แจ้งปิดการให้บริการ

ระบบ My.iD จะปิดให้บริการบางส่วนภายในปี 2021 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

     ไขข้อสงสัยส่องกล้องทางเดินอาหารคืออะไรและน่ากลัวไหม ?
ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

ไขข้อสงสัยส่องกล้องทางเดินอาหารคืออะไรและน่ากลัวไหม ?
เกริ่นเรื่อง: สัญญาณเตือนความผิดปกติของโรคทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ท้องผูก หรือ ท้องเสียเรื้อรัง
29 ก.ย. 64 , View: 11 , Post : 0



สัญญาณเตือนความผิดปกติของโรคทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ท้องผูก หรือ ท้องเสียเรื้อรัง จุกแน่นลิ้นปี่ ท้องอืด ท้องเฟ้อ กลืนลำบาก น้ำหนักลด ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นสัญญาณสุขภาพอันตรายที่ไม่ควรละเลยและมองข้าม ควรเร่งได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อการรักษาอย่างถูกทาง การส่องกล้องทางเดินอาหารนับเป็นเทคนิคหนึ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากในรักษาและการตรวจวินิจฉัย ซึ่งจะช่วยให้พบโรค สาเหตุของความผิดปกติดังกล่าว และส่งผลให้การรักษาโรคได้ทันเวลา

การส่องกล้องทางเดินอาหารแบ่งออกเป็น 3 ชนิด

1. การส่องกล้องเพื่อตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และสำไส้เล็กส่วนต้น (Gastroscopy: EGD) เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะ เป็นท่อขนาดเล็ก ปรับโค้งงอได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 cm ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงและส่งภาพมายังจอรับภาพ ส่องเข้าไปในปาก ผ่านหลอดอาหารลงไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น การส่องกล้องตรวจจะทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกลืนลำบาก อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องจุกแน่นลิ้นปี่ เพื่อการวินิจฉัยโรคหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เช่น การอักเสบ เป็นแผล มีเนื้องอก หรือมีการตีบตันของอวัยวะเหล่านี้ หากพบความผิดปกติ แพทย์ก็สามารถใส่เครื่องมือเพื่อการรักษาเข้าไปได้ เช่น หากพบการตีบตัน แพทย์จะใส่เครื่องมือขยายหลอดอาหาร เป็นต้น

 

2. การส่องกล้องทางเดินอาหารผ่านลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก โค้งงอได้ ที่ปลายกล้องมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสง แล้วส่งภาพมายังจอรับภาพ ส่องเข้าไปทางทวารหนักเพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนกลาง ส่วนต้นและลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยการตรวจวิธีนี้แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการขับถ่ายอุจจาระผิดปกติ เช่น ท้องผูก ท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย มีการถ่ายอุจจาระปนเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรืออุจจาระมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ผู้ที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรือผู้ที่มีก้อนในท้อง น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังแนะนำตรวจในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักโดยการส่องกล้องทุก 5-10 ปี โดยสิ่งที่ตรววจพบส่วนใหญ่ มักจะพบลำไส้อักเสบ ริดสีดวง กระเปาะลำไส้ใหญ่ (Diverticulum) ติ่งเนื้อ และเนื้องอกลำใส้ใหญ่ เป็นต้น

 

3. การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography: ERCP) เป็นการใช้กล้องส่องเข้าไปทางปาก ผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นจนถึงท่อเปิดของน้ำดีในลำไส้เล็กแล้วฉีดสารทึบแสงและถ่ายภาพเอกซเรย์ไว้ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน รวมถึงรักษาการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีหรือท่อตับอ่อน โดยใส่ท่อระบายน้ำดีคาไว้ ซึ่งความจำเป็นในการทำ ERCP ได้แก่ ดีซ่าน นิ่วในทางเดินน้ำดี ท่อน้ำดีอุดตัน เนื้องอกของท่อทางเดินน้ำดีหรือตับอ่อน และเพื่อการวินิจฉัยก่อนการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด

เพราะความผิดปกติเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารและลำไส้อาจไม่ได้แสดงอาการให้เห็นชัดเจนแต่แรกเริ่ม แถมอาการทั้งหลายยังมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แม้จะเป็นโรคที่ต่างกันและร้ายแรงต่างกัน ดังนั้นการส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อตรวจคัดกรองโรคทางเดินอาหารและลำไส้ด้วยการส่องกล้อง จึงเป็นวิธีบ่งชี้ความผิดปกติที่ดีที่สุด และอาจหยุดยั้งโรคร้ายได้แต่เนิ่นๆ



แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    262
    Comments
    0
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog