[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,324,590 Views

  • 14,659 Comments

  • 25,665 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13,427

    Overall
    1,324,590

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 อีกหนึ่งตัวแปร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 378 ครั้ง
    14 ส.ค. 60


ผู้ชายอะไร จะสูทจะแก้ก็ยังสวย ><

++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 11 อีกหนึ่งตัวแปร

 

 

 

            [เห็นภาพที่ผมส่งไปหรือยัง]

 

            “ยัง คุณส่งมาทางไหน”

 

            [อีเมล ส่งไปเมื่อเช้า เปิดดูสิ]

 

            ในช่วงสายของวัน พอภวิศเห็นว่าใครโทรมา ชายหนุ่มก็ไม่คิดปิดบังสีหน้าเหนื่อยหน่ายเลยสักนิด มีเพียงน้ำเสียงที่ตอบไปอย่างไว้หน้า ขณะที่ยอมเดินไปยังโต๊ะทำงาน กดเปิดคอมพิวเตอร์ ฟังเสียงทุ้มที่ฉายชัดถึงความมั่นใจจนใกล้เคียงกับคำว่าหยิ่งผยอง...อึนแทรัง

 

            ช่างภาพที่มั่นใจในฝีมือตัวเอง

 

            [เปิดดู แล้วคุณจะรู้ว่าผมมันคนละชั้นกับพวกที่ถ่ายภาพให้คุณ]

 

          ไม่เห็นอยากดู

 

            วินลอบถอนหายใจ แต่เขาก็ยอมล็อกอินเข้าอีเมล แล้วคลิกเปิดอีเมลฉบับล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาขึ้นบนหน้าจอ ซึ่งปรากฏภาพถ่ายหลากอริยาบถของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน

 

            เวลานี้บนหน้าจอมีภาพของภวิศที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวคุ้นตา ปลดกระดุมจนแขนข้างหนึ่งร่นลงมาบนหัวไหล่ เผยผิวขาวเนียนละเอียดราวกับงานศิลป์ หากแต่ใบหน้าของนายแบบที่กดสายตามองต่ำลงมา ไม่ใช่เทพบุตรผู้แสนดี แต่เป็นซาตานร้ายที่ดวงตาเปี่ยมไปด้วยกระแสเฉี่ยวกราดของอารมณ์

 

            ไม่ได้น่ากลัว ตรงกันข้ามกลับดูทรงเสน่ห์จนยากจะละสายตา

 

            ใช่แล้ว วันนั้นที่แทรังไปหานายแบบหนุ่มถึงบ้าน มันไม่ได้มีอะไรเกินไปมากกว่าผู้ชายคนนั้นต้องการบันทึกสีหน้าและอารมณ์ของภวิศลงบนภาพถ่าย

 

            แทรังไม่เคยแสดงท่าทีอ้อมค้อมว่าอยากขึ้นเตียงกับเขา แต่เหนือกว่าเซ็กส์ เหนือกว่าการปลดปล่อย สิ่งที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นสามารถลืมเลือนเรื่องความต้องการของอวัยวะช่วงล่างได้คือความปรารถนาที่จะบันทึกภาพ

 

            วินไม่เคยยอมให้ถ่ายภาพบนเตียง และแทรังเองก็เคยพูดเสมอว่าภาพของเซ็กส์ก็เป็นแค่หนังโป๊เกรดต่ำ เขาต้องการอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งนายแบบหนุ่มไม่เคยเข้าใจแรงบันดาลใจและความคิดของคนคนนี้ หากแต่วันนั้น แทรังเอ่ยปากเองว่าจะยอมกลับแลกกับภาพถ่ายสักสามสี่ภาพ

 

            ในเมื่อมันเป็นเพียงข้อต่อรองง่ายๆ วินจึงไม่ลังเลที่จะตอบตกลง สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั้นจึงไม่มีอะไรมากไปกว่าแค่การโพสต์ท่าถ่ายรูป

 

            ทว่าวินก็ต้องยอมรับฝีมือของผู้ชายคนนี้ มันไม่ได้ผิดไปจากคำอวดอ้างเลยสักนิด

 

          ฮึ อาลัยอาวรณ์ขนาดนั้นเลยหรือ

 

            ชายหนุ่มได้แต่จับจ้องสีหน้าของตัวเองที่ไม่เคยรู้เลยว่ามันแสดงออกได้รุนแรงถึงขนาดนี้ ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก ทุกความสับสน วินเห็นตัวเองในภาพที่อยู่ตรงหน้า ราวกับความรู้สึกยามที่รู้ว่าร่างกายถูกใครบางคนประทับรอยมันเด่นชัดขึ้นมาอีก จนมือขาวเผลอเอื้อมไปกุมลำคอที่รอยเล็บเลือนหายไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับ...รอยจูบของปณชัย

 

          น่าสมเพชชะมัด กับแค่คนคนเดียวทำให้มึงแสดงสีหน้าขนาดนี้เลยหรือวิน

 

            หลายปีที่ผ่านมา เขาคิดว่าเขาซ่อนอารมณ์ได้เก่ง แต่สิ่งที่แทรังแสดงให้เห็น บอกให้รู้ว่าต้องระวังตัวมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะยามอยู่ต่อหน้าคนของพี่ชาย

 

            [เห็นหรือยัง]

 

            ปลายสายเรียกให้ต้องรีบไล่ความคิดนั้นออกไป รับคำในลำคอ

 

            [หลังจากจบงานนี้ คุณกลับไปที่เกาหลีเถอะ ที่นั่นคุณไปได้ไกลกว่าย่ำอยู่ที่นี่ ที่นี่ไม่มีอนาคตสำหรับนายแบบหรอก คุณก็รู้นี่วิน]

 

            ทำไมเขาจะไม่รู้ความจริงข้อนี้ วงการนายแบบที่เกาหลีไปไกลกว่าที่เมืองไทยหลายเท่า ถ้าอยู่ที่นี่ หากไม่ถีบตัวเองขึ้นไปเป็นนักแสดง อนาคตของอาชีพนายแบบมันดูริบหรี่จนน่ากลัว

 

            “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ เอาไว้ผมจะตัดสินใจอีกที” วินตอบแค่นั้น ไม่สนใจเสียงของอีกฝ่ายที่พยายามเกลี้ยกล่อมเขาต่อ ตัดสายทิ้ง แล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งที่ในใจยังมีคำพูดของแทรังวนเวียนอยู่ในหัว

 

            ไม่ใช่เรื่องอนาคตของอาชีพอะไรพวกนั้นหรอก เพราะวินรู้ดีว่าที่เขาตัดสินใจไปเกาหลี ไม่ใช่ต้องการทำงานในวงการ แต่เพราะต้องการหนีจากความเจ็บปวดไปที่ไหนก็ได้ ดังนั้น เรื่องงานไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ที่ไหน แต่เป็นหัวใจดวงนี้ต่างหาก

 

            ครั้งนี้ก็เหมือนกัน มันเป็นการเดิมพันว่าจะอยู่หรือไป

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “ขออนุญาตครับคุณวิน”

 

            วินเองก็ไม่ทันตั้งตัว เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู แล้วตามมาด้วยเสียงของคนที่ไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้...ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าสุขุมที่ยากจะอ่านความรู้สึก

 

            “จะขออนุญาตทำไม ถ้านายเข้ามาก่อนได้รับคำตอบ” นายแบบหมุนเก้าอี้ไปเผชิญหน้า ยกมือกอดอก ริมฝีปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น ซึ่งทำให้คนมาใหม่ก้มหัวให้ แล้วเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ผิดกับเมื่อหลายวันก่อนที่เสนอตัวลิบลับ

 

            “ขอโทษครับ”

 

          ก็คิดอยู่แล้วว่าเป็นแบบนี้

 

            วินกลับมานอนบ้านพี่ชายได้หลายวัน ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตัวปกติ...เกินไป

 

            “แล้วมีอะไร” คนถามไม่สนใจว่าดวงตาคู่คมกำลังจับจ้องภาพของเขาบนหน้าจอ แล้วสมองระดับชัยก็คงรู้ทันทีว่าใครเป็นคนถ่ายภาพเซ็กซี่นี้ ซึ่งแม้จะไม่อยากให้เห็น แต่มันเรื่องอะไรที่จะต้องทำตัวมีพิรุธรีบปิด ในเมื่อเขาแสดงออกว่าร่านมาหลายปี กับอีแค่ภาพถ่ายไม่กี่ใบ ไม่ทำให้คนคนนี้มองเขาในสายตาที่ดีขึ้นหรอก

 

            ขณะที่คนฟังก็คลายมือที่กำแน่นออก เบือนหน้ากลับมาสบตา

 

            “ผมมาขออนุญาตครับ”

 

            “ก็เข้ามาก่อนขอแล้วนี่” หนุ่มหน้าสวยเลิกคิ้ว ย้อนกลับด้วยท่าทางนึกสนุก แต่ไม่ทำให้คนฟังอารมณ์เสีย นอกเหนือไปจากเอ่ยธุระของตัวเองต่อ

 

            “ผมจะเข้ามาขออนุญาตไปช่วยงานคุณภาคินครับ”

 

            “แล้วไง”

 

            “ถ้าวันนี้คุณวินไม่ได้ไปไหน ผมขอไปช่วยงานคุณภาคินได้มั้ยครับ” ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันนิ่ง ก่อนที่ภวิศจะเป็นฝ่าย...ยกยิ้มมุมปาก

 

            “นายเป็นบอดี้การ์ดของใคร” ชัยเองก็รู้ว่าคงไม่ได้รับอนุญาตง่ายๆ คนตรงหน้าก็พร้อมจะเอาคืนเขาทุกเมื่ออยู่แล้ว

 

            คำว่าของเล่นมันชัดเจนพออยู่แล้วว่าสิ่งที่ทำลงไปกำลังย้อนกลับเข้าหาตัว

 

            “คุณวินครับ”

 

            “ดี ถ้ารู้ฐานะตัวเองดี งั้นก็คงรู้สิว่าเจ้านายอยู่ไหน บอดี้การ์ดก็ต้องอยู่ที่นั่น เว้นก็แต่...” หนุ่มร่างใหญ่รู้ชะตากรรมทันทีว่าข้อต่อรองหลังจากนี้ต้องไม่ใช่อะไรที่น่ารื่นรมย์สำหรับเขา ยิ่งดวงตาคมสวยกำลังฉายประกายหมายมาด ไม่ต่างจากตอนที่คุณภาคินคิดจะเล่นงานใครสักคน

 

            โชคร้ายที่คนคนนั้นเป็นเขา

 

            “คุณวินต้องการอะไรครับ” วินยกยิ้มเยาะ

 

          “จูบเท้าฉันสิ”

 

            “...”

 

            “...”

 

            สิ้นเสียง ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงดวงตาสองคู่ที่ประสานกัน คู่หนึ่งเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนที่จะกลับมานิ่งสงบตามเดิม อีกคู่ฉายแววท้าทาย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางได้ตามที่ร้องขอ

 

            จูบที่เท้า...การสวามิภักดิ์

 

            ไม่มีทางที่คนถือศักดิ์ศรีคนนี้จะทำ

 

            “ทำได้มั้ยล่ะ” วินท้า แล้วก็หมุนตัวกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เลื่อนเม้าท์ไปเช็กอีเมลเหมือนเรื่องที่พูดก่อนหน้าก็แค่ขอน้ำส้มสักแก้ว

 

            “ลูกน้องคนสำคัญของนายภาคินคงไม่มีทางทำตามคำขอของคนธรรมดาอย่างฉันอยู่แล้วสินะ” ในเมื่อเด็กชายภวิศคนนั้นทั้งร่ำร้อง ทั้งอ้อนวอนขอแค่ฉลองวันเกิดด้วยกันยังไม่ได้ แล้วคิดหรือว่าคำสั่งให้ละทิ้งศักดิ์ศรีพวกนี้ ปณชัยจะทำตาม

 

            ไม่มีทางอยู่แล้ว

 

            “ขออนุญาตนะครับ”

 

            “เอ๊ะ” แต่แล้ว วินก็ห้ามเสียงร้องไม่ได้ เมื่อคนตัวโตขยับเข้ามาหมุนเก้าอี้ให้กลับไปเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นึกว่าคงได้รับคำตอบเจ็บแสบในหัวใจ ไม่ใช่...

 

            ฟึ่บ

 

            ชัยทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่า แล้วคว้าข้อเท้าเปลือยเปล่าอย่างเบามือ

 

            “อย่าบอกนะว่านายจะทำ คนอย่างปณชัยน่ะนะ” คนพูดรู้ดีว่าที่พูดไปทั้งหมดเพราะเขาห้ามอาการตกใจไม่ได้ พอๆ กับที่ไม่กล้าแม้แต่จะชักเท้าหนี ได้แต่มองอีกฝ่ายที่กำลังตวัดดวงตาคมเข้มขึ้นมาสบตา

 

            กึก

 

            ภวิศพลันตัวชาวาบ หัวใจแทบจะหยุดเต้น เพราะดวงตาแบบนี้หมายความว่า...เอาจริง

 

            ใบหน้าคมโน้มลงต่ำ ลมหายใจอุ่นรินรดข้อเท้าเปลือยเปล่า ปลายจมูกอยู่ห่างจากเท้าเขานิดเดียว จนนายแบบสะดุ้งวาบ ริมฝีปากที่จะขยับห้ามทำได้เพียงเม้มแน่นเข้าหากัน สองมือเผลอกำหมัดจนซีดขาว ก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำด้วยความกลัว

 

            เขาเหมือนโดนคำสาปจนแข็งเป็นหิน และคนสาปกำลังเอ่ยอะไรบางอย่าง

 

            “ถ้าเป็นคำสั่งของคุณวิน...”

 

ต่อค่ะ

 

            RRRRRRrrrrrrrrrrrr

 

            เฮือก

 

            ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ก็ดังทำลายบรรยากาศแปลกๆ จนวินก็หลุดจากภวังค์ ใบหน้าสวยสะบัดนิดเพื่อเรียกคืนสติ แล้วเป็นฝ่ายชักเท้าหนี คว้าเครื่องช่วยชีวิตขึ้นมากดรับโดยไม่ดูว่าใครโทรมาด้วยซ้ำ

 

          เมื่อกี้หมายความว่ายังไง

 

            วินไม่กล้าคิด และไม่กล้าตีความ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะนำมาแค่ความผิดหวัง

 

            [วิน นี่พ่อนะ]

 

            “ครับ” ชายหนุ่มรับคำเสียงเรียบ ทั้งที่ใจยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีเพียงศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่ช่วยค้ำยันให้เขานิ่งอยู่ได้

 

            [พ่อมีเรื่องให้ช่วยหน่อย เย็นนี้มีงานเลี้ยงของเพื่อนพ่อ แต่พ่อกับแม่ไปไม่ได้ แกเองก็คิดจะกลับมาอยู่ไทยแล้วนี่ ไปเป็นตัวแทนพ่อ แล้วถือโอกาสไปทำความรู้จักผู้ใหญ่ซะ]

 

            “ที่ไหน” วินแทบไม่ได้ฟังรายละเอียดที่ได้ยินจากปลายสาย เขาแค่รับคำ ก่อนที่จะลดมือลง รู้ดีว่าใครอีกคนยังมองอยู่ จนบีบมือเรียกสติให้กลับมา ดังนั้น วินาทีที่ชายหนุ่มหมุนตัวมาประสานสายตากับปณชัยอีกครั้ง ใบหน้าสวยจึงมีเพียงรอยยิ้มเย็น

 

            “เสียใจด้วยนะ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืน

 

            “เย็นนี้ฉันจะออกไปข้างนอก นายคงไปช่วยงานคุณภาคินสุดที่รักไม่ได้แล้ว ดีมั้ยล่ะไม่ต้องฝืนใจจูบเท้าคนอย่างฉัน” ร่างเพรียวว่าแค่นั้น แล้วเดินไปทางห้องแต่งตัว แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าไป...

 

            “อ้อ อีกเรื่อง” วินว่าอย่างนึกขึ้นได้ แล้วดวงตาก็เย็นเยียบจนน่ากลัว

 

            “ต่อให้นายก้มหัวให้ ฉันก็ไม่ลืมสิ่งที่นายเคยทำกับฉันหรอกนะ...” ดวงตาเป็นประกายวาว แล้วเน้นย้ำคำต่อมา

 

            “ใช่มั้ย...พี่ชัย”

 

            ว่าจบ คนพูดก็ก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยท่าทีไม่แยแส ให้รู้ว่าทั้งหมดก็แค่เรื่องสนุกเรื่องหนึ่ง ต่อให้ชัยจูบข้อเท้าเขาจริงๆ ก็เป็นแค่การเอาคืนคนใจดำเท่านั้น ราวกับว่าวินกำลังบอกว่าไม่สนใจอีกแล้วว่าอดีตเคยรู้สึกอะไรกับคนคนนี้

 

            ก็แค่ปั่นหัวของเล่นชิ้นนี้จนหัวหมุน!

 

            ขณะที่ชัยเองก็แค่ก้มหัวรับ หันไปมองภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเป็นภาพเซ็กซี่ซึ่งผู้ชายอีกคนเป็นคนถ่าย อารมณ์ที่ชัดเจนของเจ้านายพาลให้คิดว่าทำอย่างไรถึงได้สีหน้าแบบนี้ และนั่นก็ทำให้ฝ่ามือกำแน่นกว่าเดิม

 

            “ผมรู้ว่ามันไร้ความหมาย” บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยเพียงแค่นั้น ก่อนที่จะหมุนตัวออกจากห้อง

 

.............................................

 

            ปกติภวิศไม่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าเป็นทางการเท่าไหร่ เพราะแม้แต่เสื้อสูทที่เขาใส่ออกงานก็มักจะเป็นสูทลำลอง คนที่เคยเห็นเขาแต่งตัวเต็มยศจึงมีน้อยแสนน้อย ในสายตาของคนทั่วไปจึงมักจะมองว่าชายหนุ่มเป็นคนรักสนุก ไม่เอาจริงเอาจัง และเล่นไปวันๆ หากแต่วันนี้ ภาพเหล่านั้นกำลังจะถูกลบออกไป

 

            “นี่วินหรือนี่ โตจนลุงจำไม่ได้ ถ้าเจอกันข้างนอกคงไม่รู้เลยว่าเป็นหลาน”

 

            “ไม่เจอกันนานเลยนะครับคุณลุง”

 

            บัดนี้ สายตาทุกคู่ของคนที่มาร่วมงานฉลองแซยิดของคุณหญิงแห่งวงการการกุศลต่างจับจ้องชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาในงาน แล้วตรงไปทักทายสามีเจ้าของงาน

 

            คนที่สะบัดเสื้อผ้าแฟชั่นออกไป กลายเป็นชุดสูทสีเข้มที่ดูสุภาพ แต่ระดับภวิศแล้ว ไม่มีทางที่จะเป็นสูทแข็งๆ ที่ดูดาษดื่น เพราะชายหนุ่มจับเสื้อผ้าแต่ละชิ้นมาเข้าคู่กันด้วยตัวเอง ทั้งยังเป็นคอลเลคชั่นล่าสุด จนดูเหมือนกำลังเดินอยู่บนรันเวย์ในนิวยอร์กมากกว่าจะอยู่ในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ไหนจะเรือนผมที่มักจะปล่อยปรกหน้าก็เซ็ตเสยขึ้น เผยให้เห็นวงหน้าเกลี้ยงเกลาที่ดูหล่อเหลาน่ามอง ริมฝีปากที่มักจะยกยิ้มขบขันก็ฉาบด้วยรอยยิ้มการค้าที่ยิ่งเสริมให้ดึงดูดสายตา

 

            นี่ไม่ใช่นายแบบหรอก แต่เป็นทายาทนักธุรกิจที่น่าจับตาต่างหาก

 

            วินรู้ดีว่าหน้าตาอย่างเขาดึงดูดได้ทุกเพศ จะดึงสายตาผู้ชายก็ง่าย จะจับสายตาผู้หญิงก็ไม่ยาก ก็แค่ต้องเลือกที่จะใช้

 

            “คุณลุงสบายดีมั้ยครับ”

 

            “ก็เจ็บป่วยบ้างตามประสาคนแก่นั่นแหละ แล้วพ่อเราล่ะเป็นยังไงบ้าง” คนตอบส่ายหัวอย่างระอากับความแก่ชราที่ห้ามไม่ได้

 

            “คุณพ่อสบายดีครับ ท่านฝากขอโทษมาด้วยที่วันนี้มาร่วมงานไม่ได้ คุณลุงคงไม่ว่าอะไร” วินออกตัวก่อน แบบที่อีกฝ่ายหัวเราะ

 

            “แค่ส่งเรามาแทนก็ไม่มีใครกล้าโกรธแล้วล่ะ เจอตัวคนลูกยากกว่าเจอคนพ่อตั้งเยอะ คุณหญิงเองเขาก็บ่นอยากเจอ” มันเป็นเรื่องจริงที่วินแทบไม่ออกงานในเมืองไทยเลย แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เป็นที่รู้จัก ในฐานะหลานชายคนเดียวของลุงพงศ์ และพ่อเขาก็ถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตา ทายาทคนนี้ย่อมอยู่ในความสนใจของหลายๆ คน

 

            “โอ๊ะ คุณหญิงมาพอดีเลย คุณจำวินได้มั้ย” ทันใดนั้น เจ้าของงานวันเกิดก็ก้าวเข้ามาร่วมวง ซึ่งเมื่อฟังคำถาม หญิงสูงวัยที่ยังคงสะสวยในชุดออกงานตัวหรูก็เบิกตากว้างขึ้นนิด แล้วยิ้มกว้าง ร้องรับอย่างยินดี

 

            “จำได้สิคะ นึกว่าใคร วินนี่เอง ไม่เจอกันมากี่ปีแล้วนะ เมื่อก่อนยังตัวเล็กๆ ตอนนี้โตขนาดนี้แล้ว ก็รู้ว่าเป็นนายแบบอยู่เมืองนอก แต่ตัวจริงหล่อกว่าในภาพที่สาวๆ บ้านป้าเอามาอวดตั้งเยอะ” คุณหญิงรับไหว้ ว่าอย่างเอ็นดู

 

            “อ้ะ พอดีเลย ป้ามีคนจะแนะนำให้เรารู้จัก” คนพูดรีบพาภวิศไปยังกลุ่มคนที่เมื่อครู่เพิ่งผละจากมา

 

            “พ่อเราเคยบอกว่าวินไม่ค่อยรู้จักคนที่นี่เท่าไหร่ เดี๋ยวป้าแนะนำเอง” แม้ว่าคนฟังจะตั้งใจแค่แวบมา แล้วก็แอบกลับออกไป แต่เห็นทีเรื่องคงไม่ง่ายอย่างที่คิด แล้วถ้าเขาไม่ได้คิดไปเอง วินอดรู้สึกไม่ได้ว่าผู้ใหญ่ทั้งสองรวมหัวกับพ่อลากเขาออกมา

 

            พ่ออยากให้เขารับช่วงต่อบริษัทที่บ้าน แต่แม่เป็นฝ่ายสนับสนุนให้ทำตามใจตัวเอง ทุกวันนี้จึงมีอิสระอย่างที่เห็น แต่เห็นที อิสระนั้นคงใกล้สิ้นสุดลงเร็วๆ นี้

 

            ในเวลาเดียวกัน บอดี้การ์ดร่างใหญ่ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องผู้เป็นนายไม่ละสายตา และพร้อมจะพุ่งเข้าไปหากเกิดปัญหา

 

          คุณเหมาะกับโลกทางนี้

 

            ท่ามกลางสายตาระแวดระวังภัย ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของปณชัย ยิ่งตาคมได้เห็นสีหน้า รอยยิ้ม รวมไปถึงการกระทำที่สามารถปรับตัวเข้าสู่วงสังคมอย่างแนบเนียนของอีกฝ่าย แม้จะห่างหายมาหลายปี เขาก็ยิ่งคิดว่าคุณวินเหมาะสมกับโลกทางนี้

 

            ชายหนุ่มรู้ หรืออาจจะรู้ดียิ่งกว่าบุพการีของคุณวินว่าคนกลางวงกำลังลังเลที่จะต่อสัญญากับเอเจนซี่ที่เกาหลี ถ้านั่นหมายความว่าคุณวินจะกลับมารับหน้าที่ในฐานะทายาทคนเดียว เขายิ่งไม่มีสิทธิ์แตะต้องคนคนนี้ ไม่สิ มันไม่มีสิทธิ์มาตั้งแต่เริ่มต่างหาก

 

            หมับ

 

            หากแต่ความคิดแบบนี้ทำให้สองหมัดบีบกันแน่นจนซีดขาว

 

            ทันใดนั้น ดวงตาคู่คมก็วาวโรจน์ขึ้นมาจังหวะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าแขกในงานถึงเนื้อตัวผู้เป็นนาย ขายาวก็เกือบจะก้าวออกไป แต่หยุดตัวเองทัน ตราบใดที่คนสวยคนนั้นเป็นฝ่ายยอมรับการสัมผัส ทั้งยังเอียงหน้าเข้าไปคุยด้วย แต่ถ้าจำไม่ผิด คนนั้น...เคยสนุกกับคุณวิน

 

            นับตั้งแต่มีเรื่องของคุณซีนเมื่อหลายปีก่อน มันกลายเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องสอดส่องอีกฝ่าย ไม่ว่าจะอยู่ที่เมืองไทยหรือเกาหลี แล้วมันจะแปลกอะไรที่เขารู้เรื่องความสัมพันธ์ทั้งหมด แต่ที่ทำนั่นคือคำสั่ง ความรู้สึกผิด หรือปรารถนาจะทำด้วยตนเอง เขาห้ามหาคำตอบ

 

            เขาถอยออกมาแล้ว แต่ยิ่งถอย อะไรบางอย่างก็ยิ่งดึงเขาเข้าใกล้อีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

            มันควรจะจบ แต่ไม่เคยจบ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน อาจจะเพราะเรื่องของเขากับคุณวินไม่เคยมีจุดเริ่มต้น และมันไม่ควรจะมีไปตลอดกาล ถ้าไม่ใช่เพราะเส้นความอดทนที่พร้อมจะขาดอยู่ทุกเมื่อ ดันขาดสะบั้นอย่างที่ควบคุมไม่ได้

 

          ถอยออกมาสิวะ ถอยออกมาชัย ถอยให้ห่างยิ่งกว่านี้ ถอยจนไม่เห็นกันและกันในสายตา ถอย...

 

            พรวด

 

            สิ้นความคิดนั้น สองขากลับต้องพุ่งไปอีกด้านของงาน ตรงดิ่งไปหาชายหนุ่มที่แม้จะสวมใส่สูทสีดำเช่นเดียวกับหลายๆ คน แต่กลับโดดเด่นมากกว่าใคร แทรกผ่านผู้คนมากมายที่กำลังจับจ้องไปยังเวทีซึ่งเจ้าของงานกำลังขึ้นไปกล่าวขอบคุณแขกที่ให้เกียรติมาร่วมงานวันนี้ แม้จะรู้ว่าไม่สุภาพที่วิ่งตัดห้อง แต่ชัยไม่อาจจะสนใจเรื่องมารยาทได้อีกต่อไป เพราะ...

 

            หมับ

 

            “ขอโทษครับ” มือใหญ่เอื้อมไปแตะต้นแขนภวิศอย่างสุภาพ ขณะที่แทรกกายกั้นกลางระหว่างเจ้านายกับ...

 

            “มาเร็วนี่ จมูกไวเหมือนเจ้านายเลยนะ” หนุ่มใหญ่เจ้าของดวงตาร้ายกาจราวกับงู และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจับขั้วหัวใจ...นพ ศัตรูตัวฉกาจของนายภาคิน

 

ต่อค่ะ

 

            คนที่ชัยนึกโกรธตัวเองที่เขาไม่เช็กรายชื่อแขกให้ดีก่อนว่ามีคนคนนี้เข้าร่วมด้วย ไม่เช่นนั้น เขาคงขอให้คุณวินล้มเลิกการเข้าร่วมงานนี้ หรือให้คนติดตามมามากกว่านี้ ยิ่งเมื่อมองไปยังอีกฝ่ายที่มีคนตามมาหลายคน ชายหนุ่มก็ยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น ขณะที่อีกมือดันร่างของเจ้านายให้ถอยไปอีกก้าว

 

            “ไม่เจอกันซะนาน เจ้านายเป็นยังไงบ้างล่ะ โดยเฉพาะ...เด็กคนนั้น”

 

            กึก

 

            บรรยากาศหนักอึ้งโอบล้อมทุกคนตรงนี้ทันที เพราะแม้แต่คนโง่ที่สุดก็รู้ว่าเด็กคนนั้นคือใคร...กราฟ

 

            เมื่อครึ่งปีก่อน ภาคินจัดงานแข่งรถผิดกฏหมายในเกาะส่วนตัว แต่เพราะผู้ชายคนนี้นี่แหละที่เกือบจะทำให้งานล่มไม่เป็นท่า ทั้งยังทำให้กราฟต้องเกือบตาย แม้จะแลกกับชีวิตมือขวาคนสนิทของนพ แต่ดวงตาคั่งแค้นที่กำลังมองตรงมาไม่ใช่เพราะเสียดายลูกน้อง แต่เพราะถูกหยามหน้าต่างหาก

 

            ความแค้นนั้นทำให้ทั้งชัยและภาคินคิดว่าควรจะระวังคนรอบตัวให้ดี ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำไมปณชัยต้องติดตามวินทุกฝีก้าว

 

            พวกเขาไม่รู้ว่าเป้าหมายต่อไปของมันคือใคร...แต่มันไม่หยุดแน่

 

            หมาลอบกัด ต่อให้พูดได้เหมือนคน มันก็ยังเป็นหมาอยู่วันยันค่ำ

 

            “เจ้านายผมสบายดีครับ แต่ผมคิดว่าคุณนพคงไม่สบายเท่าไหร่” ชัยว่าด้วยน้ำเสียงสุภาพ มองคนที่ยิ้มเย็น ทั้งที่ดวงตาเหมือนงูคู่นั้นลุกโชนด้วยไฟแค้น

 

            “ของฝากที่คุณพงษ์ทิ้งไว้มันใหญ่ไปหน่อยน่ะ”

 

            ไม่เพียงแค่คำข่มขู่เท่านั้นที่บิดาของภาคินมอบให้ แต่เพราะตัดหน้าประมูลโครงการใหญ่ไป จนนพเสียหายหลายร้อยล้านเป็นการประกาศศักดาว่าใครควรจะรู้ฐานะตัวเอง แต่มีหรือที่นพจะหยุด คนที่พยายามถีบตัวขึ้นมายิ่งใหญ่หลังพงษ์ถอนตัวไป แต่กลับต้องมาเจอเสี้ยนหนามอย่างภาคินไม่คิดจะจบเรื่องง่ายๆ อยู่แล้ว

 

            “และคุณนพคงไม่อยากได้ของฝากอีกชิ้น”

 

            กึก

 

            ในขณะที่ทั้งงานกำลังหรี่ไฟเพื่อร้องเพลงอวยพรวันเกิดเจ้าของงาน มุมนี้ผู้ชายสองคนที่จ้องตากันกลับมีบรรยากาศน่ากลัวจนคนรอบข้างพร้อมใจกันถอยห่าง

 

            “คุณวิน” ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งก็แตะลงบนบ่าของบอดี้การ์ดหนุ่ม ดันเบาๆ จนต้องหันไปมองข้างหลัง จนสบกับดวงตาซึ่งสั่งให้ถอยไป แต่มีหรือที่เขาจะยอมถอย เพราะใบหน้าคมส่ายไปมา บอกให้รู้ว่ามันอันตรายเกินกว่าที่วินจะเผชิญหน้า

 

            “ขอโทษคุณนพแทนคนของผมด้วยนะครับ” เมื่อไม่ยอมง่ายๆ วินจึงเป็นฝ่ายก้าวขึ้นมายืนเสมอกัน ส่งยิ้มให้กับอีกคน บอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

            “วันนี้เป็นวันดี ผมว่าเราไม่ควรจะคุยเรื่องเครียดๆ กัน” นพนิ่งไปครู่ ก่อนที่จะเผยยิ้มออกมา

 

            “นั่นสิ อุตส่าห์ได้มาเจอคนสำคัญทั้งที”

 

            “คนสำคัญคงเป็นเจ้าของงานมากกว่าครับ ไม่ใช่ผมหรอก” วินเลี่ยง เขาเองก็ไม่อยากมีเรื่อง ยิ่งวันนี้มาในฐานะตัวแทนของพ่อด้วย ทั้งที่นึกแปลกใจว่าทำไมปณชัยถึงอารมณ์ร้อนกว่าปกติ ทุกทีต้องรู้สิว่าอย่าไปราดน้ำมันลงบนกองเพลิง โดยเฉพาะเพลิงแค้น

 

          หน้าที่ราดน้ำมันมันงานของคินต่างหาก

 

            “ไม่หรอก เป็นเกียรติที่ได้พบคุณ”

 

            หมับ

 

            วินห้ามตัวเองสุดความสามารถที่จะไม่เอ่ยวาจาเจ็บแสบใส่ เมื่อนพเอื้อมมาจับมือของเขา และคนข้างกายก็แขนกระตุก หากแต่ติดที่นายแบบเอื้อมอีกมือไปจับหลังเสื้อสูทเอาไว้เพื่อปราม

 

            จุ๊บ

 

            สัมผัสของริมฝีปากที่แตะบนหลังมือน่าขยะแขยงจนอยากจะสะบัดทิ้ง ยิ่งมาจากคนที่ทำร้ายกราฟ แต่วินก็ข่มทุกอารมณ์เอาไว้ ส่งยิ้มให้ แล้วดึงมือกลับอย่างสุภาพ หาก...

 

            “น่าเสียดายของสวยๆ งามๆ ที่อยู่ผิดมือนะ”

 

            กึก

 

            วินตัวชาวาบ เมื่อสบกับแววตาลึกลับที่กำลังเล่นใบ้คำกับเขา สัญชาตญาณรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตราย จนดึงมือข้างนั้นกลับอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้อีกฝ่ายยอมปล่อยออกอย่างง่ายดาย ส่งยิ้มมาให้ แต่วินที่รายล้อมรอบตัวด้วยคนประเภทนี้มีหรือจะไม่รู้...การเตือน

 

            ไม่ว่านพจะเอาคืนภาคินหรือไม่ แต่เขาตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่หมายตา ไม่ใช่ในฐานะคน หากแต่เป็น...สิ่งของ

 

            “ขอโทษนะครับ พอดีเจ้านายผมมีธุระต่อจากนี้ เราคงต้องขอตัวก่อน” อีกครั้งที่ชัยแทรกเข้ามา ซึ่งครั้งนี้ภวิศไม่แย้งอะไร นอกจากก้าวถอยหลัง ส่งยิ้มให้นพอย่างขอโทษที่เสียมารยาท จากนั้นก็หมุนตัว สาวเท้าออกจากงานอย่างรวดเร็ว โดยไม่หยุดคิดขอลาเจ้าของงาน เวลานี้ การอยู่ห่างจากอสรพิษนี่เป็นเรื่องดีที่สุด

 

            ชัยและวินก้าวออกจากงานแล้ว แต่แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ยังคงมองตามหลัง รอยยิ้มลดลงช้าๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชา ริมฝีปากกระตุกด้วยความโกรธจัด

 

            “สักวันกูจะเล่นไอ้เด็กพวกนี้จนต้องคลานมาร้องขอชีวิต!” เสียงคำรามดังในลำคอ

 

            “ตามดูพวกมันให้ดี โดยเฉพาะไอ้ปณชัย หมาของไอ้ภาคินตัวนี้กุมทุกความลับของเจ้านายมัน”

 

            “แต่ว่า คนของเราเพิ่งถูกเก็บ...”

 

            ขวับ

 

            คนเป็นนายตวัดสายตาไปมอง ทำเอาลูกน้องพากันเงียบกริบ ในเมื่อลูกน้องที่ส่งไปติดตามคนของภาคินไม่เหลือรอดกลับมาสักคน โดยเฉพาะพวกที่ส่งเข้าไปในเกาะของภาคิน อย่าว่าแต่ซาก แม้แต่วิญญาณพวกมันก็เก็บไม่เหลือ

 

            “ผมจะให้คนติดตามไม่ให้คลาดสายตาเลยครับ”

 

            นพหันกลับไปมองทิศทางเดิมอีกครั้ง เผยแววตาโกรธแค้นที่จะเอาคืนไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่นให้ได้!!!

 

............................................

 

            “มันเจ็บนะ”

 

            ตั้งแต่ก้าวออกจากงานมาได้ คนที่เดินตามหลังก็เป็นฝ่ายกระชากแขน แล้วก้าวเร็วๆ พาภวิศไปยังรถที่จอดอยู่ ซึ่งวินไม่ว่าอะไร แต่การที่ประตูด้านหลังถูกเปิดกว้าง แล้วบอดี้การ์ดก็เป็นฝ่ายผลักคนเป็นนายเข้าไปเต็มแรงก็ทำให้ต้องนิ่วหน้า ว่าเสียงเข้ม แต่ดูเหมือนคนทำจะไม่มีสำนึก เพราะเพียงเงยหน้าขึ้น...

 

            “คุณวินรู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป” ความโกรธในดวงตาปณชัย

 

            “ฉันแค่ทักทาย” วินยอมรับว่าเขาคิดน้อยไปหน่อยว่าเขาเป็นแค่ญาติของภาคิน แต่แววตาเมื่อครู่บอกชัดเจนว่านพไม่คิดอย่างนั้น เขาเองก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายเช่นเดียวกัน

 

            “แต่คุณก็รู้ว่ามันทำอะไรเอาไว้” อีกฝ่ายว่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ จนคนฟังสูดหายใจลึกๆ

 

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่เอาคอตัวเองไปพาดเขียงจนบอดี้การ์ดอย่างนายติดร่างแหไปด้วย”

 

            “มันไม่ใช่อย่างนั้น” ชัยนิ่วหน้าอย่างไม่เห็นด้วย แต่กลับทำให้ความโกรธปะทุขึ้นในใจของคนฟัง

 

            “ไม่ใช่อะไร ฉันเป็นแค่กาฝากนายใช่มั้ย อันนั้นฉันรู้อยู่แล้ว”

 

            “คุณวิน”

 

            “อะไร ฉันพูดผิดตรงไหน ในเมื่อฉันมันแค่ของฝากที่นายจำใจต้องดูแลตามคำสั่งของคิน...อื้อ!” ทันใดนั้น ภวิศที่กำลังโพล่งด้วยอารมณ์โกรธก็ต้องนิ่งอึ้ง ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อคนที่เงาทอดเหนือบานประตูพุ่งเข้ามาล็อกปลายคางของเขา แล้ว...บดขยี้ริมฝีปากลงมา

 

            จูบปิดปากที่ชัยไม่อยากได้ยินคำพูดที่คุณวินไม่เข้าใจอะไรเลย!

 

.......................................

 

            ครบค่ะ ช่วงหลังๆ มานี้ ความอดทนของลุงค่อนข้างจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินเนอะ แต่เอาจริงๆ ตอนนี้ลุงเป็นห่วงจริงๆ ที่พี่วินเราโต้ตอบกับทางนั้น เขาอยากจะกันเจ้านายให้อยู่ห่างที่สุด ยิ่งกับคนคนนี้ คราวกราฟก็เกือบตาย ลุงใจเย็นยังไง แต่ในใจก็คิดเหมือนพี่ภาคินว่าไม่ต้องการให้คนที่ตัวเองดูแลไปอยู่ใกล้อสรพิษตัวนั้น ยิ่งลุงพงษ์ของเราฝากของขวัญชิ้นใหญ่ให้ทางนั้นก่อนกลับไปลั้ลล้ากับสาวสวยแดนใต้ด้วย ก็ต้องยิ่งระวังตัวเป็นพิเศษว่ามันจะเอาคืนเมื่อไหร่ อ้อ แต่นพไม่ได้ชอบพี่วินหรอกนะคะ ถ้าพี่วินตกอยู่ในมือเมื่อไหร่ ก็คงทำเป็นของเล่นจนพังแล้วโยนทิ้งให้พี่ภาคินแค้นที่ทำน้องกูก็เท่านั้น

            ส่วนลุง พี่ภาคินยังไม่อยากให้น้องเข้าใกล้ ลุงเองจะเก็บอาการได้ยังไง ยิ่งโกรธๆ อยู่ ได้ยินคำพูดไม่ถูกหูก็ปัง! ระเบิดเป็นโกโก้ครั้นซ์ (เกี่ยว?) เอาล่ะฮ๊าฟฟฟ รอดูตอนหน้านะคะ ลุงจะทำตัวเป็นนายหัวจำเลยรัก แล้วพี่วินล่ะจะโต้ตอบยังไง

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 378 ครั้ง

388 ความคิดเห็น

  1. #14590 LOVEYAMINIMIN (@LOVEYAMINIMIN) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:16
    ลุงชัยก็คือสติหลุดจ้าาา 55555
    #14590
    0
  2. #14285 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:04
    เกลียดนพโว้ยยยย ตามมาหาพี่วินอีกนะ
    #14285
    0
  3. #14184 exo love exo l (@123-4-5-6) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 01:33
    ชัยเทอนี้เป็นคนย้อนเเย้งนะเทอจะเอายังไงเดี้ยวไล่เขาเดี้ยวต้องการเค้าไล่เค้าไปเองเเต่เทอก็มานั่งน้อยใจเมอจะเอาจะใดชัยห้ะชัยยยยยย
    #อินเว่อร์55555
    #14184
    0
  4. #12884 ตัวตลกน้อย (@bad-girl) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 21:11
    ผ่ามมมมมม ลุงพลาดดด แล้วจ้าาา สุดท้ายกับตากล้องเขาก็ไม่มีอะไรรร แค่ถ่ายภาพพพพ
    #12884
    0
  5. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:05

    นพนี่จะตามจองเวรไปทุกภพทุกชาติเลยไหมห่ะ ลุงพงษ์สั่งเก็บเลยคะะะะ

    #12877
    0
  6. #12642 Naughtya-girl (@Naughtya-girl) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 02:02
    ฮัลโหลชัย สติหน่อยค่ะ
    #12642
    0
  7. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 19:56
    ลุงจะต้องมีสตินะคะ ช่วงนี้หลุดบ่อยนะ หึหึ
    #12453
    0
  8. #11241 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:44
    พอความอดทนหมดไปทีเดียว หลังจากนั้นลุงไม่ทนเลยนะคะ555
    #11241
    0
  9. #11083 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 16:49
    พอสถาปนาตัวเองเป็นของเล่นก็เอาใหญ่เลยนะลุง
    #11083
    0
  10. #10678 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:28
    จูบก่อนด้วยยยยย เก้ด
    #10678
    0
  11. #10493 Nitchanan Munlamat (@nicha_107) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 01:08
    พาหนีเลยลุง
    #10493
    0
  12. #10073 Tongdchr (@Tongdchr) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 01:54
    อุ่ยยยย พี่ชัย เนี่ย แล้วก็เป็นคนแบบนี้ มาทำให้วินรู้สึก แล้วอีกวันก็ทำตัวเหมือนเดิิมใช่มั้ยล่ะ
    #10073
    0
  13. #10024 PimmyChu (@PimmyChu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 10:18
    พูดไม่ฟังจับจูมแม่มมมมม &#128514;&#128514;&#128514;
    #10024
    0
  14. #9437 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 15:31
    ฮาเม้น8991
    #9437
    0
  15. #8991 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 10:28
    จูบแล้วววววว
    ปล. ในทีมเกบของพี่คินนี่มีหมอผีด้วยหรอ ไม่เกบแค่ซาก แต่วิญญาณก้ไม่เหลือ.... มีหมอผีจับวิญญาณใส่เข้าแน่นอน!!
    #8991
    0
  16. #8976 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:37
    จูบกันเเล้วหรือ
    #8976
    0
  17. #8822 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 16:00
    อู้วววววว เอาแล้วครับ จะทำไงดีล่ะทีนี้
    #8822
    0
  18. #6850 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 19:28
    งานนี้เชื่อพี่ชัยเถอะ คนเลวๆไว้ใจไม่ได้หรอก
    #6850
    0
  19. #6689 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 11:59
    กำราบเด็กดื้ สักทีเถอะคะ
    #6689
    0
  20. #6250 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 20:55
    อ้าวคนชื่อ นพ นี่ยังมีชีวิตอยู่หรือ ลืมนางไปแล้วคนไม่สำคัญก็งี้ ( จะโดนสั่งเก็บป่ะเนี่ย ) 555 



    เอาแล้ว ๆ ลุงหมดความอดทนแล้ว แล้วเมย์บอกว่าจะเป็นแนวจำเลยรักอีก โอ้ยยยยย พี่วินช้ำอีกแล้ว
    #6250
    0
  21. #6057 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 18:39
    จ้ะ วินไม่เข้าใจอะไรเลยจ้ะ ไม่ใช่เพราะลุงเก็บเงียบเรอะ! ไม่ชอบเลยคนที่ไม่บอกไม่พูดแต่คาดหวังให้เราเข้าใจทุกอย่าง ไม่ใช่คนขี้มโนนะยะอิลุง
    #6057
    0
  22. #5995 Satang_88 (@KrisxLay) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 00:24
    ห่วงก็บอกว่าห่วง หึงก็บอกว่าหึงสิพี่ชัยยยย อิตานพนี้ต้องเจอกับป๋าอ่ะ
    #5995
    0
  23. #5861 baconjelly2 (@BaconJelly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 18:36
    หึยยยยยยยยมันฟินนะ5555
    #5861
    0
  24. #5813 momo-chan (@momo-chan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 11:08
    หงุดหงิดชัย สงสารพี่วินนนนน
    #5813
    0
  25. #5805 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 23:44
    ไม่พูดเเล้วใครจะไปเข้าใจว่ะ
    #5805
    0