(exo) spring day, you – chanbaek

ตอนที่ 2 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    23 ก.พ. 59

 



Chapter 1

 


 

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม,
19.08 น.,
ฤดูใบไม้ผลิ, เมฆหนา อากาศชื้น กลิ่นฝนอบอวล ฟ้าร้องดังครืน


 

 

            "เฮ้ย บยอนแบคฮยอนตื่นดิ จะนอนรอตากฝนรึไงวะ"


 

            เจ้าของชื่อค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง นอกจากเสียงของจงอินเริ่มโวยวายเพื่อปลุกตัวเองเพราะฝ่ายนั้นถอดหูฟังข้างหนึ่งของเขาออก อีกเสียงที่เขาได้ยินเป็นเสียงแรกคือเพลงแด๊นซ์สุดมันส์เหมาะกับเปิดในผับยามค่ำคืนจากโทรศัพท์มือถือของเขา

 

            แบคฮยอนพบว่าตัวเองยังนอนอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าคณะตัวเดิม เมื่อเงยหน้ามองฟ้าก็พบว่าท้องฟ้าแสนสดใสเมื่อตอนกลางวันเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้มปะปนกับเมฆครึ้มสีเทาดำเป็นสัญญาณว่าพายุกำลังจะมาภายในไม่ถึงนาที

 


            ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนตอนก่อนที่แบคฮยอนจะหลับไป

 


            ไม่มีวันฤดูใบไม้ผลิอากาศแสนดี
            ไม่มีเพลง Bright ของ Echosmith 
            และไม่มีปาร์คชานยอล

 


            นี่เขาฝันไปอย่างนั้นหรือ
            ทำไมถึงได้รู้สึกใจโหวงแปลกๆนะ

 


            ตอนนี้แบคฮยอนคิดว่าเขากำลังรู้สึกเกินจากคำว่า ขอบคุณการมีตัวตนของปาร์คชานยอลแบบที่เคยบอกกับตัวเองไว้ในตอนแรกไปมากโขทีเดียว เพราะเมื่อได้รู้ว่าชานยอลอาจไม่มีตัวตน อาจเป็นเพียงจินตนาการในหัวสมองของตัวเอง เป็นเพียงฝันดีที่สุดท้ายก็ต้องตื่นมาพบความเป็นจริง หัวใจของเขามันก็หล่นไปอยู่ที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่ามันลึกมากจนหาไม่เจอ


            เหมือนกับมาหลอกให้เชื่อว่าจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายมาเติมเต็มภาพของเขาให้ออกมาสมบูรณ์แบบ แล้วมาเฉลยทีหลังว่า จิ๊กซอว์ชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับภาพของเขา

 

            ถ้าสามารถยับยั้งความรู้สึกได้ก็คงจะดี เพราะตอนนี้เขาว่าตัวเองกำลังรู้สึกมากเกินไปแล้ว

 

           


            "เฮ้ย ตกแล้ว ไปเร็ว"

 

            เมื่อสายฝนเริ่มโรยตัวลงมาปรอยๆ เป็นสัญญาณที่สอง และเห็นว่าเพื่อนของเขายังนั่งนิ่งและเงยหน้าเหม่อมองฟ้าอยู่เหมือนกับวิญญาณหลุดจากร่าง คิมจงอินจึงช่วยคนตัวเล็กเก็บของ ก่อนจะรีบลากตัวคนที่ยังไม่ตื่นดีเข้าไปในตัวตึกคณะ

          


            ราวกับฟ้ามีตา วินาทีที่เท้าของแบคฮยอนเหยียบพื้นของตึก ฝนก็เทลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว 

 



            "เฮลโหลเพื่อนนี่ ส่งสัญญาณตอบกลับเค้าที"

 

            จงอินโบกมือไหวๆตรงหน้าเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างตัวเขา ซึ่งตอนนี้สายตาของแบคฮยอนช่างเลื่อนลอยไม่มีโฟกัส เงียบไปอยู่นานกว่าสหายตัวเล็กจะส่งเสียงตอบกลับมา


 

            "วันนี้วันที่ 21 ใช่มั้ย" 
            "เออดิ"
            "วันนี้นี่นัดเค้ามาติวใช่มั้ย"
            "เออ โทษทีเว่ย ไม่ได้ตั้งใจจะสายขนาดนี้ คือเค้า .."



            แบคฮยอนไม่ได้ยืนรอฟังข้อแก้ตัวจากคิมจงอิน แต่กลับหลังหันเดินเข้าไปในตัวตึกคณะอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้คนผิวแทนยืนบื้ออยู่พักหนึ่งก่อนจะรีบวิ่งตามไปจับไหล่เพื่อนตัวเล็ก

 

     

            "นี่โกรธเค้าหรอเนี่ย ปกตินี่ไม่ได้ขี้งอนแบบนี้นี่หว่า"
            "เปล่า พอดีก่อนที่นี่จะปลุกเค้า เค้าฝันดีเกินไปหน่อย"

 


            คนตัวเล็กหันมายิ้มแห้งๆให้เพื่อนสนิท จงอินรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนไม่ได้โกรธจริงๆเพราะไม่ได้ใช้น้ำเสียงตัดพ้อแต่อย่างใด เขาปล่อยให้อีกฝ่ายเดินนำไปนั่งลงหลักปักฐานอยู่ที่ต้นเสาต้นหนึ่งแล้วหยิบหนังสือตั้งใหญ่ออกมาวางอย่างดี

            ตั้งแต่คบกันเป็นเพื่อนสนิทมาเกือบครึ่งปี จงอินก็พอจะรู้ว่าแบคฮยอนเป็นประเภทที่ไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้ เขาเองก็ไม่ได้เป็นคนขี้สอดรู้สอดเห็น ปล่อยให้มีพื้นที่ส่วนตัวกันบ้าง ร่างสูงเลยทำได้แค่ไหวไหล่ให้ตัวเองแล้วเดินไปนั่งสมทบด้วยเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

วันพฤหัสที่ 22 พฤษภาคม,
02.17 น.,
ฤดูใบไม้ผลิ, ฟ้าปิด อากาศยังชื้นอยู่เล็กน้อย

 

 

            ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หลังจากฝนเริ่มซาลง สองสหายจึงย้ายถิ่นฐานมาอยู่ร้านฟาสต์ฟู้ดที่เปิด 24 ชั่วโมง จนตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึงตีสองกว่า เป็นเวลาอันสมควรที่จะแยกย้ายกันไปนอนเพื่อตื่นขึ้นมาสอบตอนสิบโมงเช้าของวันพรุ่งนี้ที่แสนสดใสรอเราอยู่

 

            จงอินหาวหวอดใหญ่และบิดขี้เกียจแม้จะนั่งอยู่ เขารู้ว่าการติววิชาประวัติศาสตร์ศิลปะตลอด 7 ชั่วโมงนี้ไม่ได้เข้าหัวเลยสักนิด คงต้องไปตายเอาดาบหน้าเสียแล้ว หวังว่าพระเจ้าจะเข้าใจและช่วยเหลือเขาในวันพรุ่งนี้ด้วย เพราะเขาไม่อยากกินเอฟตั้งแต่ยังไม่จบปีหนึ่ง

 

 

            "ถ้าพรุ่งนี้นี่ไอในห้องสอบ เค้าจะกระทืบซ้ำ"

 

            เหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทของเขากำลังจัดการกับซากเฟรนช์ฟรายด์แสนหนียวและเย็นเฉียบที่เหลืออยู่ในถาด พร้อมดูดโคล่าที่น้ำแข็งละลายจนรสชาติจืดชืดอึกใหญ่แล้วก็อดจะปรามด้วยความเหนื่อยหน่ายใจไม่ได้

 

            ไม่ได้เจียมตัวว่าไม่สบายเลย ทั้งที่หน้ากากอนามัยอยู่ปลายคางและแผ่นลดไข้แปะอยู่คาหน้าผากแท้ๆ

 

            บางทีเขาก็สงสัยว่านี่เขาเป็นเพื่อนหรือเป็นพ่อของแบคฮยอนกันแน่

 

 

            "หูยอย่านะนี่ เค้ากลัว"

 

            ขึ้นชื่อว่าบยอนแบคฮยอน ต้องมาคู่กับความหัวดื้อ คนตัวเล็กตั้งการ์ดหลอกๆใส่เพื่อนตัวใหญ่กว่า พร้อมคำพูดที่ดูออกได้อย่างชัดเจนว่าประชด ก่อนจะขำเย้ยใส่เล็กน้อย เมื่อเห็นจงอินแกล้งยกหมัดทำท่าจะทุบเขา แต่ร่างบางก็ยังคงกินมันฝรั่งทอดน้ำมันเยิ้มต่อไป หาได้ใส่ใจกับความเป็นห่วงจากเพื่อนตัวดำๆอย่างเขาไม่ จงอินเลยได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ

 

            มองไปมองมาก็เหมือนแฟนกัน คงด้วยสรรพนามแสนน่ารักที่ไม่ได้เข้ากับหน้าตาสุดแมนแสนสะท้านของชายฉกรรจ์สองสหายวัยกลัดมัน

 

            บอกเลยว่าให้เป็นแฟนกับบยอนแบคฮยอน ยอมมีเมียเป็นตุ๊กตายาง

 

            นี่เป็นผลข้างเคียงจากบทลงโทษจากคุณนายคิมที่มาเยี่ยมที่หอของเขาตอนกลางเทอม เมื่อพบว่าลูกชายและเพื่อนสนทนาด้วยวาจาหยาบโลนจนหอพักชายแทบจะกลายเป็นสวนสัตว์ จึงได้ออกคำสั่งขั้นเด็ดขาดว่า "ถ้าไม่เลิกพูดคำหยาบ แม่จะเอาสัตว์ที่พวกหนูหลุดออกมาไว้ให้เลี้ยงในห้อง หนึ่งคำต่อหนึ่งตัว"

 

            และคิมจงอินรู้ว่ามารดานั้นเป็นคนพูดจริงทำจริง

 

            ตอนแรกก็เลยเริ่มรณรงค์ไม่พูดคำหยาบประชดคุณนายแม่ด้วยการพูดจ๊ะจ๋าจนตัวเองยังขนลุก พร้อมทั้งมีสรรพนามมุ้งมิ้งชนิดที่สาวน้อยตาหวานในอนิเมะยังอาย อย่าง 'เค้า' และ 'จงอินนี่/แบคฮยอนนี่'

 

            ไปๆมาๆ ก็เริ่มติดปากขึ้นมาจริงๆ เลยย่อให้เหลือแค่ 'นี่' ก็พอ

 

            พอพูดเพราะใส่กันแล้วมันก็ดีไปอีกแบบ เหมือนให้เกียรติซึ่งกันและกันขึ้นมาอีกนิดนึง แต่เวลาคุยโทรศัพท์ พวกผู้หญิงก็มักจะมองเขาด้วยสายตาสยองขวัญ จะจีบสาวทีก็ลำบาก

 

 

            ขณะนั้นเอง จงอินก็ทำท่านึกอะไรบางอย่างขึ้นได้


 

            "เออ ตอนเก็บของให้นี่ เจอตกอยู่ตรงม้าหินอ่อน อย่างกะโบราณวัตถุ ของนี่ป่ะ?"

 

            เพื่อนผิวเข้มหยิบบางอย่างสีดำทรงสี่เหลี่ยมออกมาจากกระเป๋ากางเกงมาวางไว้บนโต๊ะ มันคือโทรศัพท์ที่อายุอานามพอๆ กับพวกเขา ซึ่งตอนนี้ฝาครอบแบตเตอรี่หลุดออกมาจากตัวเครื่อง และหน้าจอก็เป็นรอยร้าวด้วย

 

            แบคฮยอนส่ายหน้าตอบกลับไป แต่เขาจำได้ในทันทีว่าเจ้าของมันคือใคร


 

            “นึกว่าไปกระเทาะมาจากฟอสซิล อ่าว ยิ้มทำไม? เมาโค้กหรอ?”
            "เค้ารู้ ว่าจะเอาไปคืนที่ไหน

 

            จงอินถึงกับงงเมื่อเห็นแบคฮยอนไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าของตัวเองได้อีกต่อไป คิดไปว่าวันนี้เพื่อนของเขาต้องไม่สบายจนหลอนเป็นแน่ ก่อนหน้านี้ซึมอย่างกับหมาไม่ได้กินข้าวเย็น แต่พอเห็นโทรศัพท์สมบัติแห่งชาติกลับอารมณ์ดีอย่างกับหมาเห็นเครื่องบิน

 

            ทั้งหมดทั้งมวลคือจะว่าเพื่อนเป็นหมานั่นเอง

 

 

 


 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม,
09.47 น.,
ฤดูใบไม้ผลิ, ฟ้าโปร่ง ฝนตกปรอยๆ เมฆเป็นริ้วสีขาว

 

 

            แบคฮยอนเริ่มถอดใจ

 


            คนตัวเล็กตั้งใจแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่เช้า ซึ่งไม่ได้ทำแบบนี้มานานหลายปีแล้ว เพื่อมานั่งรอชานยอลที่หน้าตึกคณะวิทยาศาสตร์ หวังจะรอคืนโทรศัพท์ให้เจ้าของด้วยตัวเอง

 

            แต่นี่ก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว แม้จะมีคนเดินผ่านไปมามากมาย แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของคนตัวสูงเลย ยิ่งฝนตกแบบนี้ บรรยากาศก็ช่างน่านอนเหลือเกิน เขาหาวเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ เมื่อคืนก็นอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง นิ้วยาวขยับแผ่นลดไข้บนหน้าผากให้พอดี และกระดกอเมริกาโน่เย็นชืดในมือที่แวะซื้อก่อนมาที่นี่ บนแก้วกระดาษสีขาวล้วนก็มีรูป '' เหมือนทุกครั้งที่ซื้อก่อนหน้านี้

 

            แบคฮยอนไม่ค่อยเข้าใจสภาพดินฟ้าอากาศเท่าไหร่ ตอนที่เพิ่งมาถึง ท้องฟ้าก็ดูแจ่มใสดี ไม่น่าจะมีวี่แววฝนเลย พอฝนเทลงมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง จากตอนแรกที่นั่งรออยู่หน้าตึก จึงต้องระหกระเหินมานั่งใต้ตึกแถวหน้าลิฟท์และบันไดแบบเขินๆ

 

            ทั้งที่เดือนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิแท้ๆ ทำไมฝนถึงได้ตกถี่นัก คงจะเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

 


            อาการหวัดและพิษไข้ก็ยังไม่หายดี แถมยังมีอาการเจ็บคอเพราะเฟรนช์ฟรายด์และโคล่าเมื่อวานพ่วงมาด้วยอีก สภาพไม่น่าจะมาเข้าสอบได้แต่ก็ต้องขุดตัวเองออกมาเพราะไม่อยากโดนไทร์ตั้งแต่ปีแรก ร่างเล็กไอผ่านหน้ากากอนามัยมาตลอดทั้งเช้านี้แบบที่จงอินแช่งเอาไว้เป๊ะ

 

            แต่ด้วยศักดิ์ศรีของบยอนแบคฮยอน ต่อให้คันคอจนตาย ก็จะไม่ยอมไอต่อหน้าเจ้าเพื่อนสนิทหรอก เดี๋ยวจะโดนมันกระทืบเอา

 

            พูดถึงคิมจงอินแล้ว หมอนั่นยอมรับสารภาพว่าเป็นคนแอบเปลี่ยนเพลงในมือถือตอนที่เขาหลับอยู่ให้เป็นเพลงแด๊นซ์เอง เผื่อว่าเขาจะอยากตื่นเพื่อลุกขึ้นมาดีด เมื่อจำเลยยอมรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง จากโดนกระทืบ เหลือแค่โดนฟาดจนอ่วม ทั้งที่เจ้านั่นไม่รู้แม้แต่เหตุผลด้วยซ้ำว่าทำไมเขาต้องโมโหขนาดนั้น กับอีแค่เปลี่ยนเพลง

 


            คิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ริมฝีปากบางก็หลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

            แบคฮยอนหยิบโทรศัพท์คุณปู่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกครั้งเป็นรอบที่หกของเช้าวันนี้ พลิกมันไปมาราวกับพิศวาสนักหนา ไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตว่าการได้เจอโทรศัพท์รุ่นลุงจะทำให้เขามีความสุขได้ถึงขนาดนี้

 

            ปาร์คชานยอลไม่ใช่ความฝัน
            ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริง

 


            ร่างบางเขกหัวตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติให้เลิกเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อย หันมามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเมื่อพบว่าอีกไม่ถึงสิบห้านาทีก็จะถึงเวลาสอบของตัวเองแล้ว ถึงแม้ว่าจะอยากคืนให้เจ้าตัวแค่ไหน แต่การสอบก็ย่อมสำคัญกว่า 
           

            ถ้าให้มารอคืนวันหลังก็คงไม่ได้แล้ว เพราะหลังจากสอบคราวนี้เสร็จ เขาก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กถาปัดที่เผางานหามรุ่งหามค่ำอีกครั้งจนกว่าจะปิดเทอม

 

            แม้จะไม่อยากหยิบมาใช้ แต่สุดท้ายก็ต้องดำเนินตามแผนสำรองที่วางมาอยู่ดี

 

 

 


           "ขอโทษนะครับคุณลุง ไม่ทราบว่าพอจะรู้จักคนที่ชื่อปาร์คชานยอลมั้ยครับ"

 

            แบคฮยอนรีบเดินเข้าไปหาคุณลุงยามที่เขาเห็นเดินวนเวียนตรวจอาคารมาตั้งนานแล้ว เขารู้สึกว่ารำคาญเสียงของตัวเองมากเพราะมันแหบแบบระยะสุดท้าย แต่โชคดีที่ชายวัยกลางคนยังพอฟังออกและตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหน่อๆ ที่ติดมาจากสำเนียงบ้านเกิด 


            "ฮู้ย ลุงจะไปจำชื่อนักศึกษาทั้งคณะได้ยังไง พ่อหนุ่ม"
            "อ่า ถ้าอย่างนั้น เขามีลักษณะประมาณนี้น่ะครับ"

 

            นิ้วเรียวหยิบเศษกระดาษถนอมสายตาพับหลายทบที่ถูกฉีกออกมาจากสมุดของเขาเองออกมาจากกระเป๋าสะพายยื่นให้อีกฝ่าย คุณลุงยามหยิบมันมาก่อนจะคลี่มันออก แต่ดูท่าแล้ว คุณลุงคงจะสายตายาว แขนสั้นๆนั้นยื่นกระดาษออกไปแทบจะสุดมือเพื่อปรับสายตา

 

            เขาเตรียมโน๊ตเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ความจริงตอนแรกเขาก็แค่กะจะทำเล่น แต่ก็หยิบมาเผื่อในกรณีที่เขาจะไม่ได้เจอชานยอลจริงๆ ซึ่งก็ไม่ได้อยากหยิบออกมาใช้เลย ยิ่งคิดอย่างนั้น ยิ่งทำให้ร่างบางอดถอนหายใจด้วยความใจหายไม่ได้

 

            "เอ่อ ลุงครับ คุ้นๆมั้ยครับ"
            "..."
            "พอดีเขาลืมโทรศัพท์มือถือไว้น่ะครับ ผมเลยจะวานฝากคุณลุงคืนให้เขาหน่อย"

 

            เมื่อเห็นคุณลุงยามเงียบหายไปนาน แบคฮยอนจึงเอ่ยทักอีกครั้ง พร้อมหยิบโทรศัพท์ออกมายืนยัน แต่ลุงก็ยังเงียบอยู่ไม่ตอบอะไรเขา ได้แต่จดๆจ้องๆกระดาษใบนั้นอยู่นาน แถมใช้มือลูบคางตัวเองราวกับนักปราชญ์ในหนังจอมยุทธ์ของจีน ยิ่งทำให้คนตัวเล็กร้อนรนเพราะเขากำลังจะสายแล้ว

 

            "ลุงครับ คือพอดีผมต้องรีบไปเข้าห้องสอบน่ะครับ"
            "ตัวสูงๆ ใช่มั้ย"
            "ครับ"
            "ขาโก่งๆ"
            "ครับ"
            "หูกางๆ"
            "แหะ ครับ"

 

            พอพูดออกมาเป็นข้อๆแบบนี้ ทำไมเขาถึงได้นึกไปถึงอาจารย์โยดาในภาพยนตร์เรื่องสตาร์ วอร์สแบบเวอร์ชั่นกลายพันธุ์ทำให้ขายาวขึ้นและโก่งโค้งจนต้องเดินโยกเยกเหมือนตั๊กแตนตำข้าวนะ พอนึกภาพแล้วก็เผลอหลุดขำออกมาจนได้


            "อ๋า จำได้แล้วๆ พ่อหนุ่มคนนั้นนั่นเอง"
            "จำได้ใช่มั้ยครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ"

           

            เมื่อร่างป้อมทำท่านึกออก แบคฮยอนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะก้มหัวให้คนสูงอายุกว่าเพื่อแสดงความเคารพพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้ด้วยสองมือ


            แต่แทนที่จะหยิบเครื่องมือสื่อสารออกไปจากมือเรียว คุณลุงยามกลับชี้นิ้วอ้วนๆของเขาออกไปด้านหลังแทน

 

 

           "คนที่กำลังวิ่งมาโน่นใช่มั้ยพ่อหนุ่ม"

 

 

            ร่างบางเบิกตาโต ก่อนจะค่อยๆหันไปแบบช้าๆ เขาขยับแว่นคุณยายของตัวเองแบบไม่เชื่อสายตาแต่ภาพที่เขาเห็นก็ยังคงเป็นภาพชายหนุ่มตัวสูงที่วิ่งฝ่าฝนเข้ามาในตึกโดยใช้กระเป๋าผ้าสีเขียวใบที่คุ้นตากันฝนแทนร่ม แต่ไม่ได้ช่วยให้ผมสีดำสนิทนั้นพ้นจากน้ำได้ มันจึงเปียกลู่ไปกับใบหน้า

 

            เป็นปาร์คชานยอลคนนั้นจริงแท้แน่นอน

 

            ร่างสูงขยี้หน้าม้าของตัวเองแรงๆหวังให้มันแห้งจนไม่เป็นทรง พร้อมกับชะลอความเร็วลงจากวิ่งเป็นเดินเมื่อเข้ามาที่ร่มแล้ว แต่คำว่า เดิน ของขายาวๆนั่นก็ยังถือว่ามองแทบไม่ทันอยู่ดี ชานยอลเดินผ่านหน้าแบคฮยอนไปอย่างรวดเร็ว ดูไม่ได้ใส่ใจว่าเขายืนอยู่ตรงนี้

 

            และหัวสมองของแบคฮยอนก็ขาวโพลนจนคิดไม่ออกว่าจะเอ่ยทักอย่างไรดี

 


 

            "พ่อหนุ่ม เดี๋ยวก่อน"

 

            ต้องขอบคุณลุงยามที่ยังมีสติร้องเรียกคนตัวสูงเอาไว้ให้ คนที่ถูกเรียกจึงชะงักขายาวๆของตัวเอง แล้วเดินมาทางพวกเขาแทน

 


            "ครับลุง"
            "พ่อหนุ่มคนนี้มารอตั้งแต่เช้าแล้วน่ะ"

            ชานยอลเลื่อนสายตามามองที่เขา "อ้าว คุณนั่นเอง"

 


            ร่างบางรู้สึกแปลกใจ เพราะในช่วงวินาทีที่ปาร์คชานยอลยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มที่แก้มขวา เขาก็ได้กลิ่นไอแดดอ่อนๆผสมกับกลิ่นใบไม้แรกผลิแหวกแทรกผ่านกลิ่นฝนชื้นๆในความเป็นจริง บรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนจากหนาวและชื้นเป็นรู้สึกอบอุ่นและร่มรื่นอย่างบอกไม่ถูก
           

            วินาทีนั้นเอง บยอนแบคฮยอนก็รู้ว่า แม้พายุจะเข้าหรือสภาพอากาศจะย่ำแย่แค่ไหน 

            ตอนนี้เขาได้มีฤดูใบไม้ผลิเป็นของตัวเองแล้ว

 


 

            "มีอะไรหรือเปล่าครับ" ร่างสูงเอ่ยถาม
            "เอ่อ คือผมเอาโทรศัพท์มาคืน คุณทำตกไว้เมื่อวานน่ะครับ"

 

            จากที่ตอนแรกแค่เกลียด ตอนนี้คนตัวเล็กรู้สึกว่าอยากจะถลกเส้นเสียงตัวเองออกมาเหลือเกิน บรรยากาศดีๆต้องเสียหมด เพราะฟาสท์ฟู้ดเมื่อวานแท้ๆ เสียงของเขาตอนนี้เลยทั้งแหบ ขึ้นจมูกและเพี้ยนคีย์จนกู่ไม่กลับ ร่างสูงก็ดูจะตลกเสียงของเขาอยู่เหมือนกัน ถึงได้ลอบขำในลำคอแบบนั้น

 

            "ขอบคุณนะครับ ผมโทรหามันทั้งคืนเลย"
            "ผมพยายามแล้วครับ แต่เปิดมันไม่ติดจริงๆ"
            "คุณต้องมีเทคนิคหน่อยน่ะครับ"

 

            ชานยอลหยิบโทรศัพท์ของตัวเองไปจากมือเขา แล้วกดที่ปุ่มตัดสายแช่ไว้สักพัก หน้าจอร้าวๆนั่นก็มีแสงวาบขึ้นซะอย่างนั้น แบคฮยอนเห็นแล้วแทบทรุด เมื่อคืนเกือบไม่ได้นอนเพราะพยายามเปิดเจ้าแก่นี่แหละ

 

            "ดีแล้วครับที่เปิดติด แต่ผมก็ยังจะแนะนำให้คุณซื้อใหม่นะครับ"
            "ฮ่าๆ ไม่ละกันครับ ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

            ถ้ายังไง ผมไปก่อนนะครับ จะไปสอบสายแล้ว

 

            เมื่อถึงเวลาที่ต้องบอกลากัน ร่างเล็กค่อยๆ เดินถอยหลังออกไปช้าๆ อย่างอ้อยอิ่งเพราะไม่อยากจาก แม้จะรีบแค่ไหน ก็อยากจะคุยกันให้ถึงวินาทีสุดท้าย เพราะไม่รู้จะได้คุยแบบนี้อีกหรือเปล่า

 

            “โอเคครับ เอาไว้มีโอกาสเหมาะๆ ผมจะตอบแทนคุณเป็นข้าวสักมื้อก็แล้วกัน"
            "ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่รบกวนดีกว่า" แบคฮยอนโบกมือปัดเป็นมารยาท
            "ขอบคุณอีกครั้งนะครับ อย่าโดนฝนล่ะ"
            "ครับ?"
            "เสียงคุณแย่แล้วครับ ดูแลตัวเองหน่อย"

 

            ไม่แน่ใจว่าตัวเองง่วงจนเบลอเลยหูเพี้ยนหรือว่าอย่างไร แต่เขาได้ยินคนที่ตัวสูงกว่ากำลังบอกให้เขารักษาตัวเองให้ดี ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองเลยว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงน่ะ


            "อ๋อครับ ผมพกร่มมาแล้ว" ร่างเล็กคุ้ยร่มในเป้ออกมาโชว์
            "ดีมาก โชคดีนะครับ หายไวๆ"

 

            ชานยอลยิ้มแบบที่เขาได้กลิ่นไอแดดอีกครั้ง เขาก็ยิ้มกลับไปแต่หน้ากากอนามัยคงปิดไว้หมด อีกคนคงได้เห็นแต่ตาตี่ๆของเขาที่ยิ่งรีเล็กลง สุดท้ายเขาก็ต้องกลับหลังหันเดินออกไปพร้อมกางร่มออก แล้วรีบวิ่งออกไปแบบสุดแรงเกิดที่มีเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเสียเวลาไปมากแล้ว

 

 

 

            นักศึกษาคณะวิทย์มองร่างบางวิ่งเตาะแตะไปพร้อมกับร่มสีใสจนลับสายตา แล้วก็เพิ่งรู้สึกตัวว่ายิ้มมาตลอดหลายนาทีที่เจอกับคนตัวเล็กเมื่อตอนเขาหุบยิ้มลง เพราะอะดรีนาลีนในตอนแรกเริ่มพุ่งพล่านอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีสอบในอีกไม่กี่นาทีนี้เช่นเดียวกัน

 

            "เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม" ลุงยามทัก
            "อะไรอีกหรอครับลุง"
            "พ่อหนุ่มน่าจะเก็บไว้นะ ลุงว่ามันน่ารักดี"

 

            ร่างป้อมยื่นกระดาษถนอมสายตาที่ถูกพับหลายทบมาให้เขา ชานยอลรีบหยิบมาก่อนจะเอ่ยขอบคุณแบบขอไปที แล้วออกวิ่งด้วยขายาวๆอีกครั้งเมื่อเห็นว่าลิฟท์เปิดค้างอยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้วิ่งขึ้นบันไดกันจนหอบเพราะห้องสอบอยู่ตั้งชั้นแปด

 


 

            ภายในลิฟท์มีกันหลายคนทีเดียว แต่ความเบียดก็ไม่สามารถเอาชนะความสงสัยได้ มือหนาพยายามคลี่กระดาษที่เพิ่งได้รับมาออกด้วยความอยากรู้

 

            บนกระดาษถูกขีดเขียนด้วยดินสอไส้สีเข้มไว้จนทั่วแผ่น มีทั้งถูกเขียนด้วยลายมือผอมๆ และถูกวาดเป็นรูปผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งชานยอลแทบจะรู้ได้ในทันทีว่านั่นคือรูปของตัวเขาเอง

 

 

ปาร์คชานยอล (22)
เกิด 27.11.1992
ปีสาม คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การเกษตร

 

 

            ประวัติของเขาถูกเขียนไว้ข้างๆ รูปเต็มตัวในเสื้อผ้าชุดที่ใส่เมื่อวาน เสื้อคอกลมสีขาวตัวเก่งและกางเกงสามส่วนสีเขียวขี้ม้า เดาว่าคนวาดคงแอบมองข้อมูลพวกนี้ตอนที่เขาเขียนไว้ที่หน้าแรกของสมุดที่เขาเพิ่งซื้อมาแน่

 

            เฉียงมาทางด้านล่างฝั่งขวา มีรูปหน้าตรงด้วย ค่อนข้างดูดีกว่าตัวจริงมากทีเดียว ชานยอลคิดอย่างนั้น พร้อมกับเขียนกำกับไว้เล็กๆว่า

 

 

หูกางๆ ㅋㅋ

 

 

            ถัดมาข้างล่าง มีรูปขาจากมุมมองด้านหลัง ซึ่งจะบอกว่าเป็นขาก็คงจะแปลกๆ เรียกว่าอุโมงค์จะเหมือนกว่า

 

 

ขาก็โก่ง ㅋㅋㅋㅋ ขอโทษครับ

 

 

            นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ เช่น รูปกระเป๋าใบโปรดของเขา หรือยี่ห้อนาฬิกาข้อมือ หรือลายสกรีนบนเสื้อ เป็นรายละเอียดที่คนส่วนมากก็คงไม่ได้สังเกต นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกประทับใจคนตัวเล็กเข้าไปใหญ่ แถมยังมีประโยคโน้ตพร้อมรูปโทรศัพท์สีดำเครื่องเล็กของเขาเล็กๆมาให้อีกว่า

 

 

อันนี้ฝากถึงปาร์คชานยอลครับ :

อย่าทำโทรศัพท์ตกอีกนะครับ ถ้าเป็นคนอื่นมาเจอเขาจะเอาไปให้พิพิธภัณฑ์ ㅋㅋㅋㅋ

 

 

            พออ่านมาถึงประโยคนี้ ร่างสูงก็หลุดขำเบาๆ กล้าดียังไงมาล้อเรื่องโทรศัพท์ของเขานะ ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมาจากไหนเลย เรื่องขาก็อีก มันค่อนข้างโก่งอยู่พอสมควรอันนี้ก็ยอมรับ แต่เล่นวาดแบบนี้ บอกคนอื่นใครเขาจะเชื่อว่าเป็นมนุษย์

 

            แต่แทนที่ปกติจะต้องรู้สึกโมโห ชานยอลกลับรู้สึกอยากจะกลับออกไปเรียกคนตัวเล็กที่เพิ่งเจอกันมาดีดหน้าผากสักทีสองทีด้วยความหมั่นเขี้ยวมากกว่า

 

 

            มุมล่างซ้ายสุดเห็นลายมือเดียวกันที่พยายามเขียนให้ตัวเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สายตาของเขาก็ยังเหลือบไปเห็นประโยคภาษาอังกฤษที่เจ้าของกระดาษเขียนมาอยู่ดี

 

 

You got that James Dean daydream look in your eyes.

 

 

            สงสัยว่าตัวเขาจะยิ้มมากเกินไป เพราะเมื่อเหลือบไปมองสาวน้อยที่ตัวสูงเท่าไหล่ซึ่งยืนอยู่ด้านซ้ายของเขา เธอกลับเงยหน้ามามองด้วยสายตาหวาดๆ แต่ช่วยไม่ได้ ชานยอลพยายามแล้ว แต่ตอนนี้เขาหุบยิ้มตัวเองไม่ได้จริงๆ

 

            นี่เขาเรียกว่าเอาเปรียบกันแท้ๆ คนวาดนั้นรู้เรื่องของเขาเสียหมด แต่ชานยอลกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #717 boonsitamook (@boonsitamook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:25
    น่ารักอ่า
    #717
    0
  2. #715 CHeekyZ (@kittiya_yeolly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:51
    น่ารักมากๆเลยอ่าา>< เเต่ขัดๆตรงชื่อสาขาที่เรียน55555
    #715
    0
  3. #665 P.kiml (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 19:13
    หูยยยยย ยอมแล้วค่ะปาร์คชานยอลลลล
    #665
    0
  4. #579 cblyx (@tenly0627) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 18:57
    ฮือน่ารักอะ
    #579
    0
  5. #479 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 22:48
    แง๊ ละมุนนน
    #479
    0
  6. #463 Title Thanatporn (@titlethanatporn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 08:49
    อ่านไปเขินไป นั่งบิดเลยยยยย
    #463
    0
  7. #459 Lovely_Luhan (@mindsa123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 23:50
    ฮืออออออ
    ความละมุนนี้ โอ้ย เขินๆๆๆๆ ;___;
    แอบฮาตรงไคแบคที่แต่ก่อนพูดหยาบใส่กัน แต่ก็โดนขุ่นแม่ขู่ไว้ เลยต้องเปลี่ยนสรรพนามซะเลย มุ้งมิ้งสุดๆ 55555555
    #459
    0
  8. #425 babylion◡̈⃝ (@fsqminb2b) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 21:53
    โอ้ยน่าร้ากกกกก
    #425
    0
  9. #367 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 15:22
    น่ารักมากอ่ะเเทนตัวเองว่านี่ ฮาาา ชอบที่แบคฮยอนจำรายละเอียดเล็กน้อยของชานยอลได้ แกจะดูเป็นสต็อกเกอร์นะแบค 5555555
    #367
    0
  10. #337 aairch_ (@airxoxo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 22:06
    ชอบบบบบอบอุ่นมากกกกก รู้สึกถึงไอแดดจากตัวละครในเรื่อง แบคน่ารักมากเลยอะ ยิ่งตอนนั่งร่างข้อมูลของชานยอลในกระดาษเนี่ยโครตน่ารักเลย ยิ้มกว้างมาก อบอุ่นใจ
    #337
    0
  11. #322 La mela (@la-mela) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 11:44
    เราก็ยิ้มตามไปพร้อมกับชานยอล ><
    #322
    0
  12. #304 cn20024 (@cn20024) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:17
    ทำไมมันดีย์ต่อหัวใจย์ขนาดนี้้้้ ฮื่ออออ
    #304
    0
  13. #265 Shotaconn. (@parfait19) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:15
    น่าร้ากก
    #265
    0
  14. #219 WANBABE (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 18:37
    ชานยอลรีบเข้าไปทำความรู้จักกับแบคเร็วว
    #219
    0
  15. #177 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 19:28
    โอ้ยยยยยยยน่ารักอ่ะ แบคช่างเป็นคนที่ช่างสังเกตมาก แต่เล่นเขียนไม่เกรงใจเลยนะ55555
    #177
    0
  16. #137 งือ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 16:21
    ฮืออออ น่ารัก

    ถือว่าเป็นฟิคที่น่าอ่านนะ

    อยากให้หลายๆคนที่อ่านฟิคมากอ่านฟิคเรื่องนี้แบบเรา
    #137
    0
  17. #131 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 11:31
    ชานยอลเหมือนแสงแดดเราก็คิดแบบนั้นนะ
    #131
    0
  18. #97 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 12:27
    จงอินกะแบคใช้สรรพนามเรียกชื่อกันได้มุ้งมิ้งมากๆ 5555
    #97
    0
  19. #61 Cocoa Rabbit (@tirran) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 01:52
    จงอินนี่ กับ แบคฮยอนนี่ น่ารักมากกก
    555555
    ชอบอ่ะ เรียกกันแบบนี้ดีกว่าใช้คำหยาบคายตั้งเยอะ
    บอกเลย ฟิคบางเรื่อง เนื้อเรื่องมาจะดีละ แต่พออ่านภาษาเท่านั้นแหละ อะไรจะหยาบกันขนาดนั้น มันทำให้ฟิคดูกากไปเลยอ่ะ ?
    ว่าแต่สงสัยจัง แบคเรียนปี 1 ? อายุ 22 ? หรอ หรือยังไง
    #61
    0
  20. #40 yc.park (@aieyeaye) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 11:43
    จำได้ทุกอย่างเลย
    เจอกันแปปเดียวเองนะ
    น่ารักอีกแล้วววว
    #40
    0
  21. #39 kaopiui (@kaopiui) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 11:19
    น่ารักกกกกกกกกก ภาษาดีมากๆเลย ?????????
    #39
    0
  22. #25 t-t-thn (@thn-56) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 15:30
    แบคน่ารักมากกกกกก ชอบบบบบบบบบบ
    แต่อายุเยอะกันจัง ปีสามนี่น่าจะประมาณ20-21รึป่าว เราเทียบจากตัวเราเองนะ555555555
    #25
    0
  23. #21 ♡bbh♡ (@xoxo_b) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 15:10
    โอยน่ารักกกกก แบคเป็นคนจดจำรายละเอียดได้เก่งจริงๆเลย~ แค่อ่านก็ยิ้มตามเหมือนเป็นชานยอลแล้วววว
    #21
    0
  24. #5 jellyxz (@jellika) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 15:45
    น่ารักกกกกกกมากกกกกกกกกกกก ฮืออออออ
    #5
    0
  25. #4 :b_♡ (@bambily) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 11:29
    โอ้ยน่ารักมากกกก
    #4
    0