*END[Got7] Sentimental - Markbam

ตอนที่ 11 : SENTIMENTAL ● 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    22 เม.ย. 60


09


ลมเอื่อยๆท่ามกลางสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยหญ้าเขียวกับต้นไม้ใหญ่ในช่วงหน้าร้อน ม้านั่งยาวใต้ต้นไม้ร่มถูกเลือกให้เป็นที่นั่งพักของเขาท่ามกลางสวนโล่ง จินยองหลับตาผ่อนลมหายใจของตัวเองสม่ำเสมอรับแรงลมอ่อนที่ปะทะกับร่างกายของเขาอย่างเบาสบาย


แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาทุกอย่างกลับกลายเป็นสีดำพร้อมกับเงาจากแสงไฟภายนอกบานหน้าต่างให้เขาได้พอปรับสายตามองสิ่งรอบๆตัวได้อย่างไม่ยากลำบากนัก


‘ยังไม่ตาย’เป็นคำแรกที่จินยองนึกถึงได้หลังจากท่ีเขาสำรวจรอบกายและพบว่ามันคงเป็นโรงพยาบาลซักแห่ง จินยองสัมผัสทั่วร่างกายของตัวเองทุกอย่างดูปกติเว้นเสียแต่แขนข้างหนึ่งถูกเจาะสายน้ำเกลือและข้อมืออีกข้างหนึ่งถูกปิดเอาไว้เป็นทางยาวให้เขาได้พบรับรู้ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง 





“จินยอง....จินยองตื่นแล้วหรอ”เสียงที่แสนคุ้นหูโดยที่ไม่ต้องเดาเขาก็สามารถตอบได้อย่างแม่นยำ เงาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆเขาก่อนจะลูบผมของเขาอย่างอ่อนโยนราวกับต้องการปลอบประโลม 


‘แม่’ไม่มีเสียงหลุดลอดออกไป จินยองรู้สึกเหมือนตัวเองถูกริดรอนเส้นเสียงเสียจนลืมวิธีการออกเสียงในตอนที่เขาเห็นดวงตาแดงก่ำและฉ่ำน้ำของคนเป็นแม่


ผู้หญิงสวยที่ใครๆก็เคยบอกว่าหน้าเมือนกับเขาราวกับถอดกันไหมในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจนเขาเห็นได้ชัดแม้จะไม่มีแสงไฟที่ชัดเจน จินยองจับมือที่สั่นเทาของผู้เป็นมารดาแน่น...เขารู้สึกผิด รู้สึกผิดที่ทำให้แม่ร้องไห้


“ข…ขอโทษ...ผมขอโทษ”แม่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้นนอกเสียจากส่ายหัวไปมาพร้อมกับน้ำตาที่รื้นเต็มรอบดวงตาจนหยดลงมาหยดแล้วหยดเล่า “จินยองไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย...”


“….”

“พ่อกับแม่ผิดเอง...ฮึก...ไม่เอานะคนเก่งไม่ร้องไห้ซิ”จินยองจำไม่ได้แล้วว่าตอนที่เขาเคยอยู่ในอ้อมกอดของแม่มันนานแค่ไหน นานเสียจนจินยองหลงลืมไปหมดว่าจริงๆแล้วมันอบอุ่นขนาดนี้ “แม่...”


--SENTIMENTAL--


สภาพห้องเละเทะเป็นสิ่งแรกที่ชเวยองแจมองเห็นในตอนที่เขาก้าวเท้าเข้ามาเหยียบห้องของเพื่อนสนิทที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่ในตอนนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง


ข้าวของมากมายถูกรื้อออกมากองเอาไว้ โดยที่เจ้าของห้องเลือกที่จะพิงกำแพงร้องไห้อยู่ในมุมหนึ่งเงียบๆ “แบม...”


“ยองแจ..”


เขาไม่เคยทราบถึงเรื่องราวที่ลึกลงไป ยองแจได้ค้นพบความจริงในวันนี้ว่าทุกอย่างที่เขาเคยรู้มันซับซ้อนลงไปลึกเหมือนกับบ่อน้ำที่เขายังไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงของก้อนหินที่โยนลงไปท้ายบ่อ...ไม่มีวันที่จะทราบเลยด้วยซ้ำว่ามันดำดิ่งและถลำลึกลงไปแค่ไหน


ยองแจไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่าการกอดเพื่อนตัวน้อยอยู่เงียบๆเพราะถึงแม้เขาจะเป็นคนเสียงดังช่างพูดแค่ไหนแต่เขาก็รู้ตัวดีว่าตอนนี้แบมแบมไม่ได้ต้องการเสียงของเขา อีกฝ่ายเพียงแค่ต้องการเพื่อนซักคนอยู่ในวันที่อ่อนแอ


“ร้องไห้ออกมาเลย..กูอยู่นี่แล้ว”กายบางที่ในยามปกติก็ดูแสนจะบอบบางแต่ในตอนนี้ยองแจรู้สึกว่ามันลีบลงยิ่งกว่าที่เคย คนในอ้อมกอดของเขา เจ้าของความเปียกชื้นบนเสื้อสเวทเตอร์สีเข้มของเขา แบมแบมในตอนนี้น่ะทั้งบอบบางและเปราะบาง ราวกับพร้อมจะพังได้ทุกเมื่อ


“แบมแบม...แบมเปิดประตูให้หน่อย”เสียงเรียกจากภายนอกบานประตูเรียกให้ยองแจต้องลุกไปดูก่อนที่มันจะถูกพังลงหากเขายังคงนิ่งนอนใจแต่เพราะเขาถูกรั้งเอาไว้ดูข้อมือของแบมแบมเสียจนต้องกลับไปนั่งลงเป็นเพื่อนอีกฝ่ายอย่างเคย “ไม่เอา...อ...ไม่เปิดนะ”


ยองแจพยักหน้ารับแต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ในเมื่อเสียงจากด้านนอกยังคงดังเป็นระยะจนเขาตัดสินใจดึงมือของแบมแบมออกแล้วเดินออกไปด้านนอกประตูพักใหญ่เสียงจึงเงียบลง


“แบมแบมไม่อยากเจอใครหรอกนะ...กลับไปก่อนเถอะอิมแจบอม”

“แต่ว่า...”

“มันเจ็บมามากแล้ว ให้มันได้พักบ้างเถอะ”

“แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่”



อิมแจบอมไม่ได้ผิดคำพูดไปแม้แต่น้อย บ่ายวันต่อมายองแจก็ได้เจอกับอีกฝ่ายที่เดิมอีกครั้งจนเขาอ่อนใจยอมให้เข้าไปหาแบมแบมก่อนจะขอเลี่ยงตัวออกไปมินิมาร์ทเพราะไม่อยากจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเพื่อนมากนัก “ไปมินิมาร์ทแปปนะ เดี๋ยวจะรีบขึ้นมา”


และหลังจากที่ประตูบานเดิมถูกปิดลงอิมแจบอมก็โถมตัวเข้ากอดอีกฝ่ายที่ยังคงตาแดงก่ำและบอบช้ำหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาทั้งคืนเสียจนในตอนนี้ไม่มีน้ำตาเหลือเพียงพอ “ปล่อย”


แบมแบมขืนตัวเองออกจากอ้อมกอดรัดแน่นของอีกฝ่าย เขาไม่ต้องการเจอหน้าใครในตอนนี้ ใครก็ตามที่อยู่ในวังวนความสัมพันธ์ที่แสนเจ็บปวด “ปล่อยเราเถอะแจบอม...”


เสียงอ่อนลงคล้ายกับคนที่หมดแรงทำให้แจบอมต้องยอมปล่อยอีกฝ่ายออกจากวงแขนของตัวเองอย่างอดไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิมไม่ได้เดินออกไปไหน ยืนมองอีกคนที่ไม่ได้มองมาที่เขาแม้แต่น้อย “ให้อยู่เป็นเพื่อนเถอะ...”


—SENTIMENTAL--


ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูเป็นของขวัญที่จินยองได้รับจากฮอยองจีแฟนสาวของแจ็คสันในตอนที่มาเยี่ยมเขาหลังจากฟื้นขึ้นมา “เราเลือกเองเลยนะ จะได้ไว้เป็นเพื่อนจินยอง”


“ขอบใจมาก”จินยองยิ้มให้กับตุ๊กตาผ้าขนาดเท่าฝ่ามือเหมือนของเด็กเล่นแต่นั่นก็สามารถทำให้จินยองเผยรอยยิ้มน้อยๆของตัวเองออกมาได้


แจ็คสันและยองจีมาเยี่ยมจินยองในเย็นวันถัดมาหลังจากที่มาร์คกลับไปได้ซักพักหนึ่ง จินยองแอบลอบถามยองจีในตอนที่แจ็คสันออกไปคุยโทรศัพท์นอกห้องถึงอาการของมาร์คที่ผิดแผกไปจากปกติ...เหมือนกับว่าจินยองมองเห็นตัวเองในร่างของมาร์ค มันทั้งหม่นหมองและซึมเศร้า


“แล้วหลังจากนั้น...จ..แจบอมมาอีกบ้างไหม”ถึงอย่างไรจินยองก็ยังคงเป็นจินยองคนเดิม ถึงแม้เขาจะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันผิดพลาดแต่ปาร์คจินยองก็ยังคงเป็นคนโง่ที่หลงรักอิมแจบอมอยู่เสมอ


การกุมข้อมือให้กำลังใจไปพร้อมๆกับการส่ายหน้าเบาๆเป็นเหมือนคำตอบชั้นดี ที่ทำให้จินยองแค่นยิ้มน่าสมเพชให้กับตัวเอง... ‘ถ้าไม่รักต่อให้ตายก็ไม่รัก’จินยองเพิ่งจะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งก็วันนี้


ต่อให้เขารักแจบอมจนกระทั่งยอมให้ความตายเป็นเครื่องยืนยันความซื่อสัตย์ของเขาแต่ยังไงอีกฝ่ายก็ยังคงไม่เหลียวแลมันอยู่ดี 


“ตอนนี้ทุกคนยุ่งไปหมด...เดี๋ยวเรามาอยู่เป็นเพื่อนเองนะ”ยองจียิ้มให้กับเขาซึ่งจินยองก็ไม่ได้ออกปากปฏิเสธอะไรไปเพราะเขาคิดว่ามันคงดีเสียกว่าการต้องอยู่ในโรงพยาบาลคนเดียวหลังจากที่คุณหมอบอกว่าเขายังต้องรอดูอาการอีกสองสามวันจึงจะออกจากโรงพยาบาลได้ 




ยองจีรักษาสัญญาของตัวเองได้เป็นอย่างดี ช่วงสายหลังจากที่พ่อกับแม่ของเขาต้องออกไปทำงานอีกฝ่ายก็เข้ามาได้พอดิบพอดีพร้อมกับตุ๊กตาสัตว์ตัวใหม่หน้าตาคล้ายคลึงกับตัวเดิมในอ้อมกอดของจินยองซึ่งเดาได้ไม่ยากว่ามาจากร้านเดียวกัน “อ่ะ วันนี้เป็นสิงโตอยู่เป็นเพื่อนกระต่าย”


“วันนี้เป็นช้าง...ตัวนี้น่ะน่ารักมากเลยนะจินยอง ตอนเราเห็นนี่เรายังอยากได้เองเลย”


“เพราะจินยองจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เราเลยเอาตัวใหญ่มาให้เลย ให้เป็นพี่ใหญ่ดีไหม”จินยองกอดตุ๊กตาหมีตัวโตที่แจ็คสันแบกมาให้เขาพร้อมกับยองจีอย่างทุลักทุเล “ไม่ต้องซื้อมาก็ได้ นี่ก็หลายตัวแล้ว”

“ก็..จินยองจะได้ไม่เหงาไง ให้อยู่เป็นเพื่อนจินยอง คอยดูแลจินยอง”

“ยองจีมันก็ไร้สาระแบบนี้แหละ”

“อยากตายหรอหวังแจ็คสัน!!”

“อ..อ่อ เปล่าจ๊ะ”จินยองยิ้มให้กับท่าทีน่าขำของเพื่อนตัวเองที่แสดงอาการกลัวเมียหนักขึ้นทุกวัน แต่ถึงอย่างไรจินยองก็ยังแอบรู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย ทะเลาะกันแค่ไหนทั้งแจ็คสันและยองจีก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไป เป็นความรู้สึกในแบบที่จินยองไม่เคยได้สัมผัส


—SENTIMENTAL—


ห้องสตูดิโอขนาดสิบเก้าตารางเมตรที่ไม่ได้ถูกแบ่งสัดส่วนเอาไวอย่างจริงจังนอกเสียจากระเบียงและห้องน้ำขนาดไม่ใหญ่ที่ถูกแยกออกไปต่างหาก ในบางครั้งที่ข้าวของเริ่มมากขึ้นแบมแบมมีความคิดที่จะย้ายออกเพื่อที่จะหาห้องใหม่ที่ดีกว่าแต่เพราะทำเลและปัจจัยหลายๆอย่างที่สุดท้ายเขาก็คิดว่าการอยู่คนเดียวบนพื้นที่ที่กว้างขวางมากมันโดดเดี่ยวเกินไป


แบมแบมไม่ใช่เด็กที่เติบโตมาอย่างยากลำบาก ถึงแม้ว่าสภาพอพาร์ทเม้นต์ท่ีเขาอาศัยจะไม่ได้ดูหรูหราหรือน่าพิศมัยแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการส่งลูกชายคนที่สามของบ้านมาเรียนยังต่างประเทศได้นั้นมันไม่ได้เกิดจากการที่เขามาจากพื้นฐานครอบครัวท่ียากจนอย่างแน่นอน


เขาถูกหล่อหลอมมาจากครอบครัวขนาดใหญ่และถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็กแต่นับตั้งแต่การสูญเสียพ่อ แบมแบมก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแม่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อลูกทั้งสี่คนที่ถึงแม้เงินประกันของพ่อจะสามารถส่งพวกเขาทั้งสี่เรียนจบในต่างประเทศได้อย่างไม่เดือดร้อนแต่แม่ก็ยังคงตั้งใจทำงานจนละเลยพวกเขาทั้งสี่


การย้ายมาเรียนในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แบมแบมชอบเพลง นักร้อง นักแสดงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นหรือน่าพอใจมากขึ้น เขาไม่ต้องการขัดความต้องการของแม่แต่เพราะการอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนที่ต่างออกไปมันทำให้เขาทั้งรู้สึกเหงาและโหยหา ซึ่งเด็กอายุสิบสี่ไม่มีทางจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างถูกต้อง




‘ไนท์คลับ แอลกอฮอล์ บุหรี่ เซ็กส์’เป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้ในปีที่สุดท้ายก่อนขึ้นชั้นมัธยมปลาย แบมแบมยังคงเป็นลูกที่น่าภาคภูมิใจของแม่ เป็นนักเรียนที่มีเกียรติของสถาบัน เขายังคงไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่แต่มันแตกต่างออกไปในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยผู้คน เขาเริ่มเรียนรู้กลไกของร่างกาย มีความสุขไปกับคนมากหน้าหลายตากับเรื่องบนเตียงเพียงชั่วครั้งคราวตั้งแต่อายุสิบห้าและสุดท้ายเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเสพติด


เสพติดยาระบายความเครียดชั้นดี เสพติดอ้อมกอดจากผู้คนแปลกหน้าที่เขาถูกใจและฝังความร้อนรุ่มเอาไว้ในร่างกายของเขาตลอดทั้งคืน เพราะมันสามารถทำให้แบมแบมหลงลืมความเหงา ไม่ต้องอยู่เพียงลำพังไปได้ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะตื่นมาตอนเช้าและใช้ชีวิตไม่ต่างจากเด็กมัธยมทั่วๆไป





“อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยไหม”เสียงเดิมๆที่เขาได้ยินมาตลอดหลายวัน ‘อิมแจบอม’ยังคงแวะเวียนมาที่นี่ทุกๆวันหลังจากที่เขาปฏิเสธข้อเสนอที่จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว แบมแบมไม่ได้ต้องการลบภาพต่างๆออกไป 


          เขายินดีที่จะให้มันหลอกหลอนอยู่ในหัวราวกับคนเสพยาเพราะแบมแบมเสพติดมาร์ค มาร์คที่สามารถบำบัดอาการของเขาได้ดีกว่าสถานเริงรมย์ไหนๆและสุดท้ายถึงแม้จะคงเหลืออยู่เพียงแค่ร่องรอยที่ทิ้งไว้แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่


“ถ้าเราบอกว่าไม่ไปแจบอมจะทำยังไง”

“ก็ไม่ทำอะไร...ก็คงจะนั่งอยู่เงียบๆรอมื้อเย็นแล้วก็หาอะไรให้ทานเหมือนทุกวัน”

“แล้วถ้าเราไล่แจบอมหล่ะ แจบอมจะไปไหม”

“ไม่ไปหรอก ฉันบอกแล้วว่าจะอยู่เป็นเพื่อน”

“แล้วทำไมมาร์คถึงไม่อยู่หล่ะ...ทั้งๆที่เราไม่ได้ไล่เขาไปด้วยซ้ำ”

“เพราะมาร์คกับแจบอมน่ะเป็นคนละคนกัน”เหมือนมีความว่ามาร์คแปะอยู่สะเปะสะปะในชุดความคิดของแบมแบมเสียจนหลายๆครั้งที่แจบอมก็อดนึกโมโหขึ้นมาเล็กๆไม่ได้ว่าเขาอยู่อีกข้างอีกฝ่าย หากออกไปไม่ถึงหนึ่งเมตรแต่แบมแบมกลับยังเอาแต่คิดถึงมาร์คที่ทิ้งอีกฝ่ายเอาไว้ไม่แยแส


“นั่นซิ...งั้นออกไปเดินสวนใกล้ๆนี่แล้วกันนะ”อาจจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่แจบอมยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้รับการปฏิเสธตอบกลับมาอย่างทุกครั้ง “ไปเอาเสื้อโค้ทซิ อาการข้างนอกมันหนาวนะ”





สวนสาธารณะใกล้ๆในระยะสี่ร้อยห้าสิบเมตรเป็นสถานที่ที่ถูกเลือก พวกเขาเดินอยู่ข้างกันบนถนนสายกว้างอย่างเงียบๆไม่ได้มีระยะระหว่างกันเพราะข้อมือคู่สวยที่เย็นเพราะอากาศหนาวถูกมือหนาของคนตัวสูงกว่าจับเอาไว้ในเสื้อโค้ทอย่างหลวมๆ แต่ถึงแม้ว่าจะแนบชิดแค่ไหนแจบอมก็ยังสัมผัสได้ถึงปราการสูงเสียดฟ้าที่อีกฝ่ายกั้นเอาไว้จนเขายากจะข้ามไปและมันน่าอึดอัดอยู่ไม่น้อย


“ยังคิดจะกลับไปหามาร์คอยู่ไหม”

“…คงไม่ โดนไล่ขนาดนั้นแล้วจะกลับไปให้เขาไล่กลับมาอีกหรอ”

“แล้วทำไมถึงไม่ตัดใจ”

“ไม่กลับไปไม่ได้หมายถึงไม่มีความรู้สึกซักหน่อย...”

“เหมือนกำลังยืนฟังแฟนตัวเองพูดถึงแฟนเก่าที่ยังลืมไม่ได้เลย”

“เราถามแจบอมไปแล้วว่ายังอยากจะคบกับเราต่อไปอีกไหม...”

“เพราะวันนี้ยังรู้สึกก็ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้จะยังรู้สึก”

“…นั่นซิ ซักวันเราก็คงจะหลงลืมไปเองว่าเคยรู้สึกยังไง”


—SENTIMENTAL—



กระป๋องเบียร์ ซองบุหรี่ ไฟแช็คและห้องโล่งๆเป็นสี่สิ่งที่มาร์คสามารถยึดถือมันให้เป็นของเขาได้โดยชอบธรรม สิ่งที่เขาสามารถพูดมันออกมาได้อย่างเต็มปากว่าเขาคือเจ้าของ 


เสียงเพลงบีทเบาๆที่ถูกเปิดคลอไม่ได้ทำเขารู้สึกดีขึ้นหรือแย่ลง ไม่ใช่เพลงให้กำลังใจหรือเพลงอกหักมันเป็นเพียงเพลงบรรเลงของเจ็ดตัวโน้ตที่คอยสะกิดไม่ให้เขาฟุ้งซ่านไปไกล


บุหรี่ไม่ใช่สิ่งโปรดปรานของมาร์คแต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สูบ อาจจะไม่ใช่ในชีวิตประจำวันเหมือนคนท่ีเสพติดแต่ก็มีติดเอาไว้อยู่ในลิ้นชักตู้เผื่อไว้ในช่วงเวลาที่เขาต้องการผ่อนคลาย เหมือนอย่างเช่นตอนนี้ที่หัวของเขามันทึบไปหมดควันของบุุหรี่ก็พอจะช่วยให้ทุกอย่างมันขาวโพลนได้


“จินยองยังไม่ทันหายดีมึงก็อีกคน...เวรกรรมของกูจริงๆ”

“…”มาร์คไม่ได้ตอบกลับอะไรไปยังคนที่นั่งเล่นเกมออนไลน์บนมือถืออยู่บนโซฟา หวังแจ็คสันมาอยู่เป็นเพื่อนของเขาแทบทุกวันอย่างน้อยๆก็ในตอนที่เขาต้องการหาเพื่อนซักคนกำจัดกระป๋องเบียร์ในตู้เย็นที่ถูกซื้อตุนเอาไว้จำนวนไม่น้อย “อย่างน้อยมึงก็มั่นใจได้ว่ากูจะไม่ทำแบบจินยอง”


ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกเพียงแต่ความรู้สึกของเขามันแตกต่างกันออกไปเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ากว่าอิมแจบอมจนต้องยอมเสียสละเหมือนพระเอกละครเพียงแต่สมการระหว่างพวกเขาสองคนมีตัวแปรที่สองและสามเข้ามาเกี่ยวข้องจนมันวุ่นวายไปกันใหญ่


เขารู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ใช่สิ่งท่ีถูกต้องและมาร์คยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เขายังคงเสียใจกับผลของการกระทำในวันนั้นรวมถึงตลอดทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นและนำพาพวกเขาไปสู่ห้วงอารมณ์ที่ยากจะอธิบายแต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะย้อนกลับไปและเปลี่ยนแปลงมัน มาร์คมั่นใจในการตัดสินใจแรกที่ไม่เคยผิดพลาดของตัวเองเสมอจนกระทั่งถึงตอนนี้ “มึงจะปล่อยไปง่ายๆแบบนี้นะจริงหรอวะ”


“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงกลับไปหาแบม แย่งกลับมาจากแจบอมหรอ...”

“…”

“เขาไม่ใช่สิ่งของ...”

“แต่กูว่าสิ่งที่มึงทำไม่ได้ต่างกันเลยนะเว้ย”

“มึงโกรธไม่ใช่หรอที่สองคนนั้นทำจินยองเป็นแบบนี้นะ”

“…ลึกๆพวกเราก็รู้ว่ามันไม่ใช่”แจ็คสันถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อนึกย้อนกลับไปขบคิดถึงเรื่องที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาอันรวดเร็วของพวกเขาในตอนนี้ ความจริงที่ไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต่อให้พวกเขาโทษว่ามันเป็นความผิดของแจบอม พวกเขาโทษว่าความสัมพันธ์ของสองคนนั้นทำลายปาร์คจินยองแต่ความจริงปาร์คจินยองคือคนท่ีทำลายตัวเอง ปาร์คจินยองเป็นคนเลือกมันเอง “ถ้าจะผิดมันก็ผิดด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ”


หวังแจ็คสันกลับไปแล้วปล่อยเขาให้อยู่กับมวลบุหรี่อัดควันตรงหน้าต่อไปอย่างไม่มีจุดหมาย มาร์คแหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดไร้แสง เขามองไม่เห็นอะไรบนท้องฟ้าว่างเปล่านั่นนอกจากควันที่ลอยออกมาจากปากของเขา มาร์คปล่อยให้ทุกอย่างเชื่องช้าราวกับหยุดเวลา ปล่อยตัวเองให้จมดิ่งอยู่กับความว่างเปล่าใดว่างเปล่าหนึ่งของตัวเอง


BB : จะมาเก็บของออกไปวันไหน read 9.48

MT : วันมะรืนก็ได้ 10.15


มาร์คใช้เวลาอยู่กับแป้นพิมพ์โทรศัพท์นานเหมือนกับเด็กหัดใช้พิมพ์ดีดใหม่ๆ แต่ละพยางค์ที่กลายเป็นคำและเป็นประโยคประโยคหนึ่งดูเหมือนจะยากเย็นในการตอบกลับไป ไม่รู้ทำไมถึงต้องใช้เวลาทั้งๆที่ก็เพิ่งบอกกับตัวเองว่าเวลามันไม่จำเป็น


BB : อือ read 10.16

BB : งั้นเราจะได้ไม่อยู่ห้อง read 10.32


ในบางครั้งพวกเขาต่างต้องใช้เวลาในการคิดมันอย่างรอบคอบและถี่ถ้วนเพียงเพื่อไม่ให้มันย้ำลงไปบนรอยแผลเดิมของตัวเองที่ยังสดใหม่ ไม่มีใครอยากเจ็บปวดซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาต่างใช้เหตุผลในตอนที่คำว่ารักถูกลดทอนความหมายในตัวของมันลง








ลูกกุญแจดอกสีเงินที่ถูกห้อยด้วยพวงกุญแจหนังสีน้ำตาลอย่างเรียบง่ายบ่งบอกผู้เป็นเจ้าของ มาร์คกำมันแน่นตลอดทางนับตั้งแต่ก้าวแรกในลานจอดรถทันทีที่รถซีดานสี่ประตูของเขาถูกจอดในช่วงว่างที่ใช้งานเป็นประจำจนกระทั่งถึงบานประตูไม้ของห้องริมสุดทางปีกขวาของชั้น ประตูบานสุดท้ายที่ถูกฉาบต่อไปด้วยผนังขาวโพลนจนสุด มาร์คยืนอยู่หน้าห้องของแบมแบม


มาร์คยังคงจำวันแรกที่เขามาที่นี่เป็นครั้งแรก คืนแรกของพวกเขาที่มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความปราถนาที่มันสดใหม่และไม่เคยลิ้มลองเป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้ใส่ใจเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องว่าถูกตกแต่งเอาไว้อย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากห้องของเขามากแค่ไหนมาร์คไม่ได้สังเกตมันเพราะในตอนนั้นเขาเพียงแค่ต้องการฉกชิงความหวานและวาบหวามจากอีกฝ่ายอย่างหิวกระหาย


และราวกับสัตว์ที่ไม่รู้จักพอ มาร์คยอมรับว่าเขาติดใจในเซ็กส์ของอีกฝ่ายจนในหัวของเขามันวนเวียนอยู่กับเพียงแต่เรื่องนั้นในทุกครั้งที่เห็นในอีกฝ่ายและในตอนสุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถหยุดมันในครั้งที่สอง สาม สี่หรือครั้งต่อๆมา




เขาไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่อย่างนิ่งงันมานานแค่ไหน อาจจะนานพอกับที่พวกเขาไม่สามารถที่จะแยกระหว่างเซ็กส์กับความสัมพันธ์ของกันและกันออกได้จนในที่สุดมันก็ถูกหลอมรวมกลายเป็นทุกสิ่งตรงหน้าของเขาในตอนนี้ 


มาร์คสะบัดหัวไล่ความคิดทั้งหมดของตัวเองก่อนจะค่อยๆเสียบกุญแจลงบนแม่กุญแจถูกคู่ของมันและเปิดเข้าไปพบกับสิ่งที่แสนคุ้นเคย เคาท์เตอร์ครัวแคบๆที่มุมหนึ่งตรงกันข้ามกับประตูห้องน้ำ ทอดยาวมาถึงโซฟาหนัง โทรทัศน์แอลซีดี เตียงนอนควีนไซส์ โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ระเบียงคุ้นตาและร่างน้อยๆที่ยืนอยู่หลังผ้าม่านสีทึบที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ 


แบมแบมยืนอยู่ตรงนั้นที่นอกระเบียงเหมือนกับภาพในความทรงจำครั้งหนึ่งระหว่างพวกเขา ไม่ได้มีแก้วกาแฟที่ถูกถือเอาไว้ ไม่มีความรู้สึกดีๆให้กันอย่างที่เคยถูกส่งผ่านออกไป มาร์คสัมผัสได้แต่ควันสีหม่นอยู่ในอากาศที่เขามองไม่เห็นแต่เขาสัมผัสได้ถึงมัน สิ่งที่ลอยฟุ้งอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนในตอนที่อีกฝ่ายหันหน้ากลับมาเผชิญแววตาที่เฝ้ามองอยู่ผ่านกระจกใสบางๆที่กั้นเอาไว้ให้ห่างจากกันด้วยระยะพื้นที่ไม่กี่เมตร แต่ทุกอย่างกลับเหมือนถูกกั้นเอาไว้ด้วยปราการสูงใหญ่ให้บนพื้นที่เดียวกันห่างไกลราวกับอยู่คนละฝั่งของโลก






มาร์คยังคงมองอยู่อย่างนั้นไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้หรือถอยห่างออกไปเช่นเดียวกันกับแบมแบมเองที่ยังคงยืนอยู่บนพื้นปูนเปลือยหลังกระจกบานใหญ่ ไม่ได้คิดจะเดินกลับเข้าไปหา พวกเขาต่างปล่อยให้เข็มนาฬิกาค่อยๆหมุนไปอย่างช้าๆเหมือนกับพวกเขาทั้งสองคนที่ค่อยๆถอยห่างออกจากกันอย่างช้าๆ


เขาเริ่มเก็บข้าวของจำเป็นที่เคยทิ้งเอาไว้ในส่วนที่พอจะจำได้และมั่นใจว่ามันเป็นของเขาอย่างเช่นเสื้อสเวทเตอร์สีเข้ม กางเกงยีนส์ขาดเข่าหรือแปรงสีฟันสีเขียวอ่อนและละเลยสิ่งที่พอจะเห็นว่ายังคงใช้ประโยชน์กับอีกฝ่ายได้เช่นสบู่ที่พร่องลงไปยังไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสี่หรือจานกระเบื้องสีเรียบๆที่เขาเคยซื้อเอาไว้


ถึงแม้มาร์คจะเลือกแต่ของที่เขามองว่ามันจำเป็นสำหรับตัวเองและไร้ค่าสำหรับอีกฝ่ายแต่กล่องสีน้ำตาลใบใหญ่ของมาร์คก็กำลังเต็มไปด้วยข้าวของมากมายจนยากที่จะใส่ของอะไรเข้าไปเพิ่มเติม มาร์คเหลือบมองร่างน้อยในชุดวอร์มสบายๆที่คุ้นตาตามแบบที่เจ้าตัวชอบ แบมแบมไม่มีท่าทีว่าจะหันกลับมาเขาจึงเลือกที่จะเบนสายตาของตัวเองออกไปก่อนจะค่อยๆขนข้าวของของตัวเองลงมาไว้ที่รถเพื่อให้กล่องลังของเขาสามารถเติมเต็มใหม่ได้อีกครั้ง




ประตูห้องปิดลงเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แบมแบมเลือกที่จะเดินกลับเข้ามาเหยียบบนพื้นไม้สีเข้มอีกครั้ง มาร์คต้วนออกไปแล้วพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ที่เคยอยู่เป็นที่มีบางส่วนหายไปและบางส่วนกองทิ้งเอาไว้ไม่ไกลประตูซึ่งก็พอจะเดาได้ลางๆว่าอีกฝ่ายคงจะกลับมาอีกครั้งเพื่อเอาของที่วางทิ้งเอาไว้กลับไปด้วย


แบมแบมใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการตัดสินใจที่จะอยู่ห้องทั้งวันไม่ออกไปไหนทั้งๆที่อีกฝ่ายส่งข้อความทิ้งเอาไว้ว่าจะเข้ามาเก็บของช่วงบ่ายๆ เขาอยากจะเผชิญหน้าอีกซักครั้งไม่ได้หวังจะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่อย่างที่ผ่านมา แบมแบมเพียงแต่ต้องการอยู่เพื่อให้เห็นชัดเจนถึงทุกสิ่งที่กำลังพังพินาศลงระหว่างพวกเขาความสัมพันธ์ มิตรภาพ ความรัก ใดๆก็ตามที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมี แบมแบมต้องการจดจำเอาไว้เป็นบทเรียนราคาแพงของตัวเองถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่มากมายตลอดเส้นทางของพวกเขาทั้งสองคน


ข้าวของถูกจัดใส่ลังกระดาษอย่างลวกๆแทนที่การกองทิ้งเอาไว้บนพื้นอย่างเคย แบมแบมเลือกที่จะช่วยเหลืออีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรู้สึกเต็มปรี่ไปหมดจนจุกอก ไม่เคยคิดภาพออกว่าในวันที่ทุกอย่างหายไปจะเป็นอย่างไรจนกระทั่งวันนั้นมันเดินทางมาถึง


แบมแบมเรียนรู้ว่าในตอนที่ทุกอย่างกำลังจะหายไปมันน่าใจหายแต่มันก็เพียงแค่ใจหายเพราะถึงอย่างไรซักวันพวกเราทุกคนต่างจะหลงลืมการมีอยู่ของมันไปในที่สุด เราทุกคนจะเคยชินกับสิ่งใหม่ที่เคยแปลกตา นึกเสียดาย วูบโหวงเมื่อสิ่งที่เคยอยู่นั้นหายไป ทุกอย่างถูกวนเวียนวัฏจักรตามความเป็นไป ไม่ต่างอะไรจากพวกเขาในตอนนี้...แบมแบมเชื่อว่าจากความรู้สึกที่แน่นขนัดไปทั่วทั้งร่างกายในตอนนี้สุดท้ายมันก็จะเป็นเพียงฝุ่นผงในวันข้างหน้า




“ฉันไปแล้วนะ”มาร์คเป็นฝ่ายพูดประโยคบอกลาอันเป็นประโยคแรกระหว่างพวกเขาทั้งสองคนในตอนนี้ แบมแบมเลียริมฝีปากของตัวเองเบาๆในความคิดหนึ่งเขาอยากจะฉุดรั้งอีกฝ่ายเอาไว้แต่สุดท้ายก็พบว่ามันไร้สาระสิ้นดีจึงได้แต่มองกล่องกระดาษในมือของมาร์คนิ่งๆไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา


“ฉัน…”เหมือนประสาทหูของเขามันหยุดทำงานไปชั่วคราวและดวงตาของแบมแบมก็พร่าเบลอจนมองไม่เห็นอะไรเหลือเพียงสัมผัสจากอ้อมกอดที่แสนเคยคุ้นเคยของอีกฝ่าย “แบม...”


“อย่าทำแบบนี้เลยมาร์ค”

“…”

“เราขอโทษที่พูดอะไรโง่ๆแบบนั้นออกไปวันนั้น”

“…”

“ขอโทษที่ไม่ได้รออย่างที่ปากว่า...แล้วก็ฝากขอโทษจินยองด้วย”

“…”

“เรามันเป็นต้นเหตุของทุกอย่างเองแหละ”

“ไม่ ไม่เล...”

“แต่เรากับแจบอมกำลังไปได้ดี..”แบมแบมส่งแรงเฮือกสุดท้ายที่แสนอ่อนล้าของตัวเองส่งผ่านไปยังอีกฝ่ายให้ปล่อยตัวเขาเป็นอิสระและแบมแบมทำมันสำเร็จ...ปราการด่านสุดท้ายที่แสนเปราะบางของมาร์คต้วนมันพังลงแล้ว


“หลังจากนี้ก็อย่ามาเจอกันอีกเลย”แบมแบมจ้องเข้าไปในนัยตาสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างบอกความหมายที่ชัดเจนและแววตาที่แสนอ่อนล้าพร้อมกับการพยักหน้าที่เขาได้รับกลับมาก็เป็นเหมือนคำตอบท่ีชัดเจนไม่แพ้กัน


ปราสาททรายที่พวกเขาเคยเฝ้าทะนุถนอมถูกทำลายเสียจนหมดด้วยน้ำมือของเราทั้งคู่เองจนกระทั่งไม่เหลืออะไรเลย “งั้นก็ขอให้เราสองคนก็ตายจากกันนับตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน...โชคดีนะแบมแบม”



ดวงตาแดงก่ำของมาร์คพร้อมกับประโยคสุดท้ายที่ิ้งเอาไว้พร้อมกับสิ่งที่เคยได้รับจากอีกฝ่าย กุญแจห้องถูกวางทิ้งเอาไว้บนเคาท์เตอร์ครัวไม่ต่างอะไรกับเศษขยะไร้ค่า...เราทุกคนล้วนพบเพื่อจากลาในวันหนึ่ง


ทางเดินแคบๆระหว่างทางจนกระทั่งถึงลานจอดรถเป็นเหมือนตุ๊กตาเพลงไขลานที่กำลังจะจบลงและแตกร้าวในอีกไม่ช้า มาร์คทิ้งศีรษะของตัวเองลงกับพนักพิงของคนขับอย่างอ่อนแรงนึกย้อนกลับไปถึงภาพสุดท้ายก่อนประตูของพวกเขาจะถูกปิดลง แววตาคู่เดิมระหว่างกัน แววตาที่แสนชัดเจนที่มองมาและมองกลับไปอย่างไม่ปิด...ความรู้สึกที่พวกเขาเปิดเผยมันโดยไร้คำพูดระหว่างกันบอกความหมายชัดเจนเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย


ในหัวของเขาเรื่องถูกผิดเริ่มตีกันรวนเรไปหมดจนเขาแยกมันไม่ออก เขาตอบไม่ได้ว่าระหว่างพวกเขามันผิดที่ใครกันแน่อาจจะเป็นเขา แบมแบม อิมแจบอม ปาร์คจินยองแม้กระทั่งหวังแจ็คสันหรือใครก็ตามที่อยู่ในวงเวียนความสัมพันธ์ที่่จมดิ่งเหมือนกับเหวลึก


แต่ในตอนสุดท้ายบทสรุปของนิทานที่ยาวนานของมาร์คต้วนก็ชัดเจนในความรู้สึกทั้งหมดของเขาไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก พวกเขาเพียงแค่เป็นคนคนหนึ่งที่จมดิ่งอยู่ในห้วงขณะหนึ่งที่เรียกว่าความรัก ห้วงที่มันซับซ้อนเกินกว่าที่จะเข้าใจและสิ่งที่มาร์คได้เรียนรู้ในบทสรุปบนหน้ากระดาษสุดท้ายของนิทานก่อนนอนของเขา


‘ต่อให้รักกันแค่ไหนเจ้าหญิงกับเจ้าชายก็ไม่มีทางได้ครองคู่กัน’




end

[จริงๆยังไม่จบแต่ถ้าอยากให้เรื่องนี้ดราม่าแบบสุดๆสามารถจบแค่ตอนนี้ได้ค่ะ]





ครบ100%ซักที [ยังไม่ได้ตรวจทานคำผิดค่ะ]
ครึ่งเรื่องผ่านไปแล้วค่ะ ไม่ได้จะให้เลิกอ่านกันนะเธอมันยังมีต่ออีกยาวไกล เพียงแต่ถ้าใครสายดราม่าอยากจะกระชากอารมณ์แบบเอาไปคิดต่อ มันสามารถเป็นตอนจบให้คุณได้เพราะมันค่อนข้างสมบูรณ์ในทุกตัวละคร ล้วนมีความเป็นไปในตัวเอง แต่ขอย้ำว่ามันยังไม่จบเด้อค่ะ!!

ปล.แนะนำให้กลับไปอ่านทวนตั้งแต่แรกก่อนขึ้นตอนใหม่นะคะ เพราะหลังจากนี้มันจะคล้ายๆการเริ่มใหม่ของทุกคนและเนื้อเรื่องจะดำเนินค่อนข้างไวและมีตัวละครอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น อะไรที่เคยปูไว้ในช่วง9ตอนแรกก็จะไปมีบทบาทในช่วงหลังด้วยค่ะ


ยังไงฝากคอมเม้นต์ติชมหลังอ่านจบด้วยนะคะ มันเป็นกำลังใจที่โคตรยิ่งใหญ่และทำให้เราอยากเขียนต่อจริงๆ
หรือจะติดhashtag #sentimentalMB ในทวิตเตอร์ก็ได้ค่ะ(ไม่ต้องตกใจถ้ามันมีกราฟที่ไม่เกี่ยวอยู่ในแท็กด้วยเพราะเราทำอะไรไม่ได้จริงๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,218 ความคิดเห็น

  1. #1217 nslk3937 (@nslk3937) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:57
    หึหึหึหึหึหึ
    #1217
    0
  2. #1162 Chompu_2 (@Chompu_2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 21:02
    ไม่เหมือนหลายๆเรื่อง เราชอบความคิดตัวละคร ชอบความที่ทุกคนพยายาม แม้จะรู้ว่ามันขี้ขลาด หรือไร้ความรับผิดชอบ เราเชื่อว่าหลายๆคนก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้ ชอบนะ เก่งมากค่ะ
    #1162
    0
  3. #1135 mkmarkbb (@mkmarkbb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 05:17
    ชีวิตจริงก็คงจะเป็นแบบนี้สินะ
    #1135
    0
  4. #1102 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 01:19
    ถ้าอ่านแค่ตอนนี้มันก็จบแบบที่เราคิดและคงเป็นตอนจบของในความเป็นจริง
    #1102
    0
  5. #1098 newchy (@newchy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 20:43
    #sentimentalMB
    #1098
    0
  6. #1088 DOWNee40 (@DOWNee40) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 21:48
    โอยยยย หน่วงมากกก
    #1088
    0
  7. #1056 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 10:55
    หน่วงวะ. โอ้ยปวดใจกับแต่ละคน
    #1056
    0
  8. #1007 JJaneBBJK_97 (@JJaneBBJK_97) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:23
    ทำไมไรท์ไม่เปิดให้อ่าน ใจร้ายยย(?????)
    #1007
    1
    • #1007-1 JJaneBBJK_97 (@JJaneBBJK_97) (จากตอนที่ 11)
      22 ตุลาคม 2560 / 15:40
      ดราม่าาาาาา จริงๆ หนักหน่วงจนหายใจไม่ออก
      #1007-1
  9. #912 UNME (@as_st) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 00:25
    อ่านมาถึงตอนนี้ จะตาย บีบคั้นหัวใจเหลือเกิน คืออ่านฟิคเรื่องนี้เหนื่อยกว่าวิ่ง10กิโลอีกกกก โอ้ยยยยย
    #912
    0
  10. #336 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 13:46
    อ่านจบตอนนี้หม่นไปพักใหญ่เลยค่ะ ภาษาดีงาม บรรยายเยี่ยมจนทำให้เราเหมือนจมลงไปในความรู้สึกของตัวละครเหล่านี้จริงๆ ขอบคุณไรท์มากค่ะ
    #336
    0
  11. #332 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 09:57
    เนื้อเรื่องดีงาม เศร้าไปกับมาร์คและแบม รอลุ้นต่อว่านิยายดราม่าจะมีส่วนผสมของความโรแมนติกกี่เปอร์เซนต์:) รอติดตามจ้า
    #332
    0
  12. #328 MimRada (@mimrada) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 08:08
    ไรท์อ่ะ ชอบมากกกก เป็นฟิคเรื่องนึงที่ติดสุดๆ อยากให้มีภาคต่อนะค่ะ
    #328
    0
  13. #325 nn_nj (@nuch_nj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 20:28
    ติดตามนะคะ
    #325
    0
  14. #323 Moremaiii (@Moremaiii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 11:03
    จุกอ่ะ อ่านไปจุกไป
    #323
    0
  15. #322 raining_forest (@raining-forest) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:27
    อย่าเพิ่งจบน้าาาาาาาาาาาา
    จุกอกมาก อ่านแล้วแน่นหน้าอก
    เหมือนหายใจไม่ออก ต่ออีกเถอะค่ะ รอนะๆ
    #322
    0
  16. #321 gfty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 06:16
    ดูยังผูกพันธ์กันทั้งคู่แต่ทำไมถึงรักกันไม่ได้
    #321
    0
  17. #320 ChoeiPP (@poppiepp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 01:08
    ทางไหนก็เจ็บปวดไปหมด แต่มันก็นะ เราเชียร์คู่ไหน ก็คงอยากให้เค้าคู่กัน แบมรู้สึกมากขนาดนั้นจะไปรักแจบอมได้หรอ มาร์คก็คงต้องใช้เวลาอีกตามเคยในการคิดหาเหตุผลของเค้าไป จนพบว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่คิดเองนั้นมันน่อมผิดพลาดกันได้ จินยองก็คงต้องเรียนรู้การรักตนเอง เผื่อใจบ้าง แจบอมที่ทุ่มเทให้คนที่คิดว่าต้องการจริงๆ มันจะอดทนได้ขนาดไหนเชียว รู้ทั้งรู้ว่าไม่รัก แต่ก็ยอมทน แล้วเราเชื่อว่ามันมีอะไรสักอย่าง มันมีเสี้ยวนึงที่คืออะไรไม่รู้ที่แจบอมรู้สึกกับจินยอง .... รอนะคะ รอบทสรุป สู้ๆนะ
    #320
    0
  18. #319 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 01:00
    มันปวดใจจัง y_y แต่ชีวิตของแต่ละคนก็ต้องดำเนินต่อไป เริ่มใหม่ก็ดี แต่มันยากนะกับการลืมอดีตหรือตัดใจจากคนที่เรารักจริงๆ
    #319
    0
  19. #318 Chokcopink (@cheer2cpc) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:50
    จบแบบนี้ก็ดีนะเราว่า เพราะแจบอมนางท่าจะจริงจังกับแบมจริง ถ้าแบมมาร์คดีกันก็สงสารแจบอม แต่ก็สงสารมาร์ค จริงๆตอนนั้นควรติดต่อแบมกลับมาบ้าง เห้อ สงสารหมด
    #318
    0
  20. #317 Kunawan Kanjanasaensong (@kukanwem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:30
    ทำไมไม่ง้อกันดีดี
    #317
    0
  21. #316 tengtiya_t (@tengtiya_t) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:25
    งานทิชชู่ตอนดึกก็มา เศร้าแท้
    #316
    0
  22. #315 ChuiiBM (@ibkchu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:09
    น้ำตามาาาาา สงสารทุกคนเลยยยยย เจ็บปวดรวดร้าววววทุกครั้งที่อ่าน
    #315
    0
  23. #314 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:02
    ตกใจมาก จะจบแบบนี้จริงหรอ ไรท์เป็นแอนตี้มบ.ใช่มั้ย 5555555555 หัวใจเรากระตุกเลย ตอนเห็นคำว่าจบ มันอึดอัดนะ มันเหมือนคลุมเครืออยู่ จบแบบงงๆ555 แต่ก็ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ภาษาดีมาก ชอบการดำเนินเรื่อง
    #314
    1
    • #314-1 maynilla (@maynilla) (จากตอนที่ 11)
      20 เมษายน 2560 / 00:14
      มันยังไม่จบนะเธออออ เราขอให้กลับขึ้นไปอ่านทอล์คใหม่ ;)
      #314-1
  24. #313 3veFieZz~* (@evefiezz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 23:55
    กล้าดีที่จะตัดสินใจแบบนี้อย่างน้อยก็เคลียร์อะไรไปส่วนหนึ่งอะหลังจากที่ไม่ชัดเจน สับสน วนอยู่กับความรู้สึกที่ไม่ตกตะกอนสักที รออออตอนต่อไปค่ะนี่ไม่ยอมอ่านจนกว่าจะครบ 100 เดี๋ยวขาดใจตาย 555555555555555555
    #313
    0
  25. #312 kwanafroken52 (@kwanafroken52) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 23:45
    มันชวนให้ติดตามในการตัดสินใจของแบม .... จะรอนะคะ
    ชอบอ่านฟิคอารมณ์ประมาณนี้ เทาๆ ไม่ดำไป ชวนติดตามมากค่ะ
    #312
    0