[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,335,190 Views

  • 14,679 Comments

  • 25,779 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    6,811

    Overall
    1,335,190

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 ร่องรอยที่เหลืออยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 401 ครั้ง
    15 ก.ค. 60




ตอนที่ 8 ร่องรอยที่เหลืออยู่

 

 

 

            เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงแรกของวันที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใส ไล่ความมืดมิดที่ราวกับอสูรกายตัวร้ายออกไป เสียงนกร้องขับขานบนยอดไม้ชุ่มน้ำ ขณะที่ท้องฟ้าสดใสราวกับว่าเมื่อวานไม่มีพายุรุนแรงตลอดทั้งคืน เหมือนกับบอกว่า...เรื่องดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น

 

            “อืม” ส่วนคนป่วยที่หลับสนิทมาตลอดทั้งคืนเพราะฤทธิ์ยาก็กำลังรู้สึกตัวทีละน้อย เสียงแหบพร่าครางในลำคอ ดวงตาหนักอึ้งเปิดปรือช้าๆ เพื่อมองเพดานห้องที่คุ้นตา

 

          กลับมาได้ยังไง

 

            ภวิศถามตัวเองอย่างมึนงง ออกแรงขยับตัวแล้วพบว่าร่างกายมันหนักไปทุกส่วน ทั้งยังปวดไปทั้งตัวจนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มเหมือนเดิม ดวงตาคมก็กะพริบหลายๆ ที พยายามรวบรวมสติที่ยังมึนเพราะพิษไข้พิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้น

 

          เมื่อวานไปคุยเรื่องงาน แล้วหลังจากนั้น...

 

            “อ้อ เพราะทำตัวอ่อนแอเองสินะ” วินหัวเราะไม่ออก กระซิบบอกแผ่วเบา เมื่อความทรงจำเลวร้ายของเมื่อวานแวบเข้ามาในหัว เขาที่คาดหวังเอง เขาที่ต้องผิดหวังเอง และเขา...ที่อ่อนแอเอง

 

            เขาควรจะเคยชินได้แล้วกับคำพูดโหดร้ายของคนบางคน แต่พอได้ยินชัดๆ เต็มสองหูว่าไร้ค่าแค่ไหน ก็ดันผลีผลามออกไปฝ่าสายฝนเพื่อหวังหนีจากอีกฝ่าย แล้วพอไม่มีที่ไป คนแรกที่คิดถึงก็คือพี่ซีน

 

          นั่นสินะ เพราะป่วยขนาดนั้น พี่ซีนจะเรียกคินไปรับก็ไม่แปลก

 

            ความคิดที่ทำให้นายแบบหนุ่มยิ้มขื่น ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวเป็นภาระของหลายคนแบบนี้ ทั้งพี่ซีนที่เปิดบ้านรับเขา ทั้งญาติผู้พี่ที่เสียเวลาตามตัว ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความอ่อนแอของเขาเอง โดยที่สาเหตุหลักคงไม่สนใจใยดีอะไรเลยสักนิด

 

          บ้าชะมัด จะคิดเรื่องที่ทำให้ตัวเองหดหู่ทำไมวะวิน

 

            ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้ง แม้ร่างกายจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่ใจมันแทบไม่ต่างจากเมื่อวานเลยสักนิดจนอยากจะหลับต่อ อยากจะจมจ่อมสู่ความฝันแล้วไม่รับรู้เรื่องราวในโลกของความเป็นจริง เพราะอย่างน้อยเมื่อคืนเขาก็ไม่ได้ฝันร้าย

 

          ก็ดีกว่าฝันร้ายเดิมๆ

 

            โชคดีที่ครั้งนี้ไม่มีความฝันบ้าๆ ในวัยเด็กมาตามหลอกหลอน จนร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะไม่มีแรงตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ก็ได้ จนเจ้าตัวเปิดตาขึ้นอีกครั้ง คิดว่าควรจะหาโทรศัพท์มาต่อสายบอกคนข้างล่างว่าเขาฟื้นแล้ว แต่...

 

            “!!!

 

            คนที่ลืมตา พลิกตัวมานอนตะแคงข้างก็ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา มือที่กำลังจะเอื้อมหาโทรศัพท์ร่วงผล็อยลงข้างเตียง กะพริบตาหลายๆ ทีราวกับดูให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เพราะบริเวณข้างเตียงมีใครคนหนึ่งนั่งหันหลังชันเข่าอยู่บนพื้น

 

            ใครคนนั้นที่เพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้

 

            “ไม่...จริง...”

 

            วินรู้ตัวเลยว่าเขาตกใจมากแค่ไหน เพราะแม้แต่ฝันยังไม่กล้าฝันด้วยซ้ำว่าคนคนนี้จะเฝ้าไข้เขา...ปณชัย

 

            ชายหนุ่มที่นั่งหันหลังพิงเตียง ใบหน้าตกห้อยลงอย่างคนที่หลับสนิท มือข้างหนึ่งวางพาดหัวเข่าที่ชันขึ้นยังคงกำผ้าขนหนูผืนเล็กเอาไว้แน่น แต่แม้จะหันหลังให้ ทรงผมแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ก็ทำให้คนป่วยไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ได้แต่มองหลังหัวที่ตกห้อยอยู่แบบนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา

 

            คนคนนี้น่ะนะที่เฝ้าไข้เขา

 

            ภวิศเม้มปากเข้าหากัน ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงจนน่ากลัว เค้นสมองที่เบลอเพราะพิษไข้ปะติดปะต่อเรื่องราวว่าบอดี้การ์ดหนุ่มมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

 

          ห่วงหรือ

 

            แวบแรกความหวังเรืองรอง

 

          ไม่หรอก เพราะคำสั่งมากกว่า

 

            หากแต่ทุกอย่างที่ผ่านมาก็สอนสั่งให้คิดตามความเป็นจริง

 

            ปณชัยคงถูกคินสั่งให้มาเฝ้าไข้เขา หรือเพราะหน้าที่ที่ต้องดูแลนั่นแหละ มันไม่มีทางอยู่แล้วที่อีกฝ่ายจะนึกห่วงจนอยู่ด้วยกันทั้งคืน แท้จริงอาจจะเพิ่งเข้ามาเมื่อชั่วโมงที่แล้วก็ได้

 

            วินบอกตัวเอง สงบใจที่เต้นแรงลงกว่าเดิมนิด ขยับมานอนตะแคงข้างเต็มตัวด้วยเสียงที่เบาแสนเบา ลืมเรื่องโทรบอกคนอื่นไปสนิทใจ ดวงตาคมสวยก็จับจ้องเพียงร่างของอีกฝ่าย แล้วน่าแปลกที่แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าปณชัยทำตามหน้าที่ แต่ริมฝีปากก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ ออกมาจนได้

 

          มึงถึงเป็นคนอ่อนแอไม่เลิกไงวิน

 

            นายแบบด่าตัวเอง มองเรือนผมที่มักจะจัดเป็นทรงสุภาพ แต่บัดนี้ยุ่งเหยิงจนอดไม่ได้ที่มือข้างหนึ่งจะเอื้อมไปช้าๆ แตะลงบนปลายผมอย่างไม่แน่ใจ แต่เมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่ขยับเขยื้อน ปลายนิ้วที่แตะอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็เกี่ยวเส้นผม รู้สึกถึงความสากตามประสาผู้ชายที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง จนรอยยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด

 

          “ขอบคุณนะ...พี่ชัย”

 

            มันอาจจะเป็นหน้าที่ แต่หน้าที่ของคนคนนี้ก็ทำให้เขาไม่ฝันร้าย เสียงแผ่วเบาเจือประกายหวานจึงกระซิบแผ่วๆ อย่างที่ปกติไม่มีทางทำ

 

            ช่วงเวลาที่เหมือนย้อนกลับไปเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยที่ชอบเข้าหาคนสนิทของลุง

 

          ถ้าตื่นคงไม่มีโอกาสเรียกแบบนี้

 

            ตุบ

 

            เฮือก!

 

            ทันใดนั้น ผ้าขนหนูที่อยู่ในมือของคนตัวโตก็ร่วงผล็อยลงบนพื้น ทำเอาภวิศรีบชักมือกลับ มองคนที่กำลังขยับเขยื้อนร่างกายช้าๆ อย่างตกใจ ขณะที่ศีรษะซึ่งตกห้อยก็ยกขึ้น จนหัวใจสั่นระรัว

 

          ได้ยินหรือเปล่า

 

            “กี่โมงแล้ว” แต่ดูเหมือนร่างสูงใหญ่จะไม่ได้ยิน เพราะเสียงแหบห้าวอย่างคนเพิ่งตื่นถามตัวเอง มือเสยผมลวกๆ ไม่มีท่าทีจะรู้ว่าเขากำลังนอนมอง จนวินลังเลว่าควรจะแกล้งหลับหรือตื่นมาเผชิญหน้ากันหลังจากเรื่องเมื่อวาน แต่ยังไม่ทันจะตัดสินใจ...

 

            “คุณวินฟื้นแล้วหรือครับ” คนที่นั่งหันหลังให้ก็หันกลับมาแบบไม่บอกกล่าว ชะงักไปครู่ ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยถามอย่างสุภาพ ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีท่าทีเมื่อยขบเหมือนคนเฝ้าไข้มาทั้งคืน รวมทั้งน้ำเสียง...ไม่แตกต่างจากเมื่อวานเลยสักนิด

 

            ไม่มีทั้งแววห่วงหาอาทร ก็แค่ลูกน้องที่พูดกับเจ้านาย

 

          ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ไอ้วิน

 

            “อืม” คนป่วยรับคำ มองใบหน้าคมคร้ามที่ไรหนวดขึ้นเขียวครึ้มจางๆ และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว เพราะชัยยกมือขึ้นมาลูบคาง เอ่ยอย่างสุภาพ

 

            “ขอโทษด้วยนะครับที่ผมอยู่ในสภาพที่ไม่สุภาพเท่าไหร่” คำนั้นทำให้วินตัดสินใจเอ่ยถาม

 

            “นาย...เฝ้าไข้ฉันทั้งคืนหรือ”

 

            “...” ความเงียบเกิดขึ้นชั่วอึดใจ ก่อนที่...

 

            “มันเป็นหน้าที่ครับ”

 

            “นั่นสินะ หน้าที่”

 

          ก็น่าจะรู้อยู่แล้ว

 

            “...”

 

            “...”

 

            หลังคำถามนั้น ความอึดอัดก็โอบล้อมทั้งห้องนอนกว้าง บีบรัดคนทั้งคู่ที่ไร้ซึ่งคำถามตอบใดๆ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติ วินก็คงเล่นสงครามประสาทด้วย แต่ในเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ ใจมันก็อ่อนแรงตามจนไม่มีแก่ใจที่จะโต้เถียงหรือร้องหาสิ่งที่ไม่มีวันได้รับ

 

            “งั้นตอนนี้ฉันฟื้นแล้ว นายก็ออกไปได้แล้ว”

 

            “ครับ” ไร้ซึ่งความลังเล ปณชัยตอบรับเต็มคำ ก่อนที่จะก้มลงคว้าผ้าขนหนูและอ่างน้ำใบเล็กขึ้นมาถือไว้ จากนั้นก็ก้าวออกไปยังประตูห้อง

 

            ฟึ่บ

 

          อย่าไป...

 

            ภาพแผ่นหลังกว้างที่ไกลออกไปทุกทีทำให้คนที่ไล่ออกไปเองเอื้อมมือไปข้างหน้า แต่ไม่มีแม้แต่เสียงใดๆ ที่จะหลุดรอดออกจากริมฝีปาก มีเพียงหัวใจที่กำลังร้องขอเจ้าของให้พูดมันออกไป ให้ใช้คำว่าหน้าที่ของอีกฝ่ายให้เกิดประโยชน์ แต่...

 

            ปัง

 

            ประตูปิดลงอย่างไร้เยื่อใย

 

            ตุบ

 

            มือข้างนั้นทิ้งลงบนเตียงนุ่ม ก่อนที่วินจะหลับตาอย่างอ่อนล้า และคงเป็นแบบนั้นตลอดทั้งวัน ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “คุณวินตื่นแล้วหรือคะ” ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่คนที่หายออกไป แต่เป็นหัวหน้าแม่บ้านที่กำลังยกถาดข้าวต้มหอมกรุ่นเข้ามา เสียงอ่อนโยนเอ่ยทักจนได้แต่ฝืนยิ้มส่งให้

 

            “เดี๋ยวทานอะไรหน่อยนะคะ จะได้ทานยา” ใจอยากจะบอกว่ากินไม่ลง แต่ภวิศก็ฝืนร่างกายขึ้นมานั่งอย่างไม่อยากทำให้ใครๆ เป็นห่วงไปมากกว่านี้

 

            “ขอบคุณนะป้าแก้ว” คำที่คนมาใหม่ส่งยิ้มใจดี จากนั้นก็ส่ายหน้า

 

            “ขอบคุณอะไรป้ากันคะ ป้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย พอจะเปลี่ยนเวรเข้ามาช่วยเฝ้าคุณวิน ชัยเขาก็ไม่ยอม บอกว่าเขาจัดการเองได้ รายนั้นเฝ้าคุณวินทั้งคืนเลยนะ ข้าวปลาก็ไม่ได้กินตั้งแต่เมื่อวาน ถ้าจะขอบคุณ คุณวินไปบอกชัยเขาดีกว่าค่ะ” เมื่อคืนหญิงสูงวัยแอบมาดูเจ้านายอีกคนด้วยความเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าขัดคำสั่งคุณภาคินก็ตาม แต่ติดที่พยาบาลจำเป็นไล่กลับ ดังนั้นเธอยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากมื้อเช้านี่เลย

 

            คำของหัวหน้าแม่บ้านที่ทำให้คนฟัง...นิ่งอึ้ง

 

            เช้านั้นวินไม่รู้ว่ากินอะไรลงไป ไม่รู้ว่ากินยาตามกี่เม็ด เขารู้เพียงว่าคำพูดของป้าแก้ววนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา เรื่องที่ว่า...คนใจร้ายบางคนมาดูแล

 

          ท่าทางใจจะอ่อนแอเกินไป เพราะมันสั่น...จนน่ากลัว

 

.........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “พี่วินเป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง เอาอะไรมั้ย เดี๋ยวผมไปบอกป้าแก้วให้”

 

            หลังจากนอนซมหนึ่งวันกับอีกสองคืนเต็มๆ ภวิศก็อาการดีขึ้นมาก และมากพอให้คนยิ่งใหญ่หวงเมียบางคนยอมปล่อยเมียเด็กมาเยี่ยมสักที เด็กหนุ่มที่ทำหน้าเหมือนทรมานแทน ถามอย่างเป็นห่วง จนนายแบบหนุ่มรู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            “ดีขึ้นเยอะแล้ว ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”

 

            “พี่วินขอโทษทำไม พี่ภาคินต่างหากที่ต้องขอโทษพี่ ป้าแก้วบอกว่าพี่ภาคินแม่งไม่ยอมโผล่หัวมาเยี่ยมพี่เลย แย่ว่ะ ทั้งที่แข็งแรงจะตายชัก ถ้าผมไม่มีร่างกายแย่ๆ แบบนี้ผมมาเฝ้าพี่ไปนานแล้ว” เด็กดื้อก็ยังเป็นเด็กดื้อที่กำลังระบายความไม่พอใจให้ฟัง เคืองตั้งแต่ไม่ยอมให้เยี่ยมแล้ว ไหนไอ้คนใจร้ายก็ไม่ยอมโผล่หัวมาเยี่ยมน้อง

 

            ท่าทางที่วินหลุดหัวเราะในคอ

 

            “นี่ไม่รู้จริงสิ?”

 

            “รู้อะไร” กราฟหรี่ตา มองคนป่วยที่ส่ายหัวน้อยๆ แล้วบอกอย่างขบขัน

 

            “ก็ถ้าคินมาเยี่ยมพี่ แล้วเชื้อหวัดติดไป...ใครล่ะที่จะป่วยต่อ”

 

            “...”

 

            กริบสิงานนี้

 

            กฤติธีถึงกับพูดอะไรไม่ออก มีเพียงผิวแก้มที่แดงขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความห่วงใยของคนใหญ่มากบางคน และนั่นก็ทำให้วินว่าต่ออย่างเอ็นดูเจ้าเด็กนี่

 

            “ตอนนี้พี่ยังไม่หายดี เยี่ยมแล้ว รู้ว่าไม่เป็นไรแล้วก็กลับห้องไปได้แล้ว”

 

            “เฮ้ย งั้นพี่วินก็อยู่คนเดียวอะดิ”

 

            ท่าทางเด็กขี้โรคบางคนจะห่วงไม่อยากให้อยู่คนเดียวแล้วคิดมากเหมือนตัวเอง จนวินส่ายหัวช้าๆ

 

            “โตขนาดนี้ทำไมจะอยู่คนเดียวไม่ได้”

 

            “งั้น...พี่วินมีอะไรให้ผมช่วยมั้ย อะไรก็ได้” ท่าทางกราฟจะยังเป็นห่วงไม่เลิก อีกทั้งยังรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรไม่ได้ ถึงดื้อจะช่วยอะไรสักอย่างจนวินนิ่งไปนิด ก่อนที่จะพยักหน้า

 

            “ช่วยพี่เปลี่ยนเสื้อหน่อย อยากเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เสื้อผ้าที่ภวิศก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าใส่ตอนไหน แต่น่าจะเป็นหัวหน้าแม่บ้านที่เปลี่ยนให้ และมันก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ แม้จะยังอาบน้ำไม่ได้ ขอแค่เปลี่ยนเสื้อก็ยังดี

 

            แน่นอนว่าเด็กหนุ่มพุ่งไปหาเสื้อตัวใหม่ทันที ปล่อยให้หนุ่มหน้าสวยปลดกระดุมเสื้อ แล้วถอดออกลวกๆ ชักอยากจะเช็ดตัว แต่คงบอกกราฟไม่ได้ ไม่งั้นเจ้าเด็กนี่ก็คงอยู่ห้องนี้ต่อจนติดหวัดไปด้วยแน่

 

            “ตัวนี้ได้มั้ยพี่วิน”

 

            “ตัวไหนก็ได้”

 

            วินรับเสื้อมาจากอีกฝ่ายที่คงชินกับสภาพตัวเปล่าๆ ของเขาแล้ว สะบัดเสื้อไปด้านหลัง สอดแขนเข้าไปก่อนโดยมีกราฟที่พยายามจะดึงๆ รั้งๆ ช่วย และนั่น...

 

            “เฮ้ย!!! พี่วินไปโดนอะไรมาวะ”

 

            “อย่าตะโกน พี่ปวดหัว”

 

            “เดี๋ยวๆ แต่นี่เหมือนฟัดกับหมามาเลย!

 

            วินยิ่งไม่เข้าใจหนักไปอีก เมื่อเด็กหนุ่มดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด

 

            “คอพี่น่ะพี่วินคอ นี่ไอ้โหดคงไม่ได้แอบมากัดคอพี่ใช่มั้ยวะ” กฤติธีชี้คอตัวเอง แบบที่คนฟังก็เอื้อมมือมาจับคอบ้าง ก็รู้สึกเจ็บๆ นะ แต่มันปวดเมื่อยไปทั้งตัว ดังนั้นเขาไม่รู้เลยว่าคอเขาตอนนี้เป็นยังไง และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมา

 

            “ช้ำเหมือนผมตอนมีเรื่องมาเลย...เอียงคอหน่อยพี่” กราฟว่าเสียงเครียด แบบที่คนฟังก็ยอมเอียงคอให้ถ่ายรูปถนัดๆ แล้วรับโทรศัพท์มือถือมาดู

 

            “หืม”

 

            ภวิศเองก็ส่งเสียงอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นภาพ HD ของคอตัวเอง...ลำคอขาวจัดที่ปรากฏรอยช้ำเป็นวงกว้าง ไม่ใช่แค่เป็นจ้ำๆ ไหนจะรอยแดงที่เกิดจากอาการห้อเลือด และถ้าสังเกตให้ดีเหมือนมีรอยอะไรสักอย่างกัดลงบนนั้นจนคิ้วขมวดฉับ

 

            “ตกลงไปโดนอะไรมา” กราฟถามเสียงเครียด และนั่นก็ทำให้คนที่ไม่อยากให้ห่วงยกยิ้มมุมปาก

 

            “นี่ไม่รู้?...เราก็โดนบ่อยๆ ไม่ใช่หรือไง” คนฟังมุ่นคิ้วเข้าหากัน ดูไม่เข้าใจอย่างเห็นได้ชัด และนั่นก็ทำให้วินเฉลยขำๆ

 

            “ก่อนที่จะป่วย พี่อยู่กับพี่ซีน”

 

            กึก

 

            “ไอ้เหี้ยนั่นอะนะ!!!” เด็กหนุ่มร้องลั่น เข้าใจทันควัน ขณะที่ความโกรธปะทุขึ้นในใจ

 

            “มันทำพี่ขนาดนี้เลยหรือวะพี่วิน แม่งเหี้ยว่ะ ขนาดคนป่วยยังไม่เว้น...”

 

            “ใจเย็น มันก็ความพอใจทั้งสองฝ่าย”

 

            ก่อนที่กราฟจะสบถออกมาเต็มเสียง คนป่วยก็แทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม จนคนพูดหุบปากฉับ หน้าตาดูไม่พอใจแม้จะบอกว่าเต็มใจทั้งสองฝ่ายก็เถอะ

 

            “พี่เลิกกับมันเหอะว่ะ ผมเกลียดขี้หน้ามันจะตายชัก” คนพูดว่าอย่างไม่ปิดบัง และยิ่งโกรธหนักไปอีกที่ไอ้เพื่อนเหี้ยของพี่ภาคินมาทำพี่วินแบบนี้ นี่มันไม่ได้เรียกรอยรัก แบบนี้เขาเรียกว่าทำร้ายร่างกายแล้ว!!!

 

            “แล้วจะคิดดู ตอนนี้ไปได้แล้ว เดี๋ยวคินกลับมาเจอก็อาละวาดบ้านพังหรอก” ภวิศไล่ตรงๆ จนอีกฝ่ายยอมฮึดฮัดออกไป และคาดว่าคงก่นด่าศิรภพไปอีกหลายวัน ซึ่งทันทีที่บานประตูปิดลง นายแบบหนุ่มเองก็ยันตัวขึ้นเพื่อก้าวไปส่องกระจก

 

            ภาพในมือถือว่าแย่แล้ว ดูของจริงยิ่งรู้เลยว่ามันรุนแรงแค่ไหน

 

            “พี่ซีนหรือ” วินส่ายหัว เพราะที่ผ่านมาทางนั้นอาจจะฝากรอยเอาไว้ แต่ก็เป็นแค่รอยจางๆ ที่เอาแป้งกลบมิด จนความสงสัยก่อเกิดขึ้นในใจ เพราะเอาเข้าจริงเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่หลับไปในอ้อมกอดของพี่ซีน

 

            ความสงสัยที่ผลักดันให้คนป่วยโทรหาทางนั้นทันที

 

            [ไงครับคนสวย หายแล้วหรือ]

 

            “ดีขึ้นแล้ว ขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย” วินว่าเรียบๆ แล้วเข้าเรื่องต่อทันที

 

            “แล้วพี่ทำอะไรไว้บนคอผม”

 

            [ฮ่าๆๆ ชอบมั้ย พอดีเห็นของขาวๆ ลอยอยู่ตรงหน้าเลยอดไม่ได้ที่จะแต้มสีกุหลาบดอกเล็กๆ ให้น่ะ เอาน่า ไม่กี่วันก็จาง เผลอๆ หายไปก่อนที่วินจะหายป่วยซะอีก ทำไม...หรือมีใครว่าอะไร]

 

            ท้ายประโยค ปลายสายว่าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ แต่มันไม่เข้าหัวคนฟังเลยสักนิด เพราะมองยังไงรอยบนคอก็ไม่ใช่กุหลาบดอกเล็กๆ อย่างที่ว่า มันช้ำเลือดช้ำหนองขนาดนั้น จนเอ่ยปากถามไปอีกเรื่อง

 

            “หลังจากที่ผมหลับเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”

 

            [โธ่ พี่ไม่ใจร้ายทำกับคนป่วยได้ลงคอหรอกนะ จะมีก็แค่ไอ้ภาคินมันส่งหมามันมารับเรากลับไปนั่นแหละ พี่เลยไม่มีหมอนข้างอุ่นๆ ให้กอดเลย]

 

            หลังจากนั้น ร่างเพรียวไม่ได้ฟังต่อด้วยซ้ำว่าเพื่อนพี่พูดอะไรอีก ในหัวคิดเพียงว่าใครมารับเขา และคนเดียวที่จะทำหน้าที่นี้ก็คงไม่ใช่ใครอื่น

 

            “ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วย เท่านี้นะ” วินเป็นฝ่ายตัดบท ลดโทรศัพท์ในมือลงเพื่อมองรอยบนคอตัวเองให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะที่ริมฝีปากขยับอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองคิด

 

            “เป็นไปไม่ได้”

 

            คนที่จะทับรอยพี่ซีนคือ...

 

            “ไม่จริงน่า”

 

            มันจะเป็นไปได้ยังไง คนเย็นชาที่ปากบอกกับเขาว่าไร้ค่า และทุกอย่างเป็นเพียงหน้าที่เนี่ยน่ะหรือที่จะทิ้งรอยของตัวเองลงบนผิวของเขา อีกทั้งยังสลักมันแน่นเหมือนจะฝังลงบนผิวเช่นนี้

 

            ปลายนิ้วยกขึ้นแตะรอยแผลช้าๆ กระซิบเสียงเบาหวิวเหมือนหัวใจที่สั่นกว่าทุกครั้ง

 

            “มัน...เป็นไปได้จริงหรือ”

 

            ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายคนนั้นสนใจรอยที่ผู้ชายคนอื่นทำบนตัวเขาอย่างนั้นหรือ

 

.............................................

 

ต่อค่ะ

 

            หลังจากวันที่กราฟทักเรื่องแผลบนคอก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว และเป็นหลายวันที่ภวิศไม่เจอหน้าคนที่เป็นผู้ต้องสงสัย อาจจะเพราะเขาเองก็ยกเลิกงานทุกอย่าง หวังจะให้ร่างกายพักผ่อนเต็มที่จะได้ไม่ทำให้หลายคนห่วง บวกกับความห่วงจนน่ากลัวของญาติผู้พี่ที่ไม่อยากให้เด็กตัวเองติดหวัด วินเลยตัดสินใจกลับมานอนเล่นที่บ้านตัวเอง

 

            เขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน ด้วยงานที่ทำที่เกาหลีเป็นหลัก อีกทั้งยังจงใจเอาตัวเข้าใกล้ใครบางคนจนพ่อแม่เลิกที่จะขอให้กลับมานอนบ้าน เพราะอย่างน้อย บ้านของภาคินก็รับประกันความปลอดภัยได้อยู่แล้ว

 

            “เฮ้อ น่าเบื่อ”

 

            สุดท้าย คนที่มักจะทำโน่นไปนี่เสมอก็นอนแผ่บนโซฟา โยนนิตยสารที่อ่านอยู่บนโต๊ะ ถอนหายใจหนักๆ

 

            หมับ

 

            ช่วงนี้เขาเผลอเป็นไม่ได้ มือจะชอบเลื่อนมาแตะที่คอตัวเองโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าแผลมันจะจางลงบ้างแล้ว แต่รอยช้ำก็ยังปรากฏให้เห็นทุกครั้งที่ส่องกระจก พร้อมกับคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวใจว่าใครกันที่เป็นเจ้าของแผลนี้ และทุกครั้ง วินก็เลิกที่จะหาความจริงเอาดื้อๆ

 

            ถ้าไม่ใช่ก็ผิดหวัง แล้วถ้าใช่...เขาจะทำอะไรได้

 

            คนแบบนั้นมีหรือที่จะยอมรับ เผลอๆ อาจจะมีเหตุผลอะไรที่ทรมานใจคนฟังมากกว่าเก่าก็ได้ ดังนั้น มันจึงยังค้างคาอยู่แบบนั้น

 

            RRRRRRRRrrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

            ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็แผดเสียงก้องให้พลิกมันขึ้นมาดู และชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้คิ้วขมวดมุ่น

 

            “สวัสดีครับคุณอึน” อีกฝ่ายคือช่างกล้องชาวเกาหลีที่คงวิ่งวุ่นจัดการงานก่อนที่จะมาถ่ายภาพที่ไทย

 

            [ผมได้ยินว่าคุณป่วยหรือวิน]

 

            “ครับ แต่หายแล้ว”

 

            [ผมเข้าไปเยี่ยมคุณได้มั้ย]

 

            “นี่คุณไม่ได้อยู่เกาหลี?”

 

            [ผมตั้งใจจะมาดูโลเคชั่นก่อนทำงานจริง เลยได้ยินข่าวว่าคุณป่วย ตอนนี้คุณอยู่ไหน ผมจะเข้าไปหา] ทางนั้นว่าอย่างเอาแต่ใจ จนคนทางนี้ก็ลอบถอนหายใจ แต่ยังเห็นแก่อดีตที่ช่างกล้องรูปหล่อเป็นฝ่ายผลักดันเขาจนกลายเป็นนายแบบชั้นแนวหน้า

 

            “ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วง”

 

            [ถ้าวินไม่บอก เดี๋ยวผมไปบังคับถามเอาจากคนประสานงานก็ได้]

 

            คนฟังส่ายหัว ก็รู้หรอกนะว่าอึนแทรังเป็นผู้ชายแบบที่มักจะโคจรรอบตัวเขา อารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ และต้องได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ดังนั้น เขาคิดว่ายอมบอกไปดีๆ จะดีกว่าให้ทางนั้นไปกดดันจนคุณนกโทรมาร้องไห้ใส่...ก็แค่เยี่ยมไข้

 

            สุดท้ายที่อยู่บ้านก็ตกอยู่ในมือของอีกฝ่ายจนได้

 

            หลังจากนั้นใช้เวลาไม่นานเลย ช่างกล้องลูกครึ่งเกาหลี-ไทยก็มาเยือนบ้านหลังใหญ่ และถูกสาวใช้เชิญไปยังห้องนั่งเล่นเล็กฝั่งหนึ่งของบ้าน ที่ที่หนุ่มหน้าสวยรอต้อนรับด้วยรอยยิ้มเนือยๆ ไม่ทีอารมณ์จะเล่นด้วยอย่างทุกที

 

            หมับ

 

            “ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่ เป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่เห็นหน้า แทรังก็ไม่ลังเลเลยที่จะเอื้อมมือมาคว้ามือขาวเอาไว้แน่น ทิ้งตัวลงนั่งในระยะประชิด มองกวาดไปทั่วหน้าและร่างกายอย่างหวังหาสิ่งผิดปกติ ซึ่งวินก็รู้ว่ามันไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอย่างเดียว แต่อีกฝ่ายย่อมห่วงสิว่านายแบบที่กำลังจะทำงานใหญ่ของตัวเองยังมีคุณค่าให้จับภาพ

 

            “ผมหายแล้ว และหายสนิทก่อนงานที่ทำร่วมกับคุณแน่คุณอึน”

 

            คนฟังขมวดคิ้ว หรี่ตาลง

 

            “ทำไมไม่เรียกผมแบบเดิม” วินก็จ้องตาอีกฝ่ายกลับ นึกถึงความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างพอใจ แต่ดูเหมือนช่างกล้องใหญ่จะไม่ยอมจบแค่นั้น

 

            “เรียกผมว่าแทเหมือนเดิมสิ”

 

            ชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ แต่ก็ติดจะอ้อนเล็กๆ อย่างที่ไม่แสดงออกให้ใครเห็นง่ายๆ ดวงตาคมก็กดมองช่วงไหล่ที่โผล่พ้นเสื้ออย่างจงใจ จนวินเหลือบไปมองสาวใช้ที่เก้ๆ กังๆ อยู่อีกทาง บอกให้ออกไปก่อน เพราะเขาก็ไม่อยากให้คนในบ้านเห็นอะไรแล้วเอาไปพูดผิดๆ ถูกๆ

 

            จากนั้นก็กลับมาสบตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง จนแอบกลอกตา

 

          ถ้าไม่พูดก็ไม่จบสักที

 

            ฟึ่บ

 

            ความคิดของคนที่ยกยิ้มบาง ขยับเข้าไปใกล้ช่างกล้องมากขึ้น ดวงตาคมสวยก็เป็นประกายกล้า เอาภาพลักษณ์ของนายแบบแสนมั่นใจที่ไม่ว่าผู้ชายไหนก็ต้องสยบมาสวมใส่ มือข้างหนึ่งก็เลื่อนไปแตะที่หัวไหล่กว้าง

 

            “แท คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้ใครขัดใจ”

 

            “แต่คุณห่างเหินกับผมก่อน”

 

            ทันใดนั้น รอยยิ้มเหนือกว่าก็ปรากฏบนหน้า

 

            “คุณ...มีสิทธิ์เถียงด้วยหรือไง” ใบหน้าสวยเกินชายยกยิ้มเยาะ และนั่นก็ทำให้คนฟังตาวาววับ อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น ให้คนมาดราชินีถอยออกมา

 

          แค่นี้คงพอแล้ว

 

            หมับ

 

            “โอ๊ย!!!

 

            ทว่าวินกลับคิดผิด เพราะหนุ่มเซอร์จัดการดันร่างเพรียวลงไปนอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว จนหลุดเสียงร้องออกมา ตาคมก็ตวัดไปมองหน้าอย่างไม่พอใจ แต่เห็นเพียงแววปรารถนาที่ลุกโชนในดวงตาคู่นั้น

 

            “นี่สิถึงสมกับเป็นวินที่ผมหลงเสน่ห์”

 

            ฟึ่บ

 

            ทันใดนั้น ริมฝีปากได้รูปก็ฉกลงบนต้นคออย่างรวดเร็วจนภวิศเบิกตากว้าง สองมือดันไหล่ออกไป แต่เพราะตั้งตัวไม่ทัน แขนเลยไม่มีแรงมากพอ ไม่คิดเหมือนกันว่าแทรังจะจู่โจมกะทันหัน

 

            “แท ปล่อยผม” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเย็นจนน่ากลัวแล้ว แต่คนที่หลงเสน่ห์ก็ยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ เพราะกดจูบลงบนต้นคอหนักๆ มือเลื่อนไปยังชายเสื้อ

 

            “ที่คุณไล่คนออกไปเพราะต้องการแบบนี้เหมือนกันนี่วิน”

 

          ให้ตายเถอะ!

 

            คิ้วทั้งสองข้างผูกกันเป็นโบว์ แต่ทันใดนั้นเอง...ริมฝีปากของแทรังกำลังจะขยับไปยังต้นคออีกข้าง...

 

          “ไม่!!!!

 

            โครม!!!

 

            ภวิศเองก็คาดไม่ถึง ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะออกแรงถีบอีกฝ่ายจนล้มกลิ้งลงข้างโซฟา มือข้างหนึ่งกุมคอตัวเองมั่น ดวงตาเบิกโพลง เพราะสิ่งที่เขาตกใจยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงแบบนี้

 

            เขาไม่ใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา แต่มันจะเป็นข้อยกเว้นทันทีถ้านั่นหมายถึง...การทับรอยใครอีกคน

 

            วินปฏิเสธที่จะจูบกับคนที่นอนด้วย ซึ่งมันจะรุนแรงกว่าแค่คำด่าถ้าผู้ชายคนนั้นยังจะเอาให้ได้ และครั้งนี้เขาก็กำลังจิกมือลงบนต้นคอตัวเองมั่นจนเลือดซิบ เพื่อปกป้องร่องรอยที่ไม่รู้ความจริงด้วยซ้ำว่าใครเป็นเจ้าของมันกันแน่!

 

            ไม่รู้แต่ร่างกายมันไม่ยินยอม!!!

 

            ตอนนั้นเองที่วินมั่นใจว่ารอยนี้...มาจากคนคนนั้น

 

            ความคิดที่ทำให้ดวงตาร้อนขึ้น

 

            คนที่เพียงทิ้งไว้สัมผัสเดียวก็สามารถลบรอยทุกอย่างที่คนอื่นทำมา แล้วเขาควรจะทำยังไงดี เมื่อรู้ดีว่าไม่มีวันได้เจ้าของตราประทับนี้มาครอบครอง

 

          นอกจากควบคุมใจแล้ว ร่างกาย...ก็ไม่มีวันเป็นอิสระจากนายงั้นหรือ

 

.....................................

 

            ครบค่ะ เมย์อยากให้รอชมตอนหน้าค่ะ แฮ่ เอาเป็นว่ากระซิบหน่อยแล้วกันเนอะว่าพี่ชัยเขามีหน้าที่ดูแลพี่วินใช่ม้า แม้จะโผล่หัวมา แต่มีหรือที่หลังจากพี่วินหนีหายไปกลางฝนแล้วเขาจะไม่มีมาตรการป้องกันใหม่ๆ เช่นเดียวกัน คนที่ใกล้ชิดกับพี่วินก็ต้องถูกตรวจสอบ ดังนั้นข่าวคราวของหนุ่มเกาหลีบุกบ้าน...อาจจะถึงมือไปแล้วก็ได้

            ส่วนพี่วิน อิสระทางกายกำลังจะหมดลงแล้วค่ะ และคนที่ทำให้รู้ความจริงข้อนี้ก็พ่อคนที่ถูกถีบตกโซฟานั่นแหละ และในเมื่ออิสระมันหมด...ก็ต้องหาสิ่งมาทดแทนสิเนอะ แฮ่ โอ๊ย กว่าจะเข็นสองหนุ่มมาถึงตอนนี้ บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยกะอีลุงมากจริงๆ << คำเรียกพี่ชัยชักแอดวานซ์ขึ้นทุกที ฮา

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 401 ครั้ง

322 ความคิดเห็น

  1. #14200 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:02
    หวงรอยจูบที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ สงสารวิน
    #14200
    0
  2. #14146 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 14:32
    อีพี่ชัยอยู่ไหน...
    #14146
    0
  3. #12921 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 22:34
    กรี๊ดดด มีหวงเนื้อหวงกับเขาบ้างสิหน่าพี่วิน อยากจะร้องดังดัง ให้ลุงชัยได้ยินเลยโว้ยยย สะใจโว้ยยย
    #12921
    0
  4. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 15:49

    พี่วินน่ารักกกก ขอเรียกว่าน้องแล้วกันน อิ____อิ ถ้าเอาจริงขึ้นมาน้องวินน่ากลัวนะเนี่ย

    #12873
    0
  5. #12731 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 11:13
    ตอบโต้รุงแรงมาก555
    #12731
    0
  6. #12662 yghchb (@yinggyty) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 04:10
    ลุงงงงงง วินดีมากค่ะรู้กกกก
    #12662
    0
  7. #12626 Yuzukee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 11:51

    เกลียดชัยได้ไหม

    สงสารวินเหลือเกิน

    #12626
    0
  8. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 16:53
    เป็นreflexที่น่ากลัว55
    #12451
    0
  9. #11078 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 16:09
    ปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงมาก
    #11078
    0
  10. #8973 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:50
    ชอบวินตอนนี้มาก
    #8973
    0
  11. #8815 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 14:41
    หุยยยย จะยังไงล่ะนี่ ลุงชักจะร้ายยยย มาทิ้งรอยไว้ จนน้องคิดมากเลยเนี่ยยยย
    #8815
    0
  12. #7452 kantimak171 (@kantimak171) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:44
    ยอมรับอิทธิพลของลุงแล้ววววววแค่รอยจูบแค่นี้หยุดทุกอย่างของวินเลยทีเดียว
    #7452
    0
  13. #7044 S.Spsr-S.Ssrt (@Bulan_Rumrai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 16:24
    ก็พอจะเข้าใจพี่ชัยนะ น่าสาร 
    #7044
    0
  14. #6245 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 23:20
    โอ้ยตาลุงนี่ทำไมมีอำนาจกับทั้งร่างกายและจิตใจพี่วินขนาดนี้  ( พี่ชัย : ก็พาทนี้ผมเป็นตัวเอกนะ ) แค่รอยจูบเดียวก็หยุดทุกอย่างได้ ไม่ยุติธรรมอ่ะ ทำไมทีอีลุงไม่หยุดมั่ง
    #6245
    0
  15. #5811 echize (@nonsatt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 08:02
    เหม็นอึนสุด เหม็นนนนนนนนนนนนนนน
    ส่วนลุง ลุงต๋าาาาาาาา ทำตามใจล้างเถอะ แต่เบาๆหน่อยนะะะ
    #5811
    0
  16. #5774 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 11:14
    สมน้ำหน้าอึนมาก เกลียดดดด
    #5774
    0
  17. #5437 Asuno (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 06:53
    เป็นอีกครั้งที่จะเม้นว่า ได้กันสักทีเถอะ555
    #5437
    0
  18. #5052 Oilnoy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 10:33
    สงสารพี่วินตอนเอามือปิดรอยพี่ชัย ฮือออ
    #5052
    0
  19. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 02:48
    อีลุงงงงงง
    #5037
    0
  20. #5013 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 14:48
    คนอ่านก็เหนื่อยค่ะ ทั้งลุ้นทั้งรอ ใจแข็งจริงๆเลยย
    #5013
    0
  21. #4812 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 21:19
    อีลุง55555555555555555
    #4812
    0
  22. #4720 Yon. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 02:38
    ทุกคนเริ่ม จากพี่ชัย(เคารพนับถือ)>>ค่อยลดความเคารพ>>ลดลงๆ>>...>>กลายเป็นอีลุงละจ้า555
    #4720
    0
  23. #4556 ++ Wafer..*! (@ENEEBAR) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 11:55
    เมื่อไหร่อีลุงนี่ตบะจะแตกเร็วๆ 5555555
    #4556
    0
  24. #4305 nbbwink (@nbbwink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 16:19
    เมื่อไหร่จะได้กันน้า555555555
    #4305
    0
  25. #4304 nbbwink (@nbbwink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 16:18
    ว่าแล้วววววว่ากราฟต้องเปงคนทัมให้พี่วินเหง เจ้าตัววุ่นวาย555555
    #4304
    0