(exo) spring day, you – chanbaek

ตอนที่ 10 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ต.ค. 58





Chapter 8

 

 

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม,

14.56 น.,

ฤดูใบไม้ร่วงลมที่โชยพัดมามีอุณหภูมิลดลงจากอาทิตย์ก่อนหลายองศา

 

            ส่วนใบของต้นไม้ริมทางเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว พร้อมกับอุณหภูมิห้องที่ลดลง เป็นสัญญาณเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วง และแบคฮยอนก็ได้ฤกษ์สวมคาดิแกนไหมพรมสีแดงเข้มที่จงอินซื้อมาฝากเขาเสียที เพราะเนื้อผ้าของเสื้อแขนยาวสีกรมท่าที่เขาใส่วันนี้มันบางเกินไปสำหรับสภาพอากาศ

            และโชคดีที่วันนี้ คลาสตอนช่วงบ่ายถูกอาจารย์ยกเลิกกะทันหัน ทำให้ตอนนี้คนตัวเล็กว่างโดยสมบูรณ์ และไม่รู้ว่าจะไปไหนดี จงอินก็เรียนกันคนละคลาส ว่าแล้วก็ยกโทรศัพท์โทรหาคนที่นัดกันเอาไว้ว่าหลังจากที่เขาเลิกคลาสว่าจะไปกินข้าวกัน ซึ่งรายนั้นบอกว่าตัวเองไม่มีคลาสช่วงบ่ายแต่ก็จะรอเขาอยู่ในมหาลัย รอไม่นาน อีกฝ่ายก็รับสายด้วยเสียงที่เบาจนแทบจะเหมือนกระซิบ

 

            (สวัสดีครับ)

            "คุณว่างมั้ยครับ?"

            (ว่างครับ)

            "ทำไมต้องทำเสียงแบบนั้นด้วยล่ะครับ?" แบคฮยอนกลั้วหัวเราะ

            (ผมอยู่หอสมุดกลางครับ)

            "อุ่ย ขอโทษครับ" มือเรียวรีบตะครุบปากตัวเองราวกับอยู่ในหอสมุดเสียเอง

            (ไม่เป็นไรครับ มีอะไรรึเปล่า?)

            "ผมไปหาได้มั้ยครับ? คลาสผมโดนยกเลิก ไม่มีที่ไป"

            (ได้สิครับ งั้นไว้เจอกันนะครับ ผมต้องวางแล้ว บรรณารักษ์มองผมตาเขียวเลยตอนนี้)

           

            แบคฮยอนหัวเราะเบาก่อนจะวางสาย ถึงจะงงกับเส้นทางเล็กน้อยเพราะแทบจะไม่เคยเข้า แต่คนตัวเล็กก็เดินมาถึงหอสมุดจนได้ เขาพาตัวเองไปที่ด้านหลังชั้นหนังสือมากมายเพราะจำได้ว่าบริเวณสำหรับให้นักศึกษานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้น และการมองหาชานยอลนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยสำหรับเขา ขาเรียวจึงรีบตรงรี่เข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามร่างสูงที่ยังว่างอยู่ทันที

 

            "ทำอะไรอยู่หรอครับ?"

 

            คนตัวเล็กเอ่ยทักทายพร้อมกับวางกระเป๋าบนโต๊ะ ทำให้ชานยอลที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมองวางปากกาหมึกซึมแท่งโปรดลงกับสมุดกระดาษรายงานเอสี่ทันที บนโต๊ะมีหนังสืออีกตั้งใหญ่ที่ชื่อเรื่องบ่งบอกว่าพวกมันเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้านพืชพันธุ์ต้นไม้

            วันนี้ชานยอลใส่เสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมสีเทาที่เขาเลือกให้ ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าไม่ชอบใส่เสื้อกันหนาวแบบสวมหัว แต่ตั้งแต่อากาศเริ่มหนาวมา แบคฮยอนก็เห็นคนตัวสูงใส่มันแทบทุกวัน ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ซักบ้างหรือเปล่า

 

            "รายงานครับ"

 

            คำตอบของอีกคนทำให้แบคฮยอนร้องฮะออกมาเบาๆ

 

            ถ้าพูดถึงการทำรายงานของเด็กมหาลัยทั่วไป คือการนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ แล้วมาดัดแปลงคำพูดเอา แต่การทำรายงานของปาร์คชานยอล คือการนั่งเปิดหนังสือทีละหน้า อ่านทีละบรรทัด เพื่อค้นหาข้อมูลที่ต้องการแล้วเอามาเขียนลงบนกระดาษ เขาเห็นปึกกระดาษที่ถูกหมึกสีดำขีดเขียนเสร็จเรียบร้อยกว่ายี่สิบแผ่นวางอยู่อีกฝั่งแล้วจะเป็นลม กว่าจะเขียนจบเล่มคงมือหงิกกันพอดี

 

            “โหดไปมั้ยครับ?"

            "ไม่หรอกครับ ชินแล้วล่ะ ไปกันเลยมั้ยครับ?”

           

            ชานยอลทำท่าจะเก็บกระเป๋า แต่แบคฮยอนก็เบรคเอาไว้ก่อน

 

            "รอคุณทำให้เสร็จก่อนก็ได้ครับ"

            "ทำไมหรอครับ? ยังไม่หิวหรอ?"

            "เอาจริงๆ ยังเลยครับ ความจริงผมกะว่าจะนอนในคลาสตอนนี้แต่อาจารย์ดันแคนเซิลซะก่อน"

            "กว่าจะเสร็จคงอีกหลายชั่วโมงเลย ให้คุณรอผมทำงาน ผมก็รู้สึกเกรงใจ"

            "ไม่เป็นไรครับ ผมนอนรอเก่ง"

 

            ชานยอลหัวเราะเบา ตัวเขาอยากจะแนะนำให้อีกคนไปหาอะไรมาอ่านเล่น แต่ก็รู้อยู่แล้วว่าแบคฮยอนไม่ชอบอ่านหนังสือ สายตาของร่างสูงมองสลับระหว่างกระดาษรายงานกับคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามที่ตาปรือลงเรื่อยๆ พอหันกลับมามองอีกที คนตัวเล็กก็หลับลงไปแล้วพร้อมกับแว่นตาที่ตกลงมาอยู่บนโต๊ะ เขาจึงยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะเอาหนังสือปกหนาที่ใช้เสร็จแล้วตั้งฉากกับโต๊ะไว้เพื่อบังให้พ้นจากสายตาของบรรณารักษ์จอมโหด






           

 

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม,

21.09 น.,

ฤดูใบไม้ร่วงอากาศเย็นลงกว่าช่วงบ่ายอีกหลายเท่า

 

 

            หลังจากชานยอลทำรายงานเสร็จและแบคฮยอนได้นอนหลับไปหลายชั่วโมงในหอสมุด พวกเขาก็ไปทานข้าวกัน และกลับมานั่งอยู่ที่บันไดปูนข้างคลองแถบมหาลัยที่เดิมพร้อมกับถุงจากร้านสะดวกซื้อที่เย็นเฉียบ การได้ดื่มเบียร์ที่นี่กับคนตัวสูงเป็นกิจวัตรที่ร่างเล็กค่อนข้างชอบมาก

 

            "คุณว่าการสารภาพรักแบบไหนถึงจะดีหรอครับ?"

           

            ชานยอลถามโพล่งขึ้นมากลางอากาศด้วยคำถามที่ชวนให้หัวใจสั่นไหว อาจจะเป็นเพราะพิษแอลกอฮอล์จากเบียร์สองกระป๋องที่เข้าไปอยู่ในกระแสเลือดเรียบร้อย ถึงทำให้คนตัวสูงกล้าถามเรื่องนี้ออกมาได้อย่างง่ายดาย

 

            นี่เป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนรู้แบบเป็นทางการว่าอีกฝ่ายกำลังตกหลุมรักใครบางคนอยู่

 

            "เป็นเกมหรือเปล่าครับ?" คนตัวเล็กถามกลับ

            "ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่อยากถามความคิดเห็นคุณในฐานะที่มีประสบการณ์น่ะ"

            "ใครคือผู้โชคดีล่ะครับ?"

 

            แบคฮยอนยังคงถามหยั่งเชิงไม่เลิกทั้งที่ภายในหัวใจรู้สึกหน่วงอย่างประหลาด ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพียงแต่เอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากอิ่มพร้อมกับทำเสียงชู่ ก่อนจะส่งยิ้มบางมาให้พร้อมกับหูที่เพิ่มเฉดสีแดงลงไป ซึ่งนั่นแปลว่าคำตอบเป็นความลับ

 

            ร่างบางจึงรู้ว่านี่เป็นคำถามที่ไม่เหมาะที่จะถามเลย เรื่องพวกนี้มันต้องเป็นอะไรที่ต้องเก็บเงียบไว้กับตัวอยู่แล้ว เพียงแต่บางครั้ง เขาก็หวังว่าชานยอลจะรู้สึกว่าพวกเขาสนิทกันมากพอที่จะบอกเรื่องพวกนี้กันได้ หรือบางที คนตัวสูงอาจจะคิดไม่เหมือนกันกับเขา

 

            บางครั้ง แบคฮยอนก็อยากได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นแบบที่เอ็ดเวิร์ด คัลเลน จากเรื่องทไวไลท์ทำได้บ้างเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่รู้สึกสบายใจ คนตัวเล็กก็จะเกิดคำถามขึ้นมาว่าชานยอลจะรู้สึกเหมือนกันมั้ย หรือจะรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่ออยู่กับเขา แต่สุดท้ายก็คิดว่า แค่การใช้ชีวิตตอนนี้มันก็ปวดหัวพออยู่แล้ว สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือสงสัยต่อไป

 

            ดังนั้น แบคฮยอนเลยขอตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมาในหัวของตัวเอง ความเป็นไปได้มีค่อนข้างน้อยเพราะมีแค่ไม่กี่คนที่อยู่รอบตัวร่างสูง ซึ่งตัดเซฮุนออกไปได้เลย อาจจะเป็นจงอินก็ได้ ชานยอลชอบยิ้มหวานเสมอเวลาที่จงอินชมฝีมือการทำอาหารของเขา

           

            แต่นั่นก็มีความเป็นไปได้น้อยกว่าโดคยองซู เพราะช่วงนี้ทั้งคู่ดูสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แบคฮยอนก็จะดีใจมากๆ เพราะเขารู้จักทั้งคู่ดี คยองซูเป็นคนดี และชานยอลก็เป็นคนดี พวกเขาจะเป็นคู่ที่ดีอย่างแน่นอน

 

            แต่คนเราโกหกหัวใจตัวเองไม่ได้ ร่างบางก็เช่นกัน

            ในก้นบึ้งส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจนั้น แบคฮยอนก็หวังให้คนในคำตอบของชานยอลเป็นเขาอยู่ดี

 

 

            "มีคำตอบในใจมั้ยครับ?"

 

            ชานยอลดึงสติแบคฮยอนกลับมา คนตัวเล็กพ่นลมหายใจเสียงเบาทั้งที่ยังยิ้มอยู่ก่อนจะตอบ

 

            "สำหรับผม ต่อให้คุณจัดงานใหญ่โต คิดคำพูดหวานจ๋อยมาสามหน้ากระดาษ ถ้าหัวใจเขาไม่เปิดรับคุณ มันก็ไม่มีความหมายหรอกครับ แต่ในทางกลับกัน แค่คุณบอกเขาประโยคที่มีแค่สามคำ ไม่ต้องเสียเงินมากมายเพื่อของมีค่าสวยงาม ถ้าหัวใจของคนฟังรู้สึกตรงกัน มันก็มีคุณค่า

            "..."

            "ผมว่าเรื่องแบบนี้ไม่ต้องวางแผนพิธีรีตองอะไรมากเลยครับ มันเกี่ยวกับความรู้สึก แค่คุณอยากจะบอกให้เขารับรู้ ตอนที่ทุกอย่างมันอยู่ถูกที่ถูกเวลา ตอนที่ทุกอย่างเหมือนจะดูง่ายไปหมด คุณก็แค่บอกออกมา ทำตามที่หัวใจบอกก็พอน่ะครับ"

            "..."

            "ไม่รู้ว่าคำตอบของคนนั้นจะเหมือนกับผมมั้ยนะครับ" แบคฮยอนขำเบาๆ

            "แน่นอนครับ เขาต้องคิดแบบนี้แน่ มันเป็นคำตอบที่ดีที่สุดเลยล่ะครับ"

 

            แบคฮยอนยิ้มบางเบาเมื่อเห็นว่าชานยอลดูจะพอใจกับคำตอบของเขาอย่างมาก เพราะคนตัวสูงยิ้มกว้างเสียจนมุมปากจะฉีกถึงใบหูก่อนจะกระดกเบียร์ต่อ เลยขอถือโอกาสถามกลับไปบ้าง

 

            "ครั้งแรกเป็นยังไงบ้างครับ?"

            "ครับ?"

            "การได้ชอบใครสักคนน่ะครับ รู้สึกยังไงบ้าง?"

            ชานยอลอมยิ้มพร้อมกับหัวเราะเบา "รู้สึกดีมากเลยครับ แต่ว่ามันออกจากต่างจากที่ผมคิดตอนแรกนิดหน่อย"

            "ยังไงหรอครับ?" แบคฮยอนเอียงคอ

            "ในภาพยนตร์หรือหนังสือชอบบอกว่า ถ้าได้ตกหลุมรักใครแล้ว พอได้อยู่ใกล้เขาจะรู้สึกหัวใจเต้นแรง หน้าจะร้อนและแดง ยิ่งตอนแอบรักแล้วบอกเค้าไม่ได้ จะรู้สึกเศร้าและปวดใจจนเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อก ซึ่งผมฟังแล้วคิดว่ามันคงจะอึดอัดน่าดู

            “…”

            แต่สำหรับผม ผมรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับเขา แค่เห็นเขายิ้มอย่างมีความสุข ผมก็พลอยยิ้มตามไปด้วย พอเห็นเขาเศร้า ก็รู้สึกหม่นหมอง แล้วในใจก็บอกกับตัวเองว่า ผมอยากจะปลอบเขา อยากดูแลจนกว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้น มันเหมือนกับว่า ถ้าให้ผมมีความสุขแต่ปล่อยให้เขาเศร้าอยู่คนเดียว ผมเลือกที่จะทุกข์ไปพร้อมกับเขาดีกว่า"

            "ฟังแล้วรู้สึกดีจังครับ"

 

            แบคฮยอนสูดหายใจเข้าลึกราวกับคำพูดของชานยอลเป็นอากาศแสนสดชื่น แล้วก็พลางคิดว่า ไม่ว่าอย่างไร หากคนในคำตอบของชานยอลยังคงทำให้คนตัวสูงยิ้มอย่างมีความสุขและไร้กังวลเหมือนดังเช่นตอนนี้ ต่อให้ไม่ใช่เขา แบคฮยอนก็ยังรู้สึกดีใจและขอบคุณ บางที คนๆนั้นอาจจะทำได้ดีกว่าเขา แน่นอนล่ะ ยังไงก็ต้องทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว

 

            "คุณว่าถ้าผมบอกเขา ผมจะแห้วมั้ยครับ?" ชานยอลถาม

            "คนดีอย่างคุณ ใครปฏิเสธก็บ้าแล้วล่ะ"

            "ผมไม่ได้ดีขนาดนั้นซะหน่อยครับ คุณได้เห็นแต่ด้านดีๆมากกว่า"

 

            ความเงียบก่อเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคนอีกครั้ง  แบคฮยอนชอบความเงียบตอนที่อยู่คนเดียว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาชอบความเงียบแบบอึดอัดตอนที่อยู่กับคนอื่น แต่กับชานยอล มันเป็นความเงียบที่ดี เพราะนั่นหมายถึงแต่ละคนต่างพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปหมดแล้วถึงเกิดความเงียบได้ เป็นความเงียบที่แสนสบายใจ

 

            ทั้งคู่มองไปบนฟ้า และโฟกัสไปที่จุดๆเดียวกัน คือที่ดาวดวงเดิม ดวงเดียวกับที่เห็นมาตลอดเดือนกว่านี้ทุกครั้งที่มาดื่มกันตรงนี้ เพียงแต่แปลกตรงที่ วันนี้มันไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวบนท้องฟ้าเวิ้งว้างอีกต่อไป แต่มีจุดสีขาวอีกดวงที่ขนาดเล็กกว่าส่องสว่างอยู่ข้างกัน ซึ่งนั่นทำให้แบคฮยอนยิ้มออกมา

 

            วินาทีที่แบคฮยอนเอาแขนเท้าไปด้านหลังและเงยหน้ารับลมเย็นชื้นที่เริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาหลับตาลง ตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กรู้สึกถึงน้ำที่หยดจากฟ้าร่วงลงมาสองเปาะบนเปลือกตาและใบหน้าของเขา นิ้วเรียวค่อยๆปาดมันออก ก่อนจะหัวเราะบาง ดูเหมือนสภาพอากาศจะล้อเล่นกับพวกเขาอีกแล้ว

 

            "ฝนตกล่ะครับ"

            "ไหนครับ ไม่เห็นมี"

 

            ชานยอลที่กำลังเคี้ยวขนมกำใหญ่ที่แก้มขวาจนบวมตุ่ยถาม พร้อมกับแบมือรอรองรับน้ำฝนราวกับไม่เชื่อคำพูดของอีกคน

 

            ทันใดนั้นเอง พายุฝนก็ตกเฮโลลงมาราวกับฟ้ารั่ว เสียงโวยวายของทั้งคู่ดังแข่งกับเสียงน้ำกระทบพื้นซีเมนต์ที่ดังลั่น เพราะริมแม่น้ำเป็นพื้นที่โล่งไร้ม่านกำบัง พวกเขามองหาที่ร่มแต่ที่ใกล้ที่สุดคือต้องข้ามไปยังแผงร้านค้าอีกฟากถนน พวกเขาวิ่งแบบไม่คิดชีวิต โชคดีที่ตอนนี้ดึกแล้วและไม่มีรถวิ่งเพ่นพ่านมากนัก

 

            หลังจากที่เข้ามาอยู่ในที่ร่มแล้ว ทั้งสองคนเปียกปอนราวกับลูกหมาตกน้ำ แว่นตาทรงคุณยายของแบคฮยอนขึ้นฝ้าจนมองแทบไม่เห็น คาร์ดิแกนไหมพรมสีมารูนที่จงอินซื้อมาให้อมน้ำจนชุ่มและถ่วงน้ำหนัก ส่วนผมของชานยอลก็ลู่น้ำจนทำให้ดูหัวโตผิดปกติ คนตัวเล็กเช็ดแว่นของตัวเองกับเสื้อเปียกๆ ในขณะที่ร่างสูงขยี้ผมเพื่อไล่น้ำออก

 

            พอเห็นสภาพของอีกฝ่าย ต่างคนก็ต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังปะปนไปกับเสียงฝน ทั้งตาและปากของร่างบางส่งยิ้มมาทำให้แก้มสีแดงจัดเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บวกกับอากาศเย็นเยือกยุ้ยขึ้นอีกเท่าตัว และคนตัวสูงเพิ่งรู้ตอนนั้นเองว่าแบคฮยอนเข้ากับสีแดงมากขนาดนี้

 

            ณ วินาทีนั้นเอง ในหัวของชานยอลก็มีแต่ประโยคๆเดียวดังก้องสะท้อนกังวานอยู่ พวกมันอัดอั้นเหมือนกับลาวาที่พร้อมจะระเบิดออกมาจากภูเขาไฟ และหัวใจดวงเท่ากำปั้นของเขาก็สั่นระรัวราวกับกลองศึก เหมือนกับมันพยายามจะดิ้นให้หลุดทะลุออกมาจากอก

           

            ตอนนั้นเองที่คนตัวสูงเข้าใจคำว่า ทุกอย่างมันอยู่ถูกที่ถูกเวลา เพราะหัวใจของเขามันร่ำร้องว่า ทุกอย่างต้องถูกเอื้อนเอ่ยออกไปตอนนี้ วินาทีนี้ จะเป็นเวลาอื่นไปไม่ได้อีก และตัวเขาจะไม่ยอมให้ห้วงเวลานี้หลุดมือไป

 

            มันคือเวลานี้นี่เอง

            ที่เขาต้องทำตามที่หัวใจบอก

 

 

            "ผมชอบคุณ"

 

 

            ในที่สุด ประโยคที่เคยอยู่แค่ในความคิดก็หลุดออกมาเป็นสื่อเสียง จากตายิ้มที่รีเล็กภายใต้แว่นของผู้ฟังในตอนแรกกลับกลายเป็นเบิกกว้างขึ้นหลังจากได้ยินประโยคนั้น ไม่รู้ว่าตัวเองฟังผิดหรือเปล่า แต่หัวใจของเขาเต้นแรงนำหน้าไปก่อนแล้ว

 

            "ดีจัง มันออกมาง่ายดายจริงๆด้วยครับ" ชานยอลถอนหายใจเบาก่อนจะยิ้มอย่างขลาดอาย

            "อย่าล้อเล่นสิครับ ไม่ตลกเลยนะ"

            "ผมก็ไม่ได้ตั้งใจให้ตลกนี่ครับ"

 

            ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลากลางคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิทและบรรยากาศช่างเย็นเยียบและชื้นแฉะ แต่รอยยิ้มของชานยอลนั้นช่างส่องสว่างและทำให้แบคฮยอนรู้สึกถึงความอบอุ่นฉายวาบในหัวใจ มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กหัวเราะออกมาเพราะรู้ว่าหยดน้ำที่เขาใช้นิ้วโป้งปาดออกจากแก้มทั้งสองข้างไม่ใช่น้ำฝนเย็นเฉียบ แต่เป็นน้ำร้อนๆที่ไหลลงมาจากตา

 

            "ร้องไห้ทำไมครับ? เสียใจที่ผมบอกชอบคุณหรอครับ? ผมขอโทษ"

 

            แบคฮยอนส่ายหน้า ริมฝีปากบางเบะออกโดยไม่ได้ตั้งใจ น้ำตายิ่งทะลักออกมามากขึ้นราวกับน้ำล้นขอบเขื่อนเมื่อได้ยินประโยคแสนห่วงใยจากอีกคน ยิ่งเขารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากเท่าไหร่ ปริมาณน้ำตาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น คนตัวเล็กพูดตอบออกไปอย่างตะกุกตะกักเพราะไม่สามารถควบคุมการสะอื้นของตัวเองได้

 

            “คุณไม่เคยมีความรัก คุณไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน แต่ผมรู้ดี

 

            ตอนนี้ ในหัวสมองของแบคฮยอนเกิดการตะลุมบอนครั้งใหญ่เกิดขึ้น มุมแดงคือความทรงจำที่เกี่ยวกับชานยอล ทุกวันที่พวกเขาเจอกัน ทุกคำที่พูดคุย ทุกสำนวนในจดหมาย ทุกเพลงที่ผ่านหู ดอกคาโมมายด์ทุกดอก ทุกรอยยิ้มที่ส่งมาให้ ซึ่งเป็นความทรงจำที่มีแต่ความสุขอบอวลอยู่เต็มไปหมด

 

            “ผมไม่อยากให้คุณเจ็บเหมือนกับที่ผมเคยเจอ เพราะมันน่ากลัวเกินไป

 

            แต่มุมน้ำเงินที่ยังไม่ยอมแพ้ คือความทรงจำในอดีต

 

            แบคฮยอนยังคงจำฉากที่พ่อแม่ของเขาทะเลาะกันได้ดี ทุกสิ่งอย่างรอบตัวที่คว้าได้ถูกขว้างปาและทำลายจนทุกอย่างระเนระนาด และตอนที่แม่จมดิ่งอยู่กับความเศร้าโศกที่แสนจะทรมานเมื่อพ่อเดินจากไป นอกจากนั้นยังรวมไปถึงตอนที่ตัวเขาเจ็บปวดปางตายตอนเลิกกับรักครั้งแรกที่เขารักสุดหัวใจ ทุกเรื่องราวฝังรากลึกลงในจิตใจของเขา

 

            ตอนจบที่ไม่สวยงามเหล่านั้นล้วนแต่มีจุดเริ่มต้นมาจากความรัก

            แบคฮยอนกลัว ว่าเขาจะเป็นคนที่มอบความเจ็บปวดเหล่านั้นให้ชานยอล

            และถ้าให้บอกตามความจริงที่แสนเห็นแก่ตัว เขาก็กลัวว่าตัวเองจะเจ็บซ้ำอีกเช่นกัน

           


            คุณแบคฮยอนครับ ใจเย็นก่อนได้มั้ย?

            “...เจ้าของชื่อยังคงสะอื้นจนตัวโยนไม่หยุด

            "คุณร้องไห้แล้วน่าสงสารมากเลย ตอนนี้หัวใจผมเจ็บปวดไปหมด ผมทำอะไรได้บ้างมั้ยครับ?"

 

            คนตัวเล็กเอาแต่ใช้หลังมือปาดน้ำตาเหมือนเด็กน้อยที่ได้แผลถลอกจากการหกล้ม เสียงสะอื้นถี่รัวนั้นทำให้หัวใจของชานยอลกระตุกทุกครั้งที่ได้ยิน แบคฮยอนไม่รู้เลยว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ได้เห็นน้ำตาของเขา ตอนนี้ ดวงตากลมโตของคนตัวสูงค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะร้องไห้ตามจริงๆ

 

            "ผมขอกอดปลอบคุณได้มั้ย?"

 

            ทั้งที่ปากอยากจะตอบออกไปว่า 'เรื่องแบบนี้ ใครเขาขอกัน' แต่เสียงของเขาเหมือนถูกกลืนลงท้องไปจนหมด แบคฮยอนเลยทำได้แค่พยักหน้าเบา และตอนนั้นเองที่ใบหน้าของเขาก็จมลงไปกับอกกว้างของชานยอล ไม่ใช่กอดแบบที่โดนกระชากเข้าหาแบบรุนแรงจนกระแทกกับอีกคน แต่เป็นการค่อยๆสวมกอดแบบขี้อาย

 

            ทีนี้ ลองฟังผมบ้างนะครับ

            “...ก้อนสะอื้นของแบคฮยอนลดการทำงานลงราวกับรู้หน้าที่

            ผมอยากให้คุณลืมทุกอย่างที่คุณเคยเจอไปก่อน เพราะผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าผมรู้สึกยังไง และอยากรู้แค่คุณรู้สึกเหมือนกันมั้ย?"

            “…”

            คุณบอกให้ผมทำตามที่หัวใจบอก ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยทำตามหัวใจของคุณบ้างนะครับ

 

            หลังจากที่ร่างสูงพูดจบ แบคฮยอนก็ยืนแน่นิ่งไปสักพักเหมือนกับรอฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวตอบกลับโดยการผงกหัวขึ้นลงเบาๆ 


            นั่นทำให้ชานยอลถอนหายใจเบาอย่างโล่งอกก่อนจะยิ้มกว้างแบบที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน


            "แค่นี้แหละครับ ผมต้องการแค่นี้จริงๆ"

 

            คนตัวสูงแนบแก้มซ้ายของตัวเองไว้กับเรือนผมที่เปียกปอนของคนตัวเล็กกว่าก่อนจะกอดโยกเยกไปมาเหมือนกับผู้ใหญ่ที่ปลอบโอ๋เด็กน้อย แต่ชานยอลไม่ได้รู้เลย ว่ายิ่งทำแบบนั้น แบคฮยอนก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม

 

            "ผมไม่กลัวเจ็บเลยครับ และผมก็จะไม่ยอมให้คุณเจ็บด้วยเหมือนกัน


            คำพูดของชานยอลเป็นมากกว่าถ้อยคำบอกรักที่แสนหวานจับใจ เพราะมันไม่ได้ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง แต่เป็นดั่งคำมั่นที่แสนหนักแน่น ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกปลอดภัยมากกว่าที่เคย ทำให้เขารู้สึกไม่หวาดกลัวกับอนาคต เหมือนกับว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีทางทำให้เขารู้สึกถึงคำว่า 'เสียใจ' อีก


            ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมชอบที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ถ้าคุณอยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม ผมก็ยินดี เราจะค่อยๆเรียนรู้กันไปนะครับ

            “…”

            “ที่จะเปลี่ยนไป มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

            “…”

            ผมแค่อยากให้คุณรู้เอาไว้ ว่าคุณมีสิทธิ์ในตัวและหัวใจของผมเท่าเทียมกับตัวผมเอง"


           ภายในความคิด แบคฮยอนเห็นตัวเองกำลังคุกเข่าขอร้องการตัดสินใจส่วนเหตุผล แล้วบอกว่า 'ขอให้ชานยอลเป็นข้อยกเว้น ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น' 


            ณ วินาทีนั้นเอง วงแขนของแบคฮยอนเลือกที่จะโอบกอดอีกคนเบาๆ


            แบคฮยอนไม่เคยชอบวันฝนตกเท่านี้มาก่อน เพราะถึงแม้ว่ารอบกายฝนจะเทลงมาราวกับไม่มีวันจะหยุดตก ถึงแม้ว่าผิวสัมผัสทุกอณูของเขาจะรู้สึกถึงแต่ความชื้นและหนาวเหน็บจากลมและหยาดฝน แต่ภายในหัวใจของเขากลับรู้สึกอบอุ่นเสียยิ่งกว่าวันที่มีแดดอ่อนๆ


            นี่แหละ พลังพิเศษที่ปาร์คชานยอลมี 

            ทำให้ทุกวันของเขาเป็นวันฤดูใบไม้ผลิ








จบแล้วค่ะ

หลอกนะ

เราขอลาอ่านหนังสือสอบสักพักนะคะ

ปล่อยให้ความคิดถึงได้ทำงานบ้างเนอะ

ขอเอาเกรดสวยๆมาฝากแม่ก่อนนะคะ

แล้วจะเอาฟิคที่ดีกว่าเดิมกลับมาฝากทุกคนด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #674 P.kiml (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 20:38
    แบคฮยอนเหมือนมีเรื่องให้ต้องคิดเยอะมากเลยนะคะ
    ลองสักเกตดูแบคไม่ค่อยอยากผูดมัดกับใคร อาจจะเป็นเพราะเรื่องครอบครัวที่แตกแยก
    หรือแม้แต่เรื่องรักครั้งแรกที่ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง   แบคฮยอนเหมือนยังมีอะไรอีกหลายเรื่อง
    ที่ไม่ยอมบอกให้ใครรู้  :(    สำหรับชานยอลแค่ได้อยู่กับแบคก็พอแล้ว  ชานยอลชอบแบคฮยอนมากจริงๆ

    #674
    0
  2. #673 P.kiml (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 20:37
    แบคฮยอนเหมือนมีเรื่องให้ต้องคิดเยอะมากเลยนะคะ
    ลองสักเกตดูแบคไม่ค่อยอยากผูดมัดกับใคร อาจจะเป็นเพราะเรื่องครอบครัวที่แตกแยก
    หรือแม้แต่เรื่องรักครั้งแรกที่ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง   แบคฮยอนเหมือนยังมีอะไรอีกหลายเรื่อง
    ที่ไม่ยอมบอกให้ใครรู้  :(    สำหรับชานยอลแค่ได้อยู่กับแบคก็พอแล้ว  ชานยอลชอบแบคฮยอนมากจริงๆ

    #673
    0
  3. #585 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 18:07
    ละมุนเว่อร์ โอ้ยยยย ชอบบบบบบ
    #585
    0
  4. #486 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 00:02
    แงงงงงง มันดีมากจริงๆ ฮือออ ไรต์เก่งมาก ดีไปหมดทุกอย่างเลย
    #486
    0
  5. #471 Title Thanatporn (@titlethanatporn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 11:55
    น้ำตาจะไหลลลลล แบคลืมอดีตแล้วไปเริ่มต้นกับพี่ชานเถอะ
    #471
    0
  6. #437 the_ZKM (@sathika_tan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 20:34
    อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงเพลงต้องโทษดาวอ่ะ
    #437
    0
  7. #355 chompoochi (@chompoochi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 23:41
    ร้องไห้เลยยยย คือมันดีมาก มันมีความหวาน ความอุ่นใจ มันมีแสงไฟ มันมีลมเย็นสดชื่น คือชอบมาก
    ถ้าคุณอยากให้เป็นเหมือนเดิมก็จะเหมือนเดิม ยกเว้นอย่างเดียว คือสิทธิ์ในตัวและใจ
    โหหหหห ผู้ชายแบบนี้คือหาได้อีกมั้ย เป็นคนที่ซื่อตรงชัดเจน มั่นคง หนักแน่น
    ตอนแรกเราก็กังวลนะว่าแบคฮยอนกังวลทำไม แต่ตอนนนี้เข้าใจแล้ว ยิ่งได้ฟังชานยอลยิ่งรู้เลยว่าแบคฮยอนไม่ต้องกังวลอะไรหรอก เอาความรู้สึกตอนนี้ก่อน
    ตอนชานยอลจะร้องไห้ตามแบคนะ คือโหหหหหห ดีงามมมสุดๆ คือสวยงามทั้งฉากทั้งบทเลย คาราวะสามจอก
    #355
    0
  8. #341 aairch_ (@airxoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:49
    เริ่มเข้าใจคำว่าข้อยกเว้นของทุกอย่าง ถึงแบคจะเคยเจอกับเหตุการ์ณแบบนั้นมาและก็ยังกลัวอยู่ที่จะสนิทใจกับใครสักคน แต่ทั้งๆที่ตัวเองก็กลัว แต่ก็ยังเลือกจะเข้าไปเสี่ยงแต่ไม่ได้เสี่ยงกับทุกคนไง แต่เลือกจะเสี่ยงกับความกลัวเพราะคนๆนั้นเป็นชานยอล
    #341
    0
  9. #197 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 22:22
    มันเป็นคู่ที่ลงตัวจริงๆคือแบคเป็นที่ต้องการการดูแล แล้วยอลด็ชอบดูแลซะด้วย
    #197
    0
  10. #159 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 22:56
    ไรท์ทำตกใจเลยอ่ะ แต่ชานบอกออกมาแล้วจากฝนตกเหมือนแดดออกเลย อยากได้ยินจากแบคบ้าง ^^
    #159
    0
  11. #146 งือ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 18:25
    เหตุการณ์ที่ผ่านมาใช่เหตุผลที่แบคฮยอนต้องกินยาหรือเปล่า?
    #146
    0
  12. #107 kkimmaggurren (@kimaguren) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 18:44
    พวกเขาสุภาพและอ่อนโยนต่อกันมากจริงๆ อบอุ่น
    #107
    0
  13. #106 queszn (@rerayy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 18:49
    อบอุ่นมากอ่านแล้วเราก็รู้สึกอบอุ่นสบายใจรู้สึกถึงความรู้สึกที่ชานยอลมีให้แบคจริงๆ
    #106
    0
  14. #105 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 14:30
    แบคมันมีปมเยอะนี่เอง ทั้งพ่อแม่ ทั้งรักครั้งแรก
    #105
    0
  15. #95 MindCB (@krisylaxy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 13:09
    เราเข้าใจแบคมากเลยนะเพราะเคยเจ็บเลยบอกตัวเองว่าแค่ครั้งนั้นมันพอแล้ว ไม่อยากพาตัวเองกลับไปวังวนเดิมๆแล้วก็เจ็บอีก
    แต่ชานยอลทำให้เขากล้าที่จะรักอีกครั้ง
    ชอบชานยอลมากอบอุ่นที่สุด #รัก
    #95
    0
  16. #94 Abhorrence (@iceparkchan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 12:33
    เอาเกรดสวยๆมาฝากเราด้วยนะคะ สู้ๆค่า
    #94
    0
  17. #93 Cocoa Rabbit (@tirran) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 03:01
    ฮือ เราเข้าใจอารมณ์นี้นะ
    อารมณ์ที่เหมือนวิตกกังวลหน่อยๆ
    เพราะเหตุการณ์ในอดีต ทำให้เราต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเองจากความเสียใจและเจ็บปวด
    แต่อยากให้ชานยอลเป็นคนนั้นนะ คนที่เป็นข้อยกเว้นของทุกอย่างของแบค ^^

    ยังไงก็เก็ทเอนะคะ สู้ๆ
    #93
    0
  18. #92 Minakawa_nt (@nuttyluhan77) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 13:57
    ชอบคำพูดชานยอลจังเลย ?
    #92
    0
  19. #91 yc.park (@aieyeaye) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 12:06
    นึกว่าจบแล้ว ตกใจหมดเลอ
    55555555555555
    ชอบคำพูดชานยอลอะ
    ทำให้มั่นใจเลยว่าจะไม่เสียใจ
    ที่ได้ความรักจากคนๆนี้
    สู้ๆนะแบคคคคคคคคค
    #91
    0
  20. #89 NinaaAngel (@ninaaangel) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 11:21
    ฮืออ ชอบคำพูดของชานยอลมากๆเลย ไม่หวานแต่ดูหนักแน่นมั่นคงจิงใจ
    #89
    0
  21. #86 Just read (@hellojuneny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 09:42
    ดีกับใจมากเลยเขินชานยอลจังอะ???? ?ไรต์ตั้งใจอ่านหนังสือนะคะสู้ๆ ?
    #86
    0
  22. #85 jayjaih (@jayjaih) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 08:28
    ดีงามมมมมมม????????????
    #85
    0