*END[Got7] Sentimental - Markbam

ตอนที่ 13 : SENTIMENTAL ● 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 พ.ค. 60



11

โบสถ์ย่านชานเมืองเป็นสถานที่ที่ถูกพิมพ์ลงเอาไว้บนการ์ดเชิญพิเศษของคนสนิท หวังแจ็คสันและฮอยองจีมีความคิดเห็นเดียวกันที่จะจัดงานพิธีทางศาสนาด้วยความเรียบง่ายพร้อมกับครอบครัวและเพื่อนสนิทในช่วงเช้าและเช่าร้านอาหารกึ่งบาร์เอาไว้ในช่วงตอนเย็นสำหรับรองรับกลุ่มเพื่อนๆจนถึงเช้า


ดอกไม้สีน้ำเงินและสีขาวถูกเลือกนำมาประดับตามความต้องการของบ่าวสาว ริบบิ้นสีขาวถูกประดับเอาไว้ตามที่นั่งทุกอย่างนั้นดูเรียบง่ายไม่ผิดเพี้ยนไปจากวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ซึ่งมาร์คก็มองว่ามันเป็นความพอดีที่ลงตัว สวยงามแต่ก็ยังศักดิ์สิทธิ์มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นไปกับเพื่อนด้วย


มาร์คได้รับเลือกให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเพียงคนเดียวตลอดทั้งพิธีเพราะแจ็คสันไม่อยากให้ทุกอย่างวุ่นวายอีกทั้งจินยองยังยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวจากงานที่จินแฮบ้านเกิดมาได้นั่นทำให้มาร์ครู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าเขาทั้งต้องท่องจำลำดับของงาน ตำแหน่งยืนของตัวเองรวมถึงอีกหลายอย่างเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในระหว่างพิธีการ




ภาพจุมพิตระหว่างฮอยองจีและหวังแจ็คสันในตอนเสร็จสิ้นพิธีเป็นสิ่งที่แปลกตาออกมาไปสำหรับมาร์ค ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือเรื่องให้ขุ่นข้องใจมีเพียงรอยยิ้มที่มาร์ครู้ดีว่ามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขแค่ไหน


ประตูโบสถ์ถูกเปิดออกเป็นเหมือนสัญญาณจบพิธีการทางศาสนา มาร์คเดินตามหลังของแจ็คสันที่ประคองมือเจ้าสาวของตัวเองเอาไว้หลวมๆแต่กลับเต็มไปด้วยความมั่นคงและมันทำให้มาร์คตระหนักว่าพวกเขาต่างเติบโตขึ้นแค่ไหนในระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา



“นี่เจ้าสาวโยนดอกไม้ได้แล้วเขารอกันตาละห้อยแล้ว”เสียงของพี่สาวยองจีพูดขึ้นหลังจากที่ทุกคนออกมาถ่ายรูปร่วมกันข้างหน้าและแน่นอนว่ามันก็กลายเป็นเหมือนหนึ่งในความสนุกของงานแต่งงานในหมู่ของสาวๆเพียงเพราะความเชื่อที่ว่าจะได้แต่งงานเป็นคนต่อไป “ออกไปเล่นซิ”มาร์คสะกิดแฟนสาวของตัวเองให้เข้าไปร่วมวงกับผู้หญิงอีกสามสี่คนที่ยืนอยู่ด้านล่างของบันไดหลังเจ้าสาวเพื่อรอรับช่อดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์


“ไม่เอาหรอกเดี๋ยวถ้าได้และไม่ได้แต่งนี่อายเขาตายเลย”

“ไปเล่นสนุกๆน่า ไหนๆก็มาแล้ว”มาร์คไม่ได้มีใจความแฝงอะไรมากกว่านั้น เขาไม่ได้เชื่อเรื่องของดอกไม้และไม่ได้มีความคิดว่าซึงวานจะได้รับมันหรือหากได้รับมันมาร์คก็ไม่ได้มีความคิดที่วางเอาไว้ในหัวถึงเรื่องของงานแต่งงาน...ถึงแม้พวกเขาจะเติบโตขึ้นแต่ระยะทางที่ทอดยาวระหว่างเขาและซึงวานก็ยังคงอีกยาวไกล


“โยนแล้วนะ...”


และในตอนท้ายที่ช่อดอกไม้จากมือของฮอยองจีถูกส่งลงไปทางด้านหลัง เจ้าของชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินอย่าง ‘ซนซึงวาน’ก็ได้กลายเป็นผู้รับเลือกให้เป็นเจ้าของช่อดอกไม้คนต่อไปโดยไม่ทันตั้งตัว


--SENTIMENTAL--


การ์ดเชิญที่จ่าหน้าซองถึงอิมแจบอมเป็นสิ่งที่เขาได้รับเมื่อสองสัปดาห์ก่อนผ่านฮอยองจีเพื่อนในสมัยมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่เพราะต่างฝ่ายต่างยุ่งๆแต่ถึงอย่างไรแจบอมก็ยังอยากที่จะมาแสดงความยินดีกับอีกฝ่ายด้วยความจริงใจถึงแม้ว่าจะไม่ได้ชมชอบในตัวของเจ้าบ่าวของเพื่อนนักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหวังแจ็คสันดูแลเพื่อนของเขาได้เป็นอย่างดี


“ขอบคุณที่มานะแจบอม...แบมแบมก็ด้วย”ยองจียื่นมาจับทั้งแจบอมและแบมแบมเอาไว้ด้วยความยิ้มแย้มให้กับคู่รักตรงหน้า ถึงจะไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่สวยงามแต่ก็เป็นคู่ที่ดูเหมาะสมกันดี “หาที่นั่งได้เลยนะ พวกเพื่อนเราก็อยู่ในนั้นกันเยอะแยะ”


แจบอมพยักหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในงานเมื่อมีแขกคนอื่นที่ตามมาซึ่งเป็นคนที่เขาไม่รู้จักแต่ก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นเพื่อนในที่ทำงานของฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง “นั่นเพื่อนแจบอมรึเปล่า”


“อือตรงนั้นแหละ”กลุ่มเพื่อนมหาลัยรวมตัวกันอยู่ที่มุมหนึ่งเป็นโต๊ะยาวในโซนที่แยกออกไป แจบอมโบกมือทักทายให้กับเพื่อนๆที่มองตรงมายังพวกเขาพร้อมกับเสียงโห่แซวแต่หวังแจ็คสันที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับทำหน้านิ่งๆไม่ได้แสดงท่าทีอะไร


หลังจบเรื่องบาดหมางใจในตอนนั้นจากเพื่อนที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันในบางครั้งกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่เข้าหน้ากันไม่ติดทั้งแจ็คสัน แจบอมและมาร์ค พวกเขาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าตลอดระยะเวลาในมหาวิทยาลัย ไม่ได้ตั้งแง่แบบคนที่เกลียดกันแต่ก็ไม่ข้องเกี่ยว “ยินดีด้วยนะ”


“ขอบใจ ที่นั่งตรงนั้นยังว่างนะ”แจ็คสันชี้ไปที่เก้าอี้สองตัวท่ามกลางหมู่เพื่อนที่ยังคงว่างอยู่ให้กับแขกผู้มาใหม่ แจบอมเองก็ไม่ได้ปฏิเสธและนำทางแบมแบมให้ไปยังเก้าอี้ที่ว่า...พวกเขาเติบโตมากพอที่จะไม่ทำตัวเหมือนกับเด็กๆ พวกเขายิ้มให้กันอย่างมีมารยาทไม่ได้เสแสร้งหรือโกหก เป็นความยินดีจากใจของแจบอมถึงเรื่องการแต่งงานและเป็นการขอบคุณอย่างแท้จริงในฐานะเจ้าของงาน พวกเขาต่างเรียนรู้ที่จะไม่หยิบยกเรื่องราวที่ค้างคาขึ้นมาพูด ทั้งแจบอมและแจ็คสันเลือกที่จะปล่อยมันไปตามเข็มนาฬิกาที่เวียนครบไปเรื่อยๆ





“ไอ้ซองยอลมันมาไม่ได้เพราะเมียจะคลอด เสียดายตอนนั้นมันไปจัดงานไกลถึงฮาวายเลยไม่ค่อยมีเพื่อนได้ไป”

“จำกวางซูได้ไหมที่มันเนิร์ดๆน่ะ ตอนนี้เป็นเถ้าแก่ไปแล้วเพราะได้เป็นลูกเขยเจ้าของโรงงาน"

“นี่ๆมีแรทำงานที่ญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้าง”สารรพัดเรื่องราวที่ถูกยกขึ้นมาพูดจากปากของคนนู้นทีคนนี้ทีจนหลายๆครั้งเรื่องก็ยังไม่ทันจบก็มีเรื่องน่าสนใจใหม่ๆเข้ามาแทรก แบมแบมทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังที่ดีในขณะที่แจบอมก็พูดตอบโต้บ้างเป็นครั้งคราวอย่างออกรส


งานฉลองกลายเป็นเหมือนงานรวมรุ่นย่อมๆเมื่อต่างฝ่ายต่างกลับมาเจอกันหลังจากแยกย้ายไปทำสิ่งต่างๆมากมายเป็นเรื่องราวให้ได้กลับมาพูดถึงเวียบนสลับกับเรื่องเก่าๆที่จากจริงจังก็กลายเป็นตลกขบขัน เรื่องเศร้าก็กลายเป็นความทรงจำดีๆหรือความบาดหมางก็กลายเป็นเพียงคำพูดลอยๆที่ไม่มีใครติดใจอะไร


เมื่อโลกของเราหมุนไปเรื่อยๆอดีต ปัจจุบันและอนาคตถูกส่งผ่านเหมือนกับตัวเลขสิบสองตัวบนแป้นนาฬิกา เลขที่ผ่านมาเป็นอดีต เข็มที่ชี้เป็นปัจจุบันและตัวเลขท่ียังมาไม่ถึงคืออนาคต สิ่งที่เคยเป็นปัจจุบันกลายเป็นอดีตในเวลาเพียงเศษเสี้ยวและจากอนาคตกลายมาเป็นปัจจุบันก็ไม่ต่างกัน


ปัจจุบันที่เขาเคยเห็นภาพของมาร์คก็กลายเป็นอดีต ภาพตรงหน้าของเขาที่เห็นเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายด้านนอกบานประตูใสคือปัจจุบันและภาพที่มาร์คกำลังจะเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จักชื่อก็กำลังจะเป็นอนาคตในไม่ช้า...เหมือนกับที่มาร์คเคยเป็นของเขาแต่ไม่ใช่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต


“เฮ้ยไอ้มาร์ค!กลับมาเมื่อไหร่ทำไมไม่บอกกัน”

“ไอ้เหี้ยเดี๋ยวนะ นั่นมันซึงวานใช่ไหม”

“ไอ้ฝรั่งมันสองตัวคบกันหรอกวะ”เสียงอื้ออึงบนโต๊ะอาหารแต่แบมแบมก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่มีบกพร่อง เขาไม่ปริปากออกไปแม้แต่น้อยภาพตรงหน้าเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้เสียจนเขาลืมหายใจแต่แบมแบมก็ตระหนักได้ว่าทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปเพราะอัตราการทำงานของหัวใจของเขามันกำลังทำงานอย่างหนัก


“แบม…”

“มีอะไร”

“โอเคไหม”

“ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย...ไม่ทำหน้างั้นซิแจบอม”แบมแบมยิ้มให้อีกฝ่ายคลายความกังวลก่อนจะแตะแก้มของแจบอมเบาๆให้เบาใจได้ว่าทุกอย่างยังคงปกติดี...ทุกอย่างยังคงปกติไม่ผิดเพี้ยนมือข้างหนึ่งของเขายังคงกุมมือของแจบอมไม่ได้คลาย เขายังยิ้มให้กับแจบอมถึงแม้บางสิ่งบางอย่างจะปั่นป่วนแค่ไหนแต่มันไม่ได้มากมายจนต้องทุรนทุราย แบมแบมยังคงเป็นแบมแบมที่ยืนอยู่ข้างอิมแจบอมตลอดหลายปีที่ผ่่านมา “เราอยู่ตรงนี้...”


--SENTIMENTAL--


ตอนแรกเกิดจนถึงวัยเตาะแตะทุกคนล้วนไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลือเพราะเราทุกคนยังเด็กเกินไป โตขึ้นมาในระดับอนุบาลความทรงจำที่แสนเลืองรางเป็นสิ่งที่หลงเหลือเอาไว้ในเป็นช่วงขาดตอนและถูกเติมเต็มจากรูปถ่ายที่ถูกถ่ายเก็บเอาไว้ เราเริ่มโตขึ้นและจดจำทุกอย่างได้มากขึ้นเพราะเราเติบโตมากพอที่จะเรียนรู้ภาษาและเข้าใจเหตุการณ์ แต่หน่วยความทรงจำของมนุษย์ย่อมมีขีดจำกัสมองทำหน้าที่ในการลบเรื่องราวที่ผ่านมานานเพื่อให้จดจำสิ่งที่อยู่ใกล้กับปัจจุบันได้มากที่สุดแต่ระยะเวลาสี่ปีไม่ใช่ช่วงเวลาที่หน่วยความจำของเราจะหลงลืมทั้งหมดไปได้...


มาร์คเดินนำซึงวานเข้ามาในงานพร้อมกับเสียงโห่แซวจากเพื่อนๆไม่ขาดปากรวมถึงคำถามมากมายท่ีผุดขึ้นมาตามความสงสัยของแต่ละคน มาร์คไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงแค่ไหวไหล่เบาๆ ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ


เก้าอี้คู่ตัวสุดท้ายถูกเว้นเอาไว้เป็นคู่สุดท้ายซึ่งนั่นหมายความว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะให้คนอื่นย้ายที่นั่งกันวุ่นวายซึ่งมาร์คจะไม่มีวันทำแบบนั้นเขาจึงเลือกที่จะดึงเก้าอี้ให้กับซึงวานตามมารยาทที่ควรจะเป็นก่อนจะนั่งลงที่ข้างๆกัน


ด้านซ้ายของมาร์คคือแชยอนอดีตดาวคณะบัญชีที่เขาทำกิจกรรมร่วมบ่อยๆตอนท่ีอยู่มหาลัยซึ่งในตอนนี้ก็ยังคงดูสวยสมวัยแต่ก็พ่วงมาด้วยลูกสาวตัวน้อยบนตักที่เขาพอจะเดาอายุได้ว่าไม่เกินสามขวบ ด้านขวาของเขาคือซึงวานและถัดออกไปคือแทฮยอนเพื่อนจากชมรมกีฬาของแจ็คสันที่แฮงค์เอ้าท์ด้วยกันบ่อยครั้งและฝั่งตรงข้ามกันกับเขาคือคู่รักที่เริ่มคบหากันในช่วงปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย ‘แบมแบมและอิมแจบอม’


มาร์คเตรียมรับมือกับคำถามหลากหลายจากเพื่อนๆเรื่องคบหากับซึงวานแต่สิ่งที่มาร์คไม่ได้เตรียมใจคือการพบกับแบมแบมอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงได้แม้แต่น้อย หลายครั้งตลอดระยะเวลาสี่ปีมาร์คมีความคิดไร้สาระขึ้นมาหลายครั้งว่าหากเขาบังเอิญสวนกันกับแบมแบมเขาจะทำหน้าอย่างไร หากเขาเปิดประตูร้านกาแฟเข้าไปแล้วพบว่าแบมแบมเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์เขาจะเดินออกมาไหม มาร์คคิดถึงหลายๆสถานการณ์บนหลายๆเส้นทางที่เขาผ่านแต่มาร์คไม่เคยคิดถึงสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต้องมาเผชิญหน้ากันอย่างไม่อาจเลี่ยงไปได้ มากสุดคงเป็นเพียงการหลบสายตา


“มึงคบกันได้ไง เล่ามาเดี๋ยวนี้อย่างอุบอิบ”เสียงผ่ากลางวงของฮยอนบินหนึ่งในกลุ่มเพื่อนปากสว่างพอๆกับหวังแจ็คสันกำลังจ้องมองมาทางเขาและซึงวานจนเสียงเซ็งแซ่หลากหลายหัวข้อเริ่มหันกลับมาเป็นเรื่องเดียวกัน “นั่นดิ มึงก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานนี่กูได้ข่าวแล้วไหงมาเป็นผัวเมียได้”


“เออจริงยิ่งไอ้ซึงวานตอนเรียนใครจีบก็เห็นแม่งเมินหมด มันยอมคบมึงได้ไงวะมาร์ค”

“กูหล่อ...”มาร์คตอบกลับไปอย่างไม่จริงจังขัดกับท่าทางเคร่งเครียดของเพื่อนที่ต่างพากันเริ่มวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นที่เป็นไปได้ระหว่างพวกเขา เปอร์เซ็นต์น้อยนิดไม่ได้ความว่าจะไม่มีหรือตอนให้กราฟสูงลิ่วแค่ไหนสุดท้ายดิ่งลงเหวก็เห็นกันมาแล้ว “เพราะกูหน้าตาดีมันหาผู้ชายหน้าตาอย่างกูไม่ได้แล้ว”


“กวนตีน”ไม่ใช่เสียงของใครแต่เป็นเสียงของซึงวานที่พูดกับเขาเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆคนอื่นได้เป็นอย่างดีรวมถึงแบมแบมที่มองมาทางพวกเขาสองคนแล้วยิ้มให้ราวกับยินดี...มันถูกต้องแล้วที่อีกฝ่ายยินดีกับเขา


“มาร์คน่ะอย่าเรียกว่าจีบเลยต้องเรียกว่าคบแบบหน้าด้านๆดีกว่า เพราะสงสารหรอกนะเลยยอมคบน่ะ”

“คิดไปเองทั้งนั้น”

“เออ มึงสองคนนี่ก็เหมาะแล้วหล่ะ ซักวันคงฆ่ากันตายก่อน”คำพูดติดตลกของแทฮยอนที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้วงสนทนานั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มาร์คลอบมองไปยังเจ้าของเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอีกครั้งเขาไม่ได้คาดหวังให้อีกฝ่ายมองตามอย่างคนอกหักหรือตาแดงก่ำจะร้องไห้เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่มาร์คชอบแต่ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรทุบลงมาเบาๆคล้ายกับกระเทาะโซ่บนหีบเก่าๆใบหนึ่งของเขา


ภาพของแบมแบมและอิมแจบอมที่ไม่ได้แตกต่างออกไปจากคู่รักทั่วไปที่เขาเจอบนรถไฟฟ้าตอนเช้าหรือสวนสาธารณะในยามบ่าย การแสดงออกความรักอย่างเปิดเผยของทั้งสองคนเหมือนกับการสัมผัสลงบนแผลเป็นที่ถูกซ่อนเอาไว้ของเขาอีกครั้ง...มันไม่ได้เจ็บแต่ก็ยังรู้สึก






เวลาล่วงไปจนเกือบจะถึงเลขสิบบนหน้าปัดนาฬิกาของเขา แขกคนอื่นๆของแจ็คสันและยองจีกลับไปได้ซักพักรวมถึงเพื่อนๆของเขาหลายคนที่มีครอบครัวหรือมีธุระในเช้าวันพรุ่งนี้ก็ต่างทะยอยกันกลับแต่ก็ยังเหลือกลุ่มเพื่อนอีกราวๆสิบกว่าคนที่ยังคงสนุกสนานกับบรรยากาศรวมถึงแอลกอฮอล์ไม่ขาดมือจนล้มพับไปกองก็มีให้เห็นอย่างเช่นซนซึงวานเป็นต้น “กี่ปีแม่งก็ยังขี้เมาทุกที”


“ปกติก็ไม่ได้ดื่มบ่อยแต่ดื่มทีไรกะเอาตายทุกทีกูก็ไม่เข้าใจ”มาร์คส่ายหัวเบาๆให้กับสภาพของแฟนสาวที่ดูไม่จืดหลังจากเล่นท้าดวลชนแก้วกับกลุ่มแทฮยอนและฮยอนบินจนเมาคอพับเดือดร้อนถึงเขาต้องพาไปนอนพักที่โซฟาในมุมหนึ่งแทน “แล้วกูก็ต้องแบกกลับทุกทีตั้งแต่เด็กยันแก่”

“จริงๆก็ผ่านไปนานแล้วเหมือนกันนะ ถ้าไม่ได้งานแต่งไอ้แจ็คสันพวกเราคงไม่ได้มารวมตัวกันอย่างนี้”

“อือก็ทุกคนมันก็ยุ่งๆกันหมด แต่นี่ก็ครบวงเหล้าของพวกเราแล้วนะขาดก็แต่ไอ้พวกเด็กรุ่นน้องสองสามคน”

“…แล้วก็จินยอง เออใช่จินยองไม่มาหรอวะ มันสนิทกับพวกมึงนี่ไอ้แจ็คสันไอ้มาร์ค”

“มันบอกว่าติดงานด่วนที่จินแฮอาจจะมาไม่ทัน นี่ก็สี่ทุ่มแล้วมันคงไม่มาแล้วหล่ะ”จินยองโทรมาหาแจ็คสันเมื่อคืนก่อนว่ามีงานด่วนจนอาจจะปลีกตัวมาไม่ได้เลยอวยพรอีกฝ่ายล่วงหน้าแต่ก็ยังคงสัญญาว่าหากปลีกตัวมาได้จะมาหา


“จริงๆก็เสียดายนะ ไม่ได้เจอจินยองตั้งหลายปีแถมมันไม่อยู่จบด้วยกันอีกไม่รู้ป่านนี้เป็นไงบ้าง”มาร์คและแจ็คสันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าคล้อยตามเพื่อนๆในวงเหล้าไป ไม่มีใครรู้ความจริงเรื่องของจินยองทุกคนรับรู้ผ่านการบอกเล่าของแจ็คสันและมาร์คว่าอีกฝ่ายได้ทุนเร่งด่วนที่อเมริกาจึงต้องบินไปกระทันหันและยิ่งเมื่อจินยองลบโซเชียลของตัวเองออกจนหมดก็กลายเป็นเพียงหนึ่งในความทรงจำของเพื่อนฝูงและเป็นความชินชาที่เห็นเพียงมาร์คและแจ็คสันอยู่ด้วยกัน 


มาร์คกระดกแก้วบรั่นดีในมือขึ้นจิบเล็กน้อยพลางเบนหน้ามองไปรอบๆตัว แบมแบมยังไม่ได้ไปไหน แบมแบมยังคงอยู่ร่วมวงสนทนากับกลุ่มเพื่อนของแจบอมทั้งคู่ดูปกติไม่ได้ใส่ใจมาที่เขา ไม่ได้มองมาที่เขา....สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ต้องแอบมองอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง






ไฟบางส่วนถูกปิดเนื่องจากไร้ผู้ใช้เงินเหลือเอาไว้เพียงหนึ่งในสามสำหรับกลุ่มที่ยังคงอยู่ปาร์ตี้ต่อ แจบอมถามความสมัครใจของแบมแบมอยู่หลายครั้งนับตั้งแต่มาร์คก้าวเข้ามาจนถึงในตอนนี้แต่แบมแบมก็แตะมือเขาเบาๆปฏิเสธว่าไม่เป็นไรและยืนยันที่จะอยู่ต่อกับแจบอม “อยากกลับแล้วหรอ”


“เปล่า...จะไปเข้าห้องน้ำ”

“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม”

“เราไม่ใช่เด็กสามขวบนะ ไม่เป็นไรคุยกับเพื่อนไปเถอะ”

“….”

“ถ้าไม่โอเคจะรีบออกมาตามเลย”แจบอมหันกลับไปสนใจกับเพื่อนๆของเขาที่เล่าประสบการณ์ในชีวิตกันอย่างออกรสเมื่อเห็นว่าแบมแบมเดินออกไปด้านนอกจนลับสายตาของเขาและเพราะเสียงเดิมของบานประตูที่ทำให้เขารีบเงยหน้าขึ้นไปเพราะกังวลว่าอีกฝ่ายจะมีปัญหาแต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปเสียหมด


อิมแจบอมรู้สึกว่าน้ำลายของเขามันเหนียวเสียจนไม่อาจจะฝืนกลืนลงไปได้และเขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากผู้ชายในชุดสุภาพที่ดูยุ่งเหยิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปนัก หัวใจของเขาไม่ได้เต้นเร็วขึ้นเหมือนกับคนตกใจแต่มันกลับช้าลงและช้าลงคล้ายกับว่ามันกำลังจะหยุดทำงานในไม่ช้า


“เห้ยย...ไอ้จินยองมาว่ะ”

—SENTIMENTAL--

มันเป็นวันที่อากาศดีแต่แบมแบมกลับรู้สึกว่าตัวเองหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ปาร์คจินยอง...คนคนนั้นที่เขาสวนเมื่อครู่ในตอนที่เดินออกมาคือปาร์คจินยอง มันเป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางความคิดของแบมแบม เป็นสิ่งที่เขามั่นใจเพียงอย่างเดียวในวันที่แสนสับสน


แบมแบมไม่ใช่คนประเภทความทรงจำเป็นเลิศแต่ถึงอย่างนั้นว่ามันเป็นการระบุตัวที่ไม่ผิดพลาด ปาร์คจินยองคนนั้นคือเจ้าของร่างในห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลเมื่อสี่ปีก่อน ปาร์คจินยองคืออดีตของอิมแจบอม...เมื่อนึกไปถึงภาพตรงนั้นก็เหมือนว่าทุกอย่างมันแน่นไปหมดเสียจนหายใจไม่ออก


“เพราะฉะนั้นกลับไปหาอิมแจบอมแล้วบอกให้มันรักษาของมีค่าชิ้นนี้เอาไว้ดีๆ...เพราะฉันกลับไปหาคนที่ทำให้เพื่อนฉันเกือบตายไม่ได้จริงๆ”


ปาร์คจินยองผู้ที่ถูกปกป้องและโอบล้อมโดยมาร์คต้วนผู้ชายที่เดินจากเขาไป ทิ้งเขาเอาไว้เพียงลำพังพร้อมกับความหนาวเหน็บท่ามกลางสายฝนที่เพียงแค่นึกย้อนกลับไปความหนาวจากเม็ดฝนที่โปรยลงมาทีละหยดหยาดในวันนั้นก็เหมือนจะย้อนกลับมาบาดผิวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...เขามันน่าสมเพชเหลือเกิน


แบมแบมพรูลมหายใจของตัวเองออกมาเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังพาลนึกไปถึงเรื่องที่ทำให้เสียบรรยากาศแต่ถึงอย่างไรการอยู่เงียบๆเพียงลำพังก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักสำหรับความคิดที่แสนฟุ้งซ่านของเขาในตอนนี้ แบมแบมไม่อาจสลัดมันออกไปได้เลย เขาสลัดผู้ชายคนนั้นไปจากหัวไม่ได้เลยจริงๆ




มันเป็นความรู้สึกหลากหลายที่พุ่งเข้ามาในหัวของเขาจนแจบอมไม่อาจจะลายสายตาไปจากคนตรงหน้าที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆและออกห่างไปราวกับเขาไม่มีตัวตน ราวกับเป็นคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันซึ่งแจบอมคิดว่ามันดีแล้วแต่เขาก็ยังไม่อาจละสายตาของตัวเองออกไปได้


“ดีใจที่ได้เจอ”

“เหมือนกัน...คิดถึงพวกมึงชิบหาย”เขายังคงสังเกตท่าทีของคนตรงหน้า ท่าทีเหนื่อยหอบหายใจเร็ว เสื้อเชิ้ตยับๆ ทรงผมที่ไม่เป็นทรงแต่ก็ยังพอที่จะเหลือเค้าโครงที่เคยจัดการมาอย่างดีอยู่บ้างมันก็ทำให้แจบอมเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายคงจะรีบอยู่ไม่น้อยและจากทุกอย่างที่หล่อหลอมเป็นภาพตรงหน้ามันทำให้เขารู้สึกว่าจินยองยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

“ได้ข่าวว่าเมียมึงได้ดอกไม้นี่จะแต่งเมื่อไหร่”

“รอมึงแต่งก่อน”

“ซึงวานหนังยานแน่นอน”

“ไปๆไปนั่งกับเพื่อน กูจะไปห้องน้ำแล้ว”ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมในสายตาของอิมแจบอมแต่เมื่อมานึกมองลงไปอย่างถี่ถ้วนแจบอมกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ต่างออกไป...ดวงตาคู่สวยที่เคยเอาแต่จับจ้องเขาในตอนนั้นมันไม่มีอีกแล้ว


ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาตอนนี้อิมแจบอมพูดมันได้อย่างเต็มปากว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกรักหรือโหยหา มันเป็นเพียงความรู้สึกเล็กๆที่ตกตะกอนอยู่ในตัวของเขา ตะกอนแห่งความทรงจำท่ีอิมแจบอมไม่อาจทำเพิกเฉยและลืมมันไปได้..มันเต็มไปด้วยความหลากหลายที่แจบอมเลือกที่จะกลั่นมันออกมาเป็นคำว่ารู้สึกผิดและมันยิ่งสูงขึ้นไปเสียจนคล้ายว่าจะประทุอยู่ข้างในในตอนที่อีกฝ่ายเลิกปกแขนเสื้อของตัวเองขึ้นพับมันอย่างลวกๆจนเห็นเป็นรอยทางจางๆอยู่หลายรอย...ร่องรอยที่อิมแจบอมรู้ดีว่ามันเกิดจากอะไร ร่องรอยที่เขาไม่ต้องแม้แต่จะเอ่ยปากถามถึงสาเหตุของมันเหมือนกับใครคนอื่นในตอนนี้ “นั่นรอยอะไรวะ”


“จำไม่ได้แล้ว...มันนานมากแล้ว”

“สักด้วยหรอ”

“อือ...เอาไว้เตือนใจ”แจบอมจับใจความฟังบทสนทนาที่พูดคุยกันปกติของอีกฝ่ายพลางมองไปที่รอยหมึกสีดำเหนือแผลเหล่านั้นที่เขาไม่แน่ใจว่ามันคือคำว่าอะไรแต่ก็พอจะจับใจความได้จากร่องรายเล็กๆของมันว่าคงไม่พ้นศัพท์ภาษาอังกฤษซักตัว “คำว่าhopelessเนี่ยนะเตือนใจ”


“อือ…”มันไม่ใช่เขตปลอดบุหรี่หรือพื้นที่ต้องห้ามที่แปะป้ายเอาไว้ หนำซ้ำยังมีเพื่อนของเขาสองสามคนที่กำลังสูบมันอย่างไม่เกรงใจแต่ในตอนที่บุหรี่มวลหนึ่งถูกหยิบออกมาจากซอง อิมแจบอมก็เหมือนจะถูกควบคุมเอาไว้พร้อมกับไฟที่ถูกจุดติดขึ้นที่ปลายมวล


“ไปสูบข้างนอกได้ไหมเหม็นบุหรี่จะตายห่าอยู่แล้ว”


ภาพตรงหน้าในตอนนี้แจบอมปฏิเสธมันไม่ได้ว่ามันยังคงสวยงามและน่าดึงดูดแต่ในทุกตารางพื้นที่ของมันก็เต็มไปด้วยความล่องลอยเหมือนกับควันขาวที่พวยพุ่ง อิมแจบอมสูญเสียความเป็นตัวเองทั้งๆที่ยังคงนิ่งงันจ้องอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น เขาสูญเสียมันไปพร้อมๆที่ค้นพบกับว่าปาร์คจินยองที่เขาเคยรู้จักในตอนนั้นกับคนตรงหน้านั้นต่างกันออกไปแค่ไหน....เพราะปาร์คจินยองในตอนนี้สำหรับเขามันบิดเบี้ยวเหลือเกิน


—SENTIMENTAL--


มันอาจจะเป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจบางอย่างแต่การที่ได้เจอกันในช่วงเวลานี้มันทำให้บรรยากาศทกอย่างดีขึ้น มาร์คมองเห็นแผ่นหลังบางของร่างผอมที่ยืนอยู่เลยออกไปจากทางไปห้องน้ำเพียงลำพัง


แสงไฟตามทางเดินเริ่มลดน้อยลงจนเป็นแสงหรี่ท่ามกลางความมืด จุดชมวิวที่หวังแจ็คสันเคยแนะนำกับเขาว่ามันเป็นที่ที่สวยงามแห่งหนึ่งของร้านและมาร์คก็คิดว่ามันไม่ได้ผิดคำพูดไปซักนิด สวยงาม...ยังคงสวยงามแม้ว่าจะอยู่ในแสงไฟสลัวแค่ไหน แบมแบมก็ยังคงดูดีในสายตาของเขา


“ไง”มาร์คเริ่มบทสนทนาก่อนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมามองเขาอยู่เงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา “สบายดีหรอ”

“สบายดี...แบมแบมหล่ะ”

“เหมือนกัน”


เงียบ...มันเป็นความเวียบที่เข้ามาปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่มีใครเดินไปไหน ไม่มีการด่าทอทำร้ายร่างกายพวกเขาเพียงแค่ยืนยิ้มให้กันอยู่บนพื้นที่พื้นที่หนึ่งท่ีไม่มีใครล่วงล้ำเข้ามา “มาดูวิวหรอ”


“อ..อือ แบมแบมหล่ะ”

“เหมือนกัน มันสวยดี”

“ถ้าขอเข้าไปจะว่าอะไรไหม”

“…เอาซิ มีที่ตั้งเยอะแยะแล้วมันก็ไม่ใช่ของเราซักหน่อย”


พื้นไม้ยกสูงที่ยื่นออกมาถูกจับจองจากทางฝั่งหนึ่งและอีกฝั่งหนึ่ง พวกเขายืนอยู่ด้วยกันแต่มันไม่ได้ใกล้ชิด ทั้งมาร์คและแบมแบมห่างกันไปจากสุดริมหนึ่งถึงสุดริมอีกฝั่งหนึ่ง...ไม่มีใครก้าวล้ำเส้นเขตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่พวกเขาต่างรับรู้ดีว่ามันสูงชันเสียดฟ้าเพียงแค่ไหน ต่างฝ่ายทำได้แค่มอง...


“คบกับซึงวานนานแล้วหรอ”

“อือ...ก็สองปี”

“ดีใจด้วยนะ”

“แล้วแจบอมเป็นยังไงบ้าง”

“ดี...ดีมาก ดีจนไม่อยากเชื่อเลยหล่ะ”

“ดีใจด้วย...”

“ขอบคุณ”

“….”

“….”

“เอ่อ/คือ”

“มาร์คพูดก่อนเลย...”

“…ฉันดีใจนะ...ที่เราได้เจอกันอีกครั้ง”

“เหมือนกัน...ไม่คิดเลยว่ามันจะผ่านไปนานขนาดนี้”


ท่ามกลางความมืดที่โอบล้อมเราสองไปทั่วทั้งยามค่ำคืนแต่แสงหนึ่่งเดียวที่ยังคงสว่างสะท้อนราวกับแสงดาวเล็กๆท่ามกลางความมืดในหมู่นภา ภาพตรงหน้าของมาร์คยังคงเหมือนเดิม...แบมแบมยังคงสวยงามราวกับผลงานศิลปะในหอศิลป์ที่เขาชอบไป ยังคงโดดเด่นและน่าหลงใหลให้เขาสามารถจ้องมองไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้เบื่อ


“ไปก่อนนะ...แจบอมคงรอเรานานแล้ว”

“อือ โชคดี”และไม่ว่าจะเป็นหมู่ดาวกลุ่มไหนหรือผลงานศิลปะชิ้นใดสุดท้ายล้วนต่างไม่มีสิ่งไหนที่เป็นของมาร์ค ทุกอย่างล้วนสวยงามและน่าชื่นชมแต่เขาไม่ใช่เจ้าของ...และไม่เคยเป็น




100%มาแล้วเด้อ...บอกแล้วว่ามันไม่ดราม่าเธอ

ลองนึกภาพถ้าเรากลับไปเจอแฟนเก่าที่ยังคิดถึง กลับไปเจอรักแรกตอนมัธยม...มันคล้ายๆอารมณ์นั้นที่มันเหมือนการกลับมาเจอคนในความทรงจำอีกครั้ง

และด้วยความที่ทุกคนมันโตๆกันหมดแล้วมันจะไม่ใช่อะไรที่ดูฉาบฉวยรวดเร็วเพราะฉะนั้นมันจะไม่ได้ดราม่าจะเป็นจะตายแต่มันก็จะอึนๆไปเรื่อยๆอย่างนี้แหละยู


ใช้แต้มบุญในการจองบัตรกันแล้วพวกเธอก็อย่าลืมเอาแต้มบุญเหลือๆมาภาวนาเผื่อแผ่สำหรับทีมพี่พระเอกของดิฉันด้วยนะคะ

ดูจากสภาพแล้วเรียกได้ว่าต้องการบุญเยอะเลยทีเดียว


อนุภาพของการคอมเม้นต์มันเป็นพลังงานระดับสุดให้คนปั่นฟิคจริงๆนะคะ

ยังไงก็สามารถติชม ด่าทอหรือสกรีมได้ในคอมเม้นต์เลยเด้อถือว่าเป็นกำลังใจให้คนเขียน

หรือสามารถติดแท็ก #sentimentalMB ได้ในทวิตเตอร์โลดค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,218 ความคิดเห็น

  1. #1202 Tatarxyx (@Tatarxyx) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:58
    โว้ยยยยยย มันจะได้รักกันไหมอ่าไรท์ คนอ่านกดดันสุด ขอโทษค่ะ อินจัด คาดว่าคืนนี้จะไม่นอน 5555
    #1202
    0
  2. #1137 mkmarkbb (@mkmarkbb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 05:44
    คือเหมือนมันต่อไม่ติดแล้วอ้ะ
    #1137
    0
  3. #1104 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 01:51
    ตอนนี้ทำเราอึดอัดทั้งตอนเลย ไรท์เขียนเก่งมากเลยค่ะ
    #1104
    0
  4. #1093 puma925 (@puma925) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 17:57
    โหดร้ายกับใจเรามาก
    #1093
    0
  5. #1058 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 11:18
    หนทางมันดูตันๆนะ
    #1058
    0
  6. #1009 JJaneBBJK_97 (@JJaneBBJK_97) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:17
    ไรท์เรียบเรียงเนื้อเรื่องได้ดีมาก คำบรรยายดีงามมม สัมผัสได้ถึงความรู้ในเนื้อเรื่องที่เขียน ใจบาง
    #1009
    0
  7. #862 Luvmarkbam (@Luvmarkbam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 17:40
    คือภาษาดีมากๆเลยค่ะ แต่คือเราต้องทำใจทุกครั้งเลย เราอ่อนไหวง่ายเกินไป 5555555
    #862
    0
  8. #467 Bammiiee (@Icewarangg) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 14:59
    ชอบมากเลยค่ะ เหมือนในใจทั้งสองคนยังรู้สึกกันอยู่ตลอด ฮืออ
    #467
    0
  9. #438 brrrrrrrra (@fanshoi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 00:38
    อินโทรเพลง ขอ ของ lomosonic หนึบขึ้นมาเลยค่ะ ไม่อยากให้มีจุดเปลี่ยนเลย แต่ก็อยากให้มาร์คคู่กับแบม แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว TT
    #438
    0
  10. #431 Wangcr7 (@Wangcr7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 15:34
    โฮ้ยยยยอ่านแล้วปวดใจอย่างบอกไม่ถูกเลยอ่ะ นี่คือไม่ม่าถูกม้ะฮื่ออออ
    #431
    0
  11. #430 i_am_a_weirdo (@i_am_a_weirdo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 11:12
    แล้วจะได้กลับมารักกันอีกมั้ยมาร์คแบมของเรา
    #430
    0
  12. #429 MayB_9397 (@mloveBAM2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:35
    เหมือนยิ่งไกลออกไปทุกนาทีเลย
    #429
    0
  13. #428 jeoqxx (@pidchat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 07:57
    เขาจะได้กลับมารักกันไหมหรือยังไง ตายจากหัวใจของอีกคนไปแบบนี้เลยหรอ
    #428
    0
  14. #427 omeka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 02:01
    จุดเปลี่ยนมันอยู่แค่ตอนนั้น ประโยคนั้น... ยังรู้สึกอยู่นะว่าแบมรักมาร์คแต่ตอนนี้ก็โตๆกันแล้วผ่านความเจ็บปวดมากมาย ประสบการณ์ชีวิตมันสอนให้ต้องรู้จักคำว่าเหตุผล แม้จะยังรู้สึกกับใครยังไงแต่ก็ต้องมีระยะห่างเพราะยังมีคนดีที่อยู่ข้างกาย

    เจบีเป็นคนดีที่พร้อมรอแบมมาตั้งแต่แรก รอโดยไม่รู้ว่าจะได้ใจหรือเปล่าไม่พูดถึงเรื่องเซ็กส์นะ เพราะรู้สึกเรื่องนี้ไรท์ต้องการให้ความรู้สึกทางใจมีค่ามากกว่าความรู้สึกทางกาย มาร์คแบมเลยจุดนั้นมาแล้วจุดที่ใช้เซ็กส์เป็นตัวกลาง แม้ห่างกันไปใจก็ยังนึกถึงอยู่ เอาจริงตอนนี้เจบีก็รู้นะว่าได้เป็นเจ้าของแบมแต่ยังไม่ได้ใจสังเกตที่ถามแบมตอนมาร์คเดินเข้างานมา แต่ตอนนี้มาร์คแบมก็ต้องนึกถึงความถูกต้อง ก็ว่างกันก่อนสิถึงจะถูกต้องกันได้แต่นี่ก็ยังไม่ว่างทั้งคู่
    #427
    0
  15. #426 omeka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 02:00
    จุดเปลี่ยนมันอยู่แค่ตอนนั้น ประโยคนั้น... ยังรู้สึกอยู่นะว่าแบมรักมาร์คแต่ตอนนี้ก็โตๆกันแล้วผ่านความเจ็บปวดมากมาย ประสบการณ์ชีวิตมันสอนให้ต้องรู้จักคำว่าเหตุผล แม้จะยังรู้สึกกับใครยังไงแต่ก็ต้องมีระยะห่างเพราะยังมีคนดีที่อยู่ข้างกาย

    เจบีเป็นคนดีที่พร้อมรอแบมมาตั้งแต่แรก รอโดยไม่รู้ว่าจะได้ใจหรือเปล่าไม่พูดถึงเรื่องเซ็กส์นะ เพราะรู้สึกเรื่องนี้ไรท์ต้องการให้ความรู้สึกทางใจมีค่ามากกว่าความรู้สึกทางกาย มาร์คแบมเลยจุดนั้นมาแล้วจุดที่ใช้เซ็กส์เป็นตัวกลาง แม้ห่างกันไปใจก็ยังนึกถึงอยู่ เอาจริงตอนนี้เจบีก็รู้นะว่าได้เป็นเจ้าของแบมแต่ยังไม่ได้ใจสังเกตที่ถามแบมตอนมาร์คเดินเข้างานมา แต่ตอนนี้มาร์คแบมก็ต้องนึกถึงความถูกต้อง ก็ว่างกันก่อนสิถึงจะถูกต้องกันได้แต่นี่ก็ยังไม่ว่างทั้งคู่
    #426
    0
  16. #425 Oraphan Tonphu (@mb9394-toey) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 01:18
    มันจะจบยังไงอะ นึกไม่ออกเลย
    #425
    0
  17. #424 Gjorjeab (@Gjorjeab) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 00:32
    มาร์คยังเป็นพระเอกใช่ไหม TT
    #424
    0
  18. #423 Butt3R (@butter-noey) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 00:28
    เออเราก็ว่ามันไม่ม่า อ่านแล้วไม่ได้ปวดใจอะไร แต่รู้สึกว่าเค้ายังตัดกันไม่ขาดยังไงไม่รู้ แล้วจะกลับมาบรรจบกันยังไงอะ นึกไม่ออกเลย
    #423
    0
  19. #422 PLoy1350 (@PLoy1350) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 00:18
    โอ๊ยยยยดราม่าให้สุด
    #422
    0
  20. #421 sosdek (@soossoossoos) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:49
    สรุปเรื่องนี้จบแอบอึนๆ ไม่ใช่มาร์คแบม อารมณ์แบบแค่แฟนเก่าใช่ปะ เพราะมาถึงจุดนี้แล้วคิดว่ายาก ที่จะกลับมารักกัน โตแล้วเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
    #421
    0
  21. #420 amazingkim (@amazing-kimmy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:28
    ไรท์แบบนี้ไม่ดีเลยนะ ถ้าอยากได้เป็นเจ้าของมาร์คก็เอามาเลยไม่ใช่มองเฉยๆ แล้วปล่อยไป ถ้าบุกเราว่าได้แน่ๆ แต่ โอ้ยยยยยยยย แค่กล้าจะปรับความเข้าใจ ไรท์ช่วยหน่อยนะ อยากให้เขาได้สมหวังจริงๆ ฮรืออออ
    #420
    0
  22. #419 มัคมัคแบมแบม (@EyesNeverLie) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:26
    สำหรับคนเชียร์มาร์คแบมอย่างเราก็ดีใจที่ลึกๆแล้วเค้ายังรักกันอยู่ แต่อีกใจก็อยากให้ต่างคนต่างเดินต่อไปในทางที่เลือก
    #419
    0
  23. #418 tengtiya_t (@tengtiya_t) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:43
    นี่อ่านแล้วคิดว่ายังไม่มีวี่แววจะคบกันได้เลย ทุกทางล้วนตัน
    #418
    0
  24. #417 ChoeiPP (@poppiepp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:43
    หน่วงๆในใจ มันอึดอัดไปหมด รอนะ รอวันที่ทุกอย่างคลี่คลาย
    #417
    0
  25. #416 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:28
    มีความกระอักกระอ่วนในบทสนทนาของมาร์คและแบมจริงๆ อ่านแล้วลุ้นตามไปด้วยจริงๆค่ะ
    #416
    0