[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,031 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,052

    Overall
    672,031

ตอนที่ 68 : ตอนที่ 63 คนสำคัญที่ให้ความสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    18 พ.ย. 60


ตอนที่ 63 คนสำคัญที่ให้ความสำคัญ

 

 

 

          ตัวตนของนายสำคัญกับพี่คิบอมแค่ไหน

 

            หนึ่งคำถาม หากไร้คำตอบดังวนเวียนอยู่ในใจของดงแฮครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่ได้ยินคุณหนูลีเอ่ยปากถาม จวบจนก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลคิม ดวงตาเย็นชาก็ยังฉายแววครุ่นคิด แม้ว่าจะมีหลายต่อหลายครั้งที่มันสั่นไหวด้วยความไม่แน่ใจ

 

            เจ้านายบอกว่าเขาสำคัญ แต่สำคัญ...ขนาดไหนกัน

 

            มันมากพอที่จะไม่มีงานแต่งงานขึ้นมั้ย

 

            “ไม่มีทาง” ดงแฮกระซิบตอบตัวเอง เพราะเจ้านายบอกชัดเจนแล้วว่าอย่างไรเสียก็ต้องมีงานแต่งงานขึ้น ไม่ใช่เพราะปรารถนาจะครอบครองตัวฮยอกแจ แต่เล็งเห็นประโยชน์ที่ตามมา ดังนั้น เขาควรจะตอบคำถามของผู้ชายคนนั้นได้สิว่า...ผมไม่สำคัญขนาดนั้นหรอกครับ

 

            ทำไมถึงไม่ตอบออกไป ทำไมถึงเก็บมันกลับมาคิด ทำไมถึงหวังลึกๆ ว่าคำตอบจะไม่ใช่แบบที่สมองได้ข้อสรุป

 

            “ยินดีต้อนรับกลับครับนาย”

 

            ก่อนที่ดงแฮจะครุ่นคิดหาคำตอบให้ปวดหัวหนักกว่านั้น ใบหน้าติดหวานก็เหลียวไปยังบานประตู ซึ่งเพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น มันก็เปิดกว้างออก เผยให้เห็นเจ้าของห้องตัวจริงก้าวเข้ามา เสียงทักทายอย่างสุภาพจึงดังออกไป

 

            แน่นอนว่าเขาย่อมจำเสียงฝีเท้าของเจ้านายได้

 

            ขณะที่คิมคิบอมก็นิ่งไปนิด ก่อนที่ใบหน้าคมคร้ามจะปรากฏรอยยิ้มบางเบา

 

            “ฉันกลับมาแล้ว” คิบอมพาดเสื้อสูทไว้กับชุดโซฟาในห้องนอนลวกๆ จากนั้นก็ปลดเนกไทด้วยการรูดดึงด้วยมือเดียว ขายาวก็ก้าวเข้ามาหาคนสนิทที่วันนี้ไม่ได้ติดตามอย่างเช่นทุกที

 

            “ผมเก็บสูทให้นะครับ...”

 

            หมับ

 

            ก่อนที่ดงแฮจะทำตามปากว่า คิบอมก็ใช้สองแขนรวบร่างเพรียวเข้าไปในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ซบใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่ม

 

            “เอาไว้ก่อนก็ได้”

 

            การกระทำที่คนเป็นลูกน้องก็ทำได้เพียงยืนนิ่งไม่ไหวติง รับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่มากขึ้นเรื่อยๆ มาก...จนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจเจ้านาย

 

            “รู้มั้ยว่าวันนี้ฉันหลุดเรียกคังอินเป็นดงแฮกี่ครั้ง” จู่ๆ คิบอมก็เอ่ยปากถาม ให้คนในอ้อมกอดขมวดคิ้ว แวบแรกดงแฮยังไม่เข้าใจ แต่วินาทีต่อมา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่น่าให้อภัย

 

            “พ่อนายบอกว่าฉันเป็นเอามาก”

 

            “พี่คังอินไม่กล้าพูดแบบนั้นหรอกครับ”

 

            “รู้จักพ่อตัวเองน้อยไปสิ”

 

            แม้ปากจะว่าคล้ายโกรธเคือง แต่น้ำเสียงผ่อนคลายทำให้ดงแฮรับรู้ว่าเจ้านายก็แค่หยอกเล่น

 

            “ฉันยกเลิกเรื่องที่ให้นายไปเป็นเพื่อนคุยของฮยอกแจดีมั้ย” หากแต่ประโยคถัดมา นายใหญ่แห่งตระกูลคิมว่าด้วยน้ำเสียงเข้มจัด จนคนฟังเงยหน้าขึ้น มองเข้าไปในดวงตาคมวาวเหมือนคนถูกขัดใจ แต่เพียงพักเดียว มันก็คลายตัวลง

 

            “ฉันบอกนายแล้วว่าอย่าพูดว่าตามใจฉัน เพราะฉันมันคนเอาแต่ใจ”

 

          แล้วมันผิดหรือครับที่อยากให้นายเอาแต่ใจกับผมคนเดียว

 

            ดงแฮเผลอหลบสายตา แต่มีหรือที่ผู้ชายตัวโตจะมองไม่เห็น...ความสั่นไหวในนั้น

 

            ฟึ่บ

 

            “คิดอะไรอยู่” ปลายนิ้วเลื่อนมาจับที่ปลายคาง แล้วเชยให้เชิดขึ้น จนตาสบตาอีกครั้ง และคิบอมก็รู้สึกว่าคุ้มค่าสมกับเขาตัดสินใจพาดงแฮไปแนะนำให้ฮยอกแจรู้จัก

 

            ดวงตาติดหวานกำลังสั่นระริก....แววตาที่ดงแฮยอมเปิดเผยว่ารู้สึกเช่นไรกับเขาอีกครั้ง

 

            ไม่มีการนอนหันหลังให้

 

            ไม่มีการหลบเลี่ยงไม่เจอหน้า

 

            มันคุ้มค่าจนอยากทำให้เด็กตรงหน้ามากกว่านี้ด้วยซ้ำ

 

            ความคิดที่หากดงแฮรู้คงได้คำตอบที่ฮยอกแจถาม

 

            คนสนิทคนนี้สำคัญพอที่จะยกเลิกงานแต่งหรือไม่ สำคัญสิ หากแต่ผู้ชายสองคนตรงนี้ยังไม่คำนึงถึงว่าสำคัญถึงเพียงนั้น พวกเขารู้เพียงว่าคนตรงหน้ากันและกันสำคัญต่อตัวเอง

 

            “เปล่าครับ” ดงแฮรีบปฏิเสธ ไม่กล้าเอ่ยปากว่าเขาอยากให้เจ้านายเอาแต่ใจกับเขาแบบนี้ และนั่นก็ทำให้ดวงตาคมกริบหรี่ลง จนคนถูกมองรีบหลุบตาลงต่ำ รู้สึกราวกับว่ากำลังถูกอ่านความคิด แต่เพียงพักเดียว...

 

            “หึๆ” เสียงหัวเราะแผ่วๆ ก็ดังขึ้นเหนือหัว ก่อนที่อ้อมกอดที่รัดแน่นจะคลายออก

 

            “ฉันจะไม่บังคับ”

 

            ใช่ คิบอมบอกว่าจะเอาแต่ใจ แต่ชายหนุ่มผู้มีอำนาจก็เรียนรู้แล้วว่าการดึงดันใช้ไม่ได้ผลกับเรื่องความรัก ดังนั้น เขาจึงยอมปล่อยผ่าน ทั้งที่ไม่ใช่นิสัย อีกอย่าง...แววตาของดงแฮบอกได้ดีว่าถึงไม่พูดก็พอจะเดาได้

 

            แววตาเช่นนี้ล่ะที่ผู้ชายอย่างคิมคิบอมพ่ายแพ้

 

            “ช่างเถอะ ฉันจะอาบน้ำ” เจ้าของห้องเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ แต่คนฟังก็ไม่มีชะงัก

 

            “ครับ นายจะรับมื้อเย็นบนนี้หรือข้างล่างครับ” เขาเคยชินกับการเปลี่ยนเรื่องปุบปับแบบนี้อยู่แล้ว ขณะที่คิบอมก็หันมาสบตาอีกครั้ง

 

            “บนนี้”

 

            “ครับ ผมจะลงไปแจ้งข้างล่าง”

 

            “ไม่ต้อง”

 

            ก่อนที่ดงแฮจะหมุนตัวเพื่อออกจากห้อง นายใหญ่ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน จนต้องหันไปสบตา แล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังยืนกอดอกหลวมๆ มองมา หากแต่...รอยยิ้มนั่น

 

            “ฉันบอกข้างล่างแล้วว่าให้เอาขึ้นมาตอนสองทุ่มครึ่ง”

 

            ดงแฮก็มองนาฬิกาตอนก้าวเข้ามาในห้อง ดังนั้นเขาย่อมรู้สิว่านี่เพิ่งจะทุ่มนิดหน่อย ซึ่งปกติเจ้านายไม่ใช่คนอาบน้ำนานเป็นชั่วโมง หากเหนื่อยล้ามากๆ ก็จะแช่น้ำไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ชั่วโมงเศษกับรอยยิ้มมุมปาก ทำให้เขา...ก้มมองปลายเท้า

 

            “นายก็ยังไม่ได้อาบน้ำ”

 

            คิบอมว่าด้วยเสียงเรียบเรื่อย ราวกับชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง

 

            “...ครับ”

 

            “และฉันอยากรู้เรื่องว่าวันนี้นายคุยอะไรกับฮยอกแจ”

 

            “...ครับ”

 

            นายใหญ่ไม่เอ่ยอะไรมากกว่านั้น ไม่มีคำสั่ง ไม่มีการชักชวน ร่างสูงแค่หมุนตัว แล้วก้าวเข้าไปในห้องน้ำขนาดใหญ่ที่มากพอที่จะให้ผู้ชายสองคนลงแช่พร้อมกันสบายๆ ปล่อยให้ลูกน้องคนสนิทยืนนิ่งไม่ไหวติง เพราะหากถามดงแฮว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร นักฆ่าคนนี้คงตอบได้เพียงคำเดียว

 

            “อาย”

 

            ใช่ แก้มที่ร้อนผ่าว หัวใจที่สั่นหวิว เนื้อตัวที่อ่อนแรงมันทำให้เขารับรู้ว่านี่คือความเขินอาย

 

            เจ้านายบอกจะไม่บังคับ แต่ต่อให้เป็นคนโง่ที่สุดก็รับรู้ถึงความนัยของประโยคก่อนหน้านี้ว่านายใหญ่กำลังเอาแต่ใจ หากแต่เป็นการเอาแต่ใจที่ดงแฮรู้สึกว่า...กำลังอ้อน

 

            อีกฝ่ายกำลังบอกให้เขาเข้าไปอาบน้ำด้วยกันด้วยประโยคที่อ้อมโลกมากที่สุด ทั้งที่สั่งคำเดียว เขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ หากแต่การทำแบบนี้กลับทำให้นักฆ่าเย็นชากำลังเผยรอยยิ้มออกมาช้าๆ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มที่ต่อให้เป็นคิมคิบอมเองก็ยากจะได้เห็น

 

            ความสุขกระจายอยู่ในหัวใจดวงน้อยๆ อย่างไม่น่าให้อภัย

 

            สุดท้าย สิ่งที่ดงแฮทำคือการก้าวขาเข้าไปในห้องน้ำด้วยแววตาที่สดใสที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

.............................

 

            นั่นคือแววตาก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำ หากบัดนี้ ดงแฮกลับกำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ในอ่างอาบน้ำ ดวงตาที่เคยสดใสเปลี่ยนเป็นสั่นไหว ผิวแก้มที่ว่าแดงอยู่แล้วยิ่งแดงก่ำจากน้ำที่รู้สึกว่าร้อนเกินพอดี สองมือกอดรอบเข่า มองตรงไปยังผนังราวกับพินิจว่าเป็นกระเบื้องจากประเทศอะไร

 

            “...หลังจากทานมื้อเช้า คุณฮยอกแจจะกลับไปพักผ่อนในห้องครับ จะออกมาช่วงบ่ายเพื่อดื่มน้ำชา แล้วก็อ่านหนังสือสลับกับคุยกับผมบ้าง กระทั่งราวห้าโมงเย็นก็ให้ผมกลับ” ขณะที่ปากก็เอ่ยรายงานด้วยเสียงราวกับหุ่นยนต์

 

            “พิงมาอีกสิ”

 

            ดงแฮยิ่งเผลอเกร็งตัว เมื่อคนที่ทำตัวเป็นเบาะพิงหลังดึงเอวให้เอนตัวแนบชิดแผ่นอกกว้างมากขึ้น มือใหญ่ก็ยังคงเลื่อนลูบเรือนผมเปียกชื้นอย่างเบามือ บ้างรินรดน้ำอุ่นลงไป บ้างสางเล่น แล้วทำไมเขาถึงนั่งเกร็งทั้งที่ควรจะเคยชินกับร่างเปลือยเปล่าน่ะหรือ

 

            เจ้านายเพิ่งสระผมให้

 

            ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ถึงดึงเขาไปนั่ง แล้วสระผมให้ วินาทีที่มือใหญ่สัมผัสหนังหัวอย่างอ่อนโยนแบบที่ผู้ชายตัวโตไม่น่าทำได้ ดงแฮก็ยิ่งเกร็งขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งสระผมเสร็จแล้วถูกดึงลงมานั่งแช่ในอ่างด้วยกัน ร่างเพรียวก็แข็งเป็นหินโดยสมบูรณ์

 

            นายใหญ่เคยอ่อนโยนด้วยหลายต่อหลายครั้ง ดงแฮยังจำครั้งที่อยู่เกาะเชจูด้วยกันได้ แต่ครั้งนี้มันมากกว่าอ่อนโยน เขากำลังเรียนรู้ถึงคำว่า...อ่อนหวาน

 

            มันไม่ดีกับหัวใจเลยจริงๆ

 

            “แล้วยังไงต่อ” แม้คิบอมจะรับรู้ได้ถึงอาการแข็งเกร็งของคนในอ้อมกอด แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยออก ตาคมก็มองต้นคอขาวผ่องที่ตอนนี้กลับกลายเป็นสีแดงเข้มอย่างน่าอัศจรรย์ อาจจะเพราะดงแฮเป็นคนขาวจัดอยู่แล้ว ยิ่งเจอน้ำอุ่นผนวกกับอะไรก็ตามในใจ ผิวขาวก็ยิ่งแดงเสียจนเหมือนกุ้งต้มสุก

 

          น่ารัก

 

            นั่นล่ะมั้งคือสิ่งที่อยู่ในใจของนายใหญ่

 

            “คุณฮยอกแจถามเรื่องประวัติของผมครับ ผมเล่าให้ฟังแค่ช่วงก่อนที่จะมาอยู่กับนาย” ดงแฮเสียงเบาลงเรื่อยๆ แล้วก็สะดุ้ง เมื่อมือใหญ่กำลังลูบผ่านแผ่นท้องอย่างเพลินมือ

 

            “วันนี้ผมยังไม่เจอคุณฮีชอล แต่ผมพบว่ามีหลายจุดที่ดูผิดปกติ” คนพูดพยายามดึงความสนใจไว้ที่รายงาน แต่ดูเหมือนนายใหญ่จะไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด เมื่อมือที่ลูบเส้นผมนุ่มกำลังเลื่อนลงมาที่หัวไหล่ขาว เพียงแค่ลูบขึ้นลงเบาๆ ขนอ่อนก็ลุกซู่

 

            “ตอนแรกผมคิดว่าหานฮันคยองส่งคนมาจับตาดูผม แต่ผมกลับรู้สึกว่าสายตาเหล่านั้นจ้องมองไปที่คุณฮยอกแจมากกว่า แม้จะกลบเกลื่อนยังไง ผมก็พบว่ามีสายตาที่จับตามองผมน้อยมาก จะเห็นชัดๆ มีเพียงแค่คนหรือสองคนที่ระวังผมเท่านั้น ที่เหลือเหมือนเฝ้าระวังให้คุณฮยอกแจ และคุณฮยอกแจจะกลับเข้าห้องเป็นเวลา เหมือนทำเป็นกิจวัตรประจำวัน...นายครับ”

 

            ท้ายประโยค ดงแฮเอ่ยเรียกคนด้านหลังเสียงเบา จนได้ยินเสียงหัวเราะต่ำๆ ในคอ

 

            “เล่าต่อสิ...หรือว่าไม่มีสมาธิ”

 

            ดงแฮเงียบเป็นคำตอบ เพราะเจ้านายก็ย่อมรู้อยู่แล้ว ในเมื่อสองมือกำลังลูบไล้ผิวกายเขาไม่หยุด...นี่มันรบกวนสมาธิยิ่งกว่าถูกยิงถูกแทงเสียอีก

 

            ท่าทางที่คิบอมเป็นฝ่ายดันหน้าผากดงแฮให้เอนหัวลงนอนแนบหัวไหล่ข้างหนึ่ง ดวงตาคู่คมก็กดมอง แล้วพบว่าตากลมกำลังหันหนีไปอีกทาง คอที่ว่าแดงแล้วก็ยังสู้แก้มไม่ได้

 

            “ฉันต้องยอมรับว่าฉันก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่” นั่นเรียกสายตาให้หันกลับมาสบกันจนได้

 

            แววตาที่ทำให้คนตัวโตโน้มหน้าลงไปสัมผัสที่ปาก หากแต่ประโยคถัดมาต่างหากที่ทำให้ดงแฮยิ่งเงียบกริบ

 

            “ได้มั้ย”

 

            คนสนิทเคยได้ยินน้ำเสียงเข้มข้นที่แฝงความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมแบบนี้หลายครั้ง แต่ทุกครั้งไม่ใช่การร้องขอ เจ้านายทำในสิ่งที่ต้องการ ส่วนเขาก็รับคำสั่งอย่างเต็มใจ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป การร้องขอไม่ใช่การสั่ง ยิ่งเป็นการร้องขอที่มาพร้อมกับสัมผัสนุ่มนวลเช่นนี้

 

            ราวกับ...ขอความรัก

 

            ครั้งนี้ดงแฮคิดจริงๆ ว่าเจ้านายเอาแต่ใจไปเลยยังง่ายกับเขามากกว่าที่จะทำตัวอ่อนหวานใส่

 

            การตอบรับมันประหม่าเสียยิ่งกว่าการปล่อยเลยตามเลยไม่รู้กี่เท่าตัว

 

.................................

 ต่อค่ะ

 

            ความคิดที่ทำให้คนสนิทหลุบตาลงต่ำอีกครั้ง ปล่อยให้สองมือเลื่อนมาโอบรัดรอบเอว ริมฝีปากอุ่นก็กดจูบที่ข้างแก้มเหมือนเร่งรัดเอาคำตอบ แต่คนที่ถามว่าได้มั้ยก็ไม่พูดอะไรมากกว่านั้น ราวกับว่าคิบอมก็รอคอยเช่นเดียวกัน

 

            ท่าทางที่บอกว่าการที่ใครบางคนเคยนอนหันหลังให้ มันมากพอที่จะทำให้คนเอาแต่ใจยอมแก้นิสัยตัวเอง

 

            “ผมยังรายงานเรื่องคุณฮยอกแจไม่เสร็จเลยครับ” ดงแฮรู้ว่าเขากำลังถ่วงเวลา อาจจะเพราะความขัดเขินมันตีตื้นในอก จนพยายามว่าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนตอนทำงาน ทั้งที่สัมผัสของฝ่ามือมันรบกวนจิตใจจนแทบคิดอะไรไม่ออก

 

            “เอาไว้ตอนกินข้าวก็ได้”

 

            “แต่นายบอกว่าให้รายงานตอนอาบน้ำไม่ใช่หรือครับ” เขาไม่ได้จะกวนประสาทหรืออะไร แค่ยกคำพูดที่เจ้านายสั่งก่อนหน้าขึ้นมา และนั่นก็ทำให้ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้ม ตามมาด้วยเสียงหัวเราะแผ่วๆ

 

            “ใช่ ฉันบอกว่าอยากฟังรายงาน”

 

            “งั้นผมควรจะรายงานให้จบก่อน...”

 

            “แต่ไม่มีตอนไหนที่บอกว่าจะฟังตอนอาบน้ำ”

 

            กึก

 

            คราวนี้เป็นฝ่ายมือขวาคนสนิทบ้างที่นิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากสีสดเผยอออกนิด สมองที่มึนเบลอค้นหาคำสั่งของเจ้านาย แล้วพบว่า...จริงๆ ด้วย

 

            ใช่ นายบอกว่าอยากฟังรายงาน แต่ไม่มีคำไหนที่บอกว่าจะฟังตอนนี้

 

          ทำไมรู้สึกเหมือนกับว่า...เสียรู้

 

            คนไม่ประสาเรื่องความรักกะพริบตาหลายที และนั่นก็ยิ่งทำให้คนมองจ้องไม่ละสายตา

 

          ไม่มีใครเคยเห็นดงแฮแบบที่เขาเห็น

 

            คิบอมบอกตัวเองในใจ มองใบหน้าติดหวานที่เวลานี้ไม่เหลือเค้าของคนสนิทที่สั่งงานด้วยท่าทีเย็นชาเลยสักนิด เหลือเพียงหนุ่มน้อยวัยยี่สิบที่มีใบหน้าติดหวาน แก้มแดงระเรื่อ ดวงตากลมกะพริบจนก่อเกิดความเอ็นดู ไหนจะริมฝีปากสีสดที่เผยอนิด...ทั้งหมดเป็นภาพที่เขาคนเดียวจะได้เห็น

 

            ยิ่งคิด นายใหญ่ก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก

 

            เขาไม่คิดจะปล่อยดงแฮไป เช่นเดียวกับไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำหน้าแบบนี้ให้ใครเห็น

 

            “ของฉันคนเดียว”

 

            “ครับ?”

 

            ไม่เพียงแค่คิบอมที่ได้สติยามหลุดปาก อีกฝ่ายเองก็ทวนถามอย่างงุนงง จนคนพูดยกยิ้มมุมปาก วางคางลงบนลาดไหล่ คลอเคลียปลายจมูกกับผิวแก้มชื้น

 

            “ไม่มีอะไร”

 

            ร่างสูงคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูด ให้ความรู้สึกที่มันชัดเจนขึ้นทุกวันบอกตัวเองก็พอ

 

            “แล้วคำตอบของฉันล่ะ” นายใหญ่เลือกจะวกกลับมาที่คำถามเดิม จนคนฟังก้มลงมองผิวน้ำที่กระเพื่อมจากแรงขยับของผู้ชายสองคน มองเงาสะท้อนของตัวเองจนเห็นอะไรบางอย่าง

 

            “นายรู้อยู่แล้วครับ”

 

            “รู้อะไร”

 

            “คำตอบของผม”

 

            แทนคำว่าได้หรือไม่ ดงแฮเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง มองตาเจ้าของชีวิต จนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้น

 

            “คำตอบของผมออกมาทางสีหน้าหมดแล้วนี่ครับ”

 

            คนฟังนิ่งไปอึดใจ ก่อนที่จะคลี่ยิ้ม ดันคนในอ้อมกอดให้พลิกตัวหันหน้าเข้าหา อีกมือก็เลื่อนไปลูบที่ผิวแก้มสีระเรื่ออย่างเบามือ

 

            “ใช่ ฉันรู้ แต่อยากฟังคำตอบ”

 

            คำถามที่ดงแฮหลับตาลงช้าๆ แล้ว...เคลื่อนไปประทับริมฝีปากอุ่น

 

            “ครับ”

 

            นั่นคือคำตอบของคนสนิท ที่ทำให้ก่อเกิดเสียงน้ำกระเพื่อมระลอกใหญ่บ่งบอกถึงแรงเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่ และเสียงน้ำก็ถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่เต้นดังสนั่น ยามที่ร่างกายประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

            การกระทำที่ใจต่างโหยหา

 

........................................

 

            “...ตามข้อสันนิษฐานของผม ผมคิดว่าคุณฮยอกแจเหมือนถูกกักขังมากกว่าที่จะบอกว่าปกป้องคุ้มครอง แต่มันน่าแปลกที่คุณฮยอกแจไม่ได้มีท่าทีขัดขืนใดๆ เลยครับ ช่วงระหว่างที่คุยกัน คุณฮยอกแจไม่มีท่าทีกระวนกระวายหรือต้องการบอกอะไรผมเลย มีแค่เรื่องเดียว...”

 

            หลังจากการอาบน้ำที่กินเวลาไปกว่าชั่วโมง จนเนื้อตัวขาวๆ ของดงแฮซีดเซียวยิ่งกว่าเดิม พวกเขาก็เปลี่ยนสถานที่มายังเตียงนอนหลังใหญ่ แล้วแทนที่จะทานมื้อเย็นอย่างที่นายใหญ่ว่า รถเข็นอาหารเย็นที่ถูกสั่งให้เตรียมยังคงจอดทิ้งไว้อยู่หน้าห้องตามเดิม

 

            หากคนที่ควรจะดูหิว กลับ อิ่ม เต็มที่

 

            ผู้ชายคนนั้นที่กำลังชันศอกกับหมอนใบนุ่ม นอนตะแคงข้างมองคนที่กำลังรายงานด้วยน้ำเสียงที่พยายามนิ่ง แต่มีหรือที่จะไม่เห็นว่าดงแฮ...สั่นแค่ไหน

 

            ไม่ใช่เพราะอากาศเย็น แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดเกินพอดีนี่ต่างหาก

 

            “ว่ามาสิ” คิบอมยังคงเล่นผมอีกฝ่าย ปากก็ถามไปด้วย ทั้งที่พอจะรู้คำตอบ

 

            “บอกมาเถอะ ฉันพอจะเดาได้”

 

            “ท่าทีของคุณฮยอกแจเกี่ยวกับงานแต่งงานดู...ไปในทางที่ไม่ดีนัก”

 

            “พูดตรงๆ ก็ได้ว่าฮยอกแจไม่อยากแต่งงานกับฉัน” คนฟังนึกขำกับคำพูดที่พยายามรักษาใจเขามากที่สุด ทั้งที่เจ้าตัวไม่ยี่หระกับท่าทีของเด็กคนนั้นเลยสักนิด เขาบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ถ้าจะมีเรื่องของความรู้สึกมาเกี่ยวข้องก็คง...ห่วงในฐานะลูกชายของคนที่นับถือ

 

            “ครับ”

 

            “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ฉันบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าฮยอกแจไม่ต้องการแต่งงานกับฉัน และก็มีคนที่จำใจยกฮยอกแจให้ฉันเช่นเดียวกัน” ร่างสูงว่าง่ายๆ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนบนหมอน พลิกตัวมานอนเงยหน้ามองเพดาน ทั้งที่กำลังแสยะยิ้ม

 

            ส่วนหนึ่งที่มั่นใจว่าคนร้ายไม่ใช่หมอนั่นก็เพราะท่าทีที่แสดงออกนั่นแหละ

 

            “วันนี้เจอหานฮันคยองมั้ย”

 

            “ไม่ครับ ไม่เจอกระทั่งโจวคยูฮยอนด้วย”

 

            คิบอมพยักหน้าช้าๆ แล้ววกกลับมายังเป้าหมายที่ให้อีกฝ่ายตาม

 

            “แล้ว...”

 

            “ไม่ครับ ไม่เจอคุณคิมฮีชอลเช่นเดียวกัน”

 

            “จับตาดูให้ดีก็แล้วกัน ฉันชักไม่ไว้ใจผู้ชายคนนั้น” นายใหญ่ว่าเสียงเด็ดขาด ให้อีกฝ่ายรับคำ ใบหน้าคมก็นิ่งไปอย่างครุ่นคิดหาคำตอบ

 

            “ไม่ต้องห่วงไป ทำหน้าที่ของนายต่อไปก็พอ” ราวกับรู้ท่าทางของคนที่นอนเคียงข้าง เจ้าของเตียงถึงว่าเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะขยับขึ้นมานั่งพิงเตียง หันมามองคนที่รีบลุกขึ้นตาม จนดวงตาคู่คมอ่อนแสงลง

 

            “หิวหรือยัง”

 

            “ไม่ครับ ผมไม่หิว” กับคนที่เคยแม้แต่อดอาหารเกือบตาย แค่ไม่กินอะไรไม่กี่ชั่วโมงไม่ทำให้ดงแฮหิวได้หรอก และนั่นก็ทำให้นายใหญ่หัวเราะ

 

            “แต่ฉันหิว”

 

            จุ๊บ

 

            ดงแฮตั้งตัวไม่ทัน ยามที่ร่างสูงขยับเข้ามากดจูบหนักๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเตียง เผยให้เห็นร่างเปลือยกำยำที่คว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมลวกๆ จนต้องรีบลุกตาม ติดก็แต่ว่าเขาไม่มีอะไรติดกายออกมาจากห้องน้ำ และเวลาอยู่กับผู้ชายคนนี้แล้ว มันมีคำว่าขัดเขินอยู่ในพจนานุกรม

 

            เขาไม่เปิดเผยร่างกายตัวเองให้คนอื่นเห็นอยู่แล้ว แต่นี่ต่อหน้าผู้เป็นนาย...

 

            “เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

 

            “ไม่ครับ เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ”

 

            “ด้วยสภาพนั้น?”

 

            “...”

 

            “หึๆ นอนไปเถอะ”

 

            คิบอมก็ย่อมรู้ ร่างสูงถึงว่าเสียงขบขัน แล้วหมุนตัวออกไปยังหน้าห้อง เพื่อเอาอาหารที่เย็นชืดหมดแล้วเข้ามา แน่นอนว่าเขาสั่งคนครัวให้ทำใหม่ตอนนี้เลยก็ได้ แต่ชายหนุ่มไม่ต้องการให้ใครมายุ่งย่ามในช่วงเวลาส่วนตัว...ยิ่งในช่วงที่ใครบางคนยอมทำตัวน่ารักด้วยแล้ว

 

            คนที่สั่งแล้วว่าให้นอนไป แต่กลับรีบลุกขึ้นมาหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ลวกๆ แล้วพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่นายใหญ่มาเข็นรถอาหารด้วยตัวเอง

 

            “ผมลงไปอุ่นให้ดีกว่าครับ”

 

            “ไม่ต้องหรอก ฉันบอกแล้วไงว่าหิวแล้ว”

 

            “แต่...ครับ”

 

            คนที่จะแย้งเงียบเสียงลง เมื่อเจอดวงตา หรือจะขัดใจฉัน ของเจ้านาย ปล่อยให้อีกฝ่ายเข็นรถเข้ามาหยุดลงตรงหน้า

 

            “กินสิ”

 

            คนว่าหิวกลับพูดเช่นนั้น ทั้งยังส่งทั้งส้อมทั้งมีดมาให้ ทำเอาคนที่บอกไม่หิวเงยหน้าขึ้นมองนาย สลับกับอาหารหน้าตาน่าทาน

 

            “อันนั้นเป็นคำสั่ง กินซะ” ปากจะแย้งให้นายทาน แต่เมื่อนี่เป็นคำสั่ง ดงแฮก็ทำได้แค่รับมันมาแล้วหั่นเนื้อสเต็กเป็นชิ้นพอดีคำ ส่งเข้าปาก เพราะ..ใครอีกคนยังจ้องไม่ละสายตา

 

            “ดี”

 

            นั่นคือคำชม ก่อนที่ร่างสูงจะขยับเข้ามาอีกครั้ง แต่...นั่งซ้อนหลัง

 

            “นายครับ คือผม...ไม่ถนัด”

 

            “กินซะ กินให้หมด แล้วฉันจะลุก...นายผอมลงอีกแล้ว”

 

            ไม่ใช่แค่คำพูดที่เอ่ย แต่สองมือก็จับเข้าที่ข้างเอว แล้วเปลี่ยนเป็นกอดเอาไว้หลวมๆ

 

            สัมผัสที่ทำให้ดงแฮเกร็งในตอนแรก ก่อนที่จะผ่อนคลายในยามต่อมา ขณะที่ส่งเนื้อเข้าปากอย่างต่อเนื่อง รู้ตัวว่าหิวก็ตอนคำที่สาม คำที่สี่เข้าไปแล้ว และเมื่อจะหมดจาน คนสนิทก็ได้ยินคำที่กระซิบอยู่ข้างหู

 

            “ขอโทษ”

 

            เขาไม่กล้าถามเจ้านายว่าขอโทษเรื่องอะไร แต่คิบอมมีคำตอบให้ตัวเองชัดเจน

 

          ขอโทษที่ทำให้คิดมากจนผอมลงขนาดนี้

 

            เวลาไม่กี่วัน แต่ทำให้นายใหญ่ที่โอบกอดร่างนี้ทุกคืนรู้เลยว่าดงแฮซูบลงขนาดไหน และทั้งหมดนั่นมาจากการกระทำเห็นแก่ตัวของเขา

 

            ความรู้สึกที่เขามีต่อดงแฮเพิ่มพูนขึ้นทุกวันจนเขาเองก็นึกกลัว...กลัวจะสูญเสียมันไป

 

...................................

 

            ครบค่ะ ตอนนี้หวานเนอะ หวานอะ พอนายตอบรับความรู้สึกของตัวเองแล้ว การแสดงออกก็ยิ่งหนักหน่วงขึ้นทุกที จากเดิมที่เอาแต่ใจเสมอ ก็เรียนรู้ที่จะเอาใจใส่เฮมากกว่าเดิม ทุกการกระทำคือการที่พยายามปรับตัวเข้าหา พยายามคิดว่าตัวเองไม่ใช่แค่เจ้านายและเฮเป็นลูกน้องธรรมดาอีกต่อไป หลังจากนี้บอมจึงจะถามบ่อยขึ้น ฟังความเห็นเฮมากขึ้น และทั้งหมดนั่นก็บอกง่ายๆ ว่าความรักที่มีให้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกันจ้า

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า XD

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

77 ความคิดเห็น

  1. #9459 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 03:11
    กลับมาอ่านต่ออีกครั้ง หลังไม่ได้อ่านมานานมากๆ คือเขินมาก ใจเต้นแรงแบบเต้นถี่เลย ฮืออออออออออ ;-;)
    #9459
    0
  2. #8887 Jiinnie Cutie (@jeansjeein) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:38
    ทำไมเจ้านายไม่ชัดเจน แบบนี้ตั้งแต่แรก งื้ออออออ เขิน
    #8887
    0
  3. #8828 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:40
    งือออ เจ้านายดี๊ดี รักกกก
    #8828
    0
  4. #8690 mallicro (@mallicro) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 22:38
    ตอนนี้คือคุณเจ้านายโคตรดีต่อใจ แบบดีมากๆ ฮื่อออ
    #8690
    0
  5. #8571 แหวน (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 01:29
    บอกได้คำเดียวพระเอกเราชัดเจนมาก แต่นายเอกเราก็ชอบคิดมากจริงๆจริ๊งงงง แต่ก็หวานแบบน่าร้ากกกอ่าาาา
    #8571
    0
  6. #8517 leedongwa (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 18:31
    หวานมากปู๊นๆ😊😊
    #8517
    0
  7. #8507 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 07:52
    คุณเจ้านายทำไมหวานอย่างนี้อ่า คุณนักฆ่าไม่เขินก็บ้าแล้ว

    #8507
    0
  8. #8489 230973 (@230973) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 18:00
    ฮือ..อึมครึมงึมงัมฮึมฮัมมาตั้งหลายตอน เจอตอนนี้เข้าไปเหมือนกินน้ำผึ้งใส่น้ำตาล อ้อนเข้าไปค่ะนายขา บ่าวรอฟินอยู่ค่ะ
    #8489
    0
  9. #8488 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 13:23
    หวานมากกก ชอบบ
    #8488
    0
  10. #8487 ...Bipolar... (@Earn_acry) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 18:27
    มาต่อเร็วน้าา สนุกมากเลยยย
    #8487
    0
  11. #8486 พอรอ. (@koganei_kao) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 08:33
    โอ้ยยยย ละมุนมากกก รักขนาดเน้คุณเจ้านายอย่าทำไรเฮนะ เดวเฮเสียใจจจ
    #8486
    0
  12. #8485 1217pd (@1217pd) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:38
    น่ารักอ่ะ
    #8485
    0
  13. #8484 1217pd (@1217pd) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:38
    น่ารักอ่ะ
    #8484
    0
  14. #8483 F9tiss (@F9tiss) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:15
    หลงความน่ารักของน้องจนโงหัวไม่
    ขึ้นแล้วสินะคะ อิอิ
    #8483
    0
  15. #8482 Toey200 (@Toey200) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:54
    เขินมากฟินด้วยยย
    #8482
    0
  16. #8481 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 21:44
    นี่ถ้านายรู้ว่าลูกน้องกำลังจะตาย นึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าแล้วก็อยากให้รู้จุง งุงิ
    #8481
    0
  17. #8480 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:08
    คิดถึงเรื่องนี้จัง พี่เมย์มาต่อแล้ววว
    ตอนนี้หวานละมุนลไมมาก
    #8480
    0
  18. #8479 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 07:38
    สนุกไปอีกกกก
    #8479
    0
  19. #8478 Mixstar (@yoshigo) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 01:33
    พี่เมย์ อย่าทำร้ายดงแฮน้าาาาา
    #8478
    0
  20. #8477 Dummy'P (@phonpath) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:38
    กลัวใจพี่เมย์มากอะ ตอนนี้หวานตอนหน้าเตรียมต้มน้ำรอเลยรึเปล่า 55555 ระแวง
    #8477
    0
  21. #8476 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
    หวานสุดๆ
    #8476
    0
  22. #8475 Eyeprs (@Eyeprs) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:07
    หวานไปอีกกกกก ><
    #8475
    0
  23. #8474 Arriya (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:16
    พี่เมย์กลับมาแล้ววววว คุณเจ้านายหวานมาก รักหมวยขึ้นทุกวัน โอ๊ยหลงงงงงง
    #8474
    0
  24. #8473 Noparat (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:06
    คิบอมอบอุ่นใจดีกับดงเฮมากเลย อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปนะ
    #8473
    0
  25. #8472 _วิกเตอร์_ (@kalo__) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 20:53
    รอคอยมานานนนน ในที่สุดพี่เมย์ก็อัพ และยังพาฉากหวานมาให้ฟินด้วยยย โอ๊ยดีต่อใจจัง
    #8472
    0
  26. #8466 OilKJ (@o-ooy) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 09:53
    ละมุนนนนนน
    #8466
    1
    • #8466-1 boooai (@boooai) (จากตอนที่ 68)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 23:28
      คิดถึงเรื่องนี้มากกกก เจ้านายละมุนสุดๆ
      #8466-1