[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,323,786 Views

  • 14,658 Comments

  • 25,664 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12,623

    Overall
    1,323,786

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 31 คนเก่าไป คนใหม่มา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 932 ครั้ง
    8 ส.ค. 61


ตอนที่ 31 คนเก่าไป คนใหม่มา

 

 

 

            “...”

 

            “...”

 

            สิ้นคำของปณชัย ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงดวงตาสองคู่ที่ประสานกันนิ่ง แล้วคนที่ควรจะนิ่งอึ้งที่สุดกลับแย้มยิ้มขึ้นมาทีละน้อย หากแต่มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะ ไม่ใช่รอยยิ้มสมเพช หรือรอยยิ้มกวนอารมณ์ หากแต่เป็นรอยยิ้ม...เหนื่อยอ่อน

 

            “เหนื่อยมั้ยที่ต้องโกหกฉันแบบนี้”

 

            “ผมไม่ได้โกหก” บอดี้การ์ดหนุ่มสวนกลับเสียงเข้ม

 

            “แต่ฉันไม่เชื่อ” ขณะที่ภวิศแค่บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ก้าวถอยหลังอีกก้าว ใบหน้าสวยหากแต่ซีดเซียวส่ายไปมาช้าๆ ยามที่สบประสานกับดวงตาคู่คม

 

            “งั้นผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อ”

 

            ดวงตาคมกร้าวคู่นั้นจ้องเขม็ง ไม่มีแววล้อเล่นในคำพูดเลยสักนิด แต่สำหรับคนฟังที่เจอมาหนักพอแล้วสำหรับวันวันเดียวกลับทำได้แค่เผยอริมฝีปาก วินรู้ตัวเลยว่าปากของเขาสั่น จนต้องปิดปากลงอีกครั้ง กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ห้ามตัวเองสุดความสามารถไม่ให้เม้มริมฝีปากเข้าหากัน มือข้างหนึ่งที่เผลอยกขึ้นมาจับข้อศอกอีกข้างตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้บีบแน่น

 

            ตอนนี้เขาต้องการกำลังใจ แต่ดูเหมือนว่าแทบไม่มีเหลือแล้ว

 

            สุดท้าย วินก็เปิดปากอีกครั้ง

 

            “นายกำลังเข้าใจผิดนะชัย” คำตอบที่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องที่คุยกันอยู่ทำให้ปณชัยขมวดคิ้วฉับ ขายาวก็ก้าวเข้ามาหาอีกก้าว และวินก็ถอยหนีอีกก้าวเช่นเดียวกัน

 

            “ผมเข้าใจอะไรผิด” ร่างสูงเป็นฝ่ายยอมหยุดไล่ตาม ดวงตาคู่คมฉายแววสิ้นหวังชั่วแวบหนึ่งยามมองผู้เป็นนายที่กำลังถอยห่างจากเขา

 

            ครั้งนี้วินไม่เห็น หรืออีกนัย...เขาไม่อยากเห็นอะไรที่ทำให้หวังอีกแล้ว

 

            “ความรู้สึกของนายไง” นายแบบหนุ่มใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีเพื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่คม และเอ่ยสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ซึ่งความเข้มแข็ง

 

            “ความรู้สึกของผมมันทำไม”

 

            วินมองตา แล้วเอ่ยคำที่กรีดหัวใจตัวเองออกไป ช้าๆ ชัดๆ

 

          “หึงกับหวงของ มันไม่เหมือนกันหรอกนะ”

 

            กึก

 

            คนสนิทของภาคินถึงกับชะงัก แต่คนพูดก็ไม่คิดเว้นช่วงให้โต้กลับ เพราะไม่อย่างนั้น เขาคงไม่เหลือแรงจะพูดต่อให้จบ

 

            “ฉันเข้าใจ ฉันเองก็เป็นคนนึงที่ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร ครั้งแรกที่ฉันนอนกับนาย ฉันก็พูดเองว่าให้นายเลิกยุ่งกับพวกคู่ขาทุกคน ดังนั้น ฉันจึงเข้าใจว่านายกำลังรู้สึกยังไง นั่นสินะ ฉันว่านายสกปรก ฉันที่ใช้ปากให้คนอื่นก็คงดูสกปรกในสายตานาย ไม่แปลกที่นายจะโกรธและทำกับฉันแบบนั้น ช่างมันเถอะ ฉันยกโทษให้ ฉันเข้าใจว่านั่นคือการ...หวงของ...ก็เท่านั้น”

 

            วินกล้ำกลืนพูดทุกอย่างออกไป ทั้งที่หัวใจเขากำลังกรีดร้อง กำลังสมน้ำหน้าตัวเองว่ารู้อยู่แล้วว่าสุดท้าย เส้นทางของเขากับผู้ชายคนนี้ไม่มีทางบรรจบกัน แต่ก็ยังดันทุรังทำร้ายตัวเองต่อไป ดังนั้น มันสมควรแล้วที่เขาควรจะต้องเจอกับความเจ็บปวดแบบนี้

 

          ไม่เป็นไรวิน เจ็บแค่นี้ไม่ตายสักหน่อย

 

            หมับ

 

            “ผมไม่ได้หวงของ!

 

            ทันใดนั้น คนที่อารมณ์เย็นมาตลอดก็จับเข้าที่แขนขาว กระชากเข้าหาตัวอย่างที่วินเองก็ตั้งตัวไม่ทัน ฟังเสียงต่ำพร่าที่แสนอันตรายอย่างที่คนพูดแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

 

            ทว่า...

 

            “ก็นายบอกฉันเองนี่ว่าฉันเป็นแค่สิ่งของ”

 

            วินเงยหน้า มองตาคนที่เคยเอ่ยคำนั้นออกมา และนั่นก็ทำให้คนฟังถึงกับตัวแข็ง

 

          อย่ามายุ่งกับของของคนอื่น

 

            วินาทีนั้น ไม่ว่าจะเป็นปณชัยหรือภวิศก็ได้ยินเสียงตวาดก้องที่คนตัวโตเคยพูดใส่หน้าแทรังเช่นเดียวกัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่หลบตา และนั่นก็ทำให้ร่างเพรียวเห็นแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดที่อีกฝ่ายไม่คิดจะปิดบังมันเอาไว้อีกต่อไปแล้ว

 

            “นายพูดเอง...วันนั้น...แต่วันนี้นายกลับบอกว่าไม่ใช่...” วินบิดมือจากการเกาะกุม และครั้งนี้ก็หลุดอย่างง่ายดาย แบบที่คนตัวโตก็ไม่กล้าพอที่จะรั้งเอาไว้

 

            “หรือว่า...” ดวงตาของคนพูดสั่นระริก แล้วถามเสียงแผ่วเบากว่าเดิม

 

            “...แม้แต่สิ่งของ ฉันก็เป็นไม่ได้ในสายตานาย”

 

            “ไม่ใช่นะครับคุณวิน!” ชัยบอกเสียงจริงจัง ดวงตาจริงจังยิ่งกว่า

 

            “คุณวินมีค่ากับผมมากกว่าที่คุณคิด”

 

          เพราะฉันเป็นญาติสนิทของคินใช่มั้ย

 

            วินเกือบจะหลุดถามออกไปอยู่แล้ว แต่คำถามนี้กลับจุกอยู่ที่ลำคอ เพราะตอนนี้เขาไม่มีแรงจะทำร้ายตัวเองมากไปกว่านี้ ใบหน้าซีดเซียวจึงส่ายไปมา พึมพำเสียงเบา

 

            “ฉันเหนื่อย ตอนนี้ฉันไม่มีแรงจะเถียงกับนาย”

 

            “ผมต้องทำยังไงคุณวินถึงจะเชื่อผม!” หากคนที่ช่วงหลังมานี้ขัดคำสั่งเหลือเกินก็แทรกขึ้นมา มือดันประตูเอาไว้ไม่ให้เจ้านายหนีกลับเข้าห้อง

 

            คำถามที่ภวิศส่ายหน้าช้าๆ แล้วเอ่ยคำที่แม้แต่ผู้ชายตัวโตดั่งกำแพงเหล็กก็สั่นคลอน

 

          “ขอร้อง”

 

            “...”

 

            ไม่ใช่แค่น้ำเสียงอ่อนละโหยโรยแรงที่ไม่เคยได้ยินเท่านั้น แต่ทั้งร่างกายที่คุดคู้เข้าหากัน ทั้งดวงตาฉายประกายอ้อนวอน หรือสีหน้าที่เหมือนจะล้มพับได้ทุกเมื่อ ทั้งหมดนั่นทำให้คนที่อยากจะคุยให้รู้เรื่องหลับตาลงช้าๆ สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนที่...จะละมือจากบานประตู

 

            “ผมเข้าใจแล้ว”

 

            คนตัวโตก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อออกไปจากกรอบประตู ปล่อยให้ผู้เป็นนายปิดประตูลงช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้ม...เจ็บปวด

 

            กระทั่งมันปิดสนิทดีแล้ว ปณชัยก็วางกำปั้นลงบนบานประตู แนบหน้าผากลงกับประตูไม้หนา

 

            “แล้วผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าคุณมีค่ากับผมที่สุด” ชายหนุ่มถามเสียงพร่า ดวงตาอ่อนแอแบบที่ไม่เคยแสดงให้ใครคนไหนได้เห็น...ความรู้สึกที่เขาเก็บงำมาเกือบสิบปี

 

            ขณะเดียวกัน คนในห้องเองก็กำลังยกมือแตะบานประตู แล้วเอ่ยเสียงเบาแสนเบา หาก...จะขาดใจ

 

          “รักฉันสิ นายก็แค่ต้องรักฉัน...แค่รักฉันเท่านั้น”

 

            จากนั้น น้ำตาหยดใสก็ไหลลงมาช้าๆ

 

            เวลานี้ พวกเขามีเพียงบานประตูที่กางกั้น ห่างกันเพียงไม้หนึ่งแผ่น แต่ความรู้สึกที่เผยออกมานั้น...ไม่อาจจะส่งไปให้อีกฝ่ายรับรู้ได้เลย

 

..........................................

 

            เช้าวันรุ่งขึ้น ภวิศไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดกล้ามเนื้อ หลังจากที่นอนพลิกไปมา กว่าที่จะผล็อยหลับก็ตอนที่ฟ้าเกือบสว่าง นึกขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้กำหนดการออกจากโรงแรมคืออีกหลายชั่วโมงหลังจากนี้ แถมตารางงานวันนี้ก็นั่งรถไม่ไกล และกลับมาพักที่โรงแรมนี้อีกคืน จนไม่ต้องเร่งรีบเก็บข้าวของลงไปข้างล่าง

 

            วินรู้ว่าเขาควรจะพักผ่อน ควรจะนอนอีกสักนิด แล้วไม่ต้องมีใครเอากระจกมาให้ส่องก็รู้ตัวดีว่าต้องโทรมจนโดนบ่น หากแต่เขาไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจหน้าตาของตัวเอง

 

            นายแบบหนุ่มเคยคิดว่าตอนอายุสิบเจ็ดแย่แล้ว แต่ตอนนี้มันแย่ยิ่งกว่า

 

            เขาสับสน อึดอัด เสียใจ หาทางไปต่อไม่ถูก

 

            “หมดเวลาอ่อนแอแล้ววิน ลุกขึ้นได้แล้ว” สุดท้าย เสียงสั่นพร่าเหมือนคนไม่สบายก็ดังออกมาจากลำคอ จนยกมุมปากขึ้นน้อยแสนน้อย

 

          โชคดีอีกข้อคือมึงไม่ต้องใช้เสียงทำงาน

 

            เจ้าตัวคิดพลางลุกขึ้นจากเตียง นิ่วหน้านิดกับอาการปวดแปลบที่ช่องทางด้านหลัง หากวินเลือกจะไม่สนใจมัน แค่ก้าวยาวๆ เข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจก

 

            ครั้งสุดท้ายที่เขาโทรมขนาดนี้มันเมื่อไหร่กัน

 

            คำตอบคือ...นี่เป็นครั้งแรก

 

            ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้เงาสะท้อน มองผู้ชายที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ซึ่งมันเคยดูเซ็กซี่ในสายตาคนอื่น แต่เวลานี้กลับดูย่ำแย่เมื่อล้อมอยู่กรอบใบหน้าที่ซีดจนเหมือนกระดาษ ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงอยู่ค่อนคืน ผิวหยาบกระด้างจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หนำซ้ำเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงเมื่อวาน อย่าว่าแต่น้ำสักหยด

 

            วินพยายามยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่มันดูไม่ได้เลยสักนิด

 

            ใบหน้าที่เขาเคยภาคภูมิใจ รอยยิ้มที่เคยมั่นใจในตัวเอง ทุกอย่างมันหายวับไปเพราะผู้ชายคนเดิม

 

            ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังถามตัวเองว่าเขาพยายามมาหลายปีนี้เพื่ออะไร

 

            ใช่สิ วินพยายามเพื่อให้ปณชัยเห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่อ่อนต่อโลกอีกต่อไปแล้ว เขาเก่ง เขากล้า เขามีประสบการณ์ไม่ต่างจากคนที่อีกฝ่ายเคยยุ่งเกี่ยวด้วย อยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่เด็ก เขาดูดี เขามีเสน่ห์ และมีค่าพอที่จะได้รับอ้อมกอดที่เฝ้าปรารถนามาตลอด หากความพยายามเขากลับสิ้นท่า

 

            “อย่าว่าแต่กอดเลย หน้าแบบนี้คงไม่อยากมอง”

 

            ชายหนุ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตาจนต้องก้มหน้า วักน้ำขึ้นมาลูบใบหน้าจนเปียกชุ่ม

 

            หากทันทีที่หลับตา คำพูดและสีหน้าของใครอีกคนก็แวบเข้ามาในหัวจนจนวินล้างหน้าแรงขึ้น ไม่สนใจเสื้อที่เปียกลู่กับลำตัว

 

            เขาเชื่อไม่ลงจริงๆ

 

            สุดท้าย ภวิศก็ทำได้แค่ก้าวเข้ามาใต้ฝักบัว เปิดน้ำเย็นจัดให้ไหลรินรดศีรษะ สองมือยกขึ้นปิดหน้าตัวเอง พลางกระซิบเตือนซ้ำๆ

 

            “มึงมีค่าแค่เป็นน้องของคินเท่านั้น”

 

            ตอนนี้เขาเจ็บเกินกว่าจะเชื่อคำพูดสวยหรูของผู้ชายที่มีชื่อว่าปณชัย

 

.....................................

 

            กว่าวินจะก้าวออกมาจากห้องน้ำก็ตอนที่ผิวเริ่มเปื่อย ร่างกายสั่นสะท้านกับน้ำเย็นจัด ให้เฝ้าเตือนตัวเองว่าเขาจะมาป่วยตอนนี้ไม่ได้ แต่แม้จะพยายามแต่งตัวก็แล้ว แต่งหน้ากลบความอ่อนล้าก็แล้ว นายแบบหนุ่มก็สรุปว่าเขาไม่ได้ดูดีขึ้นเลย ตรงกันข้าม ถ้าแทรังตัดสินใจเปลี่ยนนายแบบกลางคัน เขาก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด

 

          ช่างมันสิ ในเมื่อจะเสียงานของปาร์คจองซูอยู่แล้ว ถึงจะถูกใครพูดไล่หลังว่าถูกถอดจากงานของอึนแทรัง ค่าก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่

 

            แอ๊ด

 

            กึก!

 

            ความคิดที่ต้องชะงักงัน เมื่อเปิดประตูมาเจอกับผ้าคลุมที่วางพับเรียบร้อยอยู่หน้าประตูห้อง จนเผลอกวาดสายตามองไปทั้งทางเดิน

 

            หากนอกเหนือจากครอบครัวตรงริมสุดทางเดินแล้ว เขาก็ไม่พบใครคนอื่นอีก

 

          ใครเขาจะมานั่งรอนายจนถึงเช้ากันล่ะวิน

 

            ภวิศก้มลงเก็บผ้าคลุมผืนนั้นขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะกอดมันเอาไว้แนบอก ได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่โชยเข้ามาในจมูก จนเผลอกอดมันแน่นขึ้น

 

            “สวยจัง”

 

            ชายหนุ่มสะดุ้งน้อยๆ หันไปมองตามเสียงใส พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มากับครอบครัว ดูเหมือนว่าคนเป็นพ่อแม่จะเดินไปถึงลิฟต์กลางทางเดินแล้ว ขณะที่หนูน้อยยังยืนอยู่ใกล้ๆ เงยหน้าบอกด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา

 

            คนฟังก็ย่อตัวลงนั่งให้สายตาเสมอกัน

 

            “พี่สวยหรือครับ”

 

            “ทำไมพี่พูดครับล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องพูดค่ะสิค้า” เด็กน้อยมีสอน แบบที่วินก้มลงมองตัวเอง

 

            เขาแน่ใจว่าต่อให้หน้าตาค่อนไปทางสวยมากกว่าหล่อยังไงก็ไม่น่าจะมีใครเข้าใจผิด ยิ่งไม่ได้แต่งหน้าแบบตอนถ่ายแบบด้วยแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดโต้แย้ง แค่ยกยิ้มน้อยๆ แบบที่หนูน้อยก็ว่าต่อ

 

            “พี่ดูเศร้าจังเลยค่ะ”

 

            ครั้งนี้ภวิศยิ่งไม่มีคำพูดจะแก้ตัว เพราะเขากำลังเศร้าจริงๆ และมันมากพอให้เด็กหญิงอายุไม่กี่ขวบรับรู้ได้ด้วย

 

            “ไปกวนอะไรพี่เขาน่ะ มานี่เร็วลูก”

 

            “ค่าาาา พี่ก็อย่าเศร้านะค้า” ทันใดนั้น คนเป็นแม่ก็เอ่ยเรียก จนเด็กน้อยรีบร้องรับ วิ่งไปหาคนเรียก แต่ยังหันมาโบกมือหย็อยๆ ก่อนที่จะหายเข้าลิฟต์ไปทั้งครอบครัว ปล่อยให้คนเศร้ายกมือแตะแก้ม

 

            บัดนี้ แม้แต่หน้ากากที่สวมใส่มาตลอดยังไม่อาจจะปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงจากเด็กน้อยไม่กี่ขวบ แล้วกับผู้ชายคนนั้น เขาก็คงเป็นได้แค่คนน่าสมเพช

 

.................................................

 

            หากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังรับรู้ได้ว่าคนเก็บอารมณ์เก่งอย่างนายภวิศเศร้า แล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่ตัวโตๆ จะมองไม่เห็น ดังนั้น ทันทีที่ร่างเพรียวปรากฏตัวที่ห้องอาหาร ทีมงาน (โดยเฉพาะผู้ชาย) ที่มองวินตาละห้อยก็ยิ่งมองตามหลัง หากแต่เป็นแววตางุนงง แล้วก็เงียบกริบ

 

            การที่มีแต่คนชำเลืองมองอย่างเป็นห่วงทำให้เจ้าตัวรู้เลยว่าสีหน้าเขาต้องดูแย่แบบไร้ซึ่งคำบรรยาย

 

            “คุณวิน! เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”

 

            คนแรกที่ก้าวเข้ามาคือนกที่ถามด้วยน้ำเสียงตกใจ ขณะที่เงยหน้ามองดวงตาแดงช้ำด้วยความใคร่รู้

 

            “ไม่มีอะไรหรอกครับ คงแค่แพ้น้ำจากน้ำตก น้ำตาไหลไม่หยุดทั้งคืน” วินยอมรับตรงๆ ว่าเขาเสียน้ำตา เพราะต่อให้คนความรู้สึกช้าที่สุดยังรู้เลยว่าตาช้ำ ดังนั้น จะปฏิเสธไปทำไม ขณะที่พยายามฝืนยิ้มส่งให้อีกฝ่ายซึ่งยังสำรวจใบหน้าเขาไม่เลิก

 

            หากครั้งนี้นกไม่ได้พยักหน้าเออออเช่นทุกที แต่ถามตรงๆ

 

            “เพราะคุณชัยหรือเปล่าคะ”

 

            “...”

 

            คนฟังเผลอเม้มปากเข้าหากัน ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำ เพราะนั่นจะเป็นการยอมรับโดยไร้ข้อแก้ตัว

 

            “ว่าแล้วเชียว” หญิงสาวพึมพำ ดูลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่าง แล้วก็ตัดสินใจ

 

            “เมื่อตอนเช้าทางโรงแรมแจ้งนกเข้ามาค่ะ เรื่อง...เอ่อ...ที่ทีมงานของเราไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้เข้าพักคนอื่น” วินเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะเขารับรู้ได้ทันทีว่าทีมงานที่ว่านี่เป็นคนที่เขารู้จักดี ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ทำให้สงสัยนาน

 

            “แขกของทางโรงแรมแจ้งว่ามีผู้ชายท่าทางน่าสงสัยไปนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องหมายเลข 6XX เลยโทรแจ้งพนักงานข้างล่าง แต่เรื่องเพิ่งมาถึงนกตอนเช้าว่าคนที่ไปนั่งอยู่ เอ่อ คือ...” นกไม่พูดต่อ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องนึกออกว่าใคร

 

            “เมื่อคืนได้ยินว่าพนักงานไปเตือนคุณชัยแล้ว แต่นกไม่ทราบว่าเขาไปนอนที่ไหน เลยคิดว่าน่าจะมีปัญหากับคุณวิน” หญิงสาวบอกด้วยเสียงอ่อนอ่อยลงเรื่อยๆ ดูไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดว่าที่โดนทางโรงแรมต่อว่าเป็นความผิดของเขา ทั้งที่ความเป็นจริงมันใช่

 

            “ผมขอโทษครับ ความผิดผมเอง” วินไม่พูดต่อว่าผิดที่ไม่ยอมให้ปณชัยเข้าห้อง แล้วรับปากว่าจะไปเตือนคนของตัวเองให้

 

            หากก่อนที่นายแบบจะผละออกมา นกก็โพล่งขึ้นมาอย่างไม่อยากเก็บเรื่องนี้เอาไว้

 

            “จริงๆ แล้วนกหาห้องให้คุณชัยได้แล้วนะคะ”

 

            “ครับ?

 

            “ค่ะ เมื่อวานที่นกจะถามคุณวินน่ะค่ะ คือทางโรงแรมติดต่อมาว่ามีห้องว่างให้แล้ว พอนกไม่ได้คำตอบจากคุณวิน นกเลยไปถามคุณชัย แต่คุณชัยเขาปฏิเสธห้องมา แล้วบอกอีกว่า...” นกช้อนตาขึ้นมอง ผิวแก้มแดงขึ้นน้อยๆ

 

            “คุณชัยบอกว่า เจ้านายผมให้นอนที่ไหน ผมก็เต็มใจนอนที่นั่น แม้ว่าคุณวินจะให้ไปนอนถนนหน้าโรงแรมก็ตาม เขาบอกอีกว่า เขาไม่อยากอยู่ห่างจากคุณวินค่ะ”

 

            ไม่ใช่แค่ถ้อยคำหรอกที่ทำให้นกนึกเขิน แต่น้ำเสียงและแววตาของผู้ชายตัวโตที่อ่อนโยน ยามเอ่ยถึงนายแบบหนุ่มคนนี้นี่แหละที่ทำให้เธออยากจะบอกให้เจ้าตัวรับรู้

 

          จริงหรือ

 

            หากคนที่รู้แล้วก็ถามตัวเองแค่สองคำ

 

            ผู้ชายคนนั้นสวมหน้ากากใส่เขามาตลอดชีวิต จะให้เชื่อจริงหรือว่านี่คือใบหน้าที่แท้จริง

 

            วินไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย แต่บางทีโลกร้ายๆ ก็สอนให้เขามองโลกตามความเป็นจริง

 

            “ขอบคุณนะครับที่บอกผม ยังไงถ้ามีห้องอีก คุณนกก็ช่วยเอาขึ้นมาเลย เดี๋ยวค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผมจัดการเอง” คนที่ควรจะใจอ่อนบอกเพียงแค่นั้น แล้วขอตัวเดินออกมา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้ประสานงานสาวที่ไม่แน่ใจว่าทำให้เรื่องมันดีขึ้น หรือเลวร้ายลงกันแน่

 

            แต่วินก็หมือนหนีเสือปะจระเข้

 

            “วิน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

 

            แทรังก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ซึ่งวินก็ตอบได้แค่...

 

            “ครับ ผมก็มีเรื่องจะเคลียร์กับคุณ”

 

..........................................

 

            โรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องสวนที่สวยงาม ด้วยการจัดให้มีระดับลดหลั่นตามแนวเขา ดอกไม้นานาพันธุ์ก็บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมผสมไปกับกลิ่นไอดิน กลิ่นอากาศบริสุทธิ์ และน้ำค้างบนยอดหญ้าในยามเช้า จนควรจะทำให้แขกผู้มาพักเพลิดเพลินใจ แต่นั่นไม่ใช่กับผู้ชายหน้าตาดีเยี่ยมสองคนที่กำลังยืนประจันหน้ากันอยู่

 

            วินกำลังกอดอกมองนายจ้างด้วยแววตาแน่วแน่ ขณะที่แทรังเองก็มองตอบกลับด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

 

            “ผมจะไม่มีอะไรกับคุณอีกแล้ว” ร่างเพรียวไม่คิดอ้อมค้อมให้เสียเวลา

 

            “แม้ว่าผมจะบีบให้คุณไม่ได้งานของปาร์คจองซูน่ะหรือ”

 

            “ใช่ ต่อให้คุณบีบผมยังไงก็ตาม”

 

            ไม่ใช่ว่าวินเพิ่งมาตัดสินใจ แต่เขาตัดสินใจนานแล้ว และก็แสดงความตั้งใจนั้นไปตั้งแต่เมื่อวาน

 

            ดวงตาทั้งสองคู่มองกันนิ่ง แล้วหนุ่มลูกครึ่งก็ยกมือลูบหน้า

 

            “คนอย่างคุณเนี่ยนะวิน คนแบบคุณ”

 

            ภวิศไม่ตอบคำ มองคนที่พึมพำอย่างนึกทึ่งอยู่นิ่งๆ กระทั่งแทรังเงยหน้าขึ้นสบตา

 

            “คุณรู้ใช่มั้ยว่าผมอาจจะหลงเสน่ห์คุณตอนที่อยู่หน้ากล้อง แต่ผมก็หลงเสน่ห์ความมั่นใจของคุณนอกเวลางานด้วย ผมมองว่าคุณเป็นของล้ำค่า เป็นคนที่สวยงามเกินกว่าที่จะให้ใครครอบครองแต่เพียงผู้เดียว คุณดูเหมือนม้าพยศที่ไม่มีใครปราบได้ มั่นใจ หยิ่งผยอง อวดดี และลีลาเด็ด ผมคิดว่าต่อให้ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีใครปราบคุณได้ แต่ผมคิดผิดมาตลอดเลยสินะ มีคนปราบคุณได้ และปราบมานานแล้วด้วย ถูกมั้ย” แทรังเอ่ยออกมารวดเดียวจบ ราวกับว่ามันอัดอั้นตั้งแต่เมื่อวาน และนั่นก็ทำให้วินหันไปมองทางอื่น สองมือที่กอดอกยิ่งบีบแขนตัวเองแน่น

 

            “ผมไม่เคยเป็นม้าพยศ”

 

            “ผมรู้แล้ว รู้ตั้งแต่เมื่อวานที่คุณร้องไห้บอกผมว่าทำไม่ได้!” คนพูดว่าเสียงดังขึ้น ก่อนที่จะขยี้หัวแรงๆ ยังนึกติดใจแววตาอ่อนแอของคนตรงหน้า

 

            เขาอยากถ่ายเก็บไว้มั้ย ก็ใช่ แต่วินดูเปราะบางเกินกว่าที่เขาจะเล่นกับความรู้สึกแบบนั้น

 

            วินาทีนั้น แทรังก็รู้แล้วว่าพ่ายแพ้หมดรูป

 

            มันไม่ใช่ว่าทำไมคนอื่นได้แล้วเขาไม่ได้ เพราะไม่มีใครได้มาตั้งแต่ต้น คนเดียวที่ครอบครองคนสวยหยิ่งคนนี้คือคนที่เขาเกลียดขี้หน้า!

 

            ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว แต่ต้องนานพอให้วินยอมร้องไห้แล้วขอร้องให้หยุด

 

            “คุณรักมันใช่มั้ย”

 

            ภวิศยิ่งกัดปากจนเจ็บ หากไม่ตอบคำถามนี้ แต่พูดย้ำอีกครั้ง

 

            “ผมขอโทษ แต่ผมนอนกับคุณไม่ได้แล้ว คุณถอดผมออกจากการเป็นแบบก็ได้ ถอดทุกงานของผมไปเลยก็ได้ แต่ผม...ทำไม่ได้”

 

            มันไม่ใช่แค่รักหรือไม่รัก แต่วินไม่อาจจะทรยศหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป

 

            ร่างกายของเขาเองก็ไม่ต้องการให้ใครมาทับรอย

 

            “ให้ตายเถอะวิน คุณคิดว่าผมเลวขนาดนั้นเลยหรือ!” แทรังมองตาวาว ก่อนที่จะขยี้หัวอีกที

 

            “โอเค ผมก็เลวล่ะที่ขู่คุณแบบนั้น แต่คิดหรือว่าผมจะทำจริง ตอนนั้นก็แค่โกรธ ผมทำร้ายคุณไม่ลงหรอก...ถ้าเป็นไอ้ปณชัยก็ว่าไปอย่าง” หนุ่มลูกครึ่งยอมรับจนได้ว่าไม่คิดจะทำตามคำขู่ตั้งแต่แรก ก็พอได้ยินเรื่องที่วินกำลังจะได้ทำงานกับปาร์คจองซูเป็นงานสุดท้าย แล้วดูดีใจที่ได้กลับมาเมืองไทยเหลือเกิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะเคือง เลยเอามาต่อรองซะเลย

 

            ใครจะเชื่อล่ะว่าต้องมาเห็นน้ำตาของคนตรงหน้า

 

            “งั้นคุณจะไม่ถอดผมออกจากงานนั้น”

 

            “ไม่”

 

            “แล้วงานนี้ล่ะ”

 

            คราวนี้แทรังตาโต

 

            “ไม่มีทาง! ผมอยากได้คุณมาเป็นแบบตั้งแต่คุยคอนเซ็ปต์ครั้งแรก ผมไม่มีทางถอดคุณออกแน่!” หนุ่มลูกครึ่งโวยนิดๆ ตามประสาคนอารมณ์ร้อน แล้วก็เย็นลงมาหน่อย เมื่อได้ยินคำนี้

 

            “ขอบคุณ”

 

            “ช่างเถอะ ผมยอมแพ้แล้ว ในเมื่อหัวใจคุณไม่เป็นของคุณ ผมบังคับไปแล้วได้อะไร คุณเองก็ดูไม่เต็มใจนอนกับผมแล้วนี่” คนพูดโบกมือไปมา แต่เห็นได้ชัดว่าใบหูแดงขึ้นกับคำที่ไม่ค่อยได้ยิน

 

            “ขอบคุณนะครับ คุณอึน”

 

            แทรังเกือบจะแย้งว่าให้เรียกชื่อเล่นเหมือนเดิม แต่พอมองดวงตาที่ดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะวินกำลังแสดงออกแม้แต่กับคำเรียกขานว่า เรา...จะกลายเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น

 

            “คุณเถอะ ไปพักต่อดีกว่า วันนี้ผมไม่ถ่ายแล้ว เจอทั้งฝน ทั้งน้ำตก ไหนจะในรถตู้ คุณไม่ไหวหรอก” คนพูดว่าด้วยน้ำเสียงเสียดายนิดๆ แต่เพื่อประโยชน์ของการถ่ายทำที่เหลือแล้ว ให้วินพักไปเลยคงดีกว่า แต่นั่นทำให้คนฟังเบิกตากว้าง

 

            “คุณรู้?!

 

            ตากล้องส่งเสียงดังฮึ

 

            “รถตู้โยกแบบนั้น ผมคงไม่รู้เลยมั้ง คิดว่าที่ไม่มีใครออกมาตามเพราะฝนหรือ เพราะผมโทรไปบอกต่างหากว่าให้อยู่รอจนฝนหยุด” แทรังว่าแค่นั้น ก่อนที่จะโบกมือไล่อีกครั้ง

 

            “ไปได้แล้ว แต่ผมเตือนในฐานะนายจ้างล่ะว่าอย่าเล่นบนรถตู้อีก...ผมไม่รู้จะหย่อนก้นนั่งตรงไหน”

 

            หากจะมีเรื่องไหนที่ทำให้วินหลุดยิ้มได้ในวันนี้ ก็คงเป็นเรื่องนี้

 

            อีกครั้งที่ภวิศบอกอย่างซึ้งใจ

 

            “ขอบคุณนะครับ”

 

            เขาเคลียร์ไปได้หนึ่งปัญหา

 

            กระทั่งนายแบบคนสวยหายลับเข้าโรงแรมแล้วไปแล้ว แทรังก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

            “ทำตัวเป็นคนดีมันยากชะมัด”

 

            หากน้ำตาของวินมีผลกับเขามากเกินกว่าที่จะเล่นเป็นตัวร้ายต่อไป เพราะรอยยิ้มเมื่อครู่สวยกว่าเจ้าน้ำหยดใสๆ นั่นเป็นไหนๆ

 

.........................................

 

            เมื่อนาทีก่อน นายภวิศยังยิ้มอย่างโล่งใจ แต่นาทีนี้ รอยยิ้มนั้นลบเลือนไปจนไม่เหลือร่องรอย เมื่อต้องกลับมาเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดของตัวเองอีกครั้ง

 

            ผู้ชายตัวโตที่ดูอิดโรยกว่าปกติ อาจจะเพราะหนวดเคราที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ผมเผ้าไม่ได้เซ็ตเป็นทรงอย่างทุกที หากปล่อยมันลงมาปรกใบหน้าบางส่วน เสื้อผ้าก็ไม่เป็นทางการ ทั้งยังยับยู่ ไหนจะใต้ตาดำคล้ำอย่างคนที่ไม่ได้นอนทั้งคืน ทั้งหมดนั่นทำให้วินรับรู้ได้อย่างหนึ่งชัดเจน

 

            ห่วงใย

 

            พอเห็นหน้า เขาก็ห่วงอีกฝ่ายว่าเมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา แต่ไม่อาจจะเชิญให้กลับมานอนห้องเดียวกันได้อีก

 

            เขาไม่อยากร้องไห้ให้ชัยเห็น

 

            “คุณวินครับ” หากปณชัยก้าวเข้ามาทันทีที่เห็นหน้า จนวินเองก็ห้ามสองขาไม่ให้ก้าวถอยหลัง

 

            กระทั่งร่างสูงเข้ามาประชิดตัว

 

            “ผมทราบมาว่าวันนี้ไม่มีการถ่ายแบบ คุณวินขึ้นไปพักต่อดีมั้ยครับ ผมจะสั่งรูมเซอร์วิสขึ้นไปให้ แล้วถ้าผมไม่ได้ขอมากเกินไป...” คนพูดนิ่งไปอึดใจหนึ่ง แล้วค่อยว่าต่อ “...ผมขอคุยกับคุณวินได้มั้ย”

 

            จู่ๆ วินเองก็อยากจะหันหลังแล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด แต่เขาก็ยังยืนนิ่ง ปล่อยให้ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัว แล้วโชคร้ายที่มันมีแต่เรื่องแง่ร้ายทั้งนั้นเลยด้วย

 

          มึงหนีไปไม่ได้ตลอดหรอกนะวิน

 

            เขาจึงตัดสินใจ

 

            “งั้น...”

 

          “วิน!!!!

 

            หากยังไม่ทันจะเอ่ยจนจบด้วยซ้ำ เสียงเรียกที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง จนเจ้าของชื่อหันไปมองด้วยความงุนงง ซึ่งดวงตาคมสวยก็หรี่ลง เพราะแวบแรกเขาคิดว่าไม่รู้จักผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเขา

 

            ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยหวานใต้กรอบหน้ารูปไข่ ทั้งดวงตากลมโต คิ้วเรียวดั่งคันศร จมูกที่เข้ากับริมฝีปากรูปกระจับสีหวาน ผิวนวลลออเหมือนดั่งหิมะแรกฤดู ไหนจะรูปร่างเล็ก หากแต่อวบอิ่มใต้ชุดสูทสีงาช้าง กับรองเท้าส้นเข็มที่ยิ่งเสริมบุคลิกให้เจ้าตัว เรือนผมสีดำขลับมัดรวบเป็นหางม้าที่ควรดูทะมัดทะแมง แต่กลับยิ่งเสริมความโดดเด่นของใบหน้าให้ทวียิ่งขึ้นไปอีก

 

            ตอนแรกวินจำไม่ได้ หากอีกอึดใจ

 

            “นันท์...หรือเปล่า”

 

            ภาพของเด็กผู้หญิงหน้าหวานที่มักจะถักเปียในชุดนักเรียนนานาชาติทาบทับใบหน้าอีกฝ่าย จนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ และนั่นก็ทำให้หญิงสาวยิ่งปราดเข้ามาจับมือด้วยความดีใจ

 

            “วินจำเราได้ด้วย”

 

            หากท่ามกลางความดีใจ มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่อ่อนหวานกว่านั้นมากมายนัก

 

            แววตาที่แสดงออกมาชัดเสียจนปณชัยก็ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ

 

.....................................

 

            ก่อนอื่น เมย์ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ยังคงติดตามนิยายของเมย์อยู่นะคะ แม้ว่าจะโผล่มาแค่เดือนละครั้งก็ตาม รอบนี้เดือนครึ่งด้วย ช่วงกลางปีนี้ เมย์รับงานค่อนข้างเยอะค่ะ สิ้นเดือนนี้เมย์จะต้องปิดต้นฉบับ 4 เล่มให้เสร็จ ดังนั้น เมย์ขอผ่านช่วงนี้ไปก่อน หลังจากนี้จะไม่รับงานโหมแบบนี้แล้วอะจ้า เหนื่อยสุดอะไรสุด อยากเข้ามาอัพฟิคด้วย คือเนื้อหาพร้อมอัพทุกเรื่อง แต่ติดพันงานอื่นอยู่ตลอดเลย ยังไงต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

            ต่อมาก็เรื่องนี้ ช่วงนี้อาจจะหน่วง อาจจะอึนกันไป แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหลังผ่านเหตุการณ์ของนันท์ไปแล้วจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับคู่นี้แน่นอน ก็อย่างว่าล่ะเนอะ พอเขาจะไป อีลุงก็รั้งเอาไว้อีกจนได้

            แล้วมีใครดูซีรีส์บังเอิญรักบ้างมั้ยเอ่ย เป็นยังไงบ้าง ชอบมั้ยๆๆ เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนบทเอง ยากกว่าเขียนนิยายสักสามเท่าได้ พยายามสุดๆ ในส่วนของตัวเองเลยจ้า ถ้าดูแล้วชอบ เมย์ก็ดีใจมากมายก่ายกองเลยงับ แฮ่

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 932 ครั้ง

111 ความคิดเห็น

  1. #14498 Tor_Patnarin (@torlovetran) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 11:40

    นั่งร้องไห้ สงสารพี่วิน
    #14498
    0
  2. #14459 Krystal wing (@AoengMB) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 19:21
    แล้วคือตาแทรังคือน่ารักไปเลย -บ้าเอ๊ย
    #14459
    0
  3. #14396 bonitakuk (@kukbam) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:36
    คือชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกกก
    #14396
    0
  4. #14261 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 16:52
    เพื่อนหรือแฟน
    #14261
    0
  5. #14156 baimint20 (@baimint20) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:25
    ติดหนักมากค่ะ รอถึงวันไหวจริงๆ ตัวพระเอกนายเอกเหมือนถอดมาจากนิยายจริงๆ หลงรักเอ้พีชหนักมากค่ะ
    #14156
    1
    • #14156-1 baimint20 (@baimint20) (จากตอนที่ 34)
      23 ตุลาคม 2561 / 00:26
      รอถึงวันศุกร์ไม่ไหวจริงๆค่ะ*
      #14156-1
  6. #14034 คัชช๊ะ (@mintyo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:58
    ยังรอพี่เมย์เสมอน้าา ถึงตะช้าก็รออ่าน พี่เมย์สู้ๆนะคะ อยู่กับเมย์ตั้งเเต่มอ2ตอนนี้ปี2เเล้ว สู้ๆกับงานนะคะ
    #14034
    0
  7. วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 15:27
    หน่วงมากกกกกก
    #13539
    0
  8. #13186 yoyo12 (@yoyo12) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:25

    บังเอิญรักนี่ติดงอมเลยจ้า ในนิยายหรือซีรี่ส์ก็ฟินจนตัวจะแตกเลยจ้าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-06.png

    #13186
    0
  9. #13177 smiilec (@smiilec) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 11:01
    บังเอิญรักนี่เหมือนหลุดออกมาจากไหนนิยายเลยฮะตรงอิมเมจมากๆ เรานี่รอให้ถึงวันศุกร์เร็วๆเลย ชอบมากๆเสียดายเรามาอ่านไม่ทันล็อคไปก่อนแหะๆ😅 ยังไงก็สู้ๆน้าาพี่เมย์
    #13177
    0
  10. #13173 กวีกวี้ (@0614460900aa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 21:13

    ใครโผล่มาอีกละเนี่ยยยยยยยยย

    #13173
    0
  11. #13159 Ron-Kim (@Ron-Kim) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 23:46
    บังเอิญรักตรงอิมเมจมากๆครับ ได้เห็นคนแสดงเป็นๆจากนิยายคุณเม มันดีมากเลยครับ ขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆครับผม
    #13159
    0
  12. #13146 Riko Shirin (@riko92) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 17:12
    ตื่นเต้น​อีกแล้ว
    #13146
    0
  13. #13127 0866Areeya (@0866Areeya) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 22:13

    พี่วินก็หน่วงปวดใจ ลุงก็เจ็บปวดไม่แพ้กันแล้วไหนจะสาวนันท์เข้ามาอีก โอ่ววววว

    #13127
    0
  14. #13120 Lilac.❀ (@Janelux) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 14:48
    บังเอิญรักที่ออกมาในซีรีส์คือตรงกับที่ตินตนาการอิมเมจไว้หมดทุกฉากทุกตอนเลยย ตั้งแต่รู้เรื่องว่านิยายพี่เมย์ตะได้ออกซีรีส์ ก็ไปดูอิมเมจนสด.แล้วรีบไปอ่านก่อนล็อคตอน ก็คิดอิมเมจเป็นเซนต์เพิร์ธตลอดด พอซีรีส์ออกมาจริงๆ คือตรงกับที่เราจิตนาการเอาไว้เลยย งือออ งานดีมากเลยพี่เมย์ ทุกอย่างดีหมดเลยย
    #13120
    0
  15. #13116 Chanomm (@oppamaknae) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 12:59
    อยากให้เคลียร์กันไวๆสงสารทั้งคู่เลย ส่วนเรื่องบังเอิญรัก ดีมากค้าาาดูไปเขินไปอะ งืออออ นิยายว่าฟินแล้ว ซีรีย์x10 5555555
    #13116
    0
  16. #13095 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 21:20
    เคลียร์กับแทรังได้แล้ว พอลุงจะขอคุยก็โดดขัดเฉยยย นันท์คือใครไม่ธรรมดาแน่เลย
    #13095
    0
  17. #13039 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 12:52
    อะไรอ่ะ แฟนเก่าวินหรอ หรือคนที่แอบชอบวินหรือยังไง? ตอนนี้เรื่องวินกับลุงก็ยังหน่วงขั้นสุด แต่กับแทรังก็เคลียร์แล้ว ก็โอเคขึ้นมาหน่อย ก็คงต้องรอดูว่าจะเป็นไงต่อไป
    #13039
    0
  18. #12913 Nutsuda Tummati (@nut2044998) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 14:57
    ดูค่ะ ชอบมากกก บังเอิญรัก❤️❤️❤️❤️❤️❤️
    แต่อยากเห็นคนแสดงเป็นพี่ธารอะคะ เห็นแต่ไทป์
    #12913
    0
  19. #12911 Jintra-w17 (@Jintra-w17) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:22
    สงสารพี่วิน สงสารลุงด้วย
    #12911
    0
  20. #12909 JinYongAhhhhh (@Nacky22) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 06:31
    สู้ๆ นะวิน
    #12909
    0
  21. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:12

    ใครคือนัน นันคือใครรร

    #12903
    0
  22. #12886 Namfon_Pk0 (@NamfonPk) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:51
    ฮือ ร้องไห้แร้ววววววววว
    #12886
    0
  23. #12878 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:17

    แทรังยอมถอยไป ผู้หญิงอีกคนก็เข้ามาทันที งานเคลียร์คงยาวไป

    #12878
    0
  24. #12849 lovetfboysforever (@nigysung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 23:07

    นันท์คือใครทำไมรู้สึกคุ้นๆชื่ออแต่นึกไม่ออกกกแงงงง

    #12849
    0
  25. #12846 MdCharlotte (@cshpuy94) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 22:23
    แทรังก็ไม่ได้เลวขนาดนั้นอะเนอะ แต่เราก็ยังคงหมั่นไส้ลุงอยู่แม้จะทำเสียงอ่อนใส่คนสวยของเราก็ตาม
    #12846
    0