[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,263 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,284

    Overall
    672,263

ตอนที่ 47 : ตอนที่ 43 ความเปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    21 ก.ค. 59


ตอนที่ 43 ความเปลี่ยนแปลง

 

 

 

            นายใหญ่คิมคิบอมหนีงานไปพักผ่อนที่เชจูเป็นเวลาสามวันสองคืน โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า งานมากมายจึงนอนรอให้เจ้าตัวกลับมาสะสาง ดังนั้น พอชายหนุ่มก้าวเท้าลงสู่สนามบินอินชอน สิ่งแรกที่ได้ทำไม่ใช่กลับบ้านเพื่อพักผ่อน แต่เป็นการตรงเข้าบริษัท และเริ่มต้นเคลียร์งานตั้งแต่ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ

 

            แม้ดงแฮจะอยากแบ่งเบาภาระของนาย แต่เขาไม่ค่อยรู้งานเอกสาร ดังนั้น สิ่งที่ทำได้คือการเป็นผู้ช่วยพี่คังอินอีกที และได้แต่มองนายใหญ่ที่กลับมาคร่ำเคร่ง เป็นเจ้านายที่น่าเกรงขามของลูกน้องคนเดิม

 

            กลิ่นไอของท้องทะเลจางลง และตัวตนของผู้เป็นนายที่เผยให้เขาได้เห็นก็หายไปอีกครั้ง

 

            ตอนนี้ไม่มีผู้ชายที่ชื่อคิมคิบอม มีเพียงนายใหญ่ที่คุมคนนับไม่ถ้วน

 

            ข้อแตกต่างที่ดงแฮรู้มาตลอด หากแต่การได้เดินเคียงข้างมาหลายวัน อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นนายที่โอบไหล่เขาไม่ห่าง พอถอยมายืนด้านหลัง มองแผ่นหลังกว้างใหญ่ก็ได้สำนึกว่าตัวเอง...ห่างไกลจากเจ้านายมากเพียงใด

 

            มันไม่ได้ทำให้เขาน้อยใจหรือเสียใจ แต่ทำให้รู้ว่าควรวางตัวเองเอาไว้ตรงไหน

 

            ช่วงเวลาตอนนั้นคือความฝัน ช่วงเวลานี้คือความจริง

 

          ดีแล้ว แค่ได้ฝันก็ดีแล้ว จะไม่ลืมอ้อมกอดในค่ำคืนเหล่านั้นที่ผ่านมาเลย

 

            นั่นคือสิ่งที่ดงแฮคิดในวันแรกที่กลับมาถึงโซล และมีพี่คังอินรอรับตั้งแต่สนามบิน เพื่อพาเจ้านายกลับเข้าบริษัท แต่เมื่อนายใหญ่เริ่มต้นเคลียร์งานที่กองทับกันให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้แล้ว ความคิดที่ว่าจะเก็บไว้เป็นเพียงความฝันก็ต้อง...สลายไปช้าๆ

 

            เหตุผลเพราะ...

 

            [คังอิน ให้ดงแฮเอากาแฟมาให้หน่อย]

 

            ร่างเพรียวที่เพิ่งจะกลับมาจากตรวจโกดังสินค้าถึงกับชะงักปลายเท้า เมื่อคำสั่งของนายดังมาจากโทรศัพท์ จนได้แต่เงยหน้าขึ้นมองลูกพี่ที่ยุ่งวุ่นวายกับกองเอกสาร ซึ่งคังอินก็ถอนหายใจหนักๆ แล้วหันมามองหน้า

 

            “เหนื่อยหน่อยนะ”

 

            ถ้อยคำที่ทำให้คนฟังรู้สึกประหม่า เพราะมันไม่ได้หมายความแค่ว่าไปทำตามคำสั่งเจ้านายซะ แต่อีกฝ่ายรู้แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนในห้องเป็นยังไง และพี่คังอินก็คงคาดเดาไว้ว่าทันทีที่ดงแฮก้าวเข้าไปในห้องจะเกิดอะไรขึ้น

 

            เหนื่อยหน่อยนะของอีกฝ่ายจึงแปลได้หลายอย่าง

 

            “บอกนายว่าผมยังไม่กลับมาดีมั้ยครับ” แม้น้ำเสียงของดงแฮจะเรียบนิ่ง แต่มีหรือที่คนเลี้ยงมากับมืออย่างคังอินจะจับความรู้สึกไม่ได้ แม้จะไม่ใกล้ชิดเท่าอีทึก แต่ก็รู้ เจ้าเด็กนี่หน้านิ่ง แต่ขี้เกรงใจมากกว่าใครๆ คงกลัวว่าเขาจะคัดค้านความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง

 

            งานนี้คังอินบอกเลยว่าเขาไม่มีปัญญาไปเอ่ยเตือนหรอก

 

            เขาเคยเตือนนายเรื่องอย่าไว้ใจใครมากเกินไป เพราะนั่นคืองาน แต่เขาจะเตือนนายยังไงว่าอย่ามีความสัมพันธ์ทางใจกับใครสักคน เมื่อเจ้านายเป็นคนช่วยให้อีทึกสามารถก้าวออกจากวงการมือปืน และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้

 

            เจ้านายน่ะมีพระคุณ ถ้าจะไม่พอใจก็ตรง...เอาลูกชายเขาทำเมีย!!!

 

            คังอินเพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าเขาก็แอบหวงเจ้าเด็กนี่ไม่น้อย

 

            มันทำงานเสี่ยงอันตรายมาแต่เด็กนั่นคือห่วง แต่พอฟังจากเมียว่าเจ้านายกกดงแฮทั้งคืนแล้ว...ฟีลคนเป็นพ่อมันก็พลุ่งพล่าน หากแต่...ทำอะไรไม่ได้

 

            ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในฐานะพ่อ แต่อยู่ในฐานะลูกน้องของเจ้านาย และหลายวันที่ผ่านมาบอกคังอินว่า...ให้ดงแฮเข้าไปงานเสร็จไวกว่ามาก

 

            “เข้าไปเถอะ เข้าช้าเข้าเร็วก็ต้องไปเสิร์ฟกาแฟอยู่ดี”

 

            คังอินให้เข้าไปตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้เจ้านายทนไม่ไหวออกมาตามเอง จากนั้นก็ว่าต่อเสียงเรียบ

 

            “บอกนายก็แล้วกันว่าอีก 15 นาทีมีประชุม ห้ามสายเด็ดขาด”

 

            “ครับ” แม้จะรับคำเสียงหนักแน่น แต่ดงแฮได้สัมผัสความรู้สึกนี้แล้ว...อาย

 

            มันเป็นความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ เมื่อถูกมองแบบนี้ แถมยังต้องกำมือทั้งสองข้างแน่นเนื่องจากไม่รู้จะวางมันเอาไว้ตรงไหน ขยับยังไงดี สุดท้ายก็ต้องเลี่ยงไปชงกาแฟแทนเลขาที่ใช่ว่าเจ้านายไม่มี มี! แต่ช่วงนี้มีแต่คำสั่งที่ว่า...ให้ดงแฮเอาเข้ามา

 

            หลายวันแล้วนับตั้งแต่กลับจากเชจู

 

            สิ่งที่เจ้านายเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเคาะประตูแล้วก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

 

            “มานี่ดงแฮ”

 

            นายใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานก็เอ่ยเรียก มือทั้งสองข้างประสานกันหลวมๆ หากแต่ตาคมจ้องนิ่งไม่ละไปจากร่างเพรียว จนดงแฮต้องก้าวเข้าไปหา วางแก้วกาแฟลงตรงหน้า และเกือบจะก้าวถอยหลังอย่างที่เคยทำอย่างเมื่อก่อน แต่...

 

            “ฉันบอกให้นายมานี่ ไม่ใช่ให้เอากาแฟวางไว้นี่แล้วหมดหน้าที่”

 

            คำพูดเหมือนเอาแต่ใจ หากแต่ใบหน้าคมคายกำลัง...ยิ้ม

 

            รอยยิ้มที่ดงแฮรู้ว่าผู้ชายที่เชจูยังคงอยู่ เพียงแต่จะปรากฏตัวขึ้นยามที่อยู่เพียงลำพังเท่านั้น คนที่ตบหน้าตักเบาๆ ให้ได้แต่ขยับเข้าไปหา แล้ว...ทิ้งตัวนั่งตักช้าๆ

 

            “นายไม่ทานกาแฟหรือครับ”

 

            เจ้านายไม่ใยดีเครื่องดื่มร้อนๆ กลิ่นหอมบนโต๊ะเลยสักนิด หากแต่ซุกหน้าเข้ากับซอกคอของเขา สองมือกอดรอบเอวเอาไว้หลวมๆ จนรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับบนแผ่นหลัง

 

            “เดี๋ยวไปกินในห้องประชุม ตอนนี้ฉันมีอย่างอื่นให้สนใจมากกว่า”

 

            ดงแฮไม่กล้าถามว่าอะไร เพราะหลายวันที่ผ่านมาทำให้เขารู้อยู่แก่ใจ จนได้แต่ว่าเสียงเบา

 

            “ตัวผมมีแต่กลิ่นเหงื่อ”

 

            เจ้านายที่กำลังกดจูบที่ลำคอของเขา ขบเม้มเบาๆ มือใหญ่ทั้งสองข้างลูบแผ่นหลังขึ้นลงช้าๆ จนได้แต่ส่งมือไปยึดหัวไหล่ทั้งสองข้าง ทว่า หากคิดว่าคำนี้จะทำให้ผู้เป็นนายหยุดแล้วล่ะก็...

 

            “ฉันชินกับกลิ่นเหงื่อนายอยู่แล้ว”

 

            เป็นคนสนิทเองนั่นแหละที่พูดไม่ออก ผิวแก้มเริ่มแดงขึ้น เพราะกลิ่นเหงื่อที่ว่าไม่น่าใช่แค่กลิ่นหลังออกไปทำงานภายนอก แต่น่าจะหมายถึงการออกแรงในอาคาร จนได้แต่หันหน้าหนี ถ่ายทอดคำพูดของลูกพี่เสียงเบา

 

            “พี่คังอินบอกว่าอีก 15 นาทีมีประชุม ห้ามสายเด็ดขาด”

 

            “เหลือเฟือ” เจ้านายว่าง่ายๆ แต่แฝงด้วยความขบขัน ให้คนสนิทรีบก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ แล้วว่าแก้ประหม่า

 

            “เหลือ 13 นาทีแล้วครับ”

 

            “ฮึ” แทนที่จะทำให้เจ้านายชะงัก ตรงกันข้ามเลย เสียงหัวเราะในลำคอของคิบอมฟังดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม ยามที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตา มือใหญ่ละมาจับเข้าที่ปลายคาง ดึงให้คนนั่งตักโน้มลงมาใกล้

 

            “12 นาทีแล้วสินะ”

 

            เจ้านายกระซิบเสียงต่ำ ให้ดงแฮชักไม่แน่ใจที่เน้นย้ำเวลากับอีกฝ่าย แต่เขาก็ทำได้เพียง...

 

            “ครับ”

 

            “งั้นต้องใช้ให้คุ้มค่า”

 

            คำของคนที่สอดนิ้วเข้ามาที่ปมเนกไทของดงแฮแล้ว และ...

 

            ฟืด

 

            เพียงดึงทีเดียว เนกไทเส้นสวยก็คลายปม ร่วงลงไปกับพื้น ตามมาด้วยริมฝีปากอุ่นที่แนบประทับบนกลีบปากบางอย่างแม่นยำ หนักหน่วง และเห็นทีจะเพิ่มระดับความร้อนแรงตามเวลาที่เหลืออยู่ จนดงแฮทำได้เพียงกอดคอเจ้านายแน่น

 

            นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง หากเขาคิดจะถอยไปอยู่ตำแหน่งเดิม เจ้านาย...จะดึงให้เข้ามาใกล้กว่าที่ควรจะเป็น

 

..............................................

 

ต่อค่ะ

 

            “แฮก แฮก นาย...ครับ...”

 

            “อืม ฉันรู้แล้ว จุ๊บ...”

 

            “แต่นายครับ ครบ...”

 

            “อีกนาทีนึง”

 

            เวลานี้ ดงแฮทำได้เพียงหอบหายใจในลำคอ หลังจากปล่อยให้ผู้เป็นนายตักตวงไปตามที่ต้องการ จนร่างเพรียวทำได้เพียงนั่งตัวอ่อนอยู่บนตัก สองมือกอดรอบลำคอ พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่แทบทำไม่ได้ เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนเอาแต่เฝ้าวนเวียนประกบจูบที่ปากอิ่มวาวชื้นครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายลิ้นร้อนก็สอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก บังคับเอาปลายลิ้นทั้งสองมาถูเข้าหากันจนชื้นแฉะ

 

            มือขวาคนสนิทพยายามบอกว่าจะหมดเวลาที่คังอินฝากมาแล้ว แต่คิบอมก็ยังยืนยันที่จะเก็บให้ครบทุกเม็ดทุกนาที

 

            และคงทำเช่นนั้นจนหมด 15 นาที ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            คิบอมตวัดสายตาไปมองบานประตูทันทีที่ได้ยินเสียง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นสัญญาณจากคนเพียงคนเดียวที่กล้าเร่งเขา จนต้องเหลียวกลับมามองคนในอ้อมกอด

 

            คนสนิทที่ผิวแก้มขาวขึ้นสีชมพูระเรื่อ หอบหายใจเสียแผ่นอกสะท้าน จนดวงตาคู่คมดึงดูดให้ก้มลงมองลำคอขาวผ่องซึ่งเขาจัดการกำจัดเนกไทออกไป ปลดกระดุมสองเม็ดบนสุด แล้วซุกไซ้ตามใจอยาก จนบัดนี้ปรากฏรอยกุหลาบสีจาง

 

            ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็คงทำจนถึงที่สุด แต่ตอนนี้...

 

            หมับ

 

            สองมือใหญ่จัดการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้อย่างเบามือ จนคนบนตักรีบเอ่ยแย้ง

 

            “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ดงแฮว่า ให้คนฟังยอมผละมือ เพราะ...

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

 

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อบอกว่านี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย หากนายจะเร่งรีบก็เอาให้เสร็จให้นาทีนี้ จนต้องยอมปล่อยให้คนหน้าหวานลุกขึ้นจากตัก ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่รั้งรอที่จะขยับไปยืนด้านหลัง แต่งตัวให้ตัวเองอย่างว่องไว ทั้งที่...มือสั่น

 

            ความคิดที่ทำให้คิบอมรู้สึก...เอ็นดู

 

            เชื่อเถอะว่าต่อให้ดงแฮเพิ่งฆ่าคนมาก็ยังไม่มือสั่นเท่าจูบเดียวของเขา

 

            พอคิดแบบนี้มุมปากของนายใหญ่ก็ยกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ยามที่ลุกขึ้นบ้าง ดึงเสื้อที่ยับยู่ให้เข้าที่อีกหน่อย กระชับกั๊กสูทที่ปลดออกให้เข้าที่ แล้วหันไปคว้าเสื้อสูทที่วางพาดเอาไว้

 

            “ผมช่วยนะครับ”

 

            คนที่ยังไม่ได้ผูกเนกไทรีบขยับเข้ามาด้านหลัง คว้าเสื้อสูทมากางแขนออกให้ เพื่อให้เจ้านายสอดมือเข้ามาง่ายๆ แล้วกระชับสูทตัวหรูเข้าหาตัว

 

            จากนั้น...ก็หมุนตัวกลับมาสบตา

 

            แปะ

 

            มือใหญ่เลื่อนมาวางแนบลงบนแก้มขาวแล้ว ดวงตาคู่คมมองเข้าไปในตาของคนสนิท

 

            “นายอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องเข้าไปในห้องประชุม”

 

            “แต่...”

 

          “ฉันไม่อยากให้คนอื่นเห็นนายทำหน้าแบบนี้”

 

            “...”

 

            คนฟังนิ่งไปทันที เพราะเขาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ หากแต่เจ้านายใหญ่เห็นชัดเต็มสองตา

 

            ดวงตาติดหวานที่เมื่อฉ่ำปรือด้วยหยดน้ำใสก็เป็นประกายวาวแสง ทั้งแก้มสีระเรื่อ ปากวาวชื้น และที่สำคัญ...แววตา...แววตาที่กำลังร่ำร้อง กำลังอ้อนวอน กำลังขอให้เขาทำมากกว่านี้ แม้ปากจะเฝ้าเตือนเวลาก็ตาม

 

            หลังกลับจากเชจู ดงแฮเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำสีหน้าที่แปลกออกไปจากเดิม

 

            คิบอมรู้ตัวสิ ยามที่อีกฝ่ายคิดว่าเขาไม่ได้มองอยู่ ดวงตาที่มักจะมองเขาอย่างจงรักภักดีจะแปรเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น จนบางที ชายหนุ่มก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าความอดทนกำลังขาดสะบั้นลงทีละน้อย

 

            แววตาที่เขาไม่อยากให้ใครอื่นเห็น

 

            แววตาที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

            และสีหน้านี้...ต่อให้เป็นคังอิน เจ้านายใหญ่ก็ไม่อนุญาตให้เห็น

 

            “อยู่ที่นี่ จัดการตัวเองซะ”

 

            เขายังควบคุมความต้องการได้อย่างใจคิด แต่กับดงแฮแล้ว แม้จะเก่งกาจหรือเย็นชาแค่ไหนก็ยังเป็นแค่เด็กอายุยี่สิบ ซึ่งเด็กคนนั้นก็ถูกเขาเล้าโลมหยอกเย้ามาตลอดสิบกว่านาที จะให้ปรับสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงทำไม่ได้

 

            สีหน้าเย้ายวนราวกับดอกไม้ที่ส่งกลิ่นล่อแมลง

 

            ดงแฮไม่ได้ล่อลวงแค่เพศใดเพศหนึ่งเสียด้วย หากแต่ดึงดูดทั้งชายและหญิง แม้จะน่าหงุดหงิดที่ต้องยอมรับ แต่คิมคิบอมไม่ต้องการเห็นอีกฝ่ายไปจูบกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนครั้งก่อนแน่

 

            “วันนี้น่าจะได้กลับไวกว่าเมื่อวาน”

 

            เมื่อวานเขากลับถึงบ้านตอนเกือบเที่ยงคืน

 

            “ครับนาย ผมจะแจ้งให้คนรถเตรียมพร้อมไว้ตลอด” ดงแฮรับคำ เพราะการกลับไวขึ้นอาจจะไวกว่าเดิมแค่ชั่วโมงเดียว หรือตั้งแต่หกโมงเย็นก็ได้

 

            “เดี๋ยวนายกลับไปก่อน...อย่าทำหน้าแบบนั้นดงแฮ ฉันไม่ได้บอกว่านายเกะกะสักคำ”

 

            คนอื่นอาจจะไม่เห็น แค่คิบอมกลับเห็นได้ชัด...สีหน้าที่สลดลงไปนิดของคนที่ไม่ได้ทำงาน

 

            “งั้นให้ผมกลับพร้อมนายได้หรือเปล่าครับ” ครั้งนี้คนสนิทขอต่อรอง แบบที่คนฟังก็อยากตามใจอยู่หรอก แต่เขามีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าให้เด็กคนนี้ทำ

 

            “ฮึ คนอื่นให้เลิกงานไวคงดีใจ แต่นายนี่...” ดังนั้น เจ้านายใหญ่จึงส่ายหน้าช้าๆ ยามที่ขยับเข้ามาอีกก้าว เพื่อที่จะโน้มตัวลงมาข้างหู

 

            “กลับไปเตรียมตัวซะ ฉันกลับถึงบ้านเมื่อไหร่...ไม่มีการต่อรองเหมือนเมื่อกี้หรอกนะ”

 

            กึก

 

            ถ้อยคำที่ทำให้คนที่ห่วงเพียงความปลอดภัยนิ่งงัน เพราะเขาเข้าใจถึงจุดประสงค์ที่นายให้กลับก่อนแจ่มแจ้งก็ตอนนี้ และนั่นก็ทำให้ผิวขาวเริ่มขึ้นสีระเรื่อขึ้นทีละนิด

 

            “เข้าใจแล้วใช่มั้ย”

 

            “...ครับ”

 

            “ดี”

 

            จุ๊บ

 

            จบคำ คิบอมก็เลื่อนริมฝีปากไปกดจูบที่ขมับหนักๆ แล้วผละออก จากนั้นร่างสูงก็หมุนตัวออกจากห้องด้วยแววตาวาววับ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน่าดู ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกพร้อมเข้าประชุมตีหน้าเคร่งนิด แล้วถอนหายใจหนักๆ

 

            “ดงแฮคงไม่ได้เข้าห้องประชุมสินะครับ”

 

            “หาคนอื่นมาช่วยนายแทน”

 

            คำสั่งที่คนฟังก็ทำได้เพียงรับคำ ทั้งที่เหลียวกลับไปมองบานประตู พลางนึกถึงคำของคนรักที่นินทานายให้ฟังอย่างไม่กลัวจะถูกเอาคืน

 

          ใครจะเชื่อว่าพอเป็นเรื่องดงแฮ นายจะทำตัวเป็นเด็กหวงของแบบนี้!’

 

            ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ เพราะคนอย่างคิมคิบอมไม่เคยแสดงออกว่าเป็นเจ้าของใคร หรือให้ใครมาแสดงเป็นเจ้าของ ทว่า หลังกลับจากพักผ่อน ที่ปรึกษาอย่างเขาก็เข้าใจได้ทันควัน...อาการหวงของของเจ้านายเป็นยังไง

 

            ก็แบบนี้ยังไงล่ะ

 

            “ผมเคยเตือนเจ้านายว่าอย่าไว้ใจใคร”

 

            “ฉันก็ไม่เคยไว้ใจใคร แม้แต่กับนาย” นั่นคือคำตอบที่เจ้านายบอกเขาเมื่อครั้งก่อน ซึ่งคนฟังก็ได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ มองคนที่กลับมาเป็นนายใหญ่ ผู้ที่ก้าวเข้าไปในห้องประชุมด้วยบรรยากาศแสนน่าเกรงขาม ไม่ได้นึกโกรธเคืองใดๆ กับคำตอบที่เหมือนไม่ใส่ใจดงแฮ เพราะตอนนี้เจ้านายไม่ได้แค่ไว้ใจ...

 

          เจ้านายกำลัง ให้ใจ ลูกของเขาไปแล้วต่างหากล่ะ

 

...............................................

 

          ต่อค่ะ

 

            ขณะที่คิมคิบอมกำลังเข้าประชุม อีกมุมหนึ่งของโซล หานฮันคยองกำลังนั่งนิ่งอยู่ภายในห้องทำงาน ยามที่คนสนิทกำลังส่งภาพถ่ายหลายใบมาให้...ภาพของคนที่เขารู้จักดีกับผู้ชายอีกคนที่คุ้นหน้าอย่างประหลาด

 

            “คิมคิบอมไม่ได้ไปเชจูเพื่อไปเจรจาหรือพบใครเป็นพิเศษครับ คนของเราที่ตามดูรายงานว่าอีกฝ่ายแค่ไปพักผ่อน วันแรกอยู่แค่ในโรงแรม ซึ่งพอตรวจสอบดูแล้วไม่มีสมาชิกแก๊งของพวกเสือขาวเฉียดใกล้แถวนั้นเลย ข้อสันนิษฐานที่ว่าคิมคิบอมจะนัดพบเพื่อพูดคุยกับทางนั้นจึงน่าจะเป็นศูนย์ อีกทั้งหลายเดือนที่ผ่านมายังไม่มีรายงานการพบเจอกันระหว่างทั้งสองฝั่งมาก่อน...คุณยังคิดว่าเป็นคิมคิบอมงั้นหรือ”

 

            “ฉันแค่ไม่ตัดทุกความน่าจะเป็นเท่านั้น”

 

            คำตอบที่คยูฮยอนพยักหน้า รู้ดีว่าอีกฝ่ายรอบคอบแค่ไหน แต่การที่เขารับหน้าที่ตามติดพฤติกรรมของผู้ชายคนนั้นกำลังบอกชี้ชัดว่าคิมคิบอมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายใหญ่ของพวกเขา

 

            “นายคิดว่าไม่ใช่คิมคิบอมสินะ” ฮันคยองถาม ให้คนฟังพยักหน้าอีกครั้ง

 

            “คุณฮันคยองเองก็คงคิดเหมือนกัน”

 

            อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่กำลังเพ่งพินิจไปยังภาพถ่ายในมือ

 

            “มีอะไรน่าสงสัยหรือครับ”

 

            “ผู้ชายคนนี้...”

 

            “น่าจะเป็นเด็กในคลับ...แต่น่าแปลกที่คิมคิบอมสนใจแบบนี้ด้วย” คยูฮยอนว่าตามที่เห็น มองยังไงก็รู้ว่ามีความสัมพันธ์เกินเลย เพียงแต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายไปพักผ่อนโดยหิ้วเด็กที่คลับไปด้วย แต่สำหรับอีกคนแล้ว...

 

            “ไม่ใช่...มองให้ดี” หนุ่มลูกครึ่งว่าเสียงเข้ม จนคนฟังรับภาพขึ้นมาดูอีกครั้ง เพราะเอาจริงๆ เขาก็คุ้นหน้า เพียงแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร กระทั่งนายทัก แล้วพอจ้องดีๆ ดวงตาคู่คมก็เบิกกว้าง

 

            “ใช่คนสนิทของคิมคิบอมหรือเปล่า”

 

            “อืม แต่ที่น่าแปลก...มันยังไม่ตาย” ฮันคยองว่าเสียงเรียบ เพราะเขาจำได้แล้วว่านี่มันคนที่กล้าเข้ามากระตุกหนวดมังกร และเขาก็ปล่อยให้มันเน่าตายนอกประตูรั้ว ไม่คิดเหมือนกันว่ามันยังกระเสือกกระสนกลับไปได้ นอกจากนั้นเจ้านายมันยังปล่อยคนทำงานพลาดให้มีชีวิตอยู่ แต่ที่สำคัญ...ความใกล้ชิดระหว่างสองคนนี้ต่างหาก

 

            “แถมดูรักกันดีเกินกว่าเจ้านายลูกน้องอีกต่างหาก”

 

            อย่างที่คยูฮยอนบอก...นี่ไม่ใช่ความใกล้ชิดของเจ้านายลูกน้อง

 

            “รักหรือ”

 

            หนุ่มลูกครึ่งเงยหน้าขึ้นมองลูกน้อง ให้คยูฮยอนว่าต่อ

 

            “ผมไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะแสดงออกแบบนี้กับใครง่ายๆ” คนฟังพยักหน้าช้าๆ จ้องไปยังภาพถ่ายในมือ เพราะเขาพยายามปะติดปะต่อทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอย แต่ไม่มีจิ๊กซอว์ตัวไหนที่เชื่อมโยงผู้ชายคนนี้เข้ากับเหตุฆาตกรรมหมู่คนบ้านลีได้เลย

 

            “คุณฮันคยองคิดมั้ยครับว่าที่เขากำจัดทุกคนเพราะไม่ต้องการแต่งงานกับคุณหนูฮยอกแจ”

 

            “งั้นแต่งก่อนค่อยกำจัดไม่ดีกว่าหรือ ถ้าทำแบบนั้นอำนาจทั้งสองขั้วก็จะอยู่ในมือคิมคิบอมทันที อีกอย่างแม้สองคนนี้จะหมั้นหมายกันตามความประสงค์ของนาย แต่ใช่ว่าฝั่งโน้นจะบอกปัดไม่ได้” คำถามย้อนกลับที่คยูฮยอนเงียบไปอย่างจำยอม ก้มหน้าลงนิด ให้คนหลังโต๊ะทำงานถามเรียบๆ

 

            “อยากพูดอะไรก็พูดมา”

 

            คนฟังนิ่งไปอีกอึดใจราวกับนี่เป็นคำพูดต้องห้าม

 

            “พูดมาเถอะ” พอฮันคยองย้ำอีกครั้ง คนสนิทก็เอ่ยอย่างไม่แน่ใจ

 

          “คุณเคยคิดมั้ยว่าจะเป็น...คุณฮีชอล”

 

            “...”

 

            ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอึดใจใหญ่ๆ ราวกับมีก้อนตะกั่วยักษ์เข้ามาทับบ่าทั้งสองข้างของผู้ชายทั้งคู่ และความเงียบนี้ก็ทำให้คยูฮยอนเองก็เข้าใจว่าอีกฝ่าย...ก็คิด หากแต่ไม่พูด

 

            เรื่องนี้ถ้าว่ากันตามจริง หากทุกคนในบ้านลีเสียชีวิต คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือคิมฮีชอล

 

            ผู้ชายคนนี้จะกลายเป็นผู้สืบทอดคนเดียวที่เหลืออยู่

 

            “อย่าพูดเรื่องนี้กับคุณหนู” แทนคำตอบคือคำสั่งที่โจวคยูฮยอนก็รับคำเสียงหนัก

 

            “ครับ”

 

            ข้อสันนิษฐานนี้ควรอยู่เพียงในห้องนี้เท่านั้น กับพวกเขาที่ต่างไว้ใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนลงมือ

 

            ในขณะที่หนุ่มลูกครึ่งก็จัดการรวบภาพถ่ายทั้งหมดใส่ซองเพื่อบอกว่าการคุยเรื่องนี้จบเพียงเท่านี้  เสียงโทรศัพท์กลับดังขึ้น ให้เจ้าของเครื่องล้วงมันออกมา และชื่อที่ปรากฏบนจอก็ทำให้คิ้วเข้มขมวดฉับ

 

            “มีอะไร!

 

            เบอร์โทรของคฤหาสน์ลี

 

            [วันนี้จะกลับมากี่โมง]

 

            กึก

 

            “ทำไมคุณถึงโทรมาได้” หากแต่เสียงที่ดังมาตามสายต่างหากที่ทำให้สองมือชะงัก...คุณหนูฮยอกแจ คนที่ไม่ควรจะติดต่อหาบุคคลภายนอกได้ และนั่นก็ทำให้เสียงนุ่มๆ ที่บอกว่ากำลังอารมณ์ดีว่าต่อ

 

            [วันนี้ฉันทำตัวเป็นเด็กดีเลยขอให้เขาต่อสายหานายให้]

 

            “เขาไหน!” ฮันคยองว่าเสียงเข้ม หากแต่คนปลายสายไม่กลัวเลยสักนิด

 

            [ไม่รู้สิ คนในบ้านตั้งเยอะแยะ แถมทุกคนมีเบอร์ติดต่อฉุกเฉินหานายทั้งนั้น]

 

            คุณหนูรู้ว่าหากเขารู้ว่าใครขัดคำสั่ง คนนั้นต้องโดนลงโทษ และนั่นก็ทำให้ฟันคมขบแน่น...คุณหนูกำลังทำตัวเหมือนตอนก่อนเกิดเรื่อง

 

            ความดื้อรั้นเล็กๆ ที่เขามองว่าน่ารักทุกครั้ง แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผ่านมาคืนเดียว ทุกอย่างถึงเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้

 

            คนที่เคียดแค้นอยากให้เขาตายกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเป็นแผนให้เขาวางใจ เขาก็จะเล่นไปตามน้ำ แต่นี่ ในดวงตาเรียวรีไม่มีความโกรธแค้นใดๆ มีเพียงการร่ำร้องขอให้เขาอยู่ข้างๆ อย่างขี้โกงที่สุด

 

            [วันนี้จะกลับมากี่โมง]

 

            “ผมมีงาน”

 

            “วันนี้งานไม่มีอะไรแล้วครับ จะกลับเลยก็ได้”

 

            กึก

 

            ประโยคถัดมาไม่ใช่คนปลายสาย แต่เป็นโจวคยูฮยอนที่กำลังเก็บซองเอกสารซึ่งโพล่งขึ้นมาเสียงดัง อย่างจงใจให้คนในโทรศัพท์ได้ยิน และนั่นก็ทำให้มังกรร้ายตวัดสายตาไปมองอย่างกรุ่นโกรธ

 

            [งั้นฉันรอทานมื้อเย็นนะ]

 

            ปลายสายตัดสายไปทันทีราวกับมัดมือชก ให้เจ้าของเครื่องมองคนสนิทด้วยแววตาเข้มจัด

 

            แววตาที่คนถูกมองก็ก้มหัวให้ แล้วเสนอความคิดเห็น

 

            “ผมยังคงไม่เห็นด้วยเรื่องที่คุณฮันคยองเล่นเป็นตัวร้ายครับ...คุณมีความจำเป็นต่อคุณหนู” คนสนิทว่าแค่นั้น ยามที่ก้าวถอยหลังอีกก้าว เงยหน้าขึ้นสบตา แล้วบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

            “นายใหญ่ไม่มีทางตำหนิคุณกับสิ่งที่คุณทุ่มเททำมาทั้งชีวิต”

 

          ไม่มีทางตำหนิ แม้คุณจะบังอาจไปรักดอกฟ้าก็ตาม

 

            ถ้อยคำที่คนฟังนิ่งเงียบ ไม่ทั้งตอบรับ และปฏิเสธ จนคยูฮยอนเป็นฝ่ายล่าถอย และเมื่อประตูปิดลง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง จนคนที่กำลังจมกับความคิดตัวเองต้องหันไปมองเบอร์แปลกที่เขาไม่รู้จัก หากแต่ชั่วครู่หนึ่ง ดวงตาคมก็เบิกกว้างกว่าเดิม

 

            ใช่ว่าเขาจะจำเบอร์ส่วนตัวของคนที่นายใหญ่รักเป็นลูกเป็นหลานไม่ได้

 

            “สวัสดีครับคุณคิบอม”

 

            เบอร์ที่เขาไม่ได้เมมในเครื่อง แต่เมมอยู่ในหัวสมอง

 

            ขณะที่ปลายสายว่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

 

            [ผมได้ข่าวว่าคุณตามสืบเรื่องของผมอยู่...อยากมาคุยกันหน่อยมั้ย]

 

...............................................

 

            ครบค่ะ จริงๆ แล้วอะนะที่บอมไม่ให้เฮเข้าประชุมด้วยเพราะเหตุนี้ค่ะ ไล่เด็กกลับไปก่อน ด้วยสาเหตุว่าไม่ต้องการพาไปพบกับเกิงด้วยเท่านั้นเอง คนมันเคยมีเรื่องกันมาก่อน แถมยิงกันเกือบตายด้วย ถ้าเอาเฮไปด้วย นายใหญ่นั่นแหละอาจจะนึกแค้นคู่เจรจาจนคุยกันไม่รู้เรื่องก็ได้...ตามนั้นครับผม

            ตอนนี้ให้สองพระเอกมาเจอกันได้แล้วเนอะ ส่วนใหญ่เกิงกับบอมในฟิคเมย์มักจะเป็นเพื่อน หรือสนิทกันมาก่อน มีเรื่องนี้แหละที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกันเท่าไหร่ ถึงเวลาเอาสองคนนี้มาโคจรเจอกันแล้วอะเนอะ ว่าแต่ อีกเรื่องที่ไม่กินเส้นกันเลยก็น่าจะเป็นเรื่องกามเทพป่ะ ที่ตีกันยันลูกได้กันน่ะ ฮา

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ><


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #7660 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:04
    คุยกันดีนะ ฮ่าๆๆๆ
    #7660
    0
  2. #7007 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 23:11
    โอ้ยยยยยย บอมกะพี่ฮันคุยกันดีๆนะ
    #7007
    0
  3. #6762 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 23:35
    เออค่ะ กว่าจะได้คุยกัน55555555
    #6762
    0
  4. #6508 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 03:42
    เพิ่งสังเกตว่าเป็นเรื่องแรกที่บอมกับฮันไม่ได้สนิทกัน 5555 จริงๆด้วย
    #6508
    0
  5. #6315 noparat (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 22:00
    ฮันคยองรักและเป็นห่วงฮยอกแจมาก เลิกเล่นเป็นตัวร้ายได้แล้วหานฮันคยอง
    #6315
    0
  6. #6314 noparat (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 22:00
    ฮันคยองรักและเป็นห่วงฮยอกแจมาก เลิกเล่นเป็นตัวร้ายได้แล้วหานฮันคยอง
    #6314
    0
  7. #6276 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 08:29
    หายหัวไปนาน เค้ากลับมาแล้วนะพี่เมย์ งานยุ่งมากกกกกกกกกกกกกกก
    แต่ตอนนี้ใกล้จะเสร็จหมดแล้ว เลยมีเวลาอ่านฟิคแล้ว เย่เย้ ดีใจ
    หมั่นบอมมากกกกกกกกกกกก ทำตัวเป็นคนอดอยากปากแห้งอะไรเบอร์นี้ 555
    แอบตกใจที่พี่ฮันกับคยูเดาว่าเป็นพี่ฮีชอล นี่เค้าเดาว่าเป็นวอนเหอะ
    คยูค่ะ เอาโล่ลูกน้องดีเด่นไหม 555 พี่ฮันมีมองแรง ฮ่าาาา
    เอาแล้ววววววว เสือสองตัวจะเจอกันแล้วววววว ขอให้เป็นพันธมิตรกันเถอะ
    เคลียร์กันดีๆ อย่าตีกันเด้อ พี่เมย์มาอัพเร็ววววววววว จะลงแดง 555
    #6276
    0
  8. #6274 รันเบล_ (@bella-12) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 07:12
    ว้ายยย  มีความมุ้งมิ้งระหว่างคิบอมกับฮันคยอง  ตอนหน้าคงสนุกแบบพิลึก
    #6274
    0
  9. #6268 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 07:08
    นายใหญ่คะ ไม่เคยจะให้คุณมือปืนได้พักหัวใจบ้างเลยนะคะ ทำให้เขินตลอด คึคึคึ


    ฮันเกิงกับคิบอม ได้คุยกันก็น่าจะดีนะ ร่วมมือกันหาคนเลวพวกนั้น
    #6268
    0
  10. #6267 KimHeeMo32 (@kimheemo32) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 02:47
    หล่อแล้วฉลาดอีกกกกกก คิบอมอ่าาาาาาาาา. หลงงงงง
    #6267
    0
  11. #6266 leedongwa (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 17:38
    เมื่อไหร่ความจริงจะปรากฏอยากให้ฮยอกมีหวานๆบ้าง แต่ก็กลัวค๋เมนจะเข้าโหมดดราม่า555555 เอาเป็นว่าตามใจคนแต่งเลยละกัน ตามต่อตอนหน้าค่า
    #6266
    0
  12. #6265 BbB (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 17:17
    เจอกันไวๆเลยจ้า เคลียร์กันซะให้เรียบร้อย จะได้ตามล่าคนร้ายเจอสักทีนะ55
    #6265
    0
  13. #6263 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 15:54
    กรี๊สสสๆ ตื่นเต้นนนนนๆ โอ่ยยย จะฉะกันยังไงนี่แอบลุ้นนน 5555555 คงไม่ตีกันใช่มั้ยเนี่ยยยย
    #6263
    0
  14. #6261 prang9018 (@prang9018) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 08:45
    บอมหวงขนาดนี้ 5555 มันก็น่าหวงนะคนของเค้านี้เออออ น่ารักนะนายยยย สู้ๆนะไรท์ !:)
    #6261
    0
  15. #6259 'ggringps (@sailisburry) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 00:42
    เขินเลย รออ่านต่อนะคะ หลังจากที่ตามมาหลายปี เราว่าเสน่ห์ของฟิคพี่คือเวลาพี่เขียนถึงคิบอมและฮันเกิงพร้อมกัน เราจะลุ้นเสมอว่าเค้าจะคุยอะไรกัน ว่าสองเสือจะคิดยังไง ชอบเวลาเค้าร่วมมือกัน รออ่านนะคะ^^
    #6259
    0
  16. #6258 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 23:35
    งือออ เค้าจะคุยกันแล้ว ขอให้คลี่คลายไปอย่างดีนะ อยากรู้ตัวคนร้ายจริงๆ ขอให้ไม่ใช่พี่ฮีด้วยเถอะ
    #6258
    0
  17. #6257 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 21:51
    ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ร่วมมือกันไหมคะ ร่วมมือกันตามหาคนร้ายตัวจริงเนอะะะ ._.
    #6257
    0
  18. #6256 coolchocolate (@coolchocolate) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 19:35
    แอบคิดไว้เหมือนกันว่าคนที่แอบตามถ่ายรูปบอมกับเฮน่าจะเป็นฝั่งเกิง ไม่คิดว่าจะถูก ในที่สุด บอมกับเกิงก็จะมาเจอกันแล้วววว ลุ้นมากๆ ให้ทั้งสองคนมาร่วมมือกัน จะเป็นไปได้ไหมมมม
    #6256
    0
  19. #6255 Allsteam38 (@loveu137) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 18:00
    เรื่องฮิปฮอปก็ไม่ถูกกันนน แต่เรื่องนี้ขอให้ดีต่อกันไวๆเถอะนะคะ 5555 ชอบที่เขาเป็นเพื่อนรักกันมากกว่า
    #6255
    0
  20. #6253 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 16:08
    ในที่สุด พระเอกทั้ง2ก็จะได้เคลียร์กันซักที ปมต่างๆเริ่มคลี่คลายแล้ว ^0^
    #6253
    0
  21. #6251 ngtnaj (@janngt) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 14:49
    คยูคือฮันฮยอกชิปเปอร์ที่แท้จริง5555
    #6251
    0
  22. #6250 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 12:32
    แหม บอมนี่ขี้หวงสุด ๆ เลยนะ คิคิ เอาล่ะ มาคุยกันสักที มาล้วงความลับกันเถิดหนุ่ม ๆ
    #6250
    0
  23. #6249 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 11:35
    ไม่ ๆ ยังไงก็คิดว่าไม่ใช่ฮีนิมอ่ะ  ไม่รู้บอกไม่ถูกแต่ต้องไม่ใช่ฮีนิมแน่ ..... อ๊ากกกกกก เครียด  อ้อเมย์ยังมี ฮิป อีกเรื่องนะที่ไม่ถูกกันอ่ะ
    #6249
    0
  24. #6248 pen_1290 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 11:06
    อยากให้สองพระเอกเขาเจอกัน จะได้เคลียร์แล้วร่วมมือกันตามหาคนร้ายที่ฆ่าครอบครัวฮยอกแจอะเนอะ อยากรู้จริงๆว่าใครเป็นคนทำ
    #6248
    0
  25. #6247 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 10:43
    เรื่องดูปะติดปะต่อกันมากขึ้นแล้วว เห้อมมม ฮีชอล เรื่องนี้เธอจะเป็นคนร้ายหรอ?
    #6247
    0