”

 

            หนุ่มลูกครึ่งว่ายามนำรถเทียบกับทางขึ้นคฤหาสน์ แบบที่คนฟังก็รับคำในลำคอ ไม่รอให้ใครเปิดประตูให้ แต่จัดการก้าวลงจากรถอย่างว่องไว ทันผู้ชายตัวโตที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างประตู จากนั้น...

 

            หมับ

 

            มือขาวก็เอื้อมไปคว้าจับเข้าที่ชายเสื้อสูทเอาไว้แน่น จนคนถูกจับก็เลิกคิ้วขึ้น

 

            “ทำอะไรของคุณ”

 

            “ไม่รู้” คำตอบที่ทำให้คนฟังนึกเป็นห่วง แต่คนพูดก็ส่ายหน้า

 

            “ฉันไม่เป็นไร...แค่...ไม่รู้สิ อธิบายไม่ถูก รู้แค่...ไม่อยากอยู่คนเดียว”

 

            ความรู้สึกนั้นแสดงผ่านดวงตาที่แดงก่ำ หลังจากร้องไห้อย่างหนักหน่วงไปเมื่อบ่าย ซึ่งมันทำให้ผู้ชายที่ทั้งสี่ห้องหัวใจมีเพียงคนคนนี้โหดใส่ไม่ออก เล่นละครต่อไม่ได้ ทำไม่ได้แม้แต่จะคิดคำพูดทำร้ายจิตใจ สิ่งเดียวที่หานฮันคยองทำคือ...

 

            หมับ

 

            ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเอื้อมไปจับมือขาวมากอบกุมเอาไว้ ค่อยๆ ประสานปลายนิ้วเข้าหาราวกับว่าเป็นของแตกหักง่าย จากนั้นก็กระชับเอาไว้ข้างลำตัว

 

            คุณหนูเจอมาพอแล้ว แค่นิดหน่อยเท่านั้น...แค่นิดเดียวจริงๆ

 

            ฮันคยองย้ำกับตัวเอง เบือนหน้าหนีไปอีกทาง เมื่อใบหน้าน่ามองหากแต่ซีดขาวเงยขึ้นอย่างหวังจะประสานสายตา ทว่าเขามองตรงๆ ไม่ได้ เมื่อในนั้นยังคงมีความหวังว่าเขาคนเดิมยังคงอยู่ สิ่งที่เจ้าตัวทำได้คือการปั้นหน้านิ่ง เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ หากแต่มันก็ยังสะท้อนผ่านมือที่ส่งความอบอุ่นเข้าหากัน

 

            ความอบอุ่นที่ฮยอกแจก็เดินตามอย่างว่าง่าย เพื่อกลับไปยังห้องขนาดรังหนูเมื่อเทียบกับห้องนอนมากมายภายในคฤหาสน์หลังนี้ ซึ่งแม้มันจะเล็ก แต่ฮยอกแจกลับสบายใจกว่าโลกกว้างใหญ่ภายนอกที่เขาออกไปเผชิญเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

 

            บางทีคุณหนูลีก็ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความแค้น มรดก สมบัติ หรือใครฆ่าพ่อกับแม่ เขาเหนื่อย...เหนื่อยเกินกว่าจะคิดหาคำตอบ

 

            เขาแค่ปรารถนาจะจับมือผู้ชายคนนี้...คนที่ไม่รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่

 

            ฮยอกแจก้มลงมองมือที่ประสานเข้าหากัน ยามถูกจับจูงผ่านประตูเข้ามา แล้วก็เกือบจะผวาเข้าหา เมื่ออีกฝ่าย...ปล่อยมือ

 

            “คุณอาบน้ำเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว จะได้พักผ่อน”

 

            “แล้วนายล่ะ” คนฟังที่กำลังถอดเสื้อสูทออกจากตัวเหลียวมามองหน้า แล้วก็รีบเบือนหลบ เพราะ...ดวงตาเรียวรีบอกว่าต้องการอะไรบางอย่างที่เขาไม่ควรให้

 

            “ผมจะทำงานต่ออีกหน่อย” หนุ่มลูกครึ่งว่าเช่นนั้น ทำท่าจะเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน แต่...

 

            หมับ

 

            “ไม่เอา” ร่างเล็กตอบกลับมาเสียงเบา หากแต่หนักแน่น ทั้งยังยื่นมือมาจับข้อมือ ให้ต้องกลับไปสบตา

 

            แววตาดื้อดึงกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับการขอร้อง

 

            “อาบน้ำด้วยกันนะ”

 

            “!!!

 

            แล้วฮยอกแจก็เอ่ยขอในสิ่งที่คนฟังปรารถนา แต่...ทำไม่ได้

 

            “นะ ไปอาบน้ำด้วยกัน”

 

            ฮันคยองเงียบไปอึดใจราวกับหาคำพูดใดๆ มาตอบโต้ไม่ได้ ร่างสูงนิ่งงัน จ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง เพราะแม้ใจอยากจะเข้าไปอาบน้ำให้คุณหนูมากแค่ไหน แต่เขาจะทำได้ยังไง เมื่อตัวเองยังไม่ไว้ใจตัวเองด้วยซ้ำ จนสูดหายใจลึกและยาว

 

            “คุณจะให้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่คุณอาบน้ำพร้อมคุณงั้นหรือ”

 

            “...”

 

            คุณหนูนิ่งไปแล้ว ทำท่าเหมือนจะปล่อยมือที่จับเอาไว้ แต่...

 

            ฟึ่บ

 

            มือขาวบีบแน่นกว่าเดิม พร้อมกับพยักหน้า

 

            “ใช่ ถึงนายจะฆ่าพ่อกับแม่ แต่ตอนนี้ฉันอยากอาบน้ำกับนาย”

 

            “นายใหญ่คงดีใจนะที่มีลูกชายอย่างคุณ”

 

            “นายจะว่าฉันง่ายหรือร่านล่ะ”

 

            เป็นหนุ่มลูกครึ่งเองที่สะอึก มองตาร่างเล็กที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ หากแต่กัดปากตัวเองแล้ว จากนั้น ฮยอกแจก็ถอนหายใจยาว แล้วว่าเสียงเบา

 

            “ไม่ต้องด่าฉันหรอก ถ้าไม่อยากก็ไม่เป็นไร...ฉันต้องไม่เป็นไร” คุณหนูปล่อยมือออกแล้ว ยามที่ก้าวถอยหลังอีกก้าว ซึ่งต่อให้โง่มากแค่ไหนก็รู้ว่าประโยคสุดท้ายคือการปลอบใจตัวเอง อีกทั้งหานฮันคยองก็เห็นชัดเต็มสองตา...น้ำตาที่ทำท่าจะร่วงหล่นจากนัยน์ตา

 

            “ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”

 

            ฮยอกแจพูดเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่จะหมุนตัวเข้าห้องน้ำ หากแต่ไหล่เล็กที่คุ้มงอเข้าหากันบอกคนมองว่า...อีกฝ่ายไม่ไม่เป็นไรตามที่พูด

 

            เป็นสิ คุณหนูกำลังเสียใจจนไม่อยากแม้แต่จะอยู่คนเดียว

 

            ยวบ

 

            ขณะที่ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียง สองมือลูบใบหน้าคมแรงๆ อย่างหวังให้ใจเย็นลง แต่มันทำไม่ได้เลยเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนตัวเล็กที่เดินร้องไห้เข้าไปในห้องน้ำ

 

            ตอนนี้ฮันคยองกำลังถามว่ามันมากพอให้เขาหยุดคิดเรื่องแผนการบ้าๆ นี่สักชั่วโมงหรือสองชั่วโมงได้หรือยัง

 

            วันนี้คุณหนูเจอมามากแล้ว...เขาไม่ควรเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้จิตใจบอบช้ำไปมากกว่านี้

 

            อีกทั้ง...

 

            โครม!

 

            พรวด

 

            “คุณหนู!

 

            ฮันคยองแทบจะกระโจนเข้าไป เมื่อได้ยินเสียงดัง กระแทกประตูห้องน้ำเต็มแรง ก่อนที่จะได้เห็น...ร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างฝักบัวที่หล่นอยู่บนพื้น ปล่อยสายน้ำอุ่นฉีดกระจายไปทั่ว รวมทั้ง...ร่างเปลือยเปล่าที่ขาวจัด

 

            คนที่รีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตา แล้วว่าเสียงเครือ

 

            “ไม่มีอะไร แค่ทำฝักบัวหล่น”

 

            “ให้ตาย!

 

            ฮันคยองซะอีกที่เป็นฝ่ายสบถเสียงดัง แล้วก้าวยาวๆ เข้ามายืนต่อหน้าร่างเล็ก ไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกไปด้วย เขาแค่ปิดน้ำ แล้วคว้าฝักบัวเจ้าปัญหามาวางลงที่ของมัน แล้ว...ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง

 

            ท่าทางที่ฮยอกแจก็นิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ทำอะไร”

 

            “อาบน้ำให้คุณไง มานี่” หนุ่มลูกครึ่งว่าเสียงหนัก ยามโยนเสื้อผ้าลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี จากนั้นก็ดันร่างเล็กหันหน้าเข้าหากำแพง คว้าฝักบัวมาเปิดน้ำใหม่ สงบสติอารมณ์มองเพียงหัวไหล่เรียบเนียนกับหลังหัวที่ปกคลุมด้วยเส้นผมตัดสั้น แต่มันไม่ค่อยช่วยอะไรเลยสักนิด!!!

 

            ขณะที่ฮยอกแจก็เหลียวมามอง ทั้งยังอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วเจ้าตัวก็เงียบลง หันกลับไปมองกำแพง ปล่อยให้สายน้ำอุ่นฉีดรดลงบนตัว และสะดุ้งเฮือกทันทีที่ฝ่ามือใหญ่ หยาบ สาก และเปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วนกำลังลูบไล้สบู่เหลวลงบนตัวของเขาอย่าง...อ่อนโยน

 

            ตอนแรกคุณหนูลีเกร็ง แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จับเนื้อตัวเพื่อหวังสิ่งอื่น มันเป็นเพียงการอาบน้ำที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน และอาจจะเพราะไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป ร่างเล็กบางถึงเอนพิงคนด้านหลังอย่าง...เผลอตัว

 

            ไม่สิ เขาอาจจะไม่ได้เผลอ แค่อยากจะมั่นใจว่าร่างที่มีเลือดอุ่นๆ ไหลเวียนอยู่ยังยืนอยู่ตรงนี้ ซ้อนอยู่ด้านหลังของเขา แต่มันไม่ได้ดีเลยสำหรับหานฮันคยอง

 

            คนที่จับร่างเล็กหันหลังให้เพื่อไม่ต้องมองอะไรที่เขาไม่ควรมอง แต่มันเป็นความคิดที่ผิดถนัด เมื่อก้นกลมกลึงกำลังแนบลงบนลำตัวของเขา!!!

 

            ไม่ดีแล้ว แบบนี้ไม่ดีแล้วแน่ๆ!

 

ต่อค่ะ

 

 

            “ยืนดีๆ”

 

            “...”

 

            ชายหนุ่มว่าเสียงเรียบราวกับว่าร่างกายยังไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ทว่าคนในอ้อมกอดไม่ได้ให้ความร่วมมือกันเลยสักนิด เพราะใบหน้าขาวจัดกลับปิดเปลือกตาลงราวกับไม่รับฟังใดๆ มีเพียงร่างกายเล็กบางที่ยังแนบชิดไม่ห่าง แบบที่คนเป็นหลักพยุงก็ไม่อาจจะขยับตัวถอยหนี

 

            “คุณหนู...”

 

            “อุ่น” ยังไม่ทันที่จะเอ่ยเตือนอีกครั้ง เสียงพึมพำแผ่วเบาก็ดังออกมาจากในลำคอ จนฮันคยองต้องก้มลงมองแก้มขาว

 

            “ตัวนายอุ่นจังเลยฮันคยอง”

 

            คุณหนูลีไม่ได้เอ่ยถึงอะไรก็ตามที่กำลังตอบสนองต่อร่างกายของเขา เพราะเจ้าตัวรับรู้ได้เพียงความอุ่นของผิวเนื้อที่แนบชิดเข้าหากัน ไม่ใช่ความเย็นเยียบที่หัวใจดวงนี้สัมผัสมาตลอดทั้งวัน

 

            ร่างกายอบอุ่นหมายความว่ายังมีชีวิต จนร่างเล็กลืมตาช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบประสานสายตา

 

            “ฮันคยอง ตัวนายอุ่นจนฉันอยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ” ฮยอกแจเลื่อนปลายนิ้วขึ้นมาจับฝ่ามือใหญ่ขึ้นมากุมเอาไว้ ประสานปลายนิ้วลงบนนิ้วเรียวยาว สัมผัสได้ถึงเลือดอุ่นๆ ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้ ทำให้มือข้างนี้อุ่น และความอุ่นก็ส่งผ่านมาที่เขา

 

            “มันอุ่น”

 

            หมับ

 

            ฮยอกแจดึงมือข้างนั้นมาวางลงบนแก้มของตัวเอง ย้ำเพียงว่ามันอบอุ่นมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับสายลมเย็นจัดที่พัดบาดผิวในวันนี้ เมื่อเทียบกับป้ายหินแกะสลักที่แสนเย็นเยียบ หรือแม้แต่ร่างกายที่ไม่เหลือความอบอุ่นใดๆ ของบิดามารดาที่หลับอย่างสงบอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน

 

            เมื่อเทียบกันแล้ว นี่คือความอบอุ่นที่เขาถวิลหา...ความอุ่นของลมหายใจ

 

            ฟึ่บ

 

            “โอ๊ย” แต่แล้ว ร่างเล็กก็ต้องร้องเบาๆ อย่างตกใจ ไม่ใช่เพราะร่างกายที่ถูกพลิกให้หันไปเผชิญหน้ากับใครอีกคน แต่เป็นเพราะแผ่นหลังที่แนบเข้ากับผนังห้องน้ำเย็นเฉียบที่ทำร่างกายมันสั่น ดวงตาเรียวรีก็ทำได้เพียงประสานเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องมองมายังเขา และ...

 

            หมับ

 

            มือใหญ่ทั้งสองข้างประสานปลายนิ้วกับมือขาวสองข้างอย่างรวดเร็ว ดันมันตรึงกับผนังห้องน้ำ เหลือเพียงร่างกายล้วนๆ ของผู้ชายสองคนที่เปลือยเปล่าและเปียกปอน

 

ตัดค่ะ






 

 

 

 

 

 

ต่อจาก NC

 

            “แฮก แฮก แฮก...”

 

            ท่ามกลางเสียงหอบหายใจ ผู้ชายที่ปล่อยตัวไปตามใจก็กำลังกระซิบลงข้างหู

 

            “รู้หรือยังว่าตัวผมอุ่นแค่ไหน”

 

            ความอุ่นที่เขากำลังตอบคำถามเช่นกันว่ายังมีลมหายใจ จนคนฟังกอดกระชับรอบลำคอ กระซิบบอกกับตัวเอง

 

          อย่าปล่อยฉันนะฮันคยอง กอดฉันแบบนี้ อย่าปล่อยฉันไปไหน

 

            ความอุ่นที่ไม่ได้ขับไล่ความหนาวสั่นของร่างกายเท่านั้น หากแต่เข้าไปทำให้หัวใจที่ด้านชาอุ่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนสองคนเริ่มทำตามที่หัวใจร่ำร้องขอเสียที

 

..................................................

 

            ครบค่ะ อย่านับเลยเนอะว่าหายไปกี่วัน ว่าเดือนนี้จะเป็นเด็กดีสักหน่อย เมย์ว่าเดือนนี้เมย์เลวสุดในรอบหลายปีเลยเชียวล่ะ แหะๆ นี่เอาซะแทบต่อไม่ติดเลยนะว่าเรื่องนี้ถึงไหนแล้วอะเนอะ เอาเป็นว่าย้อนความกันนิดนะคะว่าเกิงพาฮยอกไปเคารพพ่อแม่ และแทนที่จะทำให้ฮยอกแจเกลียดเกิง สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขากลับกลัวว่าเกิงจะหายไปเหมือนพ่อกับแม่ นำไปสู่เหตุการณ์ข้างบนที่คงเดากันได้ตั้งแต่หนก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นอะเนอะ เอาเป็นว่าหลังจากนี้ก็เบาลงไง จริงๆ นะคะ เอาให้ทันคู่คิเฮ อันนั้นคุณเจ้านายก็กำไรคนเดียวทั้งเรื่องนั่นแหละ ก็แหม เมนเก๋า (ภาพเมนออกมานี่แทบไม่กล้าพิมพ์ว่า “เรือนกายแข็งแกร่ง” กันเลยทีเดียว แก้มอูมมาเชียว) เราต้องกัดเมนตัวเองบ้าง เคารพบูชามาหลายปีและ แฮ่

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #8412 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 23:08
    โอ๊ยยยย ฮยอกน่าสงสาร
    ส่วนดงแฮก็น่าสงสารตอนเด็ก ๆ
    ไรท์เตอร์ทำร้ายฮยอกแจของเราง่ะ ฮยอกร้องไห้บ่อยไปแล้วนะเรืื่องนี้ 
    #8412
    0
  2. #7655 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 21:02
    รักกันต่อไปปปปปปป
    #7655
    0
  3. #6965 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 08:05
    อยากให้คู่นี้เข้าใจกันซักที จะได้มีความสุข แบบนี้ทรมานนนนน
    #6965
    0
  4. #6750 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 17:50
    โอ้ยยยสงสารร
    #6750
    0
  5. วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 03:03
    ncหายไปอ่าาาา
    #6091
    0
  6. #5829 boombim (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 14:23
    ได้ทำตามใจตัวเองกันสักที ฝืนกันจนอึดอัดแทนมานาน
    #5829
    0
  7. #5762 cerberus (@khontharos) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 22:37
    น้ำตาจิไหล...กว่าจะก้าวผ่านดราม่าไปได้คงอีกไม่นานนะ???
    #5762
    0
  8. #5760 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 21:56
    คู่ฮันฮยอกแฮปปี้ๆไวไวนะคะ
    #5760
    0
  9. #5759 คิ้วท์ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 11:32
    ขอฮยอกอีกหน่อยนะ พลีสสสสสสสส
    #5759
    0
  10. #5758 coolchocolate (@coolchocolate) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 11:08
    เสียน้ำตาให้กับคู่ฮันฮยอกเท่าไหร่แล้ว กว่าจะยอมทำตามใจตัวเองทั้งคู่ ขอให้เข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆนะ
    #5758
    0
  11. #5757 LeeJoyELF (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:48
    ฮยอกอยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆสินะ
    #5757
    0
  12. #5756 ~..K_minhae..~ (@dear_kaew) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 19:51
    ด๊องน่ารักอีกแล้วววววว
    ตอนเด็กอยากเห็นเจ้านายเป็นของรางวัล
    ตอนนี้ต่อไปได้เห็นจนเบื่ออ่ะ 55555
    ส่วนคู่ฮันฮยอกเริ่มดีขึ้นแล้วววว
    ชื่นใจหน่อย ^^
    #5756
    0
  13. #5754 leedongwa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 14:15
    หายไปนานมากจริงๆค่ะ จนเรากลัวว่าจะไม่แต่งต่อแล้วอ่ะ คู่ฮันฮยอกนี่เริ่มมีเค้าในทางที่ดีแล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อย ส่วนคิเฮน้านนนน บอมกินเฮจนบวมเลยอ่ะ555555 ตามต่อค่ะ
    #5754
    0
  14. #5753 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 00:16
    เอ็นซีมาแล้ววววววว ปกติมาเร็วนะเรื่องนี้มาช้าสุดเลย5555555 หวานกันเสียทีเถอะเนอะ คิเฮนี่เจ้านายเค้าแทบจะยกเป็นเมียละ
    #5753
    0
  15. #5752 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 11:24
    ฮันฮยอกสถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว ๅ^^
    #5752
    0
  16. #5751 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 09:12
    รู้สึกฮยอกจะชอบความรุนแรง หุหุ
    #5751
    0
  17. #5750 น้องดำ เองนะ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 23:01
    คู่ คิเฮ ตอนนี้กะลังไปด้ายสวย ขอหวานอีกนีสสส

    ก้ด้ายนะคู่นี้อะ

    ส่วน ป๋าฮัน น่าเห้นใจเขานะ ลุ้นยุเหมืินกัน
    #5750
    0
  18. #5749 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 23:01
    กว่าจะทำตามหัวใจตัวเองได้นะคู่นี้ หลังจากที่ทรยศหัวใจตัวเองมาพักใหญ่ๆ ก็จะคืนความสุขให้ตัวเองได้แล้วใช่ไหม
    #5749
    0
  19. #5748 Patchara_J (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:53
    คู่ฮยอกแจนี้แบบว่าน่าสงสารมากส่วนคู่เจ้านายก็หวานซะ
    #5748
    0
  20. #5747 noparat (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:30
    อยากเห็นฮันฮยอกมีความสุข
    #5747
    0
  21. #5746 Catfish (@catfish) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 19:57
    ดีใจ ฮันฮยอกเหมือนค่อยๆเข้าใกล้กันมากขึ้นแล้ว ฮยอกเริ่มทะลายกำแพงของเกิงได้แล้ว
    #5746
    0
  22. #5745 BbB (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 18:45
    การทำตามหัวใจตัวเอง มันไม่ต้องทนทรมานนะ

    ฮันก้อยอมละทิ้งหน้ากากผู้ร้ายไปเถอะ

    จะได้แฮปปี้กันทั้งคู่ แล้วนี่จะตามคู่คิเฮทันได้ยังไงเนี่ย555
    #5745
    0
  23. #5744 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 18:00
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่เมย์คัมแบค!!!!!
    คัมแบคโหดมากครับ!!! NC ร้อนแรงสุดๆ
    อุ่นจนร้อนเลยไหมฮยอคอ่า อร๊ายยยยยยยยยยย
    มีความเขินแรง!!!! ปล่อยให้หัวใจนำทางได้แล้วพี่ฮัน
    สงสารฮยอคไม่ไหวแล้วนะ ถ้าชีวิตจริงนี่โรคซึมเศร้าไปแล้วแน่ๆ
    คิเฮนี่ลอยลำไปแล้ว แต่ฮันฮยอคเนี่ยสิ ขอให้หาตัวคนร้ายได้เร็วๆเถอะ
    เอาจริงๆนี่ก็คิดไม่ออกว่าเรื่องจะเดินไปทางไหนต่อไป เดาใจไม่ถูกเลย
    มาต่อเร็วๆนะคะพี่เมย์ รอรอรอ เด่วไปอ่านร่ายรักรอนะคะ จุ๊บๆ
    #5744
    1
    • #5744-1 Deerin dream (@0805630999) (จากตอนที่ 42)
      27 พฤษภาคม 2559 / 18:15
      ความฟินบวกค้างช่าง... อ่า
      ฮืออ ดีใจที่พี่มาอัพ รอจนรอต่อแล้วนะ(?) ความฟินก่ายกองลงไปชักดิ้นชักงอปู้ยี้ปู้ย่ำกับเตียง(?)
      รอต่อน่าาา
      #5744-1
  24. #5743 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 17:37
    ความอบอุ่นที่ช่วยยืนยันให้รู้ว่ายังมีลมหายใจ  ฮยอกโหยหาความอบอุ่นเพราะไม่อยากรู้สึกสูญเสียอะไรอีก ตอนนี้ ฮันฮยอก ทำทุกอย่างไปตามหัวใจ ไม่มีใครใช้สมองและอารมณ์สักคน ( ยกเว้นอารณ์แบบนั้นอ่ะนะ 555 )
    #5743
    0
  25. #5742 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 16:19
    วุ้ย เขินแรง
    #5742
    0