[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,325,167 Views

  • 14,661 Comments

  • 25,663 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,004

    Overall
    1,325,167

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 ตัวจุดชนวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    24 พ.ย. 60


ตอนที่ 17 ตัวจุดชนวน

 

 

 

            “คุณรู้มั้ย วันแรกที่เราเจอกัน ผมไม่กล้าคิดฝันเลยว่าจะได้สัมผัสคุณแบบนี้”

 

            “ฉันมีความสุขจังเลยค่ะ”

 

            “ผมก็เหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะตื่นขึ้นมาเห็นหน้าคุณในทุกๆ วัน โอบกอดคุณเอาไว้ และบอกคุณว่า...ผมรักคุณมากแค่ไหน”

 

            ถ้อยคำหวานหูของชายหนุ่มรูปหล่อกระซิบบอกอย่างแสนรัก ขณะที่เรือนกายแข็งแกร่งก็เคลื่อนเข้าไปโอบกอดอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมอก มือใหญ่ลูบเรือนผมนิ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนที่จะจุมพิตข้างขมับเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกรักให้ได้รับรู้

 

            “รักกันปานจะกลืนกินเลยนะ”

 

            ความรักบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ภวิศกำลังนั่งมอง...จากหน้าจอโทรทัศน์

 

            “ว่างั้นมั้ย”

 

            จากนั้น ใบหน้าสวยเกินชายก็เหลียวกลับไปมองกำแพงมนุษย์ขนาดใหญ่ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ประหนึ่งเป็นทหารยามจากพระราชวังบัคกิ้งแฮม เลิกคิ้วขึ้นนิด เมื่อใบหน้าคมยังคงเรียบนิ่ง หนวดสักเส้นยังไม่สะดุ้งสะเทือน ยามที่ดวงตาคู่นั้นหันไปมองหน้าจอโทรทัศน์

 

            ละครที่เอามารีรันในช่วงบ่าย

 

            ไม่ใช่ว่าวินติดละคร เพียงแต่เขาบังเอิญกดเปลี่ยนช่องแก้เบื่อ แล้วดันมาเจอละครรักในช่วงที่พระนางเพิ่งจะได้เสียเป็นผัวเมียกัน ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่ผ้าม่านโปร่งใสปลิวไสว แล้วตื่นกันมารับเช้าวันใหม่ด้วยรอยยิ้มแสนสุข สองมือโอบกอดกัน แล้วอยากจะถามความคิดเห็นอีกสิ่งมีชีวิตที่หายใจร่วมห้อง

 

            และไม่ใช่ว่าวินอาการหนักเพราะกิจกรรมยามค่ำคืนที่ผ่านมา จนต้องนอนโรงพยาบาลเป็นคืนที่สอง แต่เพราะในฐานะผู้ป่วยวีไอพีที่ใครๆ ก็เกรงใจชื่อสกุล หมอจึงอยากจะขอตรวจอีกครั้งให้มั่นใจว่าเรือนร่างสวยงามนี้ไม่มีส่วนใดสึกหรอ นอกจากรอยช้ำและรอยเย็บเหนือเข่า แทนที่จะออกจากโรงพยาบาลแต่เช้า วินจึงต้องนั่งเบื่อรอจนถึงเวลานี้

 

            ตอนนี้เขาแค่รอให้คนของปณชัยจัดการเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่ายก็จะกลับไปนอนสบายๆ ที่บ้านแล้ว

 

            เมื่อคืนแทนที่จะได้พักผ่อนให้สมกับเป็นคนเจ็บ เขาก็ดันหาเรื่องเจ็บตัวหนักกว่าเดิม ซึ่งก็โทษใครไม่ได้ นอกจากใจแหลกๆ ของตัวเอง

 

            “สำหรับผมคือการแสดงครับ” วินหันกลับมาสนใจคำตอบของคนที่ปกติจนน่าหงุดหงิด เสียงทุ้มตอบอย่างสุภาพ

 

            “ไม่ว่านักแสดงจะแสดงสมบทบาทแค่ไหน ละครก็คือการแสดงสำหรับผม...ก็เหมือนทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด”

 

            คนฟังไม่เคยคิดอยากได้ฉากหวานปานจะกลืนกินเหมือนในละครที่กำลังดำเนินอยู่บนจอ แต่การฟังคำตอบที่บอกปัดทุกความคาดหวังก็ทำให้นายแบบหนุ่มยกยิ้มทีละน้อย ไม่ใช่ขบขัน ไม่ใช่มีความสุข ไม่ใช่ประชดใคร หากแต่...สมเพชตัวเอง

 

          นายกำลังบอกใช่มั้ยว่าต่อให้นอนกันไปแล้ว นั่นก็แค่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา หากแต่...ก็รู้อยู่แล้ว

 

            การต้องเจ็บปวดกับผู้ชายคนนี้ซ้ำๆ มาหลายปีทำให้พอจะคาดเดาคำตอบได้ จนรอยยิ้มสมเพชแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ

 

            “นายกำลังบอกว่าอย่าหวังว่านายจะทำแบบนี้ให้งั้นสิ...สงสารคนที่นายนอนด้วยนะ”

 

            “เซ็กส์ไม่ใช่ความรัก คุณวินไม่คิดแบบนั้นหรือครับ” ชัยหันมาสบตา

 

            “ใช่ ฉันไม่เถียง เซ็กส์ไม่ใช่ความรัก แต่การเอาใจใส่คู่นอนหลังเอาเขาไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องผิด...หรือนายไม่คิดแบบนั้น” วินย้อนกลับด้วยรอยยิ้มบาง จ้องเข้าไปในดวงตาสุขุมตรงหน้า แบบที่ไม่พบร่องรอยใดๆ เลย แม้แต่ความห่วงใยที่มียามที่เห็นว่าแผลที่เย็บฉีก...มันไม่เหลืออะไรเลย

 

            ทว่า ภวิศก็ไม่คิดอยู่แล้วว่าการนอนด้วยกันหนึ่งครั้งจะทำให้คนใจร้ายบางคนเปลี่ยนท่าที

 

            ความอ่อนแอ ความเจ็บปวด ความขมขื่นน่ะเก็บเอาไว้ตอนอยู่กับตัวเองตามลำพังเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาแบบนั้น

 

            “...”

 

            “...”

 

            ดวงตาทั้งสองคู่สบกันนิ่ง แม้ว่าละครที่เป็นประเด็นจะเข้าสู่ช่วงโฆษณาแล้ว แต่กลับไม่มีใครยอมละสายตาไปก่อน คู่หนึ่งท้าทาย คู่หนึ่งปิดกั้นความรู้สึก และคงเป็นเช่นนั้นไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะโทรศัพท์มือถือที่เสียบชาร์จแบตเตอรี่ข้างเตียงคนป่วยดังแทรกบรรยากาศหนักหน่วงในห้อง

 

            เสียงที่ทำให้วินละสายตาไปมองแวบหนึ่ง แล้วดึงมันออกจากสายชาร์จ

 

            “แล้วรู้อะไรมั้ย” เจ้าของเครื่องเงยหน้ามองบอดี้การ์ดหนุ่ม มุมปากกระตุกขึ้น

 

            “คนที่ฉันจะรับสาย เอาใจใส่คู่นอนดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ...ครับพี่ซีน”

 

            กึก

 

            ผู้ชายที่เคยนิ่งสงบมาตลอดกลับกำหมัดแน่น แววตาเรียบนิ่งแปรเปลี่ยนไปดั่งพายุคลั่ง แม้มันจะเกิดขึ้นเพียงแวบเดียว แต่มีหรือที่ปณชัยจะไม่รู้ตัวว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไร ยามได้ยินชื่อที่คุ้นหู แต่พักหลังมานี้ไม่ใช่จากปากเจ้านาย หากแต่เป็น...คนตรงหน้า

 

            “แค่มีแผลฟกช้ำนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรมาก...อื้อ ไม่ต้องมาเยี่ยมหรอก วันนี้ก็กลับบ้านแล้ว” บอดี้การ์ดหนุ่มถอยหลังไปชิดกำแพง หันหน้ามองจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายภาพพระนางกำลังจูงมือกันริมชายหาดสีขาว ทั้งที่มันไม่เข้าหัว

 

            “ดอกไม้? ดอกไม้อะไร ไม่เห็นมี”

 

            หากคนนิ่งก็เผลอขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วปณชัยก็ควักโทรศัพท์ขึ้นมาทันที เตรียมต่อสายหาลูกน้องที่ไปจัดการเรื่องยาของเจ้านายและค่าใช้จ่าย จากนั้นจะเคลื่อนรถมารับหน้าทางออกอาคาร แต่เห็นทีคงต้องเปลี่ยนแผน เขาคงต้องพาคุณวินไปหารถที่จอดไว้แทน

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            หมับ

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มกำโทรศัพท์ที่กำลังต่อสายแน่น แล้วล็อกเครื่อง เก็บมันเข้ากระเป๋า เพราะ...ไม่ทันแล้ว

 

            “ขออนุญาตนะครับ มีดอกไม้ส่งถึงคุณภวิศครับ” ประตูห้องเปิดออก แล้วพนักงานส่งของของนายศิรภพก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ชนิดที่บังหน้าคนถือเกือบมิด ก้าวตรงมายังคนที่นั่งหย่อนขาอยู่บนเตียง

 

            “ผมว่าผมรู้แล้ว ผมได้ดอกไม้แล้วนะพี่ซีน ขอบคุณ...อืม เอาไว้เจอกัน”

 

            วินวางหูจากปลายสายที่โทรมาบอกว่าเพิ่งรู้ข่าวว่าเขาเข้าโรงพยาบาล แล้วดันอยู่ต่างจังหวัดจึงมาเยี่ยมไม่ได้ แต่ยังมีน้ำใจสั่งให้คนนำดอกไม้ช่อโตมาส่งถึงที่ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย ในเมื่อเพื่อนสนิทของญาติผู้พี่เป็นคนช่างเอาใจ

 

            ผู้ชายคนนั้นอาจจะดูเล่นไปทั่ว อาจจะดูเหมือนคุณชายที่อยากได้ต้องได้ แค่ชี้นิ้วสั่งทุกอย่างก็มากองอยู่ตรงหน้า แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าพี่ซีนช่างเอาอกเอาใจ ไม่แปลกเลยที่มีคนมากมายตกหลุมเสน่ห์ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเล่นอยู่กับไฟ

 

            “ขอบคุณ” วินส่งยิ้มให้พนักงานส่งของ แบบที่อีกฝ่ายชะงัก จ้องใบหน้าสวยเกินชายไม่วางตา แต่ติดที่ดวงตาคมกริบของผู้ชายอีกคน

 

            “ครับ งั้นผม...ขอตัวนะครับ” ท่าทางคนส่งของจะไม่อยากออกไปเท่าไหร่ แต่ก็จำใจหมุนตัวจากรอยยิ้มน่ามอง และใบหน้ายั่วเย้าอารมณ์

 

            กระทั่งกลับมาเหลือเพียงสองคนในห้อง โทรศัพท์ก็กรีดเสียงร้องอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ของวิน แต่เป็นบอดี้การ์ดอีกคนที่มองเพียงแวบเดียว

 

            “เรียบร้อยแล้วนะ...กำลังลงไป”

 

            พอวางสายได้แล้วก็หันมามองคนที่เงยหน้าขึ้นจากช่อกุหลาบสีแดงสดที่น่าจะเกินสามร้อยดอก

 

            “รถมารอข้างล่างแล้วครับคุณวิน” คนพูดเข้าโหมดบอดี้การ์ดเต็มตัว คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่เมื่อวานให้คนเอามาให้ตอนเย็นมาถือไว้ แล้วก้าวกลับมายืนข้างคนบนเตียง มองคนที่ลุกขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ ขณะที่วินก็มองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังขึ้นเพลงจบละคร แล้วเหลียวกลับมามองคนของพี่ชาย

 

            ร่างเพรียวก้าวมาข้างหน้าอีกก้าวจนชิดตัวร่างสูงใหญ่

 

            “เรื่องที่คุยค้างเมื่อกี้...ฉันว่านายเรียนรู้จากพี่ซีนบ้างก็ดีนะ” รอยยิ้มที่ส่งให้พนักงานส่งของปรากฏขึ้นอีกครั้ง และมันก็มอบให้กับผู้ชายตัวโตพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ

 

            จากนั้น วินก็ขยับตัวเพื่อกระซิบข้างหู

 

            “อย่าให้ฉันเบื่อแล้วโยนทิ้งไวนักล่ะ...คุณของเล่น”

 

            จุ๊บ

 

            ริมฝีปากนุ่มแตะที่แก้มสาก ก่อนที่จะผละจากอย่างอ้อยอิ่ง มองเข้าไปในดวงตาคม ทิ้งรอยยิ้มยั่วไว้ แล้วภวิศก็ก้าวออกจากห้องก่อน ปล่อยให้อีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

 

            คนที่หลับตาลง แล้วเพียงลืมตาขึ้นก็เผยแววตาที่ไม่ว่าใครก็กรั่นเกรง

 

          “ครับ ผมจะทำหน้าที่ที่คุณมอบหมายให้ดี...จนคุณไม่พูดคำนี้กับผมอีก”

 

            คำที่คนก้าวออกไปก่อนแล้วไม่มีทางได้ยิน

 

.................................

 

ต่อค่ะ

 

            “เฮ้อ ให้ตายเถอะ”

 

            นายแบบหนุ่มถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยใจ ไม่ใช่เพราะคำพูดทำร้ายจิตใจของใครบางคน หรือเพิ่งมาคิดอยากย้อนเวลากลับไป แล้วไม่นอนกับผู้ชายคนนั้น แต่เพราะ...

 

            “ช้ำมันทั้งตัว”

 

            วินกำลังเอี้ยวตัวมองกระจก จนเห็นว่าแผ่นหลังที่เคยขาวเนียนจนผู้หญิงยังอายปรากฏรอยช้ำเขียวๆ อยู่หลายจุด แม้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นจะผ่านมาได้หลายวันแล้ว รอยช้ำบนตัวเขาก็ยังแทบไม่เลือนหายไปเลย จนย่นคิ้วเข้าหากัน

 

            ถ้าเขาไม่ได้ทำงานในวงการนี้ ชายหนุ่มจะไม่คิดมากกับรอยพวกนี้สักนิด แต่นี่...

 

            “น่าจะเหลือรอยแผลเป็น”

 

            ดวงตาคู่คมกดลงมองแผลที่ถูกเย็บเหนือเข่า แม้ว่ามันจะเริ่มแห้งแล้ว แต่ไม่มีทางเลยที่จะไม่เหลือรอยแผลเป็น จนต้องส่ายหน้า เริ่มคิดจริงจังแล้วว่านี่อาจจะเป็นนิมิตหมายที่บอกให้เขาเลิกงานนายแบบเสียที แล้วกลับไปช่วยงานของพ่อ แต่เพียงแค่คิด...วินก็ส่ายหัว

 

            ร่างเพรียวคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาคลุมทับร่างเปลือยเปล่า นิ่งคิดเพียงครู่ ก็ก้าวยาวๆ ไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสาย

 

            “ผมภวิศเองนะ วันนี้มีใครจองตัวหรือเปล่าครับ” วินฟังคำตอบ แล้วพยักหน้า

 

            “งั้นอีกสักชั่วโมงมาที่บ้านของพี่ชายผมหน่อย...อืม บ้านของคุณภาคิน”

 

            นานๆ ทีเรียกใช้บริการก็ไม่เลว

 

..........................................

 

            “คุณวินผิวสวยจังเลยค่ะ”

 

            “ผมว่าผมได้ยินจนเบื่อแล้ว”

 

            “คิกๆ สวยจริงๆ ค่ะ น่าเสียดายที่มีรอยช้ำแบบนี้”

 

            ในเวลานี้ ห้องนั่งเล่นฝั่งสระว่ายน้ำของภาคินถูกเนรมิตเป็นสปาส่วนตัวของญาติผู้น้อง เมื่อทั้งห้องไม่เพียงแต่มีเตียงสปาตั้งอยู่ในจุดที่เห็นสวนสวยแสนร่มรื่นที่สะท้อนบนผิวน้ำใสแจ๋วเท่านั้น ทั้งห้องยังได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย โดยที่ร่างเพรียวของนายแบบหนุ่มก็กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง มีเพียงผ้าขนหนูที่คลุมปิดทับตั้งแต่สะโพกลงมา ปล่อยคนที่เรียกมาแสดงฝีมือให้เต็มที่

 

            “เรื่องแผลไม่ต้องไปบอกแม่ผมนะ” วินว่าง่ายๆ เอียงคอมองพนักงานฝีมือดีจากสปาชั้นสูงที่เรียกมาให้บริการถึงบ้าน เสียอย่างที่เป็นคนโปรดของแม่เขา แต่ก็อีกนั่นแหละ คนฝีมือดี ปิดปากเงียบใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ผู้หญิงคนนี้จึงเป็นตัวเลือกแรกที่เขาคิดออกเมื่ออยากผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกาย

 

            “ดิฉันทราบกฎดีค่ะ”

 

            คนฟังพอใจกับคำตอบ ปล่อยให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองไป ยามรู้สึกถึงฝ่ามือที่กำลังนวดขึ้นมาตามแผ่นหลังด้วยแรงที่พอดี กลิ่นอโรมาก็ช่วยผ่อนคลายจนสมองที่ตึงเครียดผ่อนลง หากดวงตาคู่คมก็ยังคงมองไปยังทิศทางหนึ่ง...กำแพงมนุษย์

 

            ผู้ชายที่ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

 

          ทำหน้าที่หรือจับตามอง

 

            วินยิ้มเย็น จังหวะเดียวกับที่ดวงตาคู่นั้นหันมาสบประสานกับเขาพอดี

 

            “นวดสักหน่อยมั้ย เผื่อกล้ามเนื้อที่หน้าจะทำงานได้มากกว่านี้”

 

            “คิก...ขะ ขอโทษค่ะ”

 

            คนนวดเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่ก็รีบกลืนมันลงไป เพราะขนาดไม่หันไปมอง เธอยังรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่มาจากด้านหลังได้เป็นอย่างดี แต่อาจจะโชคดีที่ทำงานนี้มานาน เจอลูกค้าหลายประเภท บริการคุณวินก็หลายหน หญิงสาวจึงรีบก้มหน้าก้มตานวดน้ำมันหอมต่อไป

 

            “ไม่เป็นไรครับ ผมขอยืนอยู่ตรงนี้ดีกว่า”

 

            “ยืนเฉยๆ ก็เบื่อแย่”

 

            “ไม่เบื่อหรอกครับ”

 

            “แต่หน้านายมันฟ้องนะ” วินหัวเราะในคอ จงใจเย้าแหย่อารมณ์ของคนนิ่งจนน่าหมั่นไส้

 

            นับตั้งแต่คืนที่นอนกันในโรงพยาบาล ทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติ เขาไม่เรียกปณชัยมาที่ห้อง อีกฝ่ายก็ไม่แสดงท่าทีให้รู้ว่าความสัมพันธ์เราเลยเถิดไปถึงขั้นไหน ทุกอย่างเงียบ แต่วินก็รู้ว่าใครคนหนึ่งจับสังเกตได้ หากก็ไม่พูด...ลูกพี่ลูกน้องเขาไง

 

            คนที่เอ่ยในเย็นวันที่กลับจากโรงพยาบาล

 

          ทำอะไรก็คิดให้ดี

 

            แม้ภาคินจะบอกแค่นี้ แต่คนเป็นน้องก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายนึกห่วง จนตอบกลับได้ที่...

 

          รู้ว่าทำอะไรอยู่

 

            รู้ดี แต่หยุดไม่ได้อีกแล้ว

 

            “ผมไม่เคยเบื่องานของตัวเอง”

 

            คำตอบที่วินเอี้ยวคอไปหาผู้หญิงอีกคน

 

            “แปลกคนนะคุณว่ามั้ย คนอะไรชอบยืนอยู่เฉยๆ”

 

            “อาจจะชอบเพราะคนที่นอนอยู่ตรงนี้เป็นคุณวินก็ได้นะคะ” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยเสียงกระซิบ แต่มันก็ดังพอให้ไปถึงผู้ชายอีกคน จนปณชัยขมวดคิ้วมุ่น เกือบจะเอ่ยแย้งแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคนพูดว่าต่อด้วยเสียงร่าเริง

 

            “ขนาดดิฉันเองสัมผัสผิวคนทุกวัน ยังชื่นชมผิวของคุณวินเลยค่ะ ทั้งเนียน ทั้งขาวขนาดนี้ เชื่อเถอะค่ะว่าต่อให้ต้องยืนขาแข็งเป็นชั่วโมงก็มีหลายคนอยากได้เห็นภาพคุณวินตอนนี้” ภวิศหัวเราะออกมา เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเอาใจเขา แต่ขำยิ่งกว่าเมื่อเจอสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคนตัวเท่าตึก

 

            “คุณว่างั้นหรือ”

 

            “ค่ะ ดิฉันเองยังหลงเลย”

 

            “จริงหรือชัย” วินโยนคำถามกลับไปหากำแพงคนเดิม ซึ่งอีกฝ่ายยังคงเงียบ

 

            “เจ้านายถามแล้วไม่ตอบ?” นายแบบเลิกคิ้ว กดดันกรายๆ

 

            “ผมไม่ใช่มืออาชีพเท่าคุณพนักงานคงตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกครับ”

 

            แม้จะเป็นการเลี่ยงคำถามที่ดูสุภาพ แต่คนฟังกลับหัวเราะออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ หัวเราะเสียงดังจนพนักงานสาวเองก็ยังแปลกใจ ในเมื่อไม่เคยเห็นอีกฝ่ายขบขันขนาดนี้มาก่อน ขณะที่หากถามวิน ชายหนุ่มจะบอกทันทีว่าเขาหัวเราะทำไม

 

          ไม่ใช่มืออาชีพ? ขำชะมัด

 

            จริงที่ปณชัยไม่ใช่พนักงานสปา แต่ขนาดเด็กอมมือยังรู้เลยว่าผู้ชายคนนี้สัมผัสผิวคนมามาก ไม่ต่างจากหญิงสาวเลยสักนิด แถมเป็นการสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่านี้มาก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองไม่ใช่มืออาชีพ...คืนนั้นก็บอกได้หมดแล้วว่าผ่านมาเยอะแค่ไหน

 

            “งั้นอยากลองสัมผัสมั้ย จะได้รู้ว่าผิวฉันมันน่าหลงหรือเปล่า” วินหยุดหัวเราะจนได้ ถามกลับ มองท่าทีนิ่งไปของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย และเขาเชื่อว่าปณชัยก็จะรับคำท้า ถ้าไม่ใช่เพราะมีสายตาอีกหนึ่งคู่มองอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

            “ว่าไง” วินยันกายขึ้นมานิด เลิกผ้าขนหนูอย่างยั่วเย้า

 

            “ผม...”

 

            ครืด ครืด

 

            โชคยังดีที่โทรศัพท์ของปณชัยสั่นเบาๆ จนชายหนุ่มละสายตาจากเจ้านายคนสวย

 

            “ขออนุญาตนะครับ”

 

            แม้จะลังเลเพียงครู่ แต่ชัยก็ก้าวยาวๆ ออกจากห้องเมื่อเจ้านายคนปัจจุบันพยักหน้ารับ

 

            “คุณวินก็ไปยั่วเขา ระวังตัวนะคะ ถึงจะฟังดูแปลกๆ แต่คุณวินเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ขนาดนี้ ใครมันจะอดใจไหว” พนักงานเตือนด้วยความหวังดี อย่างคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของความสัมพันธ์ และนั่นก็ทำให้วินยักไหล่ เอียงแก้มลงกับหมอน ปล่อยให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ซึ่งการที่ไม่มีสายตาของใครอีกคน ทำให้เขาผ่อนคลายจริงๆ สักที

 

            “ถ้านวดเสร็จก็ปลุกผมนะ”

 

            “ค่ะ คุณวินให้ทำทรีตเม้นต์ต่อเลยมั้ยคะ”

 

            “อืม”

 

            วินว่าแค่นั้น แล้วหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายให้เต็มที่ ก่อนที่จะต้องตื่นมาสู้รบกับหัวใจตัวเองอีกครั้ง

 

................................

 

            ภวิศรู้สึกง่วงงุนอย่างบอกไม่ถูก อาจจะเพราะฝีมือนวดที่ทำให้รู้สึกสบาย กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยแตะปลายจมูก หรือเตียงที่พาให้จมลึกสู่นิทรา หากแต่ความผ่อนคลายนั้นกำลังถูกรบกวน ด้วยความอุ่นที่กำลังแนบเข้าที่แผ่นหลัง แล้วสอดลึกเข้าไปที่เอว เลื่อนลูบไปทั่วแผ่นท้อง ซึ่งเขา...รู้จักสัมผัสแบบนี้ดี

 

            นี่ไม่ใช่การนวดเพื่อผ่อนคลาย แต่เป็นการสัมผัสที่ลึกซึ้ง

 

            “อืมมมม”

 

            “ตื่นแล้วหรือครับเจ้าหญิง จุ๊บ”

 

          หืม!

 

            คนเพิ่งตื่นลืมตาขึ้นมาทันที เกร็งตัวในตอนแรก แล้วก็ผ่อนร่างลงนอนตามเดิมเมื่อจดจำได้ว่านี่คือเสียงของใคร

 

            ผู้ชายที่ยื่นดอกกุหลาบแสนสวยหนึ่งดอกมาตรงหน้า

 

            “เล่นอะไรน่ะพี่ซีน”

 

            วินไม่ต้องพลิกตัวนอนหงายก็รู้ว่าใครที่กำลังยันเข่าข้างตัว คร่อมอยู่ด้านบนตัวเขา เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงระอากับคนที่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง

 

            “พี่ไม่ได้เล่นสักหน่อย ก็แค่ดอกไม้สวยๆ สำหรับคนสวย อ้อ แล้วก็วิวสวยๆ ด้วยนะ”

 

            “ปากว่ามือถึงน่ะสิ” วินรู้แล้วว่าความอุ่นนั้นคืออะไร...ฝ่ามือแข็งแรงของอีกฝ่ายที่โอบกอดรอบเอว

 

            “ไม่ใช่แค่มือที่ถึงนะ อย่างอื่นก็ถึงได้”

 

            “ไม่เล่นน่า”

 

            “พี่ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เล่น” คนพูดโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมา จนดวงตาประสานกัน แล้วแววตาร้ายลึกไม่ผิดเพื่อนก็อ่อนแสงลงจนดูอ่อนโยน

 

          “พี่เป็นห่วงนะครับ”

 

            หากเป็นคนอื่นได้ฟังคำนี้จากปากผู้ชายคนนี้คงหลอมละลายกลายเป็นน้ำ แต่นี่คือนายภวิศที่รู้นิสัยอีกฝ่ายดี ดังนั้น นายแบบหนุ่มจึงแค่ยกยิ้มให้ พลิกตัวกลับมานอนหงาย เผยท่อนบนเปลือยเปล่า แล้วเอื้อมมือไปรับกุหลาบดอกเดียวแต่สวยสดเสียยิ่งกว่าที่ได้รับมาก่อนหน้านี้

 

            “คนที่ห่วงกันเขาล้วงมือเข้าไปใต้ผ้าหรือครับ”

 

            รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้น เมื่อซีนส่งมือที่เป็นอิสระจากดอกกุหลาบล้วงเข้าไปใต้ผ้าขนหนู

 

            “เขาเรียกว่าสำรวจด้วยความเป็นห่วง”

 

            ศิรภพยิ้มเจ้าเล่ห์ ตาคมกดมองเรือนร่างที่เขากกกอดมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะเบื่อหน่าย หยุดมองที่รอยช้ำตรงสีข้าง แล้วเลื่อนสายตามายังบั้นเอวที่มีรอยสีเขียว จนอดไม่ได้ที่จะแตะต้องอย่างเบามือ

 

            จุ๊บ

 

            “เป่าเพี้ยง”

 

            “เล่นเป็นเด็กๆ” วินทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เมื่ออีกฝ่ายก้มลงกดจูบที่ท้องของเขา ส่ายหัวช้าๆ ยามที่กวาดสายตามองไปรอบห้อง

 

            “แล้วพี่ไล่คนของผมไปไหน”

 

            “อ้อ พี่คิดว่าพนักงานนวดคนนั้นควรจะพักกินข้าวเที่ยง เลยขอเวลาส่วนตัวกับวินสักชั่วโมง” คนที่โน้มตัวอยู่เหนือแผ่นท้องเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นแววตาวาววับ อย่างที่วินก็แค่หมุนดอกกุหลาบในมือเล่นไปมา

 

            “บอกไว้ก่อนเลยนะว่าผมยังเป็นคนเจ็บอยู่”

 

            “พี่ก็เลยใช้เวทมนตร์เป่าให้วินหายดีไง” คนเจ้าเล่ห์ว่าพลางใช้ริมฝีปากกดจูบตามรอยช้ำ เลื่อนเรื่อยขึ้นมาจนถึงแผ่นอก แบบที่เจ้าของร่างแค่จับจ้องดอกกุหลาบในมืออย่างคนที่รู้นิสัยเพื่อนพี่ชายดี ยิ่งขัดขืนสิ ใครบางคนจะยิ่งนึกสนุก

 

            อีกอย่าง พี่ซีนก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่กราฟคิดหรอก

 

            “ก่อนที่มังกรหวงไข่จะปรากฏตัว”

 

            “หืม?”

 

            คนฟังย่นคิ้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามไปมากกว่านี้...

 

            แกร๊ก

 

          “คุณศิรภพ”

 

            ประตูห้องนั่งเล่นก็เปิดกว้างออก แล้วมังกรที่ว่าก็ปรากฏกาย ซึ่งซีนมั่นใจว่าเป็นมังกรไฟเสียด้วย

 

ต่อค่ะ

 

            มังกรที่เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนของเจ้านายด้วยน้ำเสียงเข้มจัด มองภาพของวินที่นอนอยู่บนเตียง โดยมีศิรภพคร่อมทับอยู่ด้านบน มือข้างหนึ่งล้วงลึกเข้าไปใต้ผ้าขนหนู ขณะที่มืออีกข้างยังทิ้งไว้ที่บั้นเอว ใบหน้าคมคายก็โน้มลงประทับจูบที่แผ่นอก จนแววตาเรียบนิ่งขึ้นทุกขณะ

 

            “มาไวไปหน่อยนะ” ซีนยันกายขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง หากแต่ไม่ขยับลงจากเตียง ตรงกันข้าม ร่างสูงกลับทิ้งตัวลงนั่ง แล้วดึงวินมากอดเอวหลวมๆ อย่างที่นายแบบหนุ่มก็จ้องไปยังคนที่ประตู

 

            วินกำลังคิดว่าเขาควรจะผละจากอ้อมกอดนี้หรือไม่ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่แยแสอยู่แล้วว่าเขาจะนอนกับใคร จะให้เข้าใจผิดไปอีกสักทีก็ไม่มีอะไรจะเสีย

 

            กึก

 

            แต่ก่อนจะตัดสินใจ สัมผัสของปลายนิ้วที่เคาะกับแผ่นท้องเขาเบาๆ ก็ทำให้ภวิศเหลือบไปสบตาเจ้าของมือ แล้วพบกับ...รอยยิ้มนึกสนุก

 

            เอาเป็นว่าเขาจะยอมนิ่งก่อนก็แล้วกัน

 

            “ฉันอุตส่าห์ให้คนที่นี่เรียกนายไปอีกฝั่งของบ้านแท้ๆ จมูกไวไม่เปลี่ยน”

 

            “...”

 

            ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง คู่หนึ่งเรียบนิ่งยากจะอ่านความรู้สึก อีกคู่เปี่ยมล้นไปด้วยความสนุกสนานที่พร้อมจะเล่นหนักข้อได้ทุกขณะ แล้วซีนก็เป็นฝ่ายละสายตาจากคนของเพื่อน หันมามองคนในอ้อมกอดแทน สองมือก็เลื่อนไปโอบเอว แล้ว...ส่งยิ้มซุกซน

 

            ท่าทางที่ราวกับว่าปณชัยคืออากาศที่ไม่จำเป็นต้องแยแส

 

            “วินครับ พี่อุตส่าห์รีบกลับมากรุงเทพฯ ไม่ให้รางวัลพี่หน่อยหรือ”

 

            ขณะที่ภวิศก็เกือบจะกลอกตา เพราะทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะนี่ไม่ใช่การรีบหรอก พี่ซีนน่าจะไปกกสาวไหนแล้วเพิ่งเบื่อ จนกลับมาต่างหาก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดออกไป โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายอีกคน

 

            “มาเอารางวัลกับคนเจ็บ?”

 

            “อื้ม ก็วินตัวหอมขนาดนี้ พี่จะอดใจไหวได้ยังไง” ใบหน้าคมซุกเข้าที่ซอกคอ แบบที่วินก็เอียงคอให้ ทั้งที่ส่วนลึกในใจอยากจะผลักออกไป อยากจะยันให้ห่าง ไม่อยากให้สัมผัสนี้มาทับลงบนรอยสัมผัสที่แม้จะไม่เหลือไออุ่น แต่เขากลับจำมันได้ขึ้นใจ ทว่า ทุกความคิด ทุกความรู้สึกต้องเก็บไว้ให้ลึกที่สุด

 

            ใบหน้าสวยเกินชายก็ยกยิ้มเย็น ยามมองไปยังบอดี้การ์ดส่วนตัว

 

            “มีคนมองอยู่นะพี่ซีน”

 

            “ช่างมัน ทุกทีก็เห็นยืนฟัง ชัยมันคงชินกับเสียงเพราะๆ ของวินอยู่แล้ว” คนพูดเงยหน้าขึ้นมาสบตา ยักคิ้วด้วยท่าทางกวนอารมณ์ มือใหญ่ก็จับเข้าที่ผ้าขนหนูที่คลุมบั้นเอวเอาไว้

 

            “พี่ช่วยให้หายเจ็บแผลได้นะ...”

 

          “ขออนุญาตนะครับคุณศิรภพ”

 

            ก่อนที่อะไรๆ จะไปไกลกว่านั้น คนที่นิ่งเงียบก็เอ่ยขึ้นมาจนได้ จนศิรภพเหลียวกลับมามองหน้า

 

            “ผมรู้ว่าผมไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดแบบนี้ แต่ที่นี่คือบ้านของคุณภาคิน และผมเกรงว่าเจ้านายของผมจะโกรธมาก ถ้ารู้ว่าคุณศิรภพคิดจะทำอะไรในบ้านหลังนี้ และกับใคร” คนที่เกือบจะกำหมัดเข้าหาตัว ห้ามเอาไว้ทัน ตาคมจ้องไปยังอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญด้วยแววตาไร้ความรู้สึก

 

            “มันไม่สนหรอก ตราบใดที่ฉันไม่ยุ่งกับเด็กมัน” คนพูดว่าเสียงกลั้วหัวเราะราวกับ...รู้ทัน

 

            “แต่ผมเกรงว่านี่จะทำให้เกิดเรื่องบาดหมางระหว่างคุณและคุณภาคิน” แม้น้ำเสียงจะสุภาพ แต่ปณชัยกำลังเตือนอีกฝ่ายว่าอย่าลืมนะว่าเคยเกิดอะไรขึ้น...ใช่ ที่บ้านหลังนี้

 

            คำเตือนที่ศิรภพคลายอ้อมกอด ยันกายลุกขึ้นจากเตียง แล้วก้าวเข้ามาประชิดร่างของบอดี้การ์ด

 

            “ฉันว่าไม่ใช่แล้วล่ะมั้ง”

 

            “ไม่ใช่อะไรครับ” ชัยถามกลับ ทั้งที่หางตาเห็นว่าภวิศเองก็ยันกายขึ้นมานั่งเท้าคาง...ด้วยสภาพยุ่งเหยิงจนน่าย่ำยี

 

            หากปณชัยก็ต้องวกสายตากลับมามองเพื่อนเจ้านาย

 

            “ไม่ใช่เรื่องบาดหมางระหว่างฉันกับไอ้ภาคิน แต่เป็นฉันกับนายมากกว่า”

 

            “ผมไม่มีเรื่องบาดหมางกับคุณครับ”

 

            “หึๆ รู้อะไรมั้ย” ศิรภพหัวเราะ มองหน้าอีกฝ่ายที่ยังนิ่งดุจเดิม แต่อย่างว่าคนประเภทเดียวกันมองกันออก ทำไมจะไม่เห็นล่ะ...แววร้ายกาจในนั้น

 

            คนที่เว้นช่วงไปจังหวะหนึ่ง ยกฝ่ามือตัวเองขึ้นมาจรดที่ปลายจมูก

 

            “ถ้านายมาช้าอีกนิด ฉันคงได้กลิ่นหอมๆ แบบนี้ติดไปทั้งตัว...น่าเสียดายจริงๆ” ซีนตวัดสายตาไปมองคนที่นั่งแกว่งขาเท้าคาง ราวกับว่าชมละครเรื่องโปรด จากนั้นก็ส่งยิ้มน่ามองไปให้

 

            “น่าเสียดายที่วันนี้เวลาไม่อำนวยเท่าไหร่ เอาเป็นว่าหนหน้าพี่จะมารับไปดินเนอร์ ฉลองที่ออกจากโรงพยาบาล” ว่าจบ ก็หันกลับมามองหน้าปณชัย แต่ซีนไม่พูดอะไร นอกจากตอนที่ก้าวผ่าน มือใหญ่ก็ตบลงบนบ่ากว้าง พร้อมกับรอยยิ้ม...เย้ยหยัน

 

            เย้ยคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะทำอย่างที่ปีศาจร้ายในกายกระซิบบอก

 

            ท่าทางที่ปณชัยทำได้เพียงยืนนิ่ง ดวงตาคู่คมมองตรงไปยังประตูกระจกที่นำไปสู่สระว่ายน้ำ ทั้งที่ไม่มีเงากระเพื่อมของสายน้ำสะท้อนอยู่ในดวงตา มีเพียงการปะทุของภูเขาไฟที่ใกล้จะระเบิด ปล่อยให้แขกไม่ได้รับเชิญก้าวผ่านออกไปนอกประตู

 

            “...”

 

            ทันทีที่ประตูปิดลง ทั้งห้องก็เหลือเพียงความเงียบ...เงียบจนได้ยินเสียงของเครื่องปรับอากาศ กระทั่ง...

 

            “สนุกดีนะ” วินเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น ตามองกุหลาบแสนสวยในมือ แล้วหมุนมันเล่น

 

            “อะไรสนุกครับ”

 

            ภวิศช้อนตาขึ้นมองคนที่ก้าวมายืนค้ำหัวเขา แล้วก็ยิ้มเย็น

 

            “เวลานายเถียงกับพี่ซีนไง แต่น่าเสียดายที่แพ้หมดรูป...” คนพูดหัวเราะเบาๆ แล้วก็เหลือบตาลงต่ำ จากนั้นก็ช้อนขึ้นอีกครั้ง

 

          “อย่างอื่นก็แพ้เหมือนกัน”

 

            หมับ

 

            ตุบ

 

            ดอกกุหลาบในมือของวินร่วงลงพื้นทันทีที่อีกฝ่ายคว้าเข้าที่ข้อมือ ดวงตาที่เคยมองว่าสุขุมนุ่มลึกแปรเปลี่ยนเป็นพายุอารมณ์อันบ้าคลั่ง แต่นั่นไม่ได้ทำให้วินกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม รอยยิ้มนั้นยังไม่ลบเลือนลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น แล้วคนสวยก็ตอกย้ำลงไปอีก

 

            “เรียนรู้จากพี่ซีนซะบ้างนะ”

 

            ทันใดนั้น วินก็เบิกตากว้างขึ้นนิด เมื่อเขาถูกกระชากแขนเข้าไปปะทะอกกว้างอย่างรวดเร็ว แล้วก็ถูกอุ้มขึ้นพาดบ่า จนผ้าขนหนูผืนเดียวร่วงลงพื้น เผยให้เห็นบ็อกเซอร์สีดำที่ตัดกับผิวขาวเนียน หากแต่ปณชัยไม่สนใจ เพราะร่างสูงหมุนตัวกลับพร้อมกับ...เหยียบขยี้ลงบนกุหลาบดอกนั้นจนกลีบกระจาย

 

            “จะพาฉันไปไหน”

 

          “ไปทำสิ่งที่คุณต้องการให้ผมทำยังไงล่ะ!

 

            ท่ามกลางเสียงที่เอ่ยลอดไรฟัน ปณชัยไม่มีทางเห็นหรอกว่าคนบนบ่าของเขากำลังมองดอกกุหลาบที่แตกหักบนพื้นยังไง...เหมือนมองเห็นตัวเอง

 

            เขาก็แหลกสลายไม่ต่างจากกุหลาบดอกนี้

 

          แล้วเมื่อไหร่ สิ่งที่ฉันต้องการจะกลายเป็นสิ่งที่นายต้องการกันล่ะ...อาจจะไม่มีวัน

 

..................................

 

            ครบค่ะ ลุงจะน่าสงสารตอนไหนหรือคะ อืม ตอนไหนดีล่ะ ความเจ็บนี้ไม่ได้อยู่แค่พี่วินคนเดียวหรอกค่ะ ก็แค่คนบางคนผ่านอะไรมามากกว่า แก่กว่าว่างั้นเถอะ อะไรที่ควรจะเก็บก็เก็บได้มิดกว่าเท่านั้นแหละจ้า ส่วนจะเจ็บออกหน้าเมื่อไหร่ มีมาแน่นอน แฮ่

            สำหรับตอนนี้ ลุงจะจัดการเองแล้วนะคะ ก็ถูกยั่วซะขนาดนั้น เล่นเอาไปเทียบกันแบบดูถูกเห็นๆ แล้วพี่วินจะได้รู้ว่าอาวุธคู่กายใคร ก็ต้องให้ใครคนนั้นใช้อะเนอะ แฮ่

            เออ พอดีน้องในทวิตส่งมาให้ค่ะ เพราะตอนที่ 18 ลุงจะลงมือ (ก่อนหน้านี้เรียกพี่วินได้ลุง ต่อจากนี้ลุงจะได้พี่วินแย้ว) แล้วน้องเขามีตัวเลือกให้เมย์ล่ะ

            กด 1 พี่เมย์อารมณ์ดี มาลงอย่างต่อเนื่อง

            กด 2 เจ๊หายหัว แล้วไม่รู้จะโผล่เมื่อไหร่

            นี่เมย์ควรจะกดข้อไหนให้น้องเขาดีล่ะ งื้อ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

328 ความคิดเห็น

  1. #14594 LOVEYAMINIMIN (@LOVEYAMINIMIN) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 20:33
    มีความอยากอ่านเรื่องพี่ซีนเลย5555 คนแบบพี่ซีนใครจะเอาอยู่นะ สงสัยๆ
    #14594
    0
  2. วันที่ 23 มกราคม 2562 / 17:05
    ชักจะลำใยวินแล้วนะ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเกินไป! ลึกๆแล้วเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัวที่นึกถึงแต่ความรู้สึกตัวเอง / อิน
    #14569
    0
  3. #14537 19SUI12 (@Sui1912) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:19
    แพ้มาก ฉันแพ้พี่ซีน55555
    #14537
    0
  4. #14536 19SUI12 (@Sui1912) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:17
    แพ้มาก ฉันแพ้พี่ซีน55555
    #14536
    0
  5. #14453 Krystal wing (@AoengMB) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 16:41
    น้องเลิฟๆพี่ซีน
    #14453
    0
  6. #14290 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:57
    พี่ซีนคือมาเหนือ 555555
    #14290
    0
  7. #14236 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 07:13
    ยั่วดีนัก ลุงไม่ต้องปราณีนะ
    #14236
    0
  8. #14131 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:13

    พี่วินต้องการอะไรน้าาาา

    #14131
    0
  9. #14078 Adoon_p (@Adoon_p) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:59
    โอ๊ยๆๆๆๆชอบพี่ซีนจริงๆๆๆ
    #14078
    0
  10. #12991 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 11:07
    ตายแล้ววว มันคือสงครามที่แท้ 5555 อะไรกันอ่ะลุง ให้พี่วินยั่วอยู่ตั้งนาน ยังพอเก็บอารมณ์ได้ แต่พอเจอพี่ซีนเข้าหน่อยนี่ยอมไม่ได้เลยนะคะ เรื่องนี้สนุกจริงๆอย่างที่พี่วินบอกเลย 5555
    #12991
    0
  11. #12924 OkarunZera (@OkarunZera) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 15:51
    เกลียดอีพี่ซีน อยากให้คู่ของมันแบบนายเอกร้ายๆเลยอ่ะ แบบเอาให้มันแพ้หมดรูป
    #12924
    0
  12. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 08:45

    ซีนวินซีนวินซีนวิน -///-

    #12887
    0
  13. วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 15:31
    สงสารคนสวย
    #12017
    0
  14. #10686 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 18:02
    อยากรู้จังว่าใครจะมาหยุดอิพี่ซีน โว้ย
    #10686
    0
  15. #9271 sanomsoi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 07:06
    ซีนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีจริงๆ จัดการเลยค่ะพี่วิน
    #9271
    0
  16. #9147 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:32
    พี่ซีนตามมาป่วนตั้งแต่คู่แรกยันคู่นี้ รอดูสิว่าใครจะป่วนพี่แกตอนภาคตัวเองบ้าง หมั่นไส้แฮะ 5555 
    #9147
    0
  17. #9117 Satang_88 (@KrisxLay) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 15:05
    สงสารพี่วินจัง คนสวยของเค้า
    #9117
    0
  18. #8982 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 18:10
    อ่านไปแบบหน่วงๆ
    #8982
    0
  19. #8830 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 19:11
    อื้อหือ รอตอนหน้าเลย! 55555
    #8830
    0
  20. #8216 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 03:45
    กด1จ้าา
    #8216
    0
  21. #8072 gammamy (@gammamy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 23:12
    กด1ค่าาา
    #8072
    0
  22. #8034 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 20:48
    กด 1 ด้วยคนค่ะ
    #8034
    0
  23. #7957 MdCharlotte (@cshpuy94) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 23:48
    ไม่มีตอนไหนที่ไม่สงสารพี่วินถ้าซีนรักวินจะเชียร์เต็มที่เลยอยากรู้จริงๆว่าผู้ชายอย่างซีนถ้าจะหยุดที่ใครสักคนจะทำอะไรให้คนนั้นเห็นบ้าง
    #7957
    0
  24. #7888 na2539 (@na2539) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 12:18
    กด1ค่ะเจ๊
    #7888
    0
  25. #7885 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 01:50
    กด1ค่าาาา ปูเสื่อรออเลยย><
    #7885
    0
  26. #7782 nemocws (@nemocws) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:31
    เริ่มรู้สึกเห็นใจชัยมากกว่าวิน เหมือนที่ชัยทำจะดูมีเหตุผลกว่า วินอะรักเขานะ ละมัวแต่คิดว่าเขาไม่รัก เลยทำตัวเองให้แย่ ไม่เห็นค่าของตัวเอง เหมือนทำเพื่ความสะใจ ให้ตัวเองเจ็บๆๆๆขึ้นไปอีกให้ตัวเองไร้ค่าขึ้นไปอีก ดูความคิดแต่ละตอนก็จะเห็นว่าเปรียบตัวเองไม่มีค่าในสายตาชัยมากๆ คิดว่าถ้าวินเห็นค่าของตัวเองก่อนน่าจะหาวิธีที่ดีกว่านี้ได้ เพราะจากมุมคนอ่าน มุมคนอื่นๆในเรื่องก็รู้หมดละว่าชัยรักวิน แค่ไม่ยอมรับมากกว่า ทำไมตัววินที่รักชัยถึงไม่รู้ มันแปลกตรงนี้
    #7782
    1