[Yaoi] DON'T KILL ME ชะตารัก ดีกรีร้าย! (สนพ. Nananaris Ybooks)

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 2,379,233 Views

  • 23,529 Comments

  • 43,691 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    28,149

    Overall
    2,379,233

ตอนที่ 66 : Ep.22::เจ็บที่ต้องรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 787 ครั้ง
    29 พ.ค. 59














vEp.22v

:: เจ็บที่ต้องรู้ ::















ทุกคนบนโต๊ะชะงักพลางมองลงมายังแก้วไวน์ของเพลิงนิล ชั่ววูบนั้นผมเผลอสบตากับร่างสูงซึ่งนั่งอยู่ด้วยอารามตกใจ นัยน์ตาทรงอำนาจมองมาเป็นครั้งแรกจนเผลอใจกระตุก ก่อนที่สาวเมดอีกคนจะดันร่างผมให้ถอยออกไปแล้วแก้สถานการณ์ตรงหน้าแทน

 

“ต้องขออภัยด้วยค่ะ ทางเราขออนุญาตเสิร์ฟไวน์เพิ่มอีกขวดเป็นการขอโทษจากทางร้านนะคะ”

 

ว่าแล้วเธอก็จัดการเปลี่ยนแก้วไวน์ของเพลิงนิลพร้อมเช็ดส่วนที่หกเปื้อนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ดูเป็นมืออาชีพซะจนผมนึกทึ่งอยู่ในใจ ผมถอยฉากหลบออกมาแต่ยังคงส่งไวน์ขวดใหม่ไปให้เมดตัวจริงซึ่งทำหน้าที่อยู่อย่างรู้สึกผิด

 

“ทีหลังก็ระวังหน่อย” คุณโลคัสพูดเสียงเรียบเย็น

 

“มาใหม่สินะ หัดอบรมมารยาทให้ดีกว่านี้หน่อยสิ” หญิงสูงวัยอีกคนก็เปรยขึ้นเช่นกัน

 

ผมลอบมองคนในโต๊ะอีกครั้ง ไม่มีใครสนใจผมแล้วเพราะต่างคนต่างหันไปคุยธุระกันต่อ ทว่าทำไมกัน...นัยน์ตาคมดุคู่หนึ่งถึงชอบตวัดมองมาทางนี้ ผมรู้สึกได้ทางหางตาว่าตนเองถูกจ้องมองแบบผ่านๆจนเผลอกลั้นหายใจไปหลายครั้ง

 

เวรเอ้ย...ผมจะไม่ทนแล้วนะ จะความแตกหรืออะไรก็ช่าง! ผู้หญิงคนนั้นเรียกชื่อเพลิงนิลได้แบบสั้นๆโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ทักท้วงเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ปกติไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อเพียงพยางค์เดียวไม่ใช่หรือ

 

“เรื่องแต่งงานทางคุณไม่มีปัญหาอะไรแน่นะคะ เพราะฉันและหลานสาวไม่ชื่นชอบความยุ่งยากภายหลังซักเท่าไหร่”

 

หญิงชราจากตระกูลหงส์ยกไวน์ขึ้นจิบอย่างมีมาดก่อนจะกล่าวเข้าเรื่องสำคัญ ผมเห็น...สาวสวยเพียงคนเดียวในโต๊ะหน้าแดงระเรื่อขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่าแต่งงานจากปากย่าของตัวเอง แต่งงาน? หึ เรื่องจริงสินะ

 

ให้ตาย...เจ็บกว่าที่คิดเยอะเลยวะ

 

ผมจำต้องยอมรับแม้จะเจ็บใจนิดหน่อยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก มองบางมุมก็น่ารักทว่าดูสูงศักดิ์และไม่อาจเอื้อมถึงอยู่ในที

 

“นั่นสินะ ว่าไงล่ะ?...เพลิงนิล”

 

คุณโลคัสหันมาถามความเห็นของลูกชายซึ่งกำลังชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยสีหน้าราบเรียบ นัยน์ตาสีรัตติกาลเฉกเช่นท้องฟ้าในยามนี้ละออกห่างมาสบมองทุกคนบนโต๊ะ ก่อนที่ริมฝีปากจะขยับเป็นคำพูดหนึ่ง

 

“แต่ง...”

 

แต่ง...งั้นหรือ? วินาทีนั้น ใจผมคล้ายถูกกระชากออกจากร่าง

 

ตึง!

 

แค่พยางค์แรกก็เดาได้แล้วว่าจะพูดอะไรต่อ ไม่ต้องรอให้พูดจนจบหรอกเพราะผมจัดการกระชากตุ้มหูที่ใส่อยู่แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างไม่เบาแรงนัก ความเสียใจพวยพุ่งอัดแน่นในอกจนแทบหายใจไม่ออก หยดเลือดเปรอะเปื้อนนิ้วติดมาด้วยทว่าผมไม่ได้คิดจะสนใจเลยสักนิด

 

“เอาคืนไป...เบนทนไม่ไหวแล้ว”

 

ท่ามกลางความนิ่งอึ้งของทุกคน ผมไหวตัวออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็วเสียจนบอดี้การ์ดก็ไม่สามารถไล่จับทัน หยดน้ำตามากมายพรั่งพรูขึ้นมาอีกระลอกทว่าผมกลั้นมันไว้สุดความสามารถในขณะที่วิ่งไปด้วย

 

ไม่มีใครตามหลังมาอีก...ผมวิ่งออกจากภัตตาคารและเรียกแท็กซี่ด้วยใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

 

“ฮึก...ฮือ...”

 

“เอ่อ ไปไหนครับ”

 

คนขับหันมาถามด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเมื่อพบว่าใบหน้าของผมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ผมเช็ดมันออกลวกๆแล้วกลั้นสะอื้นลงคอ สมองก็พลันครุ่นคิดว่าจะไปที่ไหนดี

 

บ้านเดิม...ไม่ล่ะ ผมไม่อยากเข้าไปในสถานที่ที่มีความทรงจำของผมและเขาในตอนนี้

บ้านที่มีป้ามะลิ...ผมไม่อยากให้ป้าไม่สบายใจกับสภาพของผม

 

ผมไม่อยากเป็นฝ่ายรั้งไว้อีกแล้ว ผมรั้งเขามามากเกินพอ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจเขา ทว่าคำพูดที่ติดหูเพียงพยางค์เดียวเมื่อครู่นั่นมันก็บ่งชี้แล้วไม่ใช่หรอว่าเขาเลือกใคร

 

เลือกที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นและเก็บผมไว้ในซอกมุมหนึ่ง อันที่จริงอาจจะเขี่ยทิ้งหลังแต่งเลยก็ได้ แล้วความห่วงใยกับสัมผัสพิเศษที่เคยมอบให้กันตลอดหกเจ็ดปีมานี้ล่ะ มันเป็นของปลอมทั้งหมดงั้นหรือ? ยิ่งคิดผมก็ยิ่งไม่เข้าใจ

 

ทว่าถึงแม้เพลิงนิลจะมีความรู้สึกดีๆให้ผมยังไง...คนที่เขาเลือกก็คือผู้หญิงสูงศักดิ์คนนั้น

 

“คุณครับ...” เสียงคนขับทักท้วงขึ้นอีกครั้ง

 

“อึก...ไปร้าน XXX ครับ”

 

ผมบอกชื่อร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง อารมณ์นี้ไม่อยากกลับไปในสถานที่ไหนทั้งนั้น ขอเพียงคืนนี้ให้ผมได้ระบายความทุกข์ที่กักเก็บมาทั้งวันก็ยังดี ชั่ววูบนั้นผมปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนแรง สมองก็พลันนึกถึงคำพูดหนึ่งของคุณโลคัสขึ้นมา

 

นายได้ ถอยตามที่ลั่นวาจาไว้แน่...

 

และแล้วตอนนี้สภาพผมก็ถอยอย่างที่เขากล่าวไว้จริงๆ ผมพร้อมสู้เสมอถ้าเพลิงนิลไม่ได้เป็นคนเลือกอีกฝ่าย เวลานี้...ผมต้องตัดใจและยอมรับชะตากรรมจริงๆน่ะหรือ

 

แม้ในใจลึกๆแล้วจะหวังให้เพลิงนิลตามมา ทว่าผมรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นเช่นนั้น ในเมื่อตอนวิ่งออกมา...ผมยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลย

 

ฮึก...โง่จนวินาทีสุดท้าย อย่าฝันลมๆแล้งๆอีกล่ะ นับจากนี้ผมต้องทนทุกข์กับความทรงจำของเรามากแค่ไหนกันนะ ผมยกมือขึ้นจิกหน้าอกเผื่อความเจ็บปวดภายในจะเบาบางลง ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่นิด

 

เจ็บเชี่ยๆ นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าถูกนอกใจ ไม่สิ...ถูกทิ้ง

 

 

ผมเข้ามานั่งในร้านอันเป็นจุดมุ่งหมายได้สำเร็จ อย่าถามว่ามีคนมองมากไหมเพราะแทบทุกคนที่ผมเดินผ่านต่างก็หันมามองกันทั้งนั้น

 

จะด้วยสภาพที่อยู่ในชุดโลลิต้า หรือคราบน้ำตาที่อาจทำเครื่องสำอางบนหน้าไหลเยิ้มก็แล้วแต่ ช่างเถอะ...ผมไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว อันดับแรกที่ทำคือตรงรี่เข้าห้องน้ำแล้วล้างหน้า ทว่าเครื่องสำอางก็ยังติดอยู่ปะปราย โชคดีที่อายไลเนอร์เป็นแบบกันน้ำ มันเลยไม่ค่อยย้อยลงมาให้สยองเล่น

 

ผมลากสังขารออกจากห้องน้ำผ่านคนที่เต้นกันอยู่อย่างเมามันไปทางโซนหน้าร้าน เมื่อมาถึงก็ฟุบลงนั่งและสั่งน้ำเปล่ากับเหล้าที่ไม่เคยคิดจะแตะมา เข้าใจอารมณ์คนอยากเมาเลยล่ะตอนนี้ รู้ว่าแอลกอฮอล์มันไม่ดี...แต่ก็อยากกินเพื่อให้ลืม

 

เหมือนว่ามีบางอย่างที่ขาดหาย เหมือนว่ามีบางสิ่งที่ฉันยังไม่เข้าใจ

เหมือนว่าเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เหมือนว่าฉันกำลังต้องเสียเธอไป

 

เชี่ย...เพลงในร้านแม่งบิ๊วอารมณ์จนน้ำตาเริ่มคลอหน่วยอีกรอบจนได้ คิดผิดคิดถูกที่มานั่งโซนด้านหน้ากันวะ

 

ลำพังตัวฉัน...คงทำไม่ได้ จะฉุดรั้งหัวใจเธอเอาไว้

ให้ไปแค่ไหนคงไม่มีความหมาย หากหัวใจ...เธอเปลี่ยนไป

 

เออสิ ฮึก...ให้ไปแค่ไหนแม่งก็เย็นชาเท่าเดิมนี่ ผมยกแก้วเหล้าขึ้นเตรียมกรอกลงคอ ทว่าพอแค่ปรายลิ้นแตะแอลกอฮอล์ในแก้ว ความรู้สึกพะอืดพะอมก็จู่โจมเข้าสมอง ผมวางแก้วลงแล้วยกมือขึ้นปิดปากยามเมื่อรู้สึกถึงน้ำย่อยที่ตีขึ้นมาจุกตรงลำคอ

 

ในที่สุดผมก็ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำอีกรอบ ของเหลวคราวนี้มีแต่น้ำย่อยล้วนๆเพราะเมื่อเย็นผมก็อ้วกไปรอบหนึ่งแล้ว ผมล้างปากก่อนจะเดินออกมานั่งที่ตามเดิม สายตาก็จับจ้องเพียงแก้วแอลกอฮอล์ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย

 

คิดดูว่าอยากจะเมายังเมาไม่ได้...

 

ผมยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบแทนก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ โชคดีที่ในนี้ไม่ได้เปิดไฟสว่างนักและมุมที่เลือกนั่งก็ค่อนข้างอับสายตาผู้คนพอสมควร

 

แต่เจ็บที่ต้องรู้...ว่าเธอนั้นต้องไป เจ็บที่ต้องยอมรับคำว่าเสียใจ

เจ็บที่่ต้องรู้...ว่าเขาคือคนใหม่ เจ็บที่วันนี้...เธอรักเขาหมดหัวใจ

 

ผมจึงปล่อยน้ำตาได้อย่างไม่อายใคร แค่วันนี้เท่านั้น...ขอเพียงวันเดียวให้ผมได้ร้องไห้ระบายความอัดอั้นในใจ

 

เพราะว่ารักเธอเกินกว่าสิ่งไหน เพราะหัวใจของฉันมีไว้ให้เธอคนเดียว

แม้หัวใจเธอเองไม่แลเหลียว วันนี้ฉันเป็นเพียง...ส่วนเกินที่เธอไม่ต้องการ

 

เพราะรักจริงๆนั่นแหละ เชี่ยเอ้ย...แม้แต่คำว่ารักผมยังไม่เคยได้ยินจากปากเขา ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ

 

ฮึก...ใครก็ได้ไปสั่งดีเจเปลี่ยนเพลงทีเถอะ ผมหยุดร้องไห้ไม่ได้แล้ว รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างมันสั่นเทาตามแรงสะอื้น ยิ่งคิดไปถึงสิ่งที่ได้พบเห็นและได้ฟังก่อนหน้านี้ก็ยิ่งต้องจิกเล็บเข้าเนื้อเพื่อระบายความเจ็บในอก

 

แม้ว่าเวลาจะพาสองเราให้มาเจอกัน แต่เวลาก็พาเธอไปจากฉัน

เวลาทำร้ายทุกสิ่ง...ทำร้ายทุกอย่าง

( เจ็บที่ต้องรู้ : The Mousses)

 

ผมควรทำอย่างไรต่อไป...จะยอมทิ้งอดีตที่เคยมีร่วมกันมาตลอดหลายปีนี้จริงๆงั้นหรือ?

 

“ขอนั่งด้วยนะครับคนสวย”

 

“ไม่...”

 

ผมไม่มีอารมณ์มาสู้รบปรบมือกับใครหรอกนะ โดยเฉพาะผู้ชายราวสองสามคนที่ตีวงมานั่งล้อมรอบโดยไม่ทันให้ได้อนุญาตเช่นนี้!

 

Loading 40%

 

(Peangnil talk)

วันนี้ผมมีนัดกับพ่อ ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะนัดทานอาหารร่วมกัน ไม่รู้ลมอะไรหอบพ่อให้มาชวนผมได้ แต่ผมก็พอเดาออกว่าสาเหตุคืออะไร...อาจเป็นเพราะ ประกายฟ้าหญิงสาวจากตระกูลหงส์ที่ผมเพิ่งพบก็เป็นได้

 

เมื่อวานตอนช่วงเย็น ผมจัดการธุระเสร็จและเตรียมเข้าบริษัทไปเซ็นเอกสารต่อ ระหว่างขับรถดันเห็นสวนสาธารณะเลยแวะพักสูบบุหรี่นิดหน่อย ชั่วขณะที่กำลังเหม่อลอยนั้นอะไรบางอย่างก็พุ่งตรงมาทางผมและสวมกอดอย่างรวดเร็ว

 

ผมเตรียมสะบัดออกตามนิสัย ทว่าใบหน้าสวยหวานที่เงยขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มซึ่งแต่งแต้มเต็มดวงหน้าหวานล้ำกลับทำเอานิ่งอึ้งไปเป็นพัก...ผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนใครคนหนึ่งในความทรงจำมากเสียจนเผลอจ้องมองอยู่แบบนั้น

 

เธอเหมือน...แม่ของผม

 

“พี่เพลิง? เอ๋...พี่เพลิงจำฟ้าไม่ได้หรอ”

 

ผมปัดมือเธอออกอย่างรวดเร็วทันทีที่ได้สติทำให้หญิงสาวหน้าเสียไปนิด ยอมรับว่าลืมประเด็นที่ร่างเล็กตรงหน้าเรียกตนว่า พี่เพลิง ไปแล้ว เธอพองลมเต็มแก้มคล้ายจะงอนผม แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะหันมาสูบบุหรี่ต่อ ยอมรับว่าตกใจที่พบผู้หญิงคนนี้...คนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงแม่ของผมอย่างไร้ที่ติ

 

แต่แล้วไงล่ะ หึ...จำเป็นต้องสนใจเธอหรือไง?

 

“ใจร้ายเหมือนเดิม จำไม่ได้จริงๆสินะ”

 

ผมไม่แม้แต่จะปรายหางตามอง เสียงหงุงหงิงข้างหูช่างน่ารำคาญในความรู้สึก ผมจมอยู่กับบรรยากาศรอบด้านชั่วครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวแปลกหน้าคือใคร

 

ต้องดูแลน้องนะลูก ถ้าน้องกำลังตกที่นั่งลำบากเราต้องช่วยเหลือ...เข้าใจไหมจ๊ะ

 

เสียงอ่อนโยนของแม่ยังดังตราตรึงอยู่ในหัวแม้วันเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม ผมรำลึกถึงใบหน้าเด็กสาวตัวน้อยในความทรงจำ ผู้ซึ่งเป็นญาติห่างๆของแม่และอายุน้อยกว่าผมเพียงหนึ่งปีเท่านั้น

 

เค้าชื่อประกายฟ้า ตัวล่ะ

 

เพลิงนิล

 

นิล ทำไมพูดกับน้องแล้วไม่มองหน้าล่ะหืม ฟ้าเรียกพี่เขาว่าพี่เพลิงก็ได้จ้ะ จะได้สนิทกันเร็วๆไง เจ้าเด็กหน้าตายคนนี้ไม่ค่อยเป็นมิตรกับใครเขาเสียด้วย เล่นทำหน้านิ่งแบบนี้ใครจะอยากเป็นเพื่อนด้วยล่ะลูก คิกๆ แม่หันมาดุอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะลูบศีรษะเด็กชายตัวน้อยอย่างนึกเอ็นดู

 

ความคิดในตอนนั้นที่ไม่ได้พูดออกไปคือ...แค่มีแม่ ผมก็ไม่ต้องการใครอื่นหรอก

 

หลังจากจำได้ผมก็มองสำรวจเธอที่ดูโตขึ้นมากจากความทรงจำ เหมือนยัยนี่จะตามติดผมมากในตอนเด็ก ไม่นานนักเธอก็บอกผมว่ากำลังหลงทางกับพวกบอดี้การ์ด ช่วยไปส่งหน้าห้างดังในตัวเมืองหน่อย

 

ผมไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเป็นทางผ่านไปบริษัทพอดี อีกอย่างแม่เคยฝากให้ช่วยดูแลผู้หญิงคนนี้ไว้แม้ผมจะไม่คิดดูแลใครอื่นนอกจาก...ช่างเถอะ ป่านนี้มันคงกลับถึงบ้านแล้ว

 

ผมดับบุหรี่พลางสตาร์ทรถไปส่งญาติห่างๆของแม่ ก่อนจะเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์งานต่อ ยอมรับว่าลอบมองหน้าประกายฟ้าหลายครั้งเพราะเธอเหมือนแม่ผมเหลือเกิน ทว่าผมก็ทำแค่มอง ไม่ได้คิดอะไรที่มันยุ่งยากมากไปกว่านั้น

 

ยังไงยัยนี่ก็น่ารำคาญอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กหรือตอนโต

 

ย้อนกลับมาปัจจุบันที่ผมนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพวกตระกูลหงส์ ความรู้สึกเบื่อหน่ายตีขึ้นเต็มอกจนต้องหันไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกแทน หญิงชราซึ่งนั่งเยื้องกันก็ดูหยิ่งยโสสมเป็นผู้ดีเก่า ส่วนประกายฟ้านั้น...เธอยังคงความสดใสไว้เช่นเดิม

 

“พี่เพลิงไม่ค่อยทานเลย ลองอันนี้สิคะ ฟ้าชิมแล้วอร่อยมาก”

 

ถ้อยคำหวานมาพร้อมเสียงหัวเราะตามประสาคนอารมณ์ดี ผมเหลือบตามองอาหารที่เธอตักมาใส่จานให้ ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองดวงหน้าสวยเกินหญิงที่เคยพบพานมาทั้งหมด

 

“จะกลับไปกินบ้าน” ประโยคแสนสั้น...ทว่าทำเอาสตั้นกันทั้งโต๊ะ ผมไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับสายตากดดันจากพ่อซึ่งนั่งด้านข้างแม้แต่นิด ก่อนจะหันมองวิวด้านนอกต่อ

 

ก็พอใจ...ใครจะทำไม  

 

“แม่แกเคยฝากให้ดูแลน้องไว้ จำไม่ได้หรือไง” มันได้ผลที่พ่อยกแม่ขึ้นมาขู่ และประกายฟ้าก็แก้สถานการณ์กดดันระหว่างผมกับพ่อด้วยการตักอาหารมาให้อีกครั้ง

 

ผมตักมันเข้าปากตัดความรำคาญในที่สุด แต่อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าแม่มีผลกับการกระทำของผมพอควร ถ้าไม่ติดว่าแม่เป็นตระกูลหงส์สายรองล่ะก็ ผมคงไม่ต้องมานั่งเบื่อกับเรื่องบ้าๆนี่ หึ ข่าวลือในโลกมืดซึ่งกำลังดังในตอนนี้คือผมกำลังจะแต่งงาน ช่างน่าขำ...คนอย่างผมน่ะหรือจะแต่งงาน เดาได้ไม่ยากเลยว่าตัวการปล่อยข่าวคงเป็นชายที่นั่งด้านข้างอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 อีกทั้งเวลานี้ตระกูลหงส์กำลังจะร่วงหล่นเพราะผู้นำตระกูลเพิ่งเสียชีวิตลง ไม่แปลกนักที่ฝ่ายนั้นจะยอมยัดเยียด สายหลักมาแต่งเข้าตระกูลมังกรทั้งที่ไม่เคยยอมให้สายเลือดหลักของตัวเองต้องแปดเปื้อนตระกูลอื่น

 

และคนคนนั้นก็คือ ประกายฟ้า ตระกูลสายหลักคนแรกที่ถูกประเคนให้ทางไฟร์ อภิเกียรติวงศ์

 

ตระกูลหงส์ขึ้นชื่อเรื่องหญิงงามซึ่งมีมากในทุกรุ่น และรุ่งเรืองจากการส่งหญิงงามซึ่งเป็นสายรองเข้าตบแต่งตามตระกูลต่างๆเพื่อคานอำนาจ ผมรู้ข้อมูลนี้ดี...และยิ่งช่วงนี้พวกพยัคฆ์กำลังวางแผนจะฮุบตระกูลหงส์ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ตระกูลของประกายฟ้าต้องมาขอความช่วยเหลือเช่นนี้เข้าไปใหญ่

 

เพราะถ้าได้เกี่ยวดองกันจริง...สองตระกูลย่อมมีอำนาจเหนือกว่าตระกูลพยัคฆ์และสามารถประคับประคองตระกูลหงส์ให้คงอยู่ได้แน่นอน

 

ฟังบทสนทนาน่าเบื่อได้ไม่ทันไร สาวเมดคนหนึ่งก็รินไวน์หกรดโต๊ะจนผมต้องเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ ชั่วขณะนั้นความรู้สึกคุ้นเคยก็แล่นวาบเข้ามาในอก ผมเหลือบมองเธอหลายครั้งด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก

 

พยายามไม่ติดใจ...แต่ไม่รู้ทำไมสาวเมดคนนั้นต้องทำท่าทางคล้ายหลบเลี่ยงผมนัก ถ้าเข้ามาใกล้อีกนิด บางทีผมอาจจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง

 

“เรื่องแต่งงานทางคุณไม่มีปัญหาอะไรแน่นะคะ เพราะฉันและหลานสาวไม่ชื่นชอบความยุ่งยากภายหลังซักเท่าไหร่”

 

หึ ไม่ชอบเรื่องยุ่งยากแต่เอาหลานตัวเองมาประเคนให้ถึงที่ น่าสะอิดสะเอียน ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงที่แม่เคารพล่ะก็...

 

“นั่นสินะ ว่าไงล่ะ?...เพลิงนิล”

 

จนมาถึงประโยคที่ต้องการความเห็น พ่อดูมั่นใจมากว่าครั้งนี้ผมจะไม่ปฏิเสธ เขารู้ดีว่าผมไม่เคยขัดความต้องการของแม่เลยสักครั้ง

 

ความต้องการของแม่...ที่ฝากฝังให้ดูแลประกายฟ้า

 

“แต่ง...” ทว่ายังไม่ทันเอ่ยจนจบประโยค เรื่องน่าตกตะลึงก็เกิดขึ้น

 

ตึง!

 

“เอาคืนไป...เบนทนไม่ไหวแล้ว”

 

ยอมรับว่าไม่คาดคิดเลยสักนิด...สาวเมดซึ่งนึกคุ้นเคยในครั้งแรกพบนั้น แท้จริงแล้วคือคนที่ผมนอนกอดอยู่ทุกวัน เบนซินวิ่งออกไปจากห้องท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ผมตั้งสติได้ก่อนใครพลางส่งสายตาปรามบอดี้การ์ดไม่ให้ไล่ตามไปจับเมดตัวปลอมมาลงโทษข้อหาขัดขวางบทสนทนา และยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นเพื่อทำตามจุดประสงค์ดั้งเดิมของตัวเอง

 

อีกสาเหตุเป็นเพราะ...ยังเอ่ยไม่จบประโยคดี ว่าแล้วผมก็หยิบตุ้มหูเปื้อนเลือดมาใส่กระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางนิ่งเฉยทั้งที่ในใจเริ่มหงุดหงิด ก่อนจะตวัดสายตามองทุกคนในที่นี้ด้วยแววตาเย็นเฉียบ คงมีเพียงพ่อคนเดียวที่สัมผัสได้ว่าผมอยู่ในห้วงอารมณ์ซึ่งไม่ค่อยปกตินัก

 

อยากฆ่าใครสักคนให้ตายคามือ ทว่าทำไม่ได้เนื่องจากคนคนนั้นคือบิดาบังเกิดเกล้าซึ่งชอบหาเรื่องมาให้ไม่หยุดหย่อน

 

“แต่งทำไม มีเมียแล้ว”

 

ประโยคซึ่งขาดหายเมื่อชั่วครู่ถูกต่อจนจบ ก่อนคนพูดจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ไม่แม้แต่จะปรายหางตามองคนจากตระกูลหงส์ซึ่งนั่งอึ้งรวมทั้งบิดาบังเกิดเกล้าที่จ้องมองมาด้วยแววตายากเดาความคิดเลยสักนิด

 

Loading 70%

 

ผมกำลังรู้สึกหงุดหงิด...มากเสียด้วย

 

          เครื่องติดตามที่ถูกฝังอยู่ในตุ้มหูมังกรนิล บัดนี้นอนแน่นิ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงของผม อีกทั้งโน้ตบุ๊กเครื่องโปรดถูกเปิดขึ้นทันทีที่ก้าวขาขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว

 

          คิดว่าคนอย่างผมจะฝังเครื่องติดตามไว้ที่ตุ้มหูอย่างเดียวหรือไง?

 

          ทั้งนาฬิกาข้อมือที่ซื้อให้มันในวันเกิดปีก่อน กระเป๋าสตางค์ที่เห็นว่าเหมาะกับมันดีเลยซื้อมายัดเยียดให้ โทรศัพท์เครื่องโปรดของมันและสร้อยที่มันบ่นว่าอยากได้จนเผลอซื้อติดมือมาแล้วยื่นให้ไปแบบส่งๆ

 

 เครื่องประดับทุกชิ้น(รวมทั้งที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น)ล้วนถูกฝังเครื่องติดตามขนาดเล็กทั้งสิ้น บางทีผมอาจจะโรคจิตอย่างที่ไอ้กัลป์มันเคยว่าไว้ก็ได้

 

          คงมีผมคนเดียวบนโลกล่ะมั้งที่ทำแบบนี้...หึ แล้วไง ถ้ามันใช้ตามตัวได้ก็คุ้มไม่ใช่เล่น

 

          บางทีก็แอบนึกอยากผ่าแขนมันแล้วฝังชิพลงไปเหมือนกัน จะได้ไม่ยุ่งยากฝังเครื่องติดตามใส่เครื่องประดับทั้งหมดทั้งมวลแทน ทว่าที่ผ่านมาไม่มีเรื่องอะไรให้มันหนีผมไปซักที ประเด็นนี้เลยจางหายไปจากหัวมาเนิ่นนาน

 

          เอาเป็นว่าผมยังไม่คิดเรื่องนั้นในตอนนี้ ทว่าในอนาคตก็ไม่แน่ ถ้ามันยังคิดจะหนีหน้าไปแบบนี้อีกล่ะก็...

 

          หลังจากเปิดโปรแกรมระบุตำแหน่งเพื่อดูว่าเบนซินอยู่ที่ไหนเสร็จ ผมก็ปิดโน้ตบุ๊กและสตาร์ทรถขับออกไปจากภัตตาคารอย่างรวดเร็ว เผลอขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจนักที่มันวิ่งออกไปทั้งสภาพแบบนั้น

 

          ชุดโลลิต้า...น่ารักน้อยซะที่ไหน ใครใช้ให้มันแต่งตัวแบบนั้นกันวะ เหอะ...เผลอแตะคันเร่งเพิ่มอีกจนได้ เหมือนจะเหยียบมิดไปแล้วด้วยตามแรงอารมณ์ที่ไม่ค่อยคงที่นัก

 

          หึ อย่าให้รู้ว่าใครแนะนำให้มันมาโผล่ที่ภัตตาคารและแต่งตัวแบบนั้นเชียว ผมจะเล่นให้หนัก...เอาให้มันตายกันไปข้าง!

 

          ทั้งที่เรื่องยุ่งยากกำลังจะผ่านพ้นไปในคืนนี้แล้วแท้ๆ ตอนแรกผมจะบอกมันเรื่องนัดทานข้าวกับทางตระกูลหงส์ตั้งแต่เมื่อวาน ทว่าตอนกลับบ้านมาก็เห็นคนตัวเล็กนอนหลับไปเสียก่อน

 

เปลือกตาบางซึ่งปิดสนิทไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยทำให้ต้องชะงักมือที่เอื้อมจะปลุกลง ผมจ้องมองสภาพตอนนอนของมันเนิ่นนานและหลับตามอย่างไม่รู้ตัว พอตอนเช้าก็ลืมพูดเรื่องนี้เพราะไม่ได้สนใจอะไร...คิดว่ายังไงตอนเย็นก็เคลียร์อยู่ดี

 

          สุดท้าย...ก็ได้เคลียร์จริงๆ เคลียร์ทั้งเรื่องแต่งงานและกำลังจะไปเคลียร์กับเมีย

 

          ใครสงสัยว่าทำไมผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเมีย? หึ เมียก็คือเมียจะให้เรียกว่ากิ๊กหรือไง เรียกแฟนก็กระดากปากว่ะ ผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดจาภาษาดอกไม้นักหรอก

 

          หลังจากเลี้ยวเข้าลานจอดรถอย่างรวดเร็วจนเสียงแผดลั่นให้คนเดินผ่านสะดุ้งกันเป็นแถวๆแล้ว ผมก็ปิดประตูรถดังปังและกราดมองรอบตัวชั่ววูบ...ฉับพลันนั้นสายตาสอดรู้สอดเห็นก็หายไปและแทนที่ด้วยความหวาดหวั่นแทน

 

          ผมไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะมุ่งเดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับ ไม่คิดว่าเบนซินจะเลือกที่นี่สิงสถิต แน่นอนว่ามันเป็นหนึ่งในสาเหตุของอารมณ์โกรธแบบฉับพลันเมื่อชั่วครู่...ให้เบนซินไปอยู่บ้านป้ามะลิอะไรนั่นยังไม่ทำให้ผมอารมณ์ขึ้นได้เท่านี้เลย เชื่อไหม?

 

          ตอนแรกแค่หงุดหงิด ตอนนี้ผมยอมรับว่าเริ่มโกรธ...ชนิดที่ว่าถ้าใครมาทำขวางหูขวางตาคงฆ่าได้แบบไม่ต้องคิดเลยทีเดียว!

 

       (Bensin talk)

          “ดื่มนี่หน่อยไหมครับ มาร้านนี้ทั้งทีอย่างน้อยดื่มเบียร์ก็ยังดี” ชายคนแรกซึ่งผมไม่รู้จักยื่นของเหลวสีอำพันมาตรงหน้า ผมมองเขานิ่งในขณะที่ใช้มือปาดคราบน้ำตาลวกๆ

 

“ไม่ครับ” เสียงผมมีแววสั่นเครือตามอารมณ์ของคนเพิ่งร้องไห้มาหมาดๆ

 

ทั้งสามคนที่มาขอนั่งด้วยเลิกคิ้วขึ้นนิด คงเพราะนึกสงสัยกับคำลงท้ายซึ่งไม่สมกับเป็นผู้หญิงของผม ไอ้พวกนี้ตาถั่วชะมัด มองยังไงถึงคิดว่าผมเป็นผู้หญิงวะ

 

“อกหักมาหรอครับ ผู้ชายคนนั้นใจร้ายจังนะ ทิ้งผู้หญิงน่ารักแบบคุณได้ยังไง”

 

ก้อนสะอื้นไหลมาจุกตรงลำคออีกครั้งเมื่อชายคนที่สองพูดกระตุ้นได้ตรงจุด ทว่าผมกล้ำกลืนมันลงคอที่แห้งผาดได้ทันท่วงที ชายทั้งสามคนนี้ไม่มีที่นั่งจริง เพราะผมมองดูแล้วรอบร้านอัดแน่นไปด้วยผู้คนและไร้ที่ว่างโดยสิ้นเชิง

 

แต่ถึงกระนั้น...ผมก็พอจะเดาออกว่าพวกเขาต้องการอะไร

 

“ผมเป็นผู้ชาย” ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ยามเมื่อผมเอ่ยขึ้นกลางวงด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ

 

“อุ๊บ ฮ่าๆๆ เป็นทอมก็ไม่บอก เล่นแต่งตัวแบบนี้ก็คิดว่าเป็นสาวๆที่ชอบคอสเพลย์ซะอีก” ชายคนที่สามทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วน ก่อนจะหัวเราะอย่างไม่เชื่อในคำพูดของผม

 

โง่ชิบหาย...สรุปพวกมันไม่ได้ตาถั่วอย่างเดียวแต่เพิ่มความโง่ลงไปด้วย!

 

“ผมจะกลับแล้ว ขอตัว”

 

ไม่มีธุระอะไรต้องอยู่คุยกับคนพวกนี้ ทว่าจังหวะที่ผมลุกขึ้นนั้นทั้งสามคนกลับลอบมองตากันชั่ววูบหนึ่ง ร่างของผมถูกผลักเข้าผนังในมุมมืดด้านข้างอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ชายแปลกหน้าทั้งสามตรงเข้ามาล้อมรอบเพื่อกักขังและบดบังผมไว้ไม่ให้สายตาของคนภายนอกจ้องมองผ่านมาได้

 

“ไม่ดีมั้ง อกหักแบบนี้เดี๋ยวพวกพี่ช่วยดามใจให้ดีกว่า” ดามใจพ่อง...

 

“รีบกลับทำไม อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนสิ” เพื่อน? อืม...อีกสองคนที่มาด้วยกันไม่ใช่เพื่อนหรือไง

 

“ไปต่อกันดีกว่า สนใจไหม” ถามความเห็นแต่ลักษณะท่าทางบังคับกันสุดฤทธิ์

 

สรุปคือจะไม่ปล่อยผมไปง่ายๆสินะ ก็ดี...อารมณ์นี้คืออยากลงไม้ลงมือกับใครสักคนเหมือนกัน ไอ้พวกนี้คงช่วยระบายความเครียดในใจผมได้ไม่มากก็น้อย

 

“ก็ได้ ผมจะอยู่เล่นด้วยสักหน่อย”

 

“ว่าง่ายแบบนี้สิคนสวย...อั่ก!

 

ไอ้คนแรกผงะไปเพราะโดนหมัดผมเสยหน้าโดยไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ผมวาดขาเตะผ่านคอไอ้คนที่สองก่อนมันจะตั้งสติได้จนกระเด็นฟุบไปกับพื้น ลงท้ายด้วยการบิดไหล่ไอ้คนที่สามแล้วจับทุ่ม

 

สายตาของทุกคนในร้านมุ่งมาทางนี้โดยทันที ผมตามไปกระทืบซ้ำไอ้คนแรกที่ทำท่าจะลุกขึ้นยืน รองเท้าส้นตึกที่เคยสร้างความลำบากตอนวิ่งมา...บัดนี้ถูกขยี้ลงกลางแผ่นอกหนาด้านล่างเต็มแรง

 

ค่อยยังชั่ว...โล่งขึ้นมานิดนึง แค่นิดนึงเท่านั้นแหละ

 

“อ..อะไรวะ นี่มึงกล้า...อั่ก!” ไอ้สันดานเสีย แม้แต่กับผู้หญิง(?)แปลกหน้ายังกล้าขึ้นมึงขึ้นกูใส่อีก ผมคงต้องสั่งสอนพวกมันไม่ให้ไปทำความเดือดร้อนกับผู้หญิงรายอื่นๆแล้วล่ะมั้ง

 

ผมลงส้นเท้าให้หนักขึ้น อีกสองคนซึ่งโดนฟาดหางจระเข้กับจับทุ่มต่างก็ลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง พวกมันมองมาทางผมอย่างมาดร้ายในขณะที่ผมก็ตั้งรับโดยมีเพื่อนมันอีกคนอยู่ใต้ฝ่าเท้า

 

“ผู้หญิงเชี่ยไร...แรงเยอะชิบ” ก็ไม่ใช่ผู้หญิงไงสัด!

 

“วันนี้ถ้ากูไม่ได้ยัยนี่ ขอตายดีกว่าว่ะ”

 

นี่คือยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ? แทนที่จะโกรธดันกลายเป็นว่าผมไปกระตุ้นต่อมความท้าทายพวกมันเสียอย่างนั้น

 

หางตาผมเหลือบเห็นปฏิกิริยาจากคนด้านใต้จนต้องชักเท้ากลับในจังหวะที่มันหยิบมีดพับขึ้นมาเตรียมแทงเข้าที่ข้อเท้าของผม อา...ปลายมีดคมกริบเฉียดผิวเนื้อไปอย่างน่าหวาดเสียว การ์ดรักษาความปลอดภัยของที่นี่หายหัวไปไหนกันหมดวะ น่าจะโผล่มาตั้งแต่ผมเสยคางไอ้คนแรกแล้วนะ!

 

เล่นมีดแบบนี้...ถ้าผมงัดมีดขึ้นมาบ้างอย่าเสียใจทีหลังนะโว้ย

 

 



Writer talk3

เบนซินไม่ได้มาเล่นๆ แต่เพลิงนิลนี่ยังไงคะ? คิดจะฝังชิพเบนจริงหรอ//ทำหน้าสยอง และไอ้เครื่องติดตามทั้งหลายทั้งแหล่นั่นคนปกติเขาทำกันใช่ไหม นี่ไม่เรียกว่าโรคจิตธรรมดาแล้ว เขาเรียกกันว่าสตอล์กเกอร์ชัดๆ!//หลบปืน ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ^^แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

29/05/2016

Writer talk2

เต็มปากเต็มคำเลยนะคะเพลิงนิล...//แซวแล้วหลบปืน รีบไปตามเบนได้แล้วเนอะ ไรท์ไม่นิยมแต่งพระเอกนอกใจหรอกค่ะไม่ต้องห่วง ถ้าเลวก็เลวยันจบไปโลด แต่เรื่องหน้า(ถ้าได้แต่ง)ลองแนวพระเอกนอกใจดีไหมคะ? 555 ท่าทางจะดราม่ามันส์ หรือจะลองกับเรื่องนี้ดี//ตายเพราะระเบิดอย่างสงบเสงี่ยม

#ปล.ขอชี้แจงเรื่องการอัพเพราะมีท่านหนึ่งถามค่ะ ที่ว่าทำไมต้องลงทีละ 30-40% ตัวละครก้าวสองสามก้าวก็จบ คือไรท์ไม่ได้นั่งหน้าคอมตลอดค่ะ(ดังที่เห็นว่าเมื่อวานไปธุระ) ไอ้ 30-40% ที่ว่าสำหรับไรท์ใช้เวลาแต่งสองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำนะคะไม่รู้ว่าไรท์ท่านอื่นจะเป็นกันไหม แต่พยายามจะมาอัพให้ทุกวันหลังจากนี้อยู่แล้วเพราะไรท์ก็เข้าใจว่าไม่มีคนอ่านที่ไหนอยากรอนิยายนานๆหรอก(หรือต้องการแบบหกวันต่อหนึ่งตอนรวดก็บอกกันได้นะคะ//ขอดูส่วนใหญ่ก่อนว่าต้องการแบบไหน ไรท์ตามใจคนอ่านอยู่แล้ว) ไอ้การค้างน่ะไม่ได้แกล้งใครแน่นอน(อันนี้ชี้แจงทุกคนค่ะ) ร่ายยาวไปแล้วเลิกๆ โอเคนะคะ ^^

รักรีดเดอร์

28/05/2016


          Writer talk

          เพิ่งไปทำธุระเสร็จค่ะ กลับมาถึงก็อัพนิยายเลยจะได้ไม่ค้างคากันนาน เพลิงนิลทำอะไร? ไอ้ที่บอกว่า แต่ง... นี่มันคืออะไรคะ! อย่าบอกเชียวว่าสมยอม(หรือจะสมยอมนะ) เบนซินเจ็บอีกแล้ว เชื่อไรท์ว่าหน่วงไม่นาน...//โดนระเบิดก่อนจะได้พูดจนจบ แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

27/05/2016



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 787 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #23466 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 00:32

    ระบาย ระบายค่ะลูก เล่นแม่งให้ตาย มาเจ๊าะเจ๊ะไม่รู้เวลา

    #23466
    0
  2. #23334 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:15
    มาในตอนที่เบนซินต้องการระบายซะด้วย
    แล้วเพลิงนิลก็มาแบบพายุ

    จ้า พ่อ ชัดเจนมาก แต่ช้าไปอีก
    #23334
    0
  3. #23312 BHM_REAL (@Loveremembrance) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:11
    มีเมียแล้วว
    #23312
    0
  4. #23284 num'crazy (@2543numnim) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 10:55
    มีเมียแล้ว.... ใจบางแล้ววว
    #23284
    0
  5. #23136 mars-cz (@mars-cz) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 15:32
    "แต่งทำไม

    มีเมียแล้ว" กรีดดดร้องงงง
    "เมียก็คือเมียจะให้เรียกกิ๊ก?!". ตายซ้ำซ้อน 555
    #23136
    0
  6. #22951 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:30
    ...โหดได้อี๊กก
    #22951
    0
  7. #22863 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 17:36
    บู้เก่งงงชอบบ
    #22863
    0
  8. #22643 Mo Demone (@momine25) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 17:01
    ฝังชิพใต้แขนอะนะ. โอยยย
    #22643
    0
  9. #22642 Mo Demone (@momine25) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 16:53
    แต่งทำไม. มีเมียแล้ว. เป็นประโยคที่เฉยชา. แต่กินใจมาก
    #22642
    0
  10. #22574 Mongcaron (@Mongcaron) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 13:20
    อึดอัดแทนเบนซินเลย ช่วงแรงโคตรบีบหัวใจเลย น้ำตาหยดเลย😭
    #22574
    0
  11. #22573 Mongcaron (@Mongcaron) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 13:20
    อึดอัดแทนเบนซินเลย ช่วงแรงโคตรบีบหัวใจเลย น้ำตาหยดเลย😭
    #22573
    0
  12. #22550 710790 (@710790) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 20:10
    สงสารพี่ต่อ
    #22550
    0
  13. #22520 SUNelf213 (@kc-thesun213) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 18:57
    จะไปกินบ้าน , สร้อยที่เผลอซื้อติดมืือ อ่านกี่ทีก็เอ็นดูโว้ยยย
    #22520
    0
  14. #22498 335360 (@335360) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 01:57
    ควรยุในอารมณ์ไหนดี???
    #22498
    0
  15. #22460 con_kyexonextdoor (@connea_land) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 16:05
    ทำไมรู้สึกเอ็นดูเพลิงนิลตอนบอกว่าจะกลับไปกินข้าวที่บ้านอ่ะ 555
    #22460
    1
    • #22460-1 Mo Demone (@momine25) (จากตอนที่ 66)
      28 พฤษภาคม 2561 / 16:53
      น่ารักเนอะ
      #22460-1
  16. #22436 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 00:06
    ขำ เอาให้เข็ด!!!
    #22436
    0
  17. #22296 mapletottot (@mapletottot) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 07:53
    ไฟติ้งเด้อเบนซิน
    #22296
    0
  18. #22062 PN ¨ ❤ (@pniiz) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 19:32
    แต่งทำไม มีเมียแล้ว 555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #22062
    0
  19. #22002 DONOVANK (@DONOVANK) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:19
    จะท้องแล้วโหด5555
    #22002
    0
  20. #21931 zton9397 (@zton901) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 19:29
    เเต่งทำไมมีเมียเเล้วบาดดดดจิตใจคิคิ5555555 เบนไม่ได้มาเล่นๆนะคะเบนหาที่ลง55555
    #21931
    0
  21. #21775 My_Chick (@exo_43) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 01:08
    นิลคนรักเมีย2017
    #21775
    1
  22. #21664 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 23:14
    เบนซินสายโหด
    #21664
    0
  23. #21147 Suchadakulkes (@Minrt) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:24
    สู้ค่ะ เบน
    #21147
    0
  24. #20665 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 21:52
    จัดให้หนักน้องเบน
    #20665
    0
  25. #20568 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 15:49
    จะติดอะไรเยอะขนาดนั้นคะเพลิงนิล ชิพอ่ะ
    #20568
    0