[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,183 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,204

    Overall
    672,183

ตอนที่ 71 : ตอนที่ 66 เบื้องหลังเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    16 ม.ค. 61


ตอนที่ 66 เบื้องหลังเงา

 

 

 

            “ลีฮยอกแจ! อะไรคือการที่หลานยอมให้คนของคิมคิบอมเข้ามาในบ้านหลังนี้ แต่ไม่ยอมเจอน้า”

 

            “น้าฮีชอล ใจเย็นๆ ก่อนครับ”

 

            “จะให้น้าเย็นได้ยังไง ลองมาถูกหลานแท้ๆ กีดกันดูบ้างสิ”

 

            ภายในห้องนั่งเล่นห้องเดิม ฮีชอลกำลังว่าอย่างเหลืออด แม้จะรักหลานแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาไม่อาจจะทนเฉยอยู่ได้ ยิ่งได้ยินจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่าหลานชายคนเดียวกำลังจะแต่งเข้าตระกูลคิม ชายหนุ่มก็ร้อนเป็นไฟ จนต้องบุกมาเจอกันแบบนี้ แถมพอมาถึงยังเจอฮยอกแจอยู่กับคนสนิทของคิมคิบอมเสียอย่างนั้น

 

            งานนี้ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว

 

            “ไม่ใช่แบบนั้น”

 

            “แล้วแบบไหนล่ะฮยอกแจ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น น้าเจอหลานตัวเองกี่ครั้งกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการป่วยที่หานฮันคยองบอก มันคืออะไรกันแน่ บอกแค่หลานไม่ยอมเจอใคร แล้วมาตอนนี้ จู่ๆ หลานก็จะแต่งเข้าตระกูลคิม เรื่องแบบนี้ฮยอกแจไม่คิดจะบอกให้น้าแท้ๆ คนนี้รู้บ้างเลยหรือ!

 

            คนฟังมองน้าชายคนสวยที่เอ่ยรวดเดียวจบ แล้วก็หอบหายใจ หน้าแดงก่ำที่ไม่รู้ว่าโกรธหรือเหนื่อย แล้วถามกลับ

 

            “น้าฮีชอลรู้ได้ยังไงครับว่าผมจะแต่งกับพี่คิบอม ทั้งที่เรื่องนี้ยังเป็นความลับ”

 

            กึก

 

            ฮีชอลชะงักอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะสวนกลับมาด้วยเสียงที่ดังกว่า

 

            “แล้วถ้ามันเป็นความลับ ฮยอกแจไม่คิดจะบอกญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่เลยหรือ”

 

            “น้าฮีชอลตอบไม่ตรงคำถาม”

 

            “น้าจะรู้จากใครไม่สำคัญเท่าฮยอกแจปิดน้าเป็นความลับ และน้าไม่เห็นด้วย!” ฮีชอลว่าอย่างขุ่นเคือง ขณะที่อีกฝ่ายยังคงนิ่งฟังอย่างใจเย็น ผิดกับหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดระแวงน้าแท้ๆ มากขึ้นทุกขณะ

 

            คิมฮีชอลเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าเขามีที่ซ่อนลับใต้เตียง และตอนนี้น้าฮีชอลคนนั้น คนที่ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับบ้านหลักกำลังแสดงอาการไม่พอใจที่อำนาจกำลังจะเปลี่ยนมือ

 

          อย่าให้มันเป็นอย่างที่คิดเลย

 

            “แล้วทำไมน้าถึงไม่เห็นด้วยครับ น้าก็รู้อยู่แล้วว่าพ่ออยากให้ผมแต่งงานกับพี่คิบอม”

 

            “แต่นั่นมันตอนที่พ่อเรายังอยู่ฮยอกแจ ถ้าตอนนี้อำนาจทุกอย่างในตระกูลลีตกอยู่ในมือของคิมคิบอม แล้วผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง”

 

            ฮีชอลพยายามชี้ให้เห็นความจริงข้อนี้ และหงุดหงิดหัวใจที่หลานชายไม่มีท่าทีเห็นด้วยเลยสักนิด

 

            “ผมมีคำถามข้อหนึ่งอยากจะถามน้าฮีชอลครับ”

 

            “อะไร”

 

            คุณหนูลีมองเข้าไปในดวงตาขุ่นเคืองของอีกฝ่าย แล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าครั้งไหนๆ

 

            “ทำไมคนที่ไม่เคยสนใจอำนาจของพ่อ จู่ๆ ถึงสนใจว่าอำนาจนี้จะตกอยู่ที่มือใคร”

 

            “!!!

 

            อีกครั้งที่คิมฮีชอลตัวแข็งทื่อ มองหลานชายที่กำลังหรี่ตาลง และนั่น เขาเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังหวาดระแวง จนตวาดเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำกับหลานชายคนนี้มาก่อน

 

            “มันจะมากไปแล้วนะลีฮยอกแจ!

 

            “มากไปตรงไหนหรือครับน้าฮีชอล ผมแค่ถามเพราะอยากรู้”

 

            “เพราะมันไม่ต่างจากหลานกำลังดูถูกว่าน้าอยากฮุบสมบัติของพี่ชายและพี่สะใภ้ตัวเอง!!!” ฮีชอลแหวขึ้นมาอย่างเหลืออด ขณะที่ดวงตาคมสวยกำลังวาววับด้วยหยดน้ำใส ซึ่งมันมากพอให้ฮยอกแจใจหล่นวูบ อยากจะเดินเข้าไปโอบกอด อยากจะเดินเข้าไปปลอบประโลม แล้วเอ่ยขอโทษน้าชายเพียงคนเดียว แต่...เขาต้องใจแข็ง

 

            ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่คิด เขาจะยอมอ้อนวอนทุกทางเพื่อให้อีกฝ่ายอภัยหลานคนนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ ถ้าทุกอย่างเป็นไปแบบที่เขานึกกังวล เขาต้องเย็นให้ถึงที่สุด อ่านแววตา และสิ่งที่อีกฝ่ายปกปิดออกมาให้จงได้

 

            “ฮยอกแจ น้าไม่คิดเลยว่าหลานจะสงสัยน้า น้าคนนี้ที่รักหลานไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ของตัวเอง ตอนที่เกิดเรื่อง น้าห่วงฮยอกแจแทบบ้า กลัวไปหมดทุกอย่างว่าชีวิตของฮยอกแจจะเป็นยังไง แต่มาตอนนี้ ฮยอกแจกำลังมองความหวังดีของน้าเป็นอื่น” ฮีชอลเบือนหน้าหนี ปาดน้ำตา

 

            คนฟังตัดสินใจเพียงครู่ แล้วขยับไปนั่งเคียงข้างบนโซฟาตัวเดียวกัน ยื่นมือไปจับมือขาวอย่างเบามือ

 

            “น้าฮีชอลครับ”

 

            “...”

 

            อีกฝ่ายยังไม่ยอมมองหน้า จ้องไปยังผนังเปล่าๆ พร้อมกับน้ำตาที่ทำท่าจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ

 

            “น้าบอกผมได้มั้ยว่ารู้เรื่องที่ผมจะแต่งงานมาจากใคร”

 

            ฮีชอลดูเย็นลงเมื่อถูกลูบหลังมือเบาๆ จนหันมาสบตาหลานชายจนได้

 

            เวลานี้ ฮยอกแจเองก็ทำตัวเป็นหลานชายคนเดิม ดวงตาเรียวรีติดอ้อน สองมือกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้ แล้วว่าเสียงอ่อน

 

            “นะครับ บอกผมนะ”

 

            “น้า...บอกไม่ได้”

 

            “ทำไมล่ะครับน้า”

 

            “น้าบอกได้แค่ว่าน้าบอกไม่ได้” ฮีชอลดูอึดอัดใจ แต่ก็ปฏิเสธด้วยเสียงที่เข้มขึ้น และนั่นก็บอกฮยอกแจว่าไม่มีทางรู้แน่ เขาคิดว่าคนบ้านเขามีส่วนคล้ายกัน แม่เขาเป็นคนหนักแน่น น้าฮีชอลเองก็ไม่ต่างจากพี่สาวแท้ๆ ดังนั้น เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ก็คือไม่ จนถามไปอีกเรื่อง

 

            “นอกจากเรื่องนี้ น้ามีอะไรปิดผมอีกหรือเปล่าครับ”

 

            “ไม่มี!” ฮีชอลเสียงดังขึ้นกว่าเดิม ตาวาววับ เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายสงสัยในตัวเขา

 

            “นอกจากเรื่องน้าได้ข่าวหลานมาจากใคร น้าก็ไม่ได้ปิดบังอะไรฮยอกแจอีก ไม่เหมือนหลานหรอกที่ไม่ยอมบอกน้าเลยสักเรื่อง จนน้าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะรู้ด้วยตัวเอง” ถ้อยคำทั้งหมดนั่นทำให้ฮยอกแจรู้สึกผิด จนต้องก้มหน้าลง บีบมือน้าชายแน่นขึ้นกว่าเดิม

 

            “ถ้าเรื่องทุกอย่างจบแล้ว ผมจะเล่าให้น้าฮีชอลฟังนะครับ”

 

            “อะไร! ฮยอกแจคิดจะทำอะไร” ร่างบางส่ายหน้า ส่งยิ้มให้

 

            “ไม่มีอะไร เอาเป็นว่าถ้าเรื่องทุกอย่างจบแล้ว ฮยอกแจสัญญาว่าจะเล่าให้ฟัง” ฮยอกแจว่าเพียงแค่นั้น ทั้งที่นึกภาวนาในใจ

 

            ขอให้น้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าให้ฮยอกแจเสียครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกเลย

 

            “ฮยอกแจ บอกน้าไม่ได้หรือ บอกน้าว่าหลานคิดจะทำอะไรกันแน่” คนเป็นน้าบีบมือหลานแน่น ใจหล่นไปที่ตาตุ่ม

 

            “โธ่ ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับน้าฮีชอล ผมไม่ได้เก่งอย่างพ่อสักหน่อย ตอนนี้แค่ใช้ชีวิตแต่ละวันก็ยากแล้ว” คุณหนูลีบ่ายเบี่ยงเต็มกำลัง แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะไม่รู้ ในเมื่อฮีชอลคือคนที่เห็นเด็กคนนี้และครอบครัวนี้มาหลายสิบปี

 

            “ฮยอกแจจะไม่บอกน้าจริงๆ ใช่มั้ย”

 

            “...”

 

            “งั้นน้าก็ขอใช้วิธีของน้าเหมือนกัน” ว่าแล้ว คนพูดก็ลุกขึ้นทันที จนคนฟังตกใจ อยากจะรั้งไว้ แต่ไม่ทันอีกฝ่ายที่ก้าวไวๆ ออกจากห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าน้อยใจหลานตัวเอง

 

            สุดท้าย ชายหนุ่มก็ทำได้แค่ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง สองมือยกขึ้นปิดหน้า

 

            “ฮยอกแจอยากให้เรื่องบ้าๆ นี่จบสักทีเหมือนกันน้าฮีชอล แต่ถ้ามันจบเมื่อไหร่ ความรักของฮยอกแจก็จบตามลงไปด้วย”

 

            เขาจึงไม่รู้จริงๆ ว่าอยากให้สถานการณ์ครุมเครือนี้มันจบจริงหรือเปล่า

 

.................................................

 

ต่อค่ะ

 

            “ซีวอน ฮยอกแจไม่ยอมบอกอะไรเลย ผมควรทำยังไงดี”

 

            “ใจเย็นๆ นะฮีชอล เราช่วยหลานได้”

 

            “แต่ผมร้อนใจมากเลยนะ ถ้าไม่ได้สายข่าวของคุณ ผมจะรู้มั้ยว่าหลานกำลังจะแต่งงานกับคิบอม”

 

            หลังจากที่กลับมาจากคฤหาสน์ลี ฮีชอลก็ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของผู้เป็นสามี จากนั้นก็ระบายความอัดอั้นออกมา พร้อมกับหยาดน้ำใสที่คลอหน่วงในดวงตา ทำท่าว่าจะรินรดลงมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งนั่นก็ทำให้ซีวอนลุกขึ้นทันที ตรงดิ่งมาโอบกอดคนรักอย่างปลอบโยน

 

            “ใจเย็นๆ นะ”

 

            “จะให้ผมเย็นยังไง หลานชายที่ผมรักที่สุด สงสัยว่าผมคิดจะยุ่งกับสมบัติของพี่เขย!” ร่างบางก็บอกอย่างอัดอั้น เงยหน้าสบตาคู่คม ก่อนที่จะระบายออกมาอย่างหมดความอดทน

 

            “คุณก็รู้ว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง ผมห่วงหลานแทบบ้า สู้อุตส่าห์เชื่อใจหานฮันคยองอย่างที่พี่สาวผมเชื่อว่าหลานไม่เป็นอะไร แต่เดือนนึงก็แล้ว สองเดือนก็แล้ว นี่มันผ่านมานานแค่ไหนแล้วกว่าที่ผมจะเข้าไปเจอหลานได้ แล้วคุณจะให้ผมทำใจได้ยังไง เมื่อหลานที่เคยน่ารักกลับพูดเหมือนว่าผมเป็นผู้ต้องสงสัย ซีวอน ผมทำใจไม่ได้หรอกนะ ฮยอกแจก็เหมือนลูกของผม แล้วผมจะทนได้ยังไงที่ลูกพูดจาแบบนี้ใส่!” ฮีชอลยกสองมือปิดหน้า ความอดทนที่อยู่ต่อหน้าหลานชายทลายหายไปหมด

 

            หมับ

 

            “ใจเย็นๆ นะฮีชอล ใจเย็นๆ ครับ”

 

            “ผม...ให้ตาย ซีวอน ผมเย็นไม่ลง!” ใบหน้าสวยชื้นด้วยหยดน้ำตา แม้ว่าร่างสูงที่เขาไว้วางใจจะพยายามปลอบโยนยังไงก็ตาม

 

            ท่าทางที่เหมือนเด็กเล็กๆ นั้นทำให้ซีวอนดึงศีรษะทุยมาซบอก

 

            “ชู่ว ไม่เป็นไร เราต้องหาทางช่วยหลานได้”

 

            คนพูดลูบมือลงบนต้นแขนบาง ถ่ายทอดความอบอุ่นให้กับคนที่เริ่มสะอื้นจนไหล่สั่น แต่เมื่อเห็นแล้วว่าฮีชอลยังไม่ดีขึ้นเสียที ร่างสูงจึงพาภรรยาไปนั่งซ้อนตักบนโซฟา สองมือสอดเข้าที่เอวเล็ก โอบกระชับเอาไว้แน่น

 

            “ผมรู้ว่าคุณกำลังกังวลนะฮีชอล แต่เวลานี้คุณจะอ่อนแอไม่ได้ ชีวิตของหลานอยู่ที่ความช่วยเหลือของเรา” เสียงทุ้มบอกอย่างอ่อนโยน โยกตัวคนบนตักราวกับเป็นเด็กเล็กๆ จากนั้นก็กดจูบที่หัวไหล่มนอย่างแสนรัก  

 

            “ฮึก ผม...บอกหลานไม่ได้หรือซีวอน”

 

            กึก

 

            “บอกเรื่องอะไรหืม” คนตัวโตชะงักไปเพียงครู่ แล้วถามเสียงนุ่ม จนคนบนตักเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา

 

            “เรื่องที่ผมไปได้ข่าวมาจากใคร ผม...ไม่อยากให้ฮยอกแจสงสัยในตัวของผมเลย” คนพูดว่าอย่างกังวลใจ ปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ

 

            “ผมเกรงว่าถ้าบอกไปแล้วฮยอกแจจะสงสัยในตัวของเรามากกว่าเดิมน่ะสิ”

 

            “แต่ว่า...”

 

            “ชู่วววว เชื่อผมนะฮีชอล ผมจะหาทางออกให้เรื่องนี้ให้ได้ ทั้งตัวคุณ และตัวของฮยอกแจ” ก่อนที่คนสวยจะพูดอะไร ซีวอนก็แทรกขึ้นมาก่อน ยกมือแตะที่ริมฝีปากสีหวานอย่างเบามือ จากนั้นก็คลึงไปมาแผ่วๆ

 

            “ผมบอกแล้วว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน” คนฟังนิ่งไปเพียงครู่ จากนั้น...

 

            หมับ

 

            สองแขนก็โอบรอบลำคอแกร่ง ทิ้งตัวเข้าหาร่างสูงใหญ่ ราวกับแทนคำตอบว่าคิมฮีชอลพร้อมจะวางชีวิตและความเชื่อใจสู่มือของเชวซีวอนอย่างไร้ข้อแม้ใดๆ

 

            “อืม ผมเชื่อคุณ”

 

            “ขอบคุณนะที่รัก” ซีวอนกระซิบ ลูบผมสีดำขลับอย่างเบามือ กระทั่งฮีชอลผละออกช้าๆ คนตัวโตก็ไม่ลังเลเลยที่จะแนบริมฝีปากลงบนกลีบปากสีสวยอย่างอ่อนหวาน

 

            การกระทำที่ทั้งอ่อนโยนและรักใคร่ จนฮีชอลก็กระชับลำคอแกร่งมั่น ปล่อยให้ผู้เป็นสามีได้ทำตามอำเภอใจ

 

......................................

 

            ภายในห้องทำงานห้องเดิมของเชวซีวอน ร่างบอบบางของคิมฮีชอลกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟาหนานุ่ม บนตัวก็มีเสื้อสูทตัวใหญ่ของสามีที่ให้ความอบอุ่น ใบหน้าสวยก็หลับพริ้ม ผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวเพลียจัดจนหลับลึกไปเรียบร้อยแล้ว

 

            และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้ามองสีหน้านั้นนิ่งงัน

 

            แม้ว่าเปลือกตาของฮีชอลจะปิดสนิท แต่รอยคล้ำใต้ตาก็ยังชัดเจน ไหนจะแก้มขาวที่ซูบซีดกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนมาก อีกทั้ง...เรือนกายขาวๆ ที่โผล่พ้นจากเสื้อสูทก็ดูบอบบางมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

            ภาพเหล่านั้นทำให้คนมอง...ห่วงจับใจ

 

            ดวงตาคู่คมที่มักจะเย็นชาดูเปี่ยมไปด้วยความห่วงหาอาทร มันเผยให้เห็นว่าคนมอง...มีความรู้สึกพิเศษต่อคนที่นอนหลับสนิท

 

            “อื้อ” ขณะที่ฮีชอลก็ครางแผ่วๆ ยามที่ขดตัวเป็นก้อนกลม สองมือดึงเสื้อสูทอย่างต้องการความอบอุ่นมากยิ่งขึ้นไปกว่านี้ และนั่นก็ทำให้คนมองไม่ลังเลเลยที่จะถอดเสื้อสูทของตัวเอง แล้วคลุมทับช่วงขาเรียวที่พ้นออกมาอย่างนึกห่วง

 

            พอมีเสื้อสูทสองตัวคลุมร่าง คนหลับก็ดูอบอุ่นจนใบหน้าผ่อนคลายลงกว่าเดิมมาก

 

            ใบหน้านั้นทำให้คนมองคุกเข่าลงข้างโซฟา ยื่นมือไปหาอย่างนึกลังเลใจ แต่เพียงครู่เดียว ปลายนิ้วก็ตัดสินใจแตะลงบนแก้มขาวอย่างเบามือ สัมผัสความนิ่มนวล จนอดใจไม่ไหวที่จะลากมันไปตามแนวกรามอย่างหลงใหล

 

            “ผมจะทำให้ทุกอย่างเป็นของคุณ”

 

            ฝ่ามือข้างนั้นยังไล่ลงไป ก่อนที่จะกุมกระชับเข้าที่มือขาว จากนั้น ชายหนุ่มก็อุจอาจพอที่จะดึงมากดจูบที่หลังมืออย่างแสนรัก ในจังหวะที่...

 

            แอ๊ดดดดด

 

            ประตูห้องทำงานเปิดกว้างออก จนผู้บุกรุกชะงัก ปล่อยมือที่เกาะกุมไว้แทบไม่ทัน แต่มีหรือที่เจ้าของห้องจะไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

 

            ยามนี้เชวซีวอนกำลังถามด้วยน้ำเสียงเข้มจัด

 

          “แกทำอะไรน่ะชองยุนโฮ!

 

            ใช่แล้ว บุรุษผู้นี้คือบอดี้การ์ดของฮีชอล...ชองยุนโฮนั่นเอง

 

............................................

 

ต่อค่ะ

 

            แม้ว่าดงแฮจะมีเรื่องสงสัยอยู่เต็มอก แต่เขาไม่คิดว่าเป็นเวลาสมควรที่จะถามกับคุณหนูลี เพราะหลังจากที่คิมฮีชอลกลับไป อีกฝ่ายก็ดูมีเรื่องให้คิด บางครั้งก็เหม่อลอยราวกับว่าคิดไม่ตก แล้วกับประโยคที่ว่า...ผมเจอคิมคิบอมตัวปลอม...ดูจะเป็นเรื่องไร้สาระที่ใครฟังก็คงหลุดหัวเราะอย่างขบขัน

 

            ดงแฮจึงเก็บความสงสัยทั้งหมดกลับบ้าน

 

            วันนี้นายใหญ่ไม่มารับ แต่เมื่อถามว่าเป็นยังไงบ้าง คำตอบของลูกน้องที่มารับดูน่ากังวล

 

            “เจ้านายอารมณ์ไม่ดีเลยครับ ผมว่าคุณดงแฮควรรีบกลับ”

 

            คนฟังนึกกังวลตาม เพราะบางทีการที่เขามาเป็นเพื่อนคุยเพื่อนเล่นกับคุณฮยอกแจอาจจะทำให้คนช่วยงานที่บริษัทไม่พอ พี่คังอินคนเดียวอาจจะทำตามคำสั่งนายไม่ทัน

 

            ความคิดของคนที่ไม่รู้ตัวเลยว่าที่อีกฝ่ายอารมณ์เสียน่ะ อาจจะเป็นเพราะ...ใครบางคนเมินเฉยใส่เมื่อเช้าก็ได้

 

            อีกทั้ง...

 

            “คุณดงแฮมาแล้ว คุณดงแฮกลับมาสักที”

 

            “มีเรื่องอะไรกัน”

 

            ทันทีที่ดงแฮก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ สาวใช้ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดก็ยกมือทาบอก ดูโล่งอกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก จนต้องถามกลับ แต่สิ่งที่ได้...

 

            “คุณดงแฮรีบขึ้นไปบนห้องเถอะค่ะ”

 

            อีกฝ่ายเดินมาดันหลังเขาให้ไปยังทิศทางของห้องนอนใหญ่ ไม่ใช่เพียงคนเดียว คนอื่นก็พยักหน้าสนับสนุนแรงๆ จนต้องหันกลับไปมองหัวหน้าแม่บ้านที่ก้าวเข้ามาในระยะสายตาพอดี ซึ่งอีกฝ่ายก็เอ่ยอย่างนอบน้อม แต่ทำให้กังวลมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

            “วันนี้เจ้านายอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ”

 

            พอฟังจบ ขายาวก็รีบสาวไปยังห้องนอนใหญ่ ใจนึกเป็นห่วงว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้านายไม่พอใจชนิดที่ทุกคนพูดตรงกัน

 

            ก็อก ก็อก ก็อก

 

            “ขออนุญาตครับนาย”

 

            “เข้ามาสิ”

 

            พอดงแฮเคาะประตู อีกฝ่ายก็ตอบรับเสียงเข้มจัด จนร่างเพรียวค่อยๆ ดันบานประตูเข้าไป แล้วพบว่านายใหญ่กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตาคมก็ตวัดขึ้นมามองชั่วแวบหนึ่ง แล้วกดลงไปมองงานที่ทำค้างอยู่

 

            “กลับมาแล้วหรือ”

 

            “ครับ”

 

          ไม่เห็นอารมณ์เสียอย่างที่ใครๆ ว่าสักหน่อย

 

            ดงแฮบอกตัวเอง ยามที่เดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มองคนที่ดูยุ่งวุ่นวายกับเอกสาร

 

            “มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ”

 

            “ไม่มี”

 

            พอเจ้านายบอกปัด ดงแฮก็ก้มหน้าลง ซึ่งการอยู่ในห้องนี้กับคิบอมเพียงลำพังนานนับเดือน ทำให้เขาพอจะหายเกร็ง ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว และเขาคิดว่าเขาควรจะปลีกตัวไปนั่งอีกทาง อีกฝ่ายจะได้ทำงานสะดวก ดังนั้นศีรษะได้รูปจึงกดลง แล้วก้าวถอยหลัง เตรียมจะเดินไปยังมุมห้อง แต่...

 

            “วันนี้เป็นยังไงบ้าง”

 

            ดงแฮก้าวกลับมา เอามือประสานหน้าตัก แล้วรายงาน

 

            “วันนี้คุณฮีชอลมาหาคุณฮยอกแจครับ ดูท่าทางไม่พอใจมาก แต่ผมไม่มีโอกาสได้ฟังว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน พอคุณฮีชอลกลับไป คุณฮยอกแจก็ดูกังวลอยู่ตลอดเวลา...จนน่าเป็นห่วง” ท้ายประโยค ดงแฮเผลอเอ่ยความรู้สึกของเขา

 

            อย่างที่ว่า ดงแฮคนนี้เพิ่งจะเคยมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นครั้งแรก พอฮยอกแจดูไม่สบายใจ เขาเองก็เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้น แต่มันทำให้คนฟัง...นิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ฮยอกแจน่าเป็นห่วงขนาดนั้นเชียว”

 

            “ครับ ผมพอจะมองออกว่าคุณฮยอกแจมีเรื่องอะไรในใจ แต่ทุกครั้งจะไม่แสดงออก มีแค่ครั้งนี้ที่ดูจะเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าเรื่องของคุณฮีชอลคงกวนใจน่าดู ดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมก็เลยนึกห่วงขึ้นมา”

 

            ดงแฮตอบคำอย่างสุภาพ แต่ไหงเจ้านายคิ้วกระตุกขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้

 

            “งั้นหรือ”

 

            “อีกเรื่องครับนาย อาจจะฟังดูเป็นคำถามไร้สาระ แต่เมื่อตอนเที่ยงเจ้านายอยู่ที่ไหนหรือครับ”

 

            พอคิบอมฟังจบปุ๊บ ใบหน้าติดเคร่งเครียดในตอนแรกก็คลายลงอย่างว่องไว เอนแผ่นหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่ มุมปากเหมือนจะกระตุกขึ้นนิด

 

            “คิดว่าฉันอยู่กับใครหรือไง”

 

            “เปล่าครับ ผมไม่คิดแบบนั้น ทำไมนายถามแบบนั้นล่ะครับ”

 

            คนเป็นนายชะงัก ความคิดที่ว่าลูกน้องอาจจะเกิดความรู้สึกหึงหวงมลายหายวับไปจากใจทันที พร้อมกับคลื่นความหงุดหงิดที่โถมกลับมาอีกครั้ง

 

            “ช่างเถอะ เมื่อกลางวันฉันอยู่กับลูกค้าที่คังนัม”

 

            “งั้นหรือครับ...น่าเป็นห่วงจริงๆ ด้วย” ท้ายประโยค ดงแฮพึมพำกับตัวเอง เผลอยกมือแตะริมฝีปากอย่างใช้ความคิด เพราะเขามั่นใจเกินร้อยแล้วว่าคนเมื่อกลางวันไม่ใช่เจ้านายตัวจริงแน่ๆ ดังนั้น หากมีคนที่มีความสามารถชนิดที่แต่งหน้าปลอมตัวเป็นคนอีกคนอย่างแนบเนียนในคฤหาสน์ตระกูลลี คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็น่าจะเป็นลีฮยอกแจ

 

            “ห่วงใคร”

 

            “คุณฮยอกแจครับ”

 

            “ดงแฮ!!!

 

            ทันใดนั้น เสียงตวาดก็ดังมาจากคนตัวโต ทำเอาคนตอบคำถามชะงัก เงยหน้า มองเข้าไปในดวงตาวาวโรจน์ของอีกฝ่ายอย่างมึนงง ความคิดที่จะบอกเรื่องตัวปลอมปลิวหายออกไปจากหัว เหลือเพียงความกังวลว่าเขาทำอะไรให้เจ้านายไม่พอใจ

 

            “ครับนาย?

 

            ใบหน้าติดหวานที่ซีดสีลงทันควันทำให้คนหึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความไม่พอใจลง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันค่อนข้างจะไร้สาระน่าดูที่เขาเกิดความหึงหวงกับฮยอกแจ แต่มันช่วยไม่ได้ที่คิบอมเริ่มระงับความหวงแหนที่มีต่อลูกน้องคนนี้ไม่ได้

 

            “ช่างเถอะ ฉันจบธุระแล้ว นายก็ลงไปกินข้าวเย็นซะ”

 

            แต่เขาไม่อยากโดนคังอินพูดใส่อีกหรอกว่าเป็นเด็กหัดรัก

 

            “เจ้านายล่ะครับ”

 

            “ฉันไม่หิว”

 

            พอเจ้านายว่าเช่นนั้น คนที่เคยแต่ทำตามคำสั่งก็ทำได้แค่ปลีกตัวออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ ทั้งที่เขาพอจะเข้าใจความกังวลของทั้งคนรถและคนงานแล้วว่าทำไมถึงบอกว่าเจ้านายอารมณ์ไม่ดี

 

            ใช่ เจ้านายอารมณ์ไม่ดี แต่ไม่ยอมบอกว่าอารมณ์ไม่ดีเพราะอะไร (?)

 

            กระทั่งออกมาจากห้องแล้ว ยืนอยู่หน้าห้อง เสียงโทรศัพท์ก็กรีดร้องขึ้น จนดงแฮคว้าขึ้นมาดู

 

            “ครับ พี่อีทึก”

 

            [กลับถึงบ้านแล้วใช่มั้ย วันนี้เป็นยังไงบ้าง]

 

            จากเรื่องราวเมื่อคราวก่อนที่กลับไปนอนบ้านพี่อีทึก ดงแฮจึงไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายเป็นห่วง แล้วกับคนนี้ เขาสามารถเล่าบางเรื่องให้ฟังได้อย่างไม่ต้องปิดบัง

 

            ไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องคุณฮยอกแจ แต่เป็นเรื่องอารมณ์ของเจ้านายที่ทำให้ไม่สบายใจแปลกๆ

 

            “ผมไม่รู้ว่านายเป็นอะไร”

 

            [ไหนเล่ามาสิ]

 

            ดังนั้น เหตุการณ์และคำพูดของเจ้านาย นับตั้งแต่ที่ดงแฮก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนจึงพรั่งพรูออกมาให้อีทึกได้ฟัง โดยหลีกเลี่ยงเรื่องของคิมฮีชอล ซึ่งคนเล่าต้องแปลกใจอีกครั้ง เพราะอีทึก...หัวเราะ

 

            [ไม่น่าล่ะ คังอินถึงพูดบ่อยๆ ว่าช่วงนี้กลับไปเป็นเด็ก]

 

            “หมายความว่ายังไงครับ”

 

            [อยากรู้มั้ยว่าทำยังไงถึงหาย]

 

            หากอีทึกว่าไปอีกเรื่อง และมีหรือที่มือใหม่หัดรักอย่างดงแฮจะไม่อยากรู้

 

            “อยากรู้ครับ”

 

            จากนั้น คำแนะนำของอีทึกก็ไหลทะลักเข้าหัวของดงแฮชนิดที่คนฟังเผยอริมฝีปากอย่างลืมตัว

 

................................................

 

            100% ค่ะ ช่วงนี้คุณเจ้านายแสดงอาการชัดไปเนอะ อารมณ์มันค้างตั้งแต่เช้าอะจ้า เมื่อเช้าก็หงุดหงิดอยู่แล้วที่ดูเฮจะติดฮยอกเหลือเกิน มาตอนนี้พูดอีกว่าเป็นห่วง เจ้านายนี่ขมับเต้นตุบๆ เลยเชียว แต่ก็อีกนั่นแหละ หนก่อนพี่คังของเราว่าไปแล้วรอบนึง ครั้งนี้เขาเลยพยายามไม่พาล ผลมันเลยออกมาเป็นแบบนี้ล่ะ ซึ่งเฮรู้มั้ย ก็ไม่รู้อีกล่ะว่านายเป็นอะไร งานนี้เลยต้องให้พี่ทึกเป็นกูรูสักหน่อย แฮ่

            เอาล่ะ เฮไม่เคยอ้อนก็ต้องอ้อนแล้วล่ะ คำแนะนำจากอีทึกเชียวนา

            ว่าแล้วก็ตื่นเต้น อีกแป๊บเดียวจะได้ดูคอนแล้ว ฮืออออ คิดถึงอปป้าทุกคนมากถึงมากที่สุด

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

92 ความคิดเห็น

  1. #9462 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 04:25
    อมก อมกมากๆ คนที่ไม่คิด ไม่ฝัน ไม่ได้อยู่ในสารบบเลย ฮืออออ พี่ยุนนนนนน เป็นคนอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง
    #9462
    0
  2. #9205 Devil_jae (@bojae-suju-tvxq) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 13:41
    ยุนโฮคือคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดสินะ OMG!!
    #9205
    0
  3. #8842 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:24
    โอ่ยยยย เจ้านายยขี้หึงจัง ถ้าไม่ยอกเฮ เฮไม่รู้ฆรอกนะ 😂😂
    #8842
    1
  4. #8770 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 02:00
    โถวว ทำยังไงน้อออ ให้นายหายงอน แต่ฮยอกแจก็น่าเป็นห่วงจริงๆแหละ ตัวปลอมๆ ต้องบอกน้าาา
    #8770
    0
  5. #8769 F9tiss (@F9tiss) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 23:05
    เป็นพ่อหนุ่มหัดรักจริงๆ แต่ก็อย่าลืม
    บอกเรื่องตัวปลอมนะ
    #8769
    0
  6. #8768 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 20:26
    อย่าลืมเล่าเรื่องตัวปลอมน้าาา สำคัญมากเลย
    #8768
    0
  7. #8767 mallicro (@mallicro) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 11:46
    ก่อนจะง้ออยากให้คุณบอดี้การ์ดบอกเรื่องเจ้านายตัวปลอมก่อน
    #8767
    0
  8. #8766 mallicro (@mallicro) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 11:46
    ก่อนจะง้ออยากให้คุณบอดี้การ์ดบอกเรื่องเจ้านายตัวปลอมก่อน
    #8766
    0
  9. #8765 pen_1290 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 11:10
    แหม่ คุณเจ้านายหึงคุณลูกน้องหนักมากเลยเนอะ XD
    #8765
    0
  10. #8764 alphaa (@iamalpha) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 10:31
    โอ้ยตอนหน้า อยากอ่านแล้วอ่าสา รอพี่เมย์ทุกวันเลยค่า
    #8764
    0
  11. #8763 beaubiehae (@beaubiehae) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 09:20
    จะขาดใจจจจจจจจ รอพี่เมย์ทุกวันนะคะ รอจนจะขาดใจ55555
    #8763
    0
  12. #8762 beaubiehae (@beaubiehae) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 09:20
    จะขาดใจจจจจจจจ รอพี่เมย์ทุกวันนะคะ รอจนจะขาดใจ55555
    #8762
    0
  13. #8761 beaubiehae (@beaubiehae) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 09:20
    จะขาดใจจจจจจจจ รอพี่เมย์ทุกวันนะคะ รอจนจะขาดใจ55555
    #8761
    0
  14. #8760 Moonshining (@KiHae_KyuMin) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 08:44
    ฮื้ออออ ห่วงเรื่องคิบอมตัวปลอม เฮอย่าลืมเน้อออ
    #8760
    0
  15. #8759 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 07:14
    แหมมมมมม แหมมมมมมมม
    #8759
    0
  16. #8758 Plamaszaboh (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 06:43
    ขี้หึง ขี้หวงนะบอม
    #8758
    0
  17. #8757 P.a.0 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 06:09
    อยากรู้แล้ว พี่อีทึก สอนอะไร ง้อไงหว่า
    #8757
    0
  18. #8756 SuZu'Ell' (@lovelyaommiiz) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 05:55
    คุณเจ้านายหึงแรงงง
    #8756
    0
  19. #8755 WonderFish (@WonderFish) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 01:08
    ใจนี่อยากนั่งอ่านเป็นเล่มให้จบเลยล่ะค่า >< นุ้งเฮลูกกกก เล่นตัวเยอะๆเลยนะ อย่ายอมๆ 555 สู้ๆค่ะไรต์ เป็น กลจ ให้นะคะ
    #8755
    0
  20. #8754 adilahc (@adilahc) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 00:35
    งือออ พี่ทึกจะสอนง้อหรอ ว่าแต่อย่าเพิ่งง้อ เล่าเรื่องตัวปลอมก่อนนะเฮ แล้วพี่ทึกอีกที่ว่าจะเคลื่อนไหว ไหนเล่ามาเลยไปทำอะไรมา!! โอยนี่มีเรื่องติดต้างในใจเยอะมาก ไหนจะรายชื่อผู้มีพลังเศษ ไหนจะเรื่องนิมิต เอาจริงรุสึกจุกอกมาก เหมือนปมจะเริ่มคลาย แต่ก๋ยังมีอีกอภิมหาปมที่รอไรเตอรมาแก้อยุน้าท
    #8754
    0
  21. #8753 lomnao (@mii-jaemin) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 00:33
    กิ้สสส รอมานานนน บอมน่าร้ากกก เฮก็ซื่อซะจนไม่รู้เรื่องเล้ยย แงงง อยากอ่านต่อแล้วค่ารอรวมเล่มมมม อยากซื้ออ เก็บตังงงง ฮืออออ
    #8753
    0
  22. #8752 Aom_19 (@aompakjira-123) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 00:23
    จะรอนะค่ะ
    #8752
    0
  23. #8751 just_gift (@just_gift) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 00:19
    คุณเจ้านายขี้หวงกับเฮที่ไม่ประสาความรัก ลุ้นว่าอีทึกสอนให้เฮทำอะไร
    #8751
    0
  24. #8750 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 00:07
    นับวันก็ยิ่งจะทำตัวเป็นเด็กมากขึ้นเรื่อยๆ นะคะเจ้านาย กว่าจะจบเรื่องบอมคงกลายเป็นทาสเฮไปเต็มตัวแน่ๆ แระมาณว่าลูกน้องว่าซ้ายเจ้านายก็ซ้าย ลูกน้องไปไหนเจ้านายตามไปด้วยงี้ คิมคิบอมผู้ยิ่งใหญ่ได้กลายเป็นลูกไก่ในกำมืออีทงเฮซะแล้ว 5555555555555 ว่าแต่พี่ทึกกี้จะสอนวิชาอ้อนอะไรให้เฮเนี่ย
    #8750
    0
  25. #8749 Dummy'P (@phonpath) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 23:55
    ขี้หวงอะ 455555
    #8749
    0