คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF BTS] MAMA AWARD {VJimin}

อยู่ๆก็โดนโกรธ โดนโกรธเรื่องอะไรยังไม่รู้เลย! ll มันมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมว...

ยอดวิวรวม

2,904

ยอดวิวเดือนนี้

21

ยอดวิวรวม


2,904

ความคิดเห็น


28

คนติดตาม


140
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 เม.ย. 61 / 19:55 น.
นิยาย [SF BTS] MAMA AWARD {VJimin} [SF BTS] MAMA AWARD {VJimin} | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้







ภาพลิงค์ที่แปะไว้



“อะไรที่เก็บไว้ไม่บอกให้รู้ ก็จะไม่มีใครเค้ามาเข้าใจนายด้วยเหมือนกัน”



SHORT FIC . MAMA AWARD . VJIMIN



ติดต่อเรา > @_littlemeaning




 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 เม.ย. 61 / 19:55


 



                ท่ามกลางเวทีที่มีความมืดรายล้อมรอบ เพียงจุดเดียวที่มีแสงไฟส่องถึงคือสเตจที่กำลังทำการแสดง หมายจะให้ทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่แห่งนั้นได้เห็นและให้ความสนใจกับบุคคลที่กำลังขยับเขยื้อนร่างกายไปมานั้นได้มากที่สุด


                เสียงดนตรีที่ดังกระฮึ่มเป็นจังหวะหนักๆ กับท่วงท่าพลิ้วไหวก็ดูเหมือนจะเรียกสายตาของคนดูด้านล่างได้เป็นอย่างดีเสียด้วย หากสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในวินาทีต่อมา ก็กลับยิ่งเรียกความสนใจและเสียงกู่ร้องให้ดังแข่งกับเสียงดนตรีเข้าไปอีก

 


ผมต้องทำมันจริงๆเหรอฮยอง


เออสิ นี่ถือเป็นจุดขายของเวทีนี้เลยนะ


แต่ผม...


มั่นใจในตัวเองหน่อยปาร์คจีมิน


‘….’


รับรอง นายเกิดแน่งานนี้


 

                ความทรงจำที่เพิ่งผ่านไปได้ไม่นานย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้ง หลังจากที่ใครบางคนซึ่งกำลังทำการแสดงอยู่บนเวทีเพิ่งจะถอดเสื้อฮู้ดสีดำออก และฉีกทึ้งเสื้อกล้ามสีขาวจนขาดวิ่น ร่างกายที่มีลอนหน้าท้องทว่ากลับดูเซ็กซี่เมื่อเติมแต่งแทททูข้างเอวและหน้าท้องด้านซ้ายลงไป ความบางของรอบตัวที่ขยับพลิ้วเรียกเสียงเชียร์ได้เป็นอย่างดี แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที แต่ก็สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้ใครหลายคนจดจำคนๆนั้นได้เป็นเวลานานเลยทีเดียวล่ะ



                จะเว้นก็แต่ใครบางคนที่กำลังยืนหลบอยู่ในมุมมืดข้างๆเวทีนั่นล่ะ สายตาคู่คมสีน้ำตาลจ้องมองคนที่กำลังเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกขุ่นมัวอยู่ภายในจิตใจ แขนทั้งสองข้างกอดอกยืนพิงฉากอยู่อย่างนั้น แตกต่างจากเมมเบอร์คนอื่นๆที่ไปกรูรอรับคนที่เปลือยท่อนบนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม



“เจ๋งมากเลยจีมิน! เมื่อกี๊นายโคตรเท่ห์อ่ะ!


                เป็นเสียงของคิมซอกจิน ที่ยืนอยู่หน้าสุดเอ่ยชมน้องด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจเสียเต็มประดา ทำเอาคนที่ยืนเก๊กขรึมต้องหัวเราะในลำคอออกมาอย่างเหยียดๆอยู่เงียบๆ



                เท่ห์งั้นเหรอ...ตรงไหนกัน



“หนาวไหมฮยอง เมื่อกี้เสียงเชียร์ดังมากอ่ะ”


“ใช่ๆ ตอนฉันยืนอยู่ข้างๆนะเห็นคนดิ้นกันเป็นแถบเลย ฮ่าๆ”


                และก็เป็นเสียงของจอนจองกุก น้องเล็กของวงกับ จองโฮซอกที่ออกไปเต้นมาด้วยกันพูดเสริมทัพอย่างพออกพอใจ เสื้อคลุมขนเฟอร์สีขาวผ่องในมือมักเน่ถูกยื่นให้คนตรงหน้าหลังจากเอ่ยชมเสร็จ ทำเอามนุษย์เปลือยท่อนบนต้องยิ้มเขินและรับเสื้อนั้นมาด้วยความรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย ที่รู้ว่าผลงานในวันนี้เค้าทำมันออกมาได้ดีกว่าที่คิด


“ใส่แค่เฟอร์แล้วออกไปเต้นทั้งอย่างนี้ ฉันว่าคงเรียกเสียงกรี๊ดได้ดังกว่าเก่าแน่ๆ”


                มินยุนกิว่าพลางยืนมองอย่างพินิจพิจารณาร่างของคนตรงหน้าที่เพิ่งจะสวมเสื้อคลุมเสร็จ แน่นอนว่าทั้งตัวของจีมินมันก็มีแค่เฟอร์อย่างที่ยุนกิพูดเอาไว้นั่นล่ะ หากคำเยินยอที่เปล่งออกมาก็เรียกรอยยิ้มของเขาได้เป็นอย่างดี



“จะอวยกันอีกนานไหม นัมจุนฮยองจะแร็พเสร็จแล้วนะน่ะ”


                เสียงทุ้มต่ำของคนที่ยืนเบ้ปากฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นขัดคนที่กำลังยิ้มแก้มปริให้ต้องหุบลงแทบจะทันที ปาร์คจีมินเหลือบสายตามองคนที่ยืนอยู่ด้านในสุดด้วยความรู้สึกงุนงงปนกับความเสียใจนิดๆ ที่จู่ๆก็โดนพูดแดกดันเหมือนกับว่าเขาทำอะไรผิดไปสักอย่าง


                ที่สำคัญนะ...เขายังไม่ได้รับคำชมจากหมอนั่นเลยสักนิดเดียว...นี่จิตใจไม่คิดจะมาพูดให้กำลังใจเหมือนคนอื่นเค้าบ้างเลยรึไงนะ...



“ย่าห์ แทฮยอง นายนี่มัน..”


                จินทำเสียงดุเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กตรงหน้ามีท่าทีก้าวร้าวใส่พวกเขา คิมแทฮยองเจ้าของใบหน้าที่ถ้าให้พูดกันตามตรงก็คงต้องบอกว่าหล่อและดูดี ทว่าในเวลานี้กลับมีเพียงความเฉยชาที่ค่อนไปทางไม่สบอารมณ์เสียมากกว่า ขาเรียวยาวกับร่างกายที่สมส่วนภายใต้เสื้อคอเต่าสีดำสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีขาวยิ่งส่งให้ร่างสูงโปร่งนั้นดูเจิดจรัสเข้าไปใหญ่


                เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรต่อ แต่ทำเพียงแค่ก้าวเดินแทรกผ่านเมมเบอร์ออกไปยืนด้านหน้าสุด เพื่อเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเวทีไปทำการแสดงโชว์ต่อ ทุกคนได้แค่ไล่สายตามองและส่ายหัวไปมาด้วยความเอือมระอา ก็จริงที่ว่าปกติแล้วแทฮยองไม่ใช่คนที่จะมาแสดงกิริยาอะไรแบบนี้ใส่พวกเขา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่อาการพวกนี้เกิดขึ้น นั่นแปลว่าเจ้าตัวคงจะอารมณ์ไม่ดีมากสุดๆ และต้นเหตุของไอ้อารมณ์ที่ว่าก็มักจะมาจากคนตัวเล็กที่ยืนทำตาละห้อยอยู่ด้านหลังนี่ล่ะ




                อารมณ์เสียปาร์คจีมินอีกแล้วล่ะสิ...



 




                การแสดงในค่ำคืนนี้จบลงไปอย่างสวยงาม แม้ว่าผลสุดท้ายแล้วพวกเขาจะไม่ได้รางวัลอะไรกลับมาเลยก็ตาม เพราะสิ่งหนึ่งที่เหนือกว่านั้นก็คือประสบการณ์และความสุขที่ได้ทำการแสดงบนเวทีขนาดใหญ่นั่น มันถูกเติมเต็มแทนที่ความเสียใจไปจนหมดสิ้น


                ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องนอนของตัวเองไปก็ไม่ลืมที่จะจัดวันเกิดให้พี่ใหญ่อย่างคิมซอกจิน ซึ่งแม้จะไม่ได้มีอะไรมากเป็นพิเศษ เพราะว่าพวกเขายังคงอยู่ในถิ่นต่างแดนแต่มันก็สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับเมมเบอร์ทุกคนได้เป็นอย่างดี แม้แต่แทฮยองที่เอาแต่ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ขณะอยู่ข้างล่างเวทีก็ยังพอยิ้มแย้มออกมาได้บ้างแล้ว



                ดึกพอสมควรกว่าที่จีมินจะอาบน้ำเสร็จ หลังจากกลับมาถึงห้องพักซึ่งถูกแบ่งให้นอนกับเมมเบอร์เป็นคู่ๆ และคู่ของเขาก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลมันคือคิมแทฮยอง มนุษย์95ไลน์เหมือนๆกันกับเขานั่นล่ะ


                ตอนแรกก็ดีใจอยู่หรอกนะที่รู้ว่าจะได้นอนห้องเดียวกันกับคนที่อายุเท่าๆกัน เพราะอย่างน้อยเวลาพูดคุยอะไรเขาจะได้รู้สึกสบายใจและไม่ต้องอึดอัดมาก แต่พอมาตอนนี้น่ะเหรอ..ปาร์คจีมินชักรู้สึกไม่ค่อยจะดีใจสักเท่าไหร่แล้วน่ะสิ


                ใบหน้ากับท่าทางที่เป็นปกติเมื่อตอนทำการฉลองวันเกิดให้กับจิน แปรเปลี่ยนเป็นเฉยชาอีกครั้งเมื่อตอนนี้เจ้าตัวอยู่กับจีมินเพียงลำพัง และนั่นก็สร้างความลำบากใจให้กับจีมินไม่ใช่น้อย




                นี่เขาทำอะไรผิดงั้นเหรอ? ทำไมต้องทำท่าเหมือนโกรธกันแบบนั้นด้วยล่ะ...




“เอ่อ...”


                น้ำเสียงที่ค่อนไปทางหวานหูกว่าผู้ชายปกติครางครือออกมา พร้อมกับดวงตาเรียวเล็กที่เหลือบไปมองคนที่นั่งปั้นหน้าบูดอยู่ตรงปลายเตียง จีมินยืนช่างใจอยู่เล็กน้อยเพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายดีไหม



“วันนี้..สนุกเนอะนายว่าไหม”



                น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจพูดขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าคนตรงหน้าเขาก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น



“ถึงเราจะไม่ได้อะไรเลย แต่ฉันว่าโชว์ของพวกเราน่ะเจ๋งสุดๆไปเลยนะ”


“....”


“อ่าใช่ รุ่นพี่แทยังได้รางวัลด้วยล่ะน่าดีใจชะมัด”


“....”


“นายว่าฉันควรจะอัดวีดีโอ หรือทวีตแสดงความยินดีให้เขาไหม เขาคงจะประทับใจเมื่อเห็นมันเนอะ ฮ่าๆๆ”


“....”


“วีอา..”


“....”


“นี่นายจะไม่คุยกับฉันหน่อยรึไง”


“....”


“โกรธอะไรฉันก็พูดมาสิ ทำไมต้องเงียบใส่แบบนี้ด้วย”


“....”


“วี..”


“น่ารำคาญน่ะ นายพูดจบรึยังฉันจะได้ไปอาบน้ำ”


                คำพูดที่หลุดออกมาหลังจากเงียบอยู่นานทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ต้องรู้สึกสะอึก มือเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลังกำแน่นราวกับสกัดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาได้สบตากับคนตัวสูงก็ต้องเป็นฝ่ายรีบหลบสายตาไป เมื่อใครอีกคนลุกขึ้นยืนและเดินเข้าห้องน้ำโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขา




                โดนรำคาญจนได้...




                โดนรำคาญทั้งๆที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดนี่มันก็เจ็บแปลกๆดีเหมือนกันนะ เจ็บจนน้ำตาจะไหลเลยล่ะที่โดนพูดใส่แบบนั้น





                นายจะรู้บ้างรึเปล่าว่าฉันเสียใจนะ ที่นายพูดกับฉันแบบนี้ แทฮยอง...

 





                ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกหลังจากที่มันถูกใช้เป็นเวลานานเกือบร่วมชั่วโมง ทั้งที่ความจริงแล้วคิมแทฮยองก็ไม่ใช่คนที่อนามัยอะไรมากมาย เหตุผลที่เขาหายเข้าไปนานขนาดนี้ก็คงเป็นเพราะไม่อยากจะออกมาเจอหน้าใครบางคนให้ต้องหงุดหงิดเล่นซะมากกว่า


                แต่แล้วก็ต้องแปลกใจขึ้นมาอีกครั้งเมื่อดวงตาคู่คมสัมผัสได้ถึงห้องนอนที่ว่างเปล่าไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แม้ว่าจะสอดส่ายเหลือบมองไปตามมุมต่างๆแต่ก็ไม่พบใครสักคนที่ควรจะนั่งแผ่หรือซุกตัวลงนอนอยู่บนเตียง ดูเหมือนว่าจีมินจะเดินออกไปจากห้องได้สักพักหนึ่งแล้ว





                หรือไม่ก็อาจจะตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวโดนอีกฝ่ายพูดใส่ว่ารำคาญ...




                แทฮยองส่ายหัวไปมาอย่างหน่ายๆ และหย่อนสะโพกนั่งลงกับปลายเตียง เขาไม่คิดแม้แต่จะออกไปตามใครคนนั้นให้กลับเข้ามา เพราะยังไงเสียเขาเองก็ยังคงรู้สึกไม่พอใจเจ้าเตี้ยนั่นอยู่ลึกๆ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะต้องไปเป็นฝ่ายง้อด้วยล่ะ




ก๊อก ก๊อก ก๊อก...



                เสียงเคาะประตูหน้าห้องที่ดังขึ้นเรียกสายตาที่กำลังขุ่นมัวให้หันไปมองอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก ก่อนบานประตูจะถูกเปิดออกโดยใครสักคนที่ชะโงกหน้าเข้ามามองด้านใน เป็นคิมนัมจุนหัวหน้าวงที่เส้นผมถูกย้อมเป็นสีแดงเพลิงนั่นเอง ขาสูงยาวกับใบหน้าเรียบๆที่ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมาขยับก้าวเข้ามายังในห้องอย่างถือวิสาสะ



“ไง ทะเลาะกับจีมินเหรอ”


                น้ำเสียงทุ้มที่เป็นเอกลักษณ์เอ่ยถามก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับเตียง นัมจุนใช้นิ้วหยิบแก้วน้ำซึ่งวางอยู่ใกล้มือขึ้นมาถือเล่น แน่นอนว่าสิ่งที่ได้ตอบกลับมามีเพียงความเงียบเท่านั้น แต่คนอย่างนัมจุนก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกนะ เขากะไว้แล้วว่าถามไปแบบนี้ยังไงซะไอ้มนุษย์มิติที่สี่ตรงหน้าเขาก็คงไม่ยอมตอบออกมาง่ายๆหรอก


“จริงๆนายควรจะคุยกันให้รู้เรื่องนะ เจ้านั่นก็ดูจะเสียใจมากอยู่ที่นายทำแบบนี้”


“....”


“อะไรที่เก็บไว้ไม่บอกให้รู้ ก็จะไม่มีใครเค้ามาเข้าใจนายด้วยเหมือนกัน”


“....”


“รู้ใช่ไหมว่าหมอนั่นไม่เคยร้องไห้”


“....”


“แต่ฉันว่าครั้งนี้มันคงจะเสียใจจริงๆล่ะว่ะ”


                นัมจุนเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ทว่าชายหนุ่มกลับระบายยิ้มออกมาพร้อมกับวางแก้วลงไว้บนโต๊ะตามเดิม ขายาวยืนขึ้นเต็มความสูงอีกครั้งปล่อยให้มือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปวางไว้ในกระเป๋ากางเกง และก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมพูดอะไรทิ้งท้ายไว้ให้ใครอีกคนได้รู้


“มันอยู่ที่สระน้ำ จะทำไรก็รีบทำเข้าล่ะ ปล่อยให้นั่งตบยุงนานๆมันไม่ดีนักหรอก”


                เพราะเห็นว่าฝ่ามือที่วางอยู่บนตักกำแน่นหรอกนะ นัมจุนถึงยอมบอก แค่เห็นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นเดือดเป็นร้อนแค่ไหนที่ได้ยินเขาพูดออกไปอย่างนั้น ถือซะว่าไอ้ที่ทำไปทั้งหมดนี่เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่ลีดเดอร์อย่างเขาควรจะพึงกระทำล่ะนะ...




                คิมแทฮยองพรูลมหายใจออกมาแผ่วเบาหลังจากที่หัวหน้าวงเดินออกจากห้องไปแล้ว เขายังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียงดังเดิมด้วยความรู้สึกลังเลที่ก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจ เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเป็นไม่สนใจหรือออกไปตามใครอีกคนให้กลับเข้ามาดีไหม


                แม้จะอยากฟอร์มจัดและยึดมั่นในความรู้สึกตัวเองที่วนเวียนอยู่ในสมองว่า อย่าไปยอม หากคำพูดของนัมจุนเองที่เพิ่งเอื้อนเอ่ยมาก่อนหน้านี้ก็ยิ่งดังแข่งกับความทิฐิของเขาให้ต้องคิดมากไปกันใหญ่ เพราะแค่นึกถึงใบหน้าใครอีกคนที่แสดงออกถึงความเสียใจก็ทำเอาลมหายใจต้องกระตุกไปหลายที




                เขาควรจะเป็นฝ่ายเข้าไปพูดกับจีมินอย่างนั้นเหรอ? จะยอมหายโกรธเพียงแค่เพราะว่าใครอีกคนร้องไห้เนี่ยนะ?




                ไม่อ่ะ...ทำไมต้องยอมด้วย ในเมื่อคนที่รู้สึกไม่พอใจและเสียใจมันควรจะเป็นเขาต่างหาก







                แม้จะคิดอย่างนั้นแต่มันก็น่าตลกร้ายนะ ที่รู้ตัวอีกทีขาเจ้ากรรมก็ดันมายืนเอ๋ออยู่ตรงบริเวณหน้าสระน้ำซะแล้ว...


                ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนทอดมองแผ่นหลังที่ดูบอบบางของใครบางคนท่ามกลางความเงียบ ดูเหมือนว่าคนที่นั่งหย่อนขาแช่น้ำในสระจะไม่รู้ตัวเอาซะเลย ถึงได้ยังคงนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้น


                ท่อนแขนที่ดูเหมือนจะแข็งแรงดี หากมองจริงๆแล้วก็ยังดูเล็กสมส่วนกับขนาดตัวถูกยกขึ้นถูไปมาบริเวณใบหน้า ให้คนที่ยืนมองอยู่ข้างหลังได้รู้ว่าสิ่งที่นัมจุนบอกนั้นคงเป็นเรื่องจริง


                ร้องไห้จริงๆสินะ


“มานั่งทำอะไรตรงนี้”


                หลังจากที่ยืนเงอะๆงะๆอยู่นานกว่าคนที่ตัวโตกว่าจะตัดสินใจเดินเข้าไปหย่อนขานั่งลงข้างๆใครอีกคน เสียงทุ้มเอ่ยถามราบเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประกอบกับท่าทางที่ดูทำตัวไม่ถูกช่างขัดแย้งกันไปซะหมด


                ปาร์คจีมินไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะหันใบหน้าเหรอปรายสายตาไปมองคนที่เพิ่งจะเดินมานั่งลงข้างๆ จมูกเล็กๆทำเพียงสูดน้ำมูกขึ้นมาแผ่วเบาพร้อมกับช้อนดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำมองไปยังทางข้างหน้า ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าสนใจเลยสักนิด แต่มันก็ยังดีกว่าต้องหันไปเห็นใครบางคนที่นั่งเว้นระยะห่างอยู่ข้างๆนั่นล่ะนะ


                ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีก็เป็นนัมจุนที่เข้ามานั่งและพูดคุยด้วย ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีมากกว่าก็เลยทำให้ปาร์คจีมินเผลอพูดระบายออกไปถึงสิ่งที่อัดอั้นภายในจิตใจ และก็ลืมนึกไปเสียสนิทเลยว่าบางทีนัมจุนอาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแทฮยองตัวต้นเหตุก็ได้ และมันก็ดันเป็นอย่างนั้นจริงๆซะด้วย



                รู้งี้ไม่เล่าให้ฟังซะก็ดี...



“นี่..หันมาคุยกันหน่อยสิ”


“....”


“จีมิน”


“....”


                ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูอ่อนเยาว์กว่าวัยหันหนีไปอีกทิศทางหนึ่ง เป็นการบอกทางอ้อมกับอีกฝ่ายว่าเขาจะไม่ยอมคุยดีๆด้วยอย่างที่ร้องขอออกมาแน่


“จีมิน..”


“....”


“นี่จะหันมาคุยกันหน่อยได้ไหม?”


“....”


“ฉันอุตส่าห์ลงมาตามแล้วนะ”


“ก็กลับไปสิ”


“....”


“ฉันขอร้องให้นายออกมาตามฉันหรือไง?”


“....”


“ถ้ามาเพราะคนอื่นพูดให้มา ก็กลับขึ้นไปเลย”


“นี่...นายจะร้องไห้ทำไมวะ”


                แทฮยองเอ่ยถามด้วยสีหน้าซีเรียสเมื่อเขารับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือนั่น จีมินไม่พูดอะไรต่อและยังคงไม่หันหน้ากลับมามองคนปากเสียแม้แต่น้อย ท่อนแขนขาวๆทำเพียงแค่ยกขึ้นเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองอย่างลวกๆ


                แม้จะไม่มีเสียงสะอื้นหลุดออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ใครจะรู้บ้างว่าแค่น้ำตาของผู้ชายที่ชื่อปาร์คจีมิน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายมากเกินพอแล้ว



                ปกติก็เอาแต่ยิ้มแย้ม ใครแกล้งใครแหย่อะไรก็หัวเราะกลบเกลื่อนเสมอ ขนาดมีเรื่องที่รู้สึกกดดัน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เครียดจีมินก็จะทำเพียงแค่พูดระบายมันออกมา และสุดท้ายก็จะยิ้มรับมันเหมือนเช่นทุกๆที


                ร่างกายที่ดูสมเป็นผู้ชายแต่ก็ตัวเล็กกะทัดรัด ต้องแบกรับความรู้สึกอะไรไว้มากมายจริงๆ ถึงอย่างนั้นจีมินก็เข้มแข็งเสมอและแทบไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นเลยสักแอะ


                แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เขารู้สึกเหนื่อยล้าและกำลังอ่อนแอ...แถมยังปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาง่ายๆอีก มันก็เป็นเพราะไอ้บ้าที่นั่งอยู่ข้างๆนี่ล่ะ เพราะมันคนเดียวเลย...




                ก็ทุกครั้งเวลาที่มีเรื่องหนักอกหนักใจ คนที่รับฟังเขาก็คือวี


                ทุกครั้งที่เขาเครียด คนที่ช่วยทำให้เลิกคิดมากก็คือวี


                ทุกครั้งที่เขาไม่มีความมั่นใจ คนที่ให้กำลังใจได้ดีที่สุดก็คือวี


                เพราะทุกครั้งที่เขารู้สึกกดดัน รู้สึกทุกข์ รู้สึกสนุก รู้สึกมีความสุข วีมักจะยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ




                เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาตลอดแท้ๆ ทั้งที่น่าจะเป็นคนที่เข้าใจเขามากที่สุดกว่าใครทั้งหมด แต่ทำไมถึงได้ทำตัวเย็นชาใส่ พูดจาร้ายๆใส่ ที่งานแสดงนั่นก็ไม่ปริปากพูดอะไรกับเขาสักคำ อย่างน้อยถ้าไม่คิดจะชมก็น่าจะปลอบกันหน่อยสิ


                ถึงจะไม่มีใครรู้ว่าในตอนที่เต้นฉีกเสื้อ ปาร์คจีมินกังวลและกลัวความผิดพลาดมากแค่ไหน แต่เขาก็คิดเสมอว่าอย่างน้อยคนหนึ่งที่ต้องดูออกก็คือคิมแทฮยอง


                สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เป็นอย่างนั้น ทุกคนเอ่ยชมเขา แต่แทฮยองไม่พูดอะไรกับเขาเลยแม้แต่ประโยคเดียว....แล้วยิ่งได้ยินคำว่า รำคาญ หลุดออกมาจากปากของหมอนั่น มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียใจ



“จีมิน”


                น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบ มือหนาคว้าเข้าที่ท่อนแขนดึงให้คนที่กำลังรู้สึกน้อยใจขยับเข้ามาใกล้ๆ


“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิ”


                พูดด้วยสีหน้าลุกรี้ลุกรนพร้อมกับชะโงกมองด้วยความรู้สึกผิดที่เริ่มก่อตัว ไอ้ทิฐิที่มีซะสูงลิบลิ่วมาก่อนหน้านี้ทลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อดวงตาคู่คมเห็นน้ำใสๆกลิ้งผ่านผิวแก้มนวลไปช้าๆ คิมแทฮยองนึกอยากจะเอามือตบกะบาลตัวเองซักทีที่โกรธอะไรไม่เข้าเรื่องจนทำให้คนข้างๆร้องไห้ออกมาแบบนี้ ที่สำคัญคือเขาไม่รู้ว่าควรจะง้อยังไงดีด้วย!


“จีมิน..ฉันขอโทษ”


“....”


“ไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้น ขอโทษจริงๆ”


                ว่าพลางยกฝ่ามือขึ้นลูบหัวทุยๆเป็นการปลอบเสียยกใหญ่ จีมินยังคงเงียบแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ผละศีรษะออกหรือลุกเดินหนีแต่อย่างใด ทำเอาคนที่ตัวโตกว่าต้องกลืนน้ำลายลงคอตัวเองอย่างฝืดๆ และเริ่มกลับมาอ้ำอึ้งอีกครั้ง เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรต่อดี



                คือ...ยอมรับก็ได้ว่าตัวเองผิด แต่ยังไงซะแทฮยองก็ยังยืนยันอยู่ในใจลึกๆล่ะนะว่าต้นเหตุมาจากปาร์คจีมิน..




“คราวหลังถ้ารำคาญฉัน...บอกกันดีๆก็ได้นะ ฉันจะได้ไม่ยุ่งกับนาย”


                น้ำเสียงที่เกือบจะราบเรียบปกติดีพูดขึ้นพร้อมกับดวงตาเคลือบน้ำสีใสที่กรอกไปมา ทำเอาไอ้คนที่พยายามนั่งคิดคำโอ๋ต้องกระตุกหายใจไปเสี้ยววินาที


“ฉันเข้าใจ..การที่นายต้องมาทนฟังฉันบ่อยๆมันน่าเบื่อ..”


“มันไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย”


“....”


“ฉันยินดีรับฟังนายเสมอนะ ไม่เคยคิดว่าต้องรู้สึกอดทนเลยสักครั้ง”


“....”


“ที่พูดไปแบบนั้นก็เพราะว่าฉันโกรธ...”


“....”


“ที่นายเต้นฉีกเสื้อ”


“?”


                ใบหน้าค่อนไปทางหวานหันกลับมาสบตากับอีกฝ่ายด้วยสีหน้างุนงงเมื่อได้ยินอย่างนั้น คิมแทฮยองเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด



“เฮ้อ...ทุกคนดูชอบที่นายทำแบบนั้น แต่ฉันรู้สึกไม่โอเคเลยสักนิด”


“..ทำไม”


                แม้จะเหมือนมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่น้ำเสียงที่เบาบางก็ยังเลือกที่จะถามออกไปเพราะอยากได้ยินและเข้าใจให้ชัดๆ



“ฉันหวง”


“....”


“ก็รู้หรอกว่ามันเป็นคำสั่งของเมเนเจอร์ฮยอง แต่ถ้านายเองไม่อยากเต้นทำไมถึงไม่เอามันมาปรึกษาฉันล่ะ”


“....”


“ปล่อยให้โฮซอกฮยองออกไปเต้นคนเดียว ไม่งั้นก็ส่งจองกุกไปแทนก็ได้นี่”


“จะทำอย่างนั้นได้ยังไงเล่า..”


“ทำไมจะทำไม่ได้”


“....”


“เจ็บเท้าขนาดนี้ถ้าเกิดมันพลิกขึ้นมากลางเวทีจะทำยังไง? ฉันวิ่งไปช่วยนายไม่ทันหรอกนะ”



                ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจทันทีที่ฟังอีกฝ่ายพูดจนจบ ริมฝีปากอวบอิ่มก็ขยับพะงาบๆประกอบ เพราะเขาไม่คิด ไม่คิดจริงๆ...ว่าวีจะดูออก


                สามวันแล้วที่จีมินรู้สึกปวดๆฝ่าเท้าอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมันอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ที่มีคิวงานแน่นและซ้อมหนักมากเกินไปหน่อย และเขาก็ไม่กล้าที่จะบอกใครด้วยเพราะกลัวว่าเรื่องจะถึงหูโฮบอมฮยองซึ่งเป็นเมเนเจอร์ที่ดุแสนดุ เขาอาจจะโดนเอ็ดและคาดโทษเอาได้ถึงได้เลือกที่จะปิดปากเงียบไว้แบบนี้



“น..นาย..ดูออกด้วยเหรอ?”


“เหอะ..มีอะไรที่ฉันไม่รู้บ้างล่ะเกี่ยวกับนาย”


“....”


“ฉันสังเกตมาสักพักแล้วว่าเวลานายก้าวเท้าซ้ายมันดูแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวยังไงนายก็คงเอามาเล่าให้ฉันฟัง”


“....”


“มันน่าโกรธไหมล่ะที่มารู้ทีหลังว่านายต้องออกไปเต้นฉีกเสื้อบ้าๆนั่นทั้งที่เท้าก็เจ็บจะแย่อยู่แล้ว แล้วยังใส่แค่เฟอร์ตัวเดียวขึ้นแสดงอีก”


“ขอโทษ...”


“ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ เรื่องที่นายเจ็บเท้าแล้วฝืนออกไปเต้น หรือเรื่องนายโชว์ฉีกเสื้อให้คนอื่นแทะโลมด้วยสายตากันถ้วนหน้า”


“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”


“....”


“ฉันไม่คิดว่านายจะดูออกอ่ะ..”


“เหอะ”


“ยังโกรธอยู่เหรอ”


“บ้าเหรอ เห็นน้ำตานายฉันก็โกรธไม่ลงละ ถ้าโกรธอยู่จะมานั่งง้ออย่างนี้ไหม?”


“วีอา~


                รอยยิ้มกว้างถูกฉีกส่งให้คนข้างๆด้วยความดีใจ ดูเหมือนมนุษย์ขี้แยจะหลุดหายออกไปจากร่างของปาร์คจีมินเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้ว แทฮยองหลุบสายตามองคนข้างๆที่ฉีกยิ้มจนตาปิดส่งมาให้เขา ก่อนจะยื่นมือไปเขกหัวทุยๆด้วยความหมั่นเขี้ยว เมื่อกี้ยังทำหน้าบูดใส่เขาอยู่เลยแท้ๆกลับมาเป็นคนร่าเริงยิ้มเรี่ยราดอีกแล้วสิ



                แต่ก็ดีแล้วล่ะนะ ดีกว่าต้องมาทนเห็นน้ำตาของมันเป็นไหนๆ...



“จะขึ้นห้องได้ยัง เท้านี่แช่น้ำจนเปื่อยแล้วมั้ง”


“ก็มันเย็นนี่หว่า คราวหลังก็ลงมาให้มันเร็วๆกว่านี้สิอย่าฟอร์มเยอะนัก”


“ยังจะมาสั่งอีก! ลุกขึ้นมาเลยเร็วๆ”


                น้ำเสียงทุ้มว่าพลางทำสีหน้าดุเล็กน้อย ตอนนี้คนตัวโตกว่ายืนเต็มความสูงเรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่ไอ้คนที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ยังเอาเท้าจุ่มน้ำอยู่อย่างนั้น


“ปวดเท้าอ่ะ”


“นั่นไง..”


“ห้ามบอกเรื่องนี้กับพี่เมเนเจอร์นะ”


“ฉันว่าจะวิ่งไปบอกเดี๋ยวนี้แหละ”


“ย่าห์! นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะวี”


“เออๆ ลุกขึ้นมาสิ เดินไหวไหมล่ะ”


“คิดว่าไหวอยู่”


“เฮ้อ...”




                แทฮยองถอนหายใจพลางกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาหย่อนตัวนั่งลงอีกครั้งโดยหันหลังให้ใครอีกคน




“เอ้าลุกมา เดี๋ยวให้ขี่คอ”


“จริงดิ!


“เอออออออ”


“โอ้โห~ ใจดีแบบนี้พี่ชอบ ฮ่าๆ”


“หึ..ฉันก็ชอบเหมือนกันนั่นแหละ”


“ฮะ? อะไรนะ?”


“ขึ้นมาเร็วๆ จะกลับไหมห้องน่ะ!


“ครับๆ! สั่งจังวะ..”


                บ่นอุบอิบแต่ก็รีบหันไปเกาะหลังคว้าคอไอ้คนที่เก๊กโวยวายอย่างกระฉับกระเฉง ขายาวๆลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้งโดยที่มีท่อนแขนทั้งสองข้างเหนี่ยวรั้งร่างกายของคนที่ขี่อยู่ข้างหลังไว้อย่างมั่นคง จีมินหัวเราะคิกคักและไม่วายที่จะใช้มือดึงผมแหย่อีกฝ่ายเล่น แน่นอนว่าแทฮยงต้องพูดบ่นออกมาตามประสานั่นล่ะ นี่แบกหมูเฉยๆว่าหนักแล้วยังต้องมาทนให้มันดึงผม ดึงหู จี้คอ เล่นด้วยหรือไง? เดี๋ยวปั๊ดก็โยนทิ้งมันตรงทางเดินนี่ซะหรอก

 







                บ่นกระปอดกระแปดไปงั้น...แต่ปากนี่ยิ้มไม่หุบเลยจริงๆ...














END.

ฟินกันไป 5555555555555
แพ็คจิมน่าเจี๊ยะจริงๆนะยูวววววว
อ่านแล้วเม้นหน่อยนะตัวเอง จุ๊บๆ!~ 

 

  。SYDNEY♔

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ มีนรยา (Meanrya) จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

28 ความคิดเห็น

  1. #28 nnvm (@nnvm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 13:31
    แง้ แทฮยองอ่าา โกรธจนจีมินร้องไห้เลย หวงมากเลยใช่มั้ยล่าาา ขนาดนี้แล้วน้า เป็นแฟนกันเถอะจบๆไป 555555555
    #28
    0
  2. วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:46
    น่ารักง่ะ..ชอบจัง
    #27
    0
  3. #26 mokopmmm
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:53

    ร้องไห้ตามจีม555 น่ารักฟินสุดๆๆๆๆ ชอบvminร้ากกกก

    #26
    0
  4. วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 20:21
    เนื้อหาหายไปไหนอ่ะ
    #25
    0
  5. #24 ps.seven (@ichbinpamjaa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 05:50
    ชอบอ่าเขินมากกกอร๊ายยยยย
    #24
    0
  6. #23 EntOo (@EntOo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 16:40
    ฟินเรียบร้อย เป็นห่วงเขาก็บอกตั้งแต่แรกเลยสิ มีง้อ ละมุนอ่า
    #23
    0
  7. #22 Njwwwwwwww (@Njwwwwwwww) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:06
    ฟินเว้ยยยยย
    #22
    0
  8. #21 YamaLuffyijikO (@llseungll) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 15:01
    ฮือออออ น่ารักง่าาาา ชอบมากกกกก
    #21
    0
  9. วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 02:37
    โอ้ยน่าร๊ากกกกก สั้นๆ แต่ใจสั่นมากมายย
    #20
    0
  10. #19 Lemonier (@Lemonier) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 16:39
    ชอบอ่าา อยากให้มีต่ออออ
    #19
    0
  11. #18 Z0227Z (@witch0227) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 03:28
    น่ารักโอ้ยเขิน;///;ไม่มีฉากหวิวๆแต่อบอุ่นใจมากเลยอ่ะฮือชอบมากๆเลยค่ะ
    #18
    0
  12. วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 15:40
    สรุปสองคนนี้นี่ยังไง มีการหวงกันด้วย 555555 ชอบมากคะ อยากให้แต่งอีก จะติดตามเลยยย ^^
    #17
    0
  13. #16 หมูจีน้อย (@sopinpilast) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 22:12
    น่าร้ากกอ่าาา ชอบบบบบบๆๆๆๆๆ
    #16
    0
  14. #15 뷔민 집빠
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:51
    โง้ยนังวีแทแทททททททท

    ว่าแล้วว่าหึงหวงห่วงชัวร์

    บูดมาแต่ไกลเชียวววววว

    ไม่มีไรมาก แค่นัมจุนหล่อลากกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ติ่งดิ้นแปป55555

    วีมิน

    นัลล้าคคคคคคคคากวฟทฟวผมปยหาไาเาเาเทดา

    뷔 태태 제짐짐

    น่ารักที่สุดในโลกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดกด
    #15
    0
  15. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:16
    แท หวงงงงงงงงงงงงงง

    ความจิงง หลังงานมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ? 5555

    โอ๊ย ฟินอ้ะ

    แทก็ ฟอร์มเหลือเกิน สุดท้ายก็ทนความน่ารักสดใสไม่ไหวชิปร้ะะะะ
    #14
    0
  16. #13 Font Loveyou (@abcdefghiamyou) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 20:04
    ชอบการใช้คำ อ่านแล้วอินตามดีค่ะ ชอบตอนที่แทแทโกรธหมูจี อ่านตอนนั้นทำให้ใจสั่นๆตามเลย สรุปคือชอบค่ะ ซ่อมคอมไวๆนะ
    #13
    0
  17. #12 เตี้ยของพี่
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 06:36
    หูววววว ชอบฟิคงานมาม่ามากค่ะ เพราะเราก้คิดเว่ยไรท์เตอร์ ว่าแทฮยองต้องงอนจีมินแน่ๆที่ฉีกเสื้อ

    เพราะก่อนหน้างาน ยังถ่ายรูปในห้องน้ำ หยอกกันเล่นอยู่ดีๆ แต่พอจบงานนะ ไม่ลงรูปคู่เล้ยยยย

    นี่ก้เปิดโหมดมโนสุดฤทธิ๋ ว่าเตี้ยของพี่นะ ต้องโดนแทแทมันโกรธ

    พอมาเจอฟิคแบบนี้ รู้สึกสนองนี้ดตัวเองสุดๆ ฮ่าๆๆๆ
    #12
    0
  18. วันที่ 16 ธันวาคม 2557 / 11:59
    อร๊ายยยยยยยยยยย
    น้องย้วยยยยยยย ยังคงสเตปความน่ารัด น่าฟัด น่าขย่ำ น่าปล้ำ (?) อยู่เหมือนเดิมม ><
    โถ่วววว นุ้งวีนี่ถ้าพูดกันดีๆน้องย้วยก็ไม่ต้องมานั่งร้องไห้หรอก
    แต่ก็เถอะนะ ยังไงก็ฟินเฟอร์อยู่แล้วววว งื๊อออออ
    #11
    0
  19. วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 10:27
    ฟินไปดิๆๆ~
    นี่ไม่คิดจะบอกชอบอาหมูสักหน่อยหรอ?
    อ้อ....บอกแล้วแต่ไม่ได้ยิน งือออ แอบมีกุกมินให้จิ้นนิดๆ #ผิดๆ
    #10
    0
  20. วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 00:13
    'ฉันก็ชอบเหมือนกันนั่นแหละ' โอ้ยเขินนนนนนน><

    แทแทขี้หึงเอ้ยยยย งอนเค้าโกรธเค้าก็ไม่ยอมพูดแล้วใครเค้าจะรู้กับแก๊ๆๆๆๆ

    ดูดิให้หมูเอ้ยจีจี้เสียน้ำตาไปตั้งหลายหยด มันน่าไหมๆๆ

    แต่ก็นะ ให้อภัยๆ รักหมูจีให้มากๆละกันเพราะแพ็คนางสวยมาก #เกี่ยวมั้ยย5555555
    #9
    0
  21. #8 ~ P E A R ~ (@paphawarin_pear) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 22:42
    เป็นเรานี่หนีไปนอนกับคนอื่นเลย ปล่อยให้อิพี่แทนอนคนเดียวไปเลย!!! แต่ตอนสุดท้ายโคตรจะฟินนน
    #8
    0
  22. #7 Monaaca (@xiuminexom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 18:43
    รู้ว่านายหวงจีมินน่ะ แต่มีอะไรก็ให้บอกเค้าไปสิ เอามาเก็บไว้แล้วพูดทำร้ายกันขนาดนี้ จีมินเสียใจนะแทฮยอง อย่าทำแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นทวงจีมินคืนแน่!!!!!!!!
    #7
    0
  23. วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 13:11
    น่ารักกดีค่ะ ความจริงหึงก้อบอกเค้าไปสิ. 55
    #6
    0
  24. #5 HIDEKO (@maisoosoo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 08:33
    ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวมากข่าาาา~ วีโหมดดาร์กได้ไม่เท่าไหร่จริงๆ
    #5
    0
  25. วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 02:34
    อะเห้ยยยยยยยยยน่ารักอะ

    แต่แบบตอนแรกคือมันแอบหน่วงปะแง อ่านแล้วแบบตัวเล็กของเค้าาาาา จะทุบบักวี!!!
    แต่ก็เข้าใจอะน้าคนแอบรักแอบชอบมันก็ต้องมีหวงกันบ้างปุ๊ดโถ่ว.. 
    แทฮยองเหมือนเป็นตัวแทนของเมนจีมิน เอาตรงๆชุ้นก้หวงแพคของนางงงงง T_T

    น่ารักมากเยยขอบคุณค่า ♥
    #4
    0