[Yaoi] DON'T KILL ME ชะตารัก ดีกรีร้าย! (สนพ. Nananaris Ybooks)

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 2,373,571 Views

  • 23,520 Comments

  • 43,593 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    22,487

    Overall
    2,373,571

ตอนที่ 65 : Ep.21::ผู้หญิงคนนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 676 ครั้ง
    26 พ.ค. 59













vEp.21v

:: ผู้หญิงคนนั้น ::

 

 

 

    ผมรอคุณลูกค้าออกจากร้านจนกระทั่งถึงเวลาต้องปิดร้านแล้ว ทว่าชายใส่ชุดสูทก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมจนต้องเป็นฝ่ายใส่ผ้าปิดจมูกและเดินเข้าไปหาแทน

 

          “ร้านกำลังจะปิดแล้วนะครับ คุณลูกค้า”

 

          นัยน์ตาสีเทากระจ่างเหลือบมาสบมองตอบ ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ลูกค้าสาวๆจะมองเขาจนเหลียวหลัง ก็นะ...ถ้าจะหน้าตาดีซะขนาดนี้

 

“ผมมีธุระจะคุยกับผู้จัดการร้าน เรียกมาพบหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงทุ้มฟังดูห้วนไปนิด ลักษณะท่าทางก็คล้ายจะเป็นคนเข้าถึงยากน่าดู

 

ผมชินกับคนจำพวกเย็นชาเสียแล้วสิ...ถ้าไม่ถึงครึ่งของเพลิงนิลล่ะก็ อย่าหวังว่าแค่นี้จะกดดันอะไรผมได้เลย

 

“ผมเป็นผู้จัดการร้านครับ”

 

ว่าพลางดึงเก้าอี้ด้านตรงข้ามออกมาก่อนจะนั่งลงไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน หางตาเหลือบเห็นเด็กในร้านลอบมองมาเป็นระยะ โดยเฉพาะไอ้เกรียนที่ทำท่าปาดคอตัวเองส่งมาให้ ถ้าอยู่ใกล้มันคงพูดกรอกหูประมาณว่า ระวังจะตายเร็วนะเจ้!’

 

“หืม? ยินดีที่ได้พบ...ผู้จัดการร้าน”

 

ชายแปลกหน้าเลิกคิ้วขึ้นนิดก่อนจะหันมามองผมเต็มตา ถ้าเป็นคนอื่นคงจะรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่นัยน์ตาสีเทากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่านี่คือผม...ผู้ผ่านสายตาเชือดเฉือนของเพลิงนิลมานักต่อนัก เอิ่ม มันใช่เรื่องภูมิใจไหมวะ!

 

จะว่าไปดวงตาของคนตรงหน้าดูเย็นชาชะมัด...ถ้าไม่ใช่สีเทาก็คงจะดีกว่านี้

 

“มีธุระอะไรครับ”

 

ผมพูดเข้าประเด็น มือก็ขยับล้วงกระเป๋ากางเกงที่มีมีดสั้นอยู่ภายใน เห็นแบบนี้ผมค่อนข้างขี้ระแวงคนแปลกหน้ามากพอควร ประสบการณ์เฉียดตายหลายครั้งมันสอนให้มือไม้ไปไวกว่าปกติเสียแล้ว

 

“จะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกัน ฉันชื่อพายัพ หนึ่งในตระกูลพยัคฆ์” ชายตรงหน้าสลับขานั่งไขว่ห้างก่อนจะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ตรงข้ามกับเสียงหัวใจของผมที่เริ่มเต้นดังระรัวขึ้น

 

เวรล่ะ...นี่มันตัวอันตรายชัดๆ!

 

ถ้ายังจำกันได้ มีมาเฟียสามตระกูลที่คานอำนาจกันอยู่และแผ่บารมีครอบคลุมเขตเอเชีย นั่นคือตระกูลมังกรและอีกสองตระกูลที่ผมเพิ่งได้รับรู้ตัวตนเมื่อปีที่แล้ว

 

ตระกูลหงส์และตระกูลพยัคฆ์!

 

โอเค นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นแล้วที่คนของตระกูลพยัคฆ์จะมาอยู่ในร้านของผม และดูจากการวางตัว...ผมมั่นใจว่าเขาไม่ใช่ระดับลูกน้องกระจอกๆแน่ บางทีอาจเป็นตัวเป้งเลยก็ได้

 

“มีธุระอะไรครับ” ผมเอ่ยถามย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยอมรับว่าตกใจเพราะผมไม่เคยปะทะกับอีกสองตระกูลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

ทว่าผมไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าที่ควร เพราะรู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งก็ต้องเจอแบบนี้

 

“ฉันคงไม่มา ถ้าไม่นึกสงสารนายที่ไม่รู้อะไรเลย” มุมปากของชายตรงหน้ากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ แต่ผมคิดว่ามันดูร้ายกาจอย่างไรชอบกล

 

“ผมควรรู้อะไรหรอครับ” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คิ้วขวาเริ่มกระตุกยิกๆไม่หยุดเลยให้ตาย

 

“เอาเป็นว่าดูให้เห็นกับตาจะดีกว่า”

 

ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยื่นมาตรงหน้า ผมขมวดคิ้วเพียงนิดก่อนจะค่อยๆคลายออกแล้วหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ข้างในเป็นภาพถ่ายเพียงภาพเดียวที่พอพลิกขึ้นดูก็ทำเอาใจกระตุกไปวูบหนึ่ง มือผมสั่นเทาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะควบคุมอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติตามเดิม

 

ร่างสูงของคนในภาพยืนหันหลังให้กับกล้อง มุมที่ถ่ายคล้ายแอบถ่ายไม่น้อยเพราะภาพเอียงแปลกๆ แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดในอกขึ้นมาคือหญิงสาวซึ่งกำลังเกาะแขนคนในภาพต่างหาก

 

มองแวบเดียวก็รู้...ทำไมจะจำไม่ได้ว่าเป็นเพลิงนิล

 

ส่วนผู้หญิงที่เอียงตัวซบศีรษะลงกับแขนของเขานั้นถูกถ่ายจากทางด้านหลังเช่นกัน เส้นผมดัดลอนสีน้ำตาลเข้มของเธอทำให้ผมรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา สมองก็พลันนึกไปถึงเส้นผมที่เพิ่งเจอในรถบีเอ็มคันเมื่อเช้า

 

ผมจะทิ้งภาพนี้ไปอย่างไม่ไยดีเลยถ้าเห็นเพียงแค่ข้างหลัง เพราะบางทีอาจเป็นคนที่รูปร่างเหมือน...แต่นี่ไม่ใช่ ภาพนี้ถ่ายเสี้ยวหน้าหล่อเหลาซึ่งก้มลงมองผู้หญิงปริศนาติดมาด้วย!

 

“คุณคงไม่ได้หวังดีกับผมอย่างเดียวหรอกมั้งครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปถามด้วยแววตาเรียบเฉย ทั้งที่ในใจสั่นคลอนไปกว่าครึ่ง

 

คุณพายัพจ้องมองมาด้วยแววตาประหลาด หึ...เขาคงคิดว่าจะได้เห็นสีหน้าโกรธขึ้งไม่ก็ร้องไห้ฟูมฟายของผมล่ะมั้ง ขอเถอะ อยากร้องแต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ จะให้ผมปักใจเชื่อภาพที่อาจใช้โปรแกรมแต่งหรือจ้างคนหน้าเหมือนมาถ่ายแทนหรือไง

 

อาจฟังดูบ้า...แต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นกับตาผมไม่มีวันเชื่อหรอกว่าเพลิงนิลจะมีคนอื่น!

 

“...น่าสนใจ” ไม่รู้หรอกว่าคนตรงหน้าพึมพำอะไร แต่ประกายตาวาววาบที่มองมาทำเอารู้สึกขนลุกไม่น้อย

 

“จะบอกอะไรดีๆให้ก็ได้ ผู้หญิงในภาพน่ะเป็นหนึ่งในตระกูลหงส์ ตอนเด็กๆไอ้บ้านั่นกับฉันเคยทะเลาะกันเพราะผู้หญิงคนนี้ด้วยนะ...ช่างไร้สาระจนไม่อยากจะรื้อฟื้น”

 

โอเคว่าผมอึ้ง ไม่คิดว่าสมัยก่อนเพลิงนิลจะมีโมเม้นทะเลาะกับคนอื่นเพราะผู้หญิงด้วย

 

“แล้วยังไงครับ คุณต้องการให้ผมแตกแยกกับนิล? ผลประโยชน์ที่ได้จะตกอยู่กับตระกูลพยัคฆ์ในรูปแบบไหนกันครับ”

 

“หึ ฮ่าๆๆ นายนี่สุดยอดไปเลยนะ”

 

ผมนั่งขมวดคิ้วมองชายหน้าตาดีที่ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นัยน์ตาสีเทาพราวระยับคล้ายพบของที่ต้องตาต้องใจก่อนจะโน้มใบหน้ามากระซิบข้างหูผม

 

“ทั่วทั้งโลกมืดรับรู้หมดแล้วว่าสองคนนั้นกำลังจะแต่งงานกัน หึ...ช่างน่าสงสาร”

 

แต่งงาน? ทั่วทั้งร่างผมชาวูบขึ้นมาแบบฉับพลันด้วยคำเพียงสองพยางค์นี้

 

“ถูกใจนายจริงๆสิให้ตาย สนใจมาเป็นคนของฉันแทนไหม หืม?

 

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มเรียกสติให้กลับคืนมา ผมชักมีดขึ้นจ่อคอเขาโดยอัตโนมัติทั้งที่มือไม้สั่นตั้งแต่ได้ยินคำว่า แต่งงาน’  หมายความว่ายังไงกัน...ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องที่คุณพายัพพูดมาเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน ทว่าถึงจะคิดแบบนั้นใจผมมันก็สั่นไปแล้ว

 

“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้ครับ” ผมพูดเสียงเรียบ และคนตรงหน้าก็ชะงักไปนิดพลางเหลือบตามองลงมายังมีดที่จ่อคอของเขาอยู่ ผมเห็น...ว่านัยน์ตาสีเทาคู่สวยเป็นประกายวาววาบอย่างตลกขบขันชั่ววูบหนึ่ง

 

“หึ อย่าเล่นมีดถ้ายังไม่รู้จักมันดี” ชั่วพริบตาที่มีดถูกปัดตกกระเด็นไปไกล คงต้องโทษมือไม้ผมที่มันอ่อนลงเพราะคำพูดเมื่อครู่ของเขา

 

“เฮ้ย! แกจะทำอะไรเจ้วะ” ไอ้เกรียนเดินหน้าทะมึนมาทางนี้ ส่งผลให้คุณพายัพผละห่างออกจากผมและก้าวเท้าเดินไปทางประตูร้านคล้ายไม่ทุกข์ร้อน

 

“ถ้าอยากรู้ว่าฉันพูดจริงหรือพูดเล่น พนันกันไหมว่าวันนี้มันจะไม่มารับนาย และไปโผล่อยู่ที่ร้านอาหาร W.L.I แทน”

 

ผมยังคงจับจ้องเขาไม่ละสายตาจนกระทั่งร่างสูงเดินหายลับไปในมุมตึก ความรู้สึกวิงเวียนเข้าจู่โจมจนแทบอยากจะอ้วกอีกรอบ แต่ผมกลับไม่รู้สึกถึงของเหลวที่ควรมากระจุกตรงลำคอเลยสักนิด

 

“มันคุยอะไรอ่ะเจ้” ไอ้เกรียนถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ใฝ่ฝันที่เพิ่งล้างจานเสร็จก็เดินมาสมทบด้วยความมึนงง รวมถึงน้องปลายที่ถือหนังสือดวงติดไม้ติดมือมาด้วย

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ กลับบ้านกันได้แล้ว” ผมบอกเด็กในร้านด้วยแววตาเรียบนิ่ง

 

พอเก็บข้าวของเสร็จผมก็มานั่งรอหน้าร้านดังเช่นทุกวัน คำพูดของคุณพายัพยังดังกึกก้องอยู่ในหัว คิดว่าถ้าเจอหน้าเพลิงนิลผมจะถามออกไปตรงๆ เพราะเท่าที่อยู่ด้วยกันมาผมยังไมเห็นวี่แววว่าเขาจะนอกใจเลยสักนิด

 

คุณพายัพฉลาดที่ไม่บุกเข้ามา แต่เลือกที่จะใช้วิธีเป็นลูกค้าแทน พวกสัญญาณเตือนภัยหรืออะไรเลยไม่ทำงาน และเพลิงนิลก็คงยุ่งจัดจนไม่มีเวลามาตรวจสอบว่าใครเข้าร้านผมบ้างแน่นอน

 

เคยคิดว่ายุ่งเพราะงาน...ทว่าตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจเต็มร้อยแล้วว่ายุ่งเพราะงานจริงๆ

 

ผมหยิบภาพที่ได้รับขึ้นมาดูอีกครั้ง ผู้หญิงปริศนาจากตระกูลหงส์อันสูงส่ง...มองเพียงด้านหลังก็รู้แล้วว่าเธอคงสวยบาดตาบาดใจไม่น้อย

 

โทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะหินอ่อนไม่ปรากฏเบอร์ที่คุ้นเคยเลยสักนิด ผมจ้องสมาร์ทโฟนซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะสนใจมาก่อนเป็นเวลาเนิ่นนานด้วยความใจเย็นอย่างถึงที่สุด รอคอยไปเรื่อยๆจนกระทั่งรถลีมูซีนคันเดียวกับเมื่อวานแล่นมาจอดด้านหน้าร้าน

 

“รอนานไหมครับคุณหนู” เสียงพี่เมฆแว่วลอยกระทบหู นัยน์ตาของผมจ้องมองมือขวาของเพลิงนิล ทว่าสมองกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องอื่นจนเริ่มปวดหัว

 

“คุณหนูครับ?” คงเพราะชายชุดดำตรงหน้าเห็นว่าผมเหม่อลอย เขาเลยทักขึ้นอีกครั้ง

 

“ไม่ฮะ พี่เมฆมาเวลาเดิมเลย”

 

มาเวลาเดิม...แต่ทำไมกัน เสียงเรียกเข้าจากมือถือที่เคยดังเมื่อวันวาน บัดนี้กลับไร้ร่องรอยซะจนน่าใจหาย

 

Loading 40%

 

ผมนั่งนิ่งแบบนั้นจนกระทั่งรถแล่นมาจอดบริเวณบ้าน สองขาสั่งพาให้ร่างกายลุกขึ้นเข้าไปในบ้านโดยอัตโนมัติ สายตาของผมแทบจะไม่มองใครในที่นี้แม้แต่เมดสาวสองคนที่เคยทักทายกันทุกวันก็ตาม

 

เมื่อเดินขึ้นมาจนหยุดอยู่ในห้องนอนอย่างไม่รู้ตัวเรียบร้อยแล้ว ผมก็ทิ้งร่างลงนอนฟุบอยู่กลางเตียงอย่างเหม่อลอย ซองเอกสารในมือยังคงอยู่ทว่ามันยับย่นเพราะผมเผลอจิกเล็บลงไปไม่น้อย

 

ผมตัดสินใจโทรหาเพลิงนิลก่อนที่ตัวเองจะทนความสงสัยไม่ไหวจนอกแตกตาย...ทว่ากลับไร้สัญญาณตอบรับจากปลายสาย

 

ต้องเชื่อใจสิ ต้องเชื่อใจ ผมย้ำกับตัวเองด้วยคำเดิมๆก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้อง สูดหายใจเข้าออกลึกๆแล้วกลั้นใจหยิบภาพบาดตาขึ้นมามองอีกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีดำที่เขาใส่ดูคุ้นตาไม่น้อย บางทีภาพนี้อาจถูกถ่ายเมื่อวาน

 

ว่าแล้วผมก็รีบรุดเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อมองหาตะกร้าผ้า ขออย่าให้แม่บ้านเก็บลงไปซักทีเถอะ

 

และแล้วคำอธิษฐานของผมก็เป็นจริงเมื่อเห็นเสื้อเชิ้ตสีดำคล้ายในภาพที่ได้รับมาวางอยู่ในตะกร้าผ้าใบใหญ่ ผมหยิบมันขึ้นมา...อาจฟังดูเหมือนคนโรคจิตถ้าจะอธิบายถึงสิ่งที่ผมกำลังจะกระทำต่อไป

 

เสื้อเชิ้ตในมือถูกยกขึ้นมาสูดดม กลิ่นฉุนของน้ำหอมที่ไม่คุ้นเคยตีขึ้นในจมูก...กลิ่นเดียวกับในรถเมื่อเช้า!

 

อุ๊บ! ผมยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะตรงเข้าไปอ้วกในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เพิ่งรู้ว่าตัวเองแพ้น้ำหอมกลิ่นนี้ ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกเหม็นน้ำหอมมาก่อนแท้ๆ

 

เนิ่นนานที่ผมเกือบตายคาห้องน้ำเพราะอ้วกไม่หยุด ก่อนจะลากสังขารออกมากดเบอร์โทรหาคนคนหนึ่งซึ่งไม่คิดจะโทรในเร็วๆนี้ ไม่นานนักปลายสายก็กดรับ ผมพลิกตัวนอนคว่ำอยู่กลางเตียงก่อนจะกรอกเสียงอู้อี้ลงไปอย่างหมดแรง

 

“พี่ต่อฮะ นี่เบนซินเองนะ”

 

(เห...ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรหา มีอะไรครับน้องเบนที่รัก) คือพี่มันยังไม่เข็ด เกือบโดนสิบเอ็ด มม. เมื่อคราวนั้นยังไม่เข็ดสินะ!

 

“พี่ยังจัดการธุรกิจที่ร้าน W.L.I อยู่ไหมฮะ”

 

ครอบครัวพี่ต่อเปิดร้านอาหารหลายจังหวัดเลยล่ะ ผมเคยได้ยินมาจากพี่แสบอีกทีหนึ่ง พูดถึงพี่แสบ...ตอนนี้ไปอยู่อิตาลีกับพี่เพลิงกัลป์ เห็นว่าตามสามีไปเปิดธุรกิจอะไรสักอย่าง

 

(ทำอยู่ มีอะไรหรอครับ)

 

“วันนี้ผมจะไปร้านพี่ในฐานะคนเสิร์ฟอาหาร เจอกันตอนหกโมงครึ่งนะฮะ” ผมพูดรวบรัดตัดตอน เล่นเอาปลายสายเงียบไปพักใหญ่

 

(เฮ้ย! เอาจริงดิน้องเบน คนเสิร์ฟร้านพี่ไม่มีผู้ชายนะ)

 

“ไม่เป็นไรฮะ ถือว่าผมขอร้อง” ผมพูดเสียงเรียบ พี่ต่อก็คงรู้ว่าครั้งนี้ผมจริงจังแค่ไหน ข้อดีของพี่มันคือจะไม่ถามซักไซ้อะไรมาก ว่าทำไมผมถึงต้องไปโผล่ร้านของเขาอะไรแบบนั้น

 

(ก็ได้ๆ เห็นว่าเป็นน้องสุดที่รักหรอกนะ หึๆ) ป...เปลี่ยนใจทันไหมวะ เสียงหัวเราะชักไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่

 

“แล้วเจอกันฮะ”

 

ผมกดวางสายไป ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมานอนแผ่หลาอยู่ริมเตียง ถ้าคิดจะให้ผมรอคำตอบนิ่งๆอยู่ที่บ้านล่ะก็...ฝันไปเถอะ!

 

          แต่งงานงั้นหรอ? หึ...ถ้าเป็นเรื่องจริง ผมก็ไม่คิดจะทำตัวหงิมอยู่เฉยๆหรอกนะ

 

 

          ณ ร้านอาหาร W.L.I

       ผมลงจากแท็กซี่ก่อนจะเงยหน้ามองไอ้ร้านอาหารที่ว่า...เอิ่ม เรียกภัตตาคารจะเหมาะกว่ามั้ง

 

          เชื่อไหมว่ากว่าจะเล็ดลอดจากสายตาบรรดาบอดี้การ์ดของเพลิงนิลมาได้มันยากลำบากแค่ไหน เอาเป็นว่าผมสามารถก็แล้วกัน โชคดีที่พี่เมฆไปหาพี่น้ำหวาน ไม่งั้นแผนที่วางไว้คงไม่ง่ายดายขนาดนี้แน่

 

          ผมเลือกที่จะเข้าทางด้านหลังร้านก่อนจะโทรบอกพี่ต่อว่ามาถึงที่หมายแล้ว ไม่นานนักพนักงานคนหนึ่งก็ออกมาต้อนรับและนำทางผมขึ้นไปหาผู้เป็นเจ้าของภัตตาคารชื่อดัง อืม...กะทางสายตาคร่าวๆสถานที่นี้สูงถึงสี่ชั้นได้เลยล่ะ

 

          ยิ่งพอมองดูการตกแต่งภายในแล้ว...อย่าเรียกว่าร้านอาหารเลยเถอะขอย้ำอีกครั้ง เรียกมันว่าภัตตาคารระดับห้าดาวจะดีกว่า!

 

          เสียงลิฟต์ที่เคลื่อนมายังชั้นบนสุดดึงความสนใจของผมให้กลับมา พนักงานนำทางผมไปยังห้องแห่งหนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูออกเผยให้เห็นพี่ต่อซึ่งนั่งควงปากกาเล่นอยู่ด้านใน

 

          “สวัสดีฮะ” ผมยกมือไหว้ พี่มันก็รับไหว้พร้อมฉีกยิ้มไม่น่าไว้วางใจตรงมุมปากก่อนจะโบกมือไล่พนักงานออกไปจากห้อง

 

“ไม่เจอกันนาน...คิดถึงจังเลย~” ว่าพลางตรงรี่จะเข้ามากอด ทว่าผมเบี่ยงตัวหลบทันจนพี่ต่อต้องกอดอากาศแทน

 

เฮ้อ! เมื่อไหร่พี่มันจะเต็มสักทีวะ ผมแอบส่ายหน้าไปมาเบาๆ

 

“คนน่ารักมักใจร้าย” ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้าเลยนะ! ไอ้ประโยคนี้ผมฟังมันบ่อยจนเริ่มชินไปซะแล้ว

 

“พี่ต่อ วันนี้ไฟร์ อภิเกียรติวงศ์ติดต่อจองห้องอาหารมาบ้างไหมฮะ”

 

คนหล่อแต่ไม่เต็มบาทชะงักไปนิด พี่มันเดินไปเปิดคอมแล้วเช็คอะไรบางอย่างก่อนจะหันมาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ อ่า...เผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวจนได้!

 

“จองตอนสามทุ่ม ทะเลาะอะไรกับสามีมาสินะครับ พี่ช่วยดามใจให้เอาไหม”

 

“จะบอกพีฮะ...”

 

เท่านั้นล่ะชะงักกึกไปเลย หึ...ผมรู้ความลับของพี่มันข้อหนึ่งไง คือพี่ต่อกับพีมีซัมติงบางอย่างกันอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดมากนักหรอก ถามว่าพีเป็นใคร? ก็เดือนมหาลัยรุ่นผมไงล่ะ

 

“เฮ้ๆ ไม่เอาน่า แต่จะว่าไปต้องการเสิร์ฟอาหารให้ทางไฟร์ อภิเกียรติวงศ์อย่างเดียวใช่ไหมเอ่ย” ผมเกลียดรอยยิ้มรู้ทันของพี่ต่อจริงๆสิให้ตาย

 

“ใช่ฮะ”

 

“งั้นคงต้องแปลงโฉมก่อน ร้านพี่ไม่มีคนเสิร์ฟเป็นผู้ชายหรอกนะ เพราะฉะนั้น...” ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่กับข้อสันนิษฐานในหัว

 

“จะให้ผมแต่งหญิง?

 

“ฉลาดจริงๆเลยน้า สนใจอยู่กับพี่คืนนี้ไหมคร๊าบ”

 

“ไม่ฮะ” ขอตายแล้วเกิดใหม่จะดีกว่า ขืนอยู่กับพี่มันมากๆล่ะปวดหัว!

 

แต่ว่าผมต้องแต่งหญิงจริงดิ ผู้ชายนะเฮ้ย แต่งยังไงมันก็ยังคงมีเค้าโครงของผู้ชายอยู่ดีนั่นแหละเชื่อผม แบบนั้นจะไปเนียนได้ยังไงกันเล่า

 

พี่ต่ออาศัยจังหวะที่ผมกำลังเคร่งเครียดดันหลังให้เข้าไปยังห้องๆหนึ่ง หญิงแปลกหน้าทั้งสามคนรออยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งยังพร้อมใจกันส่งสายตาเป็นประกายวาววับมาให้อย่างหมายมาด ดูอุปกรณ์รอบด้านของพวกเธออันประกอบไปด้วยชุดเมดสไตล์โลลิต้า วิกผม เครื่องแต่งหน้า และอื่นๆอีกมากมาย ผมก็แทบจะลมจับและหันหลังหนีออกไปจากห้องนี้!

 

ทว่าเหมือนพี่ต่อจะรู้ทัน เลยผลักผมให้ไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้าหญิงงามทั้งสามอย่างไม่ทันให้ได้รู้ตัว

 

“ผิวหน้าเนียนมากค่ะคุณน้อง”

“ใส่วิกผมอันนี้ต้องเลิศแน่นอนค่ะ”

“ดีนะที่ธีมวันนี้เป็นชุดแบบโลลิต้า แต่เสียดายจัง มันปิดทั้งแขนทั้งขา”

“ลงเมคอัพนิดหน่อยก็พอ อ้ะ...ส่วนบลัชออนเอาสีนี้ดีกว่า”

 

และอีกบลาๆๆที่ทำเอาผมตาลาย อา...รู้สึกสยองเป็นบ้า! ผมหันไปส่งสายตาคาดโทษให้พี่ต่อที่ยืนยิ้มพิงผนังห้องอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนจะหันมาปลงสังขารกับตัวเองในใจ เชี่ย...ผมกลายเป็นตุ๊กตาให้สาวสวยทั้งสามนางรุมยำไปแล้ว!

 

เพื่อการสืบเสาะหาความจริง ถึงกับต้องลงทุนขนาดนี้เลยสินะ...โอ้ ชีวิต

 

Loading 70%

 

          และแล้วการแปลงโฉมที่สร้างความขมขื่นให้ผมก็ผ่านไป

 

          ผมกระพริบตาปริบๆมองเงาตัวเองซึ่งสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่อย่างไม่เชื่อสายตา สาวน้อยในกระจกที่มองกลับมาคือใคร? อำนาจแห่งเครื่องสำอางมันบันดาลได้ขนาดนี้เชียวหรือ

 

          เอ่อ...เปลี่ยนชายให้กลายเป็นหญิงมันก็ออกจะเกินไป แต่ว่านะ ผู้ชายสมัยนี้บางคนสวยกว่าผู้หญิงแท้ๆเกลื่อนกลาด ผมถอนหายใจกับตนเองที่มีใบหน้าเหมาะเจาะพอดิบพอดี โดนนวลนางทั้งสามรุมขยี้(ใบหน้า)ซะจนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอ่ะคิดดู!

 

          จะว่าไปวิกผมสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนก็ดูเข้ากับใบหน้าผมอย่างไม่น่าเชื่อ มองไปมองมาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคล้ายตุ๊กตาเข้าไปทุกที อย่าเข้าใจผิดว่าผมจะดูบอบบางเหมือนหญิงงามยามแต่งองค์ทรงเครื่องเชียว เพราะสภาพนี้คือ เหมือนตุ๊กตาจริงๆ อาจเพราะชุดแนวโลลิต้าที่ให้อารมณ์เหมือนหญิงรับใช้ผู้สูงศักดิ์ล่ะมั้ง

 

          โชคดีแหะ ผมถูกแต่งหน้าแค่บางๆไม่หน้าเป็นงิ้วเหมือนที่จินตนาการไว้ บรื้อ...เมื่อครู่ตอนที่โดนรุมแปลงสภาพ ผมยังขนลุกไม่หาย

 

“ใช้ได้เลยนะครับ คนสวย”

 

พี่ต่อซึ่งโฉบมาทางด้านหลังคลี่ยิ้มกับผลงานของตัวเอง เขาพยักพเยิดให้สาวสวยทั้งสามออกจากห้องไปแล้ววางมือลงบนไหล่ของผม

 

“ผมผู้ชาย...”

 

“ตอนนี้น้องเบนคือสาวเสิร์ฟครับ อืม...เรียกว่าเมดจะเหมาะกว่ามั้ง แต่งตัวขึ้นชะมัดเลยนะเรา หึๆ”

 

ผมเบี่ยงตัวหลบมือพี่มันแล้วถอยออกมายืนห่างๆ พี่ต่อหม้อไปเรื่อยก็จริง แต่เชื่อเถอะว่าร้อยละเจ็ดสิบของคนที่พี่ต่อหม้อเป็นผู้หญิง และตอนนี้ผมก็อยู่ในสภาพนั้นด้วยไง

 

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมน้องเบนถึงต้องมาทำอะไรแบบนี้ โชคร้ายแหะที่วันนี้พี่มีธุระกับครอบครัวเลยอดดูเรื่องสนุกๆ เอาเป็นว่าจะฝากไว้กับสาวเสิร์ฟอีกคนให้ช่วยดูแลก็แล้วกัน ใกล้สามทุ่มแล้วนี่...โชคดีนะครับ”

 

พี่ต่อโบกมือตามหลังผมที่ถูกสาวสวยคนหนึ่งคว้ามือออกไปจากห้อง เธอปล่อยมือออกหลังจากนั้นไม่นานแล้วหันมาส่งยิ้มขอโทษขอโพยให้

 

“เราต้องไปเสิร์ฟอาหารที่ห้อง 305 ค่ะ พอทำหน้าที่เสร็จก็เข้าไปในห้องนั้นแล้วยืนตรงมุมห้องเพื่อรอเติมไวน์ให้ลูกค้าหรือรอการเรียกใช้บริการต่างๆค่ะ อาทิเช่นการสั่งอาหารเพิ่ม...”

 

ผมฟังสาวเมดที่อยู่ในชุดโลลิต้าสไตล์เดียวกันซึ่งกำลังร่ายยาวถึงกฎในการเสิร์ฟอาหารของที่นี่ด้วยความตั้งใจ

 

“อีกอย่างคือถ้าคุณลูกค้าไม่ต้องการให้เราอยู่ในห้อง ก็ต้องออกมายืนด้านนอกประตูเพื่อความเป็นส่วนตัวค่ะ แต่ปกติถึงยืนอยู่ตรงมุมห้องก็ไม่ได้ยินบทสนทนาอะไรอยู่แล้ว ห้องอาหารของที่นี่ออกแบบมาเพื่อให้นักธุรกิจใช้เจรจาต่อรองกันเสียส่วนมากค่ะ”

 

ไม่นานนักหลังจากที่หญิงสาวตรงหน้าอธิบายจนจบ เธอก็พาผมเดินไปนำอาหารซึ่งถูกสั่งไว้มายังห้อง 305 ภายในห้องดูกว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีทองสลับแดงเข้มเสียส่วนมาก ขับบรรยากาศเรียบหรูออกมาได้มากโขเลยทีเดียว

 

บริเวณโต๊ะอาหารที่ไม่ใหญ่มากนักบรรจุคนไว้จำนวนสี่คน ผมชะงักไปนิดเมื่อเห็นเพลิงนิลนั่งอยู่ด้านข้างคุณโลคัสด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ด้านตรงข้ามของเขาคือหญิงสาวสวยสะพรั่งซึ่งแย้มยิ้มอ่อนหวาน เธอนั่งข้างหญิงสูงวัยท่านหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก

 

นี่หรือตระกูลหงส์...แค่มองก็รู้สึกได้ถึงความสูงศักดิ์

 

สาวเมดอีกคนที่มาด้วยกันสะกิดผมให้เดินไปเสิร์ฟอาหาร ผมพ่นลมหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อบรรเทาการหน่วงในอก ความจริงผมจะเข้าไปโวยวายเลยก็ยังได้ ทว่านั่นไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักเพราะอะไรน่ะหรอ? หนึ่ง...บรรดาบอดี้การ์ดราวหกคนที่ประจำอยู่ตามมุมห้อง สอง...คุณโลคัสที่ไม่ชอบหน้าผมแต่ทุนเดิม สาม...คนแปลกหน้าสองคนที่ผมไม่รู้จัก

 

ขอดูสถานการณ์ต่อไปอีกนิดก็แล้วกัน ความเจ็บแปลบในอกแค่นี้ไม่เคยทำให้ใครตาย...มั้งนะ

 

ผมเดินไปเสิร์ฟอาหารตามหลังเมดคนเดิม เลี่ยงการสบตาจากทุกคนบนโต๊ะตามมารยาทของสาวเสิร์ฟที่พึงมี ก่อนจะถอยหลังออกมาหยุดยืนตรงมุมห้อง

 

กลิ่นน้ำหอมจากร่างผู้หญิงซึ่งนั่งฝั่งตรงกันข้ามกับเพลิงนิลลอยมากระทบจมูกในเสี้ยววินาทีนั้น ผมรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะอ้วกแต่ก็อดกลั้นมันเอาไว้สุดความสามารถ...กลิ่นเดียวกับบนรถเมื่อเช้าและบนเสื้อเชิ้ตตัวเมื่อวาน ชัดเจนแจ่มแจ้งอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“เป็นอะไรไหมคะ หน้าซีดมากเลย” สาวเมดที่ยืนด้านข้างกันกระซิบถาม ผมส่ายหน้าตอบเธอเบาๆ ดวงตาก็จ้องการกระทำบนโต๊ะนั่นเขม็ง

 

เป็นอย่างที่สาวเสิร์ฟตัวจริงกล่าวไว้ เมื่อมาหยุดยืนตรงมุมนี้แล้ว ผมไม่สามารถได้ยินบทสนทนาบนโต๊ะแม้แต่นิด ทำได้เพียงมองคนสี่คนที่เริ่มตักอาหารกิน เพลิงนิลก็ยังคงเป็นเพลิงนิล เขานั่งเบือนหน้าไปชมวิวทิวทัศน์ทางด้านนอกผ่านกระจกสีใสซึ่งครองผนังด้านหนึ่งทั้งแถบอย่างไม่สนใจบุคคลรอบโต๊ะ

 

ทว่าในเวลาต่อมาไม่นาน ดวงหน้าหล่อเหลาก็เคลื่อนกลับมาในที่สุด สาเหตุเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นตักอะไรบางอย่างมาใส่จานข้าวของเขาแล้วฉีกยิ้มหวานหยดให้ เสียงหัวเราะกังวานใสของเธอดังแว่วมาทางนี้

 

ผมไม่รู้ว่าเพลิงนิลพูดอะไร ทุกคนถึงชะงักกันหมดก่อนที่คุณโลคัสจะหันไปมองลูกชายตนเองวูบหนึ่งแล้วเอ่ยอะไรบางอย่างขึ้น ต่อมาไม่นานหญิงสาวคนเดียวภายในโต๊ะก็ตักอาหารใส่จานให้คนหน้านิ่งอีกครั้งอย่างไม่ทุกข์ร้อน

 

          และครั้งนี้เขาก็ตักมันเข้าปากด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนได้

 

          ผมเบือนหน้ากลับมาจากภาพบาดตาบาดใจ รู้ดีว่าไม่มีใครสามารถบังคับอะไรเพลิงนิลได้แม้แต่คุณโลคัสก็ตาม ถ้าเขาคิดจะลุกจากโต๊ะอาหารแล้วกลับไปหาผมซึ่งรอคอยอยู่ที่บ้านเหมือนคนโง่ในหลายวันมานี้...ก็คงกระทำได้อย่างง่ายดาย

 

ถ้างั้นอะไรคือสาเหตุที่บีบบังคับเขาไว้ หรือแท้จริงแล้วจะเป็นจิตใจเบื้องลึกซึ่งต้องการเช่นนี้กันแน่

 

          ผมกระพริบตาไปมาเมื่อเริ่มรู้สึกถึงของเหลวสีใสที่คลออยู่ในหน่วยตา ก้มหน้าลงจนชิดอกและกำมือแน่น ห้ามใจตัวเองไม่ให้เข้าไปอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง ถ้าทำแบบนั้น...คุณค่าในตัวผมคงลดฮวบลงไม่มีเหลือ สาบานได้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะนึกร้องไห้อะไรขึ้นมา แค่พอรู้สึกเศร้าน้ำตามันก็ออกมาเองโดยไม่รู้ตัว

 

          “ได้เวลาไปเติมไวน์แล้วค่ะ”

 

ผมพยักหน้าให้สาวเสิร์ฟ ก่อนจะเดินตามหลังเธอไปหยิบขวดไวน์มาเติมลงบนแก้วของทุกคนบนโต๊ะ ผมยอมรับว่าหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้นเพราะเกรงว่าจะอ้วกรดหัวเธอเสียก่อนแม้ในใจลึกๆจะอยากทำก็ตาม เสียงสนทนายังคงดังต่อเนื่องไม่มีสะดุดกลางคัน ผมจับใจความได้เพียงว่า...

 

“ดิฉันยินดีที่จะได้เกี่ยวดองกับทางตระกูลไฟร์ อภิเกียรติวงศ์อีกครั้ง แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วทางเราจะต้องให้ตระกูลสายรองมาแทนก็ตาม” หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบด้วยกิริยาไว้ตัวตามแบบฉบับผู้ดีมีสกุล

 

“ผมก็ยินดีที่ตระกูลหงส์ส่งเจ้าสาวทางสายหลักมาเสียที ปกติเห็นส่งแต่สายรอง...อำนาจของไฟร์ อภิเกียรติวงศ์คงเพิ่มขึ้นมาก” คุณโลคัสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าผมสัมผัสได้ถึงการคุกคามในน้ำเสียงทรงอำนาจนั่น

 

ผมรินไวน์ไปเรื่อยอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ให้คงที่ จนกระทั่งถึงแก้วของเพลิงนิล...

 

“นั่นสิคะ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆทางเราก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนอันตรายอย่างพวกคุณนัก”

 

“ตระกูลที่กำลังสั่นคลอน...มีสิทธิ์พูดแบบนั้นหรือครับ”

 

เริ่มรู้สึกถึงความกดดันในโต๊ะยังไงไม่รู้แหะ บรรยากาศช่างอึดอัดเสียจนเริ่มหายใจไม่ออก คนพวกนี้คุยอะไรกันผมแทบจับใจความไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะหน้ามืดตาลายตั้งแต่ได้ยินคำว่าเกี่ยวดองแล้ว

 

“เอ่อ...คุณย่าคะ อันนี้อร่อยมากเลย ลองทานดูนะคะ พี่เพลิงล่ะ...ที่ฟ้าให้ชิมเมื่อกี้อร่อยไหม”

 

พี่เพลิง? คำเพียงสองพยางค์ที่ทำเอาใจหายวาบ

 

ผมเข้าใจว่าสาวสวยเพียงคนเดียวบนโต๊ะต้องการขจัดความทะมึนให้จางหายไป ทว่ามือผมกลับสั่นขึ้นมาตอนที่เธอเรียกเพลิงนิลว่า พี่เพลิงชื่อซึ่งแสดงออกถึงความสนิทสนมแบบสุดขีดเสียจนเผลอรินไวน์หกออกมานอกแก้ว

 

บ้าชิบ...พลาดจนได้!

 


 


Writer talk3

หายนะมาเยือน...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครและสนิทกับเพลิงนิลแค่ไหน? รอติดตามต่อไปค่ะ ในที่สุดก็ได้ทำความรู้จักกับตระกูลหงส์เสียทีเนอะ คุณโลคัสก็ยังน่าหมั่นไส้เช่นเดิ...//หลบปืน เบนเจ็บอีกแล้ว เป็นนายเอกเรื่องนี้ช่างน่าสงสาร//หลบระเบิดแม่ยกเบนซิน แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

26/05/2016

          Writer talk2

          เบนถึงกับปลง 555 ไม่ต้องแปลกใจนะคะที่วันนี้เราเจอกัน พรุ่งนี้เราก็จะได้เจอกันค่ะคิดถึงไรท์ไหมเอ่ย พอดีวันนี้ว่างเกินเลยนำมาลงให้ค่ะ(ทนสายตากดดันจากคนอ่านไม่ไหวก็บอกมาเถอะ!) กระแสเกี่ยวกับเบนซินแบ่งเป็นสองส่วนแล้วค่ะ ส่วนใหญ่เชียร์เบนหนี อีกส่วนก็ยังเชื่อใจเพลิงนิลอยู่และเชียร์ให้เบนทวงสิทธิ์ตัวเอง มีทั้งคนอยากได้ดราม่าหนักๆกับคนไม่อยากหน่วงนาน ไรท์นี่เอ๋อไปเลยเพราะไม่รู้จะตามใจใครดี//เพลียกับความอึนของตัวเอง สรุปคือตามใจไรท์ก็แล้วกันเนอะ//หลบระเบิด แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

25/05/2016


Writer talk

เอาแล้วสิคะ...เรื่องชักจะไม่ชอบมาพากล เห็นหลายคนเชียร์เบนหนี เพลิงนิลก็กำลังโดนกระแสแม่ยกเบนซินอย่างหนักหน่วง ตายค่ะตาย ไรท์นี่แหละตายเพราะโดนระเบิดปาบ้าน 555 ไม่ได้ตั้งใจดราม่านะคะเพราะพล็อตเรื่องมันเป็นแบบนี้(หน่วงไม่นานหรอกเชื่อไรท์) ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครไม่รู้...ที่เรารู้คือคุณพายัพร้ายกาจมาก สรุปคือทำแบบนี้คุณพายัพจะได้อะไรน้า แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

24/05/2016



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 676 ครั้ง

522 ความคิดเห็น

  1. #23465 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 00:02

    อินังบ้าาา แกกล้าดียังไงมาหลัวลูกช้านนนนน!!!!!

    #23465
    0
  2. #23333 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:08
    โอยยย เบนซิน เราก็ลุ้นด้วย
    #23333
    0
  3. #23283 num'crazy (@2543numnim) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 10:33
    ใกล้แล้ว....
    #23283
    0
  4. #23135 mars-cz (@mars-cz) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 15:06
    อารมณ์มา...

    _ _*
    #23135
    0
  5. #22950 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:20
    ...เจ็บแทน
    #22950
    0
  6. #22549 710790 (@710790) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 20:02
    อยากเห็นเบนใส่ชุดอะTT
    #22549
    0
  7. #22497 335360 (@335360) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 01:15
    ทนได้ไงนะเบน....??
    #22497
    0
  8. #22435 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 23:45
    แย่แน่ๆ
    #22435
    0
  9. #22364 Kamuki (@na--) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 23:57
    ทำไมเบนชอบหาเรื่องใส่ตัวนักลูก โอ้ยตายๆ ตายแน่ๆ ตายแน่ฮือออออออ
    #22364
    0
  10. #22293 mapletottot (@mapletottot) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 23:36
    กลัวเบนซินหน้าแตกนี่คือความคิดแรก. ...
    เป็นนายเอกเรื่องนี้ต้องทำใจ.
    #22293
    1
    • #22293-1 saengthxngk (@saengthxngk) (จากตอนที่ 65)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 20:14
      เพลิงนิลกระแทก10ครั้งต้องไม่ตาย555
      #22293-1
  11. #22187 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:53
    หน่วงนิดหน่อยเเต่รู้สึกอายเเทนมากๆ
    #22187
    0
  12. #22001 DONOVANK (@DONOVANK) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 22:57
    หาตัวตายแทนเบน555
    #22001
    0
  13. #21663 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 23:07
    ไม่นะเบนซิน
    #21663
    0
  14. #21146 Suchadakulkes (@Minrt) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:22
    ขอเหอะ
    #21146
    0
  15. #20664 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 20:57
    เบนโดนจับได้แน่ๆ
    #20664
    0
  16. #20567 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 15:26
    เบนจะโดนจับได้มั้ยเนี่ย
    #20567
    0
  17. #20470 2222548 (@2222548) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 12:18
    WTF!!!!! เราว่าเพลิงนิลจำได้ว่าเบนคือสาวเสิร์ฟ เพราะ 1.นิลจำเสียงฝีเท้าการเดินของเบนได้ 2.กลิ้นประจำกายของเบน แต่ตอนนี้เราร้อนรน ทำไรบ่อถูก แล้วเบนก็คงท้องแล้วด้วย ว้ายยยตสยแล้วววว ทำไงดี~
    #20470
    0
  18. #20049 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 16:06
    อะไร นิลลล
    #20049
    0
  19. #19925 ph_foammy (@foambaka) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 22:53
    สงสารเบนอ่ะ ไหนจะกลิ่นน้ำหอม ไหนจะเพลิงนิล
    #19925
    0
  20. #19397 ลมมรณะ (@wayuwayo1214) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 06:36
    นิลไม่นอกใจหรอก เราเชื่อใจนิลลล//เกี่ยวไรกับเขา5555
    #19397
    0
  21. #19288 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 12:03
    โอยไม่กล้าอ่านต่ออะ
    #19288
    0
  22. #19072 castomer (@castomer) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:31
    หน่วงมากเลยค่ะะะ
    #19072
    0
  23. #18971 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 17:14
    หน่วงอ่ะ
    #18971
    0
  24. #18870 Nam_rattikan (@Nam_rattikan) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 15:33
    หน่วงอ่ะ...ฮือๆๆ!!!
    #18870
    0
  25. #18736 thaonanina (@thaonanina) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 23:37
    เอี่.....ไรท์ค่ะ เบนซินไม่คิดจะไปทวงเงินลูกค้าที่ไม่จ่ายตังเหรอค่ะ --
    คุณพายัพ ยังไม่ได้จ่ายตังค่ากาแฟที่กินไปหลายแก้ว --
    #ขออะไพดิฉันจิงจัง^^
    #18736
    0