คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[Yaoi] Test Love ลองรักกันมั้ยคุณพี่ชายร่วมห้อง [Boy's Love]

ตอนที่ 98 : ตอนที่ 90 รัก...สำคัญที่สุด


     อัพเดท 30 มี.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : MAME ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MAME
My.iD: https://my.dek-d.com/may-kwang
< Review/Vote > Rating : 97% [ 239 mem(s) ]
This month views : 7,160 Overall : 3,846,680
63,164 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 39691 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[Yaoi] Test Love ลองรักกันมั้ยคุณพี่ชายร่วมห้อง [Boy's Love] ตอนที่ 98 : ตอนที่ 90 รัก...สำคัญที่สุด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 63433 , โพส : 510 , Rating : 54% / 303 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




 

ตอนที่ 90 รัก...สำคัญที่สุด

 

 

           

            เมื่อไม่กี่วันก่อน ใครจะเชื่อล่ะว่าอดีตศัตรูหัวใจอย่างรุ่นพี่ปีสามของเดียร์ไปขอพบพูรินถึงบริษัท แบบที่เจ้าของหมาถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาครามครัน นึกไปก่อนว่าอีกฝ่ายจะเข้ามายุ่งตอนที่พวกเขากำลังมีปัญหากันหรือเปล่า แต่คำแรกที่เอ่ยออกมากลับทำให้คนฟังถึงกับอึ้ง

 

            “คุณพอร์ชติดต่อกับชินอยู่ใช่มั้ยครับ”

 

            “เกี่ยวอะไรกับชิน คุณไม่ได้มาเพราะเรื่องของเดียร์งั้นหรือ” พูรินถามโอ๊ตไปแบบนั้น ซึ่งคนเด็กกว่าก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

            “สำหรับผม ตอนนี้เดียร์เป็นแค่รุ่นน้องที่ผมเอ็นดู คนที่ผมรักคือชินต่างหาก” ตอนนั้น พูรินยอมรับว่าอึ้ง ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน แต่แววตาและน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจังนั่น ทำให้คนที่ตั้งใจว่าจะไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น หยุดฟังเรื่องที่โอ๊ตขอร้อง

 

            “แน่ใจนะว่าไม่ใช่เดียร์” ไม่วายที่จะถามอย่างอดหวาดระแวงไม่ได้

 

            “ไม่ครับ คนเดียวที่ผมต้องการเจอตอนนี้คือชิน”

 

            “งั้นคุณต้องการอะไร” พูรินถามเสียงเข้ม ยอมรับว่าเป็นผู้ใหญ่นิสัยเสียที่นึกพาลเรื่องเก่าๆ แต่เขาก็สมควรพาลเมื่อเห็นได้ชัดว่าเด็กตรงหน้าเคยคิดอะไรกับเจ้าลูกหมาของเขา และครั้งนี้โอ๊ตก็เอ่ยหนักแน่นอย่างไม่คิดวกมาเรื่องของรุ่นน้องอีกคนเลยสักนิด

 

            “ผมรู้จากซันว่าคุณติดต่อกับชินอยู่ ชินน่าจะบล็อกเบอร์ผม เขาไม่รับสาย และถึงผมเอาเบอร์อื่นโทรหาเขา เขาก็ไม่ยอมคุยกับผมอยู่ดี ผมทราบว่าตอนนี้เดียร์อยู่กับชินที่ญี่ปุ่น ผมเลยอยากจะทราบที่อยู่ของชินตอนนี้” โอ๊ตว่าเสียงเครียด การที่ได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดว่าช็อกแล้วยังเทียบไม่ได้กับการรู้ว่าคนที่รักไม่อยู่เมืองไทย

 

            ดีแค่ไหนแล้วที่ตอนนั้นไอ้สายฟ้าอยู่ด้วย มันเลยยังช่วยเป็นสมองให้กับคนที่มึนงงไปหมดว่าควรทำยังไงดี สุดท้ายก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีซันอีกคนที่น่าจะรู้ว่าชินอยู่ที่ไหน แต่เขาก็เสียเวลาเปล่าไปหลายวัน เมื่อรายนั้นไม่ยอมช่วยง่ายๆ ดีที่ได้เด็กปีสองชื่อริวนั่นช่วยพูดให้อีกที

 

            สุดท้าย โอ๊ตก็ได้รู้ว่าหนทางที่ง่ายที่สุดที่จะได้เจอชินคือการมาก้มหัวขอร้องจากผู้ชายคนนี้ แม้ว่าจะเป็นศัตรูหัวใจมาก่อน แต่ถ้าการก้มหัวของเขาทำให้เจอชิน...เขาก็ยอม

 

            “หมายความว่าคุณจะบินตามชินไป” พูรินสวนกลับ ดวงตาคู่คมหรี่ลงนิด แบบที่คนฟังนิ่งคิด ก่อนที่จะพยักหน้ารับ

 

            เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ความรักครั้งนี้จบลง ทั้งที่เราเข้าใจผิดกันแบบนี้ เขาไม่มีทางยอม

 

            “ครับ ผมจะตามชินไป ผมขอร้อง...ผมขอแค่ที่อยู่ของชินก็พอ” แล้วโอ๊ตก็ทำในสิ่งที่พูรินคาดไม่ถึง เพราะอดีตเฮดว้ากยกมือไหว้ แล้วก้มค้างอยู่แบบนั้นอย่างคนที่หมดหนทางแล้ว

 

            การกระทำที่พูรินเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง...หมดหนทาง ไม่รู้จะไปไหนต่อ ยอมแม้กระทั่งก้มหัวให้คนที่เคยเกลียดขี้หน้ากัน ดังนั้น เมื่อโอ๊ตมาอย่างผู้ใหญ่ เขาก็ปฏิบัติอย่างผู้ใหญ่ที่ควรจะทำ

 

            “ผมจะบินตามเดียร์ไปมะรืนนี้ ถ้าคุณหาตั๋วเครื่องบินได้ก็ไปกับผม” แม้ว่าจะเป็นข้อเสนอที่กระชั้นชิดน่าดู แต่ว่าคำตอบของโอ๊ตกลับชัดเจน และไม่มีลังเล

 

            “ครับ ผมจะหาตั๋วให้ได้” แล้วจากนั้น โอ๊ตก็พยายามทำทุกวิถีทางสำหรับหาตั๋วไปญี่ปุ่นในไฟลท์เดียวกับพูรินให้ได้ แล้วอาจจะเป็นโชคดีที่มีคนเลื่อนไฟลท์กะทันหัน ไม่อย่างนั้น ตอนนี้ เวลานี้ เขาคงไม่ได้มานั่งข้างชินอย่างนี้

 

..............................................

 

            “ผมมีเรื่องที่ต้องบอก...”

 

            ฟึ่บ

 

            กลับมาที่ปัจจุบัน โอ๊ตที่ทรุดนั่งลงข้างหนุ่มลูกครึ่งเอ่ยปากทันทีราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ฟัง และจัดว่าคิดถูก เมื่อชินจัดการยกมือขึ้นห้าม ก่อนที่จะใช้มือข้างเดียวกันนวดขมับตัวเองแรงๆ หลับตาลงราวกับไม่เคยเจออะไรที่ทำให้สติแตกขนาดนี้มาก่อน

 

            ใครจะเชื่อ ที่นี่มันญี่ปุ่นนะ ไม่ใช่เชียงใหม่ที่จะตามกันง่ายๆ อีกอย่างเขาไม่ใช่นางเอกละครน้ำเน่าที่ไหนที่พระเอกจะตามมา ดังนั้น เวลานี้ขอไอ้ชนนนตั้งสติก่อน

 

            “ผมรู้สึกเหมือนเมาเลมอนโซดา” ชินว่าเสียงหนัก สูดหายใจลึกๆ ข่มความรู้สึกปั่นป่วนในอกเอาไว้ แล้วก็หันมามองคนที่ไม่เจอหน้ากันมาสักพัก

 

            พี่โอ๊ตตอนนี้ยังไงล่ะ โทรมล่ะมั้ง ล่าสุดที่เขาบอกเลิกยังดูดีกว่านี้ แต่นี่ผมเผ้าเล่นปล่อยยาวเหมือนตอนที่เป็นพี่ว้าก ไหนจะหนวดเคราที่ไม่ได้โกนอย่างไม่รู้เหมือนกันว่าตม.ให้ผ่านมาได้ยังไง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือแววตา...แววตาแห้งผากที่มองเขาเหมือนมีความหวัง

 

            “เอาล่ะ ผมตั้งสติได้แล้ว ไหนว่ามาครับว่าพี่โผล่หัวมาที่นี่ได้ยังไง ผมนึกว่าเราเลิกกันไปแล้วซะอีก” ชินเลิกคิ้วน้อยๆ ท่าทางช็อกสุดขีดเปลี่ยนเป็นไม่ยี่หระ และนั่นก็ทำให้คนมองเจ็บอยู่ลึกๆ

 

            “ไม่ดีใจหรือที่ผมโผล่มาที่นี่”

 

            “คงจะหรอกนะ...ใครจะดีใจที่เจอแฟนเก่าบ้างล่ะ...”

 

          “แม้ว่าแฟนเก่าจะกลับมาขอคืนดีน่ะหรือ”

 

            กึก

 

            ชินนิ่งไปแล้ว ดวงตาคู่คมตวัดมามองคนข้างตัวก่อนจะหรี่ลงนิด เขาคิดว่าเขาพอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาไม่ใช่ไอ้เดียร์ เขาไม่ใช่คนที่ต้องรอให้ใครเอ่ยอธิบายอะไรมากมาย แค่การกระทำบางอย่างเขาก็พอจะเดาได้ ทว่ายังไงก็แล้วแต่ การได้ฟังคำยืนยันชัดๆ ก็ดีกว่าเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง

 

            “ผมขอถามแค่คำถามเดียว...ไอ้เดียร์” ขณะเดียวกัน โอ๊ตเองก็เข้าใจคำถามนี้ทันที...ถ้าเขาตอบไม่ดี ทุกอย่างคงจบลงตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามบินตามมาญี่ปุ่นหรือไม่ก็ตาม

 

            ดังนั้น โอ๊ตจึงเอ่ยสั้นๆ แต่ได้ใจความ

 

          “เดียร์คืออดีตที่ผมไม่มีวันลืม แต่คุณคือปัจจุบันและอนาคตที่ผมรัก”

 

            ชัดเจน ตรงประเด็น และทำให้คนฟังนิ่งไป

 

            “...”

 

            เวลานี้ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว มีเพียงดวงตาของทั้งสองที่สบประสานกันนิ่งราวกับลองใจ ก่อนที่ความเงียบของยามค่ำคืนและเสียงดนตรีที่เปิดคลอจะถูกทำลายลงด้วย...

 

            “ฮ่าๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ ให้ตายเถอะ! ให้ตายเถอะพี่โอ๊ต!!!” เสียงหัวเราะดังลั่นที่เรียกสายตาของบริกรและลูกค้าไม่กี่คนให้หันมามอง ทว่าชินยังคงหัวเราะลั่น หัวเราะออกมาให้สมกับความบ้าที่ตัวเองเข้าใจผิดมาเป็นเดือน

 

          ให้ตายเถอะ กูมันโง่ กูมันควายเอง กูเป็นคนทำร้ายหัวใจตัวเอง

 

            “ให้ตายเถอะ! ผมมันควายจริงๆ...หึๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ...” แม้ว่าทุกคนจะได้ยินเสียงหัวเราะของหนุ่มหัวแดงดังลั่น แต่ไม่มีใครเห็นเหมือนกับโอ๊ตที่เห็นชินกำลังปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมา อีกทั้งเสียงที่ถามก็สั่นอย่างเห็นได้ชัด

 

            ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รัก...ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่รู้ตัวเลยว่าพี่โอ๊ตรัก

 

            ท่าทางที่ทำให้โอ๊ตยื่นมือไปแตะที่หัวไหล่ สัมผัสที่มาพร้อมกับเสียงทุ้มที่หนักแน่นและจริงจัง

 

            “ผมรักคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีผมก็รักคุณไปแล้ว...รักมากจนคิดว่ามันเรื่องเหี้ยอะไรที่เราต้องเลิกกัน” แม้ว่ามันจะไม่ได้หวานซึ้ง ไม่ได้เป็นคำพูดที่สวยหรู เป็นคำพูดห่ามๆ หากแต่มันจริงใจที่สุดที่ชินเคยได้ยินมา จนเขาเข้าใจ ทั้งหมดที่เขาคิดว่าพี่โอ๊ตยังรักไอ้เดียร์...เขาคิดไปเอง

 

          กูไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีวันที่กูงี่เง่าแบบนี้!!!

 

            ดังนั้น ชินจึงทำในสิ่งที่เกินความคาดหมายของคนอื่น แต่ไม่ใช่สำหรับโอ๊ตเลยสักนิด

 

            หมับ

 

            หนุ่มลูกครึ่งจัดการกระชากคอเสื้ออดีตพี่ว้ากเข้ามากดจูบที่ริมฝีปากหนักๆ แบบที่โอ๊ตก็ไม่คิดห้าม มีแต่บดเบียดเข้าหาอย่างโหยหาจูบร้อนแรงแบบนี้ไม่ต่างกัน แล้วในยามที่ชินผละออกห่าง เขาก็บอกเสียงเข้ม

 

            “ทำไมบอกกันช้าขนาดนี้วะ”

 

            “ก็ตอนนั้นผมคิดว่าคุณจะกลับไปหาโฟกัสนี่” คำตอบที่ทำเอาชินเบิกตากว้าง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจงใจให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดเอง จนต้องหรี่ตาลงนิด ก็แม้จะคบกันไม่กี่เดือน แค่เขามั่นใจว่าเขารู้จักพี่โอ๊ตดี ถ้ารู้ว่าเขารักโฟกัส คนๆ นี้คิดจะเข้ามาแทรกกลางด้วยหรือ

 

            สายตาที่โอ๊ตตอบด้วยรอยยิ้ม

 

            “ผมเจอเด็กคนนั้นแล้ว...กับแฟนเขา” เท่านี้ก็เป็นการตอบคำถามได้ดีที่สุด และชินไม่คิดจะสนใจเรื่องหยุมหยิมอย่างพี่โผล่หัวมาญี่ปุ่นได้ยังไง เพราะไม่ว่ายังไง พี่โอ๊ตก็แสดงความจริงใจให้เขาเห็น

 

            มายังไงไม่สำคัญเท่าอีกฝ่ายอยู่ตรงนี้แล้ว

 

 

            ต่อค่ะ

 

            ฟึ่บ

 

            “งั้นไปเถอะ” ว่าแล้วชินก็ลุกขึ้นทันที คว้านาโนบล็อกตัวนั้นเก็บเข้ากระเป๋าอย่างถนอม ก่อนจะจับข้อมืออดีตเฮดว้ากไว้แน่น แบบที่โอ๊ตก็ก้าวตาม

 

            “จะไปไหน” คำถามที่นายชนนนหันมายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ยามจัดการกับค่าเครื่องดื่มของตัวเอง

 

            “พี่ก็น่าจะรู้ว่าคนเซ็กส์จัดอย่างผมจะพา แฟน กลับไปบอกรักกันที่ไหน” ว่าแล้วก็ยักคิ้วให้อีกทีหนึ่ง จงใจเน้นคำๆ หนึ่งที่ทำให้โอ๊ตยิ้มกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ และแทนที่จะตำหนิเสียงดุที่เอ่ยเรื่องแบบนี้มาหน้าตาเฉย โอ๊ตกลับตอบกลับด้วยประโยคนี้

 

            “มีแฟนอย่างคุณ ผมก็ยอมเป็นคนเซ็กส์จัดด้วยก็แล้วกัน”

 

            คราวนี้ ชินได้แต่หัวเราะ เสียงหัวเราะที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งเหมือนที่ทำมาทั้งอาทิตย์ ยามที่โอ๊ตเอ่ยข้อสงสัยมาอย่างหนึ่ง

 

            “ว่าแต่ คุณหรือผมที่จะอยู่...”

 

            “เอาเป็นว่าถึงเตียงก็รู้เองล่ะพี่”

 

            เวลานี้โอ๊ตยิ้ม และชินก็ยิ้ม ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดมากมายไปกว่านั้น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วจริงๆ

 

            ไม่จำเป็นต้องถามว่ารักมากแค่ไหน รักตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัดใจจากอีกคนได้ยังไง เพราะรักก็คือรัก...เท่านั้นเอง

 

            แม้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนเหมือนคู่อื่นๆ แม้กระทั่งตำแหน่งบนเตียงจะไม่ชัดเจน ทว่า ความผูกพันและความรักก็ไม่แพ้คู่ไหน เผลอๆ เพียงแค่มองตายังเข้าใจกันยิ่งกว่าคู่อื่นด้วยซ้ำ

 

            รักนี้ไม่ได้หวานซึ้ง ไม่ได้แสบสันน่าสนใจ แต่ความรักของพวกเขาก็มีค่าและน่าจดจำในรูปแบบของพวกเขาเอง

 

            “ว่าแต่ พี่เป็นศิลปะการต่อสู้หรือเปล่า” แต่แล้ว ชินก็เอ่ยไปอีกเรื่อง และแม้โอ๊ตจะงงที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับก่อนหน้า แต่คนฟังที่เริ่มชินกับความไม่แน่นอนของแฟนคนนี้ก็เอ่ยตอบคำถามแต่โดยดี

 

            “เป็นแค่ต่อยตีริมถนน” คำตอบที่คนฟังยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบฉายชัดถึงแววอันตราย ยามที่เหลือบไปยังมุมหนึ่งที่เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ ก่อนจะเปรยเรียบๆ

 

            “งั้นพี่ก็ควรจะไปเรียนยูโด เทควันโด คาราเต้...เป็นสักอย่างน่าจะเอาชีวิตรอดได้ในวันข้างหน้า”

 

            “ทำไม” คราวนี้คนฟังงุนงงจริงๆ และนั่นก็ทำให้หนุ่มลูกครึ่งหัวเราะเต็มเสียงอย่างเห็นขำ ยามที่ยกมือขึ้นมากอดคอด้วยท่าทางสนิทสนม

 

            “เอาน่า ผมแค่จะบอกว่า...รักกับไอ้ชนนนมันไม่ง่ายหรอกนะ” ชินว่า และนั่นก็ทำให้โอ๊ตยิ้มกว้าง ยามที่ตอบรับเสียงหนัก

 

            “ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะง่ายตั้งแต่รู้จักคุณแล้วล่ะ” คำตอบราวกับบอกว่านายอธิษฐ์คนนี้เตรียมใจพร้อมรับมือทุกอย่าง เพียงพอให้คนฟังยิ้มกว้าง แล้วตัดสินใจหยุดเท้า ทั้งยังหมุนตัวกลับมา จนดวงตาทั้งสองสบประสานกัน

 

            หมับ

 

            จากนั้น ชินก็คว้าคอรุ่นพี่เข้ามาหาทันที ทว่า ไม่ใช่สัมผัสที่ริมฝีปากอย่างหนก่อน เพียงแค่ดึงเข้ามาจนริมฝีปากห่างกันเพียงคืบ แล้วบอกด้วยคำที่ออกมาจากใจจริงๆ

 

            “ผมรักพี่ว่ะ” คำพูดสั้นๆ แต่มาจากใจ ให้โอ๊ตเป็นฝ่ายส่งยิ้มให้บ้าง แล้วแทนตัวด้วยสรรพนามไม่คุ้นหู แต่ทำให้คนฟังรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

 

            “พี่ก็รักชิน”

 

            เหมือนใกล้กันกว่าเดิม

 

            เท่านั้น ก่อนที่โอ๊ตจะเป็นฝ่ายกดจูบลงบนริมฝีปากอย่างแนบแน่น ไม่สนใจว่าเวลานี้ผู้คนแถวนี้จะพลุกพล่านแค่ไหน ไม่ว่าจะมีสายตากี่คู่มองมา ไม่ว่าจะตื่นเต้นหรือรังเกียจ พวกเขาไม่สนใจ เพราะคนที่พวกเขาสนใจ...คือคนที่แลกเปลี่ยนสัมผัสกันในเวลานี้เท่านั้น

 

            ความรักที่เริ่มต้นจากความผิดหวังเพราะคนอื่น ดึงดูดพวกเขาให้เข้าหากัน แม้จะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าแรงดึงดูดมหาศาลนี้กลับทำให้หัวใจที่เจ็บจนชาผูกพันกันยิ่งกว่าใคร

 

            คนที่เจ็บเหมือนกันอาจจะรักษากันเองไม่ได้ แต่หากทั้งคู่มีความแตกต่าง มันก็เหมือนแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดเข้าหากันจนยากจะแยกจาก

 

            ท่ามกลางแสงสีของกรุงโตเกียว ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ผ่านไปมา ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิ มีผู้ชายคู่หนึ่งที่กำลังยืนจูบกันอย่างไม่สนใจสายตาใคร รู้เพียงว่าเวลานี้ นาทีนี้ พวกเขามีกันและกัน...เท่านั้นพอ

 

..........................................................

 

           ต่อค่ะ

 

            หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันได้ เดียร์ก็แยกกับเพื่อนฝูงที่เหมือนจุดหมายการเดินทางจะเปลี่ยนไปคนละทาง

 

            หนึ่งคือไอ้เล็กซัสที่จะเที่ยวให้เต็มที่หลังจากที่ต้องคอยส่งข่าวให้คนที่เมืองไทยมาตลอด และอีกหนึ่งคือชินที่หัวเราะด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วบอกว่าจะพาพี่โอ๊ตกลับไปเกียวโต รอยยิ้มที่เดียร์เองยังเสียวสันหลังวาบ อดจะเห็นใจรุ่นพี่ของตัวเองไม่ได้

 

          มีความเป็นไปได้ว่ามันจะเอาพี่โอ๊ตไปให้พี่ชายมันเชือด

 

            ดังนั้น เมื่อต่างฝ่ายต่างแยกย้าย วันรุ่งขึ้นเดียร์จึงกำลังเดินเลียบแม่น้ำสายเล็กๆ ข้างสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นเส้นทางไปสู่ฮาโกเน่ หรือที่รู้จักกันว่าสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิด้วยเคเบิ้ลคาร์

 

            และตอนนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กำลังเดินจับมือกับพี่พอร์ช โดยที่หูข้างหนึ่งแนบโทรศัพท์ของคนตัวโตเอาไว้ด้วย

 

            [มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย]

 

            อย่าถามเลยครับว่าพูดห้วนๆ แบบนี้เป็นใคร...พี่สาวสุดที่รักและแสนเคารพของไอ้ดรัณภัทรนั่นแหละ

 

            “อ่า เดียร์ผิดไปแล้ว” เมื่อรู้ตัวว่าผิดต้องชิงลงมือสำนึกผิดก่อน ทำเสียงหงอยๆ หงอๆ ทั้งยังสั่นนิดๆ แบบกลัวพี่สาวจะโกรธ ให้คนปลายสายยกยิ้มเหี้ยม แล้วสวนกลับ

 

            [แกคิดว่าเจ้จะหายโกรธเพราะแกบอกว่าผิดไปแล้วงั้นหรือ! แกทำให้เจ้ต้องเลิกกับพี่ตะวัน ต้องทำให้เจ้กลายเป็นนางมารในสายตาใครๆ คิดว่าจะแย่งของๆ น้อง ไหนจะต้องเล่นละครเสแสร้งว่ารักพอร์ชมันมากมายอีก รู้มั้ยว่ามันเหนื่อยแค่ไหนน่ะ ห๊า!]

 

            “ขอโทษครับ” เดียร์ยิ่งก้มหน้าลงต่ำ งึมงำเบาๆ ก่อนที่จะถามเสียงเบายิ่งกว่า

 

            “ละ...แล้วเรื่องพี่ตะวัน คือให้เดียร์ไปอธิบายแทนได้นะ”

 

            [เอาตัวเองให้รอดก่อนคิดจะมายุ่งเรื่องคนอื่น!]

 

          ง่ะ ด่าซะกูหุบปากเลย

 

            ความคิดของคนที่กำโทรศัพท์แน่นขึ้น ความรู้สึกผิดจู่โจมหัวใจ เมื่อนึกถึงวันที่พี่สาวขอเลิกกับพี่ตะวัน เพียงเพราะการผลักความรับผิดชอบของเขา ก่อนหน้านี้เขาเข้าใจผิดว่าเจ้ดรีมรักพี่พอร์ชต่างหาก เขาถึงคิดอะไรไม่ออก แต่พอมองย้อนกลับไป เขาทำร้ายหัวใจของพี่สาวอย่างแสนสาหัสจริงๆ

 

            เกือบสามปีที่เจ้ดรีมคิดจะกุมมือผู้ชายคนนี้ แต่มันกลับสลายหายวับไปเพราะการกระทำโง่ๆ ของเขา

 

            ความเงียบที่ทำให้ดารินพรรณรับรู้ความคิดน้องชายได้ทันที

 

            [ไม่ต้องห่วงเจ้ คิดหรือว่าเจ้จะรับมือเรื่องนี้ไม่ได้ อย่างมากก็ง้อพี่ตะวันให้ตายไปข้างนึงเท่านั้นแหละ] น้ำเสียงปลอบโยนที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นนิด ทว่า ในใจก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย จนต้องถามเสียงเบา

 

            “แล้วทำไมเจ้ต้องใช้วิธีนี้วะ มาบอกเดียร์ว่ารักพี่พอร์ช ไม่คิดหรือว่าเดียร์จะหนีไปสุดขอบโลก ไม่คิดหรือว่าเดียร์ไม่คิดแย่งของๆ พี่สาว เดียร์อาจจะเป็นฝ่ายเสียสละแล้วไม่กลับมาในชีวิตพี่พอร์ชอีกเลยก็ได้” คนทางนี้ถามอย่างสงสัย แต่ทำให้คนปลายสายถอนหายใจยาว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

 

            [อย่างแกน่ะหรือหนีสุดขอบโลก มีปัญญาซะที่ไหน จะหนีไปญี่ปุ่นยังต้องเกาะเพื่อนไปเลย]

 

          แม่ง กูขึ้นเลย ดูถูกกูมากเลยเจ้!

 

            “แต่เดียร์ก็หนีได้นะเว้ย เรื่องหนีเดียร์มั่นใจกว่าใครนะ วิ่งหนีหางจุกตูดก็ทำมาแล้ว” แน่นอน เขาเข้าใจนิสัยตัวเองแจ่มแจ้งก็เพราะเรื่องคราวนี้แหละ และนั่นก็ทำให้คนฟังหัวเราะ เพราะแม้เจ้าน้องชายจะด่าตัวเองอย่างนั้น แต่การที่มันจะกลับมาสู้กับพ่อแม่ที่เมืองไทยก็พิสูจน์ได้ว่าเดียร์กำลังจะเปลี่ยน

 

            [แล้วจะกลับมาสู้มั้ย]

 

            คำถามที่ทำให้คนฟังหันไปมองคนข้างกายที่โอบมือรอบไหล่ของเขาอยู่ แม้ว่าใบหน้าคมคายจะประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่า ดวงตาที่ยังอิดโรยก็บอกเขาว่าตลอดเวลาที่แยกกัน พี่พอร์ชไม่มีทางมีความสุข

 

            “สู้สิ...เดียร์จะไม่ยอมเสียพี่พอร์ชให้ใคร” คำตอบที่คนฟังโน้มตัวมากดจูบที่หน้าผากเบาๆ

 

            “ดีใจที่ได้ยินแบบนี้” พูรินว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเหมือนคำตอบสั้นๆ แต่แสนหนักแน่นนั่นจะทำให้คนที่เมืองไทยพอใจจนเอ่ยความในใจออกมา

 

            [เดียร์ แกรู้มั้ยว่าคนเราจะรู้สึกตัวเมื่อทุกอย่างมันสายเกินแก้]

 

            ดารินพรรณว่าด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลง ให้คนทางนี้ตั้งใจฟังเต็มที่

 

            [...หากของที่แกรักวางอยู่ที่เดิม ไม่เคยเคลื่อนไปไหน แถมแกมั่นใจว่ามันจะไม่มีวันจากไปไหน มันก็คือของตาย แต่เมื่อใดที่ของชิ้นนั้นถูกคนอื่นหยิบไปจนไม่อยู่ในสายตา แกจะรู้ถึงความสำคัญของของชิ้นนั้น...เดียร์ ที่เจ้จะสอนแกคือโอกาสน่ะไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ บางคนเสียโอกาสไปครั้งเดียวคือสูญเสียตลอดชีวิต ในเมื่อครั้งนี้คือโอกาสครั้งที่สองของแก...อย่าทำมันพังเหมือนครั้งที่แล้วอีก]

 

            เดียร์ได้แต่ยืนนิ่งฟังเสียงของพี่สาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย สัมผัสได้ว่าเจ้ดรีมเป็นกังวลเรื่องของเขามากแค่ไหน และนั่นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเต็มตื้น อยากจะกลับเมืองไทย อยากจะกอดเจ้ดรีมแน่นๆ แล้วบอกว่าเดียร์ขอโทษ

 

            “เจ้...”

 

            [จำไว้ว่าเมื่อใดที่แกคิดจะหันหน้าไปเผชิญปัญหา แกจะไม่ได้อยู่คนเดียว เจ้จะช่วยแกทุกเรื่อง ขอแค่อย่าทำตัวขี้ขลาดแบบนี้อีกก็พอ]

 

            คนทางนี้จะร้องไห้อยู่แล้ว เจ้ดรีมไม่เคยเอาปัญหาตัวเองมาให้เขาช่วย มีแต่เขาเนี่ยล่ะที่ทำให้พี่สาวเดือดร้อนอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าครั้งนี้เจ้ดรีมจะเล่นแรง แต่มันช่วยให้เขาได้คิดจริงๆ

 

            “เจ้ดรีม เดียร์ระ....”

 

          [อีกอย่าง จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ แกรับรู้ไว้ซะเถอะว่าฉันจะเอาคืนแกทบต้นทบดอกเลย!]

 

            กึก

 

            คนที่กำลังจะบอกรักพี่สาวเป็นอันหยุดทุกสิ่งที่จะเอ่ยออกมา เมื่อเสียงโหดเหี้ยมดังมาตามสาย และเอาทุกอย่างในชีวิตพนันเลยว่า...เจ้ดรีมแม่งเอาจริง

 

            ฟึ่บ

 

            “ขู่อะไรเดียร์ มันหน้าเสียแล้วนะ” แต่แล้ว จังหวะนั้นพี่พอร์ชก็ดึงโทรศัพท์ออกจากมือ แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะกับปลายสาย ชนิดที่เดียร์ได้ยินเสียงเจ้ดรีมด่าไฟแลบมาเลยเชียวล่ะ จนต้องยิ้มแห้ง ส่ายหน้าหวือเมื่อพี่พอร์ชถามว่าจะคุยอีกหรือเปล่า

 

          เรื่องสิวะ กลับไปยังไงก็โดนด่า ตอนนี้ขออยู่อย่างสงบก่อนก็แล้วกัน

 

            “พี่พอร์ช ถามจริง พี่เบื่อเดียร์มั้ย” เมื่อคนตัวโตวางสายไปแล้ว เดียร์ก็เอ่ยปากถามออกมาจนได้จนคนฟังเลิกคิ้วขึ้นนิด ก่อนที่จะดึงเจ้าลูกหมามาทรุดนั่งบนก้อนหิน แล้วตามมานั่งข้างๆ ดวงตาคู่คมฉายแววขบขันไปจนถึงอ่อนโยน

 

            “เบื่อมั้ย ก็นิดหน่อย” คราวนี้ คนฟังถึงกับยิ้มไม่ออก

 

          เออ กูรู้ว่าตัวเองงี่เง่า แล้วถ้ามีวันไหนพี่พอร์ชทนกูไม่ได้ล่ะ แค่คิดก็จะตายแล้ว

 

          “...แต่ไม่เคยคิดจะหยุดรัก”

 

ต่อค่ะ

 

            ขวับ

 

            คนฟังหันหน้ามาสบตาทันที จนดวงตาทั้งสองสบประสานกัน แล้วพูรินก็เอื้อมมือมาจับมือขาวมากระชับมั่น ดวงตาสีเข้มฉายแววจริงจัง ยามจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต จ้องราวกับอยากให้อีกฝ่ายเห็นความในใจของเขาทั้งหมด

 

            “คนเรารักกัน ใช่ว่ามันจะมีแค่ความสุขนะเดียร์ ไม่ใช่ว่าเราจะรับนิสัยของอีกฝ่ายได้ทั้งหมด แต่เพราะรัก เราถึงปรับตัวเข้าหากัน ใช่ พี่ไม่ชอบที่เดียร์เอาแต่หนีปัญหา แต่ถ้าถามกลับไป พี่ก็เชื่อว่าเดียร์ไม่ชอบนิสัยมั่นใจในตัวเองของพี่เหมือนกัน เพราะพี่มั่นใจว่าจัดการทุกอย่างได้ แพตตี้ถึงเข้ามา มั่นใจว่าจะเก็บบางเรื่องเอาไว้ เดียร์ถึงเข้าใจผิดเรื่องน้องอลิซ...แล้วพี่จะถามกลับว่า เดียร์คิดจะเลิกรักพี่เพราะนิสัยแบบนี้ของพี่หรือเปล่า”

 

            คนฟังเงียบไปทันที ก่อนที่จะส่ายหน้าแรงๆ

 

            แม้พี่พอร์ชจะไม่ได้เป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างที่ใครๆ เห็น ยังมีมุมธรรมดาที่ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยเกลียดนิสัยด้านนี้ของพี่พอร์ชเลย เพราะรัก...เขาถึงยอมรับในตัวของอีกฝ่าย

 

            คำตอบที่ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้าง

 

            “เหมือนกัน พี่ก็ไม่เคยหยุดรักเดียร์เพราะเรื่องนี้เหมือนกัน”

 

            “แต่ถ้าวันหนึ่งพี่พอร์ชรับเดียร์ไม่ได้...”

 

            “เราถึงต้องปรับตัวเข้าหากันยังไงล่ะ” พูรินเอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีราวกับหยุดทุกเสียงพูดของเจ้าลูกหมา และท่าทางสับสนนั่นก็ทำให้เขาดึงร่างเล็กกว่ามากอดเอาไว้หลวมๆ

 

            “ความรักไม่ได้มีแค่ความสุข มันอาจจะทำให้เราทุกข์ในบางครั้ง แต่เพราะมีคนที่รัก พี่ก็พร้อมจะรับทั้งความสุขและความทุกข์ไปด้วยกัน เวลาสาบานแต่งงานเขาถึงต้องรับทั้งสุขและทุกข์ไว้ด้วยกันยังไงล่ะ...แล้วเดียร์ล่ะ พร้อมจะมีความสุขและผ่านความทุกข์ไปกับพี่แล้วหรือยัง”

 

            กึก

 

            เดียร์ได้แต่อึ้ง แม้จะฟังเหมือนคำอธิบาย แต่ทำไมหัวใจเขาถึงเต้นแรง รู้สึกเหมือน...พี่พอร์ชขอแต่งงาน

 

            ดังนั้น ใบหน้าขาวจึงเงยขึ้นเพื่อสบตากับอีกฝ่ายราวกับหาคำตอบ แล้วก็พบรอยยิ้มที่ทำให้เขาแก้มแดงน้อยๆ

 

            “นี่ขอแต่งงานหรือพี่” จนพยายามถามกลับเสียงยวนๆ ให้พูรินหัวเราะ

 

            “แล้วถ้าใช่ล่ะ”

 

          นี่ขอแต่งจริงดิ!

 

            คนฟังเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ และนั่นก็ทำให้พูรินถามย้ำอีกครั้ง

 

            “ว่าไง แต่งงานกับพี่มั้ย”

 

            “พะ...พี่ลืมไปป่ะว่าเราผู้ชายด้วยกัน ใครจะให้แต่งวะ”

 

            “ไม่เป็นไร หลายประเทศอนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ เราบินไปแถบนั้นก็ได้”

 

            “จะบ้าหรือวะ เดียร์สิบแปดเองนะ!

 

            “งั้นแปลว่าหลังเรียนจบก็โอเค”

 

          ฮึ่ย ต้อนกูจนจนมุมเลยนะ

 

            คนฟังได้แต่แยกเขี้ยวใส่ ไอ้มีความสุขมั้ยก็ต้องบอกว่ามากล่ะ แต่เห็นพี่พอร์ชมีความสุขกับการเถียงกับเขาแบบนี้แล้วอดหมั่นไส้คุณเจ้าของหมาตัวโตไม่ได้ จนต้องยื่นมือไปบีบแก้มแรงๆ แม่งเลย แล้วว่าเสียงหนัก

 

            “เออ แต่งสิ แต่งแน่ ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่ยอมเสียพี่ให้ใครอีกแล้ว!” เดียร์ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น แม้ว่าแถวนี้จะมีคนนั่งกินลมชมวิวไม่ต่างจากคู่ของเขา แต่ตะโกนไปยังไงก็ฟังไม่รู้เรื่องนี่หว่า แล้วถ้าใครถามเขาจะเอามุกไอ้ชินจังมาใช้

 

            ผมคนจีนครับ ไม่ใช่คนไทย

 

            หมับ

 

            คำตอบที่พูรินหัวเราะลั่น ยามคว้าเจ้าลูกหมามากอดเอาไว้แน่นจนแทบจะจมอก ฟัดแก้มแรงๆ อย่างแสนรัก แบบที่เดียร์โวยวายลั่น แล้วพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดที่แข็งปานคีบเหล็กนั่น อย่างอดสงสัยไม่ได้ว่าพี่พอร์ชกอดแน่น หรือกูแรดดิ้นพอเป็นพิธีวะ

 

            “พี่พอร์ช ปล่อยโว้ย อายเขา!” คำที่คนฟังก็ยังซุกหน้ากับแก้มขาวๆ ทั้งยังจรดปลายจมูกลงไปแรงๆ อย่างไม่สนใจสายตาใครเหมือนกัน

 

            “พี่ไม่อาย ก็พี่แสดงความรักกับแฟนพี่นี่”

 

          แหม เต็มปากเลยนะ

 

            “อีกอย่าง...” พูรินเงียบเสียงลงหน่อย ทั้งยังคลายอ้อมกอดอีกนิด ให้เด็กตัวเล็กเงยหน้าที่หัวเหอยุ่งเหยิงขึ้นมาอย่างเคืองๆ แล้วก็เป็นอันค้าง เมื่อเสียงทุ้มดังต่อ

 

            “...พี่รักเดียร์นะ”

 

            เท่านั้น ไอ้ดรัณภัทรก็หยุดดิ้น ก่อนที่จะยิ้มออกมา หัวทุยๆ ก็เอนซบเข้าที่หัวไหล่กว้าง

 

            “เหมือนกันครับ...เดียร์ก็รักพี่เหมือนกัน” เพียงเท่านั้นก็ทำให้คนฟังหัวเราะเบาๆ รู้สึกถึงความสุขที่ล้นออกมาจากอก...แค่ความรู้สึกที่เรารักกันก็มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

 

            ท่ามกลางสายลมเย็นฉ่ำของฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้น้อยใหญ่กำลังแตกกิ่งก้านเพื่อการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เหมือนดั่งความรักของพวกเขาทั้งสองที่ผ่านพ้นฤดูหนาวที่แสนโหดร้ายมาแล้ว แม้ว่าอุปสรรคมากมายจะยังรออยู่ข้างหน้า แต่ตราบใดที่มือของทั้งสองยังจับกันเอาไว้ ไม่ว่าเรื่องไหนๆ พวกเขาก็จะก้าวผ่านมันไปให้ได้...

 

            “อ้ะ แล้วเรื่องพ่อกับแม่ล่ะพี่พอร์ช เอาไงดีวะ” แต่แล้ว คนที่กำลังซุกหน้าอยู่ในอ้อมกอดก็เงยหน้าขึ้นทันควัน ถามอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ และนั่นก็ทำให้คนฟังดูจะกังวล แต่เหนือสิ่งใด แววตาของพี่พอร์ช...แม่งโคตรเจ้าเล่ห์

 

            “กลับไทยเมื่อไหร่ก็รู้เองล่ะ”

 

            “เฮ้ย ไหนว่าจะไม่ปิดบังกันไง เล่ามาเลยนะเว้ย”

 

            “งั้นเดี๋ยวเล่าคืนนี้”

 

            “ไม่ต้องมาเล่าคืนนี้ เดี๋ยวคืนนี้พี่ก็คิดดอกเบี้ยเดียร์อีกนั่นแหละ!

 

            “งั้นเดี๋ยวเล่าระหว่างคิดดอกเบี้ย”

 

            “ไม่เอาเว้ย จะฟังตอนนี้!

 

            “อืม เรานั่งรถไปฮาโกเน่กันดีกว่า”

 

            “อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะพี่พอร์ช!” เดียร์ยิ่งโวยวายลั่น เมื่อพี่พอร์ชแม่งลุกขึ้นเฉยเลย จนต้องลุกตาม แล้ววิ่งล้อมหน้าล้อมหลัง ให้คนตัวโตลอบยิ้ม รู้สึกดีที่ได้เจ้าลูกหมาตัวเดิมกลับคืนมา แล้วเขาอาจจะโรคจิตก็ได้ที่เดียร์ยิ่งแง้วๆ มากเท่าไหร่ เขาก็ชอบใจมากเท่านั้น

 

            “พี่พอร์ช บอกเดียร์มา...”

 

            จุ๊บ

 

            ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ริมฝีปากอุ่นก็แตะเข้าที่ปากสีสดแรงๆ ก่อนที่คนขโมยจูบจะส่งยิ้มให้

 

            “เอาไปเท่านี้ก่อน เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลัง” ว่าแล้วก็เดินล้วงกระเป๋านำไปยังจุดรอรถ ให้คนถูกจูบหน้าแดงซ่าน เผชิญหน้ากับสายตาชาวญี่ปุ่นที่หันมามองเป็นตาเดียว แล้วก็ได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ

 

          ย๊ากกกกก คิดว่าจูบปิดปากกูได้หรือวะ

 

            หมับ

 

            “เฮ้ย!!!” พูรินถึงกับร้องลั่น เมื่อจู่ๆ ก็มีร่างที่หนักไม่น้อยพุ่งมากระโดดขี่หลัง จนต้องหันกลับไปเห็นหน้าตาหาเรื่องของเจ้าลูกหมา

 

            “เดียร์ไม่ยอมอายคนเดียวหรอกนะเว้ย!” เสียงใสประกาศลั่น ให้พูรินถามด้วยรอยยิ้ม

 

            “นี่อาย?”

 

            “เปล่า แล้วพี่พอร์ชล่ะ” จริงๆ ก็แอบอาย แต่ตราบใดที่อยู่กับพี่พอร์ช เขาคิดว่าเขาก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ไปได้นะ และนั่นก็ทำให้พูรินหัวเราะ

 

            “ไม่ล่ะ พี่ก็ไม่อาย ตอนนี้พี่มีความสุข” คำตอบสั้นๆ แต่ทำให้คนฟังยิ้มกว้าง กอดคอคนตัวโตแน่น ไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะมองยังไง เพราะเขาเชื่อว่าไม่ว่าจะมองด้วยความสนใจหรือรังเกียจ คนที่มองก็ต้องสัมผัสได้ถึงความสุขที่ล้นออกมาจากพวกเขาทั้งคู่ได้อยู่ดี

 

            เรื่องที่เมืองไทยเอาไว้ก่อน ตอนนี้ขอมีความสุขกับช่วงเวลานี้ก่อนก็แล้วกัน

 

................................................

 

            ครบค่ะ แต่ยังไม่จบนะคะ คือเรื่องพ่อแม่ยังมิเคลียร์ มันต้องกลับไปเคลียร์ที่เมืองไทยตอนหน้าก่อนอ่ะจ้า แต่ยังไงเจ้าหมาแรดมันยอมสู้ ยอมกลับไปก็ดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ยังไงดีล่ะ กลับมาอ่านทวนระชักแค่ตรงเดียว...พี่พอร์ชกอดแน่น หรือกูแรดดิ้นพอเป็นพิธี...ถามจริง เมย์เขียนไอ้เดียร์แรดงี้มาตลอดทั้งเรื่องเลยจริงดิ แบบไม่ได้กลับมาอ่านเทสเลิฟที่เขียนไว้ก็กว่าครึ่งปีแล้วมั้งเลย...อื้อ นายเอกแรดของเราก็น่ารักแปลกๆ ดีนะ

            ตอนนี้ ความรักไม่ได้มีเพียงความสุข แต่รักนั้นมีทุกข์และสุขมาพร้อมกันนะคะ ^^

            บังเอิญรักเปิดจองแล้วนะคะ ลิงก์นี้เลย

            http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1129064&chapter=51

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            ระหว่างเฟซกับทวิต ใครมีคำถาม เมย์อยู่ทวิตเตอร์มากกว่าค่ะ ถามได้เลยเน้อ หายหัวไปยังไงก็ไม่เคยเกินสามวัน ส่วนใหญ่เข้าไปเช็กเมนชั่นทุกดึก

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[Yaoi] Test Love ลองรักกันมั้ยคุณพี่ชายร่วมห้อง [Boy's Love] ตอนที่ 98 : ตอนที่ 90 รัก...สำคัญที่สุด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 63433 , โพส : 510 , Rating : 54% / 303 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20
# 510 : ความคิดเห็นที่ 62571
คู่โอ้ตกะชินก็เข้าใจความรู้สึกกันและกันซะทีนะ ต่อไปก็เหลือด่านพี่ชายเนี่ยแหละ อยากอ่านอ่ะ55555
Name : สล๊อตโลรี่ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สล๊อตโลรี่ [ IP : 107.167.97.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:10
# 509 : ความคิดเห็นที่ 62548
จบลงด้วยดีมั้ง
Name : pommys < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pommys [ IP : 27.55.239.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มกราคม 2561 / 15:48
# 508 : ความคิดเห็นที่ 62512
เรานี้สะเทือนเลยตอนพี่ดรีมบอกว่าคนจะรู้ตัวตอนที่สายเกินไป คือดองงานไว้แล้วหนีมาอ่านนิยายนี้รีบกลับไปทำงานเลย
Name : Bibblegum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bibblegum [ IP : 184.22.214.250 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มกราคม 2561 / 16:35
# 507 : ความคิดเห็นที่ 61933
ดี กลับไปสู้ด้วยกัน
PS.  บางทีเราก็บ้าเกินไป แฮ่ๆ
Name : InLove < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ InLove [ IP : 202.28.79.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2559 / 10:42
# 506 : ความคิดเห็นที่ 61932
ดี กลับพี่สู้กัน
PS.  บางทีเราก็บ้าเกินไป แฮ่ๆ
Name : InLove < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ InLove [ IP : 202.28.79.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2559 / 10:41
# 505 : ความคิดเห็นที่ 61585
ชาร์จแบตกันให้เต็มที่นะ แล้วกลับไปเคลียร์ศึกหนักที่ไทย
Name : baekbow < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ baekbow [ IP : 1.46.206.214 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2559 / 23:05
# 504 : ความคิดเห็นที่ 61292
รักเจ้ดรีมเจรงงงง
Name : lopenav < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lopenav [ IP : 115.87.142.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2559 / 11:43
# 503 : ความคิดเห็นที่ 61107
เฮ้อออ กว่าความสุขจะกลับเข้ามา ก็ต้องผ่านมรสุมอะไรเยอะแยะเนอะ ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ มันสะท้อนอ่ะ จริงๆนะ เหมือนที่เคยเขียนในคำนิยม อ่านตอนนี้ถึงจะฟิน แต่ยังจิกหมอนไม่ลง ไว้พอเคีลยร์กับพ่อแม่เสร็จแล้วอ่านตอนพิเศษคงดีขึ้น~

พอร์ชเดียร์น่ารักมากกกก สู้ๆนะ เชื่อว่าสุดท้ายพ่อแม่ต้องยอมรับดิ //โบกธงคู่นี้ต่อไป

โอ๊ตชินจางงงงงง อ๊ากกกกกกกกกกก มุ้งมิ้งสุดๆ ดามเจคู่นี้มาแรง แต่ยังไม่เท่าคู่บน คู่พวกนางน่ารักกันเจรงงง แต่สรุปใครบนใครล่างคะ เจ้เดาม่ายถูกง่าา
PS.  แวะไปเยี่ยม my id หน่อยนะคร้า~
Name : sprinkle_star < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sprinkle_star [ IP : 203.131.214.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2559 / 15:36
# 502 : ความคิดเห็นที่ 60711
ดีใจที่พี่โอ๊ตมาง้อชินนะ ดีใจจริงๆ แต่ดีใจที่เดียร์ยอมสู้สักที
Name : Susu [ IP : 171.96.244.23 ]

วันที่: 22 ตุลาคม 2558 / 02:33
# 501 : ความคิดเห็นที่ 60636
อ่านตอนชินร้องไห้กี่ทีก็ร้องตาม คือ ดีใจมาก คือชินร้องไห้แล้วดูน่าสงสารมากๆ อ่านกราฟแล้วคิดถึงคู่นี้อ่านตั้งแต่ตอนต้นยันตอนนี้ก็รู้สึกดีที่คู่นี้ผ่านอะไรไปมากมาย แม้จะเป็นช่วงสั้นๆแต่อ่านแล้วอุ่นใจมาก แล้วทั้งเศร้าปวด ดีใจมาก อ่านแล้วบีบมากค่ะ
Name : Eurn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Eurn [ IP : 27.55.74.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2558 / 15:41
# 500 : ความคิดเห็นที่ 60595
โอ๊ตชินนี่เอาใจไปเรย แต่แบบอยากเห็นแบบกระชากเข้าไปกอดแร้วขอร้องว่าดีกันนร๊ๆอ่ะ555555><
Name : fkxz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fkxz [ IP : 1.47.194.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2558 / 20:13
# 499 : ความคิดเห็นที่ 60567
ง่ะ แล้วพี่ชายของชินละ โอ๊ต อย่าลืมไปตัดผมกะโกนหนวดด้วยนะ
PS.  วายจะครองโลก
Name : Shadow Ruby Accordion < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Ruby Accordion [ IP : 27.55.212.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2558 / 17:19
# 498 : ความคิดเห็นที่ 60442
ดีใจทีี่ชินกับโอ๊ตคืนดีกัน คู่นี้ทะเลาะกันแล้วเรียกน้ำตากว่าคู่อื่นคูณ10เท่า เพราะไม่เชื่อใจกันนี่แหละ ดีกันไว้น้า *-*
Name : Ccccho < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ccccho [ IP : 49.48.222.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2558 / 09:22
# 497 : ความคิดเห็นที่ 60420
เอาจริงๆ เรื่องเดียร์เนี่ย การที่เขาหนีตลอดส่วนหนึ่งมันอาจจะเกิดจากนิสัยส่วนตัวก็จริง แต่สำหรับเรา เราคิดว่าครอบครัวก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน ดูได้จากไม่ว่าเดียร์จะมีเรื่องอะไรเจ้ดรีมก็จะช่วยตลอด มันก็เลยทำให้เดียร์เหมือนไม่เคยโต มีเรื่องอะไรก็หวังพึ่งพี่สาวตลอด พอเกิดเรื่องใหญ่ก็ไม่แปลกหรอกที่เดียร์มันจะเลือกจะหนีอีกครั้ง
แต่ตอนนี้น่ารักสุดๆ เลย ดีแล้วล่ะนะหนูเดียร์สู้ๆ นะจ๊ะ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 ตุลาคม 2558 / 12:58
Name : backlight < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ backlight [ IP : 125.27.199.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2558 / 12:56
# 496 : ความคิดเห็นที่ 60034
น่ารัก 



สุดท้ายคนที่เดียร์แพ้ทางที่สุดก็คงเป็นเจ้ดรีมสินะ 5555555555
PS.  As you please..
Name : nunyjan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunyjan [ IP : 171.96.187.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2558 / 00:13
# 495 : ความคิดเห็นที่ 60024
เข้าฉาก หวานแว๋ว แล้ว
Name : wave@wave < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wave@wave [ IP : 49.230.81.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2558 / 22:14
# 494 : ความคิดเห็นที่ 58775
น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อินเลิฟ
Name : llMonkeyll < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ llMonkeyll [ IP : 183.88.81.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2558 / 15:11
# 493 : ความคิดเห็นที่ 57936
ใจชื่นขึ้นมาหน่อยยังดีกว่าไม่มีไรดีขึ้นเลยยยยไปสู้ด้วยกันน๊าาาาาาา
แอบสงสารพี่โอ๊ยเบาๆๆ
Name : shshshx < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shshshx [ IP : 27.130.32.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2558 / 17:25
# 492 : ความคิดเห็นที่ 57777
คนจีนไม่ใช่คนไทยย 

#จะเอาไปใช้บ้างงง5555
Name : mameaw27 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mameaw27 [ IP : 171.101.178.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2558 / 23:13
# 491 : ความคิดเห็นที่ 57262
เป็นตอนที่ได้ทั้งยิ้มทั้งร้องเลยแหะ
Name : snowwy pcy 61 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ snowwy pcy 61 [ IP : 1.46.175.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 เมษายน 2558 / 23:50
# 490 : ความคิดเห็นที่ 57117
จะกลับไปเจอพ่อกับเเม่แล้ว เดียร์เตรียมตัวให้ดีนะ สู้ๆเข้าไว้ อย่ายอมเสียพี่พอร์ชไป เดียร์ต้องสู้
Name : eeDneaS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ eeDneaS [ IP : 1.20.174.139 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 เมษายน 2558 / 22:14
# 489 : ความคิดเห็นที่ 57097
แรดพอเป็นพิธี555555555
Name : Taeisme < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Taeisme [ IP : 27.55.107.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 เมษายน 2558 / 08:18
# 488 : ความคิดเห็นที่ 57069
ถึงเดียร์จะแรด แต่ก็แรดแบบน่ารักน่าให้อภัย 555555 แต่แหมเดียร์กำลังจะบอกรักเจ๊ถึงกับชะงักเลยเจ๊โหดอ่ะ คู่ชินกะพี่โอ๊ตลงเอยสักทีหวานละมุนเลยนะ
Name : Vanilla [ IP : 82.145.219.107 ]

วันที่: 2 เมษายน 2558 / 10:02
# 487 : ความคิดเห็นที่ 56987
ช่ายยยย เดียร์แรดมากกก แต่ชอบนะพี่เมย์ คิคิ ^^
Name : Turn the radio < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Turn the radio [ IP : 223.206.174.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2558 / 12:09
# 486 : ความคิดเห็นที่ 56893
สู้สู้ เจ้าหมาน้อยยย
Name : Ekaract Sun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ekaract Sun [ IP : 27.55.14.143 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2558 / 01:10
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android