[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,371 Views

  • 9,513 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,392

    Overall
    672,371

ตอนที่ 63 : ตอนที่ 58 หากใจลูกน้องคิดแข็งข้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    26 ก.ค. 60


ตอนที่ 58 หากใจลูกน้องคิดแข็งข้อ

 

 

 

          ฉันกำลังขอคืนดี...ฉันกำลังขอคืนดี...ฉันกำลัง...

 

            “ดงแฮ ฟังฉันอยู่หรือเปล่า”

 

            วินาทีที่เจ้านายเอ่ยประโยคนั้นออกมา สมองของดงแฮก็เหมือนสัญญาณวิทยุที่ขาดหาย เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรที่ตามมาต่อจากนั้น ในหัวมีเพียงคำพูดของผู้เป็นนายที่ดังสะท้อนก้องไปมา จนคิบอมเอ่ยถาม มือข้างที่วางอยู่บนกลุ่มผมสีเข้มลูบเบาๆ ราวกับเรียกสติ

 

            นั่นทำให้คนฟังเงยหน้าขึ้นประสานสายตา เพื่อเผยให้เห็นดวงตาที่คลอเคลือบด้วยหยดน้ำใส

 

            “ผม...ไม่เข้าใจครับ”

 

            คนสนิทพึมพำ ส่ายหน้าช้าๆ

 

            “ผมไม่ใช่คนที่นายควรมาขอคืนดี...”

 

            เขาเป็นแค่ลูกน้อง เขาแค่ต้องทำตามคำสั่ง เขาไม่ควรได้รับคำพูดแบบนั้น

 

            “แล้วทำไมฉันจะง้อนายไม่ได้” คิบอมว่าด้วยเสียงที่เข้มขึ้น มองคนที่กดตัวเองต่ำติดดิน และนั่นก็ทำให้ดงแฮหลบสายตา

 

            “ผมไม่รู้ ผมแค่ไม่ควรได้รับมัน” คนฟังขมวดคิ้วฉับ ด้วยความเป็นคนที่ได้ทุกอย่างที่ต้องการเพียงแค่เอ่ยปากสั่ง การฟังคำตอบกำกวมของคนสนิทก็ทำให้คิบอมรู้สึกถึงความขุ่นขวางในใจ อยากจะจับอีกฝ่ายมารีบเร้นสิ่งที่คิด แล้วถามว่างั้นจะให้เขาทำยังไง

 

            คนอย่างคิมคิบอมไม่เคยง้อใคร แต่เขากำลังลดศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อง้อลูกน้องตัวเอง

 

            ทำไมดงแฮยังคิดปฏิเสธมัน

 

            ท่ามกลางความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มพยายามเย็นให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ เขาไม่อยากเอาอารมณ์มาลงกับคนตรงหน้าเหมือนเมื่อเช้า เขาอยากจะพูดคุยตกลงกันดีๆ แต่ดูเหมือนดงแฮจะไม่ต้องการฟังคำที่พยายามเอ่ยออกมา

 

            คนที่ยังยืนยันคำเดิม

 

            “ผมไม่รู้”

 

            ดงแฮกระซิบ ทั้งที่ภายในใจกำลังก่อเกิดคำตอบขึ้นมาช้าๆ...เขาไม่ปรารถนาคำขอโทษหรือคำง้อใดๆ ทั้งสิ้น

 

            การกระทำเหล่านั้นมันควรจะมีมอบให้กับคนที่มีใจไม่ใช่หรือ ต่อให้เขาโง่เรื่องความรู้สึกหรือความสัมพันธ์มากแค่ไหน แต่ดงแฮเห็นความรักของคังอินและอีทึกมาตลอดหลายปี เขารู้ว่าการง้อกัน การโกรธกัน การคืนดีกันเป็นเรื่องของคนสองคนที่มีใจตรงกัน แต่เขากับเจ้านายไม่ใช่แบบนั้น

 

            ดงแฮเพียงรักเจ้านายหมดหัวใจ แต่เจ้านายมีคนที่ต้องแต่งงานด้วย

 

            ความสัมพันธ์แบบนี้มันแตกต่างจากคนที่เลี้ยงเขามา ดังนั้น เขาก็สรุปง่ายๆ ตามประสาคนที่ไม่เคยรู้ว่าความรักคืออะไร ว่าเจ้านายควรจะง้อขอคืนดีคุณฮยอกแจในอนาคต ไม่ใช่เขาที่เป็นเพียงลูกน้องข้างตัว

 

            เจ้านายไม่ได้รักเขา อย่าทำแบบนี้เพื่อให้ใจมันถลำลึกมากไปกว่านี้เลย

 

            อย่างไรเสียข้อตกลงก็เกิดขึ้นแล้ว เจ้านายลั่นวาจาไปแล้วว่าจะแต่งงาน แล้ว...มาพูดแบบนี้ทำไม

 

            บางครั้งดงแฮก็นึกเกลียดตัวเองที่เขาไม่รู้เรื่องที่ง่ายที่สุดบนโลกใบนี้อย่างคนอื่น ถ้าเขามีครอบครัวที่อบอุ่น ถ้าเขามีคนที่สอนให้รู้จักความรัก ถ้าเขามีคนบอกให้รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นอย่างไร เขาจะเข้าใจเจ้านายมากกว่านี้มั้ย จะตอบรับให้ได้ตามที่เจ้านายปรารถนาหรือเปล่า

 

            เขาควรทำยังไง ดงแฮไม่รู้ และคิดว่าคนโง่เง่าที่ถูกพ่อแท้ๆ ทุบตีและมองเป็นขยะชิ้นหนึ่งมาแต่เด็กก็คงไม่มีวันรู้

 

            “ผมขอโทษครับ” คนหน้าหวานกระซิบบอกอีกครั้ง

 

            “ดงแฮ มองฉัน” คนรับคำสั่งก็เงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อเผยให้เห็นน้ำตาในนั้น

 

            “ไม่ชอบที่ฉันกำลังง้อนายหรือ” คนฟังเงียบไปอึดใจ ก่อนที่จะกระซิบเสียงเบา

 

            “การง้อ...ควรเป็นเรื่องของคนรักกันไม่ใช่หรือครับนาย”

 

            คำตอบนี้ทำให้คิมคิบอมนิ่งอึ้ง แต่เพียงอึดใจ เสียงทุ้มก็เอ่ยออกมา

 

            “งั้นนายมาเป็นคนรักของฉัน”

 

            กึก

 

            ร่างเพรียวชะงักงัน มองคนที่กำลังเลื่อนมือมากุมมือของเขาไว้ ทั้งที่เมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่นายมีความสัมพันธ์ด้วย เขาทั้งดีใจ ทั้งยินดี แต่พอเวลานี้เจ้านายกำลังเอ่ยคำที่ไม่ว่าหญิงสาวหรือชายหนุ่มคนไหนก็พร้อมจะตะครุบไว้ เขากลับ...ร้องไห้

 

            “ดงแฮ!

 

            “ผม...ขอตัวไปห้องน้ำนะครับ”

 

            น้ำตาร่วงออกมาจากดวงตาสองข้างแล้ว และดงแฮก็อาศัยทีเผลอของอีกฝ่ายมุดผ่านวงแขนแข็งแกร่ง ก้าวยาวๆ ออกไปทางหน้าประตู ตรงดิ่งออกจากห้องที่มีผู้ชายอีกคนอยู่ ก้าวผ่านไปทิศทางที่ไร้ผู้คน ซ่อนเร้นเข้าไปในเงามืด

 

          ทำไมถึงหนีออกมาล่ะดงแฮ ทำไมล่ะ

 

            ดงแฮมีความตั้งใจจะมอบทั้งชีวิตให้กับเจ้านาย ดังนั้น เขาพร้อมจะสละทุกอย่างเพื่ออยู่ปกป้องเจ้านาย แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับหนีออกมา เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่พร่าเบลอด้วยน้ำหยดใส ถ้อยคำของนายก้องสะท้อนไปมาในหัวใจ

 

            “เจ้านายอาจจะใช้คำผิด”

 

          ไม่ใช่คนรัก หากแต่เป็นชู้รักต่างหาก

 

            เผลาะ

 

            น้ำสีใสไหลลงกระทบแก้มขาว เมื่อความจริงตีกะหนาบหัวใจ

 

          นายต้องแต่งงานกับคุณฮยอกแจ ดังนั้นเขาก็เป็นแค่ชู้รักเท่านั้นเอง

 

            ดงแฮรู้นะว่าหากเจ้านายมอบตำแหน่งนั้นให้ เขาก็ควรพร้อมจะยอมรับมัน แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เขารู้จักความหึงหวง รู้จักความหวงแหน และเขากำลังร่ำร้องขอทุกอย่างว่าแล้วเจ้านายมีเขาเพียงคนเดียวไม่ได้หรือ แต่เพราะรู้ว่ามันไม่ได้ เขาถึงเผลอหนีออกมาแบบนี้ยังไงล่ะ

 

          อย่าทำตัวงี่เง่าแบบนี้ดงแฮ แค่พยักหน้า แค่รับคำสั่ง แค่ตกลงไปเงียบๆ เหมือนทุกครั้ง

 

            หากความคิดนั้นกลับทำให้น้ำตายิ่งไหลออกมา

 

            ความรักไม่เหมือนการทำงานที่แค่รับคำสั่งก็จบ แต่ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนที่เสมอภาคกัน  แต่ความรักของเขามันไม่เสมอภาคมาตั้งแต่ต้น

 

            “เกลียด” เขากำลังเกลียดตัวเองที่กำลังร่ำร้องหาความเสมอภาคนั้น

 

            ดงแฮเป็นแค่หมาก็พอแล้ว ไม่ควรเป็นคนเลย ไม่ควรรักเลย หากรัก...ทำให้ทรมานใจ

 

            “ดงแฮ” ร่างเพรียวยังคงยืนนิ่ง ยามที่สัมผัสอบอุ่นโอบกระชับร่างของเขา ปล่อยให้เจ้านายที่ตามมาดึงใบหน้าให้หันกลับไปสบตากัน

 

            ภาพใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสับสนและน้ำตาที่ทำให้คนขอคืนดีนิ่งงัน

 

            บางครั้งคิบอมเองก็คิดง่ายไปว่าความรักเป็นเรื่องง่าย

 

            การบริหารจัดการคนอาจจะไม่ใช่เรื่องยากของคิบอม แต่การบริหารหัวใจครั้งแรกของชายหนุ่มกำลังล้มเหลวไม่เป็นท่า ทุกอย่างย่อมต้องมีครั้งแรก แต่เมื่อเป็นครั้งแรกของผู้ชายที่คิดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายดาย คิบอมเองก็อาจจะกำลังมาถึงทางตัน

 

            ตอนนี้นายใหญ่ที่โกรธจัดกำลังร้อนรน...เขาแพ้น้ำตาของดงแฮ

 

            น้ำตาที่ทำให้ทุกอย่างในใจคนพยายามง้อเย็นเยือก ยิ่งคนสนิทกำลังทำหน้าสับสนในอ้อมกอด คนที่พยายามสอนสั่งความรู้สึกโดยไม่ทันคิดถึงผลที่ตามมา ก็ทำได้เพียงกอดกระชับร่างเพรียวเอาไว้แน่น และบอกได้แค่

 

            “ฉันขอโทษ”

 

            อ้อมกอดกระชับแนบแน่น ไร้ซึ่งเสียงใดๆ หลังจากนั้น มีเพียงสัมผัสของร่างกายผู้ชายสองคนที่กำลังหาคำตอบว่าตกลงแล้วความรักคืออะไรกันแน่

 

            และคิบอมก็ได้รู้แล้วว่า...ความรักไม่ใช่แค่เรื่องง่ายๆ อย่างที่เขาคิด

 

.........................................

 

ต่อค่ะ

 

            บางครั้งบางที คำว่า ข้ออ้าง ก็มีประโยชน์มากกว่าที่ใครๆ คิด

 

            “คุณฮันคยองจะกลับเลยมั้ยครับ”

 

            “อืม”

 

            วันนี้หานฮันคยองมีการตกลงพูดคุยเรื่องการก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ โดยใช้ชื่อบริษัทอื่นบังหน้า หากแต่มีตระกูลลีคุมอยู่เบื้องหลัง ทว่าปัญหาหลายๆ อย่างทำให้กว่าการพูดคุยจะจบลงก็ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ซึ่งท่าทางของชายหนุ่มที่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ทำให้คนสนิทเอ่ยปากถาม และคำตอบมีเพียงการพยักหน้าหนึ่งครั้ง

 

            “ที่เหลือฝากด้วยก็แล้วกัน”

 

            “ครับ...คุณฮันคยองเล่าให้คุณหนูฟังแล้วหรือครับ” คนที่นิ่งเงียบมาตลอดทั้งวันเอ่ยปากถามจนได้ ซึ่งคนฟังเงียบไปอึดใจ แล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ

 

            “เปล่า”

 

            “แล้วทำไม...ขอโทษครับ ผมไม่ควรถาม” คยูฮยอนเลือกที่จะไม่ถามต่อ เพียงแค่เปิดประตูให้เจ้านาย แล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

            “ผมแค่อยากเห็นคุณหนูยิ้มได้อย่างเมื่อเช้า ไม่ว่าคุณตกลงอะไรกันไว้ ต่อให้ผิดกับนายใหญ่ แต่ถ้าทำให้คุณหนูมีความสุข...คุณรู้ดีว่าผมพร้อมสนับสนุนคุณทุกอย่าง” คนสนิทว่าเช่นนั้น ให้ฮันคยองนิ่ง ก่อนที่ริมฝีปากจะยกขึ้นเพียงน้อย

 

            “ขอบใจ”

 

            ฮันคยองปิดประตูลง ไม่เอ่ยมากกว่านั้น ทั้งที่รู้ดีว่าเขาทำอย่างที่คนสนิทบอกไม่ได้

 

            ตอนนี้เป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่จะทำตามใจตัวเองเท่านั้น แต่เขาก็ขอใช้ข้ออ้างนี้ทำตามหัวใจก่อนที่จะหมดเวลา ดังนั้น สิ่งที่ชายหนุ่มทำคือการขับรถตรงดิ่งกลับบ้าน เพื่อเจอกับคนที่เพิ่งตกลงกันเมื่อเช้า

 

            เขาไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้สัมผัสคุณหนูฮยอกแจแบบนั้น อาจจะเป็นข้ออ้าง อาจจะเป็นข้อตกลง หรืออาจจะเป็นการกระทำของหัวใจ แต่นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ทำลงไปแล้วหัวใจเต้นรุนแรงด้วยความยินดี

 

            การได้ทำตามที่หัวใจบอกมันดีแบบนี้นี่เอง

 

            “คุณหนูทานข้าวเย็นหรือยัง”

 

            “ยังค่ะ คุณหนูฮยอกแจบอกว่าจะรอคุณ” เพียงก้าวเข้ามาในบ้าน ได้ยินสาวใช้บอกแบบนั้น ดวงตาแสนเย็นชาก็เป็นประกายขึ้นมาวาบหนึ่ง ก้าวตรงดิ่งไปยังห้องนอนที่เขาใช้มาเป็นสิบๆ ปี

 

            เขาย้ายออกจากห้องนั้นไม่ได้ แต่ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะมีวันที่คุณหนูอยู่ที่นั่นพร้อมกับเขา

 

            ชายหนุ่มดันบานประตูให้เปิดกว้างออก ตาคมกวาดมองเพียงครู่ก็เห็นใครบางคนที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่บนโซฟาเดี่ยว จนขายาวตรงเข้าไปหา แล้วก็เจอคนที่บอกว่าจะรอกำลังเอนหัวพิงพนัก หลับตานิ่ง สองมือกอดหมอนใบนุ่มเอาไว้แน่นจนริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ

 

            ตอนนี้เขาทำตามใจได้ใช่มั้ย

 

            ฮันคยองถามย้ำอีกครั้ง แต่เมื่อคิด ภาพของอีกฝ่ายยามที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของคิมคิบอมก็แวบเข้ามาในหัวเพื่อบอกว่าเวลาเหลืออีกเพียงไม่มาก นั่นเป็นการผลักดันให้ใบหน้าคมโน้มลงไป เพื่อที่จะใช้จมูกกดลงบนแก้มขาวหนักๆ

 

            “อืม” สัมผัสนี้ทำให้คนที่หลับอยู่ร้องเสียงเบาคล้ายรำคาญ แต่เปลือกตาสีอ่อนก็เปิดปรือขึ้นช้าๆ กะพริบอย่างงุนงง

 

            “ผมกลับมาแล้ว”

 

            “ช้าจัง” ฮยอกแจบอกอย่างไม่ตื่นดี ยกมือขึ้นขยี้ตาที่ทำให้คนมองยกมุมปากขึ้น แล้วก็รีบทำหน้านิ่งตามเดิม เมื่อดวงตาเรียวรีกำลังมองตรงมาที่เขา

 

            “คุณยังไม่ได้ทานมื้อเย็นใช่มั้ย”

 

            “อื้อ ก็บอกแล้วว่าจะรอ” ชายหนุ่มอยากจะเย็นชาใส่ อยากจะถอยออกไปให้ห่าง อยากจะทำตามคำสาบานที่มีต่อนายใหญ่ แต่เพียงมือขาวข้างหนึ่งยื่นมาจับชายกางเกงของเขาไว้ ก้อนเนื้อในอกที่พยายามตั้งกำแพงขึ้นมาปิดกั้นก็แทบจะทลายลง

 

            “กินด้วยกันได้มั้ย” คนพูดถามอย่างไม่แน่ใจ แต่มือยังจับกางเกงเอาไว้มั่น จนหนุ่มลูกครึ่งได้แต่...ใจอ่อน

 

            “ถ้าคุณหนูต้องการ”

 

            “แล้วนายล่ะ”

 

            “หืม?”

 

            “นายไม่อยากกินข้าวเย็นกับฉันหรือ” ดวงตาเรียวที่เคยขุ่นมัวด้วยความเคียดแค้นกำลังมองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมความสงสัย มือเรียวกระตุกกางเกงเบาๆ อย่างหวังเอาคำตอบ และท่าทางแบบนี้นี่เองที่ทำให้คนมองต้องเบือนหน้าหลบ

 

            คุณหนูเอาจริงสินะกับข้อตกลงเมื่อเช้า

 

          เราจะทำแบบนี้จนกว่าจะหมดเวลา

 

            ร่างสูงกำมือแน่นขึ้นมาชั่วอึดใจ แล้วคลายออก ใบหน้าคมก็ส่ายไปมาช้าๆ

 

            “เปล่า ผมบอกแล้วว่าจะรีบกลับมา”

 

            ฮันคยองยังไม่คุ้นชินจริงๆ ที่จะพูดจาแบบนี้ หลังจากที่แสดงละครบ้าๆ นั่นมาตลอดหลายเดือน แต่ดูเหมือนฮยอกแจไม่สนใจ เพราะใบหน้าขาวปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ ขณะที่ยันกายลุกขึ้นมายืนเคียงข้าง มือที่จับชายกางเกงเปลี่ยนมาเป็นชายเสื้อสูท

 

            “ขอบคุณนะ”

 

          ผมต่างหากที่ต้องบอกขอบคุณ

 

            คนฟังไม่ยอมสบตา แค่หันไปมองทางอื่น ยามที่บอกเสียงเรียบ

 

            “งั้นไปทานที่ห้องอาหาร” แม้จะฟังดูเหมือนคำสั่งมากกว่าคำถาม แต่ฮยอกแจก็หลุดยิ้ม พยักหน้ารับ มองคนที่ไม่ชอบให้เขาออกไปข้างนอก แต่ตอนนี้กำลังเอ่ยปากด้วยตนเอง

 

            “อื้อ แบบนั้นก็ได้” พอฟังคำตอบจบ ฮันคยองก็หมุนตัวเตรียมเดินนำไปที่ประตู ไม่ทันสังเกตแววตาครุ่นคิดของคนที่มองตามแผ่นหลัง

 

            ฮยอกแจตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที

 

            หมับ

 

            “หืม...!!!” หนุ่มลูกครึ่งส่งเสียงอย่างแปลกใจเมื่อถูกกระตุกชายเสื้อ แต่พอหันมามอง คนที่ตีหน้าเข้มมาตลอดก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อสัมผัสนุ่มๆ แตะลงบนริมฝีปาก อีกทั้งคุณหนูฮยอกแจยังเขย่งขาขึ้นมาสุดความสามารถ สองมือเอื้อมโอบรอบคอ กดจูบหนักๆ แล้วผละไปที่แก้มสาก

 

            จากนั้น คนที่ตัดสินใจดีแล้วก็กระซิบ

 

            “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะฮันคยอง”

 

            วินาทีนั้นคือวินาทีที่ฮันคยองรู้สึกอยาก...ร้องไห้

 

            ความรู้สึกมันจุกอก ความยินดีตีตื้นในหัวใจ พร้อมกับคำถามมากมายที่วิ่งวนในหัว ถ้าเขาไม่เกิดมาเป็นแค่ไอ้เด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง ถ้าเขาไม่ใช่แค่คนไร้หัวนอนปลายเท้า ถ้าเขาไม่เพียงรับปากนายใหญ่ว่าจะดูแลคนคนนี้ให้ดี ถ้าเพียงเขาเกิดมาเป็นคนที่เหมาะสม...เขาจะกลายเป็นคนที่มีความสุขมากแค่ไหน

 

            บางครั้งฮันคยองก็ถามตัวเองว่า...ทำไมเขาถึงรักกับคุณหนูไม่ได้

 

            หมับ

 

            ความคิดนั้นทำให้สองมือกอดกระชับร่างน้อยตอบ ซบหน้ากับกลุ่มผมนุ่มเพื่อไม่ให้ฮยอกแจเห็นดวงตา ไม่เห็นสีหน้าว่ากำลังรู้สึกยังไง ยามกล้ำกลืนก้อนแข็งๆ ลงไปในคอ กดความรู้สึกเอาไว้ในใจ ผิดกับสองมือที่กอดแผ่นหลังเล็กแน่น

 

            อยากจะรัก แต่รักไม่ได้...ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

 

            “เป็นอะไร”

 

            “เปล่าครับ” หนุ่มลูกครึ่งหลับตาลง แล้วลืมขึ้นมาใหม่ กลืนทุกความรู้สึกลงไป ยามที่หัวใจกำลังร่ำร้อง

 

          แค่สักครั้งเถอะนะ แค่สักครั้งในชีวิตที่จะได้มีความสุขเหมือนกับคนอื่นบ้าง

 

            ร่างสูงสูดหายใจเข้าปอด ผละออกห่างนิด แล้วมาเฟียตัวร้ายคนนั้นก็เป็นฝ่ายเอื้อมมือมาเกาะกุมที่มือขาว ประสานปลายนิ้วลงไปจนแนบแน่น บอกเพียงแค่...

 

            “ไปเถอะ ผมหิวแล้ว”

 

            น้ำเสียงอาจจะเรียบเฉย แต่ฝ่ามือที่สัมผัสมือของฮยอกแจอบอุ่นจนน่ากลัว

 

            การกระทำที่ฮันคยองไม่ได้ฝืนทำ เพราะนี่...คือการกระทำจากใจของเขาจริงๆ

 

ต่อค่ะ

 

            ขณะที่ฮยอกแจก็ขมวดคิ้ว ร่างน้อยสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายดูแปลกไป แต่ก็ปัดความคิดนั้นออกจากใจอย่างรวดเร็ว เพราะเขาน่าจะรู้ดีสิว่าพวกเขาต้องแปลกอออกไปอยู่แล้วกับข้อตกลงแปลกประหลาด ดังนั้น คุณหนูลีจึงเลือกจะทำเป็นมองไม่เห็นท่าทางอีกฝ่าย ไม่เอ่ยทักถึงฝ่ามืออบอุ่นที่เกาะกุมอยู่บนมือ ทำเหมือนกับว่าเราเดินจับมือกันแบบนี้ทุกวัน

 

            “วันนี้เหนื่อยมั้ย”

 

            “หลอกถามเรื่องงานผมหรือไง” ร่างสูงถามกลับเรียบๆ ที่ทำให้คนฟังหลุดยิ้มออกมาจางๆ กระตุกมือใหญ่ราวกับเรียกร้องความสนใจ

 

            “แบบนี้ไม่ได้เรียกหลอกถาม เขาเรียกห่วงแฟน”

 

            “หืม?”

 

            ร่างเล็กก็อยากจะหัวเราะออกมาหรอกนะ เมื่อคนตัวโตหันกลับมาสบตา คิ้วเข้มเลิกขึ้นเหมือนไม่เชื่อคำที่ได้ยิน แต่เพราะก้อนแข็งๆ มันจุกอยู่ที่คอ กับความคิดที่ว่าก็เป็นได้แค่ตอนนี้ จนรีบเบี่ยงเบนความคิดตัวเองเป็นการก้มลงมองฝ่ามือที่กุมเข้าหากัน

 

            “ไม่ถูกหรือไง ตอนนี้เป็นแฟนกัน” ฮยอกแจเขย่ามือให้เห็น แล้วว่าต่อ “ฉันเป็นห่วงก็ถูกแล้ว”

 

            คนฟังทำหน้าเหมือนทรมานขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าเรียบขรึมจะยกริมฝีปากขึ้นมาน้อยแสนน้อย

 

            “ถ้าคุณหนูว่าอย่างนั้น”

 

            “แล้วนายล่ะว่ายังไง ฉันเป็นแฟนคนที่เท่าไหร่ล่ะ” ฮยอกแจถามด้วยน้ำเสียงขบขัน ทั้งที่ใจไม่ได้หัวเราะไปด้วยสักนิด เพราะนี่เป็นคำถามที่เมื่อก่อนไม่กล้าถาม ไม่คิดจะเอ่ยออกมา แต่ตอนนี้ใจเขาคงเจออะไรมาเยอะจนคิดว่าถึงได้คำตอบก็คงไม่เสียใจเท่าไหร่

 

            ในระหว่างที่ลีฮยอกแจรักหานฮันคยองมาตลอด อีกฝ่ายมีใครมาแล้วกี่คน

 

            ทว่าคำถามนี้กลับทำให้ชายหนุ่มหยุดเดิน ร่างสูงหมุนตัวกลับมาประสานกับดวงตาเรียวรี ถามด้วยเสียงจริงจัง

 

            “คุณหนูอยากรู้หรือ”

 

            “ไม่เรียกฉันว่าคุณหนูได้มั้ย” ฮยอกแจถามไปอีกเรื่อง เพราะใจก็อยากทำแบบนี้มาตลอด

 

            “เรียกฉันว่าฮยอกแจเฉยๆ ได้มั้ย”

 

            ไม่ว่าเมื่อก่อน หรือตอนที่คิดว่าฮันคยองฆ่าพ่อแม่ อีกฝ่ายไม่เคยเรียกเขาด้วยชื่อเลย จะเรียกว่าคุณหนูทุกครั้ง จนอยากได้ยินสักครั้ง ชื่อของตัวเองที่ออกจากปากของคนคนนี้ ให้รู้ว่าเราฐานะเดียวกัน และนั่นก็ทำให้คนฟังอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ได้มั้ย ฉันขอมากไปหรือ” ร่างเล็กถามย้ำ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบ แล้วเขาไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าในนั้นเหมือนสั่นไหว จนต้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงขอร้อง

 

            “นะ ฮันคยอง”

 

            “...”

 

            หนุ่มลูกครึ่งยังคงเงียบ จนใจคิดว่าคงไม่มีหวัง และเขาควรจะพอเท่านี้ก่อนที่อะไรๆ จะแย่ลง จนฮยอกแจฝืนยิ้มให้นิด เป็นฝ่ายออกเดิน

 

            “ช่างเถอะ คุณหนูเหมือนเดิมก็ได้...”

 

            “...แจ”

 

            “ห้ะ?” คุณหนูลีเหลียวกลับมาแทบไม่ทัน แล้ววินาทีนั้น ร่างกายก็แข็งทื่อ สมองหยุดทำงาน ยามที่ได้สบกับดวงตาคมที่ฉายประกาย...อ่อนโยน

 

            คนที่เอ่ยออกมาช้าและชัดเจน

 

            “ฮยอกแจ”

 

            ฮยอกแจคิดว่าเขาร้องไห้มาพอแล้ว ร้องมาเยอะจนน่าสมเพชแล้ว แต่ทำไมกัน เพียงแค่คนคนนี้เรียกด้วยชื่อ ก้อนเนื้อในอกก็บีบรัดอย่างทรมานปนสุขสม รู้สึกเหมือนมันจะปริแตกด้วยจังหวะการเต้นที่รุนแรง พอๆ กับแหลกสลายไปเมื่อคิดว่าจะเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ที่จะได้ยินเสียงนี้ เรียกชื่อนี้...แค่ฮันคยองเรียกชื่อ ฮยอกแจก็แทบจะตาย

 

            หมับ

 

            ทันใดนั้น มือใหญ่ก็เลื่อนมาสัมผัสที่หางตา ปลายนิ้วเกลี่ยให้อย่างเบามือ จนคนที่กำลังทรมานยิ่งหายใจไม่ออก อยากจะกอดรัดอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ฮยอกแจทำได้บีบมือข้างเดิมแน่น หายใจลึกยาว แล้วหลับตาลง กระซิบเสียงเบา

 

            “ขอกอดหน่อย...ได้มั้ย”

 

            แทนคำตอบ อ้อมกอดแข็งแรงก็โอบกระชับร่างน้อยเข้าสู่แผ่นอกกว้าง กระชับเอาไว้พอสัมผัสถึงไออุ่นของกันและกัน จากนั้นเสียงทุ้มก็ตอบคำ

 

            “ได้มากเท่าที่คุณต้องการ”

 

            ฮยอกแจยิ้ม รู้สึกถึงน้ำตาหยดใสที่เอ่อขึ้นมาในดวงตา แต่เขาก็ฝืนกลืนมันเข้าไป ซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างราวกับเรียกหากำลังใจ ย้ำเตือนกับตัวเองว่าได้เท่านี้ก็พอใจ แต่ใครจะคิดล่ะว่าคนตัวโตกลับเอ่ยตอบคำถามก่อนหน้า

 

            “ที่คุณถามผมว่าผมเคยคบใครมาแล้วกี่คน”

 

          ไม่เอา ไม่อยากรู้ ไม่อยากได้ยิน

 

            คุณหนูลีอยากจะส่ายหัว อยากจะบอกปัดว่าไม่ต้องการรู้แล้ว ไม่อยากให้ความสุขน้อยนิดนี่หายไปเพียงเพราะความหึงหวง แต่เขาก็ทำได้แค่ยืนนิ่ง ฟังเสียงทุ้มที่กำลังบอกว่า...

 

            “คำตอบคือศูนย์”

 

            “หมายความว่ายังไง”

 

            ฮยอกแจแทบจะดันอกอีกฝ่ายออก เงยหน้าขึ้นสบตา เพื่อสบกับดวงตาจริงจังของผู้ชายคนเดิม คนที่เขาก็เห็นนะว่าเสน่ห์แรงมากแค่ไหน แม้จะเป็นแค่ลูกน้องของพ่อ แต่หญิงสาวหรือชายหนุ่มมากมายก็ปรารถนาในตัวของผู้ชายคนนี้ที่กำลังบอกย้ำให้เขามั่นใจ

 

            “ผมไม่เคยคบกับใคร ถ้าคุณหนูเรียกว่านี่คือการคบหา คุณก็เป็นแฟนคนแรกของผม”

 

          แย่จัง ทั้งที่บอกว่าจะไม่ร้องไห้ แต่นี่นายกำลังร้องไห้พร้อมกับยิ้มออกมาเลยนะฮยอกแจ

 

            มันคือยิ้มทั้งน้ำตาที่ต้องรีบป่ายปัดมือบนหน้า

 

            สมองของฮยอกแจบอกว่าอย่าเชื่อ แต่หัวใจกลับ...เชื่อหมดใจ

 

            ในเมื่อโกหกตัวเองว่าจะจบความรักทุกอย่างหลังจบเรื่องพ่อกับแม่ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันหยุดรักคนตรงหน้าได้ กับแค่เชื่อคำพูดที่ทำให้หัวใจพองโต ทำไมลีฮยอกแจจะทำไม่ได้ และตอนนี้เขาก็เชื่อ เชื่อจนได้แต่ซบหน้าลงกับอกกว้างอีกครั้ง ไม่สนใจหรอกว่าใครในบ้านจะมองยังไง

 

            ฮยอกแจคนนี้จะไม่สนอะไรอีกแล้ว ถ้าไขว่คว้าความสุขได้เพียงแค่หนึ่งนาทีก็ยังดี

 

            ความสุขที่หมดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อคนงานที่ละล้าละลังคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

            “คุณฮันคยองคะ”

 

            “ว่าไง” ร่างสูงที่ไม่ปล่อยจากร่างเล็ก ยามถามเสียงเรียบ

 

            “คือ...คุณฮีชอลมาขอพบคุณหนูค่ะ”

 

            ชื่อที่ทำให้ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมาทันควัน มองไปยังคนรายงาน ขณะที่หัวใจซึ่งกำลังพองฟูก็ฟีบแฟบลง ตามมาด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ

 

            เขากำลังคิดว่าคนที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องทั้งหมดนี่ นอกเหนือจากฮันคยองก็คงเป็น...คิมฮีชอล...น้าแท้ๆ ของตัวเอง

 

.................................

 

            ครบค่ะ หายไปไหนมา ติดการ์ตูนจ้า โอย ชีวิต แต่ช่างเถอะเนอะ มาต่อเรื่องของเราต่อดีกว่า เรื่องทุกอย่างเหมือนจะดีก็ชอบมีอะไรมาขวางเนอะ ไม่มีคู่ไหนที่แบบเคลียร์กันแฮปปี้สักคู่ อย่างของคู่นี้ ฮยอกแจกำลังสงสัยค่ะ ถ้าเขาเลือกที่จะตัดเกิงออกไป จริงๆ แล้ว คนที่น่าสงสัยก็เหลืออยู่ไม่กี่คน เพราะทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ฝั่งบอมที่ทำแน่นอน มันจะเหลือตัวเลือกอีกกี่คนกัน และหนึ่งในนั้นที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดก็พี่ฮีเราเนี่ยล่ะเนอะ น้าแท้ๆ คนนี้นี่ล่า

            เอาล่ะค่ะ สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #8415 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:35
    แสดงความรักกับคุณหนูหน่อยก็ได้นะฮันคยอง

    ว่าแต่ เราก็แอบกลัวว่าจะเป็นฮีชอล
    #8415
    0
  2. #8102 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 16:32
    อ้ากกกกก ความสัมพันธ์เน้~
    #8102
    0
  3. #8021 'ggringps (@sailisburry) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 20:40
    โอ้ยยยย ฮันควรคิดใหม่ได้แล้ว ตัวเองเก่งขนาดนี้ ใครเค้าจะคิดว่าไม่เหมาะสม
    #8021
    0
  4. #8020 love hyuk (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 20:08
    กำลังหวานอยู่เลย ฮีชอลมาแล้ว

    แอบกลัวว่าจะเป็นฮีชอล คือถ้าตัดทุกคนออกไป ฮีชอลก็ได้รับผลประโยชน์เต็มๆจริงๆนั่นแหละ
    #8020
    0
  5. #8019 Noparat (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 17:34
    อยากเห็นฮันฮยอกมีความสุขแล้ว
    #8019
    0
  6. #8018 pen_1290 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 11:57
    ลุ้นไปกับฮยอกแจอ่า อยากรู้จริงๆว่าคนร้ายจะใช่น้าฮีชอลหรือเปล่า ลุ้นๆ
    #8018
    0
  7. #8017 Kimkratae (@nongkatae) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:38
    ฮีชอลทำอะไรหรือเปล่าหว่า แต่ก็น่าสงสัยสุดละนะะะ
    #8017
    0
  8. #8016 SuZu'Ell' (@lovelyaommiiz) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 08:10
    คนกำลังจะสุขข ทำไมต้องมีมารมาขวางด้วยนะะ
    #8016
    0
  9. #8015 Dummy'P (@phonpath) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 07:01
    ใจชุ้น หน่วงๆสุขๆ น้ำตามาตลอดที่อ่านเรื่องนี้จริงๆ ให้นิยามตอนนี้ "ความสุขสีเทา"
    #8015
    0
  10. #8014 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 06:57
    บิ้มทั้งน้ำตาชัดๆ
    #8014
    0
  11. #8013 ปลากระป๋อง (@plamaszaboh) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 06:24
    เอ๊ะ ฮีทำๆอะไ
    #8013
    0
  12. #8012 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 06:16
    มันมีความหน่วงอยู่ในทุกคู่
    #8012
    0
  13. #8011 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 06:09
    เรื่องนี้นี่มัน...... จะสุขก็สุขไม่สุดจริง ๆ ค่ะ มีความรู้สึกหน่วง ๆ ปวดหนึบในใจอยู่เนือง ๆ รีบสืบหาความจริง ขอให้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้โผล่หางออกมาเร็ว ๆ นี่หน่วงมาก ไม่ไหวแล้ววววววววว
    #8011
    0
  14. #8010 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:35
    ความสุขแบบหน่วงๆ นี่มันอะไรกัน!!!!!!!! สงสารทุกคนแบบไม่ไหวแล้วอะ อยากให้คดีนี้มันคลี่คลายไวๆ ทุกคนจะได้ยิ้มออกมาจากใจสักทีไม่ใช่ยิ้มทั้งน้ำตากันแบบนี้ T^T
    #8010
    0
  15. #8009 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 23:41
    มันสุขไม่สุดอ่าาาา น้าฮีชอลก็มาอีกแล้ว สงสารคู่นี้มากกก
    #8009
    0
  16. #8008 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 23:31
    ยิ้มทั้งน้ำตา ฮืออออ
    #8008
    0
  17. #8007 Eyeprs (@Eyeprs) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 23:04
    สงสารคู่นี้ที่สุดแล้วจริงๆ
    #8007
    0
  18. #8006 CHOR2K (@chor2k) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 22:59
    ซึ้งอ่าาา น้ำตาไหลเลย สงสารฮันฮยอก
    #8006
    0
  19. #8005 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    เชี้ยยน ขัดบรรยากาศ!!!
    #8005
    0
  20. #8004 tamaki-suoh (@jannyhotgirl) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 22:56
    ชอบทั้ง2คู่เลยจริงๆๆ สนุกๆ
    #8004
    0
  21. #8003 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 22:53
    จะร้องไห้ตามฮยอกแล้ววว จะสุขก็สุขไม่สุดทจะทุกข์มันก็ไม่ทุกข์ งือออ ละพี่ฮีเป็นคนที่น่าจะเป็นไปได้อีกคน โอยยย ลุ้นมากอ่าาา
    #8003
    0
  22. #8002 gamsama (@gamsama) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 06:57
    คือหนูต้องยิ้มใช่มั้ยพี่เมย์ มันยิ้มไม่สุดเลยรู้มั้ยยย ฮื่ออออ
    #8002
    1
    • #8002-1 เพอร์ซ (@pppearclll) (จากตอนที่ 63)
      25 กรกฎาคม 2560 / 23:13
      ตื่นเต้นน อยากรู้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง
      #8002-1
  23. #8001 Noparat (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 22:27
    สงสารฮันคยอง รักฮยอกแจมาก แต่ก็แสดงออกอย่างใจคิดไม่ได้
    #8001
    0
  24. #8000 love hyuk (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 19:19
    ฮันคยองน่าสงสารอ่า รักเค้ามาก แต่แสดงออกไม่ได้ สุดท้ายก็เจ็บกันทั้งสองคน

    อ่านคู่นี้ตอนหวานๆทีไร หน่วงในใจทุกที มันเป็นความหวานที่ต่างคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าสักวันต้องปล่อยมืออ่ะ

    ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย
    #8000
    0
  25. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 12:02
    ชักอยากได้รวมเล่มเรื่องนี้เร็วๆแล้วสิ
    #7999
    0