[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,368 Views

  • 9,513 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,389

    Overall
    672,368

ตอนที่ 76 : ตอนที่ 71 เบาะแสจากนาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 626 ครั้ง
    11 ต.ค. 61


ตอนที่ 71 เบาะแสจากนาย

 

 

 

          ผู้ชายคนนี้จะจิตใจโหดเหี้ยมขนาดฆ่าพี่สาวและพี่เขยตัวเองจริงน่ะหรือ

 

            ในเวลาเดียวกับที่ฮยอกแจกำลังตามหาความลับหลังตู้หนังสือ วันนี้ดงแฮก็กำลังทำตามคำขอร้องที่รับมา เขายังคงออกจากบ้านในเวลาเดิม แต่ไม่ได้ไปยังคฤหาสน์ตระกูลลี แต่กลับมาติดตามผู้ชายคนหนึ่งที่ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่เช่นเดียวกัน...คิมฮีชอล

 

            ชายหนุ่มเจ้าของวงหน้าสวย น้าแท้ๆ ของลีฮยอกแจ

 

            คุณหนูลีสงสัยคนคนเดียวกับเจ้านายเขา หลักฐานหลายอย่างเหมือนชี้เป้าไปยังฮีชอล ทั้งข้อมูลที่ว่าทางนั้นติดต่อกับพวกฮ่องกง ทั้งเป็นคนในที่รู้เรื่องภายในคฤหาสน์ ทั้งเวรยาม ที่ซ่อนลับ และวิถีชีวิตชีวิตของครอบครัวลีดี หากตอนนี้ดงแฮเกิดข้อสงสัยท่วมท้นขึ้นมาในใจ

 

            คนคนนี้ฆ่าคนได้ลงคอจริงหรือ

 

            ตั้งแต่เช้า ดงแฮมาตามเฝ้าที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ซึ่งรอไม่นานเท่าที่คิด ฮีชอลก็ออกจากบ้านของผู้เป็นสามี แล้วตรงไปยังร้านดอกไม้ที่ท่าทางจะเป็นร้านประจำ แล้วก็นั่งรถไปยังสุสานของตระกูลลี ยืนอยู่หน้าหลุมศพของพี่สาวและพี่เขยเป็นชั่วโมงๆ ไม่สนใจทั้งหิมะที่ตกลงมา ไม่สนใจร่างกายที่สั่นเทาเพราะอากาศที่ติดลบ สิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวคือน้ำตาที่ไหลอาบแก้มจนเป็นภาพที่สวยงามจับตา หากเศร้าจับใจ

 

            จากนั้นฮีชอลก็ไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารเกาหลีแห่งหนึ่ง ซึ่งนั่นทำให้ดงแฮมีเวลาสำรวจอีกฝ่ายชัดๆ

 

            คิมฮีชอลผอมลงกว่าเดิม ใบหน้าไร้แววของความสุข เปี่ยมไปด้วยความกังวล ไม่สบายใจ วงหน้าซีดขาว ร่างกายเอนเอียงเหมือนจะล้มไปได้ทุกเมื่อ แค่ทานอาหารไปไม่กี่คำก็หยุดมือ แล้วก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พอมีโทรศัพท์เข้ามา เจ้าตัวก็ฝืนยิ้ม ก้มลงทานอาหารอีกสองคำ จากนั้นก็วนเข้าลูปเดิม

 

            และพอออกจากร้าน ดงแฮก็ต้องมองภาพตรงหน้านิ่ง

 

            ภาพของแม่แมวที่พาลูกอายุน้อยสามตัววิ่งออกมาคลอเคล้าที่ขาของฮีชอล ซึ่งเป็นการเรียกรอยยิ้มแรกของวันของผู้ชายคนนี้

 

            สิ่งที่ฮีชอลทำไม่ใช่ไล่ไปให้พ้น ไม่ใช่ชักขาหนีแมวจรจัดด้วยความรังเกียจ แต่กลับหันไปหาบอดี้การ์ดที่ติดตาม แล้วก็รับอาหารแมวยี่ห้อดังมาแกะห่อเทให้แม่แมว รับนมกับถ้วยพลาสติกเล็กๆ มาเทนมสีขาวขุ่นให้ลูกแมวอีกสามตัว ดูคุ้นเคยเหมือนทำเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว

 

            ฮีชอลนั่งยองๆ มองทั้งสี่ตัว มือลูบขนแม่แมวไปด้วย เลยไปยังลูกทั้งสามที่แม่มันไม่ห้าม ไม่หวง ผิดนิสัยแม่ลูกอ่อนที่หวงลูกยิ่งกว่าอะไรดี

 

            พอเจ้าเหมียวทั้งสี่ตัวอิ่ม ร่างบางก็เก็บถ้วยพลาสติกส่งให้บอดี้การ์ดนำไปทิ้งพร้อมกับซองอาหาร แต่ก่อนจากไป สองมือก็อุ้มแม่แมวตัวนั้นมากอดแน่นๆ ก่อนที่จะปล่อยมันไป มองทั้งแม่ทั้งลูกที่หายกลับเข้าไปในซอยเดิม แล้วถึงกลับขึ้นรถ

 

            ดงแฮจดจำภาพทั้งหมดเข้าสู่สมอง

 

            ที่ผ่านมา เจ้านายของเขาให้ลูกน้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้ชายคนนี้รวมทั้งเชวซีวอน ซึ่งดงแฮเองก็ได้อ่านข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่มันไม่เหมือนกับมาเฝ้าติดตามด้วยตัวเอง

 

            ดงแฮอยู่ในนรกมาครึ่งชีวิต สิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้จากช่วงเวลานั้นคือมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เลวทรามที่สุด มนุษย์สามารถปลิ้นปล้อนหลอกลวง ทำเรื่องเท็จให้เป็นเรื่องจริง ใช้ประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันโดยไม่สนว่าจะเป็นสายเลือดเดียวกันหรือไม่

 

            ตลอดชีวิต ดงแฮเห็นความเลวร้ายมาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งตอนอยู่กับพ่อ หรือตอนที่มาทำงานกับนาย เห็นคนประเภทเดียวกันมาแล้วนับไม่ถ้วน...คนที่มือเปื้อนเลือด

 

            เขาเชื่อว่าคนเราแสร้งทำดีได้สารพัดอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ปกปิดไม่ได้คือแววตา

 

            คิมฮีชอลไม่มีแววตาของคนที่เดินบนเส้นทางเดียวกับคนประเภทเขา

 

            ภายนอกจะปรุงแต่งยังไงก็ได้ ทำให้ดูอ่อนแอแค่ไหนก็ได้ แต่แววตาไม่ใช่จะกลบเกลื่อนกันง่ายเช่นนั้น ในสายตาเขา ผู้ชายคนนี้อาจจะดูเศร้าเสียใจ แต่ไม่ใช่แรงอาฆาต ไม่ได้เป็นคนเลือดเย็น ซึ่งเขาไม่ได้ตัดสินเพียงเพราะว่าฮีชอลทำให้แมวจรจัดมาเชื่องกับตัวเองได้

 

            เรื่องจริงที่สัตว์จะมีสัญชาตญาณดีกว่ามนุษย์ การทำให้แม่แมวไว้วางใจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าทำไม่ได้ ดงแฮจึงเชื่อสัญชาตญาณตัวเองมากกว่า สัญชาตญาณที่เคยอยู่กับมนุษย์ที่เลวทรามกว่าที่ใครๆ เคยรู้จัก

 

            ตอนนี้เขาไม่คิดว่าคิมฮีชอลจะกล้าสั่งฆ่าพี่สาวและพี่เขย

 

            เชวซีวอน

 

            ชื่อต่อมาดังขึ้นในหัว

 

            กึก

 

            หากทันใดนั้นเอง ดงแฮที่ปลอมตัวและหลบอยู่ห่างสายตาฮีชอลก็พลันตัวแข็งทื่อ เกือบจะเผลอเอื้อมมือไปยังข้างเอวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่เขาก็ห้ามตัวเองได้ทัน ยังคงยืนถูมือไปมาอีกฝั่งของร้านอาหาร ก้มมองนาฬิกาหลายทีเหมือนรอคนที่นัดหมายเอาไว้ อาศัยหมวกไหมพรมใบใหญ่ที่คลุมปิดมาเกือบถึงดวงตา

 

            ดงแฮไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่เขาสัมผัสได้ว่าสายตาเย็นชานั้นไม่ได้มาจากทิศทางของฮีชอล

 

            ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่แบบนั้น กระทั่งสัมผัสอันตรายนั้นหายไป รวมทั้งคนที่เขาติดตามก็ขึ้นรถไปแล้วเช่นกัน นั่นแหละถึงทำให้ร่างเพรียวเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เหลือบมองตามหลังรถคันนั้น

 

            แววตาเมื่อครู่...ฆ่า

 

            เขาสัมผัสได้ถึงความปรารถนาที่จะฆ่าฟันรุนแรงเสียจนเผลอขมวดคิ้ว

 

            ตอนแรกดงแฮสรุปในใจแล้วว่าคิมฮีชอลไม่ใช่คนที่กำลังหาตัว แต่สัมผัสน้อยแสนน้อยเมื่อครู่ทำให้เขาแปลกใจ และรู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูก

 

            ครืด ครืด

 

            หากทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นเบาๆ ซึ่งพอดึงออกมา ดวงตาก็ฉายแววแปลกใจ

 

            “ครับนาย”

 

            [นึกยังไงไปยืนกลางหิมะ อยากไม่สบายหรือไง]

 

            คนฟังไม่ได้กวาดสายตามองรอบๆ เพราะรู้แล้วว่าในขณะที่เขาตามฮีชอล นายเองก็ส่งมือดีมาตามดูเขาเช่นกัน

 

            [ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจนาย แต่ฉันแค่อยากรู้ว่าฮยอกแจขอให้นายทำอะไร...]

 

            คิบอมไม่จำเป็นต้องอธิบายก็ได้ว่าส่งคนมาตามดูคนสนิทตัวเองทำไม แต่ก็บอก แล้วว่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ดงแฮว่าเขาหูเพี้ยนไป...

 

            [อะไรที่นายเป็นความลับจากฉัน จนบอกฉันไม่ได้]

 

          เหมือนงอน ไม่ใช่หรอกมั้ง

 

            “ผมไม่ได้ตั้งใจจะเก็บเป็นความลับครับ แต่แค่เห็นว่ายังไม่มีเรื่องไหนที่สำคัญพอให้รายงาน” ส่วนเรื่องที่คุยกับคุณหมอคิมวันนั้น เขาตั้งใจจะไม่บอกอยู่แล้ว เพราะแม้แต่ตอนนี้ก็มีเพียงแค่คุณหมอและฮยอกแจเท่านั้นที่รู้ว่าดงแฮมีคลื่นสมองผิดปกติ

 

            [ไม่ใช่ว่าช่วงนี้นายให้ความสำคัญผิดคนอย่างนั้นหรือ]

 

            ดงแฮชักรู้สึกว่าบทสนทนามันแปลกๆ ตอนที่ได้ยินเสียงเจ้านาย เขานึกว่าอีกฝ่ายจะสั่งให้รายงานเรื่องที่แอบตามสืบด้วยตัวเอง แต่กลับกลายเป็นเรื่องให้ความสำคัญตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนกะพริบตาปริบๆ เกิดทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาหลายวินาที

 

            “คือผม...”

 

            [ฉันโทรมาเท่านี้]

 

            หากยังทันจะแก้ตัว ปลายสายกลับวางลงทันควัน จนดงแฮได้แต่ยืนอึ้ง ร้อนใจขึ้นมาแล้ว

 

            เขาสัมผัสได้ว่าเจ้านายโกรธ ดังนั้น แทนที่จะตามคิมฮีชอลตามเป้าหมายเดิม ร่างเพรียวก็หมุนตัวไปอีกทาง ดวงตาฉายแวววิตก ไม่ชอบใจเลยที่เจ้านายเอ่ยด้วยน้ำเสียงแบบนั้น สองขาก็ก้าวไวขึ้นเพื่อตรงไปยังที่ที่ปลายสายอยู่ แต่...

 

            เอี้ยด

 

            เพียงแค่ก้าวพ้นมุมถนน รถคันใหญ่ก็แล่นมาจอดเทียบข้างทาง จนดงแฮหันกลับไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นหน้าต่างของประตูด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งจะวางสายจากเขา!

 

            “ขึ้นมาคุยกันต่อ”

 

            สีหน้าของเจ้านายที่ดู...มึนตึง

 

            เจ้านายกำลังบอกใช่มั้ยว่าที่ตัดสายไปเมื่อครู่เพราะต้องการคุยกันแบบเห็นหน้ามากกว่าผ่านสายโทรศัพท์ และวินาทีนั้น ดงแฮก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากตำแหน่งคนขับ

 

            “เด็กโข่ง”

 

            น้ำเสียงระอาใจที่ดงแฮคิดว่าคังอินไม่ได้พูดถึงเขานะ แต่น่าจะหมายถึงผู้ชายหน้านิ่งด้านหลังเสียมากกว่า

 

......................................

 

ต่อค่ะ


 


            รถคันใหญ่ที่ติดฟิล์มสีดำสนิทจอดนิ่งอยู่ข้างถนน ขณะที่คนขับตัวสูงใหญ่ยังกับหมี ยิ่งมีเสื้อโค้ทตัวโตสีดำสนิทคลุมทับก็ยิ่งเหมือนก็กำลังยืนกอดอกพิงประตูรถด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับลมหายใจที่เป็นไอสีขาวจัดซึ่งพ่นออกจากปาก ตาคมก็เหลือบมองไปยังกระจกฟิล์มหนา จากนั้นก็ส่ายหัวช้าๆ


 


            เช้านี้ นายใหญ่อารมณ์ไม่ดี ซึ่งไม่ต้องคิดให้มากความก็รู้ว่าเรื่องอะไร เพราะที่ผ่านมา ต่อให้สั่งฆ่าคน สีหน้านายก็ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ผิดกับตอนที่ดงแฮบอกว่าอยากไปบ้านคุณหนูฮยอกแจที่เปลี่ยนเป็นคนละคน เรียกว่าพวกบอร์ดบริหารที่เจอหน้าคิมคิบอมพากันหัวหดกันเป็นแถว ดังนั้น คังอินจึงรู้ตั้งแต่ต้นว่าอารมณ์บูดๆ นี้เกิดจากอะไร


 


            ทั้งหมดทั้งมวลเพราะคนที่นายส่งตามไปดูแลดงแฮอีกทีบอกว่ารายนั้นออกนอกเส้นทาง เท่านั้น คนที่เหมือนจะนิ่งก็สั่งให้เลื่อนงานทุกอย่าง คว้าเสื้อสูท แล้วก้าวลงมาชั้นล่างแบบที่คนรถพากันตื่นตระหนก ร้อนให้เขาเองก็ต้องทิ้งงานเอาไว้ แล้วอาสาขับพานายมาเอง


 


            ตอนนี้คังอินจึงต้องมายืนสู้กับความหนาว ปล่อยให้เจ้านายกับลูกได้พูดคุยกัน ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่เห็นเลยว่าดงแฮจะได้เปรียบ


 


            ลูกเขาเสียเปรียบเห็นๆ


 


            ความคิดของคนที่ทอดสายตามองไปไกล ทั้งที่กำลังถามตัวเอง...แล้วอีทึกล่ะกำลังทำอะไรอยู่


 


            คนรักของเขาที่บอกว่าขอทำอะไรบางอย่างแล้วก็ไม่กลับบ้านมานานนับอาทิตย์ ซึ่งถ้าถามว่าห่วงมั้ย คังอินก็ตอบเต็มปากเลยว่าห่วง แต่กังวลมั้ย เขาก็ตอบได้เช่นกันว่าไม่ เพราะถ้าจะมีใครรู้ว่าอีทึกมีฝีมือมากแค่ไหนก็คงมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น


 


            อดีตมัจจุราช ทุกครั้งที่ลั่นไกจะมีหนึ่งชีวิตจบลง


 


            แม้อีทึกจะวางมือมานาน แต่คนรักของเขาแม่นที่สุด เก่งที่สุด ซึ่งหากจะมีเรื่องไหนให้คนที่วางมือไปนับสิบปียอมกลับมาจับปืนเพื่อจะปลิดชีพอีกครั้งก็คงมีคำตอบเดียว...ดงแฮ...เด็กที่พวกเขาทั้งสองคนรักดั่งลูก


 


            “เฮ้อ หนาวชะมัด”


 


            เขาอาจจะไม่ได้หนาวกาย แต่หนาวใจมากกว่าที่กลับบ้านไปไม่เจอคนตาสวย


 


            ตอนนี้คังอินก็ทำได้แค่ถอนหายใจหนักๆ ปล่อยไอขาวลอยคลุ้งไปในอากาศอย่างไม่มีทางเลือกอื่น


 


.............................


 


            ขณะที่ภายในรถ ดงแฮก็ทำได้เพียงนั่งนิ่ง ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าพูด เพราะนายใหญ่เอาแต่หันมาจับจ้องเขาไม่วางตา เพียงจะขยับปากเพื่ออธิบายว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเงียบ ปล่อยให้บรรยากาศกดดันโอบรัดรอบกาย


 


            คิบอมเองก็พรมมือบนหน้าตักเหมือนไม่รีบร้อน ผิดกับดวงตาวาวโรจน์


 


            “อธิบาย” สุดท้าย นายใหญ่ก็เอ่ยขึ้นมาหนึ่งคำ


 


            “ผมมาจับตามองคุณคิมฮีชอลครับ”


 


            “ทำไม”


 


            ดงแฮเงียบไปอึดใจ คำขอร้องของคุณหนูฮยอกแจดังก้องในหัว แต่เขา...ไม่เคยโกหกผู้ชายคนนี้


 


            “คุณหนูฮยอกแจขอครับ”


 


            “อืม ฮยอกแจสินะ” คิบอมรับคำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ตาคมก็ละสายตาจากคนรักไปยังนอกหน้าต่าง มองหิมะสีขาวที่ปกคลุมขอบทางด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก แต่แค่นั้นก็ทำให้ดงแฮร้อนใจ ร่างเพรียวก็ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ลังเลว่าควรจะทำยังไงเพียงชั่วแวบหนึ่ง แล้วตัดสินใจ...วางมือลงต้นแขน


 


            “นายครับ”


 


            “...” หากคิบอมไม่ตอบ และนั่นก็ทำให้คนตัวขาวสูดหายใจลึกๆ


 


          “ง้อนะครับ”


 


            ขวับ!


 


            เท่านั้น คิมคิบอมก็หันกลับมามองหน้าเด็กน้อยแทบไม่ทัน ดวงตาเบิกกว้างจนเหมือนจะเบิกถลนผิดมาดนายใหญ่ราวกับคนละคน ได้แต่มองหน้าคนรักที่เอ่ยง่ายๆ ว่า...ง้อนะครับ


 


            ไม่มีท่าทางออดอ้อนเอาใจ หรือเข้ามาคลอเคลียข้างๆ เพื่อขอให้หายโกรธ แต่ดงแฮพูดออกมาตรงๆ ว่า ง้อนะครับที่ทำให้คนฟังถึงกับพูดไม่ออก จะบอกว่ามันไม่น่ารักเลยก็ไม่ใช่ เพราะคิบอมดันรู้สึกว่าถ้อยคำตรงๆ ดวงตาไม่แน่ใจ ริมฝีปากที่เดี๋ยวปิดเดี๋ยวเปิดอย่างกังวล มัน...น่ารักเกินไป


 


            ดงแฮอาจจะเป็นคนแรกที่พูดด้วยสีหน้าแบบนี้ แตะตัวเพียงแค่วางมือบนต้นแขน แล้วบอกว่าง้อนะครับ ซึ่งมันทำให้ผู้ชายที่เจอการออดอ้อนเอาใจมาแล้วทุกรูปแบบถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ทั้งทึ่ง ทั้งอึ้ง แต่เหนืออื่นใดคือเขาอารมณ์ดีขึ้นจมเลย


 


            “แค่นี้?”


 


            “เอ่อ ครับ”


 


            “จะง้อกันแค่นี้จริงหรือดงแฮ”


 


            “ผม...ผมง้อไม่เป็นครับ ผมรู้แค่ว่าผมอยากง้อนาย แต่ง้อไม่เป็น” ดงแฮว่าเสียงเบาลงเรื่อยๆ ขณะที่คนฟังก็อารมณ์ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ความไม่พอใจที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญฮยอกแจมากกว่าเลือนหายไปแล้ว และคนที่มีทุกอย่างก็ดันนึกได้ว่าคงไม่มีใครได้เห็นดงแฮในมาดแบบนี้นอกจากเขา


 


            ถ้าถามว่าน่ารักมั้ย ก็คงตอบกลับไปว่าแล้วมีตรงไหนที่ไม่น่ารักล่ะ


 


            ดงแฮน่ารักทั้งหมดนั่นล่ะ ทั้งใบหน้าเป็นกังวล น้ำเสียงไม่มั่นใจ สัมผัสที่แฝงความลังเล จนนายใหญ่หัวเราะออกมาจนได้


 


            “อยากง้อใช่มั้ย”


 


            “ครับ”


 


            “มานี่”


 


            มานี่ของคนตัวโตคือการยกสองมือขึ้นเพื่อบอกให้อีกฝ่ายเข้าไปในอ้อมกอด แล้วดงแฮก็ดีใจหาย เพราะร่างเพรียวขยับเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่นอย่างว่าง่าย ปล่อยให้ท่อนแขนแข็งแรงรัดรอบกาย ทั้งยังดันหัวทุยให้ซบลงบนบ่ากว้างจนได้แต่เหลือบมองไปนอกหน้าต่างอย่างกังวล แต่แค่ครู่เดียวจริงๆ เมื่อคิบอมดันหัวให้กลับไปซบหน้านิ่งๆ


 


            ร่างสูงเองก็กอดคนสนิทนิ่งอยู่แบบนั้น ไม่พูดอะไร มีเพียงริมฝีปากที่ยกสูงขึ้นเป็นรอยยิ้ม ผิดกับตอนที่เพิ่งโผล่มาลิบโลก


 


            “...”


 


            “...”


 


            อ้อมกอดที่ไร้ซึ่งบทสนทนา มีเพียงความอบอุ่นที่ถ่ายทอดระหว่างกันและกันเท่านั้น ซึ่งคิบอมก็เปลี่ยนเป็นลูบต้นแขนของคนตัวเล็กกว่า รู้สึกได้ว่าเสื้อที่ดงแฮสวมเย็นจัดสมกับที่ยืนตากหิมะอยู่หลายชั่วโมง


 


            “พูดอีกทีสิ”


 


            “อะไรหรือครับ”


 


            “ที่บอกว่าง้อไง”


 


            พอเจ้านายสั่ง ดงแฮก็ผละออกมานิดเพื่อที่จะสบตา แล้วบอกว่า...


 


            “ง้อนะครับ”


 


            “อืม ฉันหายโกรธ”


 


            คิบอมนึกว่าเขาจะทำตัวยุ่งยากกว่านี้อย่างที่คังอินเรียกว่าเด็กโข่ง แต่เอาเข้าจริง เขากลับยอมลงให้ง่ายๆ ชนิดที่คนฟังเองก็เบิกตากว้าง แล้วใบหน้านิ่งเฉยจนเหมือนเย็นชาของดงแฮก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มดีใจ จนอดไม่ได้ที่จะกดริมฝีปากลงบนแก้มแดงจัดหนักๆ แล้วผละออก


 


            “ฉันรู้ว่านายไม่ได้จะทำอะไรไม่ดี หรือทำสิ่งที่ผิดกับฉัน ฉันก็แค่...” คิบอมไม่พูดต่อ เพราะนายใหญ่ผู้กุมอำนาจมากมายรู้ว่านี่คืออาการหึง


 


            เมื่อรู้จักมันหลายครั้งเข้าก็เริ่มจะเข้าใจว่าทำไมหงุดหงิดได้ขนาดนี้ และเมื่อเจอดงแฮทำตัวแบบนี้ใส่บ่อยครั้งเข้าก็ไม่แปลกใจว่าทำไมอารมณ์ดีขึ้นได้เท่านี้


 


            “ฉันเองก็บอกให้นายจับตาดูคิมฮีชอลเหมือนกัน ดังนั้น ฉันก็ไม่ควรโกรธนาย”


 


            คิบอมว่ามันคุ้มค่าเพราะดงแฮหลุดยิ้มอย่างโล่งอก


 


            “และก็นี่...”


 


            คนตัวโตดึงซองเอกสารที่เหน็บเอาไว้ข้างตัวรถขึ้นมา รู้หรอกว่าตอนแรกจะเล่นแง่มากกว่านี้ก่อนที่จะเอาสิ่งนี้ให้ แต่พอเจออะไรแบบนี้ เขาก็คิดว่าไม่ควรจะทำตัวเป็นเด็กให้ใครด่า ดังนั้น ซองเอกสารในมือจึงส่งไปให้คนสนิทที่ดูประหลาดใจ


 


            “อะไรครับ”


 


            “ข้อมูลทุกคนที่อยู่รอบตัวของคิมฮีชอล”


 


            ดงแฮมองเอกสารสลับกับมองหน้าเจ้านายอย่างไม่แน่ใจ ซึ่งคิบอมก็วางซองนั้นลงบนตักของคนรัก


 


            “ถ้าอยากรู้อะไรก็ถาม ไม่ต้องมานั่งสืบใหม่ให้เหนื่อย ต่อยอดจากที่ฉันรู้ดีกว่า” คนพูดเองก็รู้ว่าข้อมูลพวกนี้สำคัญ กว่าที่จะตามหามาได้ขนาดนี้ก็ใช้ทั้งอำนาจ ทั้งเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่พอเห็นดงแฮต้องการ เขาก็สั่งให้คังอินทำเอกสารอีกชุดขึ้นมา


 


            “ขอบคุณครับนาย”


 


            คนได้รับรู้ดีว่าเอกสารพวกนี้มันสำคัญแค่ไหน คนที่รู้อาจจะมีแค่เจ้านายกับพี่คังอินสองคนด้วยซ้ำ จนได้แต่เอ่ยปากขอบคุณ เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่หมอเยซองเอ่ยถึง อาจจะอยู่ในคนกลุ่มนี้ แต่แล้วคนสนิทก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะ...


 


            “น้อยใช่มั้ยล่ะ” คิบอมถาม


 


            ใช่ เอกสารในมือของดงแฮมันบางกว่าที่เจ้าตัวคิดเอาไว้ในตอนแรก ยิ่งบอกว่าทุกคนที่คิมฮีชอลเกี่ยวข้อง เพราะคนคนหนึ่งย่อมเกี่ยวข้องกับผู้คนอีกมากมาย แต่สำหรับฮีชอลแล้วเอกสารนี้มันดูบางกว่าที่คิดเอาไว้มาก ซึ่งดึงออกมาดู นอกจากคนในครอบครัว ผู้คนที่ฮีชอลติดต่อด้วยมีน้อยมากจริงๆ


 


            “ชีวิตประจำวันของฮีชอลมีไม่มาก ซื้อดอกไม้ที่ร้านเดิม ไปเยี่ยมหลุมศพ เข้าร้านอาหารเดิมๆ แทบจะไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากนี้เลย ถ้าจะมีก็คือการไปหาลีฮยอกแจเท่านั้น” คิบอมอธิบาย แล้วดึงเอกสารไม่กี่แผ่นด้านหลังขึ้นมาวางด้านบน แทนที่ประวัติป้าเจ้าของร้านอาหารที่ฮีชอลเพิ่งออกมาเมื่อครู่


 


            “ส่วนคนที่ตามดูแลก็เป็นคนเดิมมาตลอดสิบปี”


 


            ดงแฮกวาดสายตามองตาม เขาพลิกกระดาษทีละแผ่น มองหน้าบอดี้การ์ดที่คุ้นหน้าคุ้นตา กระทั่งมาถึงแผ่นสุดท้ายที่คนหน้าหวานชะงักอยู่กับที่ ไม่ใช่เพราะหมอนี่หน้าตาแปลกประหลาด เพียงแต่ประวัติสั่นกุดมันดู...ไม่น่าไว้ใจ


 


            “หมอนี่ตายไปแล้ว”


 


            “ครับ?”


 


            ดงแฮเงยหน้าขึ้นสบตา ซึ่งคิบอมก็พยักหน้ายืนยันคำพูด


 


            “ใช่ แพคยูฮยอนไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่มีอยู่ในประวัติว่ายังคงทำงานให้คิมฮีชอลอยู่ ฉันให้คนตรวจสอบหลายที แพคยูฮยอนตายไปได้หลายปี แต่ไม่มีการแจ้งว่าตาย กว่าจะไปขุดเจอก็เสียกำลังไปตั้งมาก และเชวซีวอนก็ยังจ่ายเงินเดือนให้คนชื่อนี้อยู่” คิบอมยังคงว่าต่อ ซึ่งนั่นทำให้คนฟังได้แต่มุ่นคิ้วเข้าหากัน


 


            “สวมรอยหรือครับ”


 


            “อืม ฉันจำได้ว่าคิมฮีชอลจะมีผู้ชายคนหนึ่งติดตามตลอดเวลา แต่พอนึกหน้าก็นึกไม่ออก มีความเป็นไปได้ว่ากำลังสวมรอยในชื่อนี้ แต่ฉันไม่มีหลักฐานยืนยัน” ดวงตาคู่คมมองตรงมา ซึ่งดงแฮรู้ว่ามันหมายความว่ายังไง


 


            “ผมขอตามเรื่องต่อได้มั้ยครับ”


 


            “ที่เอามาให้เพราะรู้ว่าต้องขอ” คิบอมก็ถอนหายใจ เคาะนิ้วบนหน้ากระดาษเบาๆ แล้วกลับมายืดตัวตรง


 


            “ฉันจะไม่ห้าม แต่ฉันจะสั่ง”


 


            ดงแฮมองหน้าเจ้านายที่เอ่ยออกมาเสียงหนัก


 


            “จะทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามตาย”


 


            ไม่ว่าจะมีสภาพเหมือนหมาข้างถนนแค่ไหนก็ต้องคลานกลับมาในอ้อมกอดของคนคนนี้เท่านั้น


 


            คำสั่งที่เจ้านายเองก็คงสังหรณ์ว่างานนี้อันตราย แต่ดงแฮไม่สามารถรับปากเจ้านายได้จริงๆ เพราะอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวช่วงนี้อาจจะนำมาซึ่งความตายของเขาทั้งนั้น จนได้แต่ซบหน้าลงกับบ่าของคนรักนิ่ง


 


            “เข้าใจมั้ย”


 


            “เข้าใจครับ”


 


          เข้าใจ แต่ไม่รู้ว่าทำได้มั้ย


 


            ดงแฮซบหน้านิ่งอยู่แบบนั้นเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนที่จะกลับมานั่งตัวตรงอีกครั้ง เก็บเอกสารเข้าซองตามเดิม


 


            “คืนนี้จะกลับกี่โมง”


 


            หากก่อนที่จะก้าวลงจากรถ คิบอมก็ถามขึ้นมาก่อน ให้ดงแฮลังเลเพียงครู่


 


            “ก่อนนายครับ”


 


            “อืม งั้นไปเถอะ” นั่นแหละที่ดงแฮถึงก้าวลงจากรถพร้อมกับเอกสารในมือ เพราะวันนี้เขาเองก็ไม่คิดจะทำอะไรเสี่ยงๆ ด้วยการบุกบ้านของเชวซีวอนเพื่อหาคนที่ว่า เขาต้องการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาก่อน ขณะที่รู้ว่าเจ้านายมองมา จนหันกลับไปสบตาครู่หนึ่งแล้วโค้งให้


 


            ปัง!


 


            “อารมณ์ดีหรือยัง”


 


            ไม่ใช่คนในรถที่ถาม แต่เป็นคังอินที่กำลังจะแข็งตาย


 


            “ครับ”


 


            “เฮ้อ ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เห็นเจ้านายมาดนี้” คังอินส่ายหัวหนักๆ แล้วก็วางมือบนบ่าเด็กที่เลี้ยงมากับมือ และคนที่ดูเหมือนทีเล่นทีจริงก็บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง


 


            “อย่าทำอะไรเกินตัว”


 


            คำที่แฝงความห่วงใย จนดงแฮพยักหน้ารับคำ


 


            “ครับ จะไม่ทำอะไรเกินตัว”


 


            คังอินได้แต่ส่ายหน้า เพราะเลี้ยงมามีหรือจะไม่รู้ว่าดงแฮเป็นยังไง ก็ถ้าเรื่องนั้นมีประโยชน์ต่อนาย ให้ยิงตัวตาย ดงแฮยังทำได้ด้วยซ้ำ


 


            ความคิดของคนที่มองร่างเพรียวเดินลัดเลาะหายเข้าซอยหนึ่งไป


 


            “กลับเลยมั้ยครับนาย”


 


            “อืม กลับ ฉันต้องรีบไปเคลียร์งาน” คิบอมพยักหน้า มองคนสนิทที่กลับเข้ามาประจำที่คนขับ หากไม่ได้บอกว่าทำไมต้องรีบเคลียร์งาน


 


            เขาต้องรีบกลับไปหาเด็กที่ชอบพุ่งตัวเข้าหาอันตรายคนนั้น


 


.............................................


 


            ครบค่ะ เอ่อ ก็ ไม่มีข้อแก้ตัว แถมยังมีเรื่องอยากจะบอกให้โดนด่ามากกว่า นั่นคือ แหะๆ อยากเปิดฟิคคิเฮใหม่อ่า ได้พล็อตใหม่มา เพราะเห็นภาพเฮโดนปิดตา แล้วต่อมอะไรบางอย่างเต้นตุบๆ รู้สึกอยากเปิดๆๆ ขนาดนั้นเลย เพียงแต่เรื่องนี้ยังไม่จบ อะฮึก อย่าว่าอะไรหนูเลย ก็เฮภาพที่ถูกปิดตามันสวยนี่นา

            ส่วนตอนนี้ก็อย่างที่เห็นจ้า นี่ไม่รู้จะทอล์กยังไง แหะๆ ก็บอมเอาเอกสารมาดูนี่เนอะ

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้นต์ ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 626 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #9467 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 05:58
    แต่รักกว่าคือความลูกหมาของบอส ㅠㅠㅠㅠㅠ
    #9467
    0
  2. #9466 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 05:57
    รักความง้อแบบซื่อๆ จังเลย ฮื่ออออออออ
    #9466
    0
  3. #9452 Kibum_only13 (@kibum13) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:00
    พี่เมย์ รอฟิคเรื่องใหม่น้า 💕💕💕💕✌🏼
    #9452
    0
  4. #9430 YlkimSMl (@ng_dragon) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 15:45
    มีความง้อแบบนิ่งๆ 555555544
    #9430
    0
  5. #9429 nanny_11 (@nanny_11) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 13:38

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #9429
    0
  6. #9427 แหวน (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 03:06

    โอ้ยยยย หนูเฮกับพีคิมเราไม่ว่าจะลุคไหนก็น่ารักสำหรับเราหมดเลยอ่ะงื้อ~~~ หวังว่าหนูเฮเราจะไม่เป็นไรนะ ถ้าหนูเฮเป็นไรขึ้นมาละก็ งานนี้มียมทูติตัวโข่งโผล่มาแน่ละ

    #9427
    0
  7. #9424 Noparat (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:16

    ง้อนะครับ คำเดียวสั้นๆ ดงเฮน่ารัก ไม่แปลกที่คุณคิบอมจะหวงแบบนี้

    #9424
    0
  8. #9423 Nammon5121 (@Nammon5121) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 01:32
    งื้ออออ~
    ในที่สุดไรท์ก็กลับมา นั้มตาจิไหล(;´ຶДຶ `)
    จะอัพเรื่องใหม่ก็รออ่านเสมอ แต่เรื่องนี้อย่าหายนะไรท์ อ่านจนติดริ้ววววว
    #9423
    0
  9. #9422 love hyuk (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:26

    กลับมาแล้ว ดีใจ ????????????

    รออยู่นะคะ ^^

    #9422
    0
  10. #9421 SoRRy~{MiSo} (@wow_za555) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 02:51
    อมกกก อัพแล้ว ฮือออ. ดีใจมว้ากกกก
    ตาคิมทำไมน่ารัก 5555
    #9421
    0
  11. #9420 jabetight (@antler) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 01:30

    เริ่มลีกลับขึ้นไปทุกที//ถ้าพี่จะเปิดเรื่องใหม่ หนูก็พร้อมอ่านค่ะ!!!!
    #9420
    0
  12. #9419 Earn39 (@Earn39) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 23:39

    มาเเล้วววว😆
    #9419
    0
  13. #9418 Rainny_ (@club_exo) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:44
    คิเฮฮฮฮ คิดถึงพี่เมย์ง้าบบบบบ
    #9418
    0
  14. #9417 Love HeeNim 4ever (@ilovefiction) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:21

    คิดถึงมากกกกกกกกกกกมายค่ะ พี่เมย์ อยากเปิดเรื่องใหม่ก็เปิดเลยคร่าาาา เค้ารอ รอทุกเรื่องเลย

    #9417
    0
  15. #9414 LilyPotter (@a-little-elf) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:02
    กลับมาแล้วสววว
    #9414
    0
  16. #9413 S.Madeleine (@nommaew) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 23:31
    รออ่านเรื่องนี้ตลอดเลยค่ะ อยากให้มีรวมเล่มด้วยจัง
    #9413
    0
  17. #9412 ปลากระป๋อง (@plamaszaboh) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 22:28
    ดีใจจจจจจจจจ กลับมาแล้วววว
    #9412
    0
  18. #9411 Titinun (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 19:54

    ชอบมากๆๆๆๆ

    #9411
    0
  19. #9410 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 16:16

    เข้าเค้าแล้ว

    #9410
    0
  20. #9409 pkk1436 (@pkk1436) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 14:08
    ไรท์จ๋าาา คิดถึงดงแฮมากๆเลย // เจ้านายงอแงเป็นด้วยนะ อิอิ
    #9409
    0
  21. #9408 10's (@HT1527) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 14:02
    เหมือนจะคลายปมแต่ก็ยิ่งทำให้คิดหนักหว่าเดิมอีก
    #9408
    0
  22. #9407 aui24 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 13:49

    รอเหมือนกันค่ะ

    #9407
    0
  23. #9406 namhom_elfthai (@namhom_elfthai) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 10:56

    กลัวว่าคุณนักฆ่าจะเห็นคนอื่นสำคัญกว่า เลยหงุดหงิด แต่เจอคุณนักฆ่าง้อระดับอนุบาล นายใหญ่เด็กโข่งก็หายหงุดหงิดเป็นปิดทิ้ง



    ปล.พี่เมย์ปมเรื่องมันใหญ่จนคิดตามไม่ออกแล้วอ่ะ รอนะคะ รอได้


    ปล.2 เปิดเรื่องใหม่ คิเฮ ดีกับใจจังเลยค่ะ

    #9406
    0
  24. #9404 alphaa (@iamalpha) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 09:11
    ยังคงรอพี่เมย์อยู่เสมอออออ
    #9404
    0
  25. #9403 $yrup (@NamwanTiptanya) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 08:47
    งู้ย เปิดเลยพี่เมย์ รอติดตามอยู่ทุกเรื่องง
    #9403
    0