[Yaoi] DON'T KILL ME ชะตารัก ดีกรีร้าย! (สนพ. Nananaris Ybooks)

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 2,376,755 Views

  • 23,527 Comments

  • 43,643 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    25,671

    Overall
    2,376,755

ตอนที่ 62 : Ep.18::BP’cafe

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 818 ครั้ง
    10 พ.ค. 59














vEp.18v

:: BP’cafe ::

 

 

 

 





 

 

 

          ห้าปีต่อมา

 

เสียงกรุ๊งกริ๊งดังมาจากประตูหน้าร้าน ทว่าผมซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการตกแต่งหน้าเค้กในโซนด้านหลังไม่ได้หันไปให้ความสนใจเท่าไรนัก สายตาก็มองเพียงครีมสีขาวรสนมสดที่ต่อเติมบนขนมปังทรงกลมอย่างสวยงาม

 

“ผู้ชายคนนั้นมาอีกแล้วอ่ะพี่” น้องกอแก้วบ่นพึมพำพร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้

 

ผมละสายตาหันไปมองเธอในชุดพนักงานเสิร์ฟน่ารักสีครีมตัดน้ำตาลผ่านกระจกพลางฉีกยิ้มกว้างส่งให้

 

“ใครครับกอแก้ว”

 

“คนเดิมค่ะ สั่งเอสเปรสโซเหมือนเดิมด้วย”

 

กอแก้วเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจนัก น้องรหัสของเพลิงนิลคนนี้เรียนจบมาได้หนึ่งปีแล้วล่ะนะ เธอทำงานอยู่บริษัทเดียวกับโซดาแต่ก็ลาออกมาเมื่อหลายเดือนก่อนเพราะรักอิสระมากกว่า ตอนนี้เปิดห้องเสื้อแบรนด์ใหม่ที่เริ่มมีความนิยมไม่น้อยและมาช่วยงานผมในยามว่างฆ่าเวลา

 

เคยถามเหมือนกันว่าไม่เหนื่อยหรอเพราะดูแล้วสาวสวยเขาไม่น่ามาทำอะไรแบบนี้ได้ แต่กอแก้วกลับหัวเราะแล้วบอกว่าสนุกดี

 

กอแก้วก็เหมือนกับผมที่เริ่มทำงานไปเกือบปีแล้วมันไม่ใช่ เลยต้องออกมาเปิดร้านเครื่องดื่มพร้อมขนมเค้กแบบนี้ ผมชอบทำอาหารทั้งคาวหวานแต่เดิมอยู่แล้วด้วยเลยไปรอด ความจริงที่ไม่เลือกเรียนคหกรรมก็เพราะอยากให้การทำอาหารเป็นงานอดิเรก

 

แต่ดันมาทำเป็นอาชีพไปซะแล้ว ใช่เรื่องไหมวะเนี่ย!

 

ช่างเถอะ โทษความผิดพลาดในชีวิตผมก็แล้วกัน...ไม่สิ โทษเพลิงนิลที่กดดันผมจะดีกว่า!

 

โอเคว่ามันออกจะเกินไป เพราะคนเราก็ต้องมีสังคมหรืองานเลี้ยงสังสรรค์กันบ้าง ต้องมีปรับทุกข์สุขตามประสาเพื่อนร่วมงานอยู่แล้ว แต่ประเด็นมันอยู่ตรงวันหนึ่งผมแอบไปเลี้ยงสรรสรรค์เนื่องในโอกาสปิดโปรเจกต์อันแสนหฤโหดไง แล้วคราวนี้พ่อทูนหัวท่านก็บุกมากลางผับอีกทั้งยังลากผมที่เมาไม่รู้เรื่องรู้ราวออกไปท่ามกลางสายตาช็อกค้างของบรรดาเพื่อนร่วมงานและสายตาของไอ้โซดากับคิมที่มองตามอย่างหวาดเสียว

 

ไม่ต้องถามนะว่าต่อจากนั้นผมเป็นอย่างไร เอาเป็นว่ามันมีปัญหาหลายอย่างเลยต้องออกจากงาน และปัญหาส่วนใหญ่ก็เกิดจากเพลิงนิลเสียด้วย!

 

เขาเคยเปรยขึ้นหลายครั้งว่าให้ผมอยู่แต่บ้านไม่ต้องไปทำงานน่ะดีแล้ว แต่ใช่เรื่องหรอวะ! เรื่องอะไรจะยอมเสียความรู้ที่เรียนมาอย่างเปล่าประโยชน์โดยนั่งผลาญเงินเขาเล่นไปวันๆ 

 

แต่ก็นั่นแหละ ทำไปทำมามันก็ไม่ใช่ในแบบที่ผมเลือกแล้วมีความสุขอยู่ดี เลยต้องออกมาเปิดร้านเค้กกึ่งเครื่องดื่มแบบนี้ ตอนแรกก็เกือบทะเลาะกัน จำได้ว่าผมโดนล่ามโซ่ไปประมาณสามวันล่ะมั้ง

 

เอ่อ...นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรจะหยิบยกมากล่าวใหม่สินะ

 

สาเหตุก็เพราะเพลิงนิลไม่อยากให้มาเปิดร้านกลางที่สาธารณะแบบนี้ เขาบอกว่าศัตรูมีอยู่รอบทิศ ถ้าผมมาเปิดร้านก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นเป้านิ่งให้พวกมันเล่นงาน อยู่ผลาญเงินเขาต่อน่ะดีแล้วเนื่องจากมีมากก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ตรงไหนประมาณนี้ ตอนนั้นผมคิดในใจเถียงกลับไปว่ามีมากก็เอาไปฝากธนาคารสิโว้ย!

 

แต่ก็นั่นล่ะ ใครจะกล้าพูดออกไปถ้าเห็นสีหน้าเรียบเย็นพร้อมประกายตาน่าขนลุกของเขากัน

 

และเพราะผมประท้วงไม่กินข้าวเกือบสองวัน ไม่คุยด้วยอีกสองคืนทั้งที่โดนล่ามโซ่ตรงข้อเท้าก็ไม่หือไม่อือไม่ขยับดิ้นรน เพลิงนิลถึงยอมปล่อยอีกทั้งยอมให้มาเปิดร้าน BP’café แห่งนี้ในที่สุด ช่วงนั้นโคตรทุลักทุเลเพราะเริ่มแรกผมก็เจ็บตัวอยู่เหมือนกัน แต่หลังจากประท้วงเสร็จก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ

 

ทว่าข้อแลกเปลี่ยนมากมายก็ตามมานับไม่ถ้วน เอาเป็นว่าผมไม่ขอบรรยายให้เสียบรรยากาศจะดีกว่า

 

BP’café เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นด้วยความสิ้นคิดของผมโดยการเอาอักษรหน้าชื่อเล่นของพวกเรามาตั้ง แล้วทำไมถึงไม่เป็น PB? อย่าลืมสิว่าผมเป็นเจ้าของร้าน!

 

ถึงแม้เงินทุนแรกเริ่มจะเป็นของเพลิงนิลก็เถอะ ทว่าผมก็ทยอยใช้เขาทุกเดือนจนเกือบถึงครึ่งแล้วแม้ว่าเพลิงนิลจะไม่ยอมเอาคืนก็ตาม แต่ผมก็แอบยัดเหยียดใส่หนึ่งในบัญชีของเขาซึ่งเปิดใหม่โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผมผลาญเงินเล่นทุกเดือนอยู่ดี

 

 ส่วนดอกเบี้ย...เขาก็เก็บมันเกือบทุกคืน ผมไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องน่าอายนี้เลยสักนิดเพราะฉะนั้นโปรดข้ามมันไป!

 

BP’café เป็นร้านเล็กๆที่มีบรรยากาศเหมือนร้านขนมและเครื่องดื่มทั่วไปเพียงแต่สำหรับขนมนั้นที่นี่จะขายแค่ขนมเค้กในรูปแบบต่างๆ ผมไปเข้าคอร์สเรียนมาเกือบสองเดือนได้ อีกทั้งยังเพิ่งเปิดร้านเมื่อประมาณห้าเดือนก่อนนี่เอง โดยการตกแต่งร้านนั้นก็เน้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยต้นไม้กับดอกไม้เพื่อความร่มรื่นเข้าถึงธรรมชาติมากที่สุด

 

ลูกค้าก็มีบ้างปะปรายช่วงแรก ทว่าช่วงหลังนั้นแน่นขนัดไม่ว่าจะเป็นเด็กมอต้นและมอปลาย เด็กมหาลัยหรือวัยทำงานก็ตาม ทว่าที่มากที่สุดคงเป็นเด็กมหาลัยกับวัยทำงานเพราะบริเวณแถบนี้ใกล้มหาลัยและบริษัทอยู่หลายแห่ง

 

“พี่เบนคะ...พี่เบนซิน!

 

“ว่าไงกอแก้ว” ผมหลุดจากห้วงภวังค์แล้วหันไปมองน้องรหัสของเพลิงนิลตามเดิม

 

“เมื่อกี้แก้วบอกว่าผู้ชายคนเดิมมาอีกแล้วอ่ะค่ะ สั่งเอสเปรสโซด้วยที่โต๊ะสาม” เสียงแว่วหวานของสาวสวยเอ่ยย้ำคำที่ผมเกือบลืมไปแล้ว

 

ผมพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะละมือจากก้อนเค้กตรงหน้าเพื่อหมุนตัวไปทำเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่ง เคาน์เตอร์นี้มีความเป็นส่วนตัวนิดหน่อยและแตกต่างจากที่อื่นคือเป็นกระจกสีทึบกั้นทั้งแถบโดยมีช่องขนาดเล็กเพื่อส่งเครื่องดื่มออกไปยังโซนด้านนอก ส่วนตู้โชว์เค้กสำหรับร้านก็อยู่นอกกระจกเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสั่งตามใจชอบ

 

 กระจกสีทึบมีสิ่งพิเศษคือมัน กันกระสุน ได้ ไม่ใช่แค่ตรงนี้...แต่กระจกรอบร้านด้วยเช่นกัน เพลิงนิลยื่นคำขาดว่าต้องเป็นรูปแบบนี้เท่านั้น ความจริงจะจ้างเชฟมาทำก็ได้แต่ผมอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเองมากกว่าเรื่องมันเลยเยอะแบบนี้ไง แม้แต่เสิร์ฟเองผมก็ทำมาแล้ว

 

ผมพึมพำเพลงเสียงแผ่วเบาอย่างอารมณ์ดีไปด้วยในขณะที่ทำเอสเปรสโซใส่แก้วเสร็จเรียบร้อย เงยหน้าขึ้นมองกระจกที่เห็นอย่างทะลุปรุโปร่งแต่คนภายนอกมองเข้ามาไม่เห็นนิดหน่อยแล้วจัดการยื่นเครื่องดื่มออกไปนอกช่อง

 

ผมมองตามหลังกอแก้วซึ่งรับเครื่องดื่มไปเสิร์ฟด้วยรอยยิ้มการค้า แม้จะไม่ชอบผู้ชายคนนั้นตามที่ปากเจ้าตัวบอกแต่กลับสร้างหน้ากากขึ้นมาได้ไม่ยากเย็นนัก

 

เอสเปรสโซตามที่สั่งได้แล้วค่ะ”

 

“เดี๋ยวสิครับ”

 

ผู้ชายวัยทำงานที่น่าจะอายุน้อยกว่าผมสักปีสองปี(ผมยี่สิบสี่เกือบยี่สิบห้าแล้ว) พยักหน้ารับพลางมองน้องรหัสผมด้วยรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยไม่น้อยก่อนจะคว้าข้อมือบางไว้

 

เข้าใจแล้วว่าทำไมกอแก้วไม่ชอบ ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันไอ้พวกไม่มีมารยาทแบบนี้เนี่ย!

 

ผมรีบดิ่งออกจากเคาน์เตอร์ตู้กระจก(ขอใช้คำนี้เพราะมันเหมือนจริงๆ)ไปยังโซนทำเค้กด้านหลังแล้วเปิดประตูกั้นระหว่างด้านในกับโซนรับแขก ก่อนจะตรงเข้าไปดึงมือของชายแปลกหน้าออกจากน้องสาวคนสวยด้วยความสุภาพขัดกับแววตาที่ฉายความไม่สบอารมณ์นัก

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

ผู้คนในร้านเริ่มหันมามองทางนี้ ไอ้ผู้ชายโรคจิตก็เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยเช่นกันในขณะที่ผมดันร่างของกอแก้วไปไว้ด้านหลังพลางกระซิบสั่งให้น้องมันถอยห่างออกไปก่อน ผมขออยู่เคลียร์กับลูกค้าประเภทนี้หน่อยเถอะ!

 

...ใครอ่ะโคตรน่ารัก ทอมหรอ?...

...นั่นเจ้าของร้านหรอ หน้าหวานจังเพิ่งเคยเห็นเนี่ยแหละ...

...เฮ้ย เด็กมอปลายเป็นเจ้าของร้านว่ะ หรือว่าจะเป็นน้องเจ้าของร้าน...

 

ใครมันบังอาจมาซุบซิบนินทาว่ากูเป็นเด็กมอปลายวะ จะยี่สิบห้าแล้วมอปลายบ้านพ่อง!

 

ไม่แปลกหรอกเพราะปกติผมไม่ค่อยได้เยี่ยมหน้าออกมาเสิร์ฟและคิดเงินเท่าไหร่ ผมจ้างเด็กมหาลัยคนนึ่งที่ชื่อ ใฝ่ฝัน มาทำหน้าที่ตรงนี้แล้วเพราะฐานะทางบ้านของน้องค่อนข้างยากจนและหางานทำอยู่ ร้านผมมีเด็กหลายคนนะ(ไม่ใช่เลี้ยงเด็ก...โปรดอย่าเข้าใจผิด) เอาไว้จะแนะนำอีกที

 

ทว่าวันนี้ไอ้ฝันมันป่วยผมเลยต้องออกมาทำหน้าที่แทนไง ไหนจะไอ้เด็กอีกคนที่เกรียนแตกเสือกไม่มาวันนี้เพราะกินเหล้าเมาเมื่อคืนจนลุกมาไม่ไหว ส่วนน้องผู้หญิงมอปลายที่จ้างไว้ก็เช่นกัน...ไม่ใช่เมาแต่ติดสอบเลยมาไม่ได้

 

กรรมเลยตกกับกู! เจอโรคจิตวันไหนไม่เจอดันมาเจอตอนที่บริการกับน้องกอแก้วแค่สองคนในร้าน เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง...สงสัยลูกค้าจะได้เตลิดก็คราวนี้

 

          “ไม่มีอะไรครับ น้องเขาแค่น่ารักดี” ไอ้ผู้ชายคนเดิมมันพูดติดรอยยิ้มไม่ทุกข์ร้อน

 

          “งั้นหรือครับ แต่ที่นี่คือ BP’café ไม่ใช่ผับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาอย่ามาทำรุ่มร่ามกับพนักงานของร้านอีกนะครับ”

 

          ผมส่งยิ้มการค้าตรงกันข้ามกับประโยคเชือดเฉือนข้างต้น ก่อนจะเดินห่างออกมาเพราะไม่อยากมีเรื่องและตกเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้ ทว่ากลับต้องถูกคว้าข้อมือไว้เสียก่อน

 

          นี่มันฉากเดิม...เพิ่มเติมคือเป็นกูที่ไม่ใช่กอแก้ว!

 

          “ดูไปดูมาน้องก็น่ารักดีนะครับ จีบได้ไหม”

 


Loading 40%


 

...กล้าว่ะ ไอ้นั่นมันใครวะ...

...แม่งตัดหน้ากู ไม่หล่อเสือกหน้าหม้ออีก...

...กรี๊ดด ถ้าไม่ใช่ทอมแต่เป็นผู้ชายคงจะฟินอ่ะ...

 

ผมมองไอ้ผู้ชายที่หน้าตาดีมีภูมิฐานระดับนึงแต่ไม่ถึงครึ่งเพลิงนิลเลยสักนิดอย่างพะอืดพะอม มันได้ฟังที่ผมพูดเมื่อครู่ไหมให้ทาย...คำตอบคือไม่! แถมยังยื้อยุดฉุดกระชากข้อมือผมเข้าหาตัวเองอีก คงคิดว่าหล่อมากจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธสินะ ถึงมันจะหล่อจริงแต่หน้าหม้อขนาดนี้ใครเขาจะอยากตอบรับกันวะ

 

ถ้าผมเป็นผู้หญิงก็คงคิดแล้วคิดอีก ม้วนตัวคิดสองครั้งพร้อมตีลังกาคิดสองตลบ!

 

อีกอย่างคือผมมีผั...เอ้ย สามีแล้วโว้ย!

 

ในจังหวะที่กำลังจะกระชากมือออกเพราะไม่อยากเผลอซัดหน้าคุณลูกค้า หางตาก็เหลือบไปเห็นรถ BMW รุ่นล่าสุดซึ่งแล่นมาจอดหน้าร้านอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

 

WTF!!! ร้านกูได้ล่มแน่คราวนี้!

 

ร้อยวันพันปีติดงานติดหุ้นไม่เคยมา ไฉนวันนี้มันถึงโผล่มาได้วะ!

 

ผมเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกพลางรีบดึงมือออกและถอยห่างจากที่เดิมไปหลายก้าว บอกเลยว่าไม่ได้กลัวไอ้โรคจิตเลยสักนิด กูกลัวอย่างอื่น!

 

          “อา...ผมรุกเร็วไปหรอครับ”

 

อย่ามาทำตาเจ้าชู้นะโว้ย เดี๋ยวได้ตายไม่รู้ตัวทั้งคู่ล่ะจบเห่ ผมเพิ่งเปิดร้านได้ยังไม่ครบปีเลยนะและจะไม่ยอมให้มาพังเพราะผู้ชายคนนี้แน่

 

          ดูเหมือนไอ้โรคจิตจะคิดว่าผมตื่นกลัวที่มันพูดจีบกันไม่อายลูกค้าท่านอื่นล่ะมั้งเลยกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยตามเดิม ผมขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าแบบเอือมระอาก่อนที่หางตาจะเห็นกอแก้วยิ้มหวานไปทางร่างสูงของใครคนหนึ่งซึ่งกำลังเปิดประตูร้านเข้ามา

 

นัยน์ตาคมดุฉายแววเรียบเฉยเช่นทุกวันปรายตามามองผมเพียงนิด เพลิงนิลอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนอย่างที่เขาชอบใส่ ออร่าความฮอตฟุ้งกระจายเสียจนลูกค้าสาวๆหันไปมองกันตาเยิ้ม

 

หมับ!

 

“ว่าไงครับ ไม่ต้องกลัวนะแค่จะขอไลน์เอง” ทว่าดูเหมือนจะมีลูกค้าโง่เง่าท่านหนึ่งที่ไม่ได้ชายตามองสถานการณ์รอบด้านเอาเสียเลย!

 

ฉับพลันบรรยากาศที่ชวนเคลิบเคลิ้มเมื่อชั่วครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นทะมึนอย่างมหาศาล นัยน์ตาสีรัตติกาลกระตุกวูบอย่างน่ากลัวยามก้มลงมองข้อมือผมที่อยู่ในมือของไอ้โรคจิตซึ่งไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง

 

ชิบหายครั้งยิ่งใหญ่! ผมคิดในใจพร้อมเหงื่อซึ่งเริ่มผุดพรายเต็มกรอบหน้า ทว่าจังหวะที่ชักมือกลับนั้น...

 

ฟิ้ว!

“เฮ้ย! โอ๊ย”

 

ชายแปลกหน้าที่รั้งข้อมือผมหลุดร้องเมื่อไพ่ใบหนึ่งพุ่งมาเฉือนข้อมือของเขา เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาโดยที่ตัวการเจ้าปัญหาพุ่งเลยไปตกอยู่บนโต๊ะ และเหมือนครั้งนี้เพลิงนิลจะไม่ค่อยยั้งแรงนัก...แผลที่ปรากฏเลยลึกพอสมควร  

 

...เฮ้ย อะไรน่ะ จะมีเรื่องกันหรอ...

...กรี๊ดหล่ออ่ะ แต่โหดไปมั้ง รู้สึกสยอง...

...น่ากลัวจัง นั่นไพ่หรอ?...

 

เสียงซุบซิบแตกตื่นของคุณลูกค้าทำเอาผมแทบกุมขมับด้วยความเครียด...หมดแล้วสินะชื่อเสียงของร้านผม!

 

ร่างสูงย่างก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ผมมองแววตาของไอ้โรคจิตซึ่งฉายประกายกลัวเกรงยามเมื่อเพลิงนิลโน้มหน้าเข้าประชิดใบหูของมัน ถ้าถามว่าทำไมถึงยังไม่เข้าไปห้ามล่ะก็...ตอบได้แค่ไม่กล้าขัดเพราะเดี๋ยวเพลิงนิลก็หาเรื่องผมโทษฐานเข้าไปยุ่งอีก

 

แล้วคราวนี้คนที่โดนหนักจะไม่ใช่มัน แต่เป็นผมแทนไง!

 

“หึ...อยากได้ไลน์? มึงได้ตายสมใจแน่”

 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ ผมเบิกตากว้างยามเมื่อมือหนากระชากคอเสื้อของชายคนเดิมขึ้นมาพลางลากถูออกไปทางด้านนอกร้านอย่างไร้ปรานี พอเผลอจะขยับตัวไปห้ามนัยน์ตาซึ่งฉายแววเย็นเฉียบก็ตวัดมองมาเป็นสัญญาณประมาณว่า

 

ถ้าอยากให้ร้านมึงล่มก็ตามมา

 

ผมชะงักพลางมองส่งไอ้โรคจิตอย่างไว้อาลัย ช่วยไม่ได้เพราะมันมาลวนลามกอแก้วก่อน สมควรโดนแต่อย่าให้ตายทีเถอะ...หวังว่าเพลิงนิลจะเล่นงานแค่เบาะๆ(?)ให้ไม่กล้าเข้าร้านก็เป็นพอ

 

          “ขออภัยคุณลูกค้าทุกท่านนะครับ พอดีเกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อย”

 

ไอ้นิดหน่อยน่ะมีหลักฐานเป็นหยดเลือดจำนวนหนึ่งบนพื้นใต้โต๊ะซึ่งผมใช้เท้าเยียบไว้เพื่ออำพรางจากสายตาผู้คนเรียบร้อยแล้ว...เห็นไหมว่านิดหน่อยจริงๆ!

 

ทว่าแม้จะพูดออกไปแบบนั้น ลูกค้าหลายๆท่านก็เริ่มทยอยจ่ายเงินออกจากร้านไปอยู่ดี คงไม่มีใครมานั่งชิวอยู่ได้หลังจากเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้หรอก ผมขอเดาว่าพวกเขาคงเสียบรรยากาศในการรับประทานของว่างไม่น้อย

 

“คิกๆ สมน้ำหน้า”

 

เสียงหัวเราะของกอแก้วดังระรื่นอยู่ข้างหู ผมหันไปมองสาวสวยพลางยกมือลูบใบหน้าด้วยความเครียด ไม่ใช่เครียดเพราะกลัวไม่มีลูกค้าเข้าร้านอย่างเดียว...

 

แต่เครียดเพราะไม่รู้ชะตากรรมว่าจะโดนสั่งปิดร้านจากผู้ให้เงินทุนหรือเปล่าน่ะสิ!

 

“อย่าทำหน้าเครียดสิคะพี่เบน เดี๋ยวคืนนี้ก็ดีเอง”

 

ผมขมวดคิ้วมองน้องสาวซึ่งส่งยิ้มกรุ่มกริ่ม ทำไมต้องรอคืนนี้? อย่างเพลิงนิลต้องเคลียร์หลังจากกลับเข้ามาพร้อมระเบิดอีกครั้งน่ะสิไม่ว่า เพราะฉะนั้นผมจึงต้องเตรียมแผนรับมือไว้เสียแล้ว ผมยืนสลดอยู่ได้ไม่นานนักลูกค้าท่านสุดท้ายก็ออกจากร้านไปพอดี

 

กรุ๊งกริ๊ง...

 

และแล้วคนใหม่ก็เข้ามา ผมกลั้นหายใจเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตู...อีกทั้งยังค่อยๆเปิดเปลือกตาทีละข้าง ภาพตรงหน้าคือน้องรหัสผู้แสนหล่อเหลา สัด...กูลุ้นแทบตาย!

 

“หวัดดีครับพี่เบน ขายดีไหมเอ่ย” มึงก็เห็นอยู่นะว่าลูกค้าที่น่ารักออกจากร้านไปกันหมดแล้ว จะถามย้ำเหตุการณ์น่าหวาดผวาขึ้นมาให้ได้อะไรวะ

 

“ก็พอได้ แล้วก้องมีธุระอะไรครับ” ผมกระพริบตาปริบๆพลางเอ่ยถามเสียงฉงน ไม่บ่อยที่จะพบก้องพิภพเข้ามาเยี่ยมเยือนในร้านนักหรอก

 

“มาหาพี่จำเป็นต้องมีธุระหรอครับ”

 

รอยยิ้มพิฆาตสาวแต่งแต้มเต็มใบหน้าของอดีตเดือนมหาลัย น้องกอแก้วกระแอมไอนิดหน่อยพลางมองไอ้ก้องด้วยหางตาอย่างไม่ชอบใจนัก

 

“เบื่อพวกกินแห้วมาตั้งนานแล้วไม่รู้จักเข็ดจริงๆ”

 

เสียงหวานเอ่ยพึมพำขึ้นพร้อมกับสายตาที่จ้องมองคุณน้องรหัสผู้หล่อเหลาอย่างไม่หลบเลี่ยงหนี ผมคล้ายจะเห็นประกายไฟออกมาจากดวงตาของทั้งคู่ด้วยล่ะ อย่าเพิ่งทะเลาะกันนะโว้ย!

 

“อันที่จริงผมแวะผ่านมาแถวนี้น่ะ มารับใครบางคนด้วย” ไอ้ก้อง...คือพูดกับกูแต่ทำไมสายตาพราวระยับของมึงไปอยู่กับสาวสวยเขาได้วะ

 

ผมพยักหน้าอย่างกระจ่างแจ้ง อ้อ...อย่างนี้นี้เอง เขาว่าคู่รักที่เขม่นกันมากๆลูกจะดกสินะ อันที่จริงก็เคลือบแคลงสงสัยมาหลายปีแล้วว่าที่ไอ้ก้องขยันเข้ามาอยู่ใกล้ผมเพราะดึงความสนใจจากน้องกอแก้วหรือเปล่า บางทีสองคนนี้อาจมีซัมติงกันก็ได้!

 

“บ้านกอแก้วเป็นทางผ่านบ้านก้องพอดีนี่นา ฝากพาน้องไปส่งด้วยแล้วกันนะ” ผมฉีกยิ้มหวานพลางดันหลังกอแก้วที่เหวอขึ้นมาอย่างฉับพลัน คือผมไว้ใจมันว่าเป็นสุภาพบุรุษพอไง คงไม่ทำอะไรน้องรหัสเพลิงนิลหรอก

 

“ได้เลยครับ” ก้องยิ้มรับแล้วลากสาวสวยออกไปจากร้าน

 

“เดี๋ยวสิ! พี่เบนซิน”

 

ไม่ทันแล้วล่ะ ผมโบกมือตามหลังทั้งคู่ซึ่งฉุดกระชากลากถูกันด้วยรอยยิ้ม จังหวะที่หมุนร่างจะเดินเข้าไปโซนด้านหลังเพื่อเคลียร์บิลค่าใช้จ่าย เสียงกรุ๊งกริ๊งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“ลืมอะไรหรอก้อ...” ผมเอี้ยวตัวหันไปมอง แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาก้าวเดินมาทางนี้พร้อมบรรยากาศซึ่งทำให้รู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

 

เวรล่ะ...พ่อ(ทูนหัว)กูมา!

 


Loading 70%



“เคยตกลงว่ายังไง...เบนซิน”

 

เชื่อไหมว่าถ้าให้เขาพูดแบบไม่มีชื่อเต็มยศของผมแล้วล่ะก็ ความน่ากลัวมันจะลดน้อยลงกว่านี้เยอะ!

 

ร่างของผมถูกดันให้เข้าไปยังโซนด้านหลังซึ่งประกอบด้วยทางเดินไปยังโซนทำเค้ก ส่วนอีกทางเป็นด้านหลังร้านและห้องน้ำ พื้นที่ว่างซึ่งเหลือตรงกลางถูกกั้นไว้เป็นห้องขนาดเล็กมีโต๊ะทำงานและเตียงสำหรับนอนพักผ่อนยามว่าง

 

ผมกลอกตาหลุกหลิกคิดหาทางรอดยามเมื่อดึงรั้งร่างตัวเองไว้กับขอบประตูหน้าห้องทำงาน ทำไมจะจำไม่ได้ว่าข้อแลกเปลี่ยนที่เคยให้ไว้มีอะไรบ้าง

 

“ห้ามโผล่หน้าไปให้แขกเห็น ถ้าจำเป็นต้องใส่ผ้าปิดจมูก” ผมพึมพำแผ่วเบา

 

ก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าข้อตกลงส่วนมากมีไว้เพื่อความปลอดภัยของผม แต่เหตุการณ์เมื่อหลายนาทีก่อนมันกะทันหันนี่หว่า ใครจะไปหยิบมาใส่ได้ทันกันล่ะ!

 

มือหนาแกะมือผมออกจากขอบประตูแล้วเหวี่ยงเข้าไปในห้อง ย้ำว่ามัน เหวี่ยง ผมตั้งหลักไม่ให้ซวนเซแล้วยืนนิ่งอยู่กลางห้อง กลิ่นคาวเลือดจากเสื้อของเขาทำเอาเริ่มชินไปเสียแล้วในหลายๆปีที่ผ่านมา ทว่าคราวนี้ขอภาวนาอย่าให้เลือดที่เปรอะเปื้อนเสื้อในยามนี้เป็นของไอ้โรคจิตก็พอ

 

แต่ผมว่าไม่ทันแล้วล่ะมั้ง...ของไอ้โรคจิตแน่ๆ!

 

“กูคิดผิดสินะ...ที่ให้มึงเปิดร้านนี้” เสียงเรียบเย็นดังขึ้นเหนือหัว นัยน์ตาสีรัตติกาลกดมองต่ำย้ำความผิดที่ผมทำ

 

“ไม่ได้นะ! เบนเปิดมาได้หลายเดือนแล้วและกำลังขายดีด้วย” ผมค้าน

 

“กี่ครั้งแล้ว”

 

ชั่วขณะนั้นเพลิงนิลกลับถามโพล่งขึ้นมาเสียดื้อๆ ผมขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดพลางมองร่างสูงที่ผลักผมซะติดกำแพงแบบไม่มีลดแรงลงแม้แต่น้อย ที่เขาถามคงหมายถึงเปิดร้านมากี่ครั้งแล้วสินะ

 

“ก็หลายครั้ง...อึก!

 

มือหนายกขึ้นมาบีบคางทันทีคล้ายผมพูดอะไรผิดไป ไหนจะดวงตาดุดันซึ่งฉายประกายคุกรุ่นขึ้นอีก ผมยกมือข้างหนึ่งมาจับข้อมือเขาไว้ให้คลายแรงลงเพราะเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบ

 

“ทำไมต้องรอให้กูมารู้เอง” น้ำเสียงเย็นเฉียบเอ่ยถ้อยคำซึ่งทำเอาผมเริ่มมึนงงกับเรื่องที่เขาพูด

 

หรือเราจะพูดคนละเรื่องกัน?

 

“นิล...เจ็บ!

 

แรงบีบคลายออกเพียงนิดยามเมื่อได้สดับฟังเสียงร้อง ร่างสูงผลักผมลงบนเตียงตรงมุมห้องแล้วตามมาล็อกคอไว้หลวมๆ ผมเบิกตากว้างก่อนจะเคลื่อนสายตาสบมองนัยน์ตาสีรัตติกาลที่สะท้อนแสงวาววาบ

 

“คงเพราะ...กูตามใจมึงมากไป”

 

ผมส่ายหน้าไปมา ตกลงมันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย! ทำไมเขาต้องพูดเรื่องชวนมึนงงแบบนี้ด้วย

 

“อย่าให้กูร้าย...” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบและเสียงหัวใจที่เริ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกจนเจ็บหน้าอกไปหมด ประโยคที่สะท้อนก้องอยู่ในหัวตอนนี้คือ นี่ยังไม่ร้าย?’

 

“เดี๋ยวจะเผลอทำมึงตายคามือ” จะแปลกไหม...ถ้าถ้อยคำเรียบเย็นนี้มันทำให้ผมรู้สึก โคตรขนลุก’ !

 

ผมแทบผงะตอนที่เพลิงนิลปล่อยคอออกแล้วรวบข้อมือข้างหนึ่งไปใส่กุญแจมือ ก่อนจะคล้องอีกข้างไว้กับหัวเตียงอย่างรวดเร็ว มือหนาปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดด้วยท่วงท่าชวนมองถ้าตัดสายตาชวนผวานั่นออกไป! ฉากนี้ก็คล้ายคลึงกับทุกวัน แต่...เป็นกลางคืนไม่ใช่กลางวัน!

 

อย่าแม้แต่จะคิดนะโว้ยยยย!

 

“เบนแค่ลืมใส่ผ้าปิดจมูกเองนะ” ผมเอียงคอถามคล้ายคนกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับไวทันใจเบนซิน เอ้ย...ทันใจเพลิงนิลมันมาก

 

ความผิดแค่นี้ทำให้ผมถึงกับโดนบีบคาง โดนล็อกคอ โดนรั้งด้วยกุญแจมือกลางเตียง...รู้ถึงไหนเขาคงสยองกันถึงนั่น!

 

“ใช้คำว่า แค่’?

 

พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย! ไอ้คนที่ขยับมาคร่อมทับผมมันคิดไปไกลสุดกู่แล้ว เราเข้าใจกันคนละเรื่องตั้งแต่แรกสินะ...เวรกรรม

 

“หึ...ปกปิดกูแล้วยังไม่รู้สำนึก”

 

ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากพะงาบๆอธิบาย ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ฉกลงมาบดจูบเสียอย่างนั้น ผมใช้มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถูกมัดดึงกระชากเสื้อเพลิงนิลแทบจะทันที มือหนาตรงเข้ามารั้งมือผมที่ก่อกวนเขาออกแล้วกดล็อกไว้ข้างศีรษะ ริมฝีปากซึ่งแนบลงมาก็ขยับดูดดึงเรียวปากของผมแรงๆคล้ายสั่งสอน

 

ไร้ความนุ่มนวลโดยสิ้นเชิง ผมปิดริมฝีปากแน่นไม่ยอมให้บุกรุกได้โดยง่ายเพราะไม่ชอบแบบนี้ ไม่นานนักก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบตรงขอบปากพร้อมกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งขึ้นจมูก...เสี้ยววินาทีนั้นทำให้ต้องเปิดปากออก ลิ้นร้อนชอนไชเข้ามากวาดต้อนภายในอย่างช่ำชอง ผมสะบัดหน้าหนีเพราะเริ่มเจ็บปากจากจูบป่าเถื่อนที่เต็มไปด้วยการลงโทษล้วนๆ ทว่าร่างสูงก็ไม่ปล่อยให้หันหนีไปไหนได้เลย

 

เจ็บชะมัด...นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้รับรู้รสเลือดแบบนี้ อา...ล่าสุดอาจเป็นตอนที่ถูกจับได้ว่าแอบหนีไปงานเลี้ยงสังสรรค์ล่ะมั้ง

 

ถึงแม้จะปฏิเสธว่าไม่ชอบจูบแบบนี้ ทว่าร่างกายก็จูบตอบกลับไปอยู่ดีคล้ายเคยชินไปเสียแล้ว เพลิงนิลบดเบียดริมฝีปากลงมามากขึ้นคล้ายตอกย้ำว่า นี่คือการลงโทษ..อย่าริอาจมาจูบตอบ จนผมเริ่มกระอักลมหายใจ กลิ่นเลือดที่ลอยฟุ้งกลางอากาศปลุกสัญชาติญาณบางอย่างของเราขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

 

เพราะแม้จะมีกลิ่นเลือดติดกาย แต่ผิวเนื้อของเพลิงนิลกลับหอมอย่างน่าประหลาด ฟีโรโมนของเขายังใช้ได้ผลดีไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตาม

 

มือร้อนผ่าวลากผ่านไปทั่วผิวกายของผม สัมผัสวูบวาบติดตรึงตรงผิวเนื้อทุกที่ ผมแทบจะไม่รู้ตัวยามเมื่อกระดุมเสื้อของตัวเองถูกปลดจนหมดแผง

 

ในที่สุดริมฝีปากร้อนก็ผละออกห่างไปขบใบหูแทน อย่าคิดเด็ดขาดว่ามันจะเสียวซ่าน เพราะผมเจ็บแบบสุดๆเลยล่ะ

 

“โอ้ย! นิลเข้าใจผิดนะ” ผมละล่ำละลักอธิบายก่อนที่ตัวเองจะบอบช้ำไปมากกว่านี้

 

แต่เชื่อไหมว่านอกจากจะไม่หยุดแล้ว เขายังเลื่อนใบหน้าที่โคตรดูดีไปยังซอกคอของผมเพื่อขบเบาๆก่อนจะกัดลงไปให้ได้เจ็บจี๊ด เป็นหมาหรือไงวะ!

 

“ที่นิลถาม...อ้ะ เจ็บ! พ...เพิ่งออกไปแค่วันนี้เอง วันนี้พลาดครั้งแรก”

 

ร่างสูงชะงักก่อนจะเหลือบหางตาขึ้นมามองผมอย่างดุดัน ผมจ้องตากลับยืนยันคำพูดในทันที เพลิงนิลก็รู้...ว่าผมไม่โกหกหรือปิดบังอะไรเขามาหลายปีแล้ว

 

“มึงบอก หลายครั้ง” แล้วทำไมต้องทำเสียงเข้มขึ้นด้วย เดี๋ยวก็...ก็อะไรดีวะ ในสภาพนี้ผมจะก็อะไรใส่มันดี?

 

“เบนเข้าใจผิดคิดว่านิลถามเรื่องเปิดร้านกี่ครั้ง ไม่คิดว่าจะถามเรื่องออกมาให้ลูกค้าเห็นหน้ากี่ครั้งนี่นา”

 

ไงล่ะ...ชะงักไปเลยสิ นัยน์ตาของคนด้านบนฉายแววเอือมระอาชั่ววูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นเย็นชาเช่นเดิม ควรจะเป็นทางนี้หรือเปล่าที่ต้องทำหน้าแบบนั้น?

 

เรื่องนี้ผิดที่เขานั่นแหละพูดกำกวมไม่ชัดเจน ไม่เกี่ยวกับผมเลยสักกะติ๊ดดดด!

 

“ทีนี้ปล่อยเบนได้ยัง เดี๋ยวต้องเคลียร์บัญชีของร้านอีกนะ”

 

“ร้านที่จะถูกทุบทิ้งพรุ่งนี้น่ะหรอ หึ”

 

!!!

 

เชื่อไหมว่าตั้งแต่พบหน้ากันยันได้เป็นควีนของเขา น้ำเสียงในประโยคข้างต้นฟังดูคล้าย ตัวร้ายในละครหลังข่าวที่สุดแล้ว!

 



 

Writer talk3

ต่างคนต่างเข้าใจผิด สรุปมันเลยฮาร์ดคอร์สินะคะ ว่าแต่สังเกตไหม...เหมือนเพลิงนิลจะพูดเยอะขึ้นเพราะเบนมัวแต่เอ๋อ 555 เอาแล้วสิคะร้านจะปิดไม่ปิด คนอ่านยังไม่ทันได้รู้จักเด็ก(ในร้าน)ของเบนเลยเนอะ แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

10/05/2016

  

Writer talk2

แต่งเลยที่กำหนดมาหนึ่งหน้ากระดาษค่ะ...แถมให้เพราะกลัวไม่ค้าง//ล้อเล่นค่ะล้อเล่น อย่าเพิ่งเอาระเบิดมาปาบ้านไรท์! โซดาจงโดดเดี่ยวต่อไปซะ//หลบมือแม่ยกโซดา ให้คนอ่านทายว่าจนจบเรื่องโซดาที่น่ารักจะมีคู่ตุนาหงันหรือเปล่าเอ่ย? เอาล่ะ...เดี๋ยวมารอชมกันค่ะว่าเบนแก้สถานการณ์ยังไง ร้าน café จะอยู่หรือจะถูกทุบทิ้ง แล้วพบกันค่า

#มีแต่คนเชียร์ให้คุณโรคจิตตาย ช่างน่าสงสาร 555

รักรีดเดอร์

08/05/2016


          Writer talk

          จีบได้ไหม? เอ่อ...หาเรื่องตายสินะคะ//ยิ้มหน้าซีด café ของเบนซินเน้นพวกเครื่องดื่มน่ะค่ะลูกค้าผู้ชายเลยเยอะพอๆกับผู้หญิง ทีนี้เบนซินจะทำยังไงต่อไปดีคะ โดนเด็กจีบไม่รู้ตัวแถมคนที่เด็กกว่ายังเข้าใจผิดว่าอายุน้อยกว่าอีก เผลอๆอาจตาถั่วเห็นเบนซินของเค้า//หลบปืน เป็นทอมเลยก็ได้ แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

06/05/2016

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 818 ครั้ง

359 ความคิดเห็น

  1. #23329 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 18:42
    นอกจากจะห่วงกลัวมีคนทำร้าย
    ยังหวงมาก และหึงแรงด้วยจ้า
    แหมมม ร้ายตลอดนะเพลิงนิล
    เบนซินคือดับความโกรธเพลิงนิลได้ตลอด
    #23329
    0
  2. #22948 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 14:49
    อ๋อย หึงไม่เกินใคร
    #22948
    0
  3. #22860 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 07:47
    ตลก55555555
    #22860
    0
  4. #22641 Mo Demone (@momine25) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 16:03
    หึงหวง. อะไรขนาดนี้
    #22641
    0
  5. #22494 335360 (@335360) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 23:09
    ตัวร้าย..รึตัวรักกันนะ555+
    #22494
    1
    • #22494-1 agapeploychi (@agapeploychi) (จากตอนที่ 62)
      21 เมษายน 2561 / 23:02
      นิลเอ๊ย เวลาจะหึงก็หน้ามืดเชียว สงสารเบนบ้างเหอะ ร่างจะพังแล้ว รุนแรงเหลือเกิน
      #22494-1
  6. #22429 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 13:30
    ตัวร้ายในละครหลังข่าว พี่กิ๊กอ่ะหรอ5555
    #22429
    0
  7. #22363 Kamuki (@na--) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 23:30
    แอบตกใจ5ปี น้องเบนซินรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ค่ะคุณผู้ชม!! อยากปรบมือให้น้องงงงง
    #22363
    0
  8. #22290 mapletottot (@mapletottot) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 20:36
    5 ปีนี่ไม่ช้ำตายก่อนหรอเบนซิน555
    #22290
    0
  9. #21998 DONOVANK (@DONOVANK) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 21:51
    หึๆ555
    #21998
    0
  10. #21660 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 22:40
    เพลิงนิลชอบแกล้งเบนซิน
    #21660
    0
  11. #21561 WongkaewKanchana (@WongkaewKanchana) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 04:53
    พี่เพลิงกลัปกับพี่แสบหายไปไหน
    #21561
    0
  12. #21139 Suchadakulkes (@Minrt) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:00
    อย่าปิดเลย ผ่านมา 5 ปี ก็ เชื่อละว่ารักกันจริง แต่คือแบบ นิสียพี่แม่งไม่เปลี่ยนบ้างหรอว่ะ 5 ปีแล้วนะเว้ยยยยยยย อ่อนโยนบ้างก็ได้
    #21139
    0
  13. #20732 Worldgu (@J-10-10) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 21:42
    เป็นห้าปีที่ดีใช่ไหมมม 555
    #20732
    0
  14. #20661 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 18:12
    โหดไม่เปลี่ยน
    #20661
    0
  15. #20564 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 13:57
    ร้านจะถูกปิดจริงๆมั้ยเนี่ย
    #20564
    0
  16. #20044 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 15:11
    ทำนางขี้หวง ได้เวอร์วัง ขนาดเนี้ยยย
    #20044
    0
  17. #19394 ลมมรณะ (@wayuwayo1214) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 06:00
    555 เบนนอนอยู่บ้านเหอะ แกออกมาแล้วผู้ชายคนอื่นมันเดือดร้อน พ่อ(ทูนหัว)แกจะฆ่าหมดประเทศเอา นิลน่ารักกก ชอบคู่ก้องกับกอแก้วเฉย5555
    #19394
    0
  18. #19290 Kuraoi (@Kuraoi) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 13:51
    รุ้สึกเหมือนโซดาหายไปจากเรื่องน่ะ5555
    #19290
    0
  19. #19281 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 04:57
    โอ้ยแค่นี้เอง จ้าาจ้าาา
    #19281
    0
  20. #18968 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 16:34
    เป็นเรานี่ร้องไห้เลย ร้านสุดที่รักโดนทุบทิ้ง
    #18968
    0
  21. #18935 eveATK (@evezaka) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:07
    สงสารน้อง555
    #18935
    0
  22. #18854 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 11:12
    มองเอือมๆ555
    #18854
    0
  23. #18827 SP.palrer (@pernar) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 19:51
    โผล่มาตอนเดียว ไปซะและ(คาเฟ่)
    #18827
    0
  24. #18674 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 09:13
    อื้อหื้ม สติเพลิงนิลสติ555
    #18674
    0
  25. #18578 mmcolor (@smilemom) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 19:54
    นี่ร้ายมากแล้วนะหึงโหดรุนแรง แต่ชอบค่ะ5555555
    #18578
    0