[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,327,022 Views

  • 14,669 Comments

  • 25,677 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15,859

    Overall
    1,327,022

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 คนสวยที่รวยมาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 426 ครั้ง
    11 ก.พ. 60

 



หมดเวลาของการเป็นเด็ก

ก่อนจะเมิน ละสายตาจากฉันให้ได้ก่อนเถอะ

 

+++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 2 คนสวยที่รวยมาก

 

 

 

            “แจ็กเก็ตตัวนี้สวยดี ชอบมั้ยกราฟ”

 

            “ไม่รู้สิ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่นเท่าไหร่”

 

            “ฮึ เรื่องแฟชั่นน่ะอย่าไปสนใจมันเลย คิดแค่ว่าตัวไหนดูดีบนตัวเราก็พอ”

 

            เวลานี้ นายภวิศกำลังยืนอยู่ในร้านแฟชั่นหรูระดับไฮเอนด์ใจกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังของเมืองไทย มือขาวก็ทาบแจ็กเก็ตตัวสวยลงบนหุ่นเพรียวของเด็กหนุ่ม ดวงตาคมสวยที่ตกแต่งเพียงเล็กน้อยก็น่ามองกว่าสาวๆ หลายคนก็กะด้วยสายตา เพียงไม่นาน ริมฝีปากก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มน่ามอง

 

            “เอาตัวนี้”

 

            “ไม่ลองหรือวะพี่วิน”

 

            กราฟหันไปมองเสื้อผ้าหลายตัวในมือของพนักงานคนสวยแล้วก็เอ่ยปากถาม เพราะพี่ชายต่างสายเลือดยังไม่ได้ลองเลยสักตัว แค่ถูกใจตัวไหนก็ส่งต่อ และนั่นก็ทำให้นายแบบหนุ่มยักไหล่ด้วยท่าทางไม่แคร์

 

            “ไม่ล่ะ เบื่อที่จะลองแล้ว”

 

            “เออ ก็พี่เป็นนายแบบนี่เนอะ”

 

            “ส่วนหนึ่งก็ใช่ แต่แค่มองก็รู้แล้วว่าตัวไหนเหมาะ ตัวไหนไม่” วินว่าง่ายๆ ขณะที่เดินช้าๆ ดูว่ามีตัวไหนที่จะสะดุดตาเขาได้อีก ไม่สนใจเสียงของพนักงานที่บอกว่าตัวนั้นเพิ่งจะมาจากแฟชั่นปารีสรอบล่าสุด หรือตัวนี้เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น เขาแค่สนใจตัวไหนก็หยิบขึ้นมา ใช้เวลาพินิจพิจารณาเพียงครู่ก็รู้ว่าควรจะจับจองเป็นเจ้าของหรือไม่

 

            “เบื่อแล้วหรือไง”

 

            “ก็ไม่เชิง ผมแค่แปลกใจที่พี่วินชวนออกมาด้วยกัน”

 

            “เปลี่ยนบรรยากาศไง อยู่แต่บ้านก็อุดอู้”

 

            นายแบบหนุ่มหันไปมองคนมาเป็นเพื่อน ที่แม้ตอนแรกจะประหลาดใจว่าจะชวนไปไหน แต่พอมาถึง กราฟก็เดินตามเงียบๆ ดูนั่นดูนี่ไปตามประสา ไม่มีวี่แววของความประหม่าที่ต้องเดินเข้าร้านอย่างที่บางคนใฝ่ฝันทั้งชีวิตก็ยังไม่มีโอกาส แต่ก็นั่นแหละ กราฟเองก็เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย แค่ไม่สนใจแฟชั่นการแต่งตัว ไม่ได้หมายความว่าไม่คุ้นชินกับร้านรวงระดับนี้ ซึ่ง...ดีมาก

 

            ถ้าคนของนายภาคินประหม่ากับแค่ร้านพวกนี้ก็คงอยู่ยากแล้วล่ะ

 

            “ไม่ได้ชอบแบรนด์ไหนเป็นพิเศษหรือ”

 

            “ก็ไม่นะ เมื่อก่อนผมสนแค่เรื่องรถตามพี่ภาคิน พวกเสื้อผ้า แม่จะชอบซื้อมาใส่ในตู้ให้ตามใจชอบ มีอะไรก็ใส่แบบนั้น พอย้ายมาอยู่กับพี่ภาคิน ก็มีคนจัดการให้” ซึ่งแน่นอนว่าข้าวของที่ภาคินสั่งคนเตรียมให้แต่ละตัวก็ราคาเฉียดแสนทั้งนั้น เพียงแต่คนใส่ไม่รู้ราคามัน ไม่สิ ไม่สนใจต่างหากว่าราคาเท่าไหร่  

 

            “งั้นก็หัดเลือกเสื้อผ้าเองให้เป็นได้แล้ว”

 

            วินว่าขำๆ ยามที่หันไปพยักหน้าให้พนักงานที่ถึงกับยิ้มหวาน

 

            “ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ”

 

            “พี่วิน พี่ชัยไม่เบื่อแย่หรือวะ”

 

            คำถามที่คนฟังก็หันไปมองตามสายตาน้อง แล้วพบกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ยืนรออย่างสงบอยู่หน้าร้าน ใบหน้าคมคายไม่มีแววเคอะเขินที่ต้องยืนรอเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่แฝงด้วยความน่ากลัวเสียจนหลายคนไม่กล้าผ่านเข้ามา ซึ่งนั่นก็ดี เพราะมันหมายความว่าเขาจะได้ใช้เวลาดูเงียบๆ โดยที่ไม่ต้องรำคาญเสียงคนอื่น

 

            “ก็ช่างเขาสิ”

 

            “โหพี่วิน ไม่สงสารหรือวะ กี่ร้านๆ ก็ยืนรอหน้าร้านตลอด ไม่ได้นั่งเลย” เด็กหนุ่มว่าอย่างเป็นห่วง แต่นั่นทำให้คนฟังขำ

 

            “หน้าที่เขากราฟ”

 

            “ก็ไม่เห็นต้องแคร์คำว่าหน้าที่อะไรขนาดนั้น พี่เองก็สนิทกับพี่ชัยไม่ใช่หรือ”

 

            พอน้องถาม คนฟังก็เงียบไปอึดใจ เพราะความสัมพันธ์ของเรามันไม่เฉียดใกล้คำว่าสนิทเลยสักนิด น่าจะเป็นคำว่าหน้าที่กับจำใจมากกว่า

 

            “ลองเอาคำนี้ไปพูดกับเขาดูสิ”

 

            วินว่าเรียบๆ ใบหน้าสวยเกินชายนิ่งสนิทไปแล้ว จนคนมาเป็นเพื่อนขมวดคิ้ว รู้สึกเลยว่าพี่ชายเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรสักอย่าง จนเด็กดื้อเองก็ไม่อยากเถียง เพียงเดินตามอีกฝ่ายไปจ่ายเงิน

 

            “ทั้งหมด...สี่แสนสองหมื่นเก้าพันบาทค่ะ”

 

            “อืม...กราฟ”

 

            “อะ อืมๆ นี่”

 

            คนฟังไม่มีแม้แต่มีสีหน้าตกใจกับราคา วินแค่หันมามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังล้วงกระเป๋า และหยิบบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินขึ้นมาส่งให้พนักงาน ปากก็บ่นพึมพำเบาๆ

 

            “พี่ภาคินจะฆ่ามั้ยวะพี่”

 

            “ใช่บ้าง เดี๋ยวบัตรก็ขึ้นสนิมหรอก”

 

            “บัตรน่ะไม่ขึ้นสนิมหรอก แต่ขืนพี่ยังใช้อยู่อีก ผมเนี่ยล่ะที่จะถูกฆ่า”

 

            เด็กดื้อบ่นงึมงำ แค่คิดว่าคนจ่ายตังค์ตัวจริงเห็นยอดแล้วจะทำหน้ายังไง เขาก็แอบสยองแล้ว แม้พี่ชายข้างตัวจะยืนยันให้ใช้บัตรใบนี้บ้างก็เถอะ ท่าทางที่วินก็หัวเราะ แล้วหันไปถามอีกคน

 

            “เจ้านายนายจะว่ามั้ย”

 

            “อ้าว พี่ชัย มาเมื่อไหร่วะ”

 

            กราฟได้แต่ร้องเบาๆ ไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าคนที่ยืนเป็นยามเฝ้าร้านก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้แต่มองใบหน้าคมคร้ามที่ก้มลงมายิ้มให้นิด ก่อนที่จะตอบคำถาม

 

            “คุณภาคินไม่ว่าอะไรหรอกครับ คุณกราฟใช้ไปเถอะ”

 

            “เห็นมั้ย ลูกน้องเขายังยืนยัน”

 

            “ก็ถ้าพี่ว่างั้น”

 

            เด็กหนุ่มรูปหล่อก้มลงเซ็นสลิปอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ

 

            หมับ

 

            “ไป พี่อยากไปดูกระเป๋า”

 

            “เฮ้ย พี่วินอย่าดึง ยังไม่ทันเก็บบัตรเลย”

 

            ภวิศไม่สนใจเสียงร้องของคนมาด้วย เขาแค่คว้าข้อมือกราฟ แล้วก้าวยาวๆ ออกจากร้าน ไม่สนใจข้าวของที่เสียเงินเกือบครึ่งล้านซื้อมา ทำเอาพนักงานเองก็เหวอ แต่นั่น...

 

            “ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการเอง”

 

            ปณชัยคว้าถุงสินค้าราคาเกือบครึ่งล้านมาถือด้วยมือเดียว ก่อนที่ขายาวจะรีบก้าวตามคนที่แวะเข้าร้านกระเป๋าใกล้ๆ ซึ่งเป็นร้านที่สี่ของวัน ปล่อยให้พนักงานได้แต่เหลียวมองตามหลัง

 

            “ต้องรวยแค่ไหนนะ ถึงมีคนถือของส่วนตัวมาด้วย”

 

            “ประเด็นคือคนถือของหล่อมากนะจ๊ะ หุ่นนี่อื้อหือ”

 

            คนถือของที่ไม่สนใจเสียงนินทาของพนักงาน เพราะปณชัยได้แต่เดินตามมาหยุดยืนอยู่หน้าร้านถัดไป ดวงตาคมกริบคอยเหลือบมองผู้ชายสองคนที่อยู่ด้านใน และเขาไม่ได้คิดไปเองแน่ เมื่อหนึ่งในสองคนนั้นกำลังตวัดสายตามาทางนี้ แล้วใบหน้าสวยเกินกว่าผู้หญิงที่เขารู้จักมาทั้งชีวิตก็ยกยิ้มมุมปาก จนรู้ว่า...ถูกแกล้ง

 

            ข้าวของมากมายในมือก็แค่เกมเล่นสนุกของคุณวินเท่านั้นเอง

 

          สงสารก็แต่คุณกราฟ

 

            คนที่ถูกลากเข้าร้านนี้ ออกร้านนั้นไม่ได้หยุด ส่วนเขาน่ะหรือ งานนี้ง่ายยิ่งกว่าง่าย หากแต่...อึดอัดหัวใจ

 

            ความคิดของคนที่ถอนหายใจ มองแผ่นหลังของคนที่เคยอ่อนแอในอดีต หากแต่เวลานี้ คุณวินคนนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เพราะแค่ก้าวเข้าไปในร้าน อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย ผู้ชายเองก็มองตามจนแทบจะเหลียวหลัง และนั่นทำให้งานนี้ยากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

            เขาอยากจะควักลูกตาผู้ชายทุกคน พอๆ กับอยากจะทิ้งหน้าที่ตรงนี้ไป แต่...ทำไม่ได้

 

            นับตั้งแต่งานแข่งรถผิดกฎหมายของภาคิน ซึ่งเกือบจะทำให้กราฟต้องเสียชีวิต ข่าวลือที่ว่าศัตรูตัวฉกาจของเจ้านายคิดจะเอาคืนเพราะต้องเสียหน้าอย่างหนักก็ดังกระฉ่อนไปทั่ว ซึ่งสำหรับเด็กหนุ่มแล้วยังมีอ้อมกอดของนายใหญ่กางปกป้องจนไม่ว่าใคร หากกลัวตายก็อย่าคิดมาแตะต้อง ดังนั้น เป้าหมายจะเบนไปที่ใคร ถ้าไม่ใช่...ภวิศ

 

            ดังนั้น บอดี้การ์ดส่วนตัวจึงเกิดขึ้น หน้าที่ที่ชัยไม่อยากจะรับเอาไว้ แต่คำพูดของเจ้านายก็ดังก้องในหัว

 

          งั้นจะมีใครดูแลวินได้ดีเท่ามึงอีก เสนอมาสิ

 

            คนที่รู้ว่าเขาอึดอัดใจ แต่ก็โยนหน้าที่นี้มาให้ และปฏิเสธไม่ได้

 

          แค่จบงานนี้เท่านั้น เมื่อใดที่จัดการถอนรากถอนโคนมันได้...หน้าที่นี้ก็จะจบลง

 

            ความคิดที่ไม่ได้ทำให้ใจสงบลงเลย ตรงกันข้าม หัวใจเหมือนมีอะไรบางอย่างรัดรึงเอาไว้จนขยับไม่ได้ เหมือนหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ดวงตาคู่คมก็ทำได้แค่มองตามแผ่นหลังที่ไม่มีร่องรอยของเด็กใสซื่อคนนั้นอีกแล้ว สองมือกำหมัดเข้าหากัน เพราะอยู่ใกล้แค่นี้ แต่เขาไม่มีวันและไม่มีทางเอื้อมมือนี้ไปแตะต้อง

 

          มันจะไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

            ร้านชาบรรยากาศน่านั่งตั้งอยู่กึ่งกลางของห้างสรรพสินค้า โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยสีทองที่ยิ่งเพิ่มความหรูหรามีระดับเข้าไปอีกเท่าตัว ขณะที่กลิ่นชาหอมๆ ก็ลอยกรุ่นไปทั่ว จนแม้แต่เด็กหนุ่มอารมณ์ร้อนอย่างกราฟที่ไม่คิดว่าจะเข้าร้านแบบนี้ยังนึกถูกใจ มือก็ประคองแก้วชาเอาไว้ สูดกลิ่นหอมเข้าเต็มปอด

 

            “อร่อยกว่าที่คิดแฮะ”

 

            “ไปอังกฤษก็บ่อย ไม่เคยลองหรือไง”

 

            “ขึ้นชื่อว่าชาก็ไม่เอาแล้วพี่ ผมขอสตาร์บัคดีกว่า”

 

            “มันก็ให้อารมณ์คนละอย่าง”

 

            “มันเหมาะกับพี่ แต่ไม่เหมาะกับผมนี่หว่า”

 

            กราฟว่าตรงๆ ยามที่มองผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คนที่ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดอะไรก็ดึงดูดสายตาเสียจนคนที่ไม่ค่อยสนใจคนรอบข้างอย่างเขายังสังเกตเห็น...พี่วินเด่นมาก ไม่ว่าจะเดินเข้าร้านไหน หรือเดินผ่านใครก็จะมีคนเหลียวหลังกลับมามอง แม้แต่นั่งจิบชาอยู่ตรงนี้ เขายังเห็นเลยว่าพนักงานหลายคนเหลือบแลมาทางนี้เป็นระยะๆ

 

            ร่างเพรียวและสวยในเสื้อผ้าที่เพิ่มความน่ามองไปอีกเท่าตัว ใบหน้าตกแต่งเล็กน้อย หากแต่เด่นสะดุดตา แม้แต่ท่านั่งไขว้ห้าง จิบชาด้วยท่วงท่าสบายอกสบายใจก็ยังโดดเด่น จนกราฟไม่นึกแปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงทำงานเป็นนายแบบ

 

            ถ้าใครต้องการคนมาช่วยชูโรงสินค้า พี่วินเนี่ยล่ะเหมาะ ต่อให้ถือกระเป๋าใบละร้อย ก็ดูมีราคาเหมือนใบละล้านได้

 

            “นั่งพักก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปต่อร้านต่อไป”

 

            “เฮ้ย พี่วิน วันนี้รูดไปจะเจ็ดแสนแล้วนะ”

 

            คำที่คนฟังเบิกตากว้าง ยอมรับเลยว่าถึงจะเกิดมาในครอบครัวมีอันจะกิน เขาก็ไม่เคยใช้เงินเกินครึ่งล้านในวันเดียว ของที่เขาได้มาแล้วราคาแพงที่สุดคือซูเปอร์ไบค์ที่ขู่พ่อเรื่องเมียน้อยจนได้มา นอกนั้น เขาก็ยังถือว่าเป็นเด็กม.ปลายทั่วไป

 

            ทว่า ภวิศกลับตอบด้วยรอยยิ้มน่ามอง

 

          “เงินผัว กลัวอะไร”

 

            พรวด

 

            “แค่กๆๆๆ” เท่านั้นแหละ คนฟังถึงกับสำลักชา วางแก้วลงแทบไม่ทัน แล้วคว้าผ้ามาเช็ดปาก มองคนที่ยกยิ้มขบขัน ไม่สนใจพนักงานที่หันมามองเพราะคำว่าผัว แน่ล่ะ ก็นี่ผู้ชายสองคนนั่งจิบชาด้วยกัน ถ้ามีผัวก็แปลกันตรงๆ เลยว่านี่เมียเขา แถมภวิศยังว่าต่อ

 

            “ซื้อรถคันละหลายสิบล้านเลือกขับตามอารมณ์แต่ละวันยังทำได้ กับแค่ซื้อนาฬิกาให้เมียใส่ คินขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ฮึ” คราวนี้ล่ะชัดเจนเลยว่าไอ้กราฟคนนี้เป็นเมียเขา จนรู้สึกว่าถูกอีกฝ่ายแกล้ง แต่ยังไม่ทันจะแก้ตัว เสียงทุ้มน่าฟังก็ว่าต่อ

 

            “เลือกรถขับตามอารมณ์แต่ละวันยังไม่พอ ยังเลือกนาฬิกาให้เข้ากับรถ แถมรองเท้าก็ต้องเข้ากับนาฬิกา...รู้หรือเปล่าว่าเมื่อเช้าคินใส่อะไร”

 

            เด็กหนุ่มเงียบกริบ ให้วินเฉลย

 

            “รถ Maserati นาฬิกา Patek Philippe รองเท้า John Lobb ไม่ต้องรวมราคารถ รู้หรือเปล่าว่าคินแต่งตัวออกนอกบ้านรวมแล้วมูลค่าทั้งตัวเท่าไหร่” แน่นอนว่าคนฟังเงียบสนิท ไม่มีคำใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปาก ให้คนถามยิ้มมุมปาก โน้มตัวเข้ามานิด ดวงตาไม่มีแววล้อเล่นเลยสักนิด

 

            “อยู่กับคินต้องสังเกต พี่ไม่ได้บอกให้กราฟเปลี่ยนแปลงตัวเองทันที และพี่ก็ไม่ได้บอกด้วยว่าคินต้องการให้กราฟเปลี่ยนแปลง ตอนนี้กราฟยังแค่สิบแปด ยังอ้างได้ว่ายังเด็ก แต่อีกหน่อย คนจะสังเกตว่าคนที่ยืนอยู่ข้างคินคือใคร ดังนั้น เรียนรู้ไว้ซะ เราต้องยืนอยู่ข้างๆ เขาโดยที่ไม่น้อยหน้า และไม่ให้ใครว่าได้ว่าเป็นแค่เด็กกะโปโล ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ รู้ ค่อยๆ พัฒนาไปทีละนิด และถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจก็ถามพี่ พี่พร้อมจะสอน เข้าใจมั้ย” คำที่คนฟังได้แต่พยักหน้าช้าๆ เพราะเขาไม่เคยมองอย่างที่พี่วินมองเลยสักครั้ง

 

            กราฟมองแค่ว่าเขาสามารถไล่ตามจนทันผู้ชายอย่างพี่ภาคิน แต่เขาไม่เคยคิดเหนือไปกว่านั้นว่าพอมายืนอยู่เคียงข้าง แล้วต้องทำอะไรเป็นลำดับขั้นต่อไป และพี่ภาคินก็ไม่เคยขอให้ทำ ทว่า...จริงอย่างที่พี่วินพูด

 

            เขาจะไม่ให้ใครว่าได้ว่าพี่ภาคินคว้าไอ้เด็กเหี้ยที่ไหนไม่รู้มายืนอยู่ข้างๆ

 

            “พี่วินรู้เรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

            คำถามที่คนฟังยกยิ้มมุมปาก เหลือบไปมองฉากกั้นระหว่างร้านกับทางเดินของห้างสรรพสินค้า และตรงนั้น...มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ยืนหันหลังให้อยู่

 

            คนที่ไม่ได้เข้ามาในร้าน แต่ใช่ว่าจะอยู่ห่างตัว

 

            “พี่ก็เหมือนกราฟ เสียเวลาไปทั้งชีวิตไล่ตามคนที่ไม่เห็นค่าเรา”

 

            กึก

 

            คนที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินทุกคำ และดวงตาก็วาววับจนน่ากลัว

 

            “พี่เคยบอกใช่มั้ยว่าเห็นกราฟแล้วนึกถึงตัวเอง ฮึ เหมือนกันจนน่าแปลกล่ะ เพียงแต่พี่ใช้เวลาทั้งชีวิตตอนนั้นอย่างไร้ค่า เพื่อคนที่ไม่เห็นค่าและราคาในตัวพี่ และมันเสียเวลาเปล่า” ดวงตาคมสวยมองเพียงหลังหัวของคนที่สูงเลยฉากกั้น ริมฝีปากยกยิ้มเยาะ...ตัวเอง

 

            “ใครวะ มีใครที่โง่ไม่สนใจพี่วินด้วยหรือวะ”

 

            นายแบบหนุ่มหันมาสบตาน้อง ก่อนที่จะจงใจว่าให้ใครบางคนได้ยิน

 

          “นั่นสิ ก็คงเป็นแค่คนโง่คนนึง”

 

            “...”

 

            คำที่ปณชัยไม่พูดอะไรสักคำ ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉย แต่แววตา...น่ากลัวจนคนผ่านไปมาก็แทบไม่กล้าเดินผ่าน

 

            “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ มันจบไปแล้ว จากนั้นพี่ก็แค่สนใจตัวเองมากขึ้น หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง หาความสุขที่เคยมองข้ามมันไป มองว่าอะไรที่คู่ควรกับเรา และมาคิดได้ทีหลังว่าเราจะวิ่งตามสิ่งที่ไม่ใช่ของเราไปทำไม” จากนั้น วินก็ยิ้มร้าย จงใจบอกให้อีกคนได้ยิน

 

          “พี่ให้คนอื่นวิ่งตามเรา...สนุกกว่ากันเยอะ”

 

            เขาไม่คิดจะวิ่งตามใครอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็จะไม่เปิดโอกาสให้ใครอีกคนวิ่งหนีเหมือนกัน

 

            ความคิดที่ทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มร้ายกาจ จนคนมองอดรู้สึกไม่ได้...

 

          นี่แม่งน้องพี่ภาคินชัดๆ ใครแม่งโง่กล้าทิ้งคนแบบนี้แล้วไม่กลัวถูกเอาคืนวะ!

 

            คนโง่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงเมตร และรับฟังทุกถ้อยคำด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่หากใครจะรู้ล่ะว่าในใจของผู้ชายคนนี้ปั่นป่วนกับคำพูดเหล่านี้มากมายแค่ไหน แต่ก่อนที่ภวิศจะพูดอะไรมากกว่านั้น...

 

            “คุณชัยนี่คะ”

 

            ขวับ

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มก็ต้องหยุดความคิดทุกอย่างลง หันไปมองตามเสียงเรียก จนเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่สวมใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วน ในมือคล้องกระเป๋าปราด้าใบเก่งเอาไว้ แถมยังยกยิ้มยินดี ปราดเข้ามาจับแขนอย่างสนิทสนม

 

            “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงจังเลย”

 

            “สวัสดีครับ”

 

            ปณชัยเพียงทักทายด้วยท่าทางสุภาพ ซึ่งอีกฝ่ายก็ยกยิ้มหวาน ปรายตามองข้าวของมากมายในมือชายหนุ่ม แล้วก็ถึงกับตาโตเมื่อเห็นถุงแบรนด์แต่ละใบ

 

            “มาช้อปปิ้งหรือคะ”

 

            “เปล่าครับ ผมมาทำงาน”

 

            ร่างสูงใหญ่จงใจบอกว่าทั้งหมดนี่ไม่ใช่ของเขา แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผู้หญิงที่เขามั่นใจว่าเคยเจอแค่ครั้งเดียวถอยหนี ตรงกันข้าม ร่างระหงกลับขยับเข้ามาลูบแขนอย่างมีชั้นเชิง ช้อนตาขึ้นมองอย่างยั่วยวน แถมยังมีแววชักชวนอย่างเห็นได้ชัด จนเขาเองก็จำอีกฝ่ายได้บ้างแล้ว

 

            ผู้หญิงคนนี้เป็นนางแบบและเป็นคนที่เจ้านายไม่สนใจจนส่งต่อมาให้ ซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธ

 

            คนที่เจ้านายรู้ว่าต้องการอะไร แววตากระหายมันชัดเจนเสียจนนายภาคินเองก็ไม่ใยดี ส่วนเขาก็แค่ไม่อยากให้เสียน้ำใจของฟรีที่เสนอให้ถึงตัว

 

            “แล้วหลังเลิกงานว่างมั้ยคะ...คิดถึงจังเลย”

 

            หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ ว่าเสียงพร่า จงใจเอาหน้าอกมาบดเบียดที่ท่อนแขน ในจังหวะที่...

 

            ครืด

 

            “ปล่อยเถอะ ตอนนี้ผมทำงานอยู่” ชัยดีกว่าเจ้านายตรงที่ไม่บอกปัดตรงๆ แต่แววตาคู่คมก็ควรจะมากพอให้อีกฝ่ายถอยห่าง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้ผล อีกฝ่ายยิ่งเบียดเข้ามาหา กระซิบเบาๆ

 

            “นะคะ คิดถึงคุณจังเลย รวมทั้ง...”

 

            แววตาหญิงสาวปรายลงมามองข้างล่าง จนคนฟังขมวดคิ้ว

 

            “ไปได้แล้ว”

 

            ทันใดนั้น เสียงราบเรียบของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น จนพบว่าภวิศและกฤติธีก้าวออกมาจากร้านเรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมสวยก็มองตรงมา ไม่มีแววโกรธเคืองหรือไม่พอใจ เพียงสั่งว่าไปกันได้แล้ว จนชัยเองก็ปลดแขนคนที่เกาะเขาเอาไว้

 

            “อุ๊ย คุณวินไม่ใช่หรือคะ แล้วนั่นคนใหม่หรือคะ ตายแล้ว เด็กๆ ก็ไม่เว้นหรือคะเนี่ย

 

ต่อค่ะ

 

            กึก

 

            ภวิศตั้งใจว่าจะไม่หาเรื่องแล้วนะ เพราะเห็นแววตาริษยาของอีกฝ่ายตั้งแต่หันมาเห็นเขา แต่ไม่คิดเหมือนกันว่าทางนั้นจะกล้าหาเรื่องกันตรงๆ แถมยังลากเด็กข้างตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจนจำอีกฝ่ายได้ลางๆ...น่าเป็นนางแบบที่มาเป็นตัวประกอบให้เขาสักงาน

 

            “เฮ้ย พูดอะไรวะ!

 

            หากความใจเย็นไม่ได้เผื่อแผ่ไปที่กราฟเลยสักนิด เพราะเด็กอารมณ์ร้อนชักสีหน้า ว่าด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง

 

            “ตายแล้ว เก็บเด็กที่ไหนมาคะเนี่ย”

 

            “มึง...”

 

            หมับ

 

            กฤติธีไม่ทันจะพูดจบ มือของอีกคนก็วางลงบนหัวไหล่ บีบเบาๆ จนหันขวับมามองว่าพี่จะปล่อยให้ยัยนี่มาดูถูกหรือวะ แต่เด็กหนุ่มก็ต้องเงียบเสียงเมื่อเจอกับแววตาร้ายกาจของคนที่มองตรงมา พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู

 

            “ดูพี่เป็นตัวอย่าง”

 

            บทเรียนฉบับเร่งรัดที่วินก้าวเข้ามาประชิดตัวของหญิงสาว ใบหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงคนนี้ก็ประดับด้วยรอยยิ้มน่ามอง

 

            “เด็กที่มีปัญญาซื้อของทั้งหมดนั่นไงครับ” ชายหนุ่มปรายตาไปยังข้าวของมากมายในมือของปณชัยที่ทำเอาอีกฝ่ายเบิกตากว้าง หันขวับไปมองกราฟอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อหู แต่เพียงพักเดียว รอยยิ้มถือตัวก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ว่าด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง

 

            “แหม แต่เด็กไปมั้ยคะสำหรับคุณวิน”

 

            ท่าทางที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าอิจฉา และวินก็จำได้แม่นถึงสายตาริษยาของคนที่มาเป็นตัวประกอบให้เขา

 

            “คุณวินนี่ได้กับคนหลากหลายดีนะคะ”

 

            “ผมว่า...”

 

            ฟึ่บ

 

            ทันใดนั้น ปณชัยก็เอ่ยขึ้นมา แต่ต้องเงียบเสียงลง เมื่อเจ้านายคนสวยตวัดสายตามามอง และมันมีแววเย็นชาไม่ต่างจากคนเป็นญาติ แววตาที่บอกว่าอย่าคิดเข้ามาช่วยผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด เพราะอีกฝ่ายต้องรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเขา...ไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว

 

            จากนั้น ชายหนุ่มก็หันมาสบตาสาวสวยอีกครั้ง

 

            “ครับ ผมก็คบกับคนหลากหลายนะครับ” ดวงตาจิกต่ำลง มองคนที่เตี้ยกว่าด้วยแววตาที่บอกว่า...คนละระดับ

 

            “แต่ผมว่าผู้ชายที่ผ่านมาหลายๆ คน เขาเรียกว่าคนมีประสบการณ์ แต่ผู้หญิงที่ได้ไม่เลือก คนไทยเขาเรียกว่ายังไงนะ” วินยกมือแตะที่ริมฝีปากด้วยท่วงท่าน่าดู แล้วก็ร้องเบาๆ

 

            “อ้อ” ชายหนุ่มลากเสียงยาว ยามที่โน้มตัวเข้าไปใกล้ ดวงตาวาววับ จนอีกฝ่ายผงะด้วยความระแวง จากนั้นก็กระซิบ

 

          “ร่านใช่มั้ยครับ”

 

            กึก

 

            คนฟังเบิกตากว้าง จ้องมาตาแทบจะถลนออกจากเบ้า ตอนนี้ใบหน้าสะสวยดูไม่ต่างจากนางมารที่แต่งหน้าจัดเกินไป ทั้งยังบิดเบี้ยวไม่ได้รูป แต่ภวิศยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะเสียงทุ้มน่าฟังว่าด้วยน้ำเสียงขบขัน

 

            “พอดีผมไปอยู่ต่างประเทศมานาน ภาษาไทยเลยไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ร่านนี่แปลว่าอะไรนะครับ มั่วไปทั่วแถมยังให้เขาเอาฟรีๆ หรือเปล่านะ...ว่าไงกราฟ” ท้ายประโยค นายแบบหันไปถามคนมาด้วยที่บัดนี้เงียบกริบ รู้แล้วว่าอย่าคิดออกโรงแทน เพราะภวิศคนเดียวก็...เอาอยู่

 

            ถ้อยคำดูถูกที่หญิงสาวก็ขยับปากหมายจะโต้กลับ แต่ก็ยังไม่ทันชายหนุ่มร่างเพรียวที่ปรายตามองไปยังกระเป๋าที่ถืออยู่ แล้วหันไปเรียกปณชัย

 

            “เอาถุงใบนั้นมาหน่อยสิ”

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มมองหน้าเพียงแวบเดียว แล้วก็ละสายตา ไม่พูดอะไรนอกจากส่งถุงแบรนด์ดังมาให้เจ้านาย และภวิศก็กำลังส่งต่อให้หญิงสาวที่กำหมัดแน่น ทำท่าเหมือนจะร้องกรี๊ดออกมากลางห้างอยู่แล้ว

 

            “เอาใบนี้ไว้ใช้นะครับ ตอนแรกผมซื้อกะมาหิ้วเล่นๆ แต่ผมให้คุณดีกว่า แล้วผมขอเตือนด้วยความหวังดี...”

 

            วินจิกสายตามองกระเป๋าใบมืออีกฝ่ายอีกครั้ง แล้วก็ยิ้ม

 

            “อย่าถือใบนั้นไปไหนต่อไหนเลยครับ คนที่เขาดูออก เขารู้ว่านั่น...ของปลอม

 

            คนพูดจงใจเสียงดังในประโยคสุดท้ายที่ทำเอาอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำ รีบกอดกระเป๋าใบที่ถืออยู่เอาไว้แน่นด้วยท่าทางอับอายขายขี้หน้า อย่างที่บอกให้รู้เลยว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันถูกต้องตามนั้นทุกประการ และนั่นก็ทำให้วินแค่ยกยิ้มเยาะ วางถุงกระเป๋าที่พื้นอย่างไม่ใส่ใจว่าเพิ่งจะโยนเงินทิ้ง เพราะหากเสียเงินแค่นี้แลกกับความสะใจ...คนอย่างวินยอมจ่าย

 

            จากนั้น ชายหนุ่มก็หันมาบอกคนมาด้วย

 

            “ไปเถอะ ยังเหลือเงินที่อยากจะจ่ายออกอีกเยอะ”

 

            ว่าจบ คนพูดก็เดินนำไปก่อน ให้กราฟเองก็รีบก้าวตาม บอกด้วยน้ำเสียงทึ่งๆ

 

            “พี่วินแม่งโคตรเจ๋งเลยว่ะ”

 

            “ฮึ พี่ทำอะไร พี่แค่พูดความจริง”

 

            “แล้วจะดีหรือวะพี่ มันดูถูกพี่วินนะ ใบนั้นพี่วินจ่ายเองนี่” เด็กหนุ่มถามอย่างสงสัย แบบที่คนฟังก็แค่ยักไหล่ด้วยท่าทางไม่แคร์

 

            “พี่บอกแล้วว่าซื้อมาหิ้วเล่น ถือว่าทำทานให้พวกเปรตขอส่วนบุญ ไม่ทำให้พี่เสียหายเท่าไหร่หรอก” นายแบบก้าวจากไปพร้อมกับเด็กรูปหล่ออีกคนแล้ว ปล่อยให้คนที่คิดจะเล่นเขา แต่กลับถูกกัดจนเป็นแผลเหวอะหวะ ยืนอับอายอยู่ตรงนั้น

 

            ขณะที่ปณชัยก็มองตามแผ่นหลังนั้นไป แล้วหันมาหาคนที่ชักชวนเขาเมื่อครู่

 

            “ผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ”

 

            หมับ

 

            “เดี๋ยว!!! คุณชัย! คุณไม่เห็นหรือว่าเจ้านายคุณพูดอะไรออกมา!

 

            คำถามที่ดวงตาคู่คมก็มองกลับด้วยความเฉยชา แล้วตอบกลับเพียงว่า...

 

            “แล้วเจ้านายผมพูดผิดตรงไหนหรือครับ”

 

            คราวนี้คนฟังอ้าปากค้าง มองคนที่น่าจะใจดีกว่าสองพี่น้อง แต่กลับพูดด้วยท่าทางเรียบเฉย ทั้งยังก้มลงหยิบแล้วส่งถุงกระเป๋าใบนั้นให้

 

            “เก็บเอาไว้เถอะครับ คุณจะได้จำได้ว่าราคาของคุณกับเจ้านายผม...มันต่างกัน”

 

            ชายหนุ่มยกยิ้มสุภาพ แล้วก้าวตามผู้เป็นนายไป โดยไม่คิดจะเหลียวหลังมองคนที่เข้าหาสักนิด เพราะอย่าคิดว่าเขาไม่โกรธกับคำพูดไม่ให้เกียรติเช่นนี้ เขาโกรธ เพียงแต่เขาจะทำอะไรได้ เมื่อคุณภวิศคนนั้นไม่ใช่คนที่ต้องให้ใครช่วยอีกต่อไปแล้ว

 

            คนที่บอกตัวเองว่าเด็กชายวินคนนั้นไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว เหลือแต่คนที่หากใครร้ายมา...ก็อย่าหาว่าเขาร้ายกลับก็แล้วกัน

 

..............................................

 

            ครบค่ะ ไม่รู้ว่าหลายคนจะสะใจพอหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าอย่าคิดเล่นกับคนอย่างพี่วิน เพราะผู้ชายคนนี้จะไม่งอมืองอเท้าให้เล่นอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน คนอื่นสิที่ต้องเป็นของเล่นแล้วขยับบนฝ่ามือของพี่วิน อ้ะ แต่เว้นไว้คนก็ได้ค่ะ พ่อคนใจแข็งเหลือเกิน ที่หลายคนอยากจะควักหัวใจของพระเอกคนนี้ออกมาดูว่าจะใจร้ายกับคนสวยของเราได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว

            ทว่า เมย์ว่าตอนนี้คงมีใครหลายคนเทใจให้พี่ชัยบ้างล่ะ เขาเองก็แบ่งระดับออกจะชัดเจนนะคะ พี่วินน่ะระดับไหน แล้วคนที่เขานอนด้วยน่ะระดับอะไร แต่ถ้ามองลึกลงไป นั่นคือการที่พี่ชัยตีค่าตัวเองเหมือนกันเนอะ แล้วก็อีกเรื่องจ้า ลืมมาตอบ เรื่องลุงฝังมุกอะ (นี่นอกจากจะเป็นคนใจร้ายแล้ว พระเอกเราเป็นลุงแล้วนะเออ) ก็ตามนั้นอะจ้า ตรงตามตัวอักษรทุกประการ นี่ถามคุณพยาบาลทั้งหลายมาแล้วว่ามันกลิ้งได้ด้วยนะ แฮ่ (ถ้าจะโดนแบนก็ตรงนี้แหละ)

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 426 ครั้ง

387 ความคิดเห็น

  1. #14278 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 11:28
    พี่วินนน ชอบบบ
    #14278
    0
  2. #14190 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 06:48
    รักพี่วิน
    #14190
    0
  3. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 10:48

    อยากจะเรียกพี่วินว่าผัวก็เกรงใจลุง เอ้ย...พี่ชัย

    #12863
    0
  4. #12706 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 00:54
    ยอมใจความรวย
    #12706
    0
  5. #12656 yghchb (@yinggyty) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 03:08
    รวยมากกกก ยอมแล้วพี่วินนนนน แซ่บมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #12656
    0
  6. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 07:19
    นิยามของคำว่า สวยและรวยมาก จริงๆ
    #12445
    0
  7. #11790 knock--0990 (@CB----) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 22:49
    หูยยยยย พี่ชัยเขาก็ร้ายนะคะคุณขาาาาาาาา
    #11790
    0
  8. #11629 ThanPKt (@ThanPKt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 13:59
    หูยยยยยยย เเซ่บบบบบบลืมม
    #11629
    0
  9. #11106 Chamor. (@sasi-pt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:04
    พริกทั้งสวนก็สู้พี่วืนไม่ได้ค่ะ แต่ฮือเสียดายกระเป๋าใบนั้นจัง5555
    #11106
    0
  10. #11072 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 15:09
    พี่วินร้ายแซ่บสะแด่วมากค่ะ
    #11072
    0
  11. #10904 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 11:40
    แซ่บไปอี๊กกกกกก
    #10904
    0
  12. #9955 Chanannn (@Sweetbt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 18:33
    โอ๊ยยยยยย แซ่บๆๆ
    #9955
    0
  13. #9461 Baleef_MaMaNoo (@evefiww) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 08:18
    พี่ชัยนี่มีเหตุผลอะไร ทำไมไม่ยอม้ปิดใจ
    #9461
    0
  14. #9431 NearPear (@nearpear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 04:02
    ถึงไม่รู้ว่ากระเป๋าของอะไร
    แต่พูดตรงๆว่าเสียดายค่ะ5555555555555
    #9431
    0
  15. #9430 NearPear (@nearpear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 04:01
    ถึงไม่รู้ว่ากระเป๋าของอะไร แต่พูดตรงๆว่าเสียดายค่ะ5555555555555
    #9430
    0
  16. #8799 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:02
    โอ้ยยยยย พี่วินนี่วินสมชื่อจริงๆค้าาาาา ชอบบบบบบบ ;)
    #8799
    0
  17. #7075 Daebae (@Daebae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 18:25
    นางเริดค่ะ วินสู้เขาลูก แม่ทุ่มสุดตัว
    #7075
    0
  18. #6043 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 12:11
    พี่วินเริดดดด
    #6043
    0
  19. วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 03:52
    สะใจมากกกก
    #5030
    0
  20. #4791 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 19:55
    วินนี่เปลี่ยนไปจริงๆ
    #4791
    0
  21. #4648 nanuinanui (@nanuinanui) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:38
    คือดีคือเริ่ด
    #4648
    0
  22. #3934 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 18:31
    สะใจอ่ะ5555555
    #3934
    0
  23. #3363 Spinser (@jirapaza52) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 17:30
    แม่ลงล้าววว
    #3363
    0
  24. #2788 jacky2546111_ (@jacky2546111_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 16:59
    เอาจริงอ่านถึงนี่ไม่เห็นแววว่าจะรักกันเลย????
    #2788
    0
  25. #2773 moomee1112 (@mee1112) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 13:26
    อย่าตอนนี้จบละแบบ สะใจจ55555555 // ยิ้มเย้ยแบบวิน
    #2773
    0