[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,175 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,196

    Overall
    672,175

ตอนที่ 55 : ตอนที่ 50 การจับคู่ที่เหมาะสม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    17 พ.ย. 59


ตอนที่ 50 การจับคู่ที่เหมาะสม?

 

 

 

            หานฮันคยองค่อนข้างหงุดหงิด...มากเสียด้วย

 

            วันนี้ต่างออกไปจากทุกวัน เมื่อคิมคิบอมติดต่อมาว่าจะขอพบกับคุณหนูลี แม้จะอยากบอกปัดแทบบ้า หากแต่ชายหนุ่มลูกครึ่งก็ทำได้เพียงตอบตกลงเสียงเรียบนิ่ง แล้วแจ้งร่างบางที่ติดพันกับหนังสือเล่มหนา คนที่หันมาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม...ยินดี

 

          'พี่คิบอมตกลงแล้วสินะ'

 

            เขาไม่รู้ว่าข้อตกลงระหว่างสองคนนี้คืออะไร ดังนั้นรอยยิ้มที่บอกว่ากำลังพึงพอใจแค่ไหน ทำให้ก้อนเนื้อในอกเปี่ยมไปด้วยความขุ่นเคือง อยากจะรั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด แล้วพร่ำกระซิบถามว่าได้โปรดบอกผมว่าตกลงอะไรกัน หากแต่เขาทำอะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำคือบอกเสียงเรียบ

 

          'วันนี้ผมคงไม่อนุญาตให้คุยตามลำพัง'

 

            และคำตอบที่ขุ่นใจยิ่งกว่าก็ดังขึ้น

 

          'ไม่เป็นไร ฉันคุยกับพี่คิบอมไปหมดแล้ว'

 

          คุณมีอะไรที่บอกให้ผมรู้ไม่ได้

 

            ความคิดของคนที่ปั้นหน้านิ่ง ยามที่ยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสุดเนี๊ยบ ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานเข้าหากันจนมีแรงกดดันมหาศาล บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง ผู้คนรอบข้างต่างตัวแข็งทื่ออย่างหวาดหวั่น ราวกับเห็นพยัคฆ์ประจันหน้ากับมังกร ยิ่งยามที่ผู้ชายน่ากลัวทั้งสองไม่มีใครเอ่ยทักทายกันก่อน

 

            บรรยากาศที่ถูกทำลายลงเพราะคนคนหนึ่ง

 

            "สวัสดีครับพี่คิบอม"

 

            คนที่เรียกสายตาผู้ชายทั้งสองให้หันไปมองจนพบกับคุณหนูลีที่กำลังก้าวออกมาจากตัวบ้าน ยกยิ้มบางๆ เดินผ่านหน้าผู้คุมของตัวเอง ตรงมายังคิมคิบอมอย่างรวดเร็ว

 

            "ขอบคุณที่มานะครับ"

 

            "พี่ต้องบอกว่าขอบคุณที่ยอมให้พี่ผ่านประตูเข้ามาต่างหาก"

 

            คิบอมว่าด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้หันไปมองคนที่ 'ไม่ยอมให้ผ่าน' แต่มีหรือที่คนถูกกัดจะไม่รู้ว่าหมายถึงใคร

 

            "ในเมื่อรู้ว่าไม่ให้ผ่าน แต่ก็ยังพยายามบุกเข้ามาอยู่ดี" ฮันคยองตอบคำถามด้วยการตวัดสายตาไปมองชายร่างเพรียวด้านหลังคิบอมเพราะมีหรือที่เขาจะจำหน้าอีกฝ่ายไม่ได้

 

            คนที่เขายิงด้วยมือตัวเอง แล้วโยนไปไว้นอกรั้ว...น่าแปลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่สิ น่าแปลกที่คิมคิบอมยังไว้ชีวิตคนที่ทำงานพลาดต่างหาก แถมยังพามาที่นี่

 

            ทว่า นั่นทำให้มังกรร้ายสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่มั่นใจว่าทำลายเอกสารปลอมที่มันขโมยไปแล้ว แต่สีหน้ามั่นใจของคิบอมทำให้เขากังวลว่ามีอะไรที่ถูกเอาไปโดยไม่รู้หรือเปล่า และสีหน้าแบบนี้ก็ทำให้คนตรงข้ามหัวเราะเบาๆ

 

            "ขอบคุณที่หนก่อนเอ็นดูลูกน้องผมเสียดิบดีเลยนะคุณฮันคยอง" เสียงหัวเราะที่ไม่ได้มาพร้อมกับแววตาขบขำเลยสักนิด ตรงกันข้าม...เย็นเยียบจนน่ากลัว

 

            แววตาที่สะดุดใจฮยอกแจมากที่สุด จนต้องเหลียวไปมองลูกน้องคนที่ว่า

 

            ชายหนุ่มร่างเพรียว เจ้าของหน้าตาหล่อเหลาน่ามอง หากแต่แววตาไม่แตกต่างจากคนที่เขาเห็นบ่อยๆ ในโลกนี้ ทั้งเย็นชา ทั้งเย็นเยียบราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร แม้จะมือต้องเปื้อนเลือด คนที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งนั้น แม้ว่าจะมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องอยู่

 

            “มีอะไรที่ฮยอกแจไม่รู้หรือเปล่าครับพี่คิบอม” คุณหนูลีหันกลับไปมองพี่ชายสมัยเด็ก จนทางนั้นยกยิ้มจางๆ

 

            “ลูกน้องคนเก่งของเราไม่เล่าให้ฟังหรือไง”

 

            คำพูดที่ตอกย้ำอีกครั้งว่าฮันคยองก็เป็นได้แค่ลูกน้อง จนฮยอกแจเป็นฝ่ายอมยิ้มบ้าง

 

            “ที่นี่ไม่มีลูกน้องหรอกครับ ผู้ปกครองสิไม่ว่า...ว่าแต่ ผู้ปกครองฮยอกแจไปทำอะไรคุณคนนี้หรือเปล่า” ฮยอกแจมั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายที่ติดตามอีกฝ่ายมาก่อน เขารู้จักคังอิน แต่ช่วงเวลาหลายปีที่ไม่ได้เจอกับพี่คิบอม ทำให้เขาค่อนข้างแน่ใจว่าไม่รู้จักผู้ชายหน้าตาดีคนนี้

 

            “ว่าไงครับ” จนต้องหันไปถามคนที่ว่า อย่างที่ดงแฮแค่โค้งให้

 

            “ไม่มีอะไรครับ”

 

            น้ำเสียงเรียบนิ่ง คำตอบเย็นชา และดวงตาไม่แสดงอารมณ์ทำให้เขาเกือบจะละความสนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            “ผู้ปกครองเราฝากของขวัญไปให้พี่จนลืมไม่ลงเลยเชียวล่ะ”

 

            ไม่ สิ่งที่ฮยอกแจสะดุดใจไม่ใช่น้ำเสียงเหี้ยมโหด หากแต่เป็นดวงตาวาววับที่ฉายแววกระหายเลือดแวบหนึ่งยามมองฮันคยองต่างหาก และมันก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อหันไปมองผู้ชายหน้าตาเย็นชาคนนั้น แบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

 

          คนคนนี้ค่อนข้างสำคัญสำหรับพี่คิบอม

 

            มันคือความคิดชั่ววูบ จนเกือบจะปัดมันทิ้งไป หากแต่ดวงตาคู่คมที่ยังมองลูกน้องตัวเองไม่เลิกราวกับทั้งไม่พอใจ ทั้งขุ่นเคืองกลับทำให้คุณหนูลีสนใจผู้ชายคนนั้นมากกว่าเดิม

 

            ถ้าใครทำให้พี่คิบอมโกรธคงตายไปแล้ว ไม่ใช่ถึงทำให้โกรธ ก็ยังมีสิทธิ์ยืนอยู่ตรงนี้

 

            ขณะที่คิบอมเองก็รู้ตัวว่าเขาผิดปกติไป ทั้งที่ความรู้สึกในใจควรจะอยู่แค่ส่วนลึกที่ปิดตาย แต่เพราะคำขอของดงแฮยังดังก้องอยู่ในหัว คนที่บอกว่าจะปกป้องคนสำคัญเขา อย่างไม่นึกถึงใจเขาเลยสักนิดว่าใครกันแน่ที่สำคัญ!

 

            ดังนั้น ชายหนุ่มจึงไม่อาจจะปกปิดความรู้สึกหงุดหงิดลงไปได้

 

            แปะ

 

            “งั้นฮยอกแจจะไถ่โทษคืนให้นะครับ”

 

            กึก

 

            ไม่ใช่แค่คิบอมเท่านั้นที่ชะงักกับสัมผัสอุ่นที่แตะลงบนต้นแขน แต่หมายรวมถึงฮันคยองที่กำลังจับสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องควบคุมร่างกายไม่ให้ดึงร่างเล็กออกมา เช่นเดียวกับคนที่คิดว่าเย็นชาที่กำลังจับจ้องมือเรียวข้างนั้นอย่างไม่รู้ตัว แววตาที่เคยเรียบนิ่งราวกับระลอกคลื่นน้อยๆ ที่สั่นไหว

 

            และคิบอม...เห็น!

 

            แววตาของดงแฮที่บอกว่าจะไม่พูด ไม่ห้าม ไม่อะไรทั้งนั้น แต่กำลังฉายชัดถึงความ...น้อยเนื้อต่ำใจ

 

            การแสดงออกที่คิบอมอาจจะอยากเห็นที่สุด จนมันก่อให้เกิดสิ่งนี้

 

            หมับ

 

            “พี่เรียกคืนพร้อมดอกเบี้ยนะ” การที่ชายหนุ่มก็เลื่อนมืออีกข้างไปแตะที่หลังมือข้างนั้น พร้อมกับน้ำเสียงหยอกเย้า แบบที่คุณหนูลีก็เล่นด้วย

 

            “ถ้าฮยอกแจมีสิ่งที่พี่คิบอมอยากได้ก็เอาไปเถอะครับ”

 

            คำพูดที่บอกว่ายอมจ่ายหมดทุกอย่าง หากอีกฝ่ายยอมทำตามที่เขาขอ...ข้อตกลงที่รู้กันเพียงสองคน

 

            ทว่า สำหรับอีกสองคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยแล้ว การกระทำของทั้งคู่ก็ไม่ต่างจากคนที่ยอมรับการหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่ตระเตรียมไว้ให้ด้วยความเต็มใจ และเผลอๆ นั่นคือสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ ให้ต้องเบือนหน้าหนี เพราะ...เจ็บอยู่ในอก

 

            ภาพของคนทั้งคู่ที่ควรจะยืนเคียงข้างกันกลับขัดแย้งในใจของคนทั้งสี่ว่ามัน...ไม่ใข่อย่างที่ใจต้องการ

 


...............................................

 


ต่อค่ะ

 

            หากใครคิดว่าบรรยากาศหน้าบ้านน่ากลัวแล้ว บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ก็น่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อผู้ชายสองคนยังสร้างความกดดันไม่เลิกรา จนใครต่อใครเกรงว่าจะมีเหตุนองเลือดขึ้นอีกครั้งภายใต้อาคารแห่งนี้

 

            ความน่ากลัวที่ใครๆ ก็สัมผัสได้ แต่ยังมีคนเดียวที่ยังยิ้มแย้ม...ลีฮยอกแจ

 

            คนที่เฝ้าจับสังเกตทุกอย่าง ยามตั้งคำถามกับตัวเองว่าแล้วตอนที่สองคนนี้ตกลงแลกเปลี่ยนตัวเขาไม่ฆ่ากันตายได้ยังไง แต่ก็...ได้เห็นในสิ่งที่คิดว่าจะไม่ได้เห็น

 

            ในตอนที่เดินเคียงข้างคิบอมเข้ามาภายในห้องรับรองแขก ยังไม่ทันที่จะได้เชื้อเชิญให้แขกผู้ทรงเกียรตินั่ง ต้นแขนก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยฝ่ามืออบอุ่นซึ่งพอแหงนหน้าขึ้นสบตา...อสูรร้าย

 

            แววตาของหานฮันคยองยามที่จับจ้องแขกราวกับอสูรจากขุมนรก และเมื่อมันเบือนมาประสานสายตากับฮยอกแจ ฝ่ามือข้างนั้นก็กระชับแขนเขาแน่นกว่าเดิม แล้วว่าเสียงเข้ม

 

            “เชิญครับ”

 

            คนที่ผายมือให้คนมาเยือนนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว แล้วแทรกตัวเข้ามานั่งบนโซฟาตัวใหญ่ ราวกับประกาศว่าที่นี่เป็นถิ่นของใคร แต่ทำไมคุณหนูตัวน้อยถึงจับได้ล่ะว่าก็แค่คนที่พยายามกั้นเขาให้ห่าง ด้วยการนั่งแทรกกลางก็เท่านั้นเอง

 

            คนที่ดึงให้เขานั่งลงเคียงข้างบนโซฟาตัวเดียวกัน จนริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ

 

          ยอมรับว่าดีใจ แต่อีกเศษเสี้ยวหนึ่งก็ทุกข์ใจไม่แพ้กัน

 

            ความคิดของคนที่เข้าใจตั้งแต่รู้ว่าคิมคิบอมจะมาเยือน...มาเพื่อตอบรับข้อเสนอของเขา

 

            “พี่คิบอมทานอะไรมาหรือยังครับ”

 

            “เรียบร้อยแล้ว แล้วฮยอกแจล่ะ”

 

            คนที่ตอบโต้เขาด้วยท่าทางราวกับพี่ใหญ่ใจดี แต่ลึกลงไปในนั้น ร่างน้อยก็รู้ว่าอีกฝ่ายพร้อมเจรจาธุรกิจ

 

            “ถ้ายัง พี่คิบอมจะทานเป็นเพื่อนหรือไง”

 

            “เดี๋ยวพี่นั่งเป็นเพื่อนก็ได้”

 

            “ไม่เสียเวลาพี่หรือครับ”

 

            บทสนทนาธรรมดาๆ แต่ทุกคนที่ได้ยินย่อมสัมผัสได้ว่าทายาทที่เหลืออยู่สองตระกูลนี้ค่อนข้าง...สนิมสนม

 

            ไม่ใช่แค่คนที่รู้จักกันผ่านตาในงานเลี้ยงสังคม หากแต่มีสายสัมพันธ์บางเบาที่พอเชื่อมต่อกันเพียงครู่ ความห่างเหินก็ดูใกล้ชิด ขนาดที่ว่าแม้จะมีหานฮันคยองนั่งกางกั้น คนทั้งห้องยังรู้เลยว่าคิมคิบอมค่อนข้างผ่อนคลาย พอๆ กับลีฮยอกแจที่กำลังคุยเล่นกับอีกฝ่าย

 

            อย่างน้อยที่สุด ในวัยเด็กคิบอมก็เอ็นดูน้องคนนี้จริงๆ พอๆ กับฮยอกแจที่เคารพพี่ชายใจดีคนนี้ไม่ต่างกัน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเคยเห็น หรือแม้จะเห็นหลายครั้งกลับคิดว่า...เกินไป

 

            ยิ่งกับผู้ชายที่มากด้วยอำนาจกำลังเอ่ยคำนี้

 

          “ไม่หรอก อีกหน่อยพี่คงมากกว่าแค่นั่งทานข้าวเป็นเพื่อนฮยอกแจ”

 

            การเปิดฉากเจรจาที่หานฮันคยองแทบจะครองสติไม่อยู่

 

            “...”

 

            มากพอที่จะไม่มีคำพูดใดๆ หลุดจากริมฝีปาก เมื่อดวงตาราวกับพยัคฆ์กำลังตวัดมาประสานสายตาราวกับท้าทาย

 

            “ว่าอย่างนั้นมั้ยคุณฮันคยอง”

 

            “มันก็ไม่แน่เสมอไป” คนฟังที่กดความรู้สึกทุกอย่างให้จมดิ่งลงในส่วนที่ลึกที่สุด พร้อมกับล็อกกุญแจปิดตายที่กำลังจ้องตากลับอย่างไม่หวั่นเกรง เสียงทุ้มราบเรียบไร้ความรู้สึก และไม่แม้แต่จะหันไปมองคุณหนูลีที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

            “ฮึ บางอย่างก็เป็นเรื่องที่กำหนดเอาไว้แล้ว” คิบอมหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ประสานมือกันบนตักหลวมๆ ที่หมายความว่ากำลังกดดัน

 

            “งั้นเราอย่าเสียเวลาเลยดีกว่า คุณคงรู้อยู่แล้วว่าผมมาที่นี่ วันนี้ เพราะอะไร”

 

            “...”

 

            คนฟังไม่ตอบคำ ซึ่งคิบอมก็ไม่คิดจะรอ เพราะดวงตาคู่คมเบือนมามองคนที่เหมือนน้องชาย

 

            แววตาคมกล้าที่ประสานกับดวงตาเรียวรี

 

            สายตาสองคู่ ของคนสองคน ที่รู้กันว่าพวกเขามีข้อเสนออะไรที่นอกเหนือจากที่หานฮันคยองรู้ และคิบอมก็กำลังเอ่ยคำสัญญา

 

          “พี่จะจัดงานแต่งของเราทั้งคู่ให้เร็วที่สุด”

 

            กึก

 

            ไม่ใช่ฮยอกแจที่ชะงัก หากแต่เป็นฮันคยองต่างหากที่ตัวแข็งทื่อ เพราะข้อตกลงแต่แรกเริ่มคือการหมั้นหมายเพื่อต้องการให้ศัตรูภายนอกเคลื่อนไหว ไม่ใช่การประกาศแต่งงานที่พาให้หัวใจปิดตายแทบจะกระชากหลุดจากโซ่

 

            “ผมไม่ได้ตกลงกับคุณแบบนี้...”

 

          “ได้สิพี่คิบอม”

 

            ทันใดนั้น ฮยอกแจก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงนุ่ม ใบหน้าเรียวประดับด้วยรอยยิ้มน่ามอง กับดวงตาที่ฉายชัดถึงความโล่งใจ คนที่กำลังประกาศให้รู้ว่าเขาพร้อมจะแต่งงานกับพี่ชายสมัยเด็กคนนี้ แม้ตอนแรกจะคุยกันเพียงเรื่องหมั้นหมายก็ตาม

 

            ข้อตกลงของพี่คิบอมที่กำลังสัญญาว่าจะทำตามข้อเสนอของเขาทั้งหมด

 

            “คุณหนู!” ท่าทางโล่งใจที่มังกรร้ายไม่อาจจะนิ่งเฉยอยู่ได้ เสียงทุ้มทั้งเข้มขึ้น ทั้งร้อนขึ้น เพราะเพียงได้ยินว่าคุณหนูที่เขาฟูมฟักมาตลอดจะแต่งงาน หัวใจของคนฟังก็แทบสลาย แม้จะรู้มาตลอด แต่ฮันคยองคิดว่าเขาจะต้องตายก่อนที่จะถึงวันนั้น

 

            อย่างน้อย เขาก็ขอตายก่อนที่จะรับรู้เรื่องที่ทำให้ตายทั้งเป็น

 

            แต่นี่ คุณหนูฮยอกแจที่เขาพยายามถอยห่างกำลังก้าวห่างไกลออกเองไปสู่...อ้อมแขนของผู้ชายอีกคน

 

            “ยังไงก็ต้องแต่งไม่ใช่หรือไง จะแต่งตอนนี้หรือตอนไหนก็เหมือนกัน นายเองก็จะได้ไม่มีภาระอย่างฉันอยู่ด้วย” ฮยอกแจส่งยิ้มให้บางๆ เพราะลึกลงไป เขาโล่งที่สุดที่ได้รู้ว่าจะมีฐานอำนาจที่ใหญ่ที่สุดมาช่วยผู้ชายคนนี้

 

          พี่คิบอมรับปากแล้วว่าจะหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฮันคยอง แค่แลกกับการแต่งงาน...

 

            “นั่นสิ...หรือคุณกลัวไม่มีตัวประกัน”

 

            ขวับ

 

            “ฮึ คุณเองก็ยังไม่ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์”

 

            เปรี๊ยะ

 

            สายตาของทั้งคู่ราวกับกระแสไฟรุนแรงที่แล่นแปลบปลาบ บ่งบอกว่าต่างฝ่ายต่างไม่เชื่อใจกันเลยสักนิด แม้ทั้งคู่จะรู้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายคือมิตร หากแต่หัวใจยังปฏิเสธสิ่งนั้น ด้วยเหตุผลที่เหมือนกัน...คนที่ตัวเองให้ความสำคัญ

 

            ในขณะที่คิบอมยังจดจำภาพของคนสนิทที่ซมซานกลับไปด้วยสภาพโชกเลือด หนุ่มลูกครึ่งก็ไม่ต่างกัน

 

            คิบอมอาจจะเป็นอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ฮันคยองคืออนาคตที่กำลังจะถูกฉกชิงคนสำคัญที่เฝ้าทะนุถนอมมาตลอดไปยังเงื้อมมือของอีกฝ่าย

 

            ผู้ชายสองคนที่มีเหตุผลเหมือนกัน แต่...ไม่ยอมเอ่ยออกมาทั้งคู่

 

            ภาพที่ฮยอกแจก็ทำได้แค่ถอนหายใจแผ่วเบา แต่ก่อนที่จะเอ่ยอะไรออกไป ดวงตาเรียวรีก็เห็นอะไรบางอย่างเสียก่อน...คนด้านหลังพี่คิบอม

 

            ผู้ชายหน้าตาเย็นชาคนนั้นที่ยังคงมองตรงไปข้างหน้า ราวกับไม่ได้ยินบทสนทนาของเจ้านาย แต่ลึกเข้าไปในดวงตาคู่โตนั้น เขาเห็นประกายแวววาวของหยาดหยดน้ำใสที่ล้นเอ่อออกมา แล้วสลายเป็นไอไปในอากาศ

 

            แม้ไม่ไหลออกมา แต่สัมผัสได้ว่ามี

 

            คนที่ดูเย็นชาที่สุด แต่...เศร้าที่สุดในห้องนี้

 

            “เรื่องนี้ผมกับฮยอกแจตกลงกันแล้ว วันนี้ผมแค่มาแจ้งให้รู้ว่าทางผมจะเตรียมงานให้ยิ่งใหญ่สมกับที่จะรับฮยอกแจเข้าตระกูล” แต่ก่อนที่จะสังเกตมากกว่านั้น เสียงของคิบอมก็เรียกให้คุณหนูลีหันกลับมามองความตึงเครียดที่กำลังแผ่ขยายวงกว้างออกไป

 

            สายตาที่หันมาประสานกับผู้ชายแกล้งใจร้าย คนที่เบือนหลบสายตาเขาก่อนราวกับเกรงว่าจะเห็นอะไรภายในนั้น จนได้แต่ยกยิ้มเศร้า

 

          สนใจอะไรคนอื่นนะฮยอกแจ แค่เรื่องของตัวเองยังจัดการไม่ได้

 

            “นั่นสิครับ ผมเองก็ไม่เหลือใครที่นี่อีกแล้ว...อย่างน้อยที่นั่นก็ยังมีพี่คิบอมอยู่”

 

            ฮยอกแจอยากจะบอกผู้ปกครองเหลือเกินว่าไม่ต้องผลักเขาไปมากกว่านี้ เขาเองก็พร้อมจะใช้ทุกอย่างเพื่อเดินไปข้างหน้าแล้วเหมือนกัน แม้ว่าเส้นทางนั้นจะไม่มีผู้ชายคนนี้อยู่ก็ตาม

 

            คำตอบที่ฮันคยองอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่พักเดียวก็กลืนมันลงคอ เป็นการบอกว่ายอมรับเรื่องนี้แต่โดยดี

 

            การยอมรับที่ฮยอกแจทั้งผิดหวัง ทั้งโล่งใจ

 

            “ถ้าคุณหนูตัดสินใจแล้ว”

 

            หากแต่ความผิดหวังก็ยังมีมากกว่า เมื่อได้ยินว่า...ไม่รั้งเอาไว้เลย

 

          ดีแล้วฮยออกแจ แบบนี้แหละ ในเมื่อไม่มีทางได้ตามที่ต้องการ อย่างน้อยก็ทำให้คนที่เรารักพ้นจากความผิดที่ไม่ได้ทำ แบบนี้แหละ...ดีแล้ว

 

ต่อค่ะ

 

            การตอบรับที่คิบอมก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ยามที่ร่างสูงก็หยัดกายลุกขึ้น แต่ไม่ใช่จะกลับหลังจากตกลงกันเสร็จ หากแต่เป็นสองขาที่พาเจ้าของไปชิดร่างเจ้าของบ้าน จากนั้น...

 

            หมับ

 

            ฝ่ามือใหญ่ก็วางแนบลงบนหัวไหล่เล็ก ใบหน้าคมก้มลง เพื่อส่งยิ้มอ่อนโยนให้

 

            “พี่บอกผู้ปกครองของเราเสร็จแล้ว ไหน ฮยอกแจบอกยังไม่ได้ทานอะไรไม่ใช่หรือไง ไปสิ พี่จะนั่งเป็นเพื่อน” น้ำเสียงอบอุ่นส่งมาให้ พร้อมกับมือใหญ่ที่บีบไหล่แน่นกว่าเดิมนิด จนคนฟังบังคับตัวเองไม่ให้เหลือบไปมองผู้ปกครองที่ว่า แค่เงยหน้าขึ้นมองคนพูด ยอมรับว่าลำบากใจอยู่ลึกๆ

 

            ฟึ่บ

 

            แต่ก่อนที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ หนุ่มลูกครึ่งก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

            “ในเมื่อคุยกันจบแล้ว ผมก็ขอตัว” ฮันคยองว่าเสียงราบเรียบ ไม่แม้แต่จะเหลือบมองคุณหนูลี เพียงเดินมาประชิดร่างแขก ยกยิ้มเย็น แล้วหันไปมองอีกมุมของห้อง

 

            “ฝากดูแลแขกด้วยล่ะคยูฮยอน”

 

            “ครับ คุณฮันคยอง”

 

            จากนั้นดวงตาของมังกรที่มีคมเขี้ยวรอบตัวก็ตวัดไปมองมือข้างนั้นของคิบอม และก่อนที่จะก้าวออกไป เสียงทุ้มก็ว่าเรียบๆ

 

            “แล้วคุณควรรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของคุณ”

 

            คำเตือนที่คิบอมหัวเราะแผ่วๆ ในคอ ยามที่ตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

 

            “แต่ก็คงอีกไม่นาน”

 

            “ฮึ” คนฟังไม่ตอบคำ นอกจากยิ้มหยัน ก่อนที่จะหมุนตัวก้าวออกจากห้องรับแขกอย่างว่องไว ชนิดที่หัวหน้าตระกูลคิมก็มองตามหลัง พักหนึ่ง ก่อนที่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมา ราวกับเห็นเรื่องขบขันที่สุดในชีวิต

 

            อย่างน้อยๆ ก็ช่วยทำให้เขาลืมเรื่องตึงๆ ที่เกิดขึ้นก่อนมาที่นี่ไปได้บ้าง

 

            “พี่คิบอมไม่ควรตั้งแง่กับเขานะครับ ถึงฮยอกแจจะแต่งออกไป แต่ตอนนี้ ที่นี่ก็เป็นของฮันคยองแล้ว ยังไงก็ไม่ใช่ถิ่นพี่” คิบอมก้มลงไปมองคนที่ยกยิ้มเนือยๆ บอกว่าไม่ขำด้วยสักนิด จนอดไม่ได้ที่จะส่งมือไปสัมผัสที่เรือนผมนุ่มสลวยอย่างเบามือ ทั้งที่ปากกำลังพูดประโยคนี้ออกมา

 

            “แต่พี่ก็จะพูดได้เต็มปากว่าเป็นของ เมียพี่ นี่นะ”

 

            คิบอมรู้ดีว่าคำพูดของเขาต้องถูกคนสนิทของฮันคยองเอาไปรายงานต่อ ดังนั้น การได้เอาคืนไอ้ลูกครึ่งที่กล้าเผยอหน้าขึ้นมาทัดเทียมกับเขา แทนที่ผู้เป็นอาที่เคารพรักก็เป็นอะไรที่สร้างความบันเทิงไม่น้อย นอกจากนั้น เขาไม่ได้ลืมหรอกนะ...คนที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

 

            คนที่ไม่แม้แต่จะแสดงปฏิกิริยาใดๆ ยามได้ยินคำว่า...เมีย

 

            เมียเจ้านาย...ฐานะที่ดงแฮไม่มีวันได้ครอบครอง

 

            “ช่างกล้าพูดนะครับ ยังไม่ทันจะแต่ง” แต่ก่อนที่จะสังเกตท่าทางของดงแฮมากกว่านี้ เสียงใสๆ ของคนที่เขาลูบหัวก็ว่าอย่างเหนื่อยๆ จนต้องก้มลงไปสบตา

 

            “อย่าลืมสิครับว่ายังไม่แต่งก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอด”

 

            ฮยอกแจกำลังเตือน คนที่เขาเห็นเป็นน้องน้อยคนนั้นโตพอที่จะเอ่ยเตือนว่า...อย่าลืมข้อตกลง

 

            ถ้าเขาทำตามข้อตกลงสามข้อที่อีกฝ่ายเสนอไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าฮยอกแจจะยอมมอบฐานะตระกูลลีคนสุดท้ายที่มาพร้อมอำนาจให้

 

            “งั้นพี่ต้องรีบชนะใจฮยอกแจแล้วสินะ”

 

            เขาคงต้องรีบลงมือแล้ว ข่าวเรื่องการดองกันระหว่างสองตระกูลคงไปได้ไกลพอ ดังนั้น ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังย่อมต้องหวาดกลัวฐานอำนาจตระกูลคิมที่จะเข้ามาหนุนหลังทางนี้ ยังไงมันก็ต้องเคลื่อนไหว ส่วนเขาก็ต้องเตรียมพร้อม

 

            “งั้นเริ่มจากไปทานข้าวด้วยกันดีกว่า” ชายหนุ่มบอกด้วยดวงตาที่พราวขึ้น อย่างที่คนฟังก็โคลงหัวนิด ก่อนที่จะพยักหน้า

 

            “คยูฮยอน ทานข้าวในสวนได้มั้ย”

 

            “ได้ครับคุณหนู...เชิญคุณคิบอมได้เลยครับ”

 

            มือขวาของฮันคยองผายมือออกไปทางประตูที่นำไปสู่สวนสวย จนคิบอมก็ก้าวตาม อย่างที่มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เลื่อนมาจับที่ต้นแขนคุณหนูลีบ่งบอกระดับความสนิทสนม แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะก้าวออกไป ฮยอกแจก็เหลียวไปมองอีกคน

 

            “คนติดตามคนใหม่ของพี่คิบอมหรือครับ”

 

            คำถามที่เจ้าของมือนิ่งไปนิด ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มบางๆ ที่ไร้พิรุธใดๆ

 

            “อืม เราไม่ได้เจอกันนาน ฮยอกแจคงยังไม่เคยเจอดงแฮ...คนสนิทพี่เอง”

 

            คำแนะนำที่คนฟังพยักหน้าช้าๆ แล้วหันไปยิ้มให้คนที่ว่า

 

            “ผมฮยอกแจนะครับ ต่อจากนี้ขอฝากตัวด้วย และขอโทษด้วยสำหรับเรื่องอะไรก็ตามที่คนทางนี้ทำเรื่องเสียมารยาทเอาไว้ อย่าโกรธเขาเลยนะครับ” ฮยอกแจไม่ได้ทำตัวสนิทสนมกับใครไปทั่ว เพียงแต่เขาติดใจแววตาเย็นชาของผู้ชายคนนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้รับมีเพียง...

 

            “ครับ” กับการโน้มตัวให้เพื่อแสดงความเคารพอย่างที่สุด

 

            “งั้นไปกันเถอะครับพี่คิบอม ตอนนี้แดดกำลังดีเลย” จากนั้นฮยอกแจก็หันมาบอกคนข้างตัว แล้วก้าวนำออกไปก่อน ซึ่งแม้คนฟังจะก้าวตาม หากแต่ดวงตาคู่คมก็สบเข้ากับลูกน้องคนสนิทชั่วแวบหนึ่ง ครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่ขายาวจะก้าวไปเดินเคียงคู่กับคุณหนูแห่งตระกูลลี

 

            ปล่อยทิ้งเอาไว้แค่คนที่...เจียมตัว

 

            คนสนิทที่เป็นได้แค่คนสนิทเท่านั้นเอง

 

            คนที่มองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่ที่เขาปรารถนาจะปกป้องมาตลอด ยามที่ดงแฮข่มกลั้นทุกความรู้สึกที่ถาโถมราวกับคลื่นใหญ่ยักษ์ให้กลืนหายไปในลำคอ และสายตาก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะทอดมองแผ่นหลังบอบบางของฮยอกแจที่ช่างแตกต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิงอย่างเผลอตัว

 

            เจ้านายคือของสูงค่า ขณะที่คุณฮยอกแจคือเพชรน้ำงาม

 

            ความคู่ควรที่นักฆ่าอย่างเขาไม่อาจจะหาคำใดมาปฏิเสธมันได้เลย

 

            ดวงตากลมโตทำได้เพียงมองความเหมาะสมของทั้งคู่ ยามที่ก้าวตามด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ใครจะรู้เท่าดงแฮ คำไม่กี่คำที่เจ้านายพูดในเวลาเพียงไม่กี่นาที กรีดหัวใจของเขาให้เกิดแผลฉกรรจ์ ซ้ำยังสาดกลบด้วยน้ำเกลือจนดีดดิ้นทรมาน

 

            หากแต่เขาทำได้เพียง...จำยอม

 

..........................................

 

            ความรู้สึกแผดเผาที่กำลังทำร้ายผู้ชายอีกคนหนึ่งเช่นกัน...ฮันคยอง

 

            คนที่บอกว่ามีงานด่วนต้องสะสาง หากแต่ไม่อาจจะละสายตาจากมุมหน้าต่างของห้องทำงานที่แลเห็นสวนสวยที่บัดนี้มีคนอื่นมาจับจอง ดวงตาคู่คมได้แต่ทอดมองภาพรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของคุณหนูที่เป็นดั่งยอดดวงใจที่เคียงคู่ผู้ชายคนอื่น

 

            หมับ

 

            แม้สองมือจะกำหมัดเข้าหากัน แต่ไร้ที่ซึ่งระบายออก ได้แต่เก็บทุกความเจ็บปวดให้กลืนหายไปในกล่องแห่งความลับที่ใส่กุญแจปิดตาย

 

            “นี่ต่างหากที่เรียกว่าเหมาะสม”

 

            นี่ต่างหากคือสถานที่ที่คุณหนูลีฮยอกแจควรอยู่...ข้างกายของผู้ชายที่ชื่อคิมคิบอม

 

            สถานที่ที่ไม่มีผู้ชายที่ชื่อหานฮันคยอง

 

            “แบบนี้ใช่มั้ยครับนาย แบบนี้ใช่มั้ยครับที่ผมควรจะทำ” คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบจากคนบนสวรรค์ มีเพียงความปรารถนาสุดท้ายเท่านั้น

 

            เขาต้องเร่งหาตัวคนร้าย และจบชีวิตตัวเองให้เร็วที่สุด

 

            ฮันคยองเข้าใจคำพูดนี้ในวินาทีนั้น...ความตายทรมานน้อยกว่าการหายใจ

 

            หากต้องทนเห็นร่างน้อยอยู่เคียงข้างชายอื่นทั้งชีวิตที่เหลือ...ความตายคงน่าพิสมัยมากกว่า

 

...........................................

 

            ครบค่ะ เอาเข็มแทงหัวใจสี่คนนี้ไปคนละจึ้กสองจึ้ก คิดอย่างทำอย่างกันทั้งนั้นเลยล่ะเนอะ แต่คนที่น่าหมั่นไส้สุดคือนายใหญ่คิมคิบอม เมนหนูเนี่ยแหละ แบบว่าพูดแต่ละอย่าง เป็นเด็กโข่ง โตแต่ตัว เรียกร้องความสนใจจากเฮทั้งนั้น วางมาดไปเถอะ ในใจจริงๆ ก็แค่อยากให้เฮรั้งตัวเองไว้เท่านั้นเอง พอไม่เห็นเฮทำ ก็ยิ่งร้อนใจพูดคำที่ไม่สมควรพูดออกมา ทำร้ายกันไปคนละที

            พอมาถึงตอนนี้ก็น่าจะเข้าใจชื่อเรื่องแล้วอะเนอะ ทั้งเฮทั้งเกิงคิดเหมือนกันค่ะ และที่ทำทุกอย่างเต็มที่ก็เหมือนกันอีก ทั้งคู่คิดว่าหลังจากนี้ตัวเองต้องตายค่ะ เฮจะปกป้องนายด้วยชีวิต เกิงก็จะมอบชีวิตให้เจ้านายเช่นเดียวกัน ก็เอาเป็นว่าจะหาคนร้ายได้ก่อน คือไม่เฮก็เกิงจะตายก่อนแล้วกันจ้า แฮ่

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

160 ความคิดเห็น

  1. #9484 namtran99 (@namtran99) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:14
    หน่วง...น้ำตาใหลเอง...ตายแล้วอินไปใหม
    #9484
    0
  2. #9354 dada_singto (@dada_singto) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 18:39
    ปวดใจมาก
    #9354
    0
  3. #9144 Tanee Lov (@baitong_55) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 15:08
    เจ็บจังงงงโว้ย
    #9144
    0
  4. #8406 popeyeee2 (@POPEYEEE) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 04:11
    ทรมานหัวใจสุดๆ????
    #8406
    0
  5. #7667 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:59
    นี่มันน่าสงสานเกินไปแล้วว้อยยยยย
    #7667
    0
  6. #7552 White Sky (@bai-toei) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:49
    สงสารพี่ฮัน สงสารดงเฮ ฮือออ
    #7552
    0
  7. #7508 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 00:22
    ความรู้สึกที่เหมือนกันของเฮและฮัน การตายทรมานน้อยกว่าต้องมีชีวิต 
    #7508
    0
  8. #7288 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:19
    เจ็บนี้ต้องเอาคืนหนักๆนะดงเฮ บอมใจร้ายมากกก รู้ทั้งรู้
    #7288
    0
  9. #7178 ปลากระป๋อง (@plamaszaboh) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 17:26
    สงสารเฮสุดๆ
    #7178
    0
  10. #7154 foxxylady fox (@foxxylady4920) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 17:13
    เข้ามาอ่านย้อนวนไปมา ไรท์จ๋า รีดยังรออยู่น้าาาา หายไปนานมาก รีบกลับมานะคะไรท์
    #7154
    0
  11. #7153 beaubiehae (@beaubiehae) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 01:45
    พี่เมย์หายไปนานมากเลย เป็นอะไรรึป่าวคะ ยังรออยู่นะคะ
    #7153
    0
  12. #7151 SATOKO (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 15:51
    พี่เมย์เป็นไรป่าวค่ะ???เค้ารออยู่นะ
    #7151
    0
  13. #7146 Somosila (@Somosila) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 09:21
    เค้ารอน้า ร้องไห้แป๊ป รอนานมากเลย
    #7146
    0
  14. วันที่ 1 มกราคม 2560 / 10:02
    งานนี้ อยากให้มีฉากเฉียดตายจริงๆเลย จะได้รู้ว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ทำร้ายกันไปกันมาไม่ช่วยอะไร รออ่านต่อนะคะ
    #7145
    0
  15. #7144 hunnikud789 (@hunnikud789) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 10:21
    สงสารแฮ เห้อมมม????????
    #7144
    0
  16. #7139 KaoRungnapa (@KaoRungnapa) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 19:25
    รอยุนาจาาาาาาาา
    #7139
    0
  17. #7138 Love Miracle (@0930586995) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 19:18
    รออยู่น้าาาาา
    #7138
    0
  18. #7135 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 07:38
    กลับมาอ่านวนรอพี่เมย์. ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้ง ก็ยังคิดว่า ถ้าสักวันเฮตายจริงๆ บอมจะรู้สึกยังไง จะรู้สึกผิดบ้างมั้ย ที่พูดคำว่าเหมือนกับฆ่าเฮทั้งเป็นแบบนี้ จริงๆบอมน่าจะรู้ว่าที่เฮไม่ปฏิเสธหรือพูดอะไร ก็เพราะบอมตัดสินใจแล้ว แต่บอมก็ไม่เคยพูดความจริงในใจเลย แล้วเฮจะกล้าแสดงความรู้สึกได้ยังไง. อ่ายไปเจ็บไป สงสารเฮ
    #7135
    0
  19. #7133 Nropkonak (@sasosom) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 21:39
    พี่เมหายไปไหนนนนนนน~
    #7133
    0
  20. #7132 TmPreaw (@TmPreaw) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 20:25
    เมเม่หายไปไหน งือออ รออยู่นะ เมเม่จัง??????
    #7132
    0
  21. #7130 คิ้วท์ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 17:41
    หืมมมมมม ไรท์เงียบไปนะ เปนไรรึป่าว มีคนรอไรท์กับมานะ
    #7130
    0
  22. #7123 pla sj (@p_lovehae) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 05:14
    เมเม่ไปไหน สบายดีมั้ย เป็นอะไรหรทอเปล่า เป์นห่วงจัง ไม่เคยหายไปนานขนาดนี่นะ คืดถึงนะ ????????????
    #7123
    0
  23. #7122 Maneerat Ketsawa (@popza1909) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 10:26
    รอตอนต่อไปอยู่น้า
    #7122
    0
  24. #7121 912345679 (@912345679) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 20:27
    ไรท์เตอร์เมล์จ๋าๆๆๆๆๆๆๆฟคิดเถิงงงงงงง
    #7121
    0
  25. #7119 toeywanwiss (@toeywanwiss) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 19:03
    รีบอัพไว้สิค่ะ????
    #7119
    0