(exo) spring day, you – chanbaek

ตอนที่ 28 : Chapter 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 พ.ค. 59

        

 


 

Chapter 23

 

 

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน,

11.09 น.,

ฤดูใบไม้ร่วงมวลอากาศทุกโมเลกุลให้ความรู้สึกสะอาดสมกับเป็นโรงพยาบาลชั้นนำ

 



            ก่อนหน้านี้ คนตัวเล็กก็เคยบอกกับเขาอยู่เหมือนกันว่าต้องมาหมอประจำตัวตามนัดทุกๆสามเดือน แต่เพราะเมื่อครั้งก่อน อีกฝ่ายมากับคยองซูซึ่งว่างตรงกันพอดี ทำให้ชานยอลเพิ่งจะได้มีโอกาสก้าวเข้ามาสู่อีกหนึ่งส่วนสำคัญในชีวิตของแบคฮยอน และยอมรับตามตรงว่าตอนนี้เขาค่อนข้างจะตื่นเต้นเล็กน้อย


            มือใหญ่ของคนตัวสูงกว่าหยิบยื่นไอศกรีมแม็คนั่มรสอัลมอนด์ที่ถูกเลาะเปลือกช็อคโกแลตเปราะกรอบภายนอกออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงเนื้อครีมเนียนสีขาวบนแท่งไม้ไปให้อีกคนที่เดินเคียงข้างกันมาเหมือนที่ทำให้เป็นประจำ หวังให้รสชาติหวานลิ้นช่วยคลายความกังวลของอีกคนเหมือนที่มันช่วยเขา

            แต่สิ่งที่ถูกตอบกลับมาจากร่างเล็กไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กน้อยที่ดีใจเพราะได้รับของหวานรสโปรดเหมือนอย่างที่เคยทำเมื่อครั้งก่อนๆ หากแต่มีเพียงรอยยิ้มแบบพาณิชย์และการส่ายหน้าปฏิเสธเบาถูกส่งมาให้ ก่อนที่ดวงตารีเรียวจะเบนกลับไปมองข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายอีกครั้ง

            ชานยอลเผลอชะงักฝีเท้าของตัวเองชั่ววินาทีพร้อมกับหุบยิ้มดังฉับ มองไปที่อีกคนซึ่งเขาปล่อยให้เดินนำหน้าไปอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะกลับมามองที่ไอศกรีมในมือ ร่างสูงพรูลมหายใจเบา แล้วตัดสินใจทิ้งมันลงถังขยะแถวนั้นอย่างนึกเสียดาย แต่ตัวเขาเองก็ไม่มีอารมณ์จะกินมันแล้วเช่นกัน

 

            ช่วงหลังมานี้ แบคฮยอนดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด ร่างบางดูเหนื่อย เครียด และหดหู่ตลอดเวลา แถมยังเบื่อหน่ายกับสิ่งรอบตัวที่เคยสนใจ การบ้านที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ก็มักจะคิดไม่ออก แม้ว่าจะออกไปหาแรงบันดาลใจด้วยทุกวิถีทาง และชานยอลก็เห็นคนตัวเล็กแอบไปร้องไห้คนเดียวบ่อยครั้ง นั่นยิ่งทำให้เขาพลอยรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย 

 


            “อ้าว แบคฮยอน มาพอดีเลย

 

            ในขณะที่ขายาวๆของชานยอลรีบก้าวตามคนที่เดินนำมาก่อนให้ทัน เจ้าของชื่อก็ชะงักจากการถูกเรียกขานพอดิบพอดี เป็นชายในชุดกาวน์ขาวสะอาดไม่ต่างจากผิวสีน้ำนมของเจ้าตัวซึ่งยืนเปิดแฟ้มเอกสารบางอย่างอยู่ตรงล็อบบี้ใหญ่ที่หยุดพวกเขาเอาไว้

 

            “สวัสดีครับ หมอคิม” แบคฮยอนโค้งทักทายอย่างนอบน้อม

            นายแพทย์มองคนไข้อย่างพินิจชั่วครู่ก่อนจะยิ้มบางออกมา “วันนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยใช่มั้ย?”

            “นี่ชานยอลครับ” คนตัวเล็กผายมือมาทางร่างสูงเพื่อบ่ายเบี่ยงประเด็น

            “คิมจุนมยอนครับ เป็นแพทย์ประจำตัวแบคฮยอน

 

            ชานยอลโค้งทักทายคนที่อาวุโสกว่าตรงหน้าแทบติดเข่า พลางคิดว่าเหมือนตัวเองจะเคยเห็นนายแพทย์คนนี้ที่ไหนมาก่อน น่าจะเป็นข่าวภาคค่ำในโทรทัศน์หรือไม่ก็หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์สักฉบับ เพราะจำได้ลางๆว่าคุณหมอคิมจุนมยอนคนนี้มีงานวิจัยอะไรสักอย่างที่ค่อนข้างโด่งดัง น่าเสียดายที่คนตัวสูงนึกไม่ออกว่าคุณหมอท่านนี้เชี่ยวชาญด้านไหนเป็นพิเศษ

 

            “พยาบาลยูครับ รบกวนพาแบคฮยอนขึ้นไปก่อนนะครับ ผมมีอะไรอยากคุยกับคุณชานยอลหน่อย

 

            สาวสวยโค้งรับคำสั่งจากนายแพทย์ใหญ่ ก่อนจะผายมือเชิญคนตัวเล็กอย่างมีมารยาท แบคฮยอนหันมามองทางร่างสูงก่อนจะพยายามยกมุมปากของตัวเองฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วเดินตามคุณพยาบาลไปจนลับสายตาของชานยอล ส่วนหมอคิมนั้นก็พาตัวเขาออกมายืนคุยกันในพื้นที่โล่งและมีคนอยู่เพียงประปราย จะได้ไม่เป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล

 


            “ดีใจที่ได้เจอคุณนะครับ แบคฮยอนเขาเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังเยอะทีเดียว

 

            คุณหมอเริ่มบทสนทนาด้วยรอยยิ้มแบบทางการเหมือนกระเบื้องเคลือบ และชานยอลเพิ่งจะสังเกตว่าใบหน้าและผิวพรรณของคนตรงหน้าเขายังดูเด็กและเปล่งปลั่งกว่าคนที่อ่อนวัยกว่าอย่างพวกเขาเสียอีก ช่างสวนทางกับที่แบคฮยอนเคยบอกกับเขาว่าคุณหมอที่จะมาเจอนั้นอายุปาเข้าไปเลขสี่แล้ว

 

            “… และคุณต้องจินตนาการไม่ออกแน่ ว่าเวลาพูดถึงคุณ แววตาของเขามีความสุขแค่ไหน

 

           ชานยอลหลุดยิ้ม เมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกคนกำลังมีความสุข ก่อนจะต้องถอนหายใจเบา รอยยิ้มของแบคฮยอนที่เคยทำให้ความชุ่มฉ่ำแผ่ซ่านในหัวใจของเขา นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เห็นมัน ตัวเขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ร่างสูงรู้แค่ว่าเขาคิดถึงมันมาก มากเสียจนยอมแลกอะไรก็ได้เพื่อให้มันกลับคืนมา

 

            “สำหรับคนป่วย กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ คุณทราบใช่มั้ยครับ?”

            “ครับ

            “แต่คุณก็ต้องเข้าใจนะครับ ว่าการที่คุณยิ่งเข้ามาใกล้เขาเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าคุณก็ต้องยิ่งระมัดระวังขึ้นมากเท่านั้น

            “…”

            “คุณเคยได้ยินทฤษฎีคนเป็นบวก-เป็นลบมั้ยครับ?”

            ชานยอลส่ายหน้าหวือ

            “แน่ล่ะ ก็ผมบัญญัติมันขึ้นมาเองนี่ครับ” 

 

            นายแพทย์คิมจุนมยอนหัวเราะคิกคักเสียงเบาคนเดียวอย่างภูมิอกภูมิใจ ก่อนจะเริ่มสาธยายทฤษฎีของตัวเอง

 

            “คนที่เป็นลบคือประเภทที่เราไม่ถูกชะตา ไม่อยากคบหาด้วยหรือพวกที่ไม่ชอบขี้หน้าเรา ส่วนคนที่เป็นบวกคือคนที่เราชอบ รัก หรือเคารพ คือเข้ามาทำให้เรารู้สึกไปในทางบวกน่ะครับ

            “…”

            “ผมสังเกตว่าหลายครั้งที่ปัญหาของคนไม่ได้เกิดจากคนที่เราเกลียด แต่กลับมาจากคนที่เรารู้สึกดีด้วย"

            “…”

            “คนที่เป็นลบ เปรียบเทียบเหมือนกับเวลาเราอยู่ในสงคราม ไม่ว่ายังไงเราก็มองเขาเป็นศัตรูเขา เรารู้ว่าถึงยังไงเขาก็มาแบบไม่ประสงค์ดี ถือมีดถือดาบจ้องจะทำร้ายเราเสมอ สิ่งที่เราทำได้คือเพิกเฉย หลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งด้วย หรือโต้ตอบกลับไปบ้างในยามจำเป็น

            “…”

            “แต่คนที่เป็นบวก เขาจะหยิบยื่นดอกไม้แสนสวยมาให้เราทุกวัน เราก็รับไว้โดยที่เราไม่ได้ระแวดระวัง เพราะเราเริ่มไว้ใจเขามากขึ้นทีละนิด แต่สุดท้าย พอย้อนกลับมามองที่มือของเรา อาจจะถูกหนามแหลมคมของดอกไม้นั้นทิ่มแทงจนเลือดอาบเลยก็ได้" 

           “…”

            "ซึ่งก็หลายครั้งอีกนั่นแหละครับ ที่คนๆนั้นเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเราด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นความคาดหวังของเราเองซะมากกว่า เราหวังว่าเขาจะอยู่กับเราตลอดไป หวังว่าเขาจะรักเรา หวังว่าเขาจะมีความสุขเมื่ออยู่กับเรา พอเราไม่ได้ดังหวัง ก็เลยเจ็บปวด

           “…”

            “ผมเคยพูดเรื่องนี้ให้แบคฮยอนฟังครั้งหนึ่ง แต่สุดท้ายก็กลับมานั่งคิดกับตัวเองว่า คนที่เป็นบวกก็ใช่ว่าจะมาทำร้ายเราตลอดซะที่ไหน ผมพยายามบอกให้เขาลืมๆมันไป แต่ดูเหมือนข้อคิดนี้จะฝังลงไปอยู่ลึกสุดใจของเขาเสียแล้ว

 

            ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนฟังการบรรยายอะไรสักอย่าง เพราะดูเหมือนว่าการที่ต้องให้สัมภาษณ์บ่อยครั้งนั้นจะทำให้คุณหมอผู้นี้นำน้ำเสียงและจังหวะการพูดที่ใช้โน้มน้าวจิตใจของคนมาใช้ในชีวิตจริง จนความไม่เป็นธรรมชาติกลายเป็นธรรมชาติของคิมจุนมยอนไปเสียแล้ว

 

            “แบคฮยอนขีดเส้นไว้ชัดเจนมากครับ ว่าให้คนภายนอกเข้าหาเขาได้มากสุดแค่ไหน ระยะไหนที่เขาจะไม่ถูกทำร้าย เพราะเขาเจ็บกับคนที่เป็นบวกมามากพอแล้ว

           “นั่นแปลว่าผมยังไม่สามารถก้าวข้ามเส้นนั้นได้ใช่มั้ยครับ? คนตัวสูงยิ้มขณะที่พรูลมหายใจแรง ผมยังไม่สามารถทำให้เขาเปิดใจให้ผมได้ใช่มั้ยครับ?

            ตรงกันข้ามเลยครับ คุณล้ำเส้นนั้นเข้ามานานแล้ว โดยที่แบคฮยอนเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวเลยครับ

            “…”

            “ตัวอย่างง่ายๆเลยก็ นอกจากคยองซูแล้ว แบคฮยอนก็ยังไม่เคยพาคนอื่นมาที่นี่มาก่อนเลยนะครับ คุณเป็นคนแรก

            “…”

            “นานแล้วนะครับ ที่แบคฮยอนไม่ได้เปิดใจรับใครเข้ามาอย่างนี้


            คุณหมอคิมยิ้มกว้าง ในฐานะแพทย์ที่ทำการรักษาคนไข้มาเป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่าผู้ป่วยเริ่มมีแนวโน้มที่จะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ย่อมต้องรู้สึกดีใจเป็นธรรมดา

 

            “แบคฮยอนยอมให้คุณเข้ามาในพื้นที่ของเขาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าเขาก็ต้องทำใจยอมรับแล้วเหมือนกันว่าอาจจะโดนทำร้าย แต่เขาก็ยอมเสี่ยง เพราะว่าเป็นคุณ

            “…”

            “ยังมีอีกหลายกำแพงนะครับที่คุณต้องพังมันลงมา แต่ถ้าวันไหนคุณท้อและอยากยอมแพ้ในตัวเขา ผมอยากให้คุณบอกตัวเองว่า แบคฮยอนเองก็กำลังรอวันนั้นอยู่เหมือนกัน วันที่กำแพงในใจของเขาจะถล่มลงมาจนหมดเพื่อใครสักคน

            “…”

            ถ้ามีคุณ เขาก็พร้อมจะสู้ ทีนี้คุณก็ต้องถามตัวเองแล้วนะครับ ว่าอยากจะสู้และพิสูจน์ไปพร้อมกับเขามั้ย?

 

            ชานยอลที่ยืนมองพื้นมาสักพักขณะฟังอีกคนอย่างตั้งใจเงยหน้ามองคุณหมอพร้อมกับพยักหน้าอย่างมีความมั่นคง จุนมยอนจึงยิ้มกว้างให้และตบไหล่คนตัวสูงเบาๆ ก่อนจะปลีกตัวออกไปเมื่อคิดว่าคนไข้ที่กำลังกล่าวถึงคงจะรอนานแล้ว แต่ยังไม่ทันก้าวเดิน ก็ถูกเสียงทุ้มรั้งเอาไว้เสียก่อน

 

            “จะว่าอะไรมั้ยครับ? ถ้าผมจะขอถามอะไรคุณหมอสักหน่อย

            “ถ้าผมตอบได้นะครับ” หมอคิมหันมายิ้มหวานให้อย่างมีนัยยะ


            “ที่แบคฮยอนเป็นอยู่ ไม่ใช่แค่ภูมิแพ้ใช่มั้ยครับ?”

            “...

            “ถ้าผมถามว่าเขาเป็นอะไร คุณหมอจะยอมตอบผมมั้ยครับ?”

            “ผมว่าก่อนที่คุณจะถาม คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้วนะครับ

 

            ไม่มีประโยคขยายความต่อจากคำพูดที่แสนกำกวมของนายแพทย์ มีเพียงแค่รอยยิ้มที่ชอบแจกให้คนไข้และกล้องของสื่อมวลชนเท่านั้นที่ถูกส่งกลับมา แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ชานยอลสูดหายใจเข้าลึกอย่างใจหาย ก้อนเนื้อเท่ากำปั้นตรงอกซ้ายรู้สึกชาหวิวอย่างประหลาด ก่อนที่ร่างสูงจะหลุดคำถามที่เถรตรงและดูงี่เง่าออกไป

 

            “... เขาจะไม่จากผมไปเร็วๆนี้ใช่มั้ยครับ?”


            คุณหมอยิ้มน้อย “ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ผมไม่กล้ายืนยันหรอกครับ


            “…” นั่นยิ่งทำให้ร่างสูงรู้สึกใจเสียเข้าไปใหญ่


            “ผมคงบอกได้แค่ว่า ถ้าตัวเองต้องไปเจอสถานการณ์แบบที่เขาเจอมา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้ดีขนาดเขามั้ย

            “…”

            แบคฮยอนเป็นคนไข้ที่เก่งมากครับ มากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาผู้ป่วยที่ผมเคยสัมผัสในชีวิตหมอสิบกว่าปีของผมเลยล่ะ







ดราม่าเนอะ ฟิคอะไรเนี่ย

พรุ่งนี้สอบ นี่แหละดราม่าสุดแล้ว ฮา

เป็นครั้งแรกเลยที่วันเกิดมาตรงกับช่วงฤดูสอบ เหือก เศร้าจังค่ะ

(เราไม่ได้เกิดวันนี้นะคะ ฮา)

อยากคุยกับทุกคนอ่ะ คิดถึงมากเลย แต่เราไม่รู้จะพูดอะไรดี ;-;

ขอบคุณที่ยังคงติดตามฟิคยาวๆ อืดๆ น่าเบื่อๆ เรื่องนี้นะคะ

รักเสมอ

ฮือ ไปอ่านหนังสือสอบก็ได้ orz



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #692 P.kiml (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:27
    แบคเป็นอะไร T T เราไม่กล้าเดาเลยว่าแบคเป็นอะไร
    แต่คิดว่าคนอื่นๆคงจะทราบอาการป่วยของแบคอยู่แล้ว
    แต่แค่พยายามคิดในแง่ดีเท่านั้น ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยและเป็นเหมือนเดิม
    เราเชื่อใจไรนะ ไรทำได้ดีแล้วค่ะ เราจะรออยู่จนจบนะ
    #692
    0
  2. #659 aairch_ (@airxoxo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 00:14
    แบคฮยอนเปนอะไรง่ะ ความกำกวมในการตอบคำถามของหมอทำเราใจไม่ดีเลยฮืออออ
    #659
    0
  3. #616 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 19:59
    นี่ว่าแบคไม่ได้เป็นโรคร้ายหรอกมั้ง สังเกตุจากคยองล็อคตู้ที่เก็บมีด แบคใส่เเต่เสื้อแขนยอลปิดรอยแผล ฮือออ ทำไมดราม่าาาาา
    #616
    0
  4. #612 kkimmaggurren (@kimaguren) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 08:22
    ยอลรู้ว่าแบคเป็นไร แต่เค้าเนี่ยะไม่รู้ คุณหมอบอกหน่อย ใครก็ได้บอกหน่อย
    #612
    0
  5. #610 myminseok (@nantiya88) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 14:26
    ฮื้ออ เกิดอะไรขึ้น ไม่กล้าอ่านในที่สาธารณะ ต้องร้องไห้แน่ๆ กลับบ้านไปเราจะอ่านนะ
    #610
    0
  6. #592 Rabbit.B (@phatcahb) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 07:29
    เราเพิ่งมีเวลามาอ่านค่ะหลังจากติวหนักมากฮือดราม่าจุงมาช้าด้วยเนี่ยแต่อยากเม้น555555ใจฒหวิวมาก
    #592
    0
  7. #588 c'nie (@cleannie090) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 18:33
    แบคเป็นอะไร ใจเราไม่ดีเลย
    #588
    0
  8. #584 poisonbabe (@hickey) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 10:23
    คือไร?? เเบคเป้นอะไร
    #584
    0
  9. #583 อิ อิ (@fds_513) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 09:05
    หม่นหมองมากกกกกก แบคเป็นอะไรรรรรรร ดูน่ากลัวๆยังไงไม่รู้
    #583
    0
  10. #582 Aumbaek2306 (@aummizz-bb2306) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 22:09
    รู้สึกหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก
    #582
    0
  11. #581 pknbr (@faiypkn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 20:04
    เห็นลางดราม่า
    #581
    0
  12. #580 ammampm (@ammampm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 19:10
    หน่วงในใจมากเลย
    #580
    0
  13. #578 ๋JeeJee_S (@jejielove666) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 16:58
    แงงงงงงง
    #578
    0
  14. #577 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 15:17
    แงงงงงงง หมายถึงการจะฆ่าตัวตายหรอ
    #577
    0
  15. #576 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 13:44
    แบคเป็นโรคร้ายแรงเหรอ
    #576
    0
  16. #575 cn20024 (@cn20024) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 13:29
    อยากรู้ว่าแบคฮยอนเป็นอะไรจริงๆเลยค่ะ สู้ๆกับการสอบนะคะะะะ
    #575
    0
  17. #574 kengkitlove (@kengkitlove) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 13:29
    แบคเป็นอะไร อยากรู้อ่ะ
    #574
    0
  18. #573 Softmilktea (@Softmilktea) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 12:41
    เราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์แต่งต่อไปเรื่อยๆนะคะ ดีใจทุกครั้งที่เห็นการอัพเดท ขอให้การสอบผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ ????
    #573
    0
  19. #572 pianofaar (@pianofaar) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 12:33
    ตอนนี้เรามองว่าไม่ยาวเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความอยากอ่านของเราลดน้อยลงเลยนะ
    เพราะเรารอทุกที่จะอ่านสปริงเดย์ในทุกๆวันอยู่แล้ว จากคำว่าชอบมันกลายเป็นคำว่า รัก ไปแล้ว
    ไปวันที่ 10 กันยายนซะแล้ว เลยวันเกิดเราไปนิดเดียวเองอ่ะ 5555
    แบคฮยอนเองคงพร้อมแล้วกับเรื่องแบบนี้ ถึงได้ให้ชานยอลมาหาหมอด้วย
    อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าแบคก็ไม่ได้ปิดกั้นคำว่าโอกาสของชานยอล 
    ไม่ใช่โอกาสเพียงเพราะทำดีนะ แต่โอกาสที่เข้ามาเป็นความรัก ความเข้าใจ และเป็นกำลังใจ
    ในวันที่แบคอาจจะก้าวต่อไปไม่ไหว อย่างน้อยมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เดียว 
    ยังดีนะที่แบคไม่อยากกินไอศกรีมแล้วชานยอลไม่โหโม เราว่าชานยอลทำดีที่เดียว สู้เข้านะ
    ทุกอย่างต้องการกับลังใจกันทั้งนั้น เข้าใจในสิ่งที่แบคเป็นด้วย แล้วก็พร้อมที่จะเรียนรู้กันต่อไปนะ
    บางทีอาการซึมเศร้ามันอาจจะกลับมาวนเวียนอยู่ในใจของแบคฮยอนอีกครั้ง
    *ซึ่งถ้าย้อนไปอ่านความเดิมตอนที่แล้ว ก็จะรู้ว่าเป็นตอนที่ชานยอลเสียคุณย่าไป
    นั่นก็เพราะแบคเองก็ผูกพันกับคุณย่าของชานยอลเหมือนกัน เราเลยพอเดาๆได้ว่านี่อาจจะทำให้
    ความเศร้ากลับมาอีกครั้ง (เรารู้สึกว่าตอนนี้ถ้าอ่านกันดีดี ไม่อ่านผ่านๆก็ำพอจะเดากันออกแล้วหล่ะว่าแบคเป็น
    โรคอะไร อาการมันบอกถึงโรคนี้ชัดเจนเลยแหละ คนเขียนบอกอาการเบื้องต้นถี่ยิบเลย 555)
    ว้าาาาา ถ้าชานยอลนึกเรื่องของคุณหมอออกชานยอลก็คงจะรู้ว่าแบคเป็นอะไรแน่นอน
    แบคฮยอนดูไม่มีความสุขเลยจริงๆเราเห็นได้ชัดเลย
    จะไม่มีความสุขได้ยังไงกันเวลาพูดถึงชานยอล ก็เพราะชานยอลคือความสุขของแบคฮยอน
    คุณหมออย่ามาเล่นมุกนะ คนบวก-เป็นลบ.........เป็นคนคิดขึ้นมาเอง 
    การก้าวข้ามโดยที่ชานยอลเองก็ไม่รู้ตัว ชานยอลคงก้าวผ่านเส้นบางๆมาตั้งแต่วันนั้นที่ฝนตกแล้วมั้ง
    การเปิดใจให้ชานยอลเป็นสิ่งที่ดี แต่ชานยอลเองก็ต้องระวังมากกว่าเดิมแล้วแหละ
    ถ้ามีคุณเขาก็พร้อมจะสู้ .......ทำไมอ่านแล้วจะร้องหล่ะ
    คนเป็นโรคนี้ไม่ได้จากโลกนี้ไปได้ง่ายๆซะหน่อย ชานยอลอย่าพึ่งคิดมากนะ
    สู้ไปด้วยกันสิ สู้ไปพร้อมกันนี่แหละ ทั้งชานยอลแบคฮยอน คนเขียน-คนอ่าน
    เราท้อได้ แต่อย่าถอยนะ....เดินกันมาขนาดนี้แล้ว อย่ายอมแพ้ง่ายๆหล่ะ
    **อยากบอกเจมินิ...คนแต่งที่น่ารักของเรานะ ตั้งใจสอบนะ
    ถึงแม้คนอื่นอาจจะมองว่าสปริงเดย์น่าเบื่อ แต่ถ้าเขาลองได้มาคิดแบบที่เรากำลังคิดอยู่
    เขาก็อาจจะเปลี่ยนคำพูดก็ได้ เรื่องนี้ที่จริงแล้วน่าสนใจมากนะ ตัวเราเองก็ไม่เคยเลย
    ที่จะรู้จักนี้เลย....จนมีน้องคนนึงมาแนะนำให้เราอ่านเรื่องสปริงเดย์ บวกกับการที่เราชอบชานแบคเป็นทุนเดิมอยู่
    เราเลยสนใจเรื่องนี้มาก(เป็นพิเศษ) เราเองก็ไปศึกษา ไปลองหาอ่านบทความหรือแม้แต่ลองไปพูดคุยกับคนที่เป็นโรคนี้
    มันเป็นโรคที่ใกล้ตัวเราสุดๆเลย ไม่ควรมองข้ามเลย สู้ๆนะ ถึงแม้ว่าจะเหลือคนอ่านแค่เราคนเดียว
    เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเราจะอ่านต่อไป แล้วก็จะไปแนะนำฟิคดีดีแบบนี้ให้คนอื่นได้อ่านด้วยนะ
    **ปล.อยากรู้จัง อยากรู้ว่าตอนหน้าจะมีโอกาสได้เห็นตอนที่แบคเล่าเรื่องราวต่างๆให้คุณหมอฟังไหม
    ไม่รู้อยากเกินไปหรือเปล่า แต่เราอยากรู้เหมือนกันว่าเวลาหมอถามแล้วแบคจะเล่าอะไรออกมายังไง
    ----------------- รักเสมอนะ....เจมินิ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 พฤษภาคม 2559 / 12:33
    #572
    0
  20. #571 bere (@bebaermee) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 11:39
    ฮืออออไม่เอานะะะ
    #571
    0
  21. #570 dtuanq (@cchodongda) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 11:39
    ฮืออแบคฮยอนเป็นอะไยยย
    #570
    0
  22. #569 Just read (@hellojuneny) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 09:40
    ฮือกลัวหายไปปป
    #569
    0
  23. #568 yeennphs (@jeans2) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 09:20
    หูย แบคฮยอนเป็นโรคอะไร ;-;
    #568
    0
  24. #567 min-issaree (@min-issaree) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 09:03
    ชานยอลต้องพังกำแพงของแบคลงมาให้ได้นะ สู้ๆนะชานยอล อยากรู้สาเหตุทีทำใฟ้แบคเป็นแบบนี้จัง
    #567
    0
  25. #566 -[**Jha...JaA**]- (@mamipokoz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 06:34
    พังกำแพงไปด้วยกันนะ ทั้งชานยอล ทั้งแบค เหลืออีกไม่เท่าไร ความรู้สึกจะดีเหมือนเดิมละนะ
    #566
    0