[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,363 Views

  • 9,513 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,384

    Overall
    672,363

ตอนที่ 69 : ตอนที่ 64 คนสำคัญที่หวงแหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    30 พ.ย. 60


ตอนที่ 64 คนสำคัญที่หวงแหน

 

 

 

            “นายไม่ต้องมาส่งผมถึงนี่ก็ได้นะครับ”

 

            “นี่สั่งฉัน?”

 

            ภายในรถคันใหญ่ที่เลี้ยวเข้ามาในอาณาเขตของคฤหาสน์ตระกูลลี ดงแฮกำลังเอ่ยเสียงเบากับคนที่นั่งอยู่บนเบาะหลังด้วยกันด้วยความเกรงใจ แบบที่คิบอมก็ย้อนถาม หากแต่น้ำเสียงและแววตาติดจะหยอกเย้าในที จนคนฟังก้มหน้าลง

 

            “เปล่าครับ แต่ผมไม่อยากเป็นภาระของนาย” หากคนถูกหยอกก็ยังตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อเจ้านายบอกให้ขึ้นรถมาด้วยกัน ทั้งที่ไปกันคนละทาง

 

            มันควรจะเป็นดงแฮคนนี้สิที่ขับรถไปส่งเจ้านายที่บริษัท แล้วค่อยวกกลับมาทำหน้าที่เพื่อนคุยให้คุณหนูฮยอกแจ หากทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อคนเป็น เจ้านาย กลับเป็นฝ่ายพา ลูกน้อง มาส่งถึงที่ทำงานในวันนี้ จนคนที่คำนึงคำว่าหน้าที่ไม่สบายใจ

 

            ใจหนึ่งก็ดีใจกับสิ่งที่เจ้านายทำให้ แต่อีกใจ...ก็ไม่คุ้นชินจริงๆ

 

            “ฉันไม่ชอบคำว่าภาระ”

 

            “แต่ผมกำลังเป็นตัวถ่วง”

 

            “การที่ฉันมาส่ง คนรัก ของฉัน มันทำให้นายไม่สบายใจขนาดนั้นเลยหรือ ดงแฮ”

 

            กึก

 

            คนที่กำลังถกเถียงเป็นอันนิ่งงัน เมื่อคิบอมเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เข้มจัด สีหน้าหยอกเย้าในยามแรกเปลี่ยนเป็นนิ่งขึง จ้องตากลับ จนคนฟังเบิกตากว้าง มองไปยังคนขับด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก แบบที่ลูกน้องคนอื่นไม่มีทางได้เห็น แม้จะรู้ว่าทางนั้นจะปิดปากเงียบตามคำสั่งนาย แต่อดจะเป็นกังวลไม่ได้

 

          นายไม่ควรพูดแบบนี้ และผมไม่ควรได้รับฐานะนั้น...

 

            “ไม่ต้องสนใจคนอื่น นายกำลังคุยกับฉันอยู่”

 

            ดงแฮหันกลับมาสบตาคนพูดแทบไม่ทัน แล้วพบว่าดวงตาคมกริบกำลังฉายแววไม่พอใจลึกๆ

 

            “แต่นายครับ...”

 

            “ฉันบอกแล้วไงว่าสนใจแค่สิ่งที่ฉันพูด”

 

            แม้ใจจะมีเหตุผลมาแย้งร้อยแปดพันเก้า แต่เมื่อเจ้านายสั่งมา คนฟังก็ทำได้แต่หลุบสายตาลงอย่างสุภาพ ทั้งที่คำว่าคนรักดังก้องสะท้อนอยู่ในหัว

 

            ใช่ เจ้านายอาจจะแสดงท่าทีที่มากกว่าเจ้านายกับลูกน้องกับเขา แต่การได้ฟังชัดๆ มันทำให้หัวใจ...ทำงานหนักเกินไป

 

            “ครับนาย”

 

            “ดีมาก”

 

            ใบหน้าคมคร้ามที่ดูเครียดขมึงผ่อนคลายลงทันที จากนั้นก็ส่งมือไปวางบนหัวทุยๆ เหมือนกับดงแฮเป็นเด็กเล็กมากกว่านักฆ่าเลือดเย็นที่ใครๆ ก็เกรงกลัว และนั่นก็ทำให้นักฆ่าคนนั้นยิ่งก้มหน้าลง แทบไม่กล้าขยับตัวกับสัมผัสอ่อนโยนที่เลื่อนลูบบนศีรษะ

 

            ไม่มีใครลูบหัวเขา...ไม่เคยมี

 

            ในความทรงจำของเขา ไม่เคยมีใครลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดูแบบนี้ ก่อนหน้านี้ เจ้านายอาจจะจับ จะเล่นผม แต่ไม่ใช่การลูบที่เหมือนกับการชมเชย ซึ่งคนอื่นจะว่าว่าถูกปฏิบัติเหมือนหมาก็ช่าง เพราะหัวใจดวงน้อยมันอุ่นขึ้น และอุ่นจนน่ากลัวกับสัมผัสที่ใครหลายคนมองว่าเหมือนการหยามเกียรติ

 

            ไม่หรอก มันดีเสียยิ่งกว่าเจ้านายกอดเอาไว้ในอ้อมอกด้วยซ้ำ

 

            “ต่อไปนี้ ฉันจะพานายมาส่งทุกเช้า”

 

            กึก

 

            ดงแฮเกือบจะเอ่ยปากแย้ง ถ้าไม่ใช่เพราะคิบอมวางมือลงบนหัวสองที ทำเอาทุกคำพูดกลืนหายเข้าไปในลำคอ

 

            “และเย็นนี้จะมารับ”

 

            “ครับ?”

 

            คนฟังเงยหน้า จนเห็นกับรอยยิ้มมุมปาก จนไม่รู้ว่านี่เป็นตลกร้ายของเจ้านายหรือเปล่า และนั่นก็ทำให้คิบอมเลื่อนมือจากศีรษะ ลงมายังต้นคอ จากนั้นก็รั้งเข้ามาจนใบหน้าแนบชิดกัน ดวงตาประสานกันนิ่ง อย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่าดงแฮหวั่นไหวแค่ไหน ก่อนที่...

 

            จุ๊บ

 

            ปลายจมูกโด่งแตะเข้าที่ข้างแก้ม แล้วมืออบอุ่นข้างนั้นก็คลายออก

 

            “เจอกันเย็นนี้”

 

            “...”

 

            “ดงแฮ”

 

            “คะ...ครับ เจอกันเย็นนี้”

 

            จากนั้น ดงแฮก็ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หากแต่แก้มขาวทั้งสองข้างกำลังปลั่งสี แม้แต่เสียงที่เอ่ยตอบโต้ดวงตาวาววับคู่นั้นก็สั่นไหว ชายหนุ่มก้าวลงมาเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และเขาก็เห็น...รอยยิ้มพึงพอใจของคนมาส่งก่อนที่ประตูจะปิดลง

 

            รถคันหรูแล่นจากไปแล้ว หากคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้กลับกำลังยกมือแตะที่แผ่นอกข้างซ้าย...แผ่วเบา

 

            เขาอดจะแตะมันไม่ได้ อดจะสัมผัสมันไม่ได้

 

            บางที นิมิตที่เขาเห็นอาจจะผิดพลาด ดงแฮคนนี้อาจจะไม่ได้ตายเพราะถูกยิงที่หัวใจ แต่เป็นความอ่อนโยนที่ผู้เป็นนายมอบให้ต่างหาก

 

            เจ้านายทำแบบนี้ไม่ดีกับใจของเขาจริงๆ

 

            ความคิดของของคนที่สูดหายใจลึกและยาว พยายามควบคุมสติให้เข้ารูปเข้ารอย ทั้งที่มันกระเจิดกระเจิงไปหมด ไม่ว่าจะผิว แก้ม ผม เนื้อตัวใต้ชุดสูทก็เหมือนจะถูกไออุ่นของผู้ชายอีกคนโอบรัดเอาไว้ สมกับที่เมื่อคืนไม่ได้หลุดรอดจากอ้อมกอดนั้นเลย

 

            แม้แต่ตรงนั้น ดงแฮยังรู้สึกร้อนผ่าวยามคิดถึงว่าเจ้านายประทับตราในส่วนที่ลึกที่สุดของร่างกาย

 

            “แบบนี้แย่แน่ๆ”

 

            ชายหนุ่มพึมพำในคอ ยามที่ก้าวตามสาวใช้ที่ออกมารับเข้าไปยังห้องนั่งเล่นที่แลเห็นสวนสวย และยามนี้ บางส่วนก็ปกคลุมไปด้วยหิมะที่เริ่มโปรยปราย

 

            “คุณหนูฮยอกแจให้คุณรออยู่ที่นี่ค่ะ”

 

            “ขอโทษนะ”

 

            “คะ?”

 

            ก่อนที่สาวใช้จะก้าวออกไป ดงแฮก็รีบเรียกไว้ก่อน

 

            “ผมขอใช้ห้องน้ำหน่อย” เขาไม่รู้จริงๆ ว่ากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

 

            “เชิญค่ะ ทางนี้เลย” สาวใช้ว่าพลางนำทางไปยังห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะขอตัวกลับเข้าไปในครัว แต่นี่ไม่ใช่การปล่อยให้คนของแก๊งอื่นเดินเตร็ดเตร่ตามลำพัง เพราะร่างเพรียวเห็นคนของบ้านหลังนี้ประจำตามจุดต่างๆ และมากพอที่จะทำให้เขากระดิกตัวไม่ได้

 

            ทว่า...ก็ไม่ได้จะมาหาข่าว แต่จะใช้ห้องน้ำจริง

 

            “ผมบอกแล้วว่าอย่าไว้ใจใคร”

 

            คนสนิทของคิบอมยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าไปในห้องน้ำ เสียงคุ้นเคยก็ทำให้ชะงักปลายเท้า หันไปมองตามทิศทางของเสียง แล้วก็เห็น...หานฮันคยอง

 

            ผู้ชายน่าเกรงขามไม่แพ้คิมคิบอมที่กำลังเอ่ยเสียงเข้มกับคุณหนูร่างเล็กข้างกาย

 

            “อืม ฉันรู้”

 

            “แต่สีหน้าคุณหนูไม่ได้บอกผมสักนิดว่ารู้แล้ว”

 

            “เรียกคุณหนูอีกแล้ว”

 

            ดงแฮรีบพาตัวเองหลบเข้าหลังบานประตูทันที ลอบมองออกมา และนั่นก็ทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้น

 

            ภาพของคุณหนูฮยอกแจที่โน้มคอของผู้ชายที่ใครๆ ในเกาหลีคิดว่าเป็นคนฆ่าผู้นำตระกูลลีลงมาจุมพิตที่ริมฝีปาก

 

            “ลงโทษ”

 

            ภาพที่ดงแฮเข้าใจคำพูดของผู้เป็นนายขึ้นมาทันควัน

 

            เขาเคยคิดว่าหานฮันคยองไม่อยากมอบคุณหนูลีฮยอกแจให้เพราะผลประโยชน์ หรือไม่ชอบหน้าเจ้านายของเขา แต่ตอนนี้เขาเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงแล้ว รวมทั้งทำไมคุณหนูฮยอกแจถึงต้องการยกเลิกงานแต่งงาน

 

            ความสัมพันธ์ของคนคู่นี้...ไม่ต่างจากเขาและเจ้านายเลยสักนิด

 

.........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”

 

            “ผมทำหน้าแบบไหน”

 

            ในห้องอาหารที่มีเพียงชายหนุ่มสองคนนั่งเคียงคู่กันอยู่ ลีฮยอกแจก็กำลังทานไป ยามมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่ทานเสร็จแล้ว และกำลังดื่มกาแฟ ซึ่งแม้หานฮันคยองจะมองตรงไปยังหน้าต่างที่แลเห็นหิมะโปรยปราย แต่ทำไมคนข้างกายจะไม่รู้ล่ะว่าแววตานั้น...นิ่งจนน่ากลัว

 

            ไม่ได้นิ่งแบบคุกคาม แต่นิ่งแบบคนอารมณ์เสีย

 

            ไม่ใช่ว่าหานฮันคยองเก็บอารมณ์ไม่เก่งหรอกนะ เพียงแต่ฮยอกแจเริ่มรับรู้อารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่งนั่นมากขึ้นต่างหาก และเขาก็รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายกำลังปล่อยรังสีที่บอกว่า...ไม่สบอารมณ์

 

            “แบบนี้ไง”

 

            ฮยอกแจก็เลยดึงปลายหางตาให้ชี้ขึ้น เรียกสายตาคมให้ตวัดกลับมามอง จากนั้นคนทำหน้าเลียนแบบก็ยกยิ้มจางๆ

 

            “โกรธอะไร”

 

            “ผมไม่ได้โกรธ”

 

            “ไม่จริง”

 

            “มาซักไซ้อะไรกับผม”

 

            “ก็นิ่งมาตั้งแต่เช้า”

 

            “ผมก็นิ่งของผมอยู่แล้ว”

 

          ไม่จริง นายไม่ได้นิ่งหรอก

 

            คุณหนูลีบอกตัวเอง เพราะใครบางคนดูจะทำตัวห่างเหิน ทั้งที่ก่อนหน้าเราตกลงกันแล้วว่าสถานะต่อจากนี้ของเราคืออะไร และเหมือนอีกฝ่ายก็คงเข้าถึงบทบาท เพราะสิ่งที่แสดงออกมันไม่ต่างจาก...งอน

 

            ไม่สิ คำว่างอนคงไม่เหมาะกับผู้ชายตัวโตๆ แบบนี้

 

            “โกรธเรื่องดงแฮหรือ”

 

            “...”

 

            ทั้งที่ใครบางคนเคยเล่นละครโหดร้ายใส่ฮยอกแจได้ แต่พอชื่อของผู้ชายคนอื่นหลุดลอดออกมาจากริมฝีปาก หานฮันคยองก็เงียบกริบ พูดอะไรไม่ออก จนคนถามยกยิ้มกว้างกว่าเดิม หันไปมองทั่วทั้งห้องที่มีแม่บ้านยืนรอบริการอยู่สองสามคน

 

            “ผมขอคุยกับฮันคยองหน่อยได้มั้ย”

 

            ทุกคนหันไปมองผู้ที่กุมอำนาจในบ้านหลังนี้ และเมื่อหนุ่มลูกครึ่งพยักหน้า แม่บ้านทั้งหมดก็กระจายตัวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

 

            กระทั่งเหลือกันเพียงสองคนแล้ว ฮยอกแจก็...

 

            ตุบ

 

            ศีรษะได้รูปเอนลงแนบกับบ่าแข็งแรง สองมือก็สอดเข้าที่ต้นแขนแกร่ง ก่อนที่จะกอดเอาไว้แน่น สัมผัสความอบอุ่นที่ทะลุผ่านเสื้อสูทเนื้อหนา จนคนถูกกอดก้มลงมามอง แล้วก็พบกับรอยยิ้มและแววตา...งอนง้อ

 

            “อย่าโกรธฉันเลย”

 

            “ผมก็บอกแล้วว่าไม่ได้โกรธคุณ”

 

            “ก็บอกเหมือนกันว่าหน้าแบบนี้น่ะหรือไม่โกรธ”

 

            “...”

 

            “ฮันคยอง”

 

            “ผมต้องไปทำงานแล้ว”

 

            หมับ

 

            คุณหนูลีรีบคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้แน่นกว่าเดิม ส่ายหน้าช้าๆ มองด้วยแววตาติดง้อ

 

            “ฉันแค่หาเพื่อนคุย และเขาก็เป็นเพื่อนคุยที่ดี”

 

            “ในบ้านนี้ก็มีคนเป็นเพื่อนคุยกับคุณได้”

 

            “คนที่อยู่ใต้อำนาจของนายน่ะหรือ”

 

            “งั้นคุณก็อยากคุยกับคนของคิมคิบอมมากกว่าน่ะสิ” คนฟังอดที่จะยิ้มไม่ได้จริงๆ ตั้งแต่สถานะของเราเปลี่ยน ฮันคยองก็แสดงออกมากขึ้น แล้วหนึ่งในนั้นคือความหึงหวงที่เขาไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะได้เห็น

 

            ผู้ชายที่เคยแต่ยืนอยู่ข้างหลังพ่อคนนั้น กล้าที่จะแสดงออกว่าหวงแหนตัวเขา

 

          ขอตัวดงแฮมาจากพี่คิบอมเลยได้มั้ย...ก็คงไม่ได้หรอก

 

            “งั้นนายจะยอมหยุดงานมาเป็นเพื่อนคุยฉันมั้ยล่ะ” พอฮยอกแจย้อน คนหึงจนคลั่ง หากแต่แสดงออกไม่ได้ก็เงียบ ยิ่งฮันคยองได้ยินจากลูกน้องที่เฝ้าจับตามอง ซึ่งรายงานว่าฮยอกแจดูจะถูกอกถูกใจคนที่เขาเกือบจะลงมือฆ่า ความรู้สึกรุนแรงก็ยิ่งตีกระหนาบในใจ

 

            เขาน่าจะฆ่าให้ตายตั้งแต่เมื่อตอนนั้น

 

            “เห็นมั้ย ก็ทำไม่ได้ อีกอย่าง...การคุยกับดงแฮก็ได้รู้อะไรหลายอย่าง”

 

            กึก

 

            คนที่กำลังข่มอารมณ์หึงหวงที่ไม่ควรเกิดขึ้นขมวดคิ้วฉับ ยิ่งไม่พอใจดงแฮมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่...

 

            “ฉันอาจจะไม่ต้องแต่งงานก็ได้”

 

            “คุณหมายความว่ายังไง”

 

            คราวนี้ฮยอกแจยิ้ม

 

            “สนใจด้วยหรือ...ไม่ใช่ว่าอยากไล่ฉันไปแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลลีหรือไง”

 

            คนฟังตีหน้าเคร่ง ดวงตาวาววับขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง แต่แทนที่ฮยอกแจจะกลัว เขากลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่าเขาได้รับคำตอบว่าใครบางคนก็ไม่อยากให้เขาแต่งงานออกไปอย่างที่ปากว่า จนสองมือกอดท่อนแขนแน่นขึ้น

 

            “ดงแฮอาจจะทำให้ฉันไม่ต้องแต่งงาน”

 

            “ฮึ ไม่มีทาง”

 

            ฮันคยองว่าเสียงเข้ม นึกไปถึงคิมคิบอมที่ไม่มีทางจะปล่อยให้ประโยชน์หลุดมือ จนคุณหนูลีหัวเราะเบาๆ รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก ซบหน้าลงกับบ่าอบอุ่นอีกครั้ง สูดดมกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่บัดนี้มันกลายเป็นกลิ่นประจำตัวของเขาเช่นเดียวกัน

 

            “อุ่นจัง” ฮยอกแจกระซิบ จนคนฟังกดสายตามามองอีกครั้ง แล้วหนุ่มลูกครึ่งก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้

 

            จุ๊บ

 

            ปากอุ่นกดจูบที่แก้มใสแผ่วเบา จนคนซบบ่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวรีสั่นระริก

 

            “อีกที...ได้มั้ย”

 

            แทนที่คำตอบ ฮันคยองโน้มหน้าลงมาเพื่อที่จะสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทว่า...

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “ขออนุญาตนะคะ อุ๊ย...”

 

            สาวใช้ที่ก้าวเข้ามาสะดุ้งโหยง เมื่อฮันคยองตวัดสายตาเข้มจัดไปมอง จนแข้งขาสั่น

 

            “ดงแฮมาแล้วหรือ” หากเป็นฮยอกแจต่างหากที่ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง ทำเอาเจ้าของบ่าย่นคิ้วเข้าหากันเหมือนไม่พอใจ

 

            “ค่ะ คุณดงแฮมาแล้วค่ะ”

 

            “ผมไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

 

            หนุ่มลูกครึ่งมองท่าทางกระตือรือร้นนั้นอย่างไม่พึงใจเท่าไหร่ ไม่นึกไว้ใจคนที่เขาเกือบฆ่าเลยสักนิด ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนทันควัน ก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคนที่ทำท่าจะก้าวออกจากห้องอาหาร จนฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมามอง

 

            “จะไปด้วยหรือ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเจอหน้าคนของพี่คิบอมหรือไง”

 

            เมื่อวานทำไมจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเลี่ยงจะไม่เจอดงแฮ และนั่นก็ทำให้คนฟังก้าวนำ ทั้งที่มือข้างหนึ่งวางลงบนต้นแขน

 

            “ผมแค่จะไปทำงาน และมันเป็นทางผ่านที่ต้องเดิน”

 

            คุณหนูลีได้แต่กลั้นยิ้มสุดความสามารถ ยามที่เดินเคียงคู่กับร่างสูงใหญ่จากห้องอาหาร เพื่อตัดไปยังห้องนั่งเล่นห้องเดียวกับเมื่อวาน ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งคู่ แต่มันไม่อึดอัด มีเพียงความอบอุ่น ทั้งที่หิมะภายนอกกำลังโปรยปรายลงจากฟากฟ้าเหมือนกับปุยเมฆสีขาว

 

          บางครั้งก็อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้

 

            “ผมบอกแล้วไงว่าอย่าไว้ใจใคร” หากผู้ชายตัวโตบางคนก็วกกลับเรื่องเดิม จนต้องกลั้นยิ้ม

 

            “อืม ฉันรู้”

 

            “แต่สีหน้าของคุณหนูไม่ได้บอกผมเลยสักนิดว่ารู้แล้ว”

 

            “เรียกคุณหนูอีกแล้ว” ตอนนี้พวกเขาอยู่กันสองคน แม้จะมีคนยืนคุมระหว่างทาง แต่นั่นฮยอกแจไม่นับ ร่างเล็กก็เลยทำในสิ่งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำ

 

            เขาดึงฮันคยองเข้ามาเพื่อประทับริมฝีปากลงบนปากได้รูป แบบที่ใครบางคนก็ยอมสัมผัสกลับอย่างแนบแน่น สองมือก็โอบเข้าที่แผ่นหลังของเขา กระชับตัวของเขาให้ชิดใกล้แผ่นอกกว้าง ปลายลิ้นอุ่นก็สอดลึกเข้ามาในโพรงปาก กระทั่ง...

 

            “ลงโทษ” ฮยอกแจกระซิบ หากหัวใจก็ต้องเต้นแรง เพราะว่า...

 

          “มันเป็นรางวัลของผมมากกว่า”

 

            บางทีฮยอกแจก็ถามตัวเองว่าทำไมพวกเขาไม่เกิดมาเป็นคนธรรมดาที่รักกัน ไม่เช่นนั้น เขาคงสามารถยืดความสุขในวินาทีนี้ได้ตราบนานเท่านาน

 

ต่อค่ะ

 

            เขาอยากจะโอบกอดความอบอุ่นนี้ไปเรื่อยๆ

 

            “วันนี้จะกลับกี่โมง” ร่างเล็กกระซิบถาม

 

            “ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอ”

 

            “ก็แค่รอกินข้าวเอง” ฮยอกแจอมยิ้ม เพราะเขารู้ว่าหากบอกจะรอ ใครบางคนก็จะรีบกลับมาทานข้าวด้วย อีกอย่าง...

 

            “จะได้ให้ดงแฮกลับก่อนนายมาด้วยไง...ไม่อยากเจอนี่” คุณหนูลีว่าขำๆ มองใบหน้าคมที่บึ้งตึงขึ้นมาทันที คิ้วเข้มก็ขมวดฉับ มือใหญ่ที่โอบเอวเขาไว้ก็เหมือนจะกระชับแน่นขึ้น แต่ก่อนที่จะเอ่ยปากหยอกล้อคนตัวโตมากกว่านี้...

 

            “ชู่ว” หนุ่มลูกครึ่งกลับตีหน้าเคร่ง แล้วดันร่างเล็กไปด้านหลัง

 

            “ออกมา อย่าให้ฉันต้องชักปืน!

 

            ดวงตาคู่คมหันไปมองทิศทางหนึ่ง จนฮยอกแจหันไปมองตามอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าประตูห้องน้ำชั้นล่างมีปัญหายังไง กระทั่งมันเปิดออกช้าๆ แล้วพบว่า ใคร ที่หลบอยู่ตรงนั้น

 

            คนที่ยกสองมือเสมอไหล่ และทำให้คนที่ขู่จะชักปืนตาวาววับ

 

            “มาทำอะไรตรงนี้” แม้น้ำเสียงจะไม่ได้กรรโชก แต่มันก็เย็นจัดจนน่ากลัว จนคนที่เคยเกือบตายด้วยน้ำมือของฮันคยองเผลอหันมาสบตาฮยอกแจ ราวกับขอความช่วยเหลือ

 

            “ผม...มาเข้าห้องน้ำ”

 

            “หนที่แล้วฉันเตือนเอาไว้ว่ายังไง” ฮันคยองว่าเสียงเข้ม

 

            ครั้งก่อนที่ดงแฮทำตัวเป็นหนูลอบเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ แล้วก็ถูกแมวตัวโตจับโยนทิ้งออกไปภายนอกจนเกือบตาย

 

            “หนนี้ผมไม่ได้ลอบเข้ามา ผมเข้ามาเพราะคำสั่งของคุณฮยอกแจ”

 

            “แต่ไม่มีเหตุผลที่จะมาทำตัวเป็นหนูสอดส่องในอาณาเขตของคนอื่น” ฮันคยองว่าเสียงราบเรียบ แต่มันก็มากพอที่จะให้ใครก็ตามที่ฟังรู้ว่ามันแฝงด้วยการเอาจริง และพร้อมจะกำจัดทิ้ง ทว่า ดงแฮกลับไม่กลัว ดวงตากลมจ้องกลับ

 

            “ผมพร้อมจะเดินออกไปทันทีที่คุณฮยอกแจยกเลิกคำสั่ง”

 

            คนฟังคิ้วกระตุกแล้ว ความไม่พอใจยิ่งถาโถมเข้ามาในหัวใจ

 

            หมับ

 

            ท่าทางที่คนข้างกายก็สัมผัสได้ เพราะลีฮยอกแจรีบคว้าแขนหนุ่มลูกครึ่งเอาไว้ก่อน

 

            “ฮันคยอง ฉันเป็นคนขอให้ดงแฮมาเป็นเพื่อนคุยเองนะ”

 

            ร่างเล็กยกมือแตะข้อศอกเพื่อบอกให้ใจเย็น เพราะเขาพอจะรู้ว่าแววตาแบบนี้ของฮันคยองน่ากลัว และจะน่ากลัวมากขึ้นถ้าคนคนนั้นไม่ใช่คนของตระกูลลี

 

            “ฉันขอ”

 

            หนุ่มลูกครึ่งจ้องราวกับชั่งใจ ก่อนที่จะหันไปประสานสายตากับมือขวาของคิมคิบอมเพียงครู่ แล้วถอนออก

 

            “เย็นนี้ผมจะกลับไว หวังว่าจะทำตามที่พูด”

 

            ประโยคที่แปลง่ายๆ ว่าเมื่อเขากลับมา ดงแฮต้องกลับไปแล้ว

 

            แม้จะฟังเหมือนคำสั่ง แต่การหมุนตัวกลับแปลว่า...ยอมลงให้

 

            ว่าจบ คนพูดก็ก้าวไปอีกทาง แต่ไม่ใช่ว่จะทิ้งคุณหนูลีไว้เพียงลำพัง เพราะเพียงแค่แผ่นหลังกว้างลับสายตา ชายในชุดสูทอีกคนก็ก้าวเข้ามาแทนที่ ดวงตาคู่นั้นก็จับจ้องมาทางสองหนุ่ม แบบที่ฮยอกแจโคลงหัวนิด แล้วหันไปมองเพื่อนคุยจำเป็น

 

            “อย่าใส่ใจเลย เขาเป็นคนแบบนี้แหละ”

 

            คนพูดว่าพลางเดินนำกลับไปยังห้องนั่งเล่นที่ดงแฮเคยนั่งรอ ขณะที่คนเดินตามก็จ้องด้วยสีหน้าครุ่นคิด ลังเลว่าควรจะถามในสิ่งที่เห็นหรือเปล่า

 

            “ผมถามคุณฮยอกแจได้มั้ยครับ”

 

            “เอาสิ ฉันก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่นายจะเปลี่ยนจากคนตอบเป็นคนถาม” ร่างเล็กหันกลับมาสบตา ราวกับรู้อยู่ก่อนแล้วว่ายังไงดงแฮก็จะกลับมาเป็คนถามเขาบ้าง เพียงแต่ว่ามันเกิดขึ้นไวกว่าที่คิด

 

            “คุณไม่สงสัย...เขา...บ้างหรือครับ”

 

            “สงสัยสิ” ฮยอกแจก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่มีน้ำชาและขนมเตรียมไว้แล้ว จากนั้นก็เดินไปชิดหน้าต่างที่เห็นหิมะโปรยปราย มือแตะบานกระจกที่เย็นเฉียบ

 

            “แล้วทำไม”

 

            “นายมีคนสำคัญมั้ย คนที่ไม่ใช่พี่คิบอม”

 

            ดงแฮเงียบไปอึดใจ แล้วก็พยักหน้า เพราะเขานึกถึงคนที่เลี้ยงเขามา...คังอินและอีทึก

 

            “งั้นถ้าพี่คิบอมฆ่าคนสำคัญพวกนั้น นายจะเกลียดพี่คิบอมลงมั้ย”

 

            คำตอบชัดเจนในใจว่า...ไม่

 

            ความเงียบที่ลีฮยอกแจเองก็รู้ เพราะเจ้าตัวว่าต่อด้วยรอยยิ้มเศร้า

 

            “ใช่ ฉันก็เหมือนกัน ฉันเคยคิดว่าเกลียดเขา ชิงชังเขา แต่สุดท้าย ฉันก็หนีสิ่งที่หัวใจนี้ต้องการไม่พ้น...นายจะว่าฉันหลอกตัวเองก็ได้ ที่ฉันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่คนที่ทำร้ายคนสำคัญของฉัน และในเมื่อตอนนี้ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครรู้ความจริง...ฉันก็แค่อยากทำตามหัวใจของตัวเองเท่านั้นเอง”

 

            วินาทีที่ฟังจบ ดงแฮเข้าใจทุกอย่างที่ผู้ชายตัวเล็กคนนี้ต้องการสื่อ

 

            แม้จะรู้ว่าต้องตาย แต่เขาก็ยังขวนขวายเพื่อได้อยู่กับนาย

 

            สถานการณ์ต่าง แต่ความรู้สึกเดียวกัน

 

            ความคิดของคนที่มองไปยังฮยอกแจ แล้วเขาก็พบว่าผู้ชายตัวเล็กคนนี้เก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้มากมาย ร่างเล็กยิ่งดูบอบบางจนเหมือนจะแตกหักได้ง่ายๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสัมผัสได้จากคนคนนี้...ไม่ยอมแพ้

 

            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ลีฮยอกแจกำลังบอกว่าจะไม่ยอมแพ้ในปัจจุบัน

 

            นี่ล่ะมั้งที่ผลักดันให้คนที่เกิดมาเพื่อทำตามคำสั่งหลุดปากในสิ่งที่ไม่ควรจะหลุด

 

          “มีทางไหนมั้ยครับที่นายผมจะไม่ต้องแต่งงาน”

 

            คนพูดเองก็สะดุ้งสุดตัว

 

            “ขอโทษครับ ลืมสิ่งที่ผมพูดไปเถอะ” ดงแฮรีบส่ายหน้า แต่อย่างว่า คำที่ออกมาแล้วไม่อาจจะเรียกคืน เพราะฮยอกแจก็หันกลับมาสบตา แล้วใบหน้าน่ามองก็ยกยิ้มกว้าง

 

            “รู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงให้นายมาเป็นเพื่อนคุย”

 

            “ไม่ทราบครับ”

 

            ฮยอกแจก้าวเข้ามาชิดตัวชายหนุ่มรูปหล่อ แล้วเอ่ยออกมาช้าๆ ชัดๆ หากเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

 

            “ฉันกำลังรอคำถามนี้จากนาย...จากคนที่คิมคิบอมมองว่าสำคัญที่สุด”

 

            อนาคตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ พวกเขาแค่ต้อง...หาทางเปลี่ยนมัน

 

.....................................

 

            ครบค่ะ เมย์เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งจ้า ไม่ว่าเฮกับฮยอกจะมีสถานะที่แตกต่างกันสุดขั้วแค่ไหน เมย์จะจับเขามานั่งล้อมวงคุยกันทุกครั้ง เรียกว่าน่าจะทุกเรื่องเลยล่ะเนอะ ขนาดเรื่องกามเทพ เฮเรียนอยู่แคนาดาทั้งชีวิต ยังเป็นเพื่อนทางอีเมลกับฮยอกที่อยู่เกาหลีทั้งชีวิตเหมือนกัน เหมือนกันค่ะ เรื่องนี้ก็หนีความโรคจิตตัวเองไม่พ้น ชอบให้เขาสองคนอยู่ด้วยกันอะ มันน่ารักอย่างบอกไม่ถูก

            กลับมาที่เนื้อเรื่องเนอะ พวกเมะคิดมากเกินไป ดังนั้น งานนี้ให้เฮกับฮยอกจับมือกันดีกว่า คนของใครของมัน ดูแลกันเองให้ดี อย่ามีการพลิกคู่ แฮ่

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจูรักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

87 ความคิดเห็น

  1. #9460 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 03:54
    ใจเราไม่ใช่ของเราไงทงเฮ ถึงกับหลุดปากออกมาขนาดนี้
    #9460
    0
  2. #9344 ChipminK (@mintmink03) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 10:55

    เออว่ะ จับจิ้นเลยดีกว่า ถ้าเจ้จะทอล์คนำทางแบบนี้


    #9344
    0
  3. #8692 mallicro (@mallicro) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 23:30
    ขอให้ไม่มีงานแต่งจริงๆด้วยเถอะ
    #8692
    0
  4. #8653 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 05:28
    นี่ไง ๆ ๆ ๆ ๆ งานแบบนี้ต้องให้เคะทั้งหลายเป็นคนทำ ฝั่งเมะผู้เข้มแข็งนั้นนนนนนน ปากหนัก พูดอะไรลำบากนัก ให้คนสวยเขาจัดการล่มงานแต่งไปเลยจ้าาาาาาา
    #8653
    0
  5. #8577 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 10:27
    หลุดปากมาแล้วเฮ แล้วฮยอกจะมีแผนยังไงต่อนะ
    #8577
    0
  6. #8576 magician_draw (@magician_draw) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 07:57
    พี่เมย์รู้มั้ยว่าจากการที่ได้อ่านฟิคพี่ หนูเกือบจะติ่งเอสเจแล้วนะ555 หลังจากที่ไม่เคยรู้ว่าคิบอมคือใคร-_-
    #ติดตามพี่เมย์ทุกเรื่องเลยย
    #8576
    0
  7. #8575 HanHyukFern (@hanhyukfern) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 03:03
    ถ้าถามว่าหน่วงไหมฉันตอบเลยว่ามาก
    #8575
    0
  8. #8574 Zbra (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 12:33
    ง่ะ คิดต่อไม่ออกเลย2คนนี้เจาจะวางแผนอะไรกัน สงสารฮยอกจังที่ต้องอึดอัดอยู่แบบนี้
    #8574
    0
  9. #8573 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 09:36
    กลับมาอ่านอีก นี่ก็นึกไปถึงที่ยอมให้ไปสืบหารายชื่อผู้มีพลังพิเศษป่านนี้ถึงไหนแล้วหว่า คิดว่าเรื่องนี้จะต้องกลับมาเปนตัวแปรสำคัญบางอย่างแหง
    #8573
    0
  10. #8572 แหวน (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 01:45
    อร้ายยยยย เมื่อใหร่จะถึงตอนนิมิตของดงแฮสักทีอ่า อยากรุใจจิขาดแว้ววววว
    #8572
    0
  11. #8570 pe-po (@janepepo) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 01:04
    รักๆๆๆ รักอะไรแบบนี้ของพี่เมย์ ความเป็นเพื่อนของสองเคะ ความหวงของสองเมะ ดีงามมมมม~
    #8570
    0
  12. #8569 Noparat (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 22:55
    ฮยอกแจกับดงเฮเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
    #8569
    0
  13. #8568 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 21:13
    แฮปปี้เอนดิ้งไว้ๆน้าาา~
    #8568
    0
  14. #8567 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 20:40
    กำลังจะดีเลยน้าพี่เมย์ พอพี่เมย์พูดถึงเรื่องพลิกคู่แล้วสะดุ้งเลย555555
    เฮพูดออกมาแล้ว หลังจากนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงสินะ
    #8567
    0
  15. #8566 ปลากระป๋อง (@plamaszaboh) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 19:27
    เอาละเว้ยยยยยย
    #8566
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #8564 Aom_19 (@aompakjira-123) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 18:40
    จะพูดไรก่อนดี ทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นจังงงงง
    #8564
    0
  18. #8563 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:37
    คนหัวอกเดียวกันกำลังจะเปิดใจให้กัน
    #8563
    0
  19. #8561 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 10:17
    ดงเฮเริ่มกล้าพูด กล้าแสดงความคิดแล้ว 
    #8561
    0
  20. #8560 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 09:40
    ความฝันจะเปลี่ยนไป ฮยอกกับเฮต้องช่วยกันนะ เรื่องราวต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่ๆ
    #8560
    0
  21. #8559 SnookOO27 (@SnookOO27) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 09:34
    เป็นกำลังใจเคะทั้งสองงงงงงงง เพราะเมะโหดเหลือเกินน
    #8559
    0
  22. #8558 SuZu'Ell' (@lovelyaommiiz) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 08:51
    ขอให้เปลี่ยนได้ด้วยเถอะะ
    #8558
    0
  23. #8557 narekae (@narekae) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 08:48
    เฮียโหดขึ้นทุกวัน
    #8557
    0
  24. #8556 Thursday14 (@Thursday14) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 07:33
    เค้าเรียก เริ่มคุยภาษาเดียวกันแล้วนะ 5555
    ..อยากให้ดงเฮทำให้คิบอมหวงบ้างอะไรท์
    #8556
    0
  25. #8555 PA'เดoะดาร์ก' { (@kingice_51) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 07:12
    นี่คิดว่าไม่ใช่ฮียังไงไม่รู้ แต่คิดว่าคนใกล้ตัวฮีนี่แหละเป็นคนทำ รู้สึกสงสัยยุนมากที่สุด แต่ตอนนี้ระแวงกลัวเฮตาย
    #8555
    0