[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,423 Views

  • 9,513 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,444

    Overall
    672,423

ตอนที่ 57 : ตอนที่ 52 ขอเพียงคำเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    9 ก.พ. 60


ตอนที่ 52 ขอเพียงคำเดียว

 

 

 

            ในเวลาที่คิมคิบอมกลับไป หานฮันคยองเองก็กำลังโอบอุ้มร่างที่สั่นสะท้านกลับมายังห้องนอนของเขา สองมือประคับประคองอย่างทะนุถนอมที่สุด แววตาโหดเหี้ยมอำมหิตเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความวิตกกังวล ทั้งยังห่วงใยสุดขีด จนไม่ว่าใครที่เห็นต่างก็สัมผัสได้ว่าร่างสูงใหญ่ไม่สนใจสิ่งใดเลยนอกจาก...คุณหนูลีฮยอกแจ

 

            คนที่กำอกเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แน่น ดวงตาหลับลง แต่ไม่อาจจะหยุดอาการสั่นสะท้านที่เกิดขึ้นได้เลย

 

            ปัง!

 

            ร่างสูงใช้เท้าเปิดประตู ก่อนที่จะพุ่งเข้ามาวางร่างน้อยลงบนเตียง ดวงตาคู่คมก้มลงมองใบหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่อาจจะช่วยเอาไว้ได้

 

            ทั้งที่สาบานกับตัวเองว่าจะปกป้อง แต่กี่ครั้ง กี่ครั้งแล้วที่ต้องผิดคำสาบาน

 

            ทำไมเขาถึงปกป้องคนตัวเล็กๆ คนนี้เอาไว้ไม่ได้!!!

 

            มังกรร้ายไม่ได้ยินหรอกว่าฮยอกแจคุยอะไรกับคิมคิบอมในสวน แต่เขาเดาได้ เรื่องเดียวที่จะทำให้อาการแย่ลงแบบนี้มีเพียงเรื่องความตายของนายใหญ่และนายหญิงเท่านั้น ดังนั้นแล้ว เขาถึงนึกโทษตัวเองว่าทำไมถึงปล่อยให้ความหึงหวงครอบงำจนไม่ยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น

 

            ทำไมเขาไม่ห้ามไอ้ผู้ชายคนนั้นไม่ให้รื้อฟื้นความเจ็บปวดนี้ขึ้นมา

 

            ทำไมเขาถึงห้ามน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างไม่ได้

 

          อย่าร้อง ได้โปรด อย่าร้องไห้เลยนะครับ

 

            น้ำตาหยดใสรินรดลงมาเปื้อนสองข้ามแก้ม จนอยากจะยื่นมือไปเช็ดให้ อยากจะสัมผัสอย่างอ่อนโยน แต่เขาทำได้เพียงผละออกมาอย่างจำใจ แล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาคนที่คิดว่าช่วยได้

 

            แม้จะไม่ได้ช่วยสภาพจิตใจ แต่อย่างน้อยก็...ร่างกาย

 

            “คุณหมอคิม ผมจะส่งคนไปรับ คุณเตรียมตัวมาที่นี่ด่วนเลย!

 

            ชายหนุ่มว่าเสียงรัวเร็ว แล้ววางสาย ไม่สนใจคำถามของคุณหมอคิมเยซอง แล้วทำท่าจะผละไปสั่งให้ลูกน้องรีบไปรับคุณหมอที่ว่า แต่...

 

            หมับ

 

            คนที่นอนตัวสั่นอยู่บนเตียงยื่นมือมาคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้

 

            คนที่น้ำตานองหน้า และแววตาฉายชัดถึงความเจ็บปวด สะท้อนให้เห็นหัวใจที่แตกสลายกับเรื่องราวในคืนนั้น มันหมายความว่าคุณหนูอาจจะดูแข็งแรงขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น แต่บาดแผลในหัวใจไม่เคยทุเลาลงเลยสักนิด จนยื่นมือออกไป

 

            หมับ

 

            มือข้างนั้นก็นิ่งค้างกลางอากาศ แล้วบีบเข้าหากันแน่น จากนั้นก็ชักกลับ

 

            “ผมจะให้คนไปรับคุณหมอคิม”

 

            “ไม่ใช่...ใช่มั้ย...”

 

            ทว่า เสียงกระซิบเบาหวิวกลับดังขึ้น มือข้างที่จับชายเสื้อก็ขยุ้มจนยับยู่ยี่ เรียกสายตาของมังกรตัวร้ายในสายตาของใครๆ ให้หันกลับไปสบตา แล้วพบว่าฮยอกแจกำลังจะร้องไห้ออกมาอีก ริมฝีปากขยับขึ้นลงเป็นคำถามที่เขาเองก็นิ่งงัน

 

          “ไม่ใช่นาย...ใช่มั้ย”

 

            “...”

 

            เขาไม่ตอบ ไม่สิ เขาตอบไม่ได้ต่างหาก

 

            “นายไม่ได้เป็นคนทำมันใช่มั้ย”

 

            “...”

 

            ฮันคยองกำลังจะทนไม่ไหว ทั้งน้ำเสียงอ้อนวอนขอร้อง ทั้งแววตาของคนที่สูญเสียทุกอย่างและกำลังพยายามยึดเกาะหลักยึดสุดท้าย ทำให้เขาทำได้เพียงเงียบสนิท ไร้ทั้งคำตอบรับหรือปฏิเสธ

 

            “บอกมาสิว่านายไม่ได้เป็นคนทำ”

 

            “...”

 

            “คืนนั้นไม่ใช่นาย นายไม่ได้ทำร้ายฉัน ไม่ได้ทำ...ใช่มั้ยฮันคยอง”

 

            “...”

 

            “ตอบมาสิหานฮันคยอง! ไม่ใช่นายใช่มั้ย!!

 

            จากเสียงกระซิบกำลังเป็นเสียงตวาดที่ดังขึ้น เกรี้ยวกราดขึ้น เปี่ยมไปด้วยการคาดคั้น ขณะที่ฮยอกแจก็กำลังปล่อยน้ำตาหยดใสไหลออกมาเป็นทาง เขย่าชายเสื้อแรงๆ อย่างหวังเอาคำตอบที่หัวใจปรารถนาที่สุด

 

            เขาต้องการฟังจากปากว่าไม่ใช่คนคนนี้ที่ทำลายครอบครัวของเขา

 

            ท่าทางที่คนถูกคาดคั้นก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่เขาทำได้เพียงปลดมือข้างที่จับเสื้อเอาไว้ออก บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งที่หัวใจ...กำลังหลั่งน้ำตา

 

            “ผมจะให้คนไปรับหมอเยซอง”

 

            “ตอบมาสิ ฮันคยอง ตอบมา!!! ตอบมาว่านายไม่ได้ทำ ตอบมาเดี๋ยวนี้!!!” คนบนเตียงไม่สนใจว่าจะมีหมอมาหรือไม่ สิ่งที่คุณหนูลีต้องการรู้คือให้ใครสักคนมาช่วยตอบว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่นี่ถูกต้อง เขาไม่ได้ละเมอเพ้อพกไปเอง อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเขาใช่มั้ย

 

            “ผมไม่มีคำตอบให้คุณ”

 

            ไม่ใช่ผมทำ หรือไม่ทำ แต่ไม่มีคำตอบ นั่นทำให้ฮยอกแจตัวสั่นสะท้าน มือที่จับชายเสื้อร่วงหล่นลงมาวางลงบนเตียง เป็นจังหวะให้ฮันคยองลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมมองตุ๊กตาตัวสวยที่เหมือนจะพังได้ทุกวินาที

 

            แม้อยากจะกอดเอาไว้ยังไงก็ไม่มีสิทธิ์

 

            “เดี๋ยวผมมา” ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงหันหลังออกมา ขอเวลาให้หัวใจได้พักหายใจ ก่อนที่จะกลับมาเล่นละครที่ทำให้ปวดร้าวที่สุด ทว่า...

 

            ตุบ

 

            หมอนใบนุ่มถูกปามากระแทกเข้าที่หลังหัวจนได้แต่หันกลับไปมอง

 

            ตุบ!

 

            หมอนอีกใบก็ปะทะเข้าเต็มหน้าจนต้องคว้าเอาไว้ แล้วดึงมันลง

 

            “ทำไม!

 

            คนบนเตียงยันกายขึ้นมานั่งกำลังถามเขา และถามด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

 

            “ทำไมถึงตอบไม่ได้ ตอบมาสิ ขอแค่คำเดียว คำเดียวว่านายไม่ได้ทำ!!!

 

            “...”

 

            แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเจ็บปวด แต่ฮันคยองก็ยังเงียบกริบ ส่งผลให้ฮยอกแจเม้มปากแน่น ก่อนที่จะหันไปคว้าหนังสือที่อยู่ข้างเตียง แล้วปาเข้ากระแทกหน้าของหนุ่มลูกครึ่ง...สันหนังสือที่สร้างรอยแผลเป็นทางยาวบนขมับ หากแต่คนเจ็บก็ไม่สนใจ เมื่อ...

 

            หมับ

 

            “คุณหนู!!!

 

            คราวนี้ไม่ใช่แค่หนังสือ แต่เป็นโคมไฟที่ทำให้คนมองรีบพุ่งเข้าไปรวบร่าง เกรงกลัวว่าฮยอกแจจะได้รับอันตราย แต่คนบนเตียงก็ดิ้นสุดแรง ตะโกนถามด้วยเสียงสะอื้น

 

            “ตอบคำถามมาสิ ตอบมา ฮึก อึ้ก”

 

            เพล้ง!!

 

            การดิ้นรนที่ทำให้โคมไฟกระแทกลงบนพื้น แล้วแตกกระจาย ขณะที่ฮยอกแจเองก็ทำได้แค่ร้องไห้อย่างหมดความอดทน สิ่งเดียวที่ดังแทรกความสงบในห้องนี้คือเสียงร้องไห้แทบขาดใจของคนที่ต้องการเพียงคำเดียวเท่านั้น

 

            “ได้โปรด...บอกสิว่าไม่ใช่ บอกมา...ฮึก...” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลผ่านแก้ม ยามที่ร่างกายตกอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูง

 

            “แค่คำเดียว บอกมา...ฮึก...จะเชื่อทุกอย่าง แค่บอกมา...จะเชื่อ”

 

            “...”

 

            ร่างกายอาจจะชิดใกล้ หากแต่หัวใจ...ห่างไกลราวกับอยู่คนละโลก

 

            จากนั้น ทั้งห้องก็เหลือเพียงเสียงร้องไห้ของคนในอ้อมกอดของฮันคยองที่กระซิบเสียงเบาหวิวว่าได้โปรดซ้ำๆ

 

            ได้โปรดพูดออกมา แล้วลีฮยอกแจคนนี้จะเชื่อทุกอย่าง

 

            ทว่า กลับไร้คำตอบใดๆ จากหานฮันคยอง

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

            หลังจากนั้นเกือบชั่วโมง กว่าที่คุณหมอคิมเยซองจะเดินทางมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ และถูกเชิญมาที่ห้องนอนเล็กของฮันคยอง ซึ่งหมอหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นความเสียหายที่แม้บางส่วนจะถูกเก็บกวาดแล้ว แต่ส่วนที่เสียหายที่สุดคงไม่พ้นคนที่นอนหลับคอพับคออ่อน หน้าตาเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาของคนในอ้อมกอดเจ้าของห้อง

 

            “เกิดอะไรขึ้นครับ”

 

            “หมอมาดูอาการก่อนดีกว่า”

 

            แทนที่จะตอบคำถาม ฮันคยองสั่งเสียงเข้ม จนหมอคิมก็ขยับเข้าไปดูใบหน้าซีดเซียวของคนบนเตียง

 

            “คุณฮยอกแจไม่ได้ใช้พลังใช่มั้ย”

 

            “ไม่ ไม่ได้ใช้ หรือพยายามใช้ ผมก็ไม่รู้”

 

            ฮันคยองไม่แน่ใจ เพราะยาที่เขาให้คุณหนูเป็นประจำสามารถปิดกั้นพลังของอีกฝ่ายได้ ดังนั้น เขาไม่มีทางรู้เลยว่าที่อีกฝ่ายผล็อยหลับไปทั้งน้ำตาเกิดจากความเหนื่อยอ่อน หรือเพราะพยายามใช้พลังนั้นกันแน่ และนั่นก็ทำให้เยซองขยับเข้ามาดูใกล้ๆ เอ่ยปากขออนุญาต ก่อนที่จะแตะต้องร่างบอบบาง

 

            “อย่างน้อย คุณก็ควรจะเล่าอาการให้หมอฟังนะครับว่าก่อนจะเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น”

 

            เยซองไม่ได้หวาดกลัวผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่าคนกว่าครึ่งค่อนเกาหลีจะนึกกลัว ยิ่งกับข่าวลือที่ว่าเป็นคนฆ่าล้างโคตรตระกูลนี้ เพราะเขาทำงานกับอีกฝ่ายมาพักหนึ่ง สิ่งที่หมอหนุ่มเห็นได้อย่างชัดเจนคือ แม้คนคนนี้จะโหดเหี้ยมตามข่าวลือจริง แต่ความห่วงใยที่มีต่อร่างน้อยในอ้อมกอด...ยิ่งกว่าจริง

 

            ใครล่ะที่มาเอ่ยปากขอร้องให้เขาทำยังไงก็ได้เพื่อปกป้องไม่ให้คุณหนูฮยอกแจต้องเสี่ยงพบกับอาการปวดหัวรุนแรงนั้นอีก จนเป็นที่มาของการยับยั้งพลังที่คลื่นสมองปล่อยออกมา

 

            เมื่อคุณหนูฮยอกแจใช้พลังไม่ได้ มันหมายความว่าผลข้างเคียงก็จะไม่เกิดขึ้น

 

            เขาไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวคืนนั้นมันเกิดอะไร แต่เขาเชื่อตามสัญชาตญาณของหมอที่เห็นญาติคนป่วยมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยคน เขามั่นใจว่าความห่วงใยที่หานฮันคยองแสดงออกต่อคุณหนูลีฮยอกแจคือความจริงแท้อย่างแน่นอน

 

            “คุณหนูเล่าเรื่องคืนนั้นให้คิมคิบอมฟัง”

 

            “คุณคิมคิบอม? เขามาที่นี่หรือครับ”

 

            ข่าวลือหนึ่งที่กำลังแว่วออกมาที่แม้หมออย่างเยซองยังรู้ คือทั้งสองตระกูลอาจจะดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน แม้ฟังครั้งแรกจะไม่เชื่อ เพราะในสายตาผู้ชายคนหนึ่ง เขาคิดว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างในดวงตาของฮันคยอง

 

            ความห่วงใยน่ะของแท้ แต่ความรู้สึกหวงแหนมันคืออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            “อย่าสนใจเลยว่าเขามาทำอะไร หมอแค่ดูให้แน่ใจว่าคุณหนูจะไม่เป็นไร”

 

            อีกฝ่ายสั่งเสียงเข้ม และนั่นก็ทำให้หมอคิมหันกลับสนใจคนไข้ของเขาเอง ทั้งที่พอจะสันนิษฐานได้บ้างแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

 

            “น่าจะเป็นเพราะจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนจากเรื่องราวในอดีตน่ะครับ คนไข้บางคนที่ดูเหมือนอาการดีขึ้น ไม่ได้ดีขึ้นจริงๆ การขุดความทรงจำในส่วนนั้น ก็เหมือนปลุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นขึ้นมาอีกครั้ง และผมคิดว่าคุณฮยอกแจยังรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้” คุณหมอว่า ก่อนที่จะหันมาเอ่ยขออนุญาต

 

            “ผมขอตรวจร่างกายหน่อยนะครับ”

 

            คำที่ฮันคยองยอมผละจากเตียงนอนหลังใหญ่ สองมือกำหมัดแน่นขึ้นกว่าเดิม เมื่อพบว่าที่คุณหนูเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาเอง ถ้าเขาไม่หึงหวงจนผละออกมา เขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยห้ามไม่ให้เรื่องราวคืนนั้นหลุดออกมาจากปากของคนคนนี้แม้แต่คำเดียว

 

            ความคิดของผู้ชายที่คิดจะปกป้องทุกอย่าง แม้แต่อดีตก็ไม่ต้องการให้กลับมาทำร้ายคนคนนี้

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “ขออนุญาตครับ คุณฮันคยองครับ”

 

            ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออก แล้วคยูฮยอนก็โผล่หน้าเข้ามา ใบหน้าคมของคนเป็นลูกน้องบ่งบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

 

            ท่าทางที่เจ้าของห้องหันไปมองบนเตียงอีกครั้ง จนเจอกับรอยยิ้มบางของหมอคิม

 

            “ถ้าคุณไม่ไว้ใจผม ให้ใครมาเฝ้าก็ได้นะครับ”

 

            “...ไม่ล่ะ เดี๋ยวผมมา”

 

            มังกรร้ายว่าแค่นั้น ยอมหมุนตัวเพื่อก้าวออกจากห้อง ไปฟังรายงานจากคนสนิท ปล่อยให้คุณหนูลีและคุณหมอคิมอยู่ด้วยกันตามลำพัง เพราะหากจะเหลือใครที่เขาไว้ใจได้ก็มีเพียงแค่สองคนเท่านั้น หนึ่งคือโจวคยูฮยอนที่อยู่ด้วยกันในคืนนั้น และสองคือคุณหมอคิมที่ยอมช่วยเหลือนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง

 

            ดังนั้น เขาต้องไว้ใจคนที่เหลืออยู่

 

            ปัง

 

            ประตูห้องปิดลงแล้ว และนั่นก็ทำให้คุณหมอคิมหันมามองคนไข้ของเขา

 

            “การแอบหลับก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะครับ แต่การแอบฟังมันอีกเรื่องหนึ่ง”

 

            ปริบ

 

            ทันทีที่ว่าจบ ร่างที่นอนนิ่งบนเตียงนุ่มก็เปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ กะพริบไล่หยดน้ำใสที่ไม่หยุดลงเลยสักนาทีเดียวขึ้นมามองคุณหมอที่เขาคุ้นเคย

 

            “ทำไมไม่บอกเขาล่ะว่าผมแกล้งหลับ”

 

            “เพราะคุณฮยอกแจเองก็ต้องมีเหตุผลที่ทำอย่างนั้น” เยซองว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ช่วยพยุงร่างให้ขยับขึ้นมานั่งพิงพนักเตียง

 

            “อาการเป็นยังไงบ้าง”

 

            “ผมปกติดี ก็แค่...” ฮยอกแจเงียบเสียงลง ใบหน้าก้มลงต่ำ มองเพียงฝ่ามือตัวเอง แล้วดวงตาเรียวรีก็คลอเคลือบด้วยหยดน้ำตาอีกครั้ง ทำท่าว่ามันจะร่วงลงกระทบมือ ยามที่เสียงเบาหวิวดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก

 

            “เจ็บ...หัวใจ”

 

            เยซองยังนั่งฟังอย่างใจเย็น รู้ว่าอีกฝ่ายได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจ และก็คงไม่ใช่ใคร นอกจากคนที่เพิ่งจะก้าวออกจากห้อง

 

            “ผมแค่อยากรู้...เรื่องเดียว แต่เขา...ให้ผมไม่ได้”

 

            “คนเราทุกคนมีเหตุผลที่ส่งผลต่อการกระทำของคนนั้นๆ นะครับ เขาที่ว่าอาจจะมีเหตุจำเป็นที่ทำให้พูดไม่ได้ก็ได้นะ” หมอหนุ่มบอกอย่างใจเย็น ฟังคนที่กำลังระบายความอัดอั้นตันใจออกมา อีกทั้งน้ำตาหยดใสก็พรั่งพรู

 

            “อะไรล่ะ ยังมีอะไรที่ต้องปิดบังผมอีก ยังมีอะไรอีก”

 

            “...”

 

            “ผมขอเขาแค่เรื่องเดียว เรื่องเดียวเท่านั้นเองหมอ เรื่องเดียว แค่บอกว่าไม่...ผมจะเชื่อทุกอย่าง ผมจะเชื่อ แม้เขาจะโกหกผมก็ตาม” มือบางป่ายไปมาบนใบหน้า ดวงตาหลับลง ในใจยังคงพยายามเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดมันถูก และสิ่งที่ตาเห็นมันผิด แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาต้องการการยืนยันแค่คำเดียวเท่านั้น ลีฮยอกแจจะยอมเป็นคนโง่งมก็ได้

 

            น้ำเสียงแทบขาดใจของคนไข้ที่ทำให้คุณหมอส่งยิ้มให้

 

            “แต่คุณฮยอกแจอยากฟังเรื่องโกหกจริงๆ น่ะหรือ”

 

            กึก

 

            คนน้ำตาร่วงตัวแข็งทื่อ พูดอะไรไม่ออก เพราะความเป็นจริงแล้วเขาต้องการความจริง...ความจริงจากปากของอีกฝ่าย

 

            ท่าทางทรมานใจที่ทำให้เยซองหันไปมองบานประตูชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันมามองเสี้ยวหน้าเปื้อนน้ำตา

 

            “ในฐานะของหมอคงไม่สามารถเอาความลับของคนไข้มาแพร่งพรายได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของญาติคนไข้ และทำให้คนไข้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป หมอคิดว่าหมอก็พูดได้บางเรื่องนะ” คราวนี้ ฮยอกแจหันมามองตานิ่ง ดวงตาเรียวรีมีประกายของความหวัง

 

            “หมอรู้อะไร รู้อะไรมา”

 

            “หมอไม่รู้อะไรเลยครับ” เยซองส่ายหัว ที่ทำให้คนฟังแสดงออกชัดเจนว่าผิดหวัง

 

            “แต่หมอจะบอกสิ่งที่หมอเห็นให้นะครับ”

 

            ดวงตาเรียวรีจ้องนิ่งไม่ละไปไหน บ่งบอกว่าตั้งใจฟังอยู่ทุกคำ ซึ่งหมอคิมก็บอกได้เพียง

 

            “ความห่วงใยของญาติคนไข้เป็นของจริงแน่นอนครับ หมอไม่คิดว่าจะเจอใครบนโลกใบนี้ที่ห่วงใยคุณฮยอกแจได้มากเท่านี้อีกแล้ว” บทสนทนาที่ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าหมายถึงใคร แต่พวกเขาเข้าใจตรงกันทันทีว่าคนคนนั้นคือคนที่ยืนอยู่หน้าห้องอย่างแน่นอน

 

            “ฮึก”

 

            แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ฮยอกแจต้องการ แค่ประโยคเดียวนี้ก็ทำให้คนฟังน้ำตาร่วง กอดตัวเองเอาไว้แน่น ปล่อยน้ำตาให้ไหลผ่านแก้ม เมื่อความหนักอึ้งในหัวใจมันเบาบางลง หูได้ยินเสียงทุ้มบอก ไม่ใช่ในฐานะหมอ แต่ในฐานะคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก

 

          “ถ้าอดีตมันรื้อฟื้นไม่ได้ เชื่อในปัจจุบันสิครับ”

 

            เขาเชื่อได้ใช่มั้ย อ้อมกอดอบอุ่นของคนที่กอดกันด้วยความห่วงใยเมื่อครู่ เขาเชื่อมันได้ใช่มั้ย

 

            ความคิดที่ทำให้ฮยอกแจยิ่งสะอื้นหนัก แต่แท้จริงแล้วเขาอาจจะปรารถนาแบบนี้...ใครสักคนที่เชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดมันถูก

 

            เขาจะเชื่อ จะเชื่อว่าหานฮันคยองเป็นผู้บริสุทธิ์...จะเชื่อ...

 

...................................................

 

            ต่อค่ะ

 

            ในชีวิตของคิมคิบอมผ่านอะไรต่างๆ มามากมาย จนชายหนุ่มก็คิดว่าเขาเป็นพวกจิตใจโหดเหี้ยมที่ต่อให้มีคนตายลงตรงหน้าก็ไม่อาจจะรู้สึกอะไร และไม่ว่าเขาจะเจอใครที่คิดว่ายิ่งใหญ่มาจากไหน ก็ไม่เคยเลยที่จะสัมผัสได้ถึงความอึดอัด อย่างมากคือความระแวง แต่ครั้งนี้ ภายในรถยนต์ที่แล่นอย่างเงียบเชียบ นายใหญ่แห่งตระกูลคิมรู้สึกถึงคำนี้...อึดอัดจวนจะบ้า

 

            ความอึดอัดที่อาจจะมากที่สุดที่เคยเจอในชีวิตนี้รวมกัน และสาเหตุมันมาจาก...ผู้ชายที่เพิ่งจะร้องไห้กับเขา

 

            คนสนิทที่ประจำตำแหน่งคนขับ หากแต่ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยหยดน้ำใส ปราศจากน้ำตาแล้ว แววตากลับมานิ่งเฉยตามเดิม แม้แต่สีหน้าก็ไม่เปลี่ยนเลยสักนาที ดงแฮแค่ทำหน้าที่ของตัวเองราวกับเรื่องก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            ทุกอย่างเหมือนปกติ แต่...คิบอมรู้ว่าไม่ใช่

 

            ก่อนหน้านี้ดงแฮอาจจะพยายามวางตัวเองในฐานะแค่สุนัขรับใช้ ไม่กล้าเข้าใกล้เขาเพราะเป็นเพียงลูกน้อง แต่วันนี้ เวลานี้ สิ่งที่เขาสัมผัสได้ไม่ใช่การวางตัว แต่เป็น...ความห่างเหิน

 

            ไม่มีแววตาที่เหลือบมามองเขา ไม่มีความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจนทำให้รู้สึกดี ทุกอย่างมันตรงกันข้าม จนคิบอมก็ยังไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ เพื่อรอดูสถานการณ์

 

            กระทั่งกลับมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ในเวลาเช้ากว่าปกติ เพราะเจ้าตัวเองก็ตั้งใจว่าอยากจะคุยกับคนสนิทให้รู้เรื่อง การคุยที่ทำงานซึ่งมีสายตาสอดส่องของหลายๆ คนไม่ใช่เรื่องดี และถึงเขาจะเป็นเจ้านาย ก็ไม่มีความคิดจะสร้างศัตรูกับที่ปรึกษาของตัวเอง

 

            คังอินอาจจะพูดเสมอว่าอย่าไว้ใจใครแม้กระทั่งตัวเองหรือดงแฮ แต่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจถ้าเห็นคนที่เลี้ยงมากับมือต้องเสียใจ

 

            ความคิดนั้นเองที่ทำให้คิบอมอยากจะกลับมาเคลียร์ที่บ้าน ทว่า...

 

            “ทำอะไรน่ะดงแฮ”

 

            ร่างสูงถามเสียงห้วนทันทีที่เห็นว่าร่างเพรียวก้าวยาวๆ ไปคว้าเสื้อผ้าออกมาจากตู้ ขายาวก็ก้าวเข้าไปชิด มือใหญ่คว้าเข้าที่ข้อแขน ดวงตาคู่คมหรี่ลงที่หมายถึงความไม่พอใจ และนั่นก็ทำให้คนสนิทหันกลับมาสบตา

 

            กึก

 

            แววตาที่เรียบเฉยตลอดการทำงานสั่นไหวอีกครั้ง

 

            “ผมขออนุญาตครับนาย”

 

            “หมายความว่ายังไง”

 

            คิบอมอาจจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่เขาก็ยังถาม อยากได้ยินชัดๆ

 

            “ผมขอกลับไปนอนที่ห้องได้มั้ยครับ”

 

            “ไม่ได้!

 

            การได้ยินชัดๆ ที่จะปฏิเสธชัดๆ เช่นเดียวกัน และนั่นก็ทำให้คนสนิทก้มหน้าลง

 

            “ผมขอคืนเดียวครับ”

 

            “คืนเดียวหรือกี่คืนฉันก็ไม่อนุญาต!” คนตัวโตว่าเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม แต่ดูเหมือนคนที่เชื่อฟังคำสั่งอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องมาตลอดจะคิดแข็งข้อ เพราะเสียงเบาหวิวยังดังต่อไป

 

            “ผมขอเวลาคิดอะไรเงียบๆ สักคืนนะครับ”

 

            “คิดที่นี่ก็ได้”

 

            คิบอมรู้ว่าเขากำลังทำตัวงี่เง่าและเอาแต่ใจ แต่การได้เห็นน้ำตาเมื่อตอนสาย บอกเขาว่าไม่ควรจะปล่อยอีกฝ่ายไปไกลจากสายตา จนเกือบจะสั่งด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจว่ายังไงดงแฮก็ต้องฟัง แต่ไม่ทัน...

 

            “ได้โปรดครับนาย”

 

            ไม่ทันน้ำเสียงสั่นเครือที่เอ่ยขอร้อง กับดวงตาที่ยกขึ้นมามอง และมัน...มีหยดน้ำตาในนั้น

 

            “โกรธฉันเรื่องฮยอกแจใช่มั้ย”

 

            น้ำตาที่ทำให้เอ่ยถามเสียงเข้ม แต่ดงแฮไม่ตอบ เพียงยืนยันคำเดิม

 

            “ผมขอแค่คืนเดียวครับเจ้านาย ขอผมกลับไปนอนที่ห้องเถอะครับ”

 

            “งั้นฉันไปนอนห้องอื่นเอง”

 

            ไม่ เขายังไม่อนุญาต เขาไม่ให้ดงแฮไปนอนที่อื่น ถ้าต้องการคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว เขาจะย้ายไปนอนห้องข้างๆ หรือห้องไหนในตึกใหญ่ก็ได้ และเชื่อเถอะว่าหากใครได้ยินแบบนี้ก็คงต้องดีใจกันทั้งนั้นที่เขาเป็นฝ่ายยอมเสียสละ แต่ไม่ใช่...ดงแฮ

 

            คนที่ส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า

 

          “ผมขอสักคืนที่ไม่ต้องคิดเรื่องของเจ้านายได้หรือเปล่าครับ”

 

            กึก

 

            คนฟังนิ่งอึ้ง ไม่คาดคิดว่าดงแฮจะกล้าพูดกับเขาแบบนี้ คนที่เคยคิดแค่เพียงเรื่องของเขา มองแค่เขา ปกป้องเขา กำลังบอกว่าอยากจะเลิกคิดเรื่องของเขางั้นหรือ

 

            “ถ้าผมอยู่ห้องนี้ก็จะคิดแต่เรื่องของเจ้านาย เพราะฉะนั้น ผมขอกลับไปที่ห้องนะครับ”

 

            ดงแฮก้มหน้าลงอีกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่กล้าปฏิเสธเขาด้วยการดึงมือจากการเกาะกุม แล้วถอยหลังสองก้าว เพื่อโค้งให้อย่างสุภาพ ราวกับว่าเป็นเพียงลูกน้องธรรมดาที่ไม่ได้นอนร่วมเตียงกันมานานนับเดือน จากนั้นร่างเพรียวก็เดินผ่านหน้าเขาไป

 

            “ดะ...”

 

            “ขอบคุณครับนาย”

 

            คิบอมหมุนตัวไปหมายจะคว้าอีกฝ่ายเอาไว้ แต่เพียงเสียงขอบคุณแสนเศร้าดังมาให้ได้ยิน ร่างกายก็แข็งทื่อ ได้แต่มองดงแฮที่ก้าวออกจากห้อง พร้อมกับประตู...ที่ปิดลง

 

            ตุบ

 

            ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง สองมือกุมเข้าหากัน เพราะเขา...ไม่เข้าใจตัวเอง

 

            เวลานี้เขาควรจะโกรธสิ ไม่พอใจสิ ขุ่นเคืองสิที่ดงแฮกล้าขัดคำสั่ง ไม่ใช่...เจ็บหัวใจ

 

            “ฉันทำผิดงั้นหรือ”

 

            นี่อาจจะเป็นไม่กี่ครั้งในชีวิตที่คิมคิบอมกำลังทวนถามตัวเองว่าเขา...ทำอะไรลงไป

 

.............................................

 

            ครบค่า กลับมาคู่นี้พร้อมกับแยกห้องกันอยู่ นี่ถ้าแต่งกันแล้วเขาเรียกว่าเหตุการณ์นำพาเตียงหักหรือเปล่านี่ แฮ่ ครั้งแรกเลยมั้งคะที่เฮกล้าที่จะปฏิเสธบอม นี่ไม่ฟังคำสั่งไม่พอ กล้าดึงมือออกมาเลยนะเออ มันหมายความว่าสิ่งที่เฮรู้สึกตอนนี้คือความเจ็บอย่างที่สุด มากขนาดที่ความภักดีก็ยังยอมแพ้เลยนั่นแหละจ้า แต่มาดูนายใหญ่นะคะว่าเขาจะยอมมั้ย และถ้ายอมจะยอมได้นานแค่ไหน

            ใช่ๆๆ ที่เมย์เล่าหนก่อนใช่มั้ยล่ะว่าคุยกับพี่แล้วถามว่าตกลงคู่ฮันฮยอกมีเรื่องไหนไม่ม่าบ้าง พอคิดไปคิดมา แทบไม่มีจริงๆ ด้วย ยกเว้นเรื่องแก๊งหมอแล้ว ฮันฮยอกนี่เจ็บมาทุกเรื่องอะ ไม่รู้ทำไม

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

88 ความคิดเห็น

  1. #9485 namtran99 (@namtran99) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:57
    เจ็บเกินไปแล้ว
    #9485
    0
  2. #9200 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:25

    สนน. !!!!

    #9200
    0
  3. #7669 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 02:11
    ทำไมึวามรักช่างโหดร้าย
    #7669
    0
  4. #7510 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 09:00
    จะเศร้าคู่ไหนดีล่ะ อิพี่ฮันก็ใจแข็งเกิ้น ส่วนน้องเฮ หนูทำถูก คุณเจ้านายทำร้ายหัวใจเกินไป แยกห้องให้สำนึก
    #7510
    0
  5. #7379 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:43
    บางทีก็อยากบอกเมย์ว่าไม่ต้องรักคิเฮ ฮันฮยอกมากก็ได้ ฮืออออออออ นี่ร้องไห้ตามตลอดเลย สงสารง่าาาาาาาา ร้องไห้กับฮยอกรุนแรงมาไม่ทันน้ำตาแห้งมาร้องไห้กับหนูเฮต่อเลย ปวดใจจจจจจจ นี่อยากถามบอมมากเลยว่าเพิ่งรู้ตัวหรือว่าทำผิดน่ะ ย้าาาาาาา เมียขอแยกห้องเลยนะ คิดดูเถอะว่าเจ็บแค่ไหน ฮือออออออ
    #7379
    0
  6. #7373 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:20
    ฮืออออออ เศร้าาา ทำไมน่าสงสารกันทั้งเรื่องแบบนี้ๆๆ งือออ เมื่อไหร่จะได้เข้าใจกันซักที หมดไปเท่าไหร่แล้วกับน้ำตานั้น ㅠㅠ
    #7373
    0
  7. #7354 Noparat (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:34
    สงสารดงเฮ
    #7354
    0
  8. #7334 ngtnaj (@janngt) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:36
    ยังงงงงงงจะกล้าถามอีกหรอว่าทำผิดมั้ยคิบอมมมมมมมมม โกรธ ร้องไห้แทน เสียใจตาม
    #7334
    0
  9. #7333 COLOR_NIP (@COLOR_NIP) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:38
    TT____________TT
    สงสารดงแฮจังงงงงงงงงงงงง แงแแง ~
    คนที่ไม่เคยคิดอะไรกับความรู้สึกนี้มาก่อนอย่างดงแฮ พอได้รู้สึกแล้ว ก็เจ็บปวดไม่น้อย ....เจ้านายรีบตามไปนะ อย่าปล่อยให้ดงแฮคิดมากคนเดียว
    #7333
    0
  10. #7332 คิ้วท์ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:04
    สงสารดงแฮ ไม่ต้องรีบกับห้องหรอกเนียนอยุ่ห้องตัวเองต่อให้เจ้านายมันคลั่งตายไปเลย
    #7332
    0
  11. #7331 『hanhyuk』③⑧ (@minami2718) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:14
    เออออ ทงเฮเจ็บจริงง คนอ่านก้เจ็บหน่วงงหนักมากกก บอมผิดร้ายแรงงง ผิดที่ไม่บอกกก!!! ผิดทุกอย่างงๆๆ
    #7331
    0
  12. #7330 rungjs (@rungjs) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:10
    ไรท์จ๋า ต่อเร้วว
    #7330
    0
  13. #7329 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:24
    ปลาอยให้เฮได้คิดอะไรเงียบๆ คนเดียวน่ะดีแล้ว คนอย่างเฮน่ะไม่ทำอะไรโง่ๆ เพราะเรื่องแบบนี้หรอก แค่ขอเวลาขอพื้นที่ให้หัวใจได้พักได้รักษาบาดแผลหน่อยก็พอ....
    #7329
    0
  14. #7328 Natto382 (@arsuena_sagi) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:03
    เอออออออ ขออยู่คนเดียวซักคืนโดยไม่ต้องคิดเรื่องบอม พรุ่งนี้​หนูจะเข้มแข็งนะลูก เอออีบอมรู้สึกถึงความเจ็บปวดซะบ้าง สาแก่ใจอีช้อยนัก เอาแต่ความรู้สึกลูกน้องมาเล่น

    ฮันฮยอกที่ไม่ค่อยดราม่าก้เห็นจะมีแต่ colorful loveกับscent of loveนี่ล่ะ ความจริงhiphop girlsก้มีบ้างนะแต่ไม่เท่าดวงดาว กับ โซ่ตรวน สองเรื่องนั้นแบบ ฮืออออออออ กรีดหัวใจชั้นออกไปเลย!! ตาบวมฉึ่ง
    #7328
    0
  15. #7327 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:30
    หน่วงในหัวใจไปหมดแล้ว เข้าใจทงเฮนะ เข้าใจมากๆด้วยว่ารู้สึกอย่างไร บอสถามว่าบอสทำผิดหรอ อืม!!!! ทำผิด ผิดมากด้วย ผิดที่เล่นกับความรู้สึกคนน่ะ
    #7327
    0
  16. #7326 Fullmoonk (@Fullmoonk) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:14
    เข้าใจดงแฮนะ ความรู้สึกที่อยากเลิกคิดถึงเค้าสักคืน
    #7326
    0
  17. #7325 pla sj (@p_lovehae) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:52
    เมเม่ คิบอมใจร้าย เจ้านายนิสัยไม่ดี ไม่รู้หรอคุณลูกน้องเจ็บหัวใจ ชิชิ
    #7325
    0
  18. #7324 SuZu'Ell' (@lovelyaommiiz) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:52
    เศร้ามากกก น่าสงสารอ่ะ
    #7324
    0
  19. #7323 a_little_elf (@a-little-elf) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:45
    เดี๋ยวกลางคืนก็แอบย่องเข้าห้องมากอดคนที่(น่าจะ)ร้องไห้จนหลับ?แน่ๆ เดาเลย บอมมี่รักเงย์น้อยๆขนาดนี้ ทนแยกห้องไม่ได้หรอก
    #7323
    0
  20. #7322 Popo_KH (@moonampopo) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:38
    คิบอมทนไม่ได้ชัวร์
    #7322
    0
  21. #7321 pen_1290 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:10
    โหยยยย อินี่น้ำตาไหลอีกล้าว สงสารดงแฮอะ แงงงงง
    #7321
    0
  22. #7320 coolchocolate (@coolchocolate) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:09
    ถ้าไม่สุดทนจนทนไม่ไหวลูกน้องคนเก่งก็คงไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณเจ้านายแบบนี้แน่ๆ ตอนทำหน่ะไม่คิด มาคิดเอาตอนนี้ว่าทำผิด อยากจะหยิกคุณเจ้านายให้เนื้อเขียวจริงๆเชียว
    #7320
    0
  23. #7319 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:49
    พนันว่าอิบอมมันทนไม่ได้หรอก ไม่พ้นคืนมันต้องตามลูกน้องไป หึหึ เฮทำถูกมาก ไม่งั้นอิบอมมันควไม่รุสึก ชิชะ
    #7319
    0
  24. #7318 FisKy KH StubBorn (@stubborn-kh) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:49
    โอ้ยยยย ปวดหัวใจด้วยอีกคนค่ะพี่เมย์สงสารเฮมากอะ โอ๋ๆๆๆ เมนคนดี เค้าจะกอดปลอบเอง คิบอมใจร้าย เพิ่งรู้ตัวใช่มั้ยว่าผิด
    #7318
    0
  25. #7317 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:44
    มี HOW TO
    จะอ่านฟิคพี่เมย์อย่างไร ไม่ให้เจ็บตาม มีไหมค่ะ?
    #7317
    0