[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,162 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,183

    Overall
    672,162

ตอนที่ 49 : ตอนที่ 44 คู่หมั้นคู่หมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    27 ส.ค. 59



ตอนที่ 44 คู่หมั้นคู่หมาย

 

 

 

            สถานที่นัดพบในวันนี้ ไม่ใช่ร้านอาหารบนตึกสูงระฟ้า หรือคลับหรูของคิมคิบอม หากแต่เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่คงไม่มีใครคาดคิดว่าสองสิงห์ผู้ยิ่งใหญ่จะนัดพบกัน ยิ่งทั้งสองสะบัดจากเสื้อสูทเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้ามาเป็นเสื้อผ้าลำลองที่จำกัดความแค่ว่า...ดูดี

 

            คิมคิบอมเป็นฝ่ายมาทีหลัง ยามที่ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ใช้สัญชาตญาณที่ลับจนคมเพื่อให้แน่ใจว่าตรงตามข้อตกลง...มาเพียงลำพัง

 

            แม้ตอนแรกชายหนุ่มจะนึกระแวงว่ามังกรร้ายคิดแผนการอะไรอยู่หรือเปล่า ถึงมีข้อแม้ว่าหากต้องการเจรจาต้องมาเพียงลำพังและไม่ให้ใครรู้เท่านั้น แต่เมื่อมานึกอีกแง่ การที่หานฮันคยองไม่ต้องการให้คนนอกมาด้วยก็เพราะยิ่งน้อยคนรู้ เรื่องก็ยิ่งเงียบ

 

            ดังนั้น พอชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในร้าน กวาดมองเพียงแวบเดียวก็พบว่าคู่เจรจาอยู่ลึกเข้าไปโต๊ะด้านในสุด สองขาจึงพาตัวเองไปตรงนั้นทันที พลางกวาดสายตามองพนักงานให้แน่ใจว่าไม่ใช่คนของอีกฝ่าย เพราะเขาก็ไม่ต้องการเดินมาติดกับ

 

            “ดูเหมือนจะทำตามข้อตกลงสินะ” คนมาก่อนว่าเรียบๆ เรียกสายตาคมกริบของคิบอมหันไปมอง แล้วค่อยทรุดตัวนั่งตรงข้าม

 

            “คุณเองก็เหมือนกัน”

 

            “...”

 

            “...”

 

            สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร ราวกับพยายามล้วงความจริงในใจของอีกฝ่ายออกมาตีแผ่ และคิบอมก็เป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน

 

            มือใหญ่ขยับไปแตะที่กระเป๋ากางเกงยีน จนฮันคยองก็จ้องนิ่ง มือซ้ายเลื่อนไปแตะที่บั้นเอวเช่นกันบอกว่าหากมีการใช้อาวุธ ทางนี้ก็ไม่เกรงใจเช่นเดียวกัน

 

            “ฮึ ดูเหมือนคุณจะระแวงน่าดู” คิมคิบอมว่าเสียงเย้ยหยัน ตามประสาคนที่ไม่เคยอยู่ใต้ใครมาก่อน สำหรับเขา อีกฝ่ายก็แค่หมาแว้งกัดที่กล้าเผยอหน้าขึ้นมายืนอยู่จุดเดียวกับเขา แต่ต้องยอมรับว่าหมาตัวนี้ร้ายกาจมากพอที่จะยืนตรงนี้ และเขาไม่คิดประมาทถูกกัดไปด้วยอีกคน

 

            ฟึ่บ

 

            ทว่า สิ่งที่คิบอมล้วงขึ้นมาคือภาพถ่ายหลายใบที่โยนลงกลางโต๊ะ ซึ่งไม่ต้องเอื้อมมือไปคว้ามันมาดู ฮันคยองก็รู้ว่าภาพอะไร...ภาพที่คนของเขาแอบถ่ายอีกฝ่ายที่เชจู

 

            “ดูเหมือนคุณจะตามติดชีวิตผมมากเกินไปหน่อยแล้วนะ”

 

            “ถ้าคุณไม่มีเรื่องอะไรที่ปิดบังก็ไม่เห็นต้องกังวล” ฮันคยองโต้กลับเสียงเรียบ และนั่นก็ทำให้คนฟังหรี่ตาลง

 

            “ฮึ ผมว่าคุณต่างหากที่พยายามปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้ อย่างเช่น...การตายของอดีตนายใหญ่”

 

            “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของพวกเรา” มังกรดำไม่มีแม้แต่จะชะงัก หากแต่ตอกกลับว่า...อย่าเสือกเรื่องของคนอื่น ซึ่งนั่นทำให้คิบอมยกยิ้มเย็น สองมือประสานกันหลวมๆ แล้วโต้กลับด้วยประโยคเดียวกัน

 

            “คุณก็ควรคิดแบบนั้นก่อนที่จะตามถ่ายภาพของผม”

 

            ผู้ชายทั้งสองสบตากันนิ่ง ชนิดที่ลูกค้าคนอื่นยังหนาวเยือกไปหมด เกรงใจเสียจนขยับถอยห่างจากโต๊ะนั้นโดยไม่รู้ตัว รู้เพียงว่าผู้ชายสองคนที่หน้าตาดีนั้น...น่ากลัว

 

            “คุณรู้อะไรมั้ยหานฮันคยอง...ช่วงนี้คนของคุณประกบคนของผมมากไปนะ” เป็นอีกครั้งที่คิบอมเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน ซึ่งต่างฝ่ายต่างรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องอะไร

 

            ไม่ใช่แค่เรื่องของดงแฮที่บุกเข้าไปคฤหาสน์ลีหรือเรื่องคนของฮันคยองตามถ่ายภาพของคิมคิบอมเท่านั้น แต่ช่วงนี้ คนของพวกเขามักจะพบปะกันที่หนึ่ง...รอบตัวแก๊งเสือขาว

 

            “ฮึ ผมก็อยากจะพูดประโยคเดียวกัน”

 

            มันไม่ใช่ตามประกบคนของฝ่ายตรงข้าม แต่ต่างฝ่ายต่างไม่พอใจที่พวกแก๊งมาเฟียฮ่องกงเข้ามายุ่งยากในเกาหลีต่างหากล่ะ ขณะที่คิบอมไม่พอใจ แต่ฮันคยองกำลังตามสืบข่าวการตายของนายใหญ่ ดังนั้น คนของพวกเขาจึงปะทะกันบ้างประปราย แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์นองเลือดก็ตาม

 

            “ขัดผลประโยชน์กันหรือไง” คิบอมโยนหินถามทาง ไม่คาดว่าจะได้คำตอบ แต่...

 

            “ไม่”

 

            คนฟังมองหนุ่มลูกครึ่งนิ่ง เพราะคำตอบแบบนี้มันแปลกลายๆ ได้ว่าความสัมพันธ์ของฮันคยองกับพวกมาเฟียฮ่องกงยังดีอยู่ แต่เขาก็ต้องหรี่ตาลงนิด เมื่อได้ยินประโยคถัดมา

 

          “เพราะไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งแต่แรก”

 

            คิบอมจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนที่จะว่าเสียงเยาะ

 

            “ปฏิเสธสายเลือดอีกครึ่งของตัวเองหรือไง”

 

            ทุกคนรู้กันดีว่าฮันคยองเป็นลูกครึ่ง ดังนั้น ไม่ว่าใครต่างก็เชื่อว่าผู้ชายคนนี้ต้องมีสายสัมพันธ์กับแก๊งมาเฟียฮ่องกงพวกนั้น โดยเฉพาะเติบโตในแก๊งนั้นมาก่อนที่นายใหญ่ลีจะรับเข้ามา

 

            ฮันคยองไม่สามารถปฏิเสธอดีตของเขาได้ เขาอาจจะเป็นเติบโตในแก๊งนั้น หากแต่ไม่มีความผูกพัน ในนั้นเขาถูกเลี้ยงดูเพื่อเป็นนักฆ่า และเมื่อนายใหญ่ขอเขามาที่เกาหลี เขาก็พร้อมจะกรีดเลือดอีกครึ่งหนึ่งออกจากกายเพื่อรับใช้ตระกูลลีแต่เพียงผู้เดียว แต่เขาไม่จำเป็นต้องบอกข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับใคร

 

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ”

 

            “ไม่เกี่ยวกระทั่งคุณเนรคุณฆ่าอาของผม”

 

            กึก

 

            ฮันคยองคิดว่าเขาใจเย็นกว่าใคร แต่เมื่อถูกสะกิดถึงความภักดี ดวงตาคู่คมก็วาวโรจน์ ยามที่เสียงทุ้มยิ่งเข้มลึกกว่าเดิม

 

            “ระวังปากของคุณเอาไว้ด้วย”

 

            RRRRRRrrrrrrrrrrrrr

 

            สงครามที่คงดำเนินยาวนานกว่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์แผดก้องขึ้นมา ให้ฮันคยองชะงัก เพียงคว้ามันขึ้นมามองเบอร์บนหน้าจอ มือใหญ่ก็กดตัดสายทันทีเพราะเริ่มคาดเดาได้แล้วว่าใคร

 

            แต่มันไม่หยุดอยู่ที่ครั้งแรก เพราะถูกตัดสายก็โทรเข้ามาใหม่ จนต้องว่าเสียงเรียบ

 

            “ผมขอเวลาสักครู่”

 

            จากนั้นก็รับสาย

 

            “ว่ามา”

 

            [ยังไม่กลับอีกหรือ]

 

            ฮันคยองตั้งใจตัดบทให้เร็วที่สุด หากแต่น้ำเสียงผิดหวังที่ดังมาตามสายมันมากพอที่จะทำให้ดวงตาคู่คมเปลี่ยนไปชั่วแวบหนึ่ง และมันมากพอสำหรับคนที่กำลังจ้องจับสังเกต

 

            แววตาที่เจือด้วยความรัก ความเอ็นดู และคะนึงหา ก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

            “ผมไม่สะดวกคุย ผมวางล่ะ”

 

            แม้ว่าบทสนทนาจะสั้นกุด แต่คิบอมเริ่มรับรู้ว่าใครอยู่ปลายสาย

 

            หานฮันคยองไม่มีคนรัก ตามข่าวที่สืบมาไม่มีแม้แต่คนที่เอาไว้ใช้ระบายความใคร่ ราวกับมังกรจำศีล ทั้งชีวิตให้ความสำคัญเพียงตระกูลที่รับใช้ จนบางสิ่งบางอย่างในหัวของคิบอมปะติดปะต่อเข้าหากัน จนเสียงทุ้มเอ่ยทันทีที่อีกฝ่ายเก็บโทรศัพท์ลง

 

            “เรื่องของฮยอกแจ”

 

            กึก

 

            อาการชะงักที่มากพอให้คิบอมเห็น จนชายหนุ่มว่าต่อ

 

          “ผมต้องการดำเนินเรื่องหมั้นหมายกับฮยอกแจให้เรียบร้อย”

 

            เรื่องเดียวที่ฮันคยองไม่อยากได้ยินมากที่สุด และอาจจะเป็นเรื่องเดียวที่คิบอมไม่ต้องการให้คนสนิทมาได้ยินเช่นเดียวกัน

 


............................................

 

 ต่อค่ะ

 

            คิมคิบอมอาจจะบอกกับคนสนิทว่าจะกลับไวกว่าปกติ แต่สำหรับดงแฮที่ต้องกลับมาอยู่โยงเฝ้าคฤหาสน์แล้ว เจ้าตัวกลับรู้สึกว่ามันช่างยาวนานกับการที่เขาไม่ได้อยู่ปกป้องนาย ทั้งที่แต่ก่อนถูกส่งไปทำงานไกลตัวนับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งก็ไปยาวนานถึงสี่เดือน แต่เมื่อได้ผูกพันกับผู้เป็นนาย เขากำลัง...เคยชิน

 

            ความเคยชินที่ได้อยู่ข้างนายใหญ่ตลอดเวลา และความหวั่นกลัว

 

            นิมิตครั้งล่าสุดของเขาบอกว่าเขาจะถูกยิงแทน ดังนั้นแล้วดงแฮอยากจะอยู่ข้างๆ ให้แน่ใจว่ากระสุนสามนัดนั้นจะเจาะทะลุร่างของเขา ไม่ใช่บุคคลที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง

 

            “หรือจริงๆ ก็แค่ความเห็นแก่ตัว”

 

            เจ้าตัวพึมพำออกมาเสียงเบา เพราะเหตุผลมากมายที่พยายามหามารองรับก็เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกว่าเขากำลังเปลี่ยนไป

 

            มันไม่ใช่เพียงความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้นายตลอดเวลา แต่มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่ควรมีมากที่สุด...อยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

 

            “ไม่ควรเลย มันไม่ควร”

 

            คนพูดว่าพลางถอนหายใจหนักหน่วง ยามที่ร่างเพรียวยืนอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ ทอดสายตามองไปเพียงถนนสายหลักที่นำมาสู่ตัวคฤหาสน์ หวังว่าจะเห็นรถคันหรูแล่นเข้ามา ยามที่หัวใจกำลังสรุปความให้ตัวเอง

 

            นี่หรือเปล่าความหึงหวง

 

            ความรู้สึกที่เขาเคยเห็นจากคนอื่น...ความรู้สึกน่ารังเกียจที่หวงแหนใครบางคนจนไร้สติ ไม่มีความยั้งคิด เปลี่ยนผู้หญิงดีๆ ให้กลายเป็นอสรพิษร้ายที่พร้อมจะคลายพิษเผาผลาญทุกอย่าง

 

            เขาเคยเห็นมันกับพวกผู้หญิงในคลับ เคยเห็นมันกับพวกผู้หญิงของพวกลูกน้อง ที่ทำให้คนคนนึงกล้าแม้จะตบตีผู้ชายที่ถือปืนในมือ

 

            ดงแฮกลัวความรู้สึกเหล่านั้น กลัวจะเป็นคนพวกนั้น เขา...ไม่อยากให้นายรังเกียจเขาเลยสักนิด

 

            “จะหยุดมันได้ยังไง”

 

            ความกังวลเมื่อตัวเองไม่ได้อยู่ข้างคนๆ นั้น

 

            วาบ

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้นเอง นักฆ่าที่เคยเย็นชายิ่งกว่าใครก็หันขวับกลับไปมองประตูใหญ่ ที่ซึ่งแสงไฟรถยนต์สว่างวาบเข้ามา เผยให้เห็นรถคันหรูที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้ จนสองขาเป็นฝ่ายขยับไปก่อนสมอง พาร่างกายให้ก้าวยาวๆ ออกจากห้อง ตรงไปยังชั้นล่าง

 

            ก่อนที่สองขาจะชะงัก

 

          นายไปไหนมา

 

            ร่างสูงของผู้เป็นนายเพิ่งจะก้าวลงจากรถ ทว่า...ไม่ใช่แบบที่เป็นปกติ

 

            ทุกวัน ต่อให้เจ้านายจะทำงานถึงดึกดื่นแค่ไหน อีกฝ่ายไม่เคยคลายความเนี๊ยบของตัวเองลง แต่วันนี้เรือนผมที่มักจะจัดแต่งเป็นทรงกลับถูกขยี้ ปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติ ไม่ต่างจากตอนที่ไปเชจู ต่างกับเมื่อตอนบ่ายลิบลับ จนสมองส่วนหนึ่งถามตัวเองว่าเจ้านาย...ไปไหนมา

 

            ความรู้สึกที่ราวกับหุบเหวลึกที่แผ่ขยายอยู่กลางหัวใจ จนลืมแม้กระทั่งส่งเสียงออกไป

 

            “ฉันกลับดึกกว่าที่คาด”

 

            คิบอมต่างหากที่เอ่ยขึ้นมา ยามที่คว้าเสื้อสูทมาพาดบ่าลวกๆ แล้วหันกลับมาสบตาผู้ที่ยืนอยู่ใต้เงามืด จนดงแฮรู้สึกตัว ได้แต่กลืนความรู้สึกแปลกประหลาดกลับลงไป แล้วก้าวออกมาให้นายได้เห็นหน้า

 

            “ผมช่วยนะครับ” ร่างเพรียวยื่นมือไปคว้าเสื้อสูท ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งให้ หากแต่...ไม่ยอมปล่อย

 

            “คิดอะไรอยู่”

 

            สำหรับคนอื่น สีหน้านี้อาจจะนิ่งเฉยไม่ต่างจากปกติ แต่สำหรับคิบอมที่เฝ้าสังเกตมาสักระยะ พบว่ามันแปลกออกไป...ใบหน้าติดหวานที่แฝงด้วยความกังวลเล็กๆ

 

            ขณะที่คนฟังก็ได้แต่นิ่งงัน เพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง

 

            “เรื่องที่ฉันไม่มีคนติดตามสินะ” คำถามที่ถูกครึ่ง ผิดครึ่ง แต่นั่นก็มากพอให้ดงแฮพยักหน้า

 

            “ฉันให้คังอินกลับไปก่อน แล้ววันนี้ฉันก็อยากขับรถเอง” มันหมายความว่าไม่มีใครติดตามนายตั้งแต่ที่บริษัท

 

            คิบอมว่าพลางตวัดดวงตาคู่คมไปมองหน้าคนสนิท แล้วเป็นฝ่ายก้าวนำขึ้นห้อง ยกมือโบกปัดสาวใช้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ขณะที่สมองก็กำลังคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเจรจากับใครบางคนมา

 

            เรื่องที่กำลังตัดสินใจว่าควรจะเล่าให้คนที่เดินตามมาด้านหลังดีหรือไม่

 

            ปัง

 

            ทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องแล้ว ประตูปิดลงแล้ว จากนั้นร่างสูงก็หมุนตัวกลับมาสบประสานสายตากับร่างเพรียวที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู

 

            สวบ

 

            คิบอมก้าวเพียงทีเดียวก็ขยับมายืนอยู่ตรงหน้าคนสนิท ขณะที่เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของยามค่ำคืน ใกล้ชนิดที่รับรู้ถึงอุณหภูมิร่างกายของฝ่ายตรงข้าม จากนั้นชายหนุ่มก็จัดการวางมือทาบกับประตูห้อง เป็นการกักให้ดงแฮอยู่ในอ้อมกอด

 

            ฟึ่บ

 

            ขณะที่มืออีกข้างก็เลื่อนมาสัมผัสที่แก้มขาว ลากไล้แผ่วเบามาที่ปลายคาง

 

            “ไม่ใช่แค่เรื่องที่ฉันไม่มีคนติดตามสินะ”

 

            “...เปล่าครับ” คนฟังทำได้เพียงพึงพำเสียงเบา เพราะเขากำลังสั่นไหวกับเพียงสัมผัสแผ่วเบาที่ลากบนผิวเนื้ออ่อนบาง

 

            “ฮึ” คำตอบที่ร่างสูงยกยิ้มนิด ดวงตาคู่คมวาววับ แล้วโน้มหน้าลงมาที่แก้มอุ่น

 

            “คิดว่าฉันไปกับใคร”

 

            แน่นอนอยู่แล้วว่าดงแฮต้องรู้ว่าเขาไม่ได้ตรงดิ่งกลับบ้าน เพราะถ้าแค่สังเกตสิ่งง่ายๆ ไม่ออก อีกฝ่ายคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ และเขากำลังให้พิสูจน์...กลิ่น

 

            กลิ่นจางๆ ของอาหารที่ลอยติดร่างกายมา ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมแสนเซ็กซี่ของใครคนอื่น

 

            “ฉันไปเจอเพื่อนเก่า”

 

            คิบอมไม่คิดแกล้งมากไปกว่านี้ เขาจัดการตอบคำถามของตัวเองข้างหู แล้วขบมันเบาๆ พอให้ร่างข้างใต้สะดุ้ง จากนั้นก็กระซิบถ้อยคำที่ทำให้คนฟังหน้าร้อนจัด

 

            “พิสูจน์ก็ได้นะ”

 

            คำสั้นๆ แต่ความหมายแฝงนัยยะจนคนที่กำลังเรียนรู้ความรู้สึกต่างๆ เผลอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่กล้าที่จะสบตานายใหญ่

 

            ท่าทางเขินอายที่แสนน่าเอ็นดูจนคนหยอก ที่หลังๆ มานี้ยิ่งหยอกหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ยกยิ้มมุมปาก มือที่วางอยู่ปลายคางเลื่อนมาสัมผัสลำคอขาว ล็อกเอาไว้อย่างเบามือ

 

            “ฉันบอกแล้วว่าวันนี้ไม่มีข้อต่อรองสินะ”

 

            ถ้อยคำที่บอกไปเมื่อบ่าย ทำให้ร่างเพรียวยิ่งหน้าร้อนวูบ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ถ้าไม่ใช่เพราะมือใหญ่ข้างเดิมดึงคอเขาให้ซุกเข้าไปในอกกว้าง จนจมูกได้กลิ่นอาหารพิสูจน์คำพูดที่ว่านายออกไปเพียงทานข้าวกับเพื่อนเก่าบางคนเท่านั้น

 

            แต่ดูเหมือนผู้เป็นนายจะไม่พอใจเพียงเท่านั้น

 

            “รู้มั้ยว่าฉันต้องการอะไร...หรือต้องให้พูด”

 

            ดงแฮเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมทันที และรู้ทันทีว่าถ้าให้เจ้านายพูด...เด็กชายตัวโตที่เชจูจะกลับมาอีกครั้ง

 

            ผู้ชายที่ทำให้เขาเขินอายจนอาจจะไม่กล้าสบตาในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น สองมือที่วางทิ้งไว้ข้างลำตัวจึงยื่นออกไป สัมผัสเข้าที่กระดุมเสื้อและปลดมันออกช้าๆ ยามที่ใบหน้าติดหวานก็ซุกเข้าไปในอกอุ่น กดริมฝีปากลงบนแผ่นอกข้างนั้นอย่างเงอะงะ

 

            ขณะที่เจ้าตัวก็ดันร่างเข้าไปแนบชิดอย่างไม่รู้ตัว รู้เพียงว่าส่วนลึกในใจกำลังคลายกังวล ความหึงหวงที่แสนน่ากลัวบรรเทาลงจนหวั่นกลัวตัวเอง

 

            ดงแฮกำลังดีใจเพียงเพราะนายบอกว่าไม่มีใคร จนมากพอให้ร่างเพรียวพยายาม...จูบอุ่นที่กำลังไล่เลื่อยลงไปยังแผ่นท้องแข็งแกร่งอย่างเชื่องช้าและไม่แน่ใจ

 

            แม้จะไม่เป็นงาน หากแต่ความไร้เดียงสาที่แสดงออกให้เขาเห็นเพียงคนเดียวก็ทำให้คิบอม...พอใจ

 

            ความพอใจท่ามกลางความกังวลลึกๆ เขา...ไม่ได้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเย็น

 

            การหมั้นหมายที่จู่ๆ คิบอมก็ไม่อยากให้ดงแฮต้องรับรู้ เพียงแต่ว่าจะปิดไปได้นานอีกเท่าไหร่เท่านั้นเอง

 

.............................................

 

            ขณะเดียวกัน อีกด้านของโซลยังมีผู้ชายอีกคนที่ปล่อยให้ความกังวลเกาะกุมทุกห้องหัวใจ และยิ่งทวีมากขึ้น ยามที่ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วพบว่าลูกน้องขัดคำสั่งอย่างไม่น่าให้อภัย...ร่างเล็กที่นอนหลับคอพับคออ่อนอยู่ตรงบันไดโถงเข้าอาคาร พิงศีรษะกับข้างกำแพง โดยมีเพียงผ้าห่มบางๆ ที่คลี่คลุมอยู่บนร่าง

 

            แม้รอบตัวจะมีคนเฝ้าดูแลความปลอดภัย แต่ภาพนี้ก็ทำให้หานฮันคยองตาวาว

 

            “ใครอนุญาตให้คุณหนูมานั่งอยู่ตรงนี้!

 

            ช่วงนี้คนในบ้านขัดคำสั่งเขามากเกินไปแล้ว

 

            ไม่เพียงแต่ให้ฮยอกแจโทรหาเขาเท่านั้น ตอนนี้เขาชักไม่มั่นใจว่าร่างเล็กได้รับอนุญาตให้เดินเล่นในคฤหาสน์ตอนที่เขาไม่อยู่หรือเปล่า ทั้งที่ย้ำเอาไว้แล้วนับครั้งไม่ถ้วนว่าคุณหนูจะมีสิทธิ์ออกมาเพียงตอนเช้าและตอนที่เขาอนุญาตเท่านั้น

 

            “คะ...คือว่าคุณหนูบอกว่าคุณฮันคยองอนุญาตแล้วค่ะ”

 

            “ฉัน?”

 

            มังกรร้ายว่าเสียงเย็น และมันก็ทำให้สาวใช้กลัวจนหัวหด หากแต่ก็รายงานเสียงเบา

 

            “คะ...คุณหนูบอกว่าคุณฮันคยองให้ออกมาทานข้าวเย็นข้างนอกได้ค่ะ พอติดต่อคุณคยูฮยอนไป ก็ได้รับคำตอบเหมือนกัน พอคุณฮันคยองยังไม่กลับ คุณหนูเลยมารอตรงนี้ค่ะ อะ...อีกอย่าง เธอบอกว่าคุณฮันคยองอนุญาตมื้อเย็นก็ต้องหมายความว่าอนุญาตให้รอจนได้ทาน ตะ...แต่นี่ยัง...เอ่อ...” คนพูดยิ่งอ้ำอึ้งหนักข้อขึ้นไปอีก เมื่อมองก็รู้ว่าคนฟังกำลังโกรธจัดมากแค่ไหน

 

            ข้ออ้างที่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้ว่าไม่สมเหตุสมผล แต่ดูเหมือนคนในบ้านนี้กำลังแพ้คุณหนูมากขึ้นทุกที จนลืมไปแล้วว่าคนคนนี้เคยอาละวาดจนเกือบจะฆ่าคนในบ้านมาแล้ว

 

            แต่ก่อนใครๆ ก็ตามใจคุณหนูลี จนฮันคยองลืมนึกไปว่าถ้าคุณหนูกลับมาเป็นคนเก่า ทุกคนจะกลับมาแพ้ทางอีกครั้ง และมันกำลังแสดงให้เห็นตอนนี้

 

            “ฉันผิดเอง”

 

            คนที่กำลังสะลึมสะลือขึ้นมาว่าเสียงเบา จนต้องหันกลับมามอง เพื่อสบกับดวงตาเรียวรีฉ่ำน้ำที่กำลัง...น้อยใจ

 

            “ฉันขอออกมารอนายทานข้าวตั้งแต่ทุ่มนึง แต่นายยังไม่กลับมาสักที ทั้งที่สัญญาว่าจะกลับมาทานข้าวเย็นด้วยกัน ฉันเลยดื้ออยู่รอจนถึงตอนนี้”คุณหนูอาจจะบอกว่าเป็นความผิดตัวเอง แต่ฟังยังไงก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่ใครบางคนไม่รักษาสัญญา และคนคนนั้นก็คือ...เขา

 

            “ผมไม่ได้สัญญากับคุณสักคำ”

 

            “...”

 

            คนฟังเงียบไปทันที ฟันคมกัดปากล่าง แล้วลุกขึ้นช้าๆ

 

            “นั่นสินะ นายบอกว่าแล้วแต่งานนี่นะ ฉัน...บ้าไปเอง”

 

          ให้ตาย!

 

            หมับ

 

            ฮันคยองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแล้วหรือไงถึงจับจุดอ่อนของเขาได้ขนาดนี้ เพียงแค่น้ำเสียงโทษตัวเองกับสีหน้าอยากจะร้องไห้ มือใหญ่ก็เคลื่อนไหวไปก่อน คว้าเอาที่ข้อแขน แล้วกระชากเข้าหาตัว จนฮยอกแจหันกลับมามองเผยให้เห็น ดวงตาฉ่ำๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความเสียใจ

 

            ความเสียใจที่เขาไม่อยากเห็นมันเลยสักนิด จนต้องว่าเสียงเข้ม

 

            “คุณเป็นอะไรของคุณ”

 

            คุณหนูแปลกออกไปตั้งแต่คืนนั้น เหมือนกลับมาเป็นคนคนเดิมจนเขาหวั่นใจ

 

            “มันผิดหรือไงที่ไม่อยากกินข้าวคนเดียว” และคำตอบที่ตอบกลับมาก็ทำให้คนฟังจ้องตาเขม็ง

 

            การจ้องตาที่ไม่มีใครหลบใครก่อน และเป็นฝ่ายมังกรร้ายที่ปล่อยมือ

 

          เขาจะไปชนะคนที่กุมหัวใจเขาได้ยังไง

 

            “ไปทานข้าว คุณจะได้เข้านอน ดึกมากแล้ว”

 

            ความพ่ายแพ้ที่ฮยอกแจกะพริบตาปริบ ก่อนที่ริมฝีปากจะปรากฏรอยยิ้มจางๆ ยามเอ่ยบอกว่า...

 

            “ขอบคุณนะ” แค่คำคำเดียวก็มากพอให้คนฟังเจ็บปวดหัวใจ

 

            สิ่งที่เขาตัดสินใจลงไปมันถูกต้องแล้วอย่างนั้นหรือ

 

            ความคิดของคนที่เดินตามร่างบอบบางที่ก้าวนำเข้าไปในห้องอาหารก่อน แล้วหันมาส่งยิ้มให้เขา

 

            รอยยิ้มที่อยากรักษาเอาไว้ จนยอมทำทุกอย่าง

 

            รอยยิ้มที่ฮันคยองพบตลอดมื้ออาหาร ราวกับว่าอาหารเย็นชืดมันอร่อยเสียมากมาย ฮยอกแจถึงยิ้มได้ขนาดนี้ จวบจนกระทั่งอาหารคำสุดท้ายกลืนลงท้อง ร่างสูงจึงหยุดมือตาม แล้วมองไปยังดวงตาที่ดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม แล้วเอ่ยคำที่เขาไม่ปรารถนาที่สุด

 

            “คุณจำคิมคิบอมได้ใช่มั้ย”

 

            “พี่คิบอม?”

 

            ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะทวนชื่อขึ้นมาทันที แถมใส่สรรพนามเคยคุ้นเข้าไป ในเมื่อทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเพราะงานของบิดา แม้จะอายุห่างกันมาก แต่ฮยอกแจก็ให้ความนับถือคนที่ถูกพูดถึงไม่น้อย อีกทั้งดวงตาเรียวก็เป็นประกายวาบขึ้นมาราวกับนึกขึ้นได้

 

            “นายเจอพี่คิบอมหรือ...นั่นสินะ ทำงานแวดวงเดียวกันก็ต้องเจอกันเป็นธรรมดา”

 

            “ผมเจอเขาเมื่อเย็น”

 

            ฮันคยองมองสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยออกมา

 

            “คิมคิบอมต้องการหมั้นหมายกับคุณให้เร็วที่สุด”

 

            “!!!

 

            ถ้อยคำที่ฮยอกแจได้แต่เบิกตากว้างอย่างตื่นตกใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือสีหน้าสงบนิ่งของคนพูดที่ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

 

            นาย...อยากไล่ฉันไปพ้นๆ งั้นหรือ

 

.................................................

 

            ครบค่ะ หายไปก็ราว 20 วันได้ แหะๆ จะเดือนนึงอยู่แล้ว แบบว่ายุ่งจริงๆ นะ ยุ่งมากๆ เยยงับ ขนาดงานมีตบอม ซื้อบัตรไว้แล้วก็ไปไม่ได้ ทั้งที่วันซื้อบัตรไม่นอนทั้งคืนเพื่อเฝ้าระบบแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องเอาบัตรให้คนอื่นไปเลย ไม่ได้ขายนะงับ คือให้เลยอะจ้า เสียดายมากมายก่ายกอง T^T

            ส่วนช่วงนี้ก็เอาเป็นว่าต่างฝ่ายต่างมีบรรยากาศอึมครึมนิดๆ เนอะ จริงๆ ก็อึมครึมทั้งเรื่องแหละ หาตอนหวานแทบไม่มี แฮ่

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท่าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #7661 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:13
    ทำไมค้องหมั้นนนนน
    #7661
    0
  2. #7008 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 23:31
    ฮยอกจ๋อยไปอีกกกกกกกก พี่คิบอมจะอยากมาหมั้นอะไรตอนนี้ๆๆๆ
    #7008
    0
  3. #6765 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 00:12
    เห้ออออ
    #6765
    0
  4. #6451 nankihae (@nankihae) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 15:59
    โอยยย อย่างนี้จะจบไงเนี่ย มีงานหมั้นมาทำให้ยุ่งอีก
    #6451
    0
  5. #6411 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 12:31
    ฮยอกกกสู้ๆๆๆ
    #6411
    0
  6. #6364 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 16:55
    ป๋า...บอม...ทำไรกันเนี่ยยย!!~
    #6364
    0
  7. #6361 boombim (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:50
    ความหวานกำลังจะหายไป บอมทำอะไร ทั้งที่ไม่อยากให้เฮรู้แล้วทำไปทำไม

    ฮยอกก็ต้องกลับมาเศร้าเหรอ เป็นแบบนี้รับรองเลยว่าพี่ฮันยิ่งรักษาระยะห่างมากกว่าเดิม
    #6361
    0
  8. #6358 nooonnin (@nooonnin) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 19:13
    หายไปน่รเลยค่ะ

    คิดถึงงง
    #6358
    0
  9. #6357 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 16:13
    แหม บอสมัวแต่หยอกเมียนะ เรื่องที่ควรพูดก็ไม่พูด เดี๋ยวเมียเสียใจร้องไห้จะรู้สึก แล้วฮันฮยอกของดิฉันทำไมหน่วงอีกล้าวววววว
    #6357
    0
  10. #6354 Hug_U (@mygreatday) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 21:33
    มัวแต่แกล้งแซวเมียเด็กนะคะบอสคิม
    ระวังเด็กมันไปรู้จากปากคนอื่นน้าาาา
    โดนงอนไม่รู้ด้วย นี่เริ่มหึงเป็นแล้วนะ
    ต่อไปมาครบทุกอารมณ์แน่ๆค่ะนาย~

    ฝั่งฮันฮยอกก็กลับมาอึมครึมอีกแล้ว
    ความหวานหน่วงๆก่อนหน้านี้หายไป
    อย่าทำฮยอกร้องไห้บ่อยนักสิคะเกิงงงง
    แค่นี้ฮยอกแจก็จิตตกจะแย่แล้ว แงงงง ㅠㅠ
    #6354
    0
  11. #6353 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 20:40
    มันเกือบแล้วนะเกือบแล้ว เกือบจะหวานแล้วอ่ะคู่คิเฮ  พี่ทงของเราเริ่มหึงเป็นแล้ว 555 แต่ที่คุณเจ้านายกำลังคิดจะทำนี่สิทำเอากลิ่นดราม่าลอยมาเลยค่า

    ส่วนคู่ฮันฮยอกคู่นี้ไม่มีอ้อมค้อมค่า ตรงประเด็นกันเลยทีเดียว เจ็บจุกที่เดียวไม่ยืดยาว
    #6353
    0
  12. #6352 a_little_elf (@a-little-elf) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:16
    เย่ๆๆๆๆ กลับมาแล้ววววววว
    #6352
    0
  13. #6351 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 13:28
    อ่านรอบ 2 ไล่ตั้งกะต้นเรื่องละแปลกใจ ตอนอยู่กะเกิงเหมือนบอมจะรุเลยว่าเกิงคิดไงกะยอกแจ แล้วเหมือนที่พูดไปก็ออกแนวลองใจ แต่พอกลับมาบ้านทำไมดูเหมือนว่ายังไงสุดท้ายก็คงต้องหมั้น อย่กให้บอกนะ ถ้ารู้คนสุดท้ายนี้เจ็บหนักนะเออ และจะหนักมากหากรู้จากปากคนอื่น โอยทรมานจายยยยนย
    #6351
    0
  14. #6350 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 12:03
    ม่ายยยยยยย พี่เมย์อย่าทำร้ายหนูฮยอกหนูเฮอย่างนี้สิคะ ฮืออออ
    #6350
    0
  15. วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 09:06
    ฮยอกเอ๊ยยยยย เพิ่งจะมีความสุขได้แว๊บนึง หายไปอีกละ //ล้มโต๊ะ!!
    #6349
    0
  16. #6348 pungsj13 (@pungsj) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 08:20
    สงสารฮยอกอะ
    #6348
    0
  17. #6347 Noparat (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:50
    ถ้าดงเฮรู้ว่าคิบอมต้องการหมั้นกับฮยอกแจ ต้องเสียใจมากแน่เลย แต่เชื่อว่าคิบอมมีเหตุผลที่ทำแบบนี้

    สงสารฮยอกแจ ฮันคยองยังคงเย็นชาเหมือนเดิม แล้วฮยอกแจจะตอบเรื่องหมั้นว่ายังไง
    #6347
    0
  18. #6346 engsungelf (@engsung) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 01:53
    สงสารป๋าฮันจังเลยค่ะ ..
    #6346
    0
  19. #6345 boooai (@boooai) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 01:11
    บอมจะรีบหมั้นทำไม สงสารเฮ
    กำลังหวานๆกันอยู่ไม่อยากมาม่าอ่ะ งื้ออออ
    #6345
    0
  20. #6344 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 23:41
    บอมน่าจะบอกเฮไปเลยนะ ถ้าเฮมารู้เป็นคนสุดท้ายนี่จะช็อคขนาดไหน.... ถึงหน้าจะนิ่งยังไงแต่ในใจมันก็ต้องปวดร้าวอยู่ดี
    #6344
    0
  21. #6343 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 23:23
    โอยยยยย หน่วงหัวใจไปหมด ฮือออออออออ
    #6343
    0
  22. #6342 pisilla (@pisilla) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 22:53
    พออ่านไปถึง "จูบไล่ไปบนแผ่นท้องแกร่ง" ตัดภาพไปที่คิมคิบอมในงานมีต....โอ้ยยย ต้องเค้นภาพเก่าๆมาจิ้น ไหนบอกจะลดไง
    #6342
    0
  23. #6341 ปลากระป๋อง (@plamaszaboh) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 21:47
    โอ๊ยยยยหน่วง
    #6341
    0
  24. #6340 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 21:42
    งุยยย คิดถึงพี่เมแทบแย่ กลับมาพร้อมความหน่วงเลย ฮือออ
    #6340
    0
  25. #6339 Hazel1A (@hazel-nut) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 21:16
    บีบคั้นหัวใจจังงง
    #6339
    0