[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,325,557 Views

  • 14,662 Comments

  • 25,658 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,394

    Overall
    1,325,557

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 35 จุมพิตที่ปลายเท้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1075 ครั้ง
    1 ต.ค. 61


ตอนที่ 35 จุมพิตที่ปลายเท้า

 

 

 

            บรรยากาศในห้องอาหารช่างโรแมนติก ทั้งดอกไม้แสนสวยส่งกลิ่นหอมลอยฟุ้ง เปลวเทียนไหวน้อยๆ ราวกับเริงระบำอยู่บนเชิงเทียนหรูหรา ดนตรีแว่วหวานดังขับกล่อมไปทั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีมนต์ขลังเสริมให้บรรยากาศช่างอ่อนหวานสำหรับคู่รัก

 

            หากทุกสิ่งทุกอย่างก็พังครืนลงเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวยาวๆ เข้ามาดึงผู้ชายอีกคนที่จับสายตาทุกคนเข้าไปในอ้อมกอด

 

            บรรดาแขกเหรื่อที่เหลียวมองภวิศตาปรอยอย่างเคลิบเคลิ้มยังนิ่งอึ้ง แม้ไม่ได้ยินคำที่เอ่ยออกมา แล้วคนที่ได้ยินคำพูดนี้เต็มสองหูจะไม่นิ่งค้างได้เช่นไร

 

            วินกำลังนิ่ง กำลังอึ้ง เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอดอย่างไม่คาดฝัน แต่เขากลับพบเพียงเสี้ยวหน้าจริงจังที่กำลังจ้องคู่เดตของเขาในคืนนี้ตาเขม็ง

 

          เมื่อกี้ชัยว่าอะไรนะ

 

            “เอ่อ คุณหมายความว่ายังไงคะ”

 

            ไม่ใช่แค่นายแบบหนุ่มคนเดียวที่ตกใจ เพราะนันทิชาเองก็เบิกตาโพลง ย้อนถามอย่างตกใจ และนั่นทำให้คนที่พูดไม่ออกได้สติ

 

            ภวิศคิดว่าเขาจะได้คำตอบเชิงแก้ตัวเดิมๆ ที่หน่ายจะฟัง ไม่รู้หรอกว่าอะไรดลใจให้ปณชัยพูดแบบนี้ อาจจะเพิ่งคุยโทรศัพท์กับพี่ชายเขา อาจจะสำนึกที่พูดจาทำร้ายจิตใจกัน แต่เมื่อตั้งสติได้ อีกฝ่ายก็คงพูดอีกว่านี่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ แต่...

 

          “คุณวินเป็นคนสำคัญของผม ซึ่งผมยกให้คุณไม่ได้”

 

            ปณชัยกลับพูดชัดถ้อยชัดคำ ซึ่งคราวนี้คนตัวโตไม่ได้มองตานันท์ แต่เหลียวกลับมาประสานสายตากับคนในอ้อมกอด

 

          “ผมยกคุณวินให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น”

 

            วินาทีนั้น คนฟังรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำรุนแรง แต่มันก็เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะช้าลงอีกครั้ง เมื่อความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับเข้ามาย้ำเตือนว่าอย่าเชื่อคำหวานจากปากคนที่โกหกเก่งที่สุดในโลก

 

            “นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น...”

 

            “ผมไม่ได้ล้อเล่น เชื่อผมนะครับ”

 

          เชื่อสิ ฉันเชื่อ ฉัน อยาก จะเชื่อนาย

 

            หากความเป็นจริง วินแค่เบือนหน้าหลบ อยากจะส่ายหน้าแรงๆ อยากจะพูดอะไรตอกกลับไป แต่แค่จะกลืนน้ำลายยังยาก หัวใจเขาเอาแต่โหยหาอ้อมกอดนี้ อยากจะซบหน้าลงกับบ่ากว้างแล้วไม่ต้องคิดอะไรอีกเลย แต่สิ่งที่ยั้งสติเอาไว้คือดวงตาสับสนของเพื่อนสนิทที่มองมา

 

            “ปล่อย! นายรู้มั้ยว่าทำตัวเสียมารยาทแค่ไหน”

 

            “ผมไม่สนหัวมารยาทอะไรนั่นอีกแล้ว”

 

            !!!” วินกะพริบตาปริบ ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของคนที่คอยรักษาหน้าให้ญาติเขามาโดยตลอด

 

            “วิน คือ...นี่มัน...เอ่อ...หมายความว่ายังไง...”

 

            ก่อนที่ภวิศจะหันกลับไปสบตาหญิงสาว ผู้ชายอีกคนกลับจับต้นแขนเขาเอาไว้แน่น ใช้ดวงตาเปี่ยมด้วยอำนาจคู่นั้นตรึงเขาเอาไว้กับที่

 

            “คุณวิน ผมขอร้อง ไปกับผม”

 

            วินอยากจะทำตาม แต่เขาทำไม่ได้ ต่อให้หัวใจอ่อนยวบลงจากสายตาจริงจังที่มองมาก็ตาม เพราะนี่คือกลางห้องอาหาร และเขาเสียมารยาทกับทายาทเจ้าของโรงแรมดังไม่ได้ หากความคิดทั้งหมดทั้งมวลก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยความตกตะลึง เพราะปณชัย...กำลังจะคุกเข่าลง

 

            หมับ

 

            “นายจะทำอะไร!” ก่อนที่อีกฝ่ายจะทิ้งตัวลงไป วินเองก็กระชากแขนเอาไว้ก่อน ถามเสียงลอดไรฟันด้วยความตื่นตระหนก

 

            “ผมมีเรื่องที่อยากบอกคุณ ไปกับผมนะครับ”

 

            เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเป็น และชัยกำลังใช้มันกับเขา!

 

            “วิน...”

 

            ขณะที่นันท์เองก็ใช้น้ำเสียงสั่นเครือเรียกเอาไว้ จนเหลียวกลับไปสบตา

 

            “คุณวินครับ”

 

            ทันใดนั้น น้ำเสียงหนักแน่นของผู้ชายข้างกายก็ดังขึ้นมาอีก จนวินหลับตาลง สูดหายใจลึกๆ เพื่อ...ปลดพันธนาการที่ต้นแขน

 

            “ผมไม่ปล่อย” ครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนตอนที่อยู่หน้าห้อง แต่ภวิศว่าเสียงเด็ดขาด

 

            “งั้นฉันจะไม่ฟังคำพูดนายอีกเลย”

 

            ดวงตาสองคู่ประสานกันราวกับหยั่งเชิง แล้วคนที่ตัดสินใจมาดีแล้วก็เป็นฝ่ายปล่อยแขน หากไม่ยอมก้าวถอยไปอยู่ด้านหลังเช่นทุกที ยังคงยืนประชิดตัวราวกับแสดงความเป็นเจ้าของอยู่เช่นเดิม จนวินเองก็เผลอกัดริมฝีปาก หันไปสบตาเพื่อนสนิทที่กำลังน้ำตาคลอ

 

            “วิน เรายังคุยกันไม่จบ...” นันท์พยายามรั้ง แต่...

 

            “ขอโทษนะนันท์ ท่าทางคนของเรามีธุระจะคุยด้วย” นายแบบหนุ่มกลับบอกปัดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน ฝืนยิ้ม แล้วเขาคิดว่านันท์เข้าใจความหมายที่ต้องการบอก เมื่อหญิงสาวก้มหน้าลง ไหล่ทั้งสองข้างสั่นระริก หากไม่ได้ร้องไห้ เพราะวินาทีต่อมาก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้

 

            รอยยิ้มแสนเศร้าที่ทำให้หัวใจคนมองสะอึก...เขาเข้าใจรอยยิ้มแบบนี้ดี

 

            “อื้อ ไปเถอะ ท่าทางจะเป็นเรื่องด่วน เรา...เข้าใจ”

 

            “ขอบคุณ”

 

            ภวิศเอ่ยแค่นั้น แล้วเป็นฝ่ายหมุนตัวก้าวนำออกมาจากห้องอาหาร โดยไม่เหลียวกลับไปมองเพื่อนเก่าที่กำลังเสียน้ำตา

 

            แม้ไม่ได้พูดคุยกันชัดเจน แต่เขาคิดว่านันท์เข้าใจ

 

            หญิงสาวรู้แล้วว่าคำตอบของเขาคืออะไร อาจจะรู้มาตั้งแต่ต้น

 

            แท้จริง คำตอบมันชัดเจนตั้งแต่ผู้ชายอีกคนปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสอง และวินไม่ลังเลยที่จะเลือกใคร

 

......................................

 

            ในยามที่พระจันทร์ขึ้นประดับบนฟากฟ้า มีเพียงแสงไฟประดับที่ส่องสว่างไปยังสระว่ายน้ำที่ไร้ผู้คน ภวิศกำลังก้าวเดินช้าๆ ราวกับยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด ดวงตาคู่สวยไม่ได้สนใจกระจกน้ำใสที่สะท้อนกับแสงไฟจนเป็นประกายระยิบระยับ ในหัวเขามีเพียงคำพูดของคนที่เดินตามหลังดังก้องไปมา

 

            เขาพร้อมจะเจ็บอีกครั้งหรือยัง

 

            คำถามนี้ทำให้วินอยากวิ่งหนีกลับขึ้นห้อง แต่เขาก็รู้ว่าหนีไปตลอดไม่ได้ ในเมื่อนี่เป็นวันสุดท้ายของการทำงานที่นี่ เขาก็ควรจะเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะกลับไปกรุงเทพฯ

 

          ถ้าเรื่องมันต้องจบก็คือจบ

 

            วินคิด แล้วก้าวไปนั่งบนเก้าอี้อาบแดดที่บุด้วยเบาะสีเข้ม

 

            การมีอะไรรองรับร่างย่อมดีกว่าเสียใจจนล้มพับไปต่อหน้า สองมือจึงจับขอบเบาะ ก้มหน้าลงนิด แล้วแหงนหน้าขึ้นมองคนตัวโตเป็นยักษ์ที่ขยับเข้ามา

 

            “มีอะไรก็ว่ามา ฉันอยากรู้เหมือนกันว่ามันสำคัญพอที่จะให้ฉันต้องหักหน้าคุณหนูตระกูลดังหรือเปล่า” โชคดีที่ตอนนี้เสียงของเขานิ่งพอ ขณะที่ตาคู่สวยก็มองเข้าไปในตาคมหมายจะหาคำตอบ แต่กลับต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง

 

            จู่ๆ วินก็ไม่เข้าใจว่าปณชัยมองเขาแบบนี้ทำไม

 

            อ่อนโยน อ่อนหวาน ร่ำร้องขออะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจสั่นไหว

 

            “...”

 

            หากความเงียบคือคำตอบ แต่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่ความหนักอึ้งเหมือนที่ผ่านมา ราวกับต่างฝ่ายต่างลดกำแพงที่กางกั้นระหว่างกันลง แล้วปณชัยก็เป็นฝ่ายก้าวข้ามกำแพงของตัวเองก่อนด้วยการทิ้งตัวนั่งคุกเข่า

 

            “นายคิดจะทำอะไร!” นายแบบหนุ่มรีบถาม พยายามกดทุกความรู้สึกให้กลืนกลับเข้าที่ แต่มันมีแต่จะแสดงออกผ่านดวงตาที่ฉายแววตื่นตระหนก และยิ่งสั่นเทาเมื่อปณชัยกำลังคว้าข้อเท้าของเขาเอาไว้ด้วยสองมือ

 

            “ปะ...ปล่อย”

 

            “ไม่ครับ”

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มไล้ปลายนิ้วผ่านผ้าเนื้อดีเข้าไปยังผิวเนื้อเปลือยเปล่าด้านใน รับรู้ได้ถึงความร้อนของผิวเนื้อที่สัมผัสกัน จากนั้นก็กระชับเอาไว้ด้วยมือหนึ่ง มืออีกข้างประคองให้วางลงบนหัวเข่าตัวเอง ก่อนผู้ชายที่ยึดมั่นด้วยศักดิ์ศรีจะก้มหน้าลงช้าๆ...ช้าๆ...จนปลายจมูกอยู่ห่างจากปลายรองเท้าของวินแค่นิดเดียว

 

            การกระทำที่ทำให้เจ้าของเท้าตัวแข็งทื่อ

 

            “นะ...นาย...”

 

            จุ๊บ

 

            !!!

 

            ภวิศไม่มีแม้แต่แรงจะชักเท้ากลับด้วยซ้ำ ยามที่ความทรงจำวาบเข้ามาในหัว

 

          คุณวินต้องการอะไรครับ

 

          จูบเท้าฉันสิ

 

            บทสนทนาเก่าๆ ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ผุดเข้ามาในหัว ใช่ วินเคยท้าให้อีกฝ่ายจูบเท้าเขา เพราะคิดว่าคนอย่างปณชัยไม่มีวันทำ แต่ครั้งนี้ ผู้ชายคนนี้กำลังบอกว่าทำได้จริง

 

            จูบที่เท้า...การสวามิภักดิ์

 

            หากอีกหนึ่งความหมาย...เทิดทูนบูชาเหนือสิ่งอื่นใด

 

            เวลานี้ นายปณชัยกำลังจูบลงบนเท้าของนายภวิศอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

 

          “คุณวินคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับผม”

 

            จากนั้นอัศวินหนุ่มก็แหงนหน้าขึ้นมอง เปล่งเสียงหนักแน่นราวกับเป็นคำสัตย์สาบาน ดังก้องสะท้อนในหัวของเจ้าชายผู้เลอโฉม จนดวงตาคู่สวยสั่นระริก ทั้งยังทอประกายระยับเมื่อแสงไฟกระทบกับหยดน้ำ

 

            ตอนนี้สมองวินไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายบอก แต่หัวใจรับรู้มันได้ดี

 

            “ไม่ว่าจะเป็นศักดิ์ศรี ความหยิ่งทะนง หรือความอวดดี ผมพร้อมจะโยนมันทิ้งทุกอย่าง ขอแค่เพียงคุณวินเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดคือความจริงที่ผมอยากบอกคุณมาตลอด”

 

            มือใหญ่กุมกระชับข้อเท้าเอาไว้อย่างทะถนอม ดวงตาเปิดเผยทุกความรู้สึก จากนั้นก็...รอคอย

           

            หากคุณวินต้องการความจริง นี่ก็เป็นความจริงที่สุดแล้ว

 

            ขณะที่ปณชัยไม่เร่งเร้า เขาแค่รอด้วยหัวใจที่ร้อนรน ผิดกับภวิศที่นิ่งงัน หัวใจนิ่งสงบราวกับน้ำในทะเลสาป

 

            ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่ราวกับอสุรกายตัวร้าย เสียงของบรรดาแขกเหรื่อในโรงแรมเหมือนอยู่ห่างไกลคนละโลก ที่ตรงนี้มีเพียงพวกเขาทั้งสองที่กำลังปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า แล้ววินก็เป็นฝ่ายหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

 

            หัวใจของเขาทนไม่ไหวแล้ว

 

            “รู้มั้ยว่าเรื่องที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิตฉันคืออะไร” ปณชัยไม่ตอบ และคนถามเองก็ไม่ต้องการความคิดเห็น

 

            “การที่หัวใจฉันมีคนคนเดียวมาตลอดยังไงล่ะ” นายแบบหนุ่มลืมตาขึ้น จ้องเข้าไปในตาคู่คม

 

            “ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน ถูกทำร้ายสักกี่ครั้ง ฉันก็ยังมีแค่คนคนเดียว” วินว่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา กะพริบตาไล่น้ำตา เพราะเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว การกระทำและคำพูดของปณชัยทำลายทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้น วินาทีนี้ วินเหมือนกลับไปเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน คนเดิมที่ยังวิ่งไล่ตามความรักเป็นบ้าเป็นหลังด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

 

            ผู้ชายคนนี้กำลังทำให้เขาหวังอีกครั้ง

 

            “แล้วนายรู้มั้ยว่าถ้ามันพังลงอีกครั้งจะเป็นยังไง...ฉันอาจจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วก็ได้”

 

            เขากำลังบอก กำลังเตือนว่าถ้าไม่คิดจริงจัง ถ้าเป็นเพียงการเล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่นก็พอเสียเถอะ เพราะต่อให้ร้ายกาจยังไง ผู้ชายคนนี้ก็คงไม่อยากเห็นเขาตายไปจริงๆ หรอกใช่มั้ย และนั่นก็ทำให้คนฟังยิ่งกุมกระชับข้อเท้าเอาไว้แน่นกว่าเดิม

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มอยากจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอด อยากจะปลอบประโลม อยากจะกล่าวขอโทษต่อความผิดที่ผ่านๆ มา แต่เขายังไม่มีสิทธิ์ เขาจึงยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ท่าเดิมราวกับรอการอภัยโทษ

 

            “แล้วถ้าคนคนนั้นไม่เคยอยากทำร้าย ไม่อยากทำให้เสียน้ำตา ไม่ปรารถนาให้ทุกข์ใจล่ะครับ”

 

            “นายทำ เชื่อฉันเถอะว่านายทำ”

 

            ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องมาพูดอ้อมโลกแล้วว่าพวกเขากำลังหมายถึงใคร เพราะวินสวนกลับทันควัน ฝืนกลืนน้ำตาอย่างยากลำบาก

 

            “คุณวินเป็นสิ่งล้ำค่าที่คนอย่างผมไม่สมควรแตะต้อง”

           

            นี่ไม่ใช่คำแก้ตัว แต่เป็นคำอธิบาย

 

            “ฉันไม่ใช่สิ่งของ แต่ฉันเป็นคน คนที่มีหัวใจ มีความรู้สึก!

 

          และเป็นคนที่ต้องการความรักไม่ต่างจากคนอื่นๆ

 

            “ผมทราบครับ เพราะคุณวินเป็นคนสำคัญที่ผมไม่อยากเสียไปอีกแล้ว”

 

            “โกหกอีกแล้ว”

 

            “ผมพูดจริงครับ”

 

            “ไม่อ้างคำว่าหน้าที่แล้วหรือ”

 

            “ผมทิ้งมันไปแล้ว ต่อจากนี้ผมจะทำอย่างที่ผมอยากทำเท่านั้น”

 

            “ทำร้ายฉันซ้ำๆ สินะ”

 

            “จะไม่มีวันนั้นอีกต่อไป”

 

            วินมองคนที่เถียงเขาทุกคำ แล้วพบเพียงดวงตาที่หนักแน่น น้ำเสียงจริงจัง จนก้อนเนื้อในอกสั่น แต่เขาเชื่อได้จริงน่ะหรือ และดูเหมือนอีกฝ่ายก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จนบีบกระชับข้อเท้าเบาๆ

 

            “คุณวินอยากฟังเรื่องของผมมั้ยครับ...ผมเป็นแค่ลูกของลูกน้องคนหนึ่งของลุงคุณ เป็นผู้ชายที่ไม่มีอะไรเหมาะสมกับคุณเลยสักอย่าง ไม่ว่าหัวใจผมต้องการคุณมากแค่ไหน ผมก็ไม่มีสิทธิ์เอื้อมมือไปแตะต้อง ผมจะอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ส่งเสียผม ให้ที่คุ้มหัว ให้การศึกษา ให้งานผมได้ยังไง ผมถามตัวเองแบบนี้มาโดยตลอด และนั่นทำให้ผมต้องใจแข็งกับคุณ แต่ผมสาบานได้ว่าผมไม่เคยอยากเห็นคุณวินเสียใจเลยสักครั้ง”

 

            “แล้วตอนนี้นายคิดจะอกตัญญูลุงฉันแล้วหรือไง” วินประชด

 

            “ถ้านั่นทำให้ผมไม่เสียคุณไป”

 

            กึก

 

            ปณชัยตอบคำอย่างไม่ลังเล ปลายนิ้วลูบไล้ข้อเท้าอย่างอ่อนโยน แล้วบอกด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

 

            “ผมไม่เคยลืมพระคุณของคุณพงษ์ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธอีกแล้วว่าต้องการคุณมากกว่าใคร ผมเป็นผู้ชายโลภมากครับคุณวิน ผมทนเห็นคุณอยู่กับคนอื่นไม่ได้ เลือกใครอื่นที่ไม่ใช่ผมไม่ได้ ผมไม่อยากเสียคุณไป...อย่าจากผมไปไหนเลยนะครับ” มันคือการอ้อนวอนด้วยทุกอย่างที่มี และนั่นก็ทำให้วินกัดปากตัวเองจนเจ็บ

 

            “ครั้งนี้ฉันเชื่อนายได้จริงๆ น่ะหรือ” เสียงที่ถามออกมาไม่ต่างจากเสียงกระซิบ

 

            หากดวงตามั่นคงคู่นั้นแทนคำตอบได้มากกว่าคำพูดนับพัน

 

            สุดท้าย วินก็สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วถามสิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุด

 

            “นาย...รักฉันมั้ย”

 

            ท่ามกลางเสียงถามที่เบาราวใบไม้ปลิวจากขั้ว ดวงตาทั้งสองคู่จ้องมองกันอีกครั้ง แล้ววินก็ได้เห็น...ความรักที่เขาต้องการมาโดยตลอด

 

            หากปณชัยไม่ตอบคำ สิ่งที่คนตัวโตทำคือการก้มลงกดจูบที่ปลายรองเท้าอีกครั้ง

 

            ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้รักและเทิดทูนใครที่สุด

 

            เผาะ เผาะ

 

            น้ำตาหยดใสร่วงจากดวงตา กระทบแก้มขาว แล้วร่วงลงบนหลังมือทีละหยด ทีละหยด สวยงามราวกับไข่มุกล้ำค่าที่ทำให้คนมองยื่นมือออกไป หากไม่กล้าแตะต้อง ไม่กล้าสัมผัส เกรงว่าจะทำให้เจ็บช้ำเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้...

 

            หมับ

 

            “กอดฉันแน่นๆ...แล้วอย่าปล่อยฉันไปอีกนะ”

 

            ภวิศเป็นฝ่ายโผเข้ามาในอ้อมกอดอบอุ่น ซบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างที่ใจต้องการ กระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างหู แต่มันไม่ใช่คำสั่ง มันคือคำขอร้องแสนอ่อนหวานที่ทำให้สองมือกอดกระชับร่างของผู้เป็นนายอย่างที่ใจปรารถนา ซบใบหน้าลงกับเรือนผมอ่อนนุ่ม สูดกลิ่นหอมกรุ่นเข้าเต็มปอดอย่างโล่งใจ

 

            “ผมเองก็ไม่ยอมให้คุณจากไปไหนอีกแล้ว” ชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

            นี่ไม่ใช่แค่คำสัญญา หากแต่เป็นคำสาบานของคนที่ได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงในชีวิตเป็นครั้งแรก

 

            ความสุขที่ ได้รับอนุญาตให้รัก คนที่เขารักมาโดยตลอด

 

.........................................

 

            แชะ แชะ แชะ

 

            “เรื่องจริงหรือวะเนี่ย”

 

            หากท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของผู้ชายทั้งสองที่เพิ่งปรับความเข้าใจกัน มุมหนึ่ง ผู้ชายอีกคนก็กำลังชะโงกหัวให้โผล่พ้นเสา ขณะบันทึกภาพที่เห็นด้วยโทรศัพท์มือถือรัวเร็ว ปากก็พึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา จากนั้นก็ไม่ลังเลเลยว่าจะกดโทรหาใครคนหนึ่ง

 

            นี่เป็นเรื่องด่วนที่นายต้องรู้

 

............................................

 

            “นายไม่คิดจะปล่อยฉันเลยหรือ”

 

            “คุณวินอนุญาตให้ผมขังคุณไว้ได้แล้วนี่ครับ”

 

            ภวิศไม่รู้จริงๆ ว่าเขาควรจะฉิวหรือเขินดี

 

            หลังจากพูดคุยกันที่สระว่ายน้ำ วินก็ไม่แน่ใจว่าเขาอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่ายนานแค่ไหน พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันเพิ่มเติม แค่ปล่อยให้ร่างกายถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันและกัน ให้เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง ไม่ใช่การคิดเอาเอง กระทั่งอากาศเริ่มเย็น ไฟในสระว่ายน้ำปิดลงจนรู้ว่าดึกแล้ว นายแบบหนุ่มจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่าจะกลับขึ้นห้อง

 

            วินยอมรับว่าประหม่า แล้วผู้ชายตัวโตก็ทำให้อาการหนักขึ้นด้วยการเดินตามมาสวมกอดจากด้านหลัง แล้วบอกชิดริมหู

 

            เขาไม่คุ้นเคยความอ่อนหวาน นี่จึงเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เสียจนหัวใจเต้นอื้ออึง

 

            “ไม่อยากเชื่อว่านายจะพูดแบบนี้” ร่างเพรียวไม่ค่อยเขิน แต่ตอนนี้เขากำลังเขินจนว่าเสียงเบา

 

            “ผมอาจจะเป็นฝ่ายไม่อยากเชื่อมากกว่าคุณวินก็ได้”

 

            “หมายความว่ายังไง” วินเหลียวไปมองตา ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มบาง เป็นฝ่ายฉวยมือให้ก้าวไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ แล้วกดหัวไหล่ให้นั่งลง จนนายแบบหนุ่มกลั้นอาการสะดุ้ง

 

            “ผมไม่กล้าจินตนาการภาพนี้พอๆ กับที่ผมรู้ว่าไม่มีสิทธิ์แตะต้องคุณ ดังนั้นที่ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้มันดียิ่งกว่าฝันที่ดีที่สุดของผมอีกครับ” คนฟังไม่เคยเห็นมุมนี้ของปณชัยมาก่อน ซึ่งพอเผยออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว หัวใจเขาก็ตั้งรับไม่ทันเช่นกัน ผิวแก้มก็แดงขึ้นเรื่อยๆ จนคนมองอดไม่ได้ที่จะส่งปลายนิ้วมาลูบไล้ที่แก้มอย่างเบามือ

 

            “เหมือนเห็นคุณตอนเด็กอีกครั้ง”

 

            ใช่ พอไร้ซึ่งเกราะป้องกันกาย วินก็แค่เด็กน้อยไร้เดียงสาเรื่องความรัก

 

            “ที่นายทำลายทิ้งไปแล้ว” หากก็ยังสวนกลับได้ จนคนตัวโตนิ่ง

 

            “ผมขอโทษ”

 

            “พอแล้ว ไม่อยากฟังคำขอโทษของนายแล้ว” วินว่าขำๆ ดูเหมือนว่าระหว่างพวกเขาจะต้องปรับตัวกันอีกนาน วินเองก็ไม่รู้ว่าจะหยุดประชดประชันได้มั้ย เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายทำก็ไม่ใช่น้อยเลยนี่นะ หากคืนนี้เขาไม่อยากขุดคุ้ย เขาอยากจะดื่มด่ำความสุขนี้ให้นานขึ้นอีกนิด

 

            “แล้วเรื่องคุณนันท์”

 

            “หึงหรือไง”

 

            “ครับ ผมหึง”

 

            กึก

 

            วินชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจะรับมือปณชัยโหมดนี้ไหว

 

            ผู้ชายที่ไม่อ้อมค้อม พูดตรงๆ มองมาด้วยแววตาคาดคั้นหน่อยๆ จนต้องเบือนหน้าหลบ รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังร้อนใจ แต่ไม่กล้าเร่งรัดเอาคำตอบ จนลังเลว่าควรจะพูดตรงๆ หรือเอาคืนดี

 

            “คุณวิน”

 

            หากมือใหญ่ที่เอื้อมมากระชับมือขาวเอาไว้อย่างถนอมนั่นต่างหากที่ทำให้วินตัดสินใจ

 

            “ต่อให้ฉันเลวแค่ไหนก็ไม่คิดทำร้ายความรู้สึกเพื่อนด้วยการคบทั้งที่ไม่รักหรอกนะ”

 

            ใช่ เขาลังเล แต่ต่อให้วินคิดกี่ตลบก็พบว่าไม่มีทางที่เขาจะรู้สึกกับนันท์ได้เกินกว่าความเป็นเพื่อน และเขาไม่อาจจะเอาใครมาเป็นตัวแทนของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน

 

            ผู้ชายใจร้ายแบบนี้มีคนเดียวเท่านั้นแหละ

 

            “แล้วผมล่ะครับ”

 

            เขาไม่ชินกับปณชัยที่พูดคำหวานพอๆ กับเรียกร้องอย่างในเวลานี้ จนเบือนหน้าหลบ

 

            “ได้คืบจะเอาศอก”

 

            “ถ้าเป็นศอกคุณวิน ผมก็เอาครับ”

 

            “ห้ะ!” วินหันขวับกลับมา แล้วพบว่าคนพูดไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นสักนิด

 

            “ผมบอกแล้วครับว่าผมเป็นคนโลภ” คนตัวโตเผยรอยยิ้มบาง แต่ทำให้ใบหน้าคมยิ่งน่ามองอย่างบอกไม่ถูก หากภวิศก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ

 

            “ฉันไม่ให้ฟรีๆ หรอกนะ”

 

            “แล้วคุณวินอยากให้ผมทำยังไงครับ”

 

            นายแบบหนุ่มนิ่งคิดไปอึดใจ แล้วยกยิ้มช้าๆ

 

            “เมื่อนายหยุดถามแล้วจูบฉันสักที”

 

            ปณชัยมองหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อหู แล้วบ้าชะมัด วินว่าเขาเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายที่เผยออกมาชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่จะจางหายไปกับใบหน้าเรียบนิ่ง ผิดกับร่างสูงที่ตามเข้ามาอย่างไม่ลังเล ดันจนแผ่นหลังเขาแนบไปกับที่นอนนุ่ม จากนั้นก็โน้มหน้าเข้ามาจนปลายจมูกเสียดสีกันเบาๆ

 

            ตามองตา ลมหายใจปะทะลมหายใจ แล้ววินก็ยิ้ม

 

            รอยยิ้มแสนสวยที่ไม่ใช่ว่าใครจะได้รับง่ายๆ

 

            “ถ้านายจูบฉันตอนนี้ก็แปลว่าฉันจูบรองเท้าตัวเองด้วยสิ” เขาเย้า

 

            “ให้ผมไปบ้วนปากก่อนมั้ยครับ”

 

            หมับ

 

            วินโอบสองมือรอบลำคอแกร่ง แล้วดึงให้กลับเข้ามา

 

            “ฉันไม่รอหรอกนะ”

 

            แค่นั้นก็เพียงพอให้ชัยเผยรอยยิ้มน่าดู แล้วจุมพิตอ่อนหวานก็ประทับแนบที่ปากได้รูปจนแนบแน่น

 

            สัมผัสที่ไม่ได้มากไปกว่าปากแตะปากเลย หากแต่หวานล้ำจนแทบจะสำลัก

 

            พวกเขาไม่ได้ต้องการความร้อนแรงแทบไหม้เช่นทุกที แต่ต้องการสัมผัสของกันและกันที่ไม่จำเป็นต้องเร่าร้อน แค่ส่งผ่านความรู้สึกที่เพิ่งเผยออกมาด้วยการกระทำที่แสนอ่อนโยน แค่นั้นก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกเต้นโครมคราม บอกได้เต็มปากว่านี่อาจจะเป็นจูบที่ดีที่สุดที่เคยมี

 

            จูบของคนที่หัวใจตรงกัน

 

            “เครื่องออกกี่โมงนะครับ” ชัยถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า ถามเสียงแหบพร่า แบบที่วินเองก็ตอบเสียงเบา

 

            “เจ็ดโมงเช้า” เขารู้ว่าปณชัยจำได้ แต่นี่เป็นการเตือนสติตัวเองมากกว่า

 

            จุ๊บ

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มกดจูบอีกครั้ง แล้วถอนหายใจเหยียดยาว กำหมัดแน่นข่มกลั้นอารมณ์

 

            “ผมสาบานกับตัวเองว่าครั้งหน้าถ้ามีโอกาสได้สัมผัสคุณ ผมจะแก้ตัวจากครั้งก่อน และคืนนี้ก็ไม่มีเวลามากพอ” วินหน้าร้อนวูบ แต่ไม่วายที่จะถามเสียงอวดดี

 

            “ห้า-หกชั่วโมงไม่หนำใจนายหรือไง”

 

            “เชื่อเถอะครับว่ามันไม่พอ” คนฟังเอียงแก้มหลบ ขี้เกียจเถียงไปมากกว่านี้ เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้ครั้งหน้าของเราเร่งรีบ เพราะดูจากสถานะที่เปลี่ยนไปแล้ว มันจะไม่ใช่เพียงการสักแต่เอาและปลดปล่อยอย่างที่แล้วๆ มา

 

            วินเองก็อยากทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ลิ้มรสความสุขช้าๆ ไม่ใช่รีบทำ รีบตื่น แล้วรีบไปยังสนามบิน

 

            จากนั้น ใบหน้าสวยก็ซบลงกับอกกว้างอีกครั้ง

 

          มุมนี้อุ่นสบายแบบนี้เองสินะ

 

            “นอนเถอะครับ พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า” คนตัวโตลูบผมอย่างเบามือ

 

            “อืม” ภวิศเองก็หลับตาลงอย่างว่าง่าย

 

            ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้ง ซึ่งแม้ปณชัยจะมีห้องพักส่วนตัว แต่ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความคิดใดๆ ที่จะกลับไปนอนห้องนั้น...เขาไม่อยากผละจากข้างกายของคนคนนี้

 

            “ชัย ที่นายถาม...รักฉันสิ แค่รักฉัน”

 

            คนฟังนิ่งไปเพียงครู่ ก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมา กระชับของเจ้านายแทนคำตอบรับ

 

            เขาถามคุณวินว่าถ้าอยากได้ทุกอย่างของคุณวินต้องทำยังไง คำตอบของวินคือ...รัก

 

            ขอแค่คำเดียวที่ให้กันก็มากเกินพอ

 

..........................................

 

            ครบค่ะ แบบว่าเปิดเรื่องพี่วินไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แต่นี่จะจบปีนี้แล้ว เมย์ยังเพิ่งลงได้แค่ 35 ตอนหรือนี่ ถึงขั้นหันไปหาน้องๆ ที่มาช่วยห่อหนังสือที่บ้านแล้วบอกว่า นี่ฉันลงช้าใช่มั้ย และคำตอบก็ช่างพร้อมเพรียงว่าใช่ หนูขอโทษ ก็ปีนี้งานเยอะง่ะ ฮือออออ

            ผ่านมาปีกว่าสำหรับเรื่องนี้ กว่าจะมีฉากแบบนี้นี่หายากเนอะ ตอนนี้จูบข้อเท้ากันแล้วค่ะ มันมีความหมายว่าการศิโรราบ การสวามิศักดิ์ และรักจนมอบให้ได้ทุกอย่าง ลุงทำขนาดนี้เลยนะเออ ดังนั้น อะไรที่ทำร้ายๆ ไว้ก็...ด่าลุงต่อเถอะค่ะ การได้เห็นเวลามีคนด่าลุงชัย (ด่าลุงนะ ไม่ใช่เมย์) เก๋าล่ะช้อบชอบ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.075K ครั้ง

139 ความคิดเห็น

  1. #14613 LOVEYAMINIMIN (@LOVEYAMINIMIN) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 00:08
    เนี่ยยย เขาโอเคละมุนละไมน่ารักกันแล้ว แต่!!! ก็ยังไม่จบ -นพนี่ทำไงจะเลิกจองเวรซักที!!!
    #14613
    0
  2. #14533 birumu (@beam_bts) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:13
    ละมุนละไม
    #14533
    0
  3. #14265 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 22:32
    โหมดนี้มันไม่ชินอ่ะ
    #14265
    0
  4. #14246 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 16:43
    เป็นตอนที่ปลดล็อคมากๆ แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ คนที่ถ่ายรูปคือใคร แล้วนายคือใครใช่พ่อคินไหม ถ้าใช่แล้วจะเป็นยังไง เดิมเราเคยคิดว่าพ่อคิน ไม่ก็ญาติฝั่งวินขวางไว้นะ แต่เห็นลุงอยู่ๆก็ทำตามใจตัวเองแบบนี้แสดงว่าก็น่าจะไม่มีใครห้าม แต่ลุงแค่มองว่ามันไม่เหมาะสม และอยากให้วินเจอคนที่ดีกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง ตอนนี้คือเขาเคลียร์กันแล้ว และเดี๋ยวก็ต้องมีคนรู้ ซึ้งก็คงต้องรอดูอีกที ว่าจะมีอุปสรรคอะไรอีกไหม
    #14246
    0
  5. #14212 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 18:47
    เชรดดดดด
    #14212
    0
  6. #14186 itzmebb (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:16

    สักทีนะพี่ชัย!

    #14186
    0
  7. #14163 แหวน (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 14:20

    ฮืือออออ ดีใจกับน้องวินด้วยนะคะ หวังว่าคงจะไม่มีอุปสรรคแล้วอ่ะเนอะ! เพราะกว่าจะลงเอยกันก็แทบลากเลือดเหมือนกัน

    #14163
    0
  8. #14159 witchbeaming (@witchbeaming) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 00:53
    พอลุงเปลี่ยนโหมดมาเป็นแบบนี้คือละลายเลยค่ะ งื้อออ แต่ก็ยังไม่ลืมเรื่องเก่าๆหรอกนะลุง หึ
    #14159
    0
  9. #14054 คัชช๊ะ (@mintyo) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 14:39
    เเพ้อ่ะ เเพ้เเทนพี่วินนนฮื่ออออ
    #14054
    0
  10. #14045 MdCharlotte (@cshpuy94) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:12
    อะไรที่ผ่านๆมาเรายังไม่ลืมหรอกนะลุง
    #14045
    0
  11. #14038 noparat (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:19

    รอวันนี้มานาน อยากเห็นวินมีความสุข ต่อไปนี้พี่ชัยห้ามทำวินเสียใจอีกนะ

    #14038
    0
  12. #13970 นากิจัง (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 23:48

    ในที่สุกก็สมหวัง...แค่ภัยร้ายก็กำลังรออยู่ข้างฟน้านี้แล้ว

    #13970
    0
  13. #13924 Santhanakiawkern (@Santhanakiawkern) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 20:47
    สุดยอดซึ้งมากๆชอบเรื่องนี้สุดๆกินใจน่าสงสารทั้งสองคน
    #13924
    0
  14. #13693 Aiiyaya (@boomchayada) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:42
    รักลุงชัยอ่ะ
    #13693
    0
  15. #13686 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 16:07
    เย้ ในที่สุดก็แฮปปี้กันซักที แต่อาจจะต้องผ่านด่านคุณลุงและพี่ภาคินก่อนสินะ หึหึ
    #13686
    0
  16. #13682 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 12:33
    ถอนหายใจแรงๆเมื่ออ่านตอนนี้จบเฮ้อออออออออออ
    #13682
    0
  17. #13660 S'2B'S (@rosefire_rose) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 18:25
    น้ำตาไหลไม่รู้ตัวเลยย
    #13660
    0
  18. #13633 loeynahc (@mwnuch) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 09:15
    อ่านละน้ำตาไหลด้วยความปิติ
    #13633
    0
  19. #13609 mathu45 (@mathu45) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 03:22
    ฉากจูบเท้าประทับใจมากค่ะ ฮือออออออออ
    #13609
    0
  20. #13593 sanomsin (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:35

    ลุงไม่งี่เง่าแล้วเนอะ. ดีใจกับพี่วืนด้วยจริง กว่าพี่วินจะมีความสุขได้

    #13593
    0
  21. #13554 lomarday (@tobokki) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 20:15
    ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่ลุงกับพี่วินเข้าใจกัน แง้
    #13554
    0
  22. #13549 Ddd (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 18:03

    ไม่ชินลุงโหมดนี้เลย ไม่รู้ว่าตอนอ่านต้องเสียงโทนไหนื5555555555

    #13549
    0
  23. วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 16:40
    อ่อนโยนนนนน
    #13544
    0
  24. วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:40
    ไม่ชินกับความอ่อนโยนของลุงงง>///<
    #13536
    0
  25. #13525 TheLaughter (@fon-arcobaleno) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 10:36
    เพิ่งเคยเห็นลุงมุมนี้ เขินอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ
    #13525
    0