(exo) spring day, you – chanbaek

ตอนที่ 25 : Chapter 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 เม.ย. 59

 

 


 

Chapter 21

 

            

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน,

18.02 น.,

ฤดูร้อน, แค่อุณหภูมิเกือบสามสิบองศาเซลเซียสยังรู้สึกเหมือนไอศกรีมที่กำลังละลาย  

 

 

            ถึงแม้ว่าจะสวมชุดทางการอย่างเสื้อคอเต่าสีขาวทับด้วยเชิร์ตลายทางและกางเกงสแลคที่แสนดูดีแล้วก็ตาม แต่แบคฮยอนก็ไม่วายลงไปนอนแน่นิ่งบนโซฟาราวกับผักเปื่อยดูโทรทัศน์เพื่อฆ่าเวลา เขาเหลือบตาขึ้นมองนาฬิกาติดผนังเป็นรอบที่เก้า แต่คนที่เฝ้ารออยู่ก็ยังไม่มาสักที

 

            เพราะคนตัวเล็กบอกว่าที่พักของแม่และโจนั้นเป็นถึงโรงแรมระดับห้าดาว เพราะฉะนั้นต้องแต่งตัวให้ดูดีสมกับเกรดของโรงแรมหน่อย ชานยอลเลยขออนุญาตไปทวงชุดที่ดูดีที่สุดของเขามาจากเซฮุนก่อน หลังจากที่โดนรุ่นน้องขอยืมไปใส่แล้วยึดลืม

 

            ดวงตาเรียวค่อยๆปรือลง เพราะเมื่อคืนเขารีบปั่นการบ้านให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องมารีบเร่งทำในวันที่ควรจะได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่แบบนี้ ซึ่งกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็แทบไม่ได้นอน แบคฮยอนเลยขออนุญาตตัวเองพักสายตาสักสองสามนาที แต่ว่ายังไม่ทันจะหลับตาลงสนิทดี เสียงเคาะประตูสามครั้งก็ดังขึ้น

 

            มาแล้วครับ

 

            แบคฮยอนขานรับเหมือนอย่างเคยพร้อมกับรีบกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาเพราะรู้ดีว่าใครมา ก็มีอยู่คนเดียวที่ยังไม่ยอมใช้กริ่งหน้าประตูสักที ทรงผมที่ก่อนหน้านี้ร่างเล็กได้เซ็ตเอาไว้อย่างดีกลับกลายไปอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงเหมือนเดิมไม่ต่างจากตอนตื่นนอนใหม่ๆ

 

            "ทำไมไม่ยอมใช้ออดสั..."

 

            ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงของแบคฮยอนก็หายไปกลางคันราวกับโดนหลุมดำดูดกลืนมันลงไป เมื่อเปิดประตูออกมาพบกับคนตัวสูงที่เขากำลังรออยู่อย่างที่คิดไว้ แต่ภาพที่ได้เห็นนั้นออกจะเหนือความคาดหมายไปมากทีเดียว

            แค่อีกคนยอมใส่เสื้อเชิร์ตกางเกงยีนส์ แบคฮยอนก็พอใจแล้ว แต่ชานยอลกลับอยู่ในสูทสีดำสนิทตัวสวยและน่าจะมีราคา ข้างในเป็นเสื้อเชิร์ตสีขาวธรรมดาและผูกเน็กไทสีดำเรียบๆ แต่ที่สำคัญเลยคือร่างสูงเซ็ตผมขึ้นเปิดหน้าผากแบบที่เคยบอกกับพี่ยูราว่ามันเหนียว และสาบานได้เลยว่ามันออกมาดูดีกว่าที่เขาคิดไว้หลายร้อยเท่า

 

            แบคฮยอนก็อธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ไม่ถูกเช่นกัน มันตกใจเหมือนตอนผีโผล่ออกมาในหนังสยองขวัญแต่กรีดร้องไม่ออก ในหัวของเขาฉายภาพระเบิดปรมาณูลูกใหญ่ถูกโยนลงมาจากเครื่องบินแล้วตกลงบนหัวใจเขา ก่อนจะกลายเป็นควันรูปดอกเห็ดขนาดมหึมาที่สูงเสียดฟ้าเหมือนกับที่เห็นในสารคดีสงครามโลก

            ก็เพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของคำว่า ใจพังก็วันนี้นี่แหละ

 

            “พูดอะไรหน่อยสิครับ คุณทำแบบนี้ผมก็เขินแย่

 

            ร่างสูงยิ้มอย่างขลาดอายพร้อมกับจับท้ายทอยอย่างติดนิสัย เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยืนตาค้างตัวแข็งทื่อเป็นหินไปแล้ว แบคฮยอนที่เพิ่งหาเสียงและสติของตัวเองเจอพูดอย่างเลื่อนลอยเพราะหัวสมองยังรู้สึกว่างเปล่า

 

            "คุณเป็นใครครับ?"
            "แค่นี้จำกันไม่ได้เลยหรอครับ"

 

            คนตัวสูงยิ่งยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่เสียจนตาคู่กลมโตนั้นกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยความเขินจากคำชมทางอ้อม นั่นยิ่งทำให้แบคฮยอนรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังทำงานหนักเกินไป

 

            "หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้เลยนะครับ"

 

            ร่างเล็กเอามือเรียวบังดวงตาตัวเองเหมือนกับที่เวลาคนเราออกไปข้างนอกแล้วเจอแสงแดดแยงตา คนตัวสูงก็พยายามจะกลั้นยิ้มตามที่อีกคนบอก แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ความพยายามของชานยอลไม่เป็นผล ทำให้ฟันทั้งสามสิบสองซี่ของเขาออกมาปรากฏโฉม

 

            แบคฮยอนเองก็ไม่เคยคิดว่าปาร์คชานยอลดูดีมาก่อน อันที่จริง ในความคิดของเขา เครื่องหน้าของคนตัวสูงดูจะมากเกินไปหมด ซึ่งตรงข้ามกับเขาที่ดูน้อยและดูจืดชืดไปเสียทุกอย่าง

 

            แต่ตอนนี้ เขากำลังคิดว่า พระเจ้าต้องเป็นศิลปินชั้นเอกแน่ๆ ถึงได้สรรสร้างผลงานออกมาได้งดงามขนาดนี้

 

            มันทำให้คนตัวเล็กนึกถึงประโยคหนึ่งที่เคยเห็นผ่านตา ซึ่งจำได้ว่ามาจากนิยายเรื่อง ‘Eleanor & Park’ ของคุณ Rainbow Rowell

 

            “She looked like art, and art wasn't supposed to look nice; it was supposed to make you feel something.

            เธอดูเหมือนงานศิลปะ และงานศิลปะไม่จำเป็นต้องดูดี มันต้องทำให้คุณรู้สึกอะไรบางอย่าง





วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน,

19.37 น.,

ฤดูร้อน, เย็นและหอมสะอาดสมกับเป็นโรงแรมชั้นนำของเกาหลีใต้ 

 

 

            ตื่นเต้นมั้ยครับ?

            “ถ้าบอกว่าไม่ ก็คงจะโกหกนะครับ

 

            ชานยอลส่งยิ้มน้อยให้กับคนถามระหว่างเดินไปยังร้านอาหารของโรงแรม ก่อนจะคว้ามือซ้ายของแบคฮยอนมากอบกุมไว้ โดยไม่ลืมที่จะสัมผัสไฝเม็ดน้อยที่เขาโปรดปรานตรงนิ้วโป้งของอีกคนอย่างแผ่วเบา ไม่รู้ว่าเพื่อสงบความตื่นเต้นของตัวเองหรือต้องการปลอบใจอีกคนที่เขารู้ว่าตื่นเต้นไม่แพ้กันกันแน่ เพราะคนตัวเล็กไม่ได้เจอครอบครัวของตัวเองมาหลายปีแล้วเช่นกัน

 

            “Brooklyn!” (บรู๊คลิน!)

 

            เด็กชายตัวน้อยตะโกนเสียงดังพร้อมกับรีบวิ่งกูลีกูจอเข้ามาหาพวกเขาก่อนจะเข้าชาร์จตัวแบคฮยอนทันที นี่คงจะเป็น เจสเปอร์ บราวน์ฝาแฝดผู้น้อง เพราะจากที่ชานยอลดูแล้ว ใบหน้านั้นถอดแบบของพี่ชายออกมาเป๊ะสมคำร่ำลือ คนตัวเล็กพลางอุ้มน้องชายขึ้นมาก่อนจะกอดฟัดด้วยความหมั่นเขี้ยวและรักใคร่ ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าเคยเจอหน้าเพียงแค่ตอนแรกเกิดก็ตาม

 

            “Look who’s here! Our big brother.” (ดูซิใครมา! พี่ใหญ่ของเรา)

 

            ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทายพวกเขาด้วยสำเนียงบริติชจ๋าโดยที่ซ่อนความตื่นเต้นในน้ำเสียงเอาไว้ไม่อยู่ เขาตัวสูงกว่าชานยอลเล็กน้อยและดูผอมกว่ามาตรฐานชายยุโรป แต่ถึงอย่างนั้นบุคลิกท่าทางของเขาก็ดูดีมากสมกับเป็นผู้บริหารตำแหน่งระดับสูง ใบหน้าของเขาเข้มงวดแต่ก็ดูใจดีในเวลาเดียวกัน

 

            แบคฮยอนที่จัดการวางเจสเปอร์ลงแล้วเข้าไปโผกอดพ่อเลี้ยงของเขาอย่างเต็มแรงราวกับกำลังร้องขอความรัก ก่อนที่ชายจากฝั่งตะวันตกจะกระซิบกับคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึก

 

            “We miss you so much, Brook.” (พวกเราคิดถึงลูกมากนะ บรู๊ค)

            “Me too.” (ผมก็เหมือนกันครับ)

 

            สำหรับคนตัวสูง มันเป็นภาพที่น่าประทับใจ เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยได้เห็นแบคฮยอนในโหมดเด็กน้อยเหมือนกัน มองดูในแววตาของอีกคนทำให้เขารู้ว่าการได้เจอครอบครัวที่รักนั้นมีความหมายสำหรับคนตัวเล็กมากจริงๆ

 

            “So, …” พ่อเลี้ยงผละออกจากแบคฮยอนพร้อมแกล้งลากเสียง “Who’s this?”

            “This is Chanyeol.” (นี่ชานยอลครับ) ร่างเล็กแนะนำ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าโจรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม

            “Hi Charles.” (สวัสดี ชาร์ลส์)

 

            โจว่าพร้อมกับยื่นมือมาให้จับทักทาย ซึ่งชานยอลก็จับมันพร้อมกับเขย่าเบาๆตามธรรมเนียม ในขณะที่เขาก็ไม่ลืมก้มหัวทำความเคารพตามแบบของเกาหลีอย่างมีมารยาท

 

            “Nice to meet you, Mr. Brown” (ยินดีที่ได้พบครับ คุณบราวน์)

            “Jo, please” (เรียกแค่โจเถอะนะ)

            “Could you please stop naming other Koreans?” (ช่วยเลิกตั้งชื่อให้กับชาวเกาหลีคนอื่นสักทีได้มั้ยครับ?) แบคฮยอนแอบกระซิบว่าพ่อเลี้ยง

            “Why? Your names are too difficult to pronounce.” (ทำไมล่ะ? ชื่อของพวกนายมันออกเสียงยากนี่) โจยักไหล่ “How about D.?” (แล้วดี.ล่ะ?)

            “As busy as a medical student.” (ก็ยุ่งเหมือนกับนักศึกษาแพทย์ครับ)

            “Oh, I see.” (โอ้ เข้าใจล่ะ)

 

            ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกตัวว่า ด้านล่างนั้นมีความวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อเจสเปอร์เริ่มเข้าไปวอแวกับฝาแฝดผู้พี่ที่เข้ามาร่วมวงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มที่สวมชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องหลบอยู่ด้านหลังขายาวของคุณพ่ออย่างเขินอาย

 

            “Chel. It’s your Brook. Can’t you remember?” (เชล นี่บรู๊คของลูกไง จำไม่ได้หรอ?)

 

            ถึงแม้ตอนวีดีโอคอลกันเธอจะคุยจ้อไม่แพ้น้องชายฝาแฝด แต่ตอนนี้เชลซีโผล่แค่ดวงตาออกมามองเล็กน้อยราวกับกำลังเผชิญกับคนแปลกหน้า แถมยังให้ความสนใจกับคนตัวสูงที่ไม่คุ้นหน้ามาก่อนอย่างชานยอลมากกว่าพี่ชายของตัวเองเสียอีก

 

            “Come on. Summer is waiting for you guys.” (มาเถอะ ซัมเมอร์กำลังรอพวกลูกอยู่)

           

            คุณบราวน์ว่าก่อนจะเดินนำหน้าพวกเขาไปที่โต๊ะ ซึ่งชานยอลไม่รู้ว่า ซัมเมอร์ที่โจหมายถึงจะเป็นซัมเมอร์ ฟินน์ หรือเปล่า หรือแค่หนังเรื่องโปรดของแบคฮยอนตามหลอกหลอนเขามากเกินไป

 

            แล้วคนตัวสูงก็พบว่าคนที่นั่งรอพวกเขาอยู่ไม่ใช่นางเอกภาพยนตร์อย่างที่เขาคิด ชานยอลเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคนตัวเล็กเคยบอกครั้งหนึ่งว่ามารดาของเขาชื่อ แบคยอรึมซึ่งแปลได้ตรงตัวว่าฤดูร้อน เธอเป็นหญิงตัวเล็กที่มีเค้าโครงหน้าแบบเกาหลีแท้และยังดูเด็กมากจนไม่อยากเชื่อว่าจะมีลูกชายวัยยี่สิบต้นๆ

 

            ตอนนั้นเอง ที่ชานยอลรู้สึกได้ในทันทีว่า แบคฮยอนนั้นเหมือนกับแม่ของเขามาก

            ไม่ใช่ในแง่ของหน้าตา แต่เป็นความรู้สึก


            ในวินาทีที่คนตัวสูงมองไปที่เธอ และคุณแม่ของร่างเล็กก็ส่งยิ้มกลับมา มันไม่ได้ทำให้เขานึกถึงฤดูร้อน

            แต่กลับทำให้นึกถึงวันฝนตก

 

 

 


 

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน,

22.07 น.,

ฤดูร้อน, ฤทธิ์ของไวน์ขาวทำให้รู้สึกถึงความอุ่นในกระแสเลือด

 

 

            “May I borrow  your Charles for a seconds?” (ขอยืมตัวชาร์ลส์ของลูกสักแป๊บนึงได้มั้ย?)

 

            หลังจากที่ทานอาหารค่ำพร้อมกับสนทนาเรื่องสัพเพเหระอย่างชีวิตมหาลัย ครอบครัวของชานยอล หรือแม้แต่การแสดงบนเวทีครั้งแรกของฝาแฝด และส่งทั้งเจสเปอร์และเชลซีเข้านอนบนห้องพักเรียบร้อยแล้ว คงต้องถึงเวลาบอกลา

 

            “Don’t be too hard on him.” (อย่ารุนแรงกับเขามากนะครับ)

            “Don’t worry. Just a men’s talk.” (ไม่ต้องห่วง แค่ลูกผู้ชายคุยกัน)

 

            โจบอกพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่ลูกเลี้ยง ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้ชานยอลออกไปที่นอกระเบียงร้านด้วยกัน ถึงพ่อเลี้ยงของเขาดูจะพึงพอใจกับคนตัวสูงพอสมควร ดูได้จากการหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งตอนที่คุยกันบนโต๊ะอาหาร แต่แบคฮยอนก็ยังรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อทั้งคู่เดินออกไปจนลับสายตา

 

            ลูกเปลี่ยนไปเยอะนะ จากครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน รู้ตัวมั้ย?”

 

            คนตัวเล็กเผลอสะดุ้งเพราะลืมไปว่าแม่ของเขาก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ในบทสนทนาที่ผ่านมาหลายชั่วโมง ทั้งหมดที่เธอทำก็แค่ยิ้ม ทานอาหารและดูแลฝาแฝดไม่ให้ทำเลอะเทอะ แม่แทบจะพูดออกมานับคำได้เลย

 

            “ครับ ผมก็คิดอย่างนั้นลูกชายตอบเสียงเบา

            แม่หวังว่ามันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีนะ

            แบคฮยอนยิ้มบางแทนคำตอบ ก่อนจะปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทนที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติระหว่างพวกเขา ร่างเล็กกับแม่คุยกันน้อยแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่แน่ใจว่าตอนที่ยังพูดไม่ได้ แม่ปฏิบัติกับเขาอย่างไร แต่มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แบคฮยอนจำความได้ เผลอๆ เขาอาจจะสนิทกับโจหรือเจสเปอร์หรือเชลซีมากกว่าแม่เสียอีก

 

            หลังจากพ่อออกไปจากชีวิตพวกเขา แม่ยิ่งแทบไม่คุยกับเขามากกว่าเดิม และแบคฮยอนรู้ดีว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพอมองมาที่เขา มันทำให้แม่นึกถึงพ่อ ทำให้ความทรงจำที่มีกับพ่อไหลย้อนกลับมา แม่เลยพยายามจะหลีกเลี่ยง

 

            คนตัวเล็กแอบเหลือบมองไปที่ข้อมือซ้ายของแม่ที่สวมนาฬิกาหน้าปัดฝังเพชรราคาหลายล้านวอน ก่อนจะกลับมามองข้อมือซ้ายของตัวเองที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อเชิร์ต อีกเหตุผลอาจเป็นเพราะแบคฮยอนมีอะไรเหมือนกับแม่มากเกินไป อย่างที่หลักการทางวิทยาศาสตร์ว่าเอาไว้ว่า แม่เหล็กขั้วเดียวกันจะไม่ดึงดูดกัน

 

 

 

 


            “Cigarette?” (บุหรี่มั้ย?)

           

            คุณบราวน์หยิบยื่นยาสูบยี่ห้อที่ขึ้นชื่อเรื่องราคาแพงมาให้ชานยอล แต่คนตัวสูงส่ายหน้าปฏิเสธ โจจึงนำมันไปคาบเอาไว้เองและจุดมันด้วยไฟแช็กให้เผาไหม้ ก่อนจะสูบมันเข้าไปและพ่นควันสีเทากลุ่มใหญ่ออกมา พ่อเลี้ยงของแบคฮยอนใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการเรียบเรียงคำพูด ก่อนจะเริ่มเข้าประเด็น

 

            “This is the first time that I would speak out as Brook’s dad. So, It's kinda nervous.” (นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะพูดในฐานะพ่อของบรู๊ค มันก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ)

            “...

            “Brook isn’t just my step-child. I always see him as my real son, a part of my family.” (บรู๊คไม่ใช่แค่ลูกเลี้ยงของผม ผมมองเขาเป็นลูกชายแท้ๆของผมเสมอ เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว)

 

            โจพูดพร้อมถอนหายใจเบา เขาเล่าให้ฟังในวงสนทนาเมื่อสักครู่ว่าเคยชักชวนให้แบคฮยอนไปอยู่ด้วยกันที่อเมริกาหลายครั้ง และอีกหลายอย่างที่พยายามจะหยิบยื่นให้ในฐานะพ่อ แต่ลูกชายก็มักจะหลีกเลี่ยงและปฏิเสธเสมอ ถึงแม้จะพูดในเชิงน้อยใจเล่นๆ แต่ชานยอลก็แอบรู้สึกได้ว่ามีความรู้สึกผิดหวังปะปนมาในน้ำเสียงของคนที่เป็นพ่อเลี้ยง

 

            “I’m glad seeing Brook open his heart fot you, but It’s also sad at the same time because I never be a good dad for him yet.” (ผมดีใจที่เห็นบรู๊คเปิดใจให้คุณ แต่มันก็ใจหายเหมือนกันเพราะผมยังไม่ทันจะได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีให้กับเขาเลย)

            “You always be.” (คุณเป็นพ่อที่ดีเสมอมาครับ)

            “Thanks” (ขอบใจ) โจยิ้ม “You’re a good boy. I can trust you, right?” (นายเป็นเด็กดี ฉันเชื่อใจนายได้ใช่มั้ย?)

            “I will never let you down.” (ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจครับ)

            "There are so many things that you don't know about him yet." (มีอีกหลายอย่างที่นายยังไม่รู้จากเขา) โจยิ้มบางพร้อมถอนหายใจ 

            “…”

            “He always care every single person that came into his life. But many people never see the worth of it and just left him behind." (เขาแคร์ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเสมอ แต่หลายคนก็ไม่ได้เห็นคุณค่าของมันและก็แค่ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง)

            “…”

            “And even though Brook might looks so strong but he's so, so fragile." (และถึงแม้ว่าเขาจะดูแข็งแกร่ง แต่ที่จริงแล้ว เขาน่ะเปราะบาง เปราะบางมากเหลือเกิน)

            “..."  

            "So, please protect my little boy. Don't give up on him. I'm begging you.” (เพราะฉะนั้น ได้โปรดปกป้องเด็กน้อยของผมด้วย อย่ายอมแพ้ในตัวเขา ผมขอร้อง)


            โจจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา และมันเป็นอีกครั้งที่ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่เอาไว้บนบ่า แต่สำหรับเขา หน้าที่นี้เป็นสิ่งที่เขาเต็มใจจะทำในทุกวินาทีของชีวิต และอย่างน้อย มันก็ทำให้เขารู้ว่า ยังมีคนอีกมากมายที่ยังรักและพร้อมจะอยู่เคียงข้างแบคฮยอนเสมอ คนตัวสูงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นออกมาจากหัวใจ


            “I promise.” (ผมสัญญาครับ)

 

 

 


วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน,

23.19 น.,

ฤดูร้อน, เครื่องปรับอากาศของซูบารุสีขาวยังคงประสิทธิภาพการทำงานของมันอย่างดี

 


            “แบคฮยอน ถึงแล้วนะครับ

 

            หลังจากที่ดับเครื่องรถเรียบร้อยแล้ว ชานยอลก็ทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกให้คนตัวเล็กที่ของีบหลับในรถหลังจากอดทนฝืนไม่นอนมาตั้งแต่เมื่อคืน คนตัวสูงจัดแจงเอาเสื้อสูทที่แบคฮยอนขอไปคลุมปิดหน้าออกเพื่อให้อีกคนหายใจสะดวกขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปล่อยมือขวาที่จับมือเรียวของคนที่หลับอยู่

 

            แบคฮยอนครับ ขึ้นไปนอนบนห้องดีกว่า อาบน้ำก่อนจะได้สบายตัวนะครับ

 

            เหมือนอีกคนจะไม่ได้รับรู้ถึงคำพูดของเขาเลยสักนิด เจ้าของชื่อยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกมาจากห้วงนิทราได้ง่ายๆ ชานยอลถอนหายใจเบาพร้อมยิ้มบางเมื่อปลุกเท่าไหร่อีกคนก็ไม่ยอมตื่นสักที ก่อนจะเลือกปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง ขอออกไปจากตรงนี้ก่อนแล้วค่อยวางแผนอีกทีก็แล้วกัน  

            พอมือใหญ่กำลังจะขอละออกจากกัน คนที่หลับอยู่กลับรีบกระชับมือของตัวเองเหมือนกำลังรู้สึกตัวอยู่ แต่พอร่างสูงหันไปมองก็ยังเห็นคนตัวเล็กหลับปุ๋ยพร้อมกับกัดฟันดังกรอดอย่างติดนิสัยเวลาหลับสนิท แต่มือเรียวนั้นยังคงออกแรงจับรั้งไว้แน่นจนน่าใจหาย ราวกับต้องการจะบอกชานยอลกลายๆว่า อย่าหายไปไหน

            “โอเคครับ

 

            ร่างสูงตอบรับคำขอผ่านการกระทำของอีกคนพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะกลับมานั่งในท่าเดิม ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ การขออาศัยรถเป็นที่นอนสักคืนหนึ่งก็คงไม่เสียหาย คนตัวสูงจัดการเปิดกระจกแง้มไว้ทั้งสองด้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

            ตอนนั้นเองที่ชานยอลเผลอทำแขนเสื้อฝั่งซ้ายของคนตัวเล็กเลิกขึ้นจนเกือบถึงข้อศอก และเผยให้เห็นอะไรบางอย่างที่แบคฮยอนต้องการจะแอบซ่อนไว้ และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกคนสวมเสื้อแขนยาวตลอดเวลา

            ตัวอักษร W ที่ถูกแต่งเติมลวดลายจนสวยงามวิจิตรขนาดเล็กพอดีกับข้อมือถูกบรรจงสลักด้วยน้ำหมึกสีดำสนิทให้ผนึกลงไปบนผิวเนียนของคนตัวเล็ก ราวกับมันกลายเป็นแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจ แม้อยากจะทำลายทิ้งแค่ไหน มันยังคงชัดเจนและตราตรึงเหมือนกับทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งสีสันของน้ำหมึกและความเจ็บปวดในหัวใจ 

 

            บางอย่างในอดีต กาลเวลาก็ไม่สามารถทำให้มันลบเลือนได้

 

            ชานยอลแน่นิ่งอยู่นานก่องจะเผยยิ้มบางออกมา มือใหญ่จัดการจับแขนเสื้อของอีกคนให้กลับมาอยู่ที่เดิมที่เคยเป็น เอาหัวพิงกับเบาะโดยหันหน้าไปทางอีกคน แล้วหลับตาลงเพื่อจะเข้าสู่ห้วงนิทราบ้าง

 

            ถ้าแบคฮยอนไม่ต้องการให้ใครเห็น เขาก็จะมองไม่เห็นมัน

 





ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษผิดตรงไหนแย้งได้เลยน้า

ไม่รู้ว่าทันมั้ย แต่ใครไปเล่นน้ำสงกรานต์ ก็ระวังตัวกันด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #689 P.kiml (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:13
    เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับแบคฮยอนหรือเปล่านะ
    ตัว W เป็นรอยสัก หรือรอยผ่าตัด หรือรอยแผลอุบัติเหตุ
    เราอาจจะอ่านไม่ละเอียดเท่าไร ขออภัยด้วยนะคะ

    #689
    0
  2. #516 kengkitlove (@kengkitlove) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 17:39
    ชานยอล อยากได้อ่ะ
    #516
    0
  3. #496 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 01:30
    ชานยอลทำไมดีแบบนี้ มีพรีออเดอร์ไหม
    #496
    0
  4. #477 Title Thanatporn (@titlethanatporn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 14:07
    พี่ชานคนแมนนนนน
    #477
    0
  5. #457 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 13:34
    สัญญากับตัวเองว่าจะเก็บตั้งซื้อเรื่องนี้ ฮึก
    #457
    0
  6. #456 aairch_ (@airxoxo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 23:44
    ตัวWเนี่ยมีความหมายว่าอะไรกันนะ ตอนคุยกับแม่แบคก็แอบมองมือตัวเองงงง มันต้องมีความหมายอะไรลึกซึ้งแน่ๆแต่คงไม่อยากเปิดเผยมันออก ชานยอลเนี่ยก็คนดีจริงๆนะ เค้าไม่อยากให้ใครเห็น ชานก็จะแกล้งทำเปนไม่เห็นให้ หาคนแบบนี้ได้จากไหนอีก
    #456
    0
  7. #455 pearr-i (@pearr-i) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 23:36
    ตอนที่พูดถึงข้อมือครั้งแรกเกือบคิดไปไกลแบบคิดสั้นและ
    ฮืออออออ แอบโล่งใจนิดหน่อยตอนที่บอกมีตัวอักษรแทน

    ปาร์คชานยอล จะเป็นคนที่อบอุ่นไปไหน
    ละมุ่นเหลือเกิน อยากให้แบคเปิดใจกับชานยอลอีก
    #455
    0
  8. #454 honeyxhotaru (@honeyxhotaru) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 23:09
    สักเพื่อปิดรอย?? หรือสักชื่อใครไหมนะ ชานยอลก็คนดี๊ คนดีย์ เป็นเรื่องอื่นนี่ดราม่าไปแบ้วจ้าาาา 5555555
    #454
    0
  9. #453 Abhorrence (@iceparkchan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:20
    เราจะไม่ทนแบ้ว ส่งเลขบัญชีของคุณมาเบยยยยย
    #453
    0
  10. #452 Chakbann (@kronyees_cm12) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 16:01
    ง่าาาาาา แบคมีความลับอะไรในจายยยยย
    #452
    0
  11. #449 Just read (@hellojuneny) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 01:41
    ชานยอลเป็นคนน่ารักมากเลยอะ
    #449
    0
  12. #448 อิ อิ (@fds_513) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 01:15
    W เกี่ยวกับอะไรหน้ออออออออ จะใช่แฟนเก่ารึเปล่านะ คุณโจน่ารักมากๆอ่ะ
    #448
    0
  13. #447 kono_setsu (@kono_setsu) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 00:02
    เราว่าตรงที่ถามว่านี่ใครกับที่แบคแนะนำชานยอล น่าจะเปลี่ยนเป็น he มากกว่านะคะ จะเหมาะกว่ามั้ยยย thisดูแปลๆเหมือนไม่ได้พูดถึงคนเลย ^_^;;

    ชานยอลทำไมเป็นคนดีได้ขนาดนี้ ขอคนแบบชานยอล1คนเข้ามาในชีวิตค่ะ ฮรึ้งงง ชอบมากฟิคเรื่องนี้ รออ่านนะคะ
    #447
    0
  14. #446 cn20024 (@cn20024) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 23:53
    อบอุ่นกว่าปาร์คชานยอลก็ความเข้มข้นรังสียูวีในไทยแล้วค่ะ ผู้ชายแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้นอกจากฟิคใช่มั้ยคะ555555 ยังคงชอบบรรยากาศเรื่องเหมือนเดิมค่ะ เห็นคุณบยอนแล้วนึกถึงวันฝนตก ฮือออ ชอบจังง
    #446
    0
  15. #445 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 20:49
    พอจะเข้าใจแบคมากขึ้นละว่าทำไมโด้ถึงได้ห่วงมาก

    แต่ก้คงไม่ต้องห่วงแล้วมั้งมีคนดูแลและพร้อมเข้าใจขนาดนี้แล้วอ่ะ
    #445
    0
  16. #444 min-issaree (@min-issaree) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 20:16
    ตัวอักษรชื่อใครรึป่าว แล้วแม่กับแบคนี่ค้างแรงมาก
    #444
    0
  17. #443 Rabbit.B (@phatcahb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 20:00
    wwwwwwwwอะไรอ่ะฮือแฟนเก่าหรอwuyifan? แงไรอ่ะเดามั่วมากเยย55555555555555
    #443
    0
  18. วันที่ 14 เมษายน 2559 / 19:40
    w ที่ค้างคาใจ ถ้าไรท์ยังไม่อยากให้รู้ตอนนี้ จะยังไม่รู้ไปก่อนก็ได้ สวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ
    #442
    0
  19. #441 Tinkerbell" (@tinkerbellpear-) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 19:35
    อ๊ากกก ชานยอลอบอุ่นมากกกยิ่งกว่าแดดประเทศไทยอีก????
    #441
    0