[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,221 Views

  • 9,510 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,242

    Overall
    672,221

ตอนที่ 74 : ตอนที่ 69 ทางออกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 478 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61


ตอนที่ 69 ทางออกลับ

 

 

 

            ทันทีที่ฮยอกแจได้ฟังสมมติฐานของดงแฮ คุณหนูลีก็ไม่ลังเลเลยที่จะขอให้คนในบ้านช่วยโทรเรียกคุณหมอหนุ่มมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยให้เหตุผลว่ารู้สึกปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะไม่สบาย แม้ว่าสายตาหลายคู่จะมองดงแฮด้วยความสงสัย แต่ภาพในกล้องวงจรปิดที่จับภาพทั้งคู่อยู่ก็ไม่เห็นอะไรมากไปกว่าแค่คุยกัน ไม่ใช่ว่าคนของคิบอมจับยัดยาหรือทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อคุณหนูฮยอกแจ

 

            ไม่นานหลังจากนั้น คุณหมอคิมเยซองจึงถูกเชิญเข้ามายังห้องนั่งเล่นห้องเดิม ซึ่งทั้งสองรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นหน้าดงแฮ หมอหนุ่มก็ขมวดคิ้วมุ่นอย่างแปลกใจ

 

            “ไม่คิดว่าหมอจะเจอทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแบบนี้”

 

            “หมอรู้หรือครับ”

 

            ฮยอกแจทวนถามอย่างแปลกใจ ซึ่งทำให้คนฟังยกยิ้มใจดี หันไปมองหน้าคนหน้านิ่งเพื่อขออนุญาต ซึ่งพอคนสนิทของคิบอมพยักหน้าช้าๆ ชายหนุ่มก็หันกลับมามองหน้าคุณหนูลีอีกครั้ง

 

            “ก็หมอเป็นคนเดียวในประเทศที่เชี่ยวชาญเรื่องพลังที่เกิดจากคลื่นสมองนี่นะ ดงแฮเขาไม่มีทางเลือกน่ะ”

 

            “ไม่หรอกครับ ผมต้องขอบคุณคุณหมอต่างหากที่ช่วยดูแลผมมาหลายปี” ดงแฮบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในดวงตาฉายชัดถึงความเคารพ เพราะอีกฝ่ายไม่เคยเปิดเผยข้อมูลนี้ของเขาให้ใครรู้เลย แม้แต่ผู้เป็นนายของเขาเอง แต่นั่นก็สร้างความกัวลใจให้เช่นเดียวกัน

 

            ตอนที่เขาไปถามเรื่องอาการของลีฮยอกแจ อีกฝ่ายไม่ปริปากพูดเลยสักคำ แม้ว่าจะแลกด้วยเงินก้อนโตที่ผู้เป็นนายเสนอให้ ดังนั้น วันนี้พวกเขาก็อาจจะไม่ได้ข้อมูลที่ตามหาเช่นเดียวกัน

 

            คนที่กำลังมองทั้งสองหนุ่มสลับกันไปมา แล้วใบหน้าใจดีก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ

 

            “หมอก็ได้ยินว่ามีคนป่วย แต่ดูเหมือนจะป่วยการเมืองเสียแล้ว ได้ข่าวว่าปวดหัวหรือครับ” คำถามที่ฮยอกแจก็ขยับตัวอย่างอึดอัดหน่อยๆ แต่เพียงพักเดียวก็ถอนหายใจ

 

            “ก็ปวดหัวครับ แต่ไม่ใช่เพราะอาการป่วย”

 

            “แล้วช่วงนี้ได้ใช้พลังบ้างมั้ย”

 

            ฮยอกแจส่ายหน้าช้าๆ ในเมื่อเขาถูกห้ามเด็ดขาด แถมยังเคยทรมานเสียขนาดนั้น เขาเองก็ไม่โง่ให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้แล้วเหมือนกัน ซึ่งทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มกว้าง พยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นก็วกกลับมาเรื่องที่คุยค้างกันอยู่

 

            “แล้วตกลงว่าทั้งคู่มีอะไรจะถามหมอหรือ”

 

            ทั้งคู่ที่ว่าสบตากันแวบหนึ่ง แล้วฮยอกแจก็เป็นฝ่ายโพล่งขึ้นมา

 

            “ผมอยากได้รายชื่อคนไข้ทั้งหมดของหมอครับ”

 

            “คนไข้ของหมอ?” เยซองทวนถามอย่างแปลกใจ ก่อนที่จะส่ายหน้าช้าๆ

 

            “หมอเก็บความลับของคนไข้เสมอ...ใช่มั้ยครับ” คนพูดหันไปมองหน้าดงแฮ ซึ่งคนหน้าหวานก็ถอนหายใจ แล้วสารภาพออกมาตรงๆ เขาคิดว่าการเปิดเผยเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว ยังไงคุณฮยอกแจเองก็เล่าความลับให้เขาฟังเช่นกัน คงไม่ดีแน่ถ้าจะเก็บเงียบเอาไว้คนเดียว

 

            “ตอนที่นายผมติดต่อคุณฮยอกแจไม่ได้ ผมเป็นคนติดต่อกับหมอเยซองเพื่อถามเรื่องอาการป่วยของคุณว่าเป็นความจริงหรือเปล่า คุณถึงไม่ได้ไปร่วมงานศพของคุณพ่อคุณแม่คุณ”

 

            “ซึ่งหมอก็ขอยืนยันคำเดิมว่าจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของคนไข้” เยซองต่อคำด้วยท่าทางสงบ เพราะต่อให้เอาปืนจ่อหัว เขาก็ไม่คิดจะเอาความลับของคนไข้มาแพร่งพราย ซึ่งนั่นสร้างความหนักใจให้คนฟังอีกคนได้เป็นอย่างดี

 

            ฮยอกแจไม่แปลกใจที่พี่คิบอมทำเช่นนั้น ถ้าไม่ทำสิแปลก แต่หนักใจกับแววตาแน่วแน่ของคุณหมอคนนี้ต่างหาก

 

            “แม้ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงน่ะหรือครับ”

 

            “ร้ายแรงขั้นไหนล่ะ”

 

            “ขนาดที่ผมเห็นคนอื่นเป็นคนใกล้ตัว” คุณหนูลีบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งนั่นทำให้คนฟังขมวดคิ้วฉับ โน้มตัวเข้ามานิด บ่งบอกถึงความสนใจ

 

            “ยังไง”

 

            “ผมเห็นฮันคยองที่ไม่ใช่ฮันคยอง” คุณหมอหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วจนแทบจะผูกกัน แวบแรกคิดว่ายาที่ให้มีผลข้างเคียงหรือเปล่า แต่การมองหน้าดงแฮแล้วพบว่าอีกฝ่ายมีแววเข้าใจคำพูดของอีกคน ทำให้คุณหมอหนุ่มนิ่งคิดอย่างจริงจัง นิ่งไปครู่ ก่อนที่จะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

 

            “หมอเคยได้ยินกรณีแบบนี้มาบ้างในเคสผู้ป่วยต่างประเทศ”

 

            “ครับ?

 

            คนฟังทั้งสองแสดงออกชัดเจนว่าสนใจ ให้เยซองว่าต่อ

 

            “คนที่มีพลังพิเศษที่มีผลสืบเนื่องจากคลื่นสมองที่แปลกไปมีได้หลายรูปแบบ ส่วนใหญ่ที่พบจะจับต้องได้เช่นกรณีของฮยอกแจที่เคลื่อนย้ายสิ่งของ รองลงมาคือพลังในรูปแบบของจิต อย่างดงแฮที่มองเห็นภาพอนาคตในความฝัน ซึ่งพลังส่วนใหญ่มักจะไม่สร้างอันตรายหรือความเข้าใจผิดให้คนรอบข้าง แต่ก็มีส่วนน้อยแสนน้อยจริงๆ ที่จะพบพลังอย่างเช่น สร้างภาพมายา หรือตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง”

 

            “งั้นหมอจะบอกว่าคนที่ผมเห็น...” ฮยอกแจถามอย่างข่มความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ ซึ่งนั่นก็ทำให้เยซองยกมือขึ้นมาห้ามก่อน

 

            “แต่หมอไม่เจอกรณีแบบนี้ในเกาหลี ซึ่งว่ากันตามจริง เพิ่งเคยมีการพบเคสแบบนี้ในคนแค่สองคนเท่านั้น คนหนึ่งตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน อีกคนก็อยู่ในยุโรปเหนือ อายุหกสิบกว่าปีแล้ว และหมอยืนยันว่าไม่มีกรณีที่ว่ามากับคนไข้ในการดูแลของหมอเลยสักคนเดียว” ไม่ใช่แค่ฮยอกแจที่นิ่งไป แม้แต่ดงแฮเองก็ขมวดคิ้วมุ่น เพราะเขาคิดว่าเข้าใกล้ตัวตนของคนพวกนั้นแล้วแท้ๆ

 

            “แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าคนคนนั้นอาจจะไม่เคยอยู่ภายใต้การดูแลของหมอคนไหนเลย”

 

            เยซองสรุปเป็นการปิดท้าย เพราะเขาไม่ได้เอาข้อมูลของใครมาเผยแพร่ เขาแค่บอกในเรื่องที่รู้เท่านั้น

 

            “ไม่ใช่ว่าการตรวจคลื่นสมองทำตั้งแต่เด็กหรือครับ แล้วไม่น่าจะมีเด็กเกาหลีคนไหนที่ไม่เคยผ่านการตรวจเรื่องนี้มาก่อน” ฮยอกแจถามอย่างสงสัย เพราะเขาเองก็พบความสามารถนี้ตั้งแต่ยังเด็ก และนั่นก็ทำให้คนฟังหันไปมองหน้าดงแฮ

 

            “มีครับคุณฮยอกแจ”

 

            ฮยอกแจหันไปมองหน้า และนั่นก็ทำให้ดงแฮฝืนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

 

            “เด็กที่เกิดในสลัม เด็กที่ไม่มีใครต้องการ หรือเด็กที่ถูกทิ้ง”

 

            คนพูดรู้ดีว่าทั้งหมดนั่นคือตัวเขา เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีพลังแฝงนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เพราะปีศาจที่ชื่อว่าพ่อไม่เคยคิดจะเหลียวแล อย่าว่าแต่ไปโรงพยาบาลเลย เขาไม่มีใบเกิดด้วยซ้ำ ประวัติทั้งหมดถูกนายทำให้ใหม่ตอนที่รับมาชุบเลี้ยง ซึ่งคนแบบเขาก็ไม่มีทางเลือกมากนักหรอก การทำงานผิดกฎหมายภายใต้ผู้มีอิทธิพลก็เป็นหนึ่งในหนทางเอาชีวิตรอด แล้วอย่าลืมสิว่าครอบครัวของลีฮยอกแจทำธุรกิจด้านไหน มีความเป็นไปได้ว่ามีคนพวกนี้รายล้อมรอบตัวอยู่เต็มไปหมด

 

            “และอีกกรณีคือพลังตื่นขึ้นมาหลังจากที่พบกับเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่าง เช่นเดียวกับดงแฮที่ถูกรถชนเมื่อหลายปีก่อน” เยซองว่าต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม จนคุณหนูลีเม้มปากเข้าหากันแน่น

 

            “หมอจะบอกว่าผมไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่ผมเห็นคือใคร ในเมื่อมันซ่อนตัวตนด้วยภาพที่มันสร้างขึ้น”

 

            “แต่ไม่มีทางสมบูรณ์เต็มร้อย”

 

            “หมายความว่ายังไงครับ” ดงแฮถาม

 

            “ก็หมายความว่าไม่มีใครที่มีความสามารถขนาดที่จะสร้างภาพมายาหรือภาพหลอนได้อย่างสมบูรณ์แบบหรอก ฮยอกแจเองก็ไม่สามารถควบคุมพลังจนยกของใหญ่กว่าตัวเองได้ใช่มั้ย ดงแฮเองก็ไม่เคยมองเห็นอนาคตที่ไกลมากๆ เป็นสิบปี ก็เหมือนกัน ในกรณีนี้ ถ้าสิ่งที่เห็นเป็นคนที่มีพลังพิเศษจริงๆ เขาเองก็ไม่สามารถสร้างภาพดั่งที่ใจนึกได้ อย่างมากก็ใช้วิธีตั้งกฎว่าให้อีกฝ่ายเห็นคนที่อยากเห็น คนที่ตัวเองรัก หรือคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุด มันจึงเป็นจุดอ่อนมหาศาล เพราะเมื่อใดที่คนสองคนเห็นภาพไม่เหมือนกันก็จะรู้ทันทีว่านั่นคือคนที่กำลังใช้พลังที่ว่ามา”

 

            คนฟังหันมามองหน้ากัน แล้วฮยอกแจก็พึมพำ

 

            “ในกรณีนี้ไม่ใช่ว่าผมกับดงแฮต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลยหรือไงครับ”

 

            “ก็ถ้าเงื่อนไขพลังของคนคนนั้นคือใช้ได้ผลกับคนที่มีพลังเช่นกันก็ใช่ แต่ถ้าเงื่อนไขคือแม้แต่คนธรรมดาก็เห็นภาพนั้น มันก็จะเจอง่ายหน่อย หมอถามก่อนว่าฮยอกแจเห็นฮันคยองที่ไม่ใช่ฮันคยองนานแค่ไหน” เยซองมองหน้า ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณหนูลีหน้าซีดเผือด ความทรงจำยามที่ถูกข่มเหงแวบเข้ามาในใจ จนต้องสูดหายใจลึกๆ

 

            เขาจะไม่ยอมแพ้แก่อดีตพวกนั้น เขาจะต้องจับตัวมันให้ได้!

 

            “กว่าครึ่งชั่วโมงครับ”

 

            เยซองพยักหน้าช้าๆ

 

            “งั้นเงื่อนไขพลังของคนคนนี้คือการควบคุมให้คนที่มีคลื่นสมองแบบเดียวกันเห็นภาพที่สร้างขึ้นเท่านั้น เพราะพลังแบบนี้ใช้กับคนธรรมดาได้ผลแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นแหละ คลื่นพลังคล้ายกันมันจะควบคุมกันเองได้ง่ายกว่า...ทั้งสองคนจึงต้องระวังตัวมากๆ เพราะเข้าข่ายที่ว่ามาพอดี” ฮยอกจเม้มปากแน่น เพราะดูเหมือนมันจะยากขึ้นไปอีก

 

            ถ้าคนคนนั้นไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาทั้งคู่พร้อมกันก็แทบจะจับตัวไว้ไม่ได้เลย

 

            “ไม่หรอกครับ เพราะผมจะรู้ทันที” หากดงแฮกลับว่าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาฉายชัดถึงความมั่นใจ ยามที่เอ่ยถึงคนอีกคน

 

          “ผมจะรู้ถ้านั่นไม่ใช่เจ้านายของผม”

 

            ฮยอกแจได้แต่นิ่งอึ้ง เพียงพักเดียวก็หลุดยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

 

            นั่นสินะ เขาควรจะรู้ตั้งแต่ต้นว่าไม่ใช่ฮันคยอง แต่การสูญเสียบิดาและมารดาพร้อมกันสร้างผลกระทบยิ่งใหญ่ให้กับเขาจนเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่ตาเห็นเท่านั้น นี่หรือเปล่าที่พ่อบอกเอาไว้ในจดหมาย..อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น

 

            พ่อเองก็รู้เรื่องนี้เช่นกันสินะ

 

            ในบ้านหลังนี้มีใครสักคนที่ไม่ประสงค์ดีกับครอบครัวของเขา ใครสักคนที่อยากเห็นความพินาศล่มจมของตระกูลลี หากคำถามต่อมาคือ...ใคร

 

            ศัตรูของพวกเขามีเยอะเกินไปจนฮยอกแจก็เดาไม่ออก หากมันก็ตีวงแคบลงมาทันทีเพราะว่า...

 

            “รอบตัวของน้าฮีชอลไม่มีคนไข้ของหมอเลยหรือครับ”

 

            คนที่รู้ที่ซ่อนลับของเขาใต้เตียงมีแค่คนในครอบครัวเท่านั้น และน้าฮีชอลคือหนึ่งในนั้น

 

            หากไม่ใช่น้าฮีชอล ซึ่งฮยอกแจภาวนาสุดหัวใจว่าไม่ใช่ แล้วใครกันล่ะที่จะทำเรื่องแบบนี้ จู่ๆ ชื่อหนึ่งก็ปรากฏวาบขึ้นมาในหัวอย่างที่ฮยอกแจรีบส่ายหน้าเร็วๆ

 

          หรือว่าจะเป็น...น้าซีวอน

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “ผมได้ยินว่าคุณเรียกหมอคิมมาที่นี่”

 

            ฮยอกแจไม่นึกแปลกใจเลยสักนิด เมื่อยังไม่ทันที่จะมืดค่ำดี ผู้ชายที่บอกว่าวันนี้จะกลับดึกก็ก้าวยาวๆ เข้ามาในห้องพัก แม้ใบหน้าคมจะไม่แสดงออกมากมายนัก หากดวงตาคู่นั้นก็ฉายแววห่วงใยจนก้อนเนื้อในอกสั่นสะท้าน

 

            การได้รู้เรื่องราวหลายๆ อย่างจากหมอคิมเยซอง ทำให้ฮยอกแจเลือกจะทำสิ่งนี้

 

            หมับ

 

            “คุณหนู?

 

            การเดินเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น แล้วซุกหน้ากับบ่ากว้าง ทำตัวเป็นเด็กน้อยขี้อ้อนที่ต้องการการเอาใจ จนหานฮันคยองเองก็ขมวดคิ้วมุ่น เรียกอย่างไม่แน่ใจ แต่สองมือก็ค่อยๆ ยกขึ้น แล้วโอบกระชับรอบเอวตอบ

 

            “คุณเป็นอะไรมั้ย”

 

            “ไม่ได้ถามหมอคิมแล้วหรอกหรือ”

 

            ฮยอกแจถาม วางคางบนหัวไหล่ เอียงแก้มเพื่อช้อนตาขึ้นมอง ซึ่งคนตัวโตก็นิ่งไปนิด ก่อนจะถอนหายใจ

 

            “ถามแล้ว แต่หมอคิมไม่บอกอะไรนอกจากว่าแค่มาตรวจตามปกติ”

 

            นี่สินะข้อดีของการที่เป็นฝ่ายถูกปกป้องข้อมูล

 

            ฮยอกแจบอกตัวเอง เพราะแม้เขาจะยังอยากได้รายชื่อคนไข้ทั้งหมดของหมอเยซองมากแค่ไหน เพื่อที่จะให้ดงแฮไปตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง แต่การที่อีกฝ่ายไม่พูดเรื่องของเขาเช่นกันก็เป็นผลดีมากกว่า

 

            เขาไม่อยากให้ฮันคยองรู้เรื่องที่เขามั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนร้าย

 

            หากฮันคยองเลือกที่จะเล่นเป็นผู้ร้ายปากแข็ง แค่คำพูดของหมอคิมไม่ช่วยอะไรมากมายหรอก เขาอยากได้หลักฐานที่แน่นหนากว่านี้ มากพอที่จะทำให้คนปากแข็งบางคนจนสิ้นหนทาง แล้วบอกความจริงกับเขา

 

            “อื้อ ฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อย”

 

            ว่าแล้วก็เอนหัวซบบ่าอีกครั้ง กอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น แต่ฮยอกแจไม่ได้โกหกเลยสักนิด เขาคิดเรื่องราวมากมายจนหัวปวดตุบๆ จริงๆ แล้วการอยู่แบบนี้ ได้กอดคนคนนี้ ได้กลิ่นกายหอมๆ ที่แฝงด้วยความลึกลับนี้สร้างความสบายใจอย่างมหาศาล จนยิ่งซุกๆ ซบๆ อยู่ตรงนั้น

 

            “มีอาการอื่นอีกมั้ย”

 

            “ไม่ ก็แค่ปวดหัว”

 

            “กินยาหรือยัง”

 

            “ฮื่อ ไม่กิน”

 

            ฮยอกแจส่ายหน้าบนบ่า สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายเงียบไป เลยเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง และนั่น...เขาเห็นความห่วงใยที่ไม่คิดจะปิดบังกันเลยสักนิด

 

            “ไม่ต้องห่วง แค่อยู่แบบนี้ก็หายแล้วล่ะ” คุณหนูลีส่งยิ้มให้อีกฝ่าย บอกด้วยน้ำเสียงน่าฟัง คลายความกังวลของอีกคนที่ทำท่าจะหมุนตัวไปหายามาให้ หรือเรียกหมอมาตรวจอีกสักรอบ จากนั้นก็เขย่งตัวขึ้นนิดเพื่อกดจูบที่ปลายคาง

 

            “ไม่เชื่อหรือ”

 

            “...”

 

            อีกฝ่ายยังไม่คลายใจ จนฮยอกแจส่งยิ้มให้

 

            “ถ้าอยากให้พรุ่งนี้หายเป็นปลิดทิ้งก็ขออะไรอย่างสิ”

 

            “อะไรครับ” ฮันคยองเองก็ไม่รับปากทันทีเช่นกัน แม้จะอยู่ในช่วงอารมณ์ที่เป็นห่วงเขามากมายแค่ไหน อีกฝ่ายก็ยังไม่รับปากง่ายๆ อยู่ดี ก็นะ สมกับที่พ่อของลีฮยอกแจไว้ใจเสียมากมายจริงๆ แต่คุณหนูลีเองก็ไม่ได้ขออะไรที่ยากไปกว่า...

 

            “คืนนี้นอนกอดกันนะ”

 

            แน่นอนว่าสีหน้าคนฟังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ซึ่งฮยอกแจก็ย้ำอีกครั้ง

 

            “นอนกอดกัน นอนเฉยๆ นอนให้ฉันอ้อน”

 

            ฮันคยองมีสีหน้าคลางแคลงใจ และนั่นก็ทำให้คนพูดมุ่ยหน้าลงนิด

 

            “ไม่ได้หรือ”

 

            “ไม่ใช่ไม่ได้ครับ...ตกลง แค่นอนกอดกันเฉยๆ”

 

            “แล้วนายหวังอะไรมากกว่าแค่กอดเฉยๆ หรือเปล่าล่ะ”

 

            กึก

 

            ฮยอกแจเกือบจะหลุดยิ้มออกมา เมื่ออีกฝ่ายชะงัก จับได้เลยว่าคิดไปไกลกว่าแค่นอนกอดกัน แต่เขาไม่พูดอะไรมากกว่านั้น นอกจากคลายอ้อมกอดที่กอดอีกฝ่ายออก ถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อที่ฮันยองเองก็คลายท่อนแขนที่รัดรึงร่างเขาเอาไว้อย่างอ้อยอิ่ง คล้ายอาการเสียดาย

 

            เขาชอบที่ฮันคยองเริ่มแสดงออกแบบนี้บ้างแล้ว

 

            “ตอนนี้ฉันหิวแล้ว ไปกินมื้อเย็นกัน แล้วค่อยมาตกลงกันอีกรอบว่าจะกอดเฉยๆ หรือเปล่า” คุณหนูลีส่งยิ้มให้ แล้วเดินไปรอที่หน้าประตู ไม่เร่งเร้ามากกว่านั้นจนได้ยินเสียงถอนหายใจ และ...ท่อนแขนที่โอบรอบเอวอีกครั้ง

 

            “ตามใจคุณ”

 

            ครั้งนี้ฮยอกแจอดคิดไม่ได้ว่าตามใจเขาที่ว่าคือไปกินข้าวตามใจเขา แล้วกลับมาตกลงเรื่อง กอด กันใหม่ตามใจฮันคยองหรือเปล่า แต่ในเมื่อไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แถมยังทำให้รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว คนตัวเล็กก็เลยอมยิ้มน้อยๆ ปัดเรื่องมากมายที่ได้ยินในวันนี้ให้ออกจากหัวใจไป...ชั่วคราว

 

            เขากลับมาคิดเรื่องนี้อีกแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่เขามีความสุขกับผู้ชายที่อยู่ข้างๆ

 

.........................................

 

            ฮยอกแจบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ แต่หมายถึงวันรุ่งขึ้นที่ผู้ชายอีกคนเร่งรีบออกไปทำงานแล้ว

 

            เมื่อคืนฮันคยองกลับมาไว งานมากมายจึงรอให้สะสาง อีกฝ่ายก็ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ซึ่งคุณหนูลีก็ยังทำแบบเดิมๆ คือออกไปกินข้าวที่ห้องอาหาร มองหิมะที่เหมือนจะตกหนักกว่าทุกปีด้วยสายตาครุ่นคิด แล้วก็ขอตัวกลับมาที่ห้องด้วยเหตุผลแบบเดิมๆ ว่าไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นัก

 

            ขณะที่อากาศภายนอกที่หนาวจัดก็ทำให้ใครต่อใครเชื่อแล้วว่าคุณหนูฮยอกแจคงจะป่วยเพราะร่างกายอ่อนแออย่างทุกที และวันนี้ฮยอกแจก็บอกดงแฮว่าไม่ต้องมา

 

            ไม่ใช่ไม่ต้องการเพื่อนคุย แต่เพราะเขาขอให้อีกฝ่ายทำอะไรบางอย่างต่างหาก เช่นเดียวกับตัวเขาเองที่ต้องตรวจสอบบางอย่าง...ตู้หนังสือ

 

            เมื่อแน่ใจแล้วว่าช่วงเวลานี้ไม่มีใครมากวนแน่ๆ และฮันคยองเองก็ไม่กลับมา ฮยอกแจก็จัดการดึงประตูกลที่ซ่อนอยู่ภายในห้องเล็กๆ นั้นจนตู้หนังสือเลื่อนออก เผยให้เห็นทางเดินยาวที่แสนมืดมิด กับความเย็นที่ปะทะเข้ากับตัว จนต้องหันไปคว้าเสื้อโค้ทตัวหนามาคลุมทับอีกชั้น

 

            แม้จะนึกกลัว แต่เขาต้องรู้ให้ได้ว่าทางนี้นำไปสู่อะไร และฮันคยองซ่อนอะไรเอาไว้

 

            ประเด็นคือมันมืดเกินไปต่างหาก

 

            ฮยอกแจคลำไปบนผนังเย็นเฉียบแล้วพบว่ามันไม่ใช่ทางเดินอิฐเก่าๆ แต่เป็นผนังฉาบปูนอย่างดี ในใจก็ครุ่นคิดว่าในห้องฮันคยองมีไฟฉายหรือเปล่า เท้าก็ก้าวออกไปบนทางเดิน และ...

 

            พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ...

 

            ทันใดนั้น แสงไฟที่ซ่อนอยู่ภายในผนังก็สว่างไล่จากจุดที่ฮยอกแจยืนอยู่ ไปยังจุดปลายสุด แล้วเลี้ยวไปตามทางจนเขามองไม่เห็นว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน จนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ก้มลงมองเท้าของตัวเองแล้วก็พบว่าเป็นเพียงทางเดินธรรมดา จนต้องกวาดสายตามองไปรอบๆ

 

            เขาไม่เห็นเซ็นเซอร์ แต่คิดว่าอุโมงค์ทางเดินนี้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวอยู่ ไฟถึงสว่างติดเองโดยอัตโนมัติแบบนี้ เพียงแต่ทางลับนี้มาเชื่อมต่ออยู่กับห้องของฮันคยองได้อย่างไร

 

            “อย่ากลัวสิฮยอกแจ ไม่มีอะไรให้นายต้องกลัวอีกแล้ว”

 

            คุณหนูลีปลอบใจตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้เลยว่านอกจากจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวแล้วจะมีกับดักอะไรอื่นซ่อนไว้หรือไม่ ดังนั้น ดวงตาเรียวรีจึงพยายามสอดส่ายไปทั่ว ขณะที่เดินไปจนสุด แล้วก็เลี้ยวโค้งไปตามทาง หากทางที่ทอดยาวไปไกลกว่านั้น แถมเหมือนจะชันลงใต้ดินทำให้เรียวปากเม้มเข้าหากันแน่น

 

            หัวใจดวงน้อยยิ่งเต้นรัวแรงกับทุกย่างก้าวที่เดินไปข้างหน้า

 

            เขาไม่รู้ว่าใครสร้างที่นี่เอาไว้

 

            เขาไม่รู้ว่ามันเชื่อมกับห้องฮันคยองได้อย่างไร

 

            เขาไม่รู้เลยว่ามันจะนำทางไปที่ไหน

 

            หากสองขาก็ยังก้าวต่อไปไม่มีหยุด จนความตื่นเต้นเริ่มลดน้อยลง เพราะไม่ว่าจะเดินไปมากแค่ไหน เขาก็ไม่รู้สึกเลยว่าทางจะสิ้นสุดลง เขาอาจจะเดินมาแล้วหนึ่งกิโลเมตร หรือสองกิโลเมตร แต่คิดว่าเดินมาไกลพอสมควร และกำลังลังเลว่าควรจะหันหลังกลับดีหรือไม่

 

            เขากลัวว่าจะมีคนมาตามแล้วพบว่าเขาหายตัวไป

 

            ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวของฮยอกแจจนความระมัดระวังคลายลงทีละน้อย...ก็ถ้าเดินมาเรื่อยๆ แล้วไม่เจออะไร คนเราก็เผลอลดการตื่นตัวไปเอง

 

            และนั่นทำให้เขาไม่เห็นเงาดำที่อยู่ตรงทางเลี้ยวโค้งข้างหน้าที่ทอดลงมาบนพื้น

 

            ฮยอกแจยังคิดเรื่องที่ว่าจะกลับไปทันหรือเปล่า ตอนที่...

 

            หมับ

 

            “โอ๊ย!

 

            “อย่าขยับ! อย่าส่งเสียง!

 

            เรี่ยวแรงมหาศาลก็คว้าตัวเขาเอาไว้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปาก จังหวะเดียวกับที่ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่ขมับ เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเหี้ยมเกรียม และพร้อมจะลั่นไกทันทีที่ไม่ทำตามที่สั่ง หากฮยอกแจก็ได้แต่พึมพำเสียงเบาหวิว เพราะ...

 

          “คยู...ฮยอน...”

 

            “คุณหนู!!!

 

            เช่นเดียวกับคนที่กำลังจะลั่นไกเพราะคนในอ้อมกอดเปิดปากพูดที่นิ่งงันไปทันที รีบลดปืนที่กำลังจ่อขมับลง จนร่างเล็กหมุนตัวไปมองหน้าคนสนิทของพ่อเขาอีกคน และเป็นคนของหานฮันคยองอีกที...โจวคยูฮยอน

 

            ผู้ชายที่ทำหน้าเหมือนโลกกำลังถล่มลงตรงหน้า ยามที่ถามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

 

            “คุณหนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

 

            น่าแปลกนะที่มันเป็นคำถามเดียวกับที่ฮยอกแจกำลังจะถามพอดีเช่นกัน

 

...............................................

 

            ครบค่ะ หนก่อนเมย์บอกว่าถ้าบอมไม่โผล่ออกมาจากป่า เมย์จะเขียนเฮคิใช่ป่ะ คือหลังจากนั้นวันเดียว รูปนางก็โผล่มา นี่เมนของแรงอะ ยกมือไหว้ล่ะจ้า คิเฮฟอลเอเวอร์นะคะเมนขรา เฮคิอะไร ไม่มี๊ ไม่เคยคิดทำร้ายเมนเลยจริงๆ นะคะ จะคิเฮไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละเนอะ *ปาดเหงื่อ*

            เอาล่ะค่ะ ตอนนี้ฮยอกเองก็ตัดสินใจออกมายังทางลับจากห้องของเกิงแล้วเนอะ แต่ประเด็นคือดันมาเจอคยูเนี่ยสิ ดังนั้น อะไรที่ฮยอกควรรู้ ก็จะรู้ในตอนหน้าแล้วครับผม

            ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 478 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #9464 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 05:25
    ฮื่ออออ ไม่เป็นคยูฮยอนได้ไหม คนร้ายอะไรต่างๆ ไม่ใช่คยูฮยอนได้ไหม ㅠㅠㅠㅠ
    #9464
    0
  2. #9204 Mmaypp (@maymagical) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 22:48
    รอติดตามนะเตงง ลุ้นเวอร์ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #9204
    0
  3. #9203 กวีกวี้ (@0614460900aa) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 02:57

    เราสนับสนุคิเฮมากที่สุดค่าาาา รอลุ้นตอนหน้าดีกว่าาาาา

    #9203
    0
  4. #9202 maycute_11 (@maycute_11) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 09:04

    ดีใจที่ไรท์เตอร์กลับมาแล้ว เราเพิ่งว่างเข้ามาดู

    ปมเริ่มจะคลายแล้วสินะ ลุ้น ๆๆๆๆๆ ตื่นเต้นที่จะได้รู้ความจริงแทนฮยอกแจแล้วเนี่ย

    #9202
    0
  5. #9195 kimimill (@kimimill) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:43
    ปริศนาจะค่อยๆ คลายปมให้ฮยองแจน้อยของเรารู้เองไปเรื่อยๆ
    #9195
    0
  6. #9189 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 13:30
    เอาล่ะสิ ฮยอกจะรู้อะไรนะ
    #9189
    0
  7. #9187 phbll (@phbll) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 22:01
    กรี๊ดดดด จะเกิดอะไรขึ๊นนน ลุ้นนน
    #9187
    0
  8. #9186 noyna_2526 (@noyna_2526) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 20:52
    คนนี้หรือป่าว
    #9186
    0
  9. #9185 NTLJs (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 18:17

    ลุ้นๆๆๆๆๆๆ ฮยอกจะรู้แล้วว จะรู้ความจริงแล้ววววว

    #9185
    0
  10. #9184 Noparat (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 15:19

    ความจริงกำลังจะเปิดเผยแล้ว

    #9184
    0
  11. #9183 KeyKhem (@keykhem19) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 14:27
    คิดต่อไปเองไกลมากๆๆๆๆตอนนี้
    #9183
    0
  12. #9182 SofiaIng (@SofiaIng) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:19
    อื้ออออออออออออออออออ
    ฉีดจะเเตก
    #9182
    0
  13. #9181 engsungelf (@engsung) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 11:52
    คยู.......
    #9181
    0
  14. #9180 Moonshining (@KiHae_KyuMin) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 07:04
    งี๊ดดดดดดด คี่เมย์จะให้น้องรอนานมั้ยยยยย มันตื่นเต้นมากๆเลยอ่ะ
    #9180
    0
  15. #9179 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 02:12
    โอ้ยยยยย ตื่นเต้นกว่าฮยอกก็เราเนี่ยแหละ!!!!!! คยูมาได้ไง ทำไมคยูถึงรู้ทางลับนี้ แล้วมีใครรู้อีกบ้าง บลาๆๆๆๆ คำถามเต็มหัวไปหมดเลยตอนนี้ รีบมาเฉลยทีนะจ๊ะเมย์จ๋า
    #9179
    0
  16. #9178 SoRRy~{MiSo} (@wow_za555) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 01:45

    โว้ยยยย ตื่นเต้นมากเวอร์ ขอมารัวๆเลยได้ไหมคะพี่เมย์ ฮืออออ

    #9178
    0
  17. #9177 love hyuk (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 23:04

    ตอนนี้ตื่นเต้นมาก ใกล้รู้ความจริงแล้ว

    คยูไว้ใจได้อยู่แล้ว แต่รู้ได้ไงว่ามีคนเข้ามา

    #9177
    0
  18. #9176 Dummy'P (@phonpath) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 22:38
    รออเลยค่า
    #9176
    0
  19. #9175 gimmemb (@gimmemarkbam) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 22:38
    รอค่าาา ชอบบมากกเรื่องนี้
    #9175
    0
  20. #9174 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 21:57
    รออค่าาา
    #9174
    0
  21. #9173 Rabper (@sabay670) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 21:49
    ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆ
    #9173
    0
  22. #9172 white_violet (@nonsuj) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 21:38
    อะไรยังงัยไม่รู้ คนร้ายคือซีวอนรึเปล่านะ แล้วฮยอกเจออะไรในคืนนั้น แต่คิดว่าเรื่องนี้เฮกับฮันคยองคงเจ็บตัวแบบปางตายอ่ะ เพราะชีวิตนี้เพื่อนายนี่เนอะ
    #9172
    0
  23. #9171 10's (@HT1527) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 21:03
    เราไว้ใจคยูได้รู้ว่ามีคนเข้ามาที่ทางเดินเลยมาดู ไม่คิดว่าเป็นคุณหนูละสิ อะไรเนี่ยยย คลายปมให้หน่อยค่าพี่เมย์
    #9171
    0
  24. #9170 echize (@nonsatt) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 20:43
    ฮือ ใกล้ได้รู้ความจริงแล้ววววว
    #9170
    0
  25. #9169 Allsteam38 (@loveu137) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 18:42
    ปมเยอะไปแล้วววว ขอเล่มด้วยเถอะะะ
    #9169
    0