[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,263 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,284

    Overall
    672,263

ตอนที่ 46 : ตอนที่ 42 สัญญาปากเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    5 ก.ค. 59



ตอนที่ 42 สัญญาปากเปล่า

 

 

 

            หานฮันคยองทั้งโกรธ ทั้งโมโห แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเขาเป็นห่วงแทบบ้า ยามที่กลับเข้ามาแล้วสาวใช้รายงานว่าคุณหนูลีฮยอกแจไม่รับอาหารกลางวัน เคาะเรียกยังไงก็ไม่ขานรับ แต่เพราะไม่ได้รับคำสั่งให้ก้าวเข้าไป จึงไม่มีใครกล้า จนคนที่เร่งเคลียร์งานสุดความสามารถได้แต่ก้าวยาวๆ ไปตามทางเดิน แล้วไม่ลังเลเลยที่จะเปิดประตูห้องเข้าไปเต็มแรง

 

            ตอนแรกเขาเห็นเพียงความมืด ก่อนที่จะใจหายวาบ เพราะ...ไม่รับรู้ถึงตัวตนของคุณหนู

 

            เขาดูแลคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นแล้ว แค่ความมืดไม่ได้เป็นอุปสรรคขวางทางให้เขาไม่รับรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องหรือไม่ แต่จังหวะหนึ่ง เขาไม่รู้สึก สัมผัสไม่ได้ จนขายาวเกือบจะพุ่งไปยังห้องน้ำภายในห้อง เพราะตรงนั้น...ประตูลับ

 

            ไม่มีใครรู้ว่าห้องของเขามีประตูลับสำหรับออกไปนอกคฤหาสน์หลังนี้

 

            คนเดียวที่รู้คือนายใหญ่ และมอบให้เขาเป็นผู้ดูแล นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถย้ายไปอยู่ห้องอื่นได้

 

            คฤหาสน์หลังนี้มีมังกรร้ายเฝ้าปกป้อง...มันไม่เกินความจริงเลย

 

            และคืนนั้นเอง เขาก็กลับเข้ามาในประตูกลที่เชื่อมกับห้องน้ำภายในห้องนอนของเขาพร้อมกับคยูฮยอน พวกที่บุกรุกถึงไม่รับรู้ตัวตนของพวกเขา กระทั่งกลับเข้ามาเก็บมันไปมากกว่าครึ่ง แต่...ก็ไม่ทันที่จะช่วยเหลือนายใหญ่ นายหญิง หรือแม้กระทั่งคุณหนูแสนบอบบางที่เห็นเต็มสองตาว่าถูกทำอะไร

 

            ตอนนี้เขากำลังกลัวเหตุการณ์แบบนั้น กลัวว่าคุณหนูจะค้นพบทางลับแล้วออกไป หรือใครก็ตามรู้ทางลับแล้วเข้ามาฉกชิงตัวคนสำคัญของเขาไป

 

            หากแต่ใจก็ต้องสงบลง เมื่อแม้จะบางเบา แต่เขารู้สึกได้แล้ว ลมหายใจแผ่วๆ จนต้องหันไปมองบนเตียง แล้วดวงตาคู่คมก็ต้องเบิกกว้างอีกครั้ง เพราะ...ร่างที่นอนสลบอยู่บนนั้น

 

            สองขาพุ่งเข้าไป สองมือประคองร่างของคุณหนูไม่ต่างจากคืนนั้น ยามมองใบหน้าซีดเซียวแม้ตกอยู่ในความมืด ดวงตาที่หลับแน่นราวกับตกอยู่ในฝันร้าย ใบหน้าที่ส่ายไปมาอย่างอึดอัดทรมาน เขาไม่รู้ว่าคุณหนูกำลังฝันเรื่องอะไร แต่อาการแบบนี้ทำให้หัวใจกลัวแทบตาย

 

            หมับ

 

            ชีพจรตรงข้อมือเต้นเบามาก...มากจนน่ากลัว และนั่นก็ทำให้ฮันคยองนึกถึงคำพูดของหมอเยซอง

 

          ยาที่ให้ไปไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณหนูใช้พลัง แต่ยานี้จะหยุดร่างกายของคุณหนูก่อนที่ใช้มันออกมา ซึ่งผมไม่รับรองว่าคุณหนูจะเป็นยังไง อาจจะแค่หลับไป แต่ไม่รู้ว่าจะยาวนานกี่ชั่วโมง อย่างดีก็ไม่กี่นาที อย่างร้ายก็หลายวัน

 

            ทว่า เขาต้องเสี่ยง ร่างกายของคุณหนูฮยอกแจอ่อนแอเกินกว่าจะรับพลังจิตตัวเองไหว ถ้าให้หลับไปย่อมดีกว่ามาก และนี่น่าจะเป็นผลของมัน

 

            “คุณหนู ตื่น ตื่นสิ”

 

            ตอนแรก ฮันคยองเขย่าเบาๆ ก่อน แต่ร่างเล็กไม่มีทีท่าจะกระดุกกระดิก ตรงกันข้าม ใบหน้าเรียวกลับยิ่งซีดเผือด หยดเหงื่อไหลล้อมรอบกรอบหน้า จนใจคนมองทรมาน

 

            “คุณหนู ได้โปรด ตื่นสิ ตื่น” เขาร้องขอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ร่างบางยังไม่ยอมตื่น กระทั่งเสียงทุ้มตวาดก้อง

 

          “ตื่น! คุณหนู ผมสั่งให้ตื่น!!!

           

            ดวงตาคู่เรียวกะพริบปริบ มันพอให้คนมองใจชื้น มือใหญ่เฝ้าวนเวียนเช็ดน้ำตาให้ ขณะที่ใบหน้าคมที่เคร่งเครียดยังคงดุดัน มองคนที่กำลังฟื้นขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับความโกรธที่ปะทุขึ้นในใจ

 

            เขาสั่งห้ามแล้ว และอีกฝ่ายก็รับปาก

 

            ทว่า...

 

            หมับ

 

            เขากลับคาดไม่ถึง เมื่อร่างบางโผเข้ามากอดเอาไว้แน่น พร่ำกระซิบเรียกชื่อซ้ำๆ แต่สิ่งที่ทำให้คนโกรธรู้สึกว่าเขารับมือไม่ไหวคือ...กระแสเสียงอ่อนหวานที่เรียกร้องหาเขาอย่างโหยหา

 

            เสียงที่ไม่ได้ยินมานาน แต่ตอนนี้คุณหนูกำลังเรียกเขาซ้ำๆ จนหัวใจสั่นรัว

 

          ผลักออก นายต้องผลักคุณหนูออก!

 

            ทว่าไออุ่นของคนที่ปรารถนามาตลอดชีวิตกำลังทำให้สมองกับหัวใจทำงานไม่ประสานกัน สมองบอกให้ผลักออกแล้วเล่นละคร แต่ใจกลับสั่งให้ร่างกายประคองรอบแผ่นหลังบาง ดึงเข้ามาในอ้อมกอด แล้วประคองศีรษะทุยเอาไว้อย่างถนอม

 

            “ไม่เป็นไรแล้วคุณหนู ผมกลับมาแล้ว”

 

            “อย่าทิ้ง...ไปไหนอีก...นะ อย่าทิ้งฮยอกแจ”

 

            คุณหนูไม่ได้แทนตัวแบบนี้มานานแล้ว จนชายหนุ่มคิดว่าเจ้าตัวคงฝันถึงเรื่องราววัยเยาว์ เมื่อฮยอกแจรู้สึกตัว ก็คงผลักดันเขาออกห่าง แล้วมองเขาด้วยสายตารังเกียจไม่ต่างจากเดิม แต่...

 

            “ทำไมถึงไม่พูด ทำไมไม่บอก...ทำไม...”

 

            “หมายความว่ายังไง!” ชายหนุ่มชะงัก ก่อนที่จะถามเสียงเข้ม เมื่อลางสังหรณ์กำลังกู่เตือนว่าคุณหนูเหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง...บางอย่างที่เขาไม่อยากให้รู้ และนั่นก็ทำให้ฮยอกแจยอมผละออกไปนิด เงยหน้าขึ้นมองจนเห็นใบหน้าเรียว มือทั้งสองข้างก็เลื่อนมาสัมผัสที่แก้มของเขาช้าๆ

 

            “ทำไม...ไม่บอกกันล่ะ ก็รู้ว่าฮยอกแจเชื่อทุกอย่าง...ทำไมไม่บอกกัน”

 

            “บอกเรื่องอะไร คุณหนูหมายถึงอะไร”

 

            เขาไม่กล้าฟันธงว่าอีกฝ่ายรู้อะไรมา และคำนี้ก็ทำให้ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นสบตา มองเข้าไปในดวงตาคู่คมของคนที่พยายามปิดบังเอาไว้ ใจเกือบจะพูด เกือบจะเล่าทุกอย่างที่เห็น แต่...ถ้าฮันคยองบอกได้ก็คงไม่ปิดบังมาถึงตอนนี้

 

            ความคิดนี้หยุดฮยอกแจเอาไว้ก่อน

 

            นั่นสิ ถ้าอีกฝ่ายเล่าความจริงได้ เขาคงไม่กลายเป็นเชลยศึกมานานนับเดือน นั่นหมายความว่ามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้น ทำไมคนคนนี้ถึงยอมเล่นเป็นผู้ร้าย ทำไมไม่ยอมบอกความจริง ทั้งที่รู้ว่าเขาจะเชื่อทุกอย่าง ดังนั้น ต่อให้ถาม ต่อให้เค้น...ก็ไม่มีทางพูด

 

            ดังนั้น สิ่งที่ฮยอกแจทำคือการละมือจากแก้มสากมาคล้องรอบลำคอ เคลื่อนตัวขึ้นไปนั่งตัก แล้วหลับตาลง

 

          ตั้งสติฮยอกแจ ต่อไปนี้นายห้ามใช้อารมณ์ เพราะอารมณ์แค้นตัวเดียวที่บดบังความทรงจำของนายทุกอย่าง และในหัวของนายเองก็มีอะไรหลายอย่างที่ผิดเพี้ยน

 

            ตอนนี้เขาเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ทำ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ได้ฆ่าแม่ของเขา ไม่ได้ข่มขืนเขา ทว่า...ใคร

 

            ความคิดที่ทำให้รู้สึกอยากอาเจียน ใบหน้ายิ่งซีดขาว แต่เขากลั้นมันเอาไว้ ทั้งที่รู้สึกว่าตัวเองช่างโสโครกสกปรก จนต้องสูดหายใจลึกๆ ใช้อ้อมกอดนี้มาปิดทับความทรงจำโหดร้ายนั้น

 

            แค่คิดว่าฮันคยองไม่ได้ทำ ชั่วแวบหนึ่งก็รู้สึกอยากตายขึ้นมา แต่ไม่...เขาจะไม่ตาย ตราบใดที่คนคนนี้ยังอยู่ เขาจะไม่คิดเรื่องตายอีก

 

            “คุณหนู...”

 

            “ฉันดีใจ” คำสรรพนามเปลี่ยนเป็นเหมือนเดิม เมื่อฮยอกแจกระซิบ กลืนความรู้สึกรังเกียจตัวเองลงไป แล้วเงยหน้าสบตาคู่คม

 

            “ฉันดีใจที่นายกลับมาทานข้าวเย็นเป็นเพื่อน...ใช่มั้ย”

 

            ใบหน้าเรียวพยายามส่งยิ้มให้ ขณะที่อีกฝ่ายทำท่าจะผละหนี

 

            “ผมบอกแล้วว่าอยู่ที่งาน”

 

            “งั้นขอบคุณงานที่วันนี้มีน้อยนะ” ฮยอกแจยังส่งยิ้มให้ แล้วทำไมเขาถึงโง่มานานนะ สีหน้าอึดอัดใจนิดๆ ของมังกรร้ายที่ดันเขาลงจากตัก แล้วว่าเสียงเย็น

 

            “ก่อนที่จะพูดเรื่องอาหารเย็น ผมสั่งคุณว่าไง...”

 

            “จำไม่ได้” ฮยอกแจตอบทันควัน ขณะที่ขยับร่างกายที่อ่อนแรงขึ้นยืน พบว่าร่างเขาเพลีย แต่ใจ...มันมาเต็มร้อย

 

            ความสุขที่ห่างหายไปเป็นเดือนกำลังกลับมาช้าๆ เมื่อคิดว่าเขาไม่ผิด...ไม่ผิดแล้วที่จะรักคนคนนี้

 

            “คุณ!

 

            “แต่จะจำได้ถ้านายไปกินข้าวเย็นด้วยกันก่อน” ฮยอกแจว่าต่อ หากแต่เมื่อจะก้าวเดิน เขากลับเซเพราะขาสั่น ร้อนให้ใครบางคน...

 

            หมับ

 

            โอบประคองอย่างถนอมราวกับไม่อยากให้เจ็บ จนฮยอกแจยิ่งแน่ใจ จึงเอ่ยออกไป

 

            “แต่ฉันไม่มีแรงออกไปเอง”

 

            “หลังมื้อเย็น คุณกับผมมีเรื่องคุยกันยาว” แม้น้ำเสียงจะเย็นชา เรียบนิ่ง แต่อ้อมกอดที่โอบอุ้มเขาเอาไว้ยิ่งทำให้ฮยอกแจแน่ใจในความทรงจำตัวเอง

 

            ไม่ใช่ฮันคยองจริงๆ

 

....................................................

 

ต่อค่ะ

 

            “คุณยิ้มอะไร”

 

            “เปล่า”

 

            “ผมเห็นอยู่เต็มสองตาว่าคุณเอาแต่ยิ้มตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

 

            “มันรกลูกตานายหรือไง”

 

            “เฮ้อออออ”

 

            หานฮันคยองไม่ได้คิดไปเองแน่ว่าคนที่ร่วมโต๊ะอาหารจงใจกวนอารมณ์ของเขาอยู่ ไม่ใช่เพราะประชด แต่ดูเหมือนตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา คุณหนูลีฮยอกแจจงใจทำให้เขาหัวเสีย แล้วดูสนุกสนานเสียจนเรียวปากสีสวยปรากฏรอยยิ้มจางๆ แม้มือจะยังคีบอาหารเข้าปากไม่มีหยุด

 

            อย่างน้อยก็เจริญอาหาร ไม่ได้กินเหมือนแมวดมเหมือนหลายวันที่ผ่านมา

 

            ปึง

 

            “หยุดกวนประสาทผมสักที ผมไม่มีความอดทนขนาดนั้นหรอกนะ” ดังนั้น มือใหญ่จึงวางตะเกียบลงเต็มแรง กะจะใช้เสียงให้อีกฝ่ายหวาดกลัว เสียงทุ้มก็เข้มจัด หากแต่คนที่มักจะสะดุ้ง ไม่ก็เม้มปากมองมาด้วยแววตาเจ็บปวดกลับ...ยิ้ม

 

            คนที่ยักไหล่นิด แล้วก็คีบอาหารขึ้นมาจ่อถึงริมฝีปากเขา

 

            “กินสิ อุตส่าห์ได้กลับมากินข้าวด้วยกันทั้งที”

 

          ให้ตาย คุณรู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรอยู่!!!

 

            มังกรร้ายอยากจะคำรามใส่หน้า แต่พอเห็นรอยยิ้มน่ามอง ดวงตาซุกซนเล็กๆ พร้อมทั้งการดันอาหารมาโดนปากเขาๆ ราวกับอ้อนว่าทานได้แล้วนะ ใจเขาต่างหากที่แย่...มันอ่อนยวบยาบไปหมดกับคนคนนี้

 

            ฟึ่บ

 

            ทว่า เขาต้องใจแข็ง ดังนั้น มือใหญ่จึงดันตะเกียบไปด้านข้าง แล้วว่าเสียงเหี้ยม

 

            “ผมสั่งคุณไว้ว่าอะไร”

 

            “ก็บอกแล้วไงว่าจำไม่ได้ จนกว่าจะทานข้าวเย็นเสร็จ”

 

            ขวับ

 

            คราวนี้ชายหนุ่มหันมามองตานิ่ง บ่งบอกว่าจะไม่มีการเล่นมากไปกว่านี้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฮยอกแจก้มหน้าลงนิด กัดริมฝีปากล่างอีกหน่อย ใบหน้าท่าทางที่ดูเหมือนขี้เล่นขึ้นมานิด กลับไปดูหวาดหวั่นตามเดิม ตามมาด้วยเสียงที่ว่าแผ่วเบา

 

            “ขอโทษ...ฉันแค่ดีใจมากไป”

 

            อาการน้อยใจที่มากพอให้...

 

            หมับ

 

            “พอใจคุณหรือยัง” ให้ผู้ร้ายบางคนคว้าข้อมือเล็กกลับมา เพื่ออ้าปากรับอาหารที่คีบค้างทิ้งไว้กลางอากาศเป็นนาที แล้วว่าเสียงเข้มคล้ายตัดรำคาญ แต่การได้เห็นใบหน้าน่ามองปรากฏรอยยิ้มดีใจ พร้อมทั้งดวงตาที่พราวขึ้นทำให้ร่างสูงคิดว่า...ช่างมันเถอะ

 

            เขารู้ตัวว่ากำลังพลาดท่าให้ร่างเล็ก แต่พอเห็นรอยยิ้มที่อยากครอบครอง เขาก็...ไม่อยากคิดอะไรให้มากความอีกแล้ว

 

            การยอมทานที่ทำให้ฮยอกแจก็รู้ตัวว่าไม่ควรจะถ่วงเวลามากกว่านี้ เขาเองก็มีเรื่องที่อยากรู้ แค่ได้เห็นผู้ชายบางคนกลับเป็นคนคนเดิมแค่นี้ก็ดีแล้ว

 

            “เรื่องใช้พลัง...ใช่มั้ย” คุณหนูลีถามเสียงเบา วางมือจากมื้ออาหารแล้ว ให้คนฟังหันไปมองรอบตัวแล้ว...

 

            ฟึ่บ

 

            ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกสองสามที คนงานทุกคนก็พากันก้าวอกจากห้องอาหารอย่างรู้งาน เหลือเพียงเจ้านายทั้งสองที่เห็นทีจะไม่แตะอาหารเพิ่มมากกว่านี้แล้ว และเมื่ออยู่กันสองคน ลีฮยอกแจก็เอ่ยต่อเสียงเบา

 

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจขัดคำสั่งนาย ฉันแค่...เผลอ”

 

            “คุณพูดเหมือนคนเราเผลอเดินเอามีดมาปาดแขนตัวเองนะ”

 

            อีกฝ่ายกำลังประชด และใช่ การใช้พลังจิตไม่ใช่เรื่องที่ใช้จนเคยชิน ไม่ใช่การลุกนั่ง เข้าห้องน้ำ หรือกินข้าว เพราะมันต้องรวบรวมสมาธิ บางคนอาจจะใช้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่สำหรับฮยอกแจที่ร่างกายอ่อนแอเข้าขั้นแตกหักง่าย การใช้พลังจิตไม่ใช่เรื่องปกติ จนในสมองพยายามคิดหาทางออก

 

            ถ้าอยากได้คำตอบจริงๆ ก็คงต้องเล่าเรื่องจริง

 

            “ฉันสงสัย” ฮันคยองมองเขานิ่ง ให้เอ่ยต่อ

 

            “เรื่องยาที่นายให้ฉัน...นายบอกว่ามันจะหยุดไม่ให้ฉันใช้พลัง พอฉันว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็เลยมาคิดดูว่าถ้าทำแล้วจะเป็นยังไง ฉันอาจจะขัดคำสั่ง แต่นาย...ก็ไม่เคยอธิบายอะไรเลย” ฮยอกแจไม่ได้แกล้งน้อยใจ ไม่ได้ทำทีเป็นเสียใจเหมือนตอนใครบางคนไม่ยอมทานที่เขาป้อน ตอนนี้เขาน้อยใจจริงๆ

 

            ทำไมไม่พูด ทำไมไม่เล่า ทำไมไม่บอกเรื่องราวทุกอย่างให้ฟัง

 

            น้ำเสียงที่ใครบางคนก็ทำตัวโหดใส่ไม่ลง เพราะมันเป็นเรื่องจริง เขาให้แค่รับยา แต่ไม่ได้บอกถึงผลของมัน ตอนนี้คุณหนูเองก็ใจเย็นลงกว่าเดิมแล้ว ไม่มีท่าทีพยศอย่างเมื่อก่อน หากจะค่อยๆ ให้ทำความเข้าใจก็น่าจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

 

            “ผมเคยบอกใช่มั้ยว่าคุณจะตายหากใช้พลังนั่น”

 

            “ใช่...แต่ทำไมล่ะ” ฮยอกแจจ้องตานิ่ง เขามีชีวิตมากว่ายี่สิบปีพร้อมกับพลังนั่น แม้จะใช้แล้วร่างกายแทบฉีกทึ้งจากกัน แต่เขาก็อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้

 

            คำถามที่ฮันคยองนิ่งไปหน่อย แล้วตัดสินใจว่าเขาควรพูด ชายหนุ่มจึงหยิบแก้วน้ำที่บรรจุน้ำเปล่าอยู่เต็มใบขึ้นมา

 

            “ยาที่ผมให้หยุดร่างกายคุณไม่ให้ใช้พลัง เพราะหากร่างกายคือภาชนะที่รองรับพลัง ร่างกายของคนทั่วไปคือแก้วใบนี้ มันสามารถรองรับน้ำได้เต็มแก้ว เหมือนรองรับพลังที่แผ่ออกมาจากคลื่นสมองของคนคนนั้นได้ แต่...” ฮันคยองหันไปดึงกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา แล้วหย่อนลงไปในแก้วน้ำใบนั้น

 

            “คุณคือกระดาษ เมื่อพลังเอ่อขึ้นมา นอกจากคุณจะรองรับน้ำไม่ได้แล้ว เมื่อแตะต้องกัน คุณก็สลายไม่ต่างจากกระดาษแผ่นนี้” ชายหนุ่มหมุนแก้วเบาๆ ให้เห็นกระดาษที่เปื่อยยุ่ยในนั้น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเรียวรี

 

            “นั่นคือสิ่งที่หมอเยซองบอกผม ยิ่งคุณใช้พลังมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งตายเร็วเท่านั้น”

 

          และมันมีผลข้างเคียง หมอเยซองบอกเขาว่ายังอยู่ในชั้นตอนการวิจัย แต่นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหนูเห็นภาพหลอนคนอื่นเป็นเขา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากพลังประหลาดนี้ล้วนๆ

 

            ความคิดที่เขายังไม่พูดออกไป ให้คุณหนูรับรู้แค่นี้ก็คงเพียงพอ

 

            “และเมื่อคุณใช้มัน ผมก็ต้องเริ่มต้นให้ยาคุณใหม่ตั้งแต่ต้น”

 

            “งั้นถ้าฉันสัญญาว่าจะไม่ใช้มันอีกล่ะ นายจะยอมหยุดยาให้มั้ย” ฮยอกแจไม่ได้ดื้อรั้น เขาแค่คิดว่าพอรู้แบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องดึงดันใช้มันอีกต่อไป แต่สำหรับคนฟังแล้ว...

 

            “ไม่ ผมไม่ไว้ใจว่าคุณจะ เผลออีกเมื่อไหร่”

 

          ย้อนกันดีนักนะ

 

            คุณหนูลีเม้มปาก มองคนที่เอาคำเขามาย้อนกลับเข้าหาตัว หากแต่ใบหน้าคมเข้มไม่ได้มีแววล้อเล่น ผู้ชายคนนี้พูดจริง และยึดมั่นความคิดตัวเองว่า...จะปกป้องเขา

 

            ตอนนี้พอตาสว่างก็เห็นอะไรหลายอย่าง ฮันคยองพยายามทำทุกทางเพื่อปกป้องชีวิตของเขาเอาไว้ จนต้องก้มหน้า ถามเสียงเบา

 

            “นายไม่อยากให้ฉันตายหรือไง จะได้หมดภาระสักที”

 

          “ผมไม่เคยพูดว่าต้องการให้คุณตาย!!!

 

            คนพูดว่าเสียงเข้มจัด จนคล้ายเป็นการตะคอก ครั้งอื่นอาจจะทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ แต่ครั้งนี้ฮยอกแจกำลัง...ลอบยิ้ม

 

            ริมฝากที่ผุดรอยยิ้มออกมาจางๆ เพราะนับแต่วินาทีนี้ เขาได้รู้...อีกฝ่ายห่วงมาก ห่วงเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่ไม่พูดหรอก ขืนพูดออกไปว่ารู้แล้ว ใครบางคนจะหนีเขาไปอีก จนได้ปรับสีหน้าให้นิ่งที่สุด เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คม บอกอย่างหวังให้เข้าใจ

 

            “ถ้านายไม่อยากให้ฉันตาย ฉันก็จะไม่ตาย”

 

            ตอนนี้ชีวิตเขาเหลือเพียงผู้ชายคนนี้ เหลือเพียงฮันคยองคนเดียวเท่านั้น ดังนั้น มันคงไม่ผิดที่ลีฮยอกแจจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อได้อยู่กับคนคนนี้ เขาเคยตายในความรู้สึกมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าอีกฝ่ายยังอยู่ เขาจะรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด จะไม่ยอมเสียไปเหมือนพ่อกับแม่อีกแล้ว

 

            ไม่ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ และฮันคยองต้องอยู่กับเขา!

 

...................................................

 

  ต่อค่ะ

 

            ฮันคยองไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือเสียใจกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ดี เมื่อคนที่ทานข้าวเสร็จทำท่าจะเซล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง จนใจแข็งไม่พอที่จะทำเฉย ได้แต่รวบร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด มองด้วยแววตาเข้มจัดเพื่อขู่ให้กลัว และสำนึกว่าทำอะไรลงไป

 

            บอกแล้วว่าห้ามใช้ สั่งเอาไว้จนรับปากเสียดิบดี แต่ก็เป็นอย่างที่เห็น

 

            พอใช้พลัง ร่างกายก็อ่อนแอนจนแทบไม่มีแรงเดินด้วยซ้ำ จนเขาคาดเดาได้ว่าคืนนั้น คุณหนูก็พยายามใช้พลังนี่จัดการคนร้าย แต่ผลที่ได้คือไม่มีแรงแม้จะต่อต้านไอ้ระยำที่ทำชั่วใส่ร่างกายบอบบางนี้ ดังนั้น ชายหนุ่มจึงโอบอุ้มฮยอกแจอย่างทะนุถนอมที่สุด แต่มันไม่น่าดีใจตรงที่คนปฏิเสธมาตลอดกำลังใช้สองมือโอบรอบลำคอกลับ แล้วทิ้งหัวลงแนบไหล่

 

            เมื่อเช้าคุณหนูว่าแปลก แต่ตอนนี้แปลกยิ่งกว่า

 

            ก่อนหน้านี้ ฮยอกแจเรียกร้องหาเขาเพราะกลัวความโดดเดี่ยว กลัวความตายที่พรากชีวิตนายใหญ่และนายหญิงไป หากแต่ใบหน้าหมองเศร้า ไร้ชีวิตชีวายังติดอยู่ในห้วงหัวใจ ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาจากกที่ใช้พลัง คุณหนูของเขาดู...มีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก

 

            ราวกับว่าได้ยกเรื่องหนักอกให้พ้นหัวใจไปแล้ว

 

            งั้นอะไรล่ะที่ทำให้พฤติกรรมของคนคนนี้แปลกออกไป คนที่กระซิบเบาๆ

 

            “หัวใจของมังกรร้ายก็เต้นเหมือนกันนะ”

 

            เขาไม่รู้ว่าควรชอบใจมั้ยที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ไม่เกรงกลัวเขาขนาดที่กล้ายกมือแตะที่แผ่นอกข้างซ้าย แนบมือลงไป แถมทำท่าจะแนบแก้มลงกับอก

 

            “หยุดสิ่งที่คุณคิดจะทำ”

 

            “อืม”

 

            ปากรับคำ แต่แก้มขาวซีด...ก็แนบกับอกเขาอยู่ดี

 

            “เสียงหัวใจ...ฟังแล้วเพราะจัง”

 

            “คุณหนูละเมออยู่หรือไง” ชายหนุ่มว่าเสียงเรียบ ก้าวให้เร็วขึ้น เพื่อปล่อยร่างเล็กลงกับเตียงสักที แล้วเขาก็จะถอยห่าง เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูเอง แต่อีกฝ่ายไม่รับรู้ความหวังดีของเขา ยังคงแนบหน้าลงมา พยักหน้าช้าๆ หลับตาลง

 

            “ใช่ ฉันละเมอ...ฝันดีที่สุดในรอบเดือนเลยล่ะ”

 

            “ฮึ งั้นฝันนั้นก็คงไม่มีผม”

 

            “...”

 

            เขาไม่รู้ว่าอยากได้ยินว่ามีหรือไม่มี แต่พอคุณหนูเงียบ ก็อดจะนึกสมเพชตัวเองไม่ได้ที่ยังคาดหวังเล็กๆ ว่าอีกฝ่ายยังเหลือความรู้สึกดีให้เขาบ้าง หากแต่ความคิดนี้ก็ต้องชะงัก เมื่อฮยอกแจเลื่อนมือมาลูบที่แผ่นอกข้างซ้าย เท่านั้นไม่พอ ยัง...แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา

 

            “คุณคิดจะทำอะไร!!!” ฮันคยองตวาดขึ้นมา ให้ใบหน้าขาวซีดเงยขึ้นสบตา แต่มันไม่หยุดมือที่ล้วงเข้าไปสัมผัสผิวเนื้ออุ่นๆ ที่ไม่มีอะไรกางกั้น จนรู้สึกว่าโชคดีที่เดินกลับมาถึงห้องสักที

 

            “แค่สัมผัสเสียงหัวใจ”

 

            วันนี้คุณหนูแปลกไปมากจริงๆ คนที่โกรธแค้นกันจะเข้ามาคลอเคลียกันแบบนี้งั้นหรือ

 

            ประตูห้องนอนของเขาถูกคนงานเปิดให้ ซึ่งชายหนุ่มไม่ลังเลเลยที่จะก้าวเข้าไปไวๆ เพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นคุณหนูที่แปลกไปแบบนี้

 

            คนที่ไม่ยอมขยับลงไปนอนบนเตียงดีๆ ทว่า...

 

            หมับ

 

            ฮยอกแจคว้าคอชายหนุ่มเอาไว้ แล้วดึงให้ขยับขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน

 

            “ผมไม่มีเวลาจะเล่นกับคุณ” คนตัวโตว่าเสียงเข้ม ปลดมือที่เกาะลำคอออก หากแต่อีกฝ่ายจับเอาไว้แน่น ดวงตาเรียวรีมองเข้ามาในตา ยามที่ถามเสียงเครือ

 

            “ฉันไม่ได้เล่น...สัญญามาสิฮันคยอง”

 

            “...”

 

            เขาไม่คิดตอบรับ มองคนที่กำลังขอร้องเสียงเบา

 

          “หัวใจดวงนี้ห้ามหยุดเต้นนะ”

 

            เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลัวอะไร...กลัวไม่ได้ฆ่าเขากับมืองั้นล่ะมั้ง ดังนั้น มังกรร้ายจึงพยายามแกะมือเล็กจนสำเร็จ ขยับกายถอยห่างอีกหลายก้าว มองด้วยแววตาเย็นชา แต่พบเพียงดวงตาเรียวรีที่ยังมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลง

 

            “รับปากสิ หัวใจนายห้ามหยุดเต้นนะ”

 

            “เอาไว้ผมจะให้มันเต้นจนกว่าคุณจะหาทางทำให้มันหยุดก็แล้วกัน” ฮันคยองว่าคล้ายไม่แยแส ทั้งที่เขาหมายความตามนั้นทุกคำ เขาจะรักษาตัวเองเอาไว้ เพื่อดับชีพในมือของคุณหนูเท่านั้น แต่สำหรับฮยอกแจแล้ว...

 

            “สัญญาแล้วนะ” ร่างเล็กส่งยิ้มให้ ยามที่ยอมขยับไปนอนบนเตียงดีๆ มองมาไม่ยอมละไปทางไหน

 

            “ชีวิตนายเป็นของฉันแล้วนะ” ฮยอกแจพึมพำเบาๆ ท่าทางเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะคุยอะไรเพิ่มเติม จนร่างสูงก็ไม่ตอบคำ ไม่สนใจ หรือแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ยามที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แต่เพียงพักเดียว ความแคลงใจมันก็มีมากกว่าจนเดินกลับออกมาอีกครั้ง เพื่อเจอกับ...เจ้าชายนิทรา

 

            เจ้าชายแสนบอบบางที่หลับสนิทอยู่บนเตียง จนต้องขยับเข้าไปหา ก้มลงมองใกล้ๆ เพื่อได้ฟังคำที่ทำให้หัวใจพองโต

 

            “ฮัน...ฮันคยอง...”

 

            แม้มันจะเป็นเพียงเสียงเรียกชื่อแผ่วเบา แต่พอได้รู้ว่านี่คือฝันดี และเขายังมีตัวตนในความฝันนั้น หัวใจแข็งกร้าวของมังกรร้ายก็ไม่ต่างจากขี้ผึ้งที่ถูกไฟลน สองขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ยื่นมือไปสัมผัสเส้นผมนุ่มแผ่วเบา แล้วกระซิบ

 

            “คุณเป็นคนขี้โกงนะครับคุณหนู”

 

            ขี้โกงจริงๆ ที่ทำให้หัวใจดวงนี้เผลอคาดหวังไปมากกว่านี้

 

            ความคิดของคนที่ส่งมือไปไล้แก้มขาวซีดเบาๆ สัมผัสอย่างถนอม แล้วอดไม่ได้จริงๆ

 

            จุ๊บ

 

            ฮันคยองอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปสัมผัสริมฝีปากสีสวย กดเน้นย้ำเบาๆ แล้วค่อยผละออก

 

          “คุณขี้โกงกับหัวใจผมขนาดนี้ได้ยังไง”

 

            หัวใจที่อยากจะครอบครอง อยากจะเป็นเจ้าของ อยากจะอยู่เหนือหัวใจของลูกชายผู้มีพระคุณ...เขาอยากจะคว้าจับคุณหนูฮยอกแจเอาไว้ ไม่อยากสนใจการตายของนาย อยากให้เรื่องทุกอย่างมันจบลงแค่ตรงนี้ ไม่อยากรื้อฟื้น ไม่อยากแก้แค้น ใจจริง...เขาแค่ต้องการชีวิตที่มีคุณหนูฮยอกแจอยู่เคียงข้างเท่านั้นเอง

 

            ความฝันที่คงเป็นไปไม่ได้

 

..........................................

 

            ครบค่ะ นี่อยากจะบอกเกิงเหลือเกินว่า ไม่มีฝันไหนที่เป็นไปไม่ได้ อยู่ที่คิดจะลงมือทำหรือเปล่าต่างหากล่ะ/// ต่างคนต่างรักกันขนาดนี้ แต่กลับแสดงออกไม่ได้เต็มร้อย เพราะบางอย่างที่กางกั้นกันเอาไว้ แต่ตอนนี้ฮยอกขี้โกงจริงๆ ล่ะค่ะ พอเริ่มจับเค้าลางได้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่อยากทำร้ายตัวเองสักนิด เจ้าตัวก็อาศัยความใจดีนั้นมาทำให้พ่อมังกรเขาหัวหมุนติ้วๆ งานนี้บอกเลยว่าบรรดาคนสนิทรับมือเจ้านายยากทั้งสองคู่นั่นแหละ

            เฮรับมือบอมไม่ได้ฉันใด ตอนนี้เกิงก็รับมือฮยอกไม่ได้ฉันนั้น ฮา

            ตอนหน้าวกกลับไปคู่ที่จะกลับมาจากฮันนีมูนเนอะ XD

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #8414 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 23:38
    โอ๊ยยยยย ฮันคยองงงงงง น้องน่ารักขนาดนี้ อย่าใจร้ายนักเลย 
    #8414
    0
  2. #7659 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 00:52
    ในที่สุดก็พูดกันดีๆแล้วววววว
    #7659
    0
  3. #7551 White Sky (@bai-toei) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 21:21
    ฮยอกแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ เมื่อไหร่พี่ฮันจะใจอ่อนซักทีน้าา
    #7551
    0
  4. #7006 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 22:48
    สงสารพี่ฮันที่จะโดนฮยอกป่วน 5555
    #7006
    0
  5. #6761 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 23:14
    รู้สึกยกภูเขาออกจากอกไปหนึ่งลูก เฮ้ออออออ
    #6761
    0
  6. #6450 nankihae (@nankihae) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 15:50
    น่ารักกกกกกก
    #6450
    0
  7. #6262 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 15:28
    พี่ฮันคะ พี่ต้องมีความสุขแน่ ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงค่ะ ไฟท์ติ้งง! คู่นี้เริ่มน่ารักขึ้นแบบมากๆๆๆๆแล้วอะ คือมันดีกับใจ โอ่ยยย ชอบบบ สนุกกกก ไรท์สู้ๆนะคะ
    #6262
    0
  8. #6227 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:18
    มีโมเม้นที่ทำให้น้ำตาจะไหล TwT
    #6227
    0
  9. #6169 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 17:31
    ฮยอกน่าร้ากกกกกก ฮยอกขี้โกงจริงๆ ใครใช้ให้น่ารักขนาดนี้กันเนี่ย ><
    #6169
    0
  10. #6160 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 20:49
    เป็นเพราะพลังนี่เองที่ทำให้ฮยอคเห็นภาพหลอน สงสารฮยอคอ่ะ ทั้งๆที่อุตส่าห์มีพลังแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถจะใช้งานได้ แถมยังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก ทำไมชีวิตนู๋ดราม่าขนาดนี้กันค่ะลูก เหลือบตามองพี่เมย์ 555 พี่ฮันอ่า รีบๆหาตัวคนร้ายแบ้วจัดการมันซ่ะ จะได้รักกับฮยอคได้เต็มที่สักที ฮยอคอ่ะ เค้าจะไม่ตายแล้วนะ จะอยู่รักคนที่ชื่อฮันคยองแล้วนะ รู้ตัวด้วยยยย หายหัวไปนาน ทั้งงาน ทั้งเรียนต่อ หนักหน่วงมากพี่เมย์ นี่เพิ่งฟื้นคืนชีพ หายไปจากสายตา แต่ไม่เคยหายไปจากใจ คิดถึงฟิคพี่เมย์มากพอๆกับคิดถึงอปป้าเลย งานมีตบอมตรงกับวันเกิดด้วย พี่เมย์ก็ไปใช่ไหม โอ้ยยยยยยยยยยย อยากเจอนายแก้มแตกมากกกกกก
    #6160
    0
  11. #6158 boombim (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:29
    คิดเข้าข้างตัวเองบ้างก็ได้นะพี่ฮัน ฮยอกก็ชัดเจนอยู่นะ
    #6158
    0
  12. #6155 whatdoUwant (@whatdoUwant) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 21:52
    ฮือออออออ่านทันแล้ววววววว สุขๆซึ้งๆอึ้งๆลุ้นๆไปกับฟิคเรื่องแรกนี้ค่ะ / อยากอ่านละเอียดๆและขออนุญาตรอหนังสือค่ะ
    #6155
    0
  13. #6144 +tO Dr3aM,To f Ly+ (@milmilmil) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 01:03
    งื้ออออ หวานซะ
    #6144
    0
  14. #6141 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 21:39
    มุมมุมิน่ารักของคู่นี้ ฮยอกต้องทำให้เกิงหัวหมุนทุกวันเลยนะ
    #6141
    0
  15. #6122 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 22:29
    ฮยอกแจ น่ารักชะมัดเลย ป๋าใจละลายแล้วววววววว
    #6122
    0
  16. #6121 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 15:45
    ฮยอกน่ารักกก
    #6121
    0
  17. #6120 Patchara_J (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:07
    พอคู่ฮยอกแจดีเริ่มกลัวว่าคู่นายจะม่าจังเลยค่ะ
    #6120
    0
  18. #6119 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 15:44
    เป็นลูกน้องที่เป็นเจ้าของหัวใจเชียวน้าาา~
    #6119
    0
  19. #6118 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 14:09
    ทุกอย่างเป็นไปได้ขอแค่ .... สะกิดหนูเมย์ 5555



    คนเป็นลูกน้องก็มีหน้าที่แต่รองรับอารมเจ้านายที่แสนจะแปรปรวน แต่ก็นะ เค้าไป็นนายนี่นาห้ามขัดใจ
    #6118
    0
  20. #6117 vitz (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 10:08
    ชอบคู่นี้จัง
    #6117
    0
  21. #6116 SuZu'Ell' (@lovelyaommiiz) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 08:50
    ทำไมเกิงคิดแบบนั้นน เป็นไปได้สิ ถ้าไม่มัวแต่ปิดตัวเองอ่ะ
    #6116
    0
  22. #6115 pen_1290 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 08:14
    ชอบตอนนี้อ่า น่ารักมาก ยิ้มตามเลย ^_^
    #6115
    0
  23. #6114 Noparat (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 08:05
    ฮันคยองทำตามหัวใจเถอะ สงสารฮยอกแจ
    #6114
    0
  24. #6113 Plamaszaboh (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 07:40
    ฮยอกกลัวว่าฮันจะตายอ่ะดิ
    #6113
    0
  25. #6112 nooonnin (@nooonnin) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 07:36
    คงมีสักวันที่จะเห็นเค้าสวีตกันละนะ
    #6112
    0