[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,417 Views

  • 9,513 Comments

  • 4,982 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,438

    Overall
    672,417

ตอนที่ 66 : ตอนที่ 61 เป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    1 ก.ย. 60


ตอนที่ 61 เป้าหมาย

 

 

 

            “ถ้าไม่ถาม ฉันจะไม่ตอบนะ”

 

            “ผมไม่มีอะไรจะถามครับ”

 

            ดงแฮกลับขึ้นมาบนรถคันเดิมอีกครั้ง หากแต่ความอึดอัดในอกมันมีมากกว่า มันมากพอที่จะทำให้เขาเผลอหันไปมองผู้เป็นนายครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับหาความจริง ทว่า อีกฝ่ายกลับนั่งอ่านเอกสารเงียบๆ ไม่คิดจะอธิบายว่าทำไมถึงพาเขาไปหาคุณลีฮยอกแจ

 

            กระทั่งคิบอมเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา แต่คนสงสัยกลับพูดไม่ออก ได้แต่บอกปฏิเสธอย่างสุภาพ

 

            ท่าทางเหล่านั้นทำให้นายใหญ่วางกระดาษหลายแผ่นในมือ หันกลับมาประสานสายตา จ้องลึกเข้ามาราวกับจะอ่านใจกัน และนั่นก็ทำให้คนสนิทต้องเบือนหน้าหลบ เพราะเขาไม่อยากเผยสิ่งที่น่ารังเกียจให้อีกฝ่ายได้รับรู้

 

            ความน้อยใจ ความหึงหวง และการตัดพ้อต่อว่า

 

            คนที่ว่าไร้ความรู้สึกกำลังรู้สึกทั้งหมดนั่นรวมกัน

 

            เขาไม่เข้าใจว่านายพามาที่นี่ทำไม พอๆ กับเห็นว่าคุณฮยอกแจเข้าใจสิ่งที่นายต้องการบอก เพียงแค่สบตา คนสองคนนี้เหมาะสมกันจนลูกน้องอย่างเขาไม่อาจจะเอาตัวเองไปเทียบชั้น

 

            มันเทียบกันไม่ได้ตั้งแต่ต้น

 

            “จอดรถ”

 

            ทันใดนั้น คิบอมก็เอ่ยสั่งเสียงเด็ดขาด ให้คนขับตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางทันที

 

            “ออกไปรอข้างนอก” ทันทีที่รถจอดสนิท คำสั่งใหม่ก็ตามมา ซึ่งคนขับก็ก้าวออกไปยืนนอกตัวรถอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้แค่คิบอมและดงแฮที่กำลังมองหน้ากัน ไม่สิ คนเป็นนายน่ะมองหน้าลูกน้อง แต่คนเป็นลูกน้องไม่ยอมมองหน้าเจ้านาย

 

            “แต่ฉันอยากบอก” คิบอมกลับมาเอ่ยเรื่องเดิมราวกับว่าไม่ได้ยินคำบอกปัด

 

            “ฉันพานายมายืนยันสถานะ”

 

            “ครับ?” ครั้งนี้ดงแฮเงยหน้าขึ้นสบตา มองอย่างไม่เข้าใจ แต่ลึกลงไปคือความหวาดกลัว และเหนืออื่นใดคือเขาหวาดกลัวคำที่คุณฮยอกแจเพิ่งเอ่ยปาก...หากทางนั้นต้องการให้เขาตัดสัมพันธ์แล้วล่ะก็ เขาจะต้องทำยังไง

 

            “นายไม่รู้หรือดงแฮ”

 

            “ผม...ไม่ทราบครับ” เขาไม่รู้อะไรตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว และนั่นก็ทำให้คิบอมยิ้ม ขยับเข้ามาใกล้คนสนิทที่มากกว่าแค่ถูกใจ เพราะหากถูกใจเฉยๆ เขาคงไม่ลงทุนทำถึงขนาดนี้

 

            “นายคิดว่าฉันจำเป็นต้องพาลูกน้องสักคนมาแนะนำให้ว่าที่เจ้าสาวรู้จักมั้ยล่ะ”

 

            “ไม่ครับ” เขาตอบเสียงเบาหวิว และนั่นก็ทำให้นายใหญ่ส่ายหน้า

 

            “ยังไม่รู้อีกหรือ”

 

            ไม่ เขาเดาได้ ก็เหมือนที่คุณฮยอกแจพูดนั่นแหละว่าเจ้านายไม่มีความจำเป็นต้องพาลูกน้องสักคนมาแนะนำตัวถึงที่ เขาจึงต้องเป็นมากกว่านั้น และนั่นแหละคือคำถามว่าแล้วเจ้านายจะพามาทำไม ในเมื่ออีกฝ่ายคือว่าที่ภรรยา จะมีภรรยาคนไหนพอใจบ้างล่ะที่สามีในอนาคตมีใครคนอื่นอยู่แล้ว

 

            ทั้งหมดกำลังแสดงผ่านดวงตาที่ไหววูบวาบไปมา

 

            “แต่เรื่องแบบนี้นายไม่ควรบอกกับคุณฮยอกแจนะครับ ยังไงคุณฮยอกแจก็...” ขนาดจะพูดฐานะของอีกฝ่ายยังเอ่ยไม่ได้เต็มปาก เพราะใจมันกลัวอย่างรุนแรง แต่คำพูดเหล่านี้กลับทำให้คิมคิบอม...หัวเราะ

 

            “เป็นว่าที่เมียฉันน่ะหรือ”

 

            แม้จะฝืนใจแค่ไหน แต่ก็ตอบได้เพียงคำเดียว

 

            “ครับ”

 

            ท่าทางที่คิบอมส่ายหัวช้าๆ ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาโอบรอบไหล่คนสนิทที่รู้แล้วว่าผูกพันทางใจมากกว่าที่เขาคิด ซึ่งแม้ดงแฮจะรั้งตัวเองเอาไว้ หากสุดท้ายก็ยอมถูกดึงเข้าไปกอดแต่โดยดี จากนั้น เสียงทุ้มก็ว่าต่อ

 

            “แต่เป็นเมียแค่ในนาม”

 

            หากแต่ประโยคถัดมาต่างหากที่ทำให้คนฟังเงยหน้าขึ้นทันควัน มองเสี้ยวหน้าคมคายที่กดลงมาสบตา

 

            “รู้อะไรมั้ย ฮยอกแจไม่อยากขึ้นเตียงกับฉันหรอก” คิบอมไม่สนใจท่าทางงุนงงของคนในอ้อมกอด เขายังคงอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ  

 

            “สิ่งที่ฮยอกแจต้องการคือการหาคนร้าย ส่วนสิ่งที่ฉันต้องการคืออำนาจในฐานะทายาทคนเดียวของตระกูลลีที่เหลืออยู่ ทั้งหมดนี่เป็นแค่ผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ฉันต้องยอมรับนะว่าตอนแรกที่คิดจะรับฮยอกแจเข้ามา ฉันก็ไม่คิดจะปล่อยเด็กที่โตมาแล้วดูดีขนาดนั้นเอาไว้ประดับบ้านเฉยๆ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” คนที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจก็คือคนที่ร้องไห้ในอ้อมกอดเมื่อคืน

 

            น้ำตาหยดใสๆ ที่ซึมหายไปอย่างไร้ร่องรอยนั่นมีพิษร้ายกาจกว่าที่ตาเห็น มันทำให้เขาต้องวิ่งเต้นมาหาฮยอกแจ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำแบบนั้น แต่เขาอยากเคลียร์ อยากทำให้ใครอีกคนสบายใจ ซึ่งมันหมายความว่าคิมคิบอมกำลังยอมรับใจตัวเองว่ามีใครคนหนึ่งที่สำคัญมากนั่งอยู่ภายในนั้น

 

            “ฉันมาหาฮยอกแจวันนี้เพื่อที่จะบอกว่ามันจะเป็นการแต่งงานแค่ในนาม รู้มั้ยว่าทำไม” ดวงตาคมกริบจ้องเข้ามาในดวงตากลม มองลึกเข้าไปอย่างหวังว่าคนสนิทจะเห็นความรู้สึกของเขา ขณะที่ดงแฮก็กะพริบตา ส่ายหน้าด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อสิ่งที่สมองกำลังประมวลผล

 

            และนั่นทำให้ชายหนุ่มเอ่ยช้าและชัดเจน

 

          “เพราะนายไง ดงแฮ”

 

            คิบอมย้ำให้รู้ว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญกับเขามากแค่ไหน

 

            “ฉันยุติงานแต่งงานไม่ได้ เพราะงานแต่งนี้มีประโยชน์มหาศาลที่ส่งผลต่อตระกูลคิม แต่ในแง่ของการปฏิบัติแล้ว ฉันสัญญาว่าจะไม่แตะต้องฮยอกแจ และนายก็คงรู้แล้วสินะว่าหลายเดือนมานี้ ฉันมีนายแค่คนเดียว...เข้าใจหรือยัง”

 

            เขากำลังบอกว่าจะตัดความสัมพันธ์กับทุกคนที่เคยมีเพื่อผู้ชายที่ชื่อดงแฮ

 

            “ไม่...นายครับ นายไม่ควรทำแบบนั้น” หากแต่คนที่เขาพยายามทำให้กลับส่ายหน้า บอกด้วยน้ำเสียงขอร้อง ดวงตาวาววับด้วยหยาดน้ำตา แม้มันจะไม่ไหลออกมา แต่นั่นก็มากพอให้คิบอมวางมือทั้งสองข้างลงบนแก้มขาว

 

            “งั้นต้องให้ฉันทำยังไง นายถึงจะสบายใจล่ะ”

 

            “ผม...ไม่รู้”

 

            “ถ้าไม่อยากให้ฉันทำแบบนี้ก็บอกฉันสิ ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันที่ต้องมาทำเรื่องวุ่นวายแบบนี้ แต่ฉันไม่อยากเห็นนายเสียใจ ไม่อยากให้นายหันหลังให้ ฉันอาจจะทำตัวเป็นเด็กๆ อย่างที่พ่อนายบอก แต่ทั้งหมดที่ฉันทำ ฉันรู้แล้วว่าทำไปเพื่อใคร”

 

            ชายหนุ่มเงียบไปอึดใจ มองคนสนิทที่เหมือนจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา ปลายนิ้วก็เลื่อนไปลูบคลึงที่หางตาแผ่วเบา

 

            “ฉันทำเพื่อตัวเอง...คนที่ไม่อยากเห็นนายต้องเสียใจ”

 

            ใช่ ทั้งหมดนี่เขาทำเพื่อตัวเอง เพราะเขาไม่อาจจะทนเห็นน้ำตาของเด็กคนนี้ได้อีกแล้ว

 

ต่อค่ะ

 

            วินาทีที่พูดจบ คนฟังก็ทำได้เพียงนิ่งอึ้ง ปล่อยให้ปลายนิ้วคลึงเคล้าที่หางตาราวกับกำลังปลอบประโลมกัน ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดรอดจากริมฝีปาก ขณะที่ก้อนเนื้อในอกกำลังเต้นแรงขึ้นจนน่ากลัว สมองกำลังคิดตามและประมวลผล แต่มันก็ไม่เร็วเท่าหัวใจ

 

            สมองบอกว่าเจ้านายไม่ควรทำเช่นนี้ คิมคิบอมผู้ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับทุกคนเพียงเพราะเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง

 

            หากแต่หัวใจ...กำลังดีใจ

 

            ดงแฮรู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ในฐานะอะไร และไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง หากแต่ก้อนเนื้อน้อยๆ ที่แค่เอามีดแทงหรือเอาปืนยิงก็ทำให้ดับชีวิตง่ายๆ กลับเต้นรัวแรง มีอำนาจสั่งการเหนืออวัยวะส่วนอื่นๆ ยืนยันกับเขาว่าดีใจมากมายแค่ไหนกับการได้เป็น...หนึ่งเดียว

 

            เขาปรารถนา แต่สมองสั่งให้หยุดคิดหลายต่อหลายครั้ง

 

            มือขวาคนนี้อยากให้เจ้านายมองเพียงตนเอง เหมือนที่เขามีสายตามองเพียงเจ้านาย ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ถูก เขาไม่ควรจะคิดเช่นนั้น ได้เท่าที่ผ่านมาก็ดีแค่ไหนแล้ว แต่เอาเข้าจริง เมื่อได้สิ่งที่เคยคิดว่าไม่มีทางได้มาครอบครองตลอดชีวิต เขากลับหลับตาลงช้าๆ แล้ว...แนบหน้าผากกับหัวไหล่ของผู้เป็นนาย

 

            หมับ

 

            คิบอมเองก็โอบกระชับรอบศีรษะ อีกมือสอดเข้าที่เอว สัมผัสความอบอุ่นที่ห่างหายไปหลายวันอย่างแสนคิดถึง ปลายจมูกกดลงที่ข้างขมับ สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เหมือนมีกลิ่นขนมเข้าเต็มปอด เสียงทุ้มก็กระซิบบอก

 

            “ฉันขอโทษที่ทำให้นายได้แค่นี้”

 

            ฝ่ามืออบอุ่นลูบที่ศีรษะแผ่วเบา

 

            “คังอินเคยบอกว่าฉันต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และฉันก็รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายก็ต้องเลือก แต่ฉันกลับเลือกไม่ได้ ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวดงแฮ เป็นคนที่คว้าทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการเอาไว้ด้วยสองมือมาตลอดชีวิต และจะไม่ยอมให้อะไรหลุดลอยไป ครั้งนี้ก็เหมือนกัน นายจะว่าฉันเป็นเจ้านายที่เห็นแก่ได้ก็ได้ แต่ฉันพยายามมากที่สุดแล้ว ดังนั้น ฉันขอโทษ”

 

            สิ่งที่คิมคิบอมทำคือสิ่งที่เขาทำได้มากที่สุดแล้วทั้งในฐานะของผู้ชายคนหนึ่ง และในฐานะของคนที่มีคนใต้อาณัติหลายพัน เขาไม่อาจจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ชายหนุ่มคิดแล้วว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะมอบให้ได้

 

            “ฉันไม่มีเอกสาร ไม่มีการเซ็นสัญญา ไม่มีหลักฐานว่าฉันจะไม่ยุ่งกับใคร แต่ฉันมีคำสัญญาที่จะให้กับนายว่า...” คิบอมเลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสที่ปลายคาง แล้วดันขึ้นให้คนสนิทสบตากัน มองเข้าไปในดวงตากลมโตที่นึกรัก

 

          “ฉันจะมีแค่นายคนเดียว”

 

            มันอาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวอย่างที่ชายหนุ่มว่า แต่ในฐานะของผู้ชายที่มีทุกอย่าง แค่เอ่ยปากก็ได้มาไว้ในมือ คำสัญญานี้คือที่สุดที่เขาจะมอบให้แก่คนคนหนึ่ง และดงแฮเองก็รู้ว่าเจ้านายไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เพราะถึงหัวใจเขาจะต่อต้านยังไง สมองก็รู้ดีว่าต้องรับและทำตามคำสั่ง

 

            ทั้งหมดนี่อาจจะไม่เพียงพอสำหรับคู่รักทั่วไปที่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของกันและกัน แต่สำหรับดงแฮแล้ว...มันมากกว่าพอ

 

            “นายอย่าสัญญาเลยครับ”

 

            “ทำไม”

 

          เพราะผมจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน

 

            ดงแฮไม่เอ่ยประโยคนี้ออกไป เขาแค่หลบเลี่ยงสายตา แล้วเลือกที่จะซบหน้าลงบนฝ่ามือของเจ้านาย สัมผัสถึงมือกร้าน แล้วหลับตาลง

 

            “แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว”

 

            สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามคำสั่งมาตลอดชีวิต การถูกให้ความสำคัญ แม้จะน้อยนิดแค่ไหน แต่มันก็มากพอที่จะชะโลมหัวใจดวงนี้ให้อบอุ่นอีกครั้ง

 

            ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเจ้านายพาเขาไปหาคุณฮยอกแจทำไม

 

            “แล้วมันมากพอให้นายตอบรับฉันได้หรือยัง”

 

            “ครับ?” คนฟังเงยหน้าขึ้นสบตาอีกครั้ง แล้วพบกับแววตาที่ดูโล่งใจของเจ้านาย คนที่โน้มหน้ามาจนหน้าผากแนบชิดกัน จากนั้นก็ถามย้ำคำถามเดิม

 

            “จะมาเป็นคนรักของฉันได้มั้ย”

 

            คิบอมถามไปแล้วเมื่อคืน แต่กลับได้รับคำตอบเป็นน้ำตา และตอนนี้ล่ะ สิ่งที่เขาทำมันมากเพียงพอที่จะได้รับคำตอบนี้หรือไม่

 

            นั่นก็ทำให้ดงแฮเบิกตากว้างขึ้นนิด ไม่คิดว่าเจ้านายจะเอาคำพูดของเขาไปคิดจนทำเรื่องแบบนี้

 

            “นายจะยอมให้ฉันง้อได้หรือยัง”

 

            ดงแฮบอกว่าการง้อคือสิ่งที่คนรักเขาทำกัน แล้วตอนนี้ล่ะ คิบอมจะง้อดงแฮได้มั้ย และ...

 

            “จะยอมยกโทษที่ฉันทำตัวเป็นเด็กกับนายได้หรือเปล่า”

 

            แม้ว่าเสียงที่เอ่ยออกมาจะทุ้มต่ำและแฝงแววเด็ดขาดตามประสาคนมีอำนาจ และควบคุมคนมากมาย แต่ดงแฮกลับรู้สึกว่าในถ้อยคำของเจ้านายมีกระแสเสียงที่ทำให้ก้อนเนื้อในอกสั่น มันดูหวาน ติดจะอ้อน แม้เขาจะไม่เคยถูกใครอ้อนเลยก็ตาม

 

            แต่ถ้าการอ้อนคือการที่เจ้านายเรียกร้องต้องการคำตอบ ดงแฮก็กำลังถูกอ้อนแล้วล่ะ

 

            “ผมไม่กล้าโกรธเจ้านายหรอกครับ”

 

            “แต่หนีไปนอนคนเดียว”

 

            “ผมแค่ขอเวลาคิด”

 

            “ขนาดที่ฉันตามไปหาแล้วนอนหันหลังให้”

 

            “นั่นนายเป็นคนหันหลังต่างหาก”

 

            “เถียงหรือ”

 

            คิบอมถามเสียงเข้มกว่าเดิม เหมือนไม่พอใจ และนั่นก็ทำให้คนสนิทถามกลับเบาๆ

 

            “ผมเถียงไม่ได้สินะครับ”

 

            ทันใดนั้น คนตัวโตกลับเผยรอยยิ้มน่ามอง ใช้ปลายจมูกโด่งเกลี่ยจมูกของดงแฮไปมา แล้วกระซิบ

 

            “ได้สิ เพราะนายไม่ได้เป็นแค่ลูกน้องที่รับคำสั่งของฉันแล้วนี่”

 

            เจ้านายรวบรัดเสียเฉยๆ จนดวงตากลมมองเข้าไปในตา

 

            “ใช่มั้ย”

 

            เมื่อหลายชั่วโมงก่อน ดงแฮยังรู้สึกถึงม่านหมอกแห่งความหวาดกลัวบดบังทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่การเผชิญหน้ากับคุณฮยอกแจ จนยากเสียจนแทบรั้งสติไม่อยู่ หากแต่ตอนนี้ ตอนที่เด็กโข่งคนเดิมในมาดของนายใหญ่แห่งตระกูลคิมกำลังออกมาทำตามใจ เร่งเร้าเอากับเขาที่ไม่มีอะไรเหมาะสม หัวใจกลับสั่นระริก ความสุขที่คิดว่าคงไม่มีวันได้สัมผัสอีกกำลังเป่าหมอกเหล่านั้นให้จางหายไป

 

            เขารู้ว่าไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่การเป็น หนึ่งเดียว ก็มากที่สุดที่เขาเคยได้รับจากใคร

 

            “แล้วแต่เจ้านายเถอะครับ” ดงแฮตอบกลับเสียงเบา และทันใดนั้น ความน่ากลัวของเจ้านายก็ดูจะเบาบางลง แทนที่ด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาไม่กล้าสบตา

 

            “อย่าพูดคำนี้บ่อย” คิบอมกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาดูพราวกว่าเดิม

 

            “เพราะฉันมันคนเอาแต่ใจมากกว่าใครหลายร้อยเท่า”

 

            ว่าจบ สัมผัสอุ่นก็แนบเข้าที่ริมฝีปาก ประทับแนบแน่น ส่งผ่านความรู้สึกมากมายในช่วงหลายวันมานี้ให้คนในอ้อมกอดรู้ว่าคิบอมเองก็แคร์ และเขาก็กำลังเรียนรู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อดงแฮไม่ใช่แค่ความเอ็นดู หรือความสนุกที่ได้สอนสั่งอารมณ์ความรู้สึกแก่เด็กคนหนึ่งอีกต่อไป

 

            ความรู้สึกนี้มากกว่านั้น มากพอที่จะให้ลุกขึ้นมาทำเรื่องยุ่งยาก และลั่นวาจาว่าจะไม่มีใครนอกจากคนในอ้อมกอดคนนี้ ทั้งหมดเพราะเขาไม่ปรารถนาที่จะนอนหันหลังชนกันอีก ไม่ต้องการความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างขาวจัด ตอนนี้คิบอมอยากจะนอนกอดดงแฮทุกคืนด้วยซ้ำ

 

            นี่มากกว่าแค่ความหลงใหลที่เคยเกิดขึ้นกับคนที่ผ่านทาง

 

            เขาต้องการดงแฮมากขนาดนี้ และถ้าดงแฮยังตามใจ คิบอมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะทวีความเอาแต่ใจไปมากเท่าไหร่เช่นเดียวกัน

 

....................................


ต่อค่ะ

 

            “นายมีธุระที่นี่หรือครับ”

 

            “อืม”

 

            หลังจากที่นายใหญ่จูบลูกน้องเสียแทบไม่ให้พักหายใจ ในที่สุด ดงแฮก็สามารถหลุดออกมาจากอ้อมกอดแข็งแกร่งจนได้ เมื่อคิบอมยังคงคำนึงว่าเขามีจุดหมายที่ต้องไป ดังนั้น คนรถจึงได้กลับเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้งและรถคันหรูก็แล่นมายังถนนเส้นหนึ่งที่ทำให้คนสนิทขมวดคิ้ว

 

            มันไม่ใช่ทางเข้าบริษัทแน่ๆ

 

            ท่าทางที่คิบอมส่งมือมาจับที่หลังคอ ลูบเบาๆ ใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้ม

 

            “เดี๋ยวก็รู้”

 

            ครืด ครืด

 

            ทันทีที่รถจอด โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง จนคิบอมดึงมันขึ้นมากดรับอย่างรวดเร็ว ขณะที่มืออีกข้างยังคงลูบหลังคอคนข้างกายเบาๆ ราวกับว่าไม่อยากละจากเนื้อตัวอุ่นๆ นี่เลยสักวินาทีเดียว

 

            “อืม เข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มรับคำ ก่อนที่จะตัดสายอีกครั้ง ซึ่งแม้ดงแฮจะยังไม่ลืมสัมผัสที่แนบริมฝีปาก ถ้อยคำหวานหูที่ได้ยินจากเจ้านาย และตัวร้อนผ่าวกับปลายนิ้วที่เกลี่ยคอเขาเล่นอยู่ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะลดการระมัดระวังตัวได้ ยิ่งตอนนี้คิบอมมีสีหน้าเครียดขรึมกว่าเดิมแล้วด้วย

 

            นี่ไม่ใช่เวลาส่วนตัว แต่เป็นเวลางาน

 

            “เมื่อกี้เป็นเด็กของคังอิน” คิบอมว่าเรียบๆ เพื่ออธิบายว่าทำไมดงแฮถึงไม่รู้ว่าปลายสายที่โทรเข้ามาคือใคร เนื่องจากดงแฮและคังอินแยกกันทำงาน ต่างคนต่างจัดการ ครั้งนี้ก็คงเป็นงานที่นายให้ฝ่ายนั้นเป็นคนตาม

 

            “ครับ”

 

            “หันไปร้านอาหารที่เจ็ดนาฬิกา” พอคิบอมบอกปุ๊บ คนฟังก็หันกลับไปมองตามทิศที่นายบอกทันที

 

            เขาเห็นร้านอาหารที่ว่าแล้ว ซึ่งเป็นแบบกระจกบานใส มองเห็นเข้าไปถึงด้านในของตัวร้าน หากเป็นคนทั่วไปคงไม่มีใครมีสายตาดีพอจะเห็นว่าใครนั่งอยู่ด้านใน แต่สำหรับดงแฮที่มีครูดีเป็นถึงมือปืนฝีมือฉกาจ เขาย่อมเห็นสิว่าคนคนนั้นคือ...

 

            “คุณคิมฮีชอล”

 

            “แล้วดูสิว่าใครอยู่กับคิมฮีชอล” คิบอมไม่หันไปมองตามทิศนั้นด้วยซ้ำ เพราะเขาได้ยินรายงานจากโทรศัพท์แล้ว แต่เขาพาดงแฮมาเพื่อให้มั่นใจว่าถูกตัว

 

            “จำได้มั้ย”

 

            ดงแฮเบิกตากว้างขึ้นนิด เพราะแม้คนที่อยู่กับฮีชอลจะไม่ได้ทำผมเหมือนตอนที่เขาลักลอบเข้าไปสืบข้อมูลของแก๊งต่างชาติ แต่เขาย่อมจำได้สิว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร

 

            “คนจากพวกแก๊งฮ่องกง”

 

            “ตำแหน่ง” คิบอมถามต่อ

 

            “หัวหน้าสาขา” คนสนิทเคยส่งรายงานไปแล้ว แต่มันก็ไม่มีความจำเป็นที่นายต้องจดจำพวกที่ไม่ได้ติดต่อธุรกิจด้วย แต่กับเขาที่ต้องเข้าไปคลุกคลีกับพวกนั้นย่อมต้องจำตำแหน่งของแต่ละคนได้ โดยเฉพาะพวกตัวใหญ่ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคนที่กำลังสนทนาอยู่กับคิมฮีชอล

 

            “ผิดคาดไปหน่อย”

 

            “นายจะบอกว่าคุณฮีชอลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างบางตระกูลลีหรือครับ” เพราะคิบอมพูดตั้งแต่ตอนที่บอกฮยอกแจแล้วว่ากำลังตามสืบเรื่องไหนอยู่ ซึ่งนั่นทำให้คนสนิทขยับตัว

 

            “นายคิดว่าไงล่ะ”

 

            ดงแฮไม่ตอบคำถาม เพราะดูเหมือนเจ้านายก็ไม่ต้องการความคิดเห็น ตาคมฉายชัดถึงการครุ่นคิด และลึกลงไปในนั้น เห็นชัดถึงความร้ายกาจที่อีกฝ่ายพร้อมจะแสดงออกมา

 

            “ฉันมีงานให้นายทำ”

 

            “ครับ”

 

            กระทั่งคิบอมเอ่ยออกมาอีกครั้ง หากแต่ดวงตาที่หันกลับมาประสานกันทำให้คนมองตัวเย็นวาบ

 

            นี่ไม่ใช่แววตาเดียวกับที่ร้องขอเป็นคนรักเมื่อครู่ แต่เป็นนายใหญ่ที่พร้อมจะกระโจนลงไปในสงคราม

 

            “ตั้งแต่พรุ่งนี้ ฉันจะให้นายเข้าไปเที่ยวเล่นในบ้านฮยอกแจ”

 

            “ครับ?” คนฟังก็รู้ว่าพักหลังๆ เขามีปัญหากับการรับคำสั่งจากเจ้านาย แต่ดูเหมือนคิบอมจะไม่ถือสาอะไรที่ครับของเขามีคำถามพ่วงท้าย เพราะใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้มน่ามอง พยักหน้าช้าๆ

 

            “ในเมื่อฮยอกแจเอ่ยปากแล้ว ใครก็ทำอะไรนายในบ้านหลังนั้นไม่ได้ แม้กระทั่งหานฮันคยอง” พอพูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนคิบอมจะนิ่งจนน่ากลัวไปอีกขั้น ดวงตาคมนึกไปถึงคราวที่คนสนิทกระเสือกกระสนกลับมาด้วยสภาพปางตาย แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปแล้ว

 

            “จับตามองคิมฮีชอล และฉันคิดว่าฮยอกแจมีเรื่องที่อยากบอกฉัน แต่ถ้าฉันเข้าไปเองก็ต้องอยู่ในสายตาของคนพวกนั้น ฮยอกแจมีโอกาสฝากมาให้นายมากกว่า” คิบอมสรุปคำสั่งทุกอย่างอย่างรวดเร็ว แต่คนที่มักจะรับคำด้วยความยินดีทุกครั้งกลับนิ่งด้วยท่าทางเป็นกังวล

 

            ท่าทางที่คนมองหลุดยิ้มออกมา

 

            “กังวลเรื่องฮยอกแจหรือ”

 

            แน่นอนว่าคำตอบคือใช่ แม้จะไม่กล้าเอ่ยรับก็ตาม

 

            “ฮึ” คิบอมหัวเราะในคอ โอบเข้าที่เอว

 

            “ฉันยืนยันว่าไม่ได้คิดอะไรกับฮยอกแจ และเพื่อความสบายใจมากกว่านั้น...” คิบอมหยุดไปอึดใจ ก่อนที่ดวงตาคมจะวาวขึ้น

 

            “นายเข้าไปแล้วจะรู้ว่าใจของฮยอกแจอยู่ที่ใคร...มันชัดจนน่าตกใจเลยเชียวล่ะ” นายใหญ่ว่าแค่นั้น ก่อนที่จะเลื่อนมือมาสัมผัสที่ข้างแก้ม ลูบแผ่วเบา แล้วโน้มหน้าเข้าไปหาจนหน้าผากแนบชิดกัน

 

            “แต่ถ้านายไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร”

 

            เขาไม่อยากให้ดงแฮคิดว่าเขาพูดทั้งหมดนั่นเพราะต้องการใช้งาน เพียงแต่สถานกาณณ์มันเอื้ออำนวย ดังนั้น ดงแฮมีสิทธิ์เลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ทว่า สำหรับคนสนิทที่เลื่อนขั้นมาเป็นคนรักแล้ว

 

            “ผมจะทำครับ”

 

            คิบอมจูบเข้าที่ข้างแก้ม

 

            “ไม่ต้องกังวล ฉันเป็นคนรักษาสัญญา โดยเฉพาะกับนาย”

 

            ชายหนุ่มบอกได้เลยว่าเขาไม่เคยสัมผัสใครนุ่มนวลเหมือนที่กำลังทำกับคนในอ้อมกอด ทั้งหมดนั่นมันมากเพียงพอแล้วที่จะบอกตัวเองว่าดงแฮมีความหมายมากแค่ไหน และดูเหมือนคนสนิทเองก็รับรู้ เพราะดวงตาหม่นเศร้าดูจะมีประกายความสดใสที่ทำให้เขายิ้มได้

 

            ถ้ารู้ว่าตัดสินใจแบบนี้แล้วดงแฮมีความสุข เขาคงลงมือทำไปนานแล้วล่ะ

 

................................

 

            ครบค่ะ อย่าเชื่อคำพูดของอีเจ้านายเชียว ไม่ใช่เรื่องรักเฮนะ หมายถึงถ้ารู้ว่าทำแบบนี้แล้วเฮจะมีความสุขคงทำไปนานแล้ว บอกเลยว่าถ้าเฮไม่ขัดคำสั่ง ไม่นอนหันหลังให้ ไม่ร้องไห้ใส่ ไม่ปฏิเสธการเป็นคนรัก ผู้ชายที่มีทุกอย่างคนนี้จะไม่มีทางรู้ตัวค่ะ จะทำแบบเดิม เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่เสียเฮไป พอเขาแข็งข้อถึงรู้ตัวไงว่าเฮจะหายไปจากข้างกายเมื่อไหร่ก็ได้ก็เลยทำ ดังนั้น อย่างบอมน่ะต้องให้เฮตายไปรอบนึงก่อน ถึงจะรู้ว่าขาดเขาไม่ได้นั่นแหละ

            ว่าแล้ว...ฆ่าทิ้งทั้งเฮทั้งฮันเลยดีมั้ย

            โอ๊ย อย่าขว้างรองเท้าใส่เมย์สิ *กุมหัว*

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

110 ความคิดเห็น

  1. #8685 mallicro (@mallicro) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 22:16
    ฮีชอลจริงเหรอคะ ฮื่อออ ไม่จริงน่า
    #8685
    0
  2. #8417 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 11:24
    ฮีชอล ฮีชอล ฮีชอลลลลลล จริงเหรอเนี่ยยยยย
    #8417
    0
  3. #8370 Kibum_only13 (@kibum13) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 22:07
    ฮือออออ เขินแทนเฮอ่ะ
    #8370
    0
  4. #8323 noona (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:31
    เดี๋ยวๆๆๆ. หน่องเมย์ว่สไงนะ. จะฆ่าด๊องให้ตายไปก่อนรอยนึงหรอ..... 😱😱😱😱. บอกล่วงหน้านะเจ้จะได้เตรียมทิชชู่ให้พร้อม. เพราะต้องมีดราม่าแน่ๆ
    #8323
    0
  5. #8322 28kung02 (@28kung02) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:11
    ต้องทำใจรอเตรียมน้ำตาอีกละ
    #8322
    0
  6. #8321 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 12:55
    ฮีชอลจะเป็นคนร้ายจริงๆเหรอ ฮืออออ... ไม่อยากเชื่อ มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนไว้แน่ๆ



    ปล.หมั่นไส้นายมาก มีความมั่นหน้า 555 เอาใจช่วยเฮที่ต้องไปอยู่ดงศัตรูนะคะ

    #8321
    0
  7. #8320 joy-dan (@suju-jr) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 02:32
    อิบอมมันร้ายกาจ...เฮต้องเล่นตัวหนักๆเลย
    #8320
    0
  8. #8319 CHOR2K (@chor2k) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 01:10
    ชอบมากกกก ขออีกค่าาาา
    #8319
    0
  9. #8318 COLOR_NIP (@COLOR_NIP) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 00:28
    มีความครุคิเบาๆ ^^
    แต่มันก็เศร้าอยู่ดี เฮหนูไม่ควรเห็นอนาคตนะลูกแม่ปวดใจ #*#&$$&&$
    #8318
    0
  10. #8317 coolchocolate (@coolchocolate) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 20:17
    คุณเจ้านายเขาบอกชัดเจนขนาดนี้ คุณลูกน้องและคนอ่านก็ยิ้มได้สิคะคุณขา ความจริงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ลุ้นกันต่อไป
    ว่าแต่มีความแอบหมั่นไส้เมนเล็กๆในช่วงทอล์กนี้ใช่ไหมเอ่ย 555
    #8317
    0
  11. #8316 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 16:13
    ไม่น่ะ.....
    #8316
    0
  12. #8315 Tanxiiz (@talkwunjira) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 12:52
    เฮและฮันจะต้องไม่ตายนะะ
    #8315
    0
  13. #8314 Noparat (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 12:14
    อยากเห็นดงเฮมีความสุข คิบอมห้ามทำดงเฮเสียใจอีกนะ
    #8314
    0
  14. #8313 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 11:48
    หาาาาา เฮต้องตายไปรอบนึงก่อนหรอ นี่เฮหรือแมว 9 ชีวิตหรือป่าวนี่
    #8313
    0
  15. #8312 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 11:14
    เขาอยู่ได้ไหมนาน พี่เมย์บอก ตายไปรอบหนึ่งก็อีก โอ้ยยยยยย จกใจมาก
    #8312
    0
  16. #8311 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 09:11
    ตะตะ ตายไปรอบนึงก่อน โอยย ติดใจประโยคนี้มากเลยค่ะ ฮือออ
    #8311
    0
  17. #8310 engsungelf (@engsung) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:46
    นี่คุณเจ้านายดูเป็นอีกคนเลย
    #8310
    0
  18. #8309 SuZu'Ell' (@lovelyaommiiz) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:44
    กว่าคุณเจ้านายจะเข้าใจจจ เฮเสียน้ำตาไปเป็นลิตร
    #8309
    0
  19. #8308 สำลี (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:35
    พี่เมย์ ชอบทำร้ายเฮจังเลย เฮโดนเกือบทุกเรื่อง 5555
    #8308
    0
  20. #8307 pen_1290 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:20
    ชอบคุณเจ้านายตอนนี้เนอะ ดูละมุนอบอุ่นกับดงแฮมาก ความลับคนฆ่าครอบครัวฮยอกแยใกล้จะเปิดเผยแล้วใช่มั๊ย รอลุ้นๆ
    #8307
    0
  21. #8306 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 07:36
    ต้องให้เฮตายไปรอบนึงก่อน.... เอ่อ มันจะดีซิเมเม่? นี่ระแวงแล้วน้าาาาาาา แต่ว่านะนี่ก็ระแวงเจ๊จริง ๆ อะแหละ แต่ก็คิดว่าเมเม่คงไม่เขียนให้ sj เป็นตัวร้ายอ่าาาา เอาแค่ร้ายแบบบอมนี่ก็พอแล้วเน้อะ
    #8306
    0
  22. #8305 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 06:52
    คุณเจ้านายชัดเจนมากค่ะ แต่ส่งเฮเข้าดงเสือ ระวังตัวนะคุณนักฆ่า
    #8305
    0
  23. #8304 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 01:57
    สองคนนี้คุยอะไรกันไว้ ทำไมชอบทำให้เฮปวดหัวอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ตกลงอะไรกัน เดี๋ยวก็จะแต่งงานกัน เดี๋ยวก็จะแยกกันอยู่ ต่อให้มีสิบเฮก็ไม่เข้าใจหรอกค่า~
    #8304
    0
  24. #8303 MiMinPark (@Dg-MiMin) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 01:14
    ต้องเรียกว่าให้เฮกับฮยอกเจ็บปางตาย แบบหยุดหายใจไปสัก 1 นาที คนทื่อๆอย่างบอมกับคนเจียมจะได้รู้ว่าวินาทีที่เขาจะไม่อยู่เราควรบอกอะไรมั่ง
    #8303
    0
  25. #8302 Zbra (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 01:02
    มันลุ้นจังอ่ะ ลุ้นว่าฮยอกจะมีแผนอะไร คิบอมจะทำอะไร หานตะหัวร้อนแค่ไหน แล้วใครคือคนฆ่าคนทั้งบ้าน แล้วถ้าเป็นน้าฮีจิงนางจะฆ่าแม้กระทั่งเด็กน้อยเนี่ยนะ จิตใจนางทำด้วยอะไร หวังว่าจะไม่ใช่นาง
    #8302
    0