[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,432 Views

  • 9,513 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,453

    Overall
    672,432

ตอนที่ 44 : ตอนที่ 40 สายลมอุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    18 มิ.ย. 59


ตอนที่ 40 สายลมอุ่น

 

 

 

            หานฮันคยองอยากจะมีข้อแก้ตัวว่าเขาเมาจนขาดสติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่เหมือนครั้งก่อนที่เขาเมามากจนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ตรงกันข้าม ชายหนุ่มมีสติครบถ้วนเต็มร้อย รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป รู้ว่าเขาเองเนี่ยล่ะที่ทนเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ได้ ทนแววตาแห้งผากที่ร่ำร้องขอใครสักคนของคุณหนูไม่ได้ จนตามเข้าไปในห้องน้ำ แต่มันไม่จบแค่นั้น

 

            เขาควรจะหยุดแค่นั้น แค่ให้คุณหนูรับรู้ว่ายังมีลมหายใจ แสดงให้เห็นว่าร่างกายเขายังอุ่น เลือดยังไหลเวียนอยู่ในตัว แต่มันไม่จบ

 

          มึงทำอะไรลงไป

 

            เช้านี้ที่เขาตื่นมาเพื่อพบกับความจริงที่ลงมือทำไปตลอดทั้งค่ำคืน

 

            คุณหนูลีที่หลับคอพับคออ่อนอยู่เคียงข้าง แม้จะมีผ้านวมคลุมมาถึงหัวไหล่ แต่ลำคอขาวที่ปรากฏรอยรักจางๆ ยังเด่นชัดแก่สายตา ไหนจะเตียงนอนยับย่นที่เล่าเรื่องราวตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้ดียิ่งกว่าคำพูดนับพัน

 

            เมื่อคืน...เขาเหมือนสัตว์ป่าที่ทำตามอำเภอใจ

 

            ตั้งแต่ออกมาจากห้องน้ำ หนุ่มลูกครึ่งไม่ได้พาคุณหนูกลับขึ้นเตียงเพื่อนอนหลับพักผ่อน หากแต่กกกอดเอาไว้เต็มสองแขน ส่งผ่านความต้องการผ่านแรงกอดรัดที่ไม่ยอมปล่อย ขับเคลื่อนเข้าหาร่างน้อยจนครางเสียงแหบแห้ง แม้แต่ตอนนี้ เขายังจำได้ถึงอ้อมแขนเล็กๆ ที่กอดรอบลำคอของเขา ใบหน้าน่ามองที่แดงเรื่อ หยดเหงื่อที่พราวล้อมรอบกรอบหน้า กับเสียงครางแผ่ว...

 

          ฮันคยอง...ฮัน...คยอง...

 

            มันฝังลึกอยู่ในหัว แม้จะตื่นมาในเช้าวันใหม่

 

            เช้าวันใหม่ที่คนข้างกายก็จับมือเขาไม่ห่าง

 

            ดวงตาคู่คมกดลงไปมองมือข้างที่ถูกคนตัวเล็กจับเอาไว้แน่น แม้ว่าฮยอกแจจะหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกว่ายังหลับสนิท ราวกับคุณหนูกลัวเขาจะหายวับไป จนคนที่ตั้งใจจะลุกจากเตียงไม่สามารถทำตามใจคิดได้

 

            ไม่ใช่ว่าฮยอกแจจับแน่นจนไม่มีแรงดึงออก แต่เพราะความบอบบางนี้มันมากเกินกว่าจะทำร้ายคุณหนูไปมากกว่านี้

 

            ความคิดของคนที่ยันกายลุกขึ้นนิด มองไปยังใบหน้าขาวนวลเนียน เปลือกตาที่หลับสนิทแลเห็นแพขนตาที่ทาบทับลงบนแก้ม ไล่มายังจมูกเล็กน่ารัก ริมฝีปากแดงช้ำที่เจ่อนิดๆ ไหนจะเรือนร่างบอบบางที่เขารู้ว่ามันน่าถนอมมากแค่ไหน

 

            “คุณผอมลงอีกแล้ว”

 

            ชายหนุ่มกระซิบ ยื่นอีกมือไปแตะที่แก้มขาวราวกับสัมผัสปีกผีเสื้อ...เบา...ทะนุถนอม...เปี่ยมไปด้วยความรัก

 

            ปลายนิ้วที่สัมผัสความอุ่นของผิวเนื้อ จนอดไม่ได้ที่จะลูบไล้แผ่วเบา

 

            “ผมต้องสั่งให้คุณกินมากกว่านี้ใช่มั้ยครับคุณหนู ต้องให้ผมทำตัวร้ายกาจใส่อีกแล้วใช่มั้ยหืม” เมื่อคืนบอกเขาว่าคุณหนูตัวเล็กลงไปอีกแล้ว

 

            ตั้งแต่เกิดเรื่อง ฮยอกแจก็ซูบผอมลงไปอีก แต่เมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่เขาได้สำรวจจริงๆ จังๆ

 

            หนก่อนก็เมาจนไร้สติ มีครั้งนี้แหละที่รู้ว่าบอบบางจนจะหักคามือแล้วจริงๆ ขณะที่เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาก็มีทั้งความระอา หากแต่เจือด้วยความเอ็นดู

 

            “เมื่อก่อนก็เอาแต่เล่นไม่ยอมกิน ตัวคุณถึงได้เล็กแค่นี้”

 

            ฮันคยองหลุดยิ้มออกมาบางๆ เมื่อคนหลับขยับตัวนิดคล้ายรำคาญปลายนิ้วของเขา จนเรื่องในอดีตหลุดออกมาจากปาก นึกไปถึงเด็กตัวเล็กที่เอาแต่เล่นเกม ไม่ยอมกินสักที ไม่ว่าพี่เลี้ยงคนไหนบอกให้ทานก่อนก็ไม่ยอมฟัง แถมนายใหญ่ก็ตามใจลูกชายคนเดียวยิ่งกว่าอะไร ร้อนถึงคนสนิทอย่างเขาที่ต้องมาจัดการ

 

          ถ้าคุณหนูเป็นเด็กดี ยอมทานข้าว ผมมีรางวัลให้

 

            ข้อต่อรองของเราเป็นเหมือนเดิมๆ แต่มันก็ได้ผลชะงัด จนใครๆ ก็บอกว่าเขาเป็นแค่หนึ่งในสองคนที่คุณหนูฮยอกแจฟัง หนึ่งคือนายหญิง สองคือเขา

 

            “ถ้าผมขอให้คุณทาน คุณจะยอมฟังผมมั้ย”

 

            แต่ตอนนี้เขาคงเป็นคนเดียวที่คุณหนูฮยอกแจไม่อยากรับฟัง

 

            เวลาที่เปลี่ยนข้อต่อรองน่ารักๆ กลายเป็นคำสั่งโหดร้ายที่หากไม่ทำจะทำร้าย

 

          ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย

 

            ร่างสูงถอนหายใจ ส่ายหน้าช้าๆ เพราะดูเหมือนการปล่อยให้หัวใจทำงานแทนสมองหนึ่งคืนจะทำให้ทุกอย่างเพี้ยนไปหมด เขาไม่อยากจะลุกจากเตียงด้วยซ้ำ อยากจะมองหน้าอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ไม่อยากอดใจที่จะก้มลงไปกดปลายจมูกที่แก้มขาว แต่ความจริงก็คือความจริง...ตอนนี้เขามันเป็นไอ้ฆาตกร

 

            ความคิดที่ทำให้เจ้าตัวปลดมือขาวออกอย่างเบามือที่สุด ดวงตาคู่คมที่ทอดมองคนหลับก็เปี่ยมไปด้วยความรัก แต่แวบเดียว...มันก็กลับมาเย็นชาตามเดิม

 

            ยวบ

 

            “หืม...ตื่นแล้วหรือ...”

 

            ทว่า เพียงแค่ขยับตัวเพื่อหมายจะก้าวลงจากเตียง เสียงแหบพร่าของคนเพิ่งตื่นก็ดังเบาๆ จนคนฟังนิ่งไปนิด แต่ยังไม่เหลียวกลับไปมอง เพราะเกรงว่าตัวเองนั่นแหละที่จะทำใจแข็งไม่ลง ได้แต่ว่าเสียงเรียบ

 

            “ผมสายแล้ว”

 

            ชายหนุ่มว่าไปก็ก้มลงไปคว้าผ้าขนหนูที่ถอดโยนเอาไว้ขึ้นมา เตรียมลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่...

 

            หมับ

 

            กึก

 

            ร่างเปลือยเปล่าของคนเพิ่งตื่นขยับมากอดเขาจากด้านหลัง สองมือโอบรอบไหล่ ทิ้งร่างนุ่มนวลลงมาแนบชิดกับแผ่นหลังแข็งแกร่ง จนคนจะไปทำงานนิ่งอย่างเห็นได้ชัด ตามมาด้วยเสียงแหบๆ

 

            “วันนี้...กินข้าวด้วยกันหรือเปล่า”

 

            “ผมสายแล้ว”

 

            ชายหนุ่มยังยืนยัน ให้คนกอดนิ่งไปนิด ก่อนที่จะว่าเสียงเบา

 

            “แค่มื้อเช้า...แป๊บเดียว” สองมือยิ่งกอดแผ่นหลังกว้างแน่นขึ้น แบบที่คนฟังถอนหายใจ

 

            “ถ้าแค่แป๊บเดียว”

 

            คำตอบที่ฮยอกแจหลุดยิ้มออกมาจนได้ ยอมปล่อยจากร่างสูง แล้วพยักหน้า

 

            “แป๊บเดียวจริงๆ” คุณหนูลีว่าพลางลุกขึ้นจากเตียงบ้าง แม้จะยังรู้สึกวูบๆ โหวงๆ ทั้งยังเพลียจากสิ่งที่ทำเมื่อคืน แต่เจ้าตัวก็รีบขยับไปยังตู้เสื้อผ้า คว้าชุดมาสวมใส่ลวกๆ เพื่อบอกว่าจะไม่ทำให้คนที่ต้องเตรียมตัวไปทำงานเสียเวลา เขาออกไปทานข้าวเช้าก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดการตัวเองก็ได้

 

            ท่าทางที่อีกฝ่ายก็มองอยู่ แล้วตัดใจหมุนตัวเข้าห้องน้ำ ทว่า...

 

            “ขอบคุณนะ”

 

            เสียงขอบคุณเบาๆ ดังตามมา แบบที่หานฮันคยองก็ไม่หันกลับไปมอง เขาแค่ก้าวตรงเข้าไปในห้องน้ำ ขณะตอบคำ

 

            “ผมไม่ได้ทำอะไร คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผม” แต่ฮยอกแจก็ยังยืนยันคำเดิม

 

            “ขอบคุณ”

 

            ขอบคุณที่ทำให้คืนแสนโหดร้ายมันผ่านพ้นมาได้ด้วยความอบอุ่น

 

            ฮยอกแจทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง แล้วมองไปยังหน้าต่างบานเล็กในห้อง จากนั้นใบหน้าแสนเศร้าก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาบางๆ เพราะเช้าวันนี้ช่างแตกต่างกับเมื่อวานลิบลับ...เมื่อวานที่เขามีเพียงความหนาวเหน็บจนคิดว่าจะผ่านมันไปไม่ได้ แต่เช้านี้...

 

            “อุ่นจัง”

 

            มันอบอุ่นอย่างเทียบไม่ติด จนเหลียวกลับมามองเตียงนอน มือขาวก็วางลงแผ่วเบา ยามถามตัวเอง

 

            เช้านี้มันอุ่น หรืออุ่นเพราะไออุ่นจากใครอีกคนที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน

 

          “อุ่นมากจริงๆ”

 

..........................................

 

            ต่อค่ะ

 

            แม้ว่าการทานอาหารเช้ากับหานฮันคยองจะยังเป็นอะไรเดิมๆ ที่มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้อง กับเสียงสายลมที่พัดเข้ามาปะทะร่าง หากแต่เช้านี้ใครๆ ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าท่ามกลางความเงียบงันที่ไร้บทสนทนา คุณหนูลีกำลังอมยิ้มจางๆ

 

            ประหลาดใจ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม รู้เพียงว่าแบบนี้ดีกว่าใบหน้าเศร้าหมองราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ

 

            “วันนี้กลับมาทานมื้อเย็นมั้ย”

 

            “อยู่ที่งาน” ขณะที่เจ้านายคนใหม่ก็ยังคงว่าด้วยเสียงเรียบๆ หากแต่มันไม่เย็นชาเท่าเก่า ราวกับมีความลังเลว่าควรจะเข้มจัด หรือควรจะผ่อนลงกับคำถามที่แฝงไปด้วยความหวังนี้ดี

 

            แปะ

 

            “กลับมาทานด้วยกันได้มั้ย”

 

            “!!!

 

            หลายคนถึงกับเบิกตากว้าง ไม่ใช่ไม่คาดคิดกับคำถามนี้ แต่กับมือขาวที่วางลงบนหลังมือใหญ่ต่างหาก อีกทั้งใบหน้าน่ามองก็ช้อนขึ้น ดวงตาเรียวรีติดจะขอร้องเล็กๆ จนต้องหันไปมองหนุ่มลูกครึ่ง ซึ่งแม้สีหน้าจะยังไม่เปลี่ยนไป แต่คิ้วเข้ม...ขมวดเข้าหากัน

 

            “ผมบอกแล้วว่าอยู่ที่งาน”

 

            แม้คำตอบจะเย็นชา แต่หลายคนรู้สึกได้ว่า...อ่อนลง

 

            “ถ้างานเสร็จไวก็จะกลับใช่มั้ย” ฮยอกแจมองไม่ละสายตา จนคนฟังก็ถอนหายใจ วางแก้วกาแฟลง

 

            “ผมจะลองคิดดู”

 

            “แค่นั้นก็พอแล้ว” คนฟังส่งยิ้มให้จางๆ ก่อนที่จะดึงมือกลับเข้าหาตัว จากนั้นก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นอย่างรู้ว่าถึงเวลากลับห้องแล้ว

 

            “ตั้งใจทำงานนะ” คนพูดว่าแค่นั้น แต่นั่นทำให้คนฟังขบกรามแน่น มองแผ่นหลังที่กำลังลับหายไปในอาคาร ต่อสู้กับความต้องการของหัวใจที่อยากจะดึงร่างนั้นเข้ามาในอ้อมกอด อยากจะเห็นรอยยิ้มของคุณหนูฮยอกแจคนเดิมมากกว่านี้

 

            เขากำลังโลภมากกว่าเดิม

 

            “คุณหนู!” ดังนั้น หนุ่มลูกครึ่งจึงออกปากเรียก ให้คนฟังชะงักปลายเท้า หันกลับมามองคนที่ก้าวยาวๆ เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ว่าเสียงเข้ม

 

            “ออกไปให้หมด!

 

            “...”

 

            สิ้นคำสั่งก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงจานชามจะดังเบาๆ เมื่อสาวใช้ที่เริ่มเข้ามาเก็บกวาดโต๊ะวางมันลงที่เดิม แล้วทยอยออกจากบริเวณนั้น เช่นเดียวกับหลายคนที่ยืนรักษาความปลอดภัย เพราะคำสั่งออกไปให้หมดที่เกิดขึ้นในสวน น่าจะหมายความว่า...ออกไปให้พ้นสายตา

 

            “มีอะไร” ฮยอกแจเป็นฝ่ายถาม และร่างสูงก็ถามเสียงเข้ม

 

            “คุณหนูทำแบบนี้ต้องการอะไร”

 

            “ไม่ได้ต้องการอะไร”

 

            “วางแผนอะไรอยู่”

 

            “เปล่าเลย”

 

            ราวกับนักโทษที่ถูกสอบสวน แต่คนถูกสอบก็ยังตอบคำถามทุกข้อ มองมาตรงๆ จนเป็นผู้คุมเองนั่นแหละที่เกือบจะเผลอปล่อยให้แววตาไหววูบ ยิ่งยามที่มองร่างขาวจัดในชุดหนาที่ทำให้ร่างเล็กยิ่งดูเล็กไปอีกโขเช่นนี้

 

            “คิดจะทำให้ผมไว้ใจคุณงั้นหรือ”

 

            ฮยอกแจเป็นฝ่ายนิ่ง ก่อนที่...

 

            หมับ

 

            สองมือจะขยับไปโอบรอบลำคอของอีกฝ่ายเอาไว้ จากนั้นก็เขย่งตัวขึ้นไป เพื่อ...กดจูบที่ริมฝีปากได้รูปแผ่วเบา

 

            “!!!

 

            การกระทำที่ทำให้คนได้รับยิ่งนิ่งอึ้ง สัมผัสได้ถึงริมฝีปากนุ่มหยุ่น มองเห็นเพียงแก้มของคนที่จูบเขาก่อน กับเสียงกระซิบที่ดังเบาๆ

 

            “ฉันไม่รู้ว่าทำอย่างนี้ทำไม ฉันแค่ทำมันเท่านั้นเอง”

 

            คนพูดว่าแล้วก็ผละถอยหลังหนึ่งก้าว มองเข้าไปในดวงตาคมกริบที่บัดนี้ไหววูบอย่างเห็นได้ชัด รับรู้ว่าการกระทำของตัวเองส่งผลต่อผู้ชายคนนี้ไม่น้อย

 

            “คืนนี้กลับมาทานข้าวด้วยกันเถอะนะ”

 

            ฮยอกแจว่าจบก็หมุนตัวกลับห้อง เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายจับโกหกได้

 

            ไม่ใช่ว่าเขาทำเพื่อให้หานฮันคยองไว้ใจ แต่เขาทำเพื่อตัวเอง...เขาโหยหาความอบอุ่นนี้

 

            อ้อมกอดที่กระชับร่างเอาไว้ทั้งคืนกำลังทำให้ความเจ็บแค้นมันจางหายไปทีละน้อย ไม่ใช่ว่าหมดไป เขาไม่มีทางลืมการตายของพ่อแม่ออกจากหัวได้ แต่หัวใจกำลังรับรู้ช้าๆ ว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีทางทำร้ายเขา เมื่อความอ่อนโยนที่ได้รับเทียบไม่ได้เลยกับ...คืนนี้

 

            ฮยอกแจกำลังรู้ตัวช้าๆ ว่าสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็น

 

            ไม่ใช่ฮันคยอง เขาอาจจะบ้าไปแล้ว แต่เขาคิดว่าคนที่ข่มขืนเขา...ไม่ใช่หานฮันคยอง

 

......................................

 

            ฮยอกแจกลับเข้าห้องมาแล้ว เพื่อครุ่นคิดถึงข้อสงสัยที่ผุดวาบเข้ามาในหัว นึกย้อนถึงการกระทำทุกอย่างของผู้ชายคนนั้น ทั้งความใจร้าย ทั้งความรุนแรง ทั้งความเลือดเย็น แต่เมื่อเทียบกับหานฮันคยองเวลาทำงานแล้ว...มันยังมีข้อแตกต่าง

 

            เขารับรู้มานานแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนใจดี เพราะเคยเห็นแม้แต่ตอนที่เอาปืนจ่อหัวคน ตอนนั้นแววตา น้ำเสียง หรือแม้แต่วิธีการพูดทำให้ตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว แต่ฮันคยองที่ข่มขู่เขา...ทำให้เขาโกรธมากกว่ากลัว

 

            “เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

 

            รู้ตัวว่าคิดเรื่องบ้าๆ ออกมา แต่มันปัดเรื่องนี้ออกจากหัวไม่ได้เลย

 

            ฟึ่บ

 

            ความคิดที่ทำให้ฮยอกแจถกแขนเสื้อ จนเห็นร่องรอยที่ถูกฉีดยาตรงข้อพับแขน พร้อมกับประโยคหนึ่งวาบเข้ามา

 

            “พลังจะทำให้คุณตาย”

 

            ฮันคยองพูดประโยคนี้ขึ้นมาเอง ซึ่งทำให้เขากำลังสงสัยว่าพลังจิตนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกันหรือเปล่า จนต้องส่งมือไปข้างหน้า ดวงตาเพ่งไปยังหนังสือที่โต๊ะหัวเตียง รวบรวมสมาธิเอาไว้ แม้จะมีเศษเสี้ยวหนึ่งในใจที่เตือนว่าอย่า...อย่าละเมิดข้อห้ามของฮันคยอง

 

            “...”

 

            ครั้งแรกทุกอย่างยังเงียบสนิท หนังสือไม่ขยับ ไม่มีแม้แต่แรงลมพัด จนคิดว่าน่าจะเพราะฤทธิ์ของตัวยาที่รับไปก่อนหน้านี้ แต่ฮยอกแจยังไม่เลิก เขาอยากรู้ว่าถ้าใช้พลังนี่จะเกิดอะไรขึ้นกับเขา

 

          ภาพหลอนงั้นหรือ เพราะใช้พลังไปทำให้คืนนั้นเห็นภาพหลอนเป็นฮันคยองหรือเปล่า

 

            เขาอาจจะหลอกตัวเอง แต่อยากจะพิสูจน์สิ่งที่คิดเอาไว้ จนไม่สนใจว่าเหงื่อกำลังไหลชุ่มโชกจนเปียกแผ่นหลัง ไม่สนใจก้อนเนื้อในอกที่กำลังสั่นระริกราวกับออกแรงอย่างหนัก ไม่สนใจร่างกายเมื่อยล้าที่รับไม่ไหว เขายังเพ่งต่อไป สั่งให้หนังสือมันขยับเข้ามาหา

 

            แต่ก่อนพลังเขาอ่อนแรงก็จริง แต่แค่เรียกหนังสือมาไว้ในมือไม่ใช่เรื่องยาก

 

            กึก

 

            หนังสือเริ่มสั่นเบาๆ จนฮยอกแจผุดยิ้มออกมา ดึงมือเข้าหาตัวเพื่อให้มันขยับมากกว่านี้ แต่...

 

            กึก

 

            “แฮก แฮก แฮก...”

 

            หนังสือเล่มนั้นกลับลงไปแน่นิ่งอยู่ที่เดิม พร้อมกับร่างที่ทรุดฮวบลงกับที่นอน เสียงหอบหายใจดังก้องราวกับว่าเพิ่งวิ่งมาราธอน ทั้งที่จริง ฮยอกแจแค่มองหนังสือเล่มหนึ่งไม่ถึงห้านาที มือขาวก็เลื่อนมากุมแผ่นอกข้างซ้ายเอาไว้แน่น ขยุ้มมันเอาไว้ เมื่อใจเต้นเร็วจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก

 

            เขาเจ็บข้างใน

 

            เมื่อก่อนการใช้พลังไม่เคยทำให้เขาเจ็บ อย่างมากก็เหนื่อยอ่อน แต่นี่มันเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก เพดานห้องดูพร่าเลือนมากขึ้นทุกที แม้แต่แรงจะพลิกขึ้นนอนหงายก็ยังไม่มี ได้แต่หอบหนักๆ แล้วสติ...ก็กำลังจะหลุดลอย

 

            เขากำลังจะตายงั้นหรือ การพยายามใช้มันจะทำให้เขาตายไปแบบนี้น่ะหรือ

 

          ไม่...ยังไม่อยากตาย...ไม่อยากตาย

 

            ทั้งที่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ตอนนี้ลีฮยอกแจกลับปฏิเสธความตายที่คืบคลานเข้ามา เพราะเขาเพิ่งจะคว้าสายลมอุ่นเอาไว้ได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยมันไป เขาอยากจะพิสูจน์ความจริง อยากจะรู้ว่าคนที่รักที่สุดคนนั้น...ไม่ได้ทำ

 

            ความคิดที่หลุดลอยไป พร้อมกับความฝันในค่ำคืนที่สูญเสียที่สุดจะกลับคืนมา แต่มันต่างออกไปจากทุกที

 

            ฮยอกแจกำลังจะจำสิ่งสำคัญที่ลืมเลือนไปแล้ว

 

....................................................

 

            ต่อค่ะ

 

            ความมืดมิดกำลังคืบคลานเกาะกินหัวใจ

 

            ฝีเท้าชั่วร้ายกำลังย่างก้าวเข้ามา

 

            เสียงกระซิบของมารดาขอให้มีชีวิตรอดก้องในหู

 

            ทุกอย่างกำลังกลับมาอีกครั้ง กำลังพาลีฮยอกแจกลับไปยังค่ำคืนที่แสนเลวร้ายที่เขาสูญเสียทุกสิ่งอย่าง จนดวงตาเรียวรีเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง เสียงของเขาจุกอยู่ในลำคอ ยามที่ร่างของผู้เป็นมารดาล้มตัวลงบนพื้น พร้อมกับโลหิตที่เจิ่งนอง

 

            แววตาคู่นั้นที่มองตรงมายังฝังแน่นอยู่ในห้วงของความทรงจำ

 

            แววตาที่บอกให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป

 

            แววตาที่ทำให้อยากจะโผเข้าไปกอดรัดร่างที่กำลังเย็นเฉียบลงทุกวินาที

 

            หากแต่ลีฮยอกแจในตอนนั้นทำได้เพียงหลบซ่อนตัวเองอยู่ใต้เตียงนอนด้วยความหวาดกลัว ไร้แม้แต่เรี่ยวแรงจะคลานหนี และมันก็มา...

 

            แววตาชั่วร้ายที่ก้มลงมาสบประสานกับเขา

 

            มันคือปีศาจ มันคือมารร้าย มันคือความวิบัติที่ทำลายล้างทุกอย่าง

 

            มือหยาบกร้านของมันจับข้อเท้าของเขา ดึงออกไปยังอากาศบริสุทธิ์ที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือด และแสงจันทร์ในวันนั้นทำให้เขาเห็นใบหน้าของมันชัดเจน

 

            คิ้วเข้มดกดำ ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ภายใต้กรอบหน้าแข็งแกร่งกับร่างกายกำยำที่เพียงกระชากทีเดียว ร่างกายของเขาก็ไถครูดกับพื้นห้องออกมานอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ราวกับเหยื่อตัวน้อยที่ไร้ทางสู้

 

            ดิ้นรนไม่ได้ หลีกหนีไม่ได้ ร่ำร้องขอก็ไม่ได้ความเมตตา

 

            น้ำตาไม่ช่วยอะไรเขา นอกจากระบายความเจ็บแค้นในหัวใจ

 

            ผู้ชายตรงหน้าเขาคือ...หานฮันคยอง

 

            คนที่กระชากเขากดติดกับพื้น กระชากเสื้อผ้าออกจากร่าง ไม่ฟังแม้แต่คำร่ำร้องและคำถามว่าทำไม และทำไม ทำแบบนี้กับครอบครัวของเขาทำไม แล้วฮยอกแจก็จำได้ เสียงที่มันกระซิบข้างหูของเขา ยามที่ยัดเยียดความใหญ่โตจนปริขาดเข้ามา

 

          โทษตัวเองเถอะที่เกิดมาในบ้านหลังนี้

 

            หมายความว่ายังไง ฮันคยองแค้นเขามากหรือ เกลียดเขามากหรือ ถึงทำร้ายกันขนาดนี้

 

            ฮยอกแจได้ยินเสียงกรีดร้องราวกับสัตว์โหยหวน และนั่น...คือเสียงของเขาเอง

 

            เสียงที่ร้องขอสัตว์ร้ายว่าพอแล้ว หยุดได้แล้ว เจ็บปวด ทรมาน ร่างกายเหมือนจะฉีกทึ้งไม่เหลือชิ้นดี

 

            กลัว...เขากลัวเหลือเกิน

 

            มันมืดลงแล้ว สติของเขากำลังจะดับลง ท่ามกลางความรุนแรงที่ร่างกายได้รับ หากแต่สิ่งหนึ่งที่จำได้อย่างชัดเจน...แววตา

 

            แววตาเย็นชาราวกับไม่รู้จักกันมองตรงมาที่เขา ราวกับว่าเขาคือสิ่งของ ราวกับเขาไม่ใช่คนที่ดูแลมาตลอดหลายปี แววตาเช่นนี้...เป็นของใคร

 

            ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่แววตาที่เขารู้จักเลยสักนิด ไม่ใช่ ไม่ใช่ฮันคยอง

 

          ไม่...นายไม่ใช่...

 

            ฮยอกแจได้ยินเสียงตัวเองกระซิบแผ่วเบา ยามที่สติกำลังเลือนราง หากแต่ช่วงเวลานั้นเอง มันมีเสียงอะไรบางอย่าง...ใช่ เสียงปืน

 

            เสียงคำรามของลูกกระสุนที่ตัดผ่านอากาศ พุ่งผ่านเหนือหัวไป จนร่างที่ถูกรวบเอาไว้ แล้วยัดเยียดความเจ็บปวดให้ถูกปล่อยลงกระแทกกับพื้นห้อง พร้อมกับความมืดมิดที่กลืนกินเขากำลังผละหนีอย่างรวดเร็ว ราวกับมันเจอแสงสว่างที่ขับไล่ความมืด

 

          ใคร...ใครกัน

 

            คุณหนูลีพยายามยื้อสติที่ใกล้จะดับลง ปรือตาขึ้นช้าๆ แล้วเขาก็ได้เห็น...คนที่อยากเจอที่สุด

 

            ผู้ชายที่พุ่งเข้ามาประคองร่างเขาอย่างทะนุถนอมเป็นคนที่คุ้นเคย คนที่เป็นเจ้าของคิ้วเข้ม ตาคม และใบหน้าคมกล้า หากแต่แววตาคู่นั้นช่างแตกต่าง

 

          คุณหนู...ไม่จริง...ไม่...มันทำกับคุณแบบนี้ได้ยังไง

 

            ดวงตาของผู้ชายคนนี้แดงก่ำ ทั้งที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้เห็น อ้อมแขนที่โอบประคองสั่นระริกบ่งบอกความเสียใจ และน้ำเสียงเจ็บเจียนตายที่กล่าวโทษตัวเอง คนที่เจ็บแค้นจนปล่อยน้ำตาหยดผ่านแก้มของเขา พร่ำกระซิบเรียกชื่อของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

            ฮยอกแจจำได้แล้ว...ผู้ชายคนนี้คือหานฮันคยอง

 

          ถ้า...

 

            หากแต่ความทรงจำกำลังเลือนหายไปอีกครั้ง ความมืดมิดกำลังเข้าจู่โจม เขากำลังจะหลับ กำลังจะไม่รับรู้เรื่องราวต่อจากนั้น ทั้งที่มั่นใจว่ากำลังเอ่ยอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่สำคัญมากๆ หากแต่จำไม่ได้

 

            เขาพูดว่าอะไร เขาทำอะไรลงไปในคืนนั้น

 

            มันเจ็บ มันปวด มันทรมาน หากแต่ช่วงเวลาหนึ่ง ความทรมานมันจางหายไปเพราะใคร...เขารู้แล้ว

 

          “ตื่น! คุณหนู ผมสั่งให้ตื่น!!!

 

            คนที่มีน้ำเสียงห้วนสั้นดุดันที่กำลังตวาดเข้ามาในห้วงความฝัน ปลุกคนที่นอนตัวสั่นเทาอยู่บนเตียงให้ปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เพื่อพบว่าทุกอย่างมันพร่ามัวไปหมด ทั้งเพดานห้อง ทั้งวิวทิวทัศน์ หรือแม้แต่ดวงตาที่กำลังจ้องเข้ามาเพื่อประสานสายตากับเขา

 

            แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดและโทษตัวเอง

 

            “ฮัน...คยอง...”

 

            ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มอบความโหดร้ายให้เขา แต่เป็นสายลมที่พัดเป่าความเจ็บปวดให้หนีหายไปต่างหาก

 

            คนที่กำลังประคองร่างของเขาเอาไว้แน่น เช็ดน้ำตาให้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเสียยิ่งกว่าตอนฆ่าคน

 

            ใบหน้าของคนแบบนี้น่ะหรือที่ทำร้ายเขา

 

            หมับ

 

            “คุณหนู!!!

 

            ฮยอกแจไม่คิดอะไรมากกว่านั้นแล้ว เขาแค่โผร่างที่แทบไร้แรงขึ้นไปกอดรอบลำคอแกร่ง กระชับเอาไว้มั่นจนอีกฝ่ายร้องเรียกอย่างตกใจ หากแต่ไม่ผลักออก ไม่ผลักไสให้ไปไกล นอกจากใช้สองมือประคองแผ่นหลังเขาเอาไว้

 

            “อย่า...ไปไหนนะ...อย่าไปไหนอีก”

 

            อย่าห่างตัวเขาไปไหนอีกเลย

 

            ความคิดของคนที่ยิ่งซบหน้าลงกับไหล่กว้าง ยามที่หัวใจตัดสินใจแล้วว่า...เขาจะเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง

 

            แม้ความฝันนี้จะเป็นเพียงจินตนาการที่คิดไปเอง แต่เขาจะเชื่อ

 

            ฮยอกแจจะเชื่ออ้อมกอดนี้...เชื่อแววตานี้...เชื่อน้ำเสียงนี้...เชื่อความอ่อนโยนที่ได้รับในตอนนี้

 

            อ้อมกอดของผู้ชายคนนี้กำลังบอกว่าเขาเป็นที่รัก

 

            “ฮันคยอง...ฮันคยอง...ฮันคยอง...”

 

            คุณหนูลีทำได้แค่กระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อหัวใจที่เหมือนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดได้พบแสงสว่าง

 

          ฮันคยองไม่ใช่คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา...ไม่ใช่ผู้ชายคนนี้!!!

 

            ตอนนี้เขาไม่อยากคิดว่าแล้วใครกันล่ะที่ข่มขืนเขา เขารู้เพียงแค่ว่า...เขาได้อยู่ในอ้อมกอดที่ปรารถนามาตลอดโดยที่ไม่รู้สึกผิดต่อผู้ที่จากไป

 

            พ่อครับ แม่ครับ....ฮยอกแจรักเขาต่อไปได้ใช่มั้ยครับ ฮยอกแจไม่ผิดใช่มั้ยครับ

 

...................................................

 

            ครบค่ะ ตามนั้นเลยจ้า คืนนั้นเกิงเข้ามาช่วยนะคะ แต่มาไม่ทัน ฮยอกเองก็บอบช้ำจนร่างกายและจิตใจรับไม่ไหว บวกกับความช็อกในอะไรหลายๆ อย่างทำให้ความทรงจำตอนนั้นมันหายไป เหมือนสมองสั่งการให้ลืม แล้วมันก็ลืมไปจริงๆ ซึ่งถ้าหากจดจำได้ทั้งหมด ฮยอกจะรู้ทันทีว่าใครกันที่เป็นคนสั่งให้เกิงต้องเล่นละคร แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วเนอะ รู้แล้วว่าหานฮันคยองไม่ใช่ผู้ร้ายแน่ๆ หากแต่คนหน้าเหมือนคนนั้นเป็นใคร ต้องว่ากันอีกทีจ้า

            ฮยอกรู้แล้ว ไม่ม่าแล้ว จะเชือดคอตัวเองตายอยู่แล้วล่ะงับ เรื่องนี้ฉากหวานน้อยแล้วแบบ หนูต้องการความเลี่ยนไง ว่าแล้วก็วกกลับไปหาคู่ที่เชจูกันต่อดีกว่า ตอนแรกว่าจะต่อคู่ฮันฮยอกเลยดีมั้ย แต่คิดไปคิดมา ตัดเรื่องหนักหัวไปก่อน ไปดูคนไปฮันนีมูนต่อดีกว่าเนอะ ^^

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวตรักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

87 ความคิดเห็น

  1. #9350 damchang115 (@damchang115) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 04:49

    สงสารคู่นี้มากเลยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png

    #9350
    0
  2. #8413 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 23:26
    ทำไมฮยอกแจถึงเห็นคนนั้นเป็นฮันคยองอ่าาาาา
    #8413
    0
  3. #7657 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 00:33
    รู้ความจริงเสียที
    #7657
    0
  4. #7004 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 22:26
    ฮยอกสู้ๆนะ ฮยอกคงโล่งใจหน่อยที่รู้ว่าพี่ฮันไม่ใช่คนที่ฆ่าพ่อแม่แล้วข่มขืนตัวเอง ต่อไปอย่าพยายามนึกเลยนะ เห็นฮยอกเป็นแบบนี้แล้วไม่ดีเลย่ะ
    #7004
    0
  5. #6759 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 22:01
    ฮยอกกก มันคือเรื่องจริง นายไม่ได้ฝันนะ (;_____;)
    #6759
    0
  6. #6506 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 02:51
    ดีใจ ฮยอกนึกเหตุการณ์จริงออกแล้ว จะได้สบายใจจริงๆซะที
    แต่ใจจริงก็ไม่อยากให้ฮยอกจำหน้ามันได้เลยอ่าา จำเป็นภาพลางๆก็พอได้มั้ยคะ?
    #6506
    0
  7. #6448 nankihae (@nankihae) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 15:30
    ดีใจที่ฮยอกรู้ความจริงแล้ว ว่าแต่คนเลวคนนั้นคือใครอ่าาา
    #6448
    0
  8. #6260 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 01:07
    กรี๊สส ใกล้ถึงเวลาของฮยอกแล้ววว งืออ ความเจ็บปวดกำลังจะหายไปแล้วนะ เพี้ยงงๆ
    #6260
    0
  9. #6166 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 11:48
    ดีใจอ่า ที่ในที่สุดฮยอกก็จำความได้แล้ว แม้อาจจะยังไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฮยอกไม่คิดมากเหมือนแต่ก่อน

    ว่าแต่ แล้วตกลงคนๆนั้นคือใครกันแน่ล่ะเนี่ย
    #6166
    0
  10. #6093 ~..K_minhae..~ (@dear_kaew) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 22:24
    ฮยอกเริ่มแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่ป๋า
    มั่นใจในความรู้สึกนี้แหละนะฮยอก
    แต่ใครกันที่มันทำร้ายฮยอกแบบนั้นนะ
    อยากรู้จริงๆ
    แอบคิดว่าเป็นวอน แต่ไม่ใช่ใช่มั๊ย ;_;
    #6093
    0
  11. #6012 preesia (@nuii_21) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 23:30
    ใช่แล้วฮยอก หนูทำอย่างนั้นได้ หนูรักฮันได้นะ
    คุณพ่อคุณแม่จะตอบแบบนี้รึเปล่าน้า
    #6012
    0
  12. #5981 cerberus (@khontharos) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 22:53
    ในที่สุดก็ใก้ลความจริงแล้ว
    #5981
    0
  13. #5976 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 06:35
    คนที่ทำร้ายฮยอก เหมือนพี่ฮันเหรอ? ฮยอกจดจำว่าคนคนนั้นคือฮันคยอง มันคืออะไรกันแน่นะที่ถูกซ่อนไว้
    #5976
    0
  14. #5947 narekae (@narekae) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 21:32
    ฮยอกน่ารักจึ้นทุกวันพี่ฮันก็ใจดีกับน้องมากขึ้นแล้วอ่ะน่ารักกันจริงๆ
    #5947
    0
  15. #5945 pisilla (@pisilla) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 08:03
    ใครคือผู้ร้ายน้าาาา เอาจริงๆตอนนี้สงสัยซีวอนมาก!!! เพราะวอนไม่มีบท(อ้าว) แต่รูปร่างใกล้เคียงฮันคยอง และถ้าครอบครัวฮยอกตายหมด ญาติที่เหลืออยู่คือ ฮีชอลผู้อยู่นอกวงมาเฟียกับซีวอนสามี(ผู้ไม่ได้บอกประวัติว่าทำงานอะไร) คนได้รับผลประโยชน์นี่น่าสงสัยจัง (ยังคงต้องเดาต่อไป)
    #5945
    0
  16. #5944 น้องดำ เองนะ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 03:09
    ไวเลยนะ ไรเตอร์ รอคุ่ฮันนีมูนยุเหมือนกัน
    #5944
    0
  17. #5943 น้องดำ เองนะ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 03:09
    ไวเลยนะ ไรเตอร์ รอคุ่ฮันนีมูนยุเหมือนกัน
    #5943
    0
  18. #5942 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 02:01
    ในที่สุด ฮยอกก็รู้แล้วว่าฮันมาช่วย ไม่ใช่คนทำ โล่งอกมากกก 
    #5942
    0
  19. #5941 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 01:56
    นึกให้ออกนะฮยอก สู้นะ พยายามนะ!!!!!
    #5941
    0
  20. #5940 Patchara_J (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 00:12
    เรื่องฮยอกเริ่มมีความกระจ่างให้หายหน่วงนิดๆล่ะ 😊

    รีบไปรออยู่ที่เชจูแล้วค่ะ😆
    #5940
    0
  21. #5939 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 00:11
    โงร้ยยยยยยย โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง หายใจได้สบายขึ้นมากค่ะสำหรับคู่นี้ ส่วนปริศนาที่ว่าใครเป็นคนทำนี่คงต้องรอสืบกันต่อไป
    #5939
    0
  22. #5938 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:34
    งื้ออออ คนๆนั้นโดนฮันฆ่าไปยังอ่ะ แต่น่าจะฆ่าทิ้งไปแล้วล่ะเนอะก็พี่ฮันแกยิงโป้งไปเลยยย อยากให้เรื่องคู่นี้คลี่คลายจังจะได้หวานกันเสียที มันหวานไม่สุดอ่ะ ฮือออออออ
    #5938
    0
  23. #5937 1331FIN (@fairyfin) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:56
    สู้ๆนะฮยอกแจ
    #5937
    0
  24. #5936 Noparat (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 20:36
    ฮยอกแจจำได้แล้วว่าฮันคยองไม่ใช่คนทำลายครอบครัวตัวเอง
    #5936
    0
  25. #5935 coolchocolate (@coolchocolate) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 18:53
    ความจริงค่อยๆเปิดเผย ฮยอกแจค่อยๆจำได้ทีละนิด สบายใจและดีใจได้แล้วสินะคุณหนูของป๋า ฮือออ ต่อไปจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดแล้วนะ รักป๋าได้เต็มที่เลยยยยย ป๋าจะได้หลุดเผยความรู้สึกออกมาเยอะๆ
    แล้วใครกันนะที่หน้าเหมือนป๋า อยากรู้แล้วค่า
    #5935
    0