[Yaoi] DON'T KILL ME ชะตารัก ดีกรีร้าย! (สนพ. Nananaris Ybooks)

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 2,372,963 Views

  • 23,520 Comments

  • 43,585 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21,879

    Overall
    2,372,963

ตอนที่ 67 : Ep.23::ปรับความเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 883 ครั้ง
    16 ต.ค. 60













vEp.23v

:: ปรับความเข้าใจ ::

 

 

 

          ไอ้คนที่นอนแน่นิ่งอยู่ในคราวแรกตวัดร่างลุกขึ้นยืนพร้อมเพื่อนอีกสองคนของมัน ผมเหลือบตามองมีดของอีกฝ่าย ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปใต้ชุดกระโปรงโลลิต้าเพื่อหยิบมีดพับที่สอดไว้ตรงต้นขาขึ้นมา ปกติผมพกอาวุธอยู่แล้วเพียงแต่ชุดนี้มันไม่อำนวยเท่าไหร่ เลยต้องซ่อนมีดไว้ตรงขาอ่อนอย่างที่เห็น

 

          น่าแปลกที่ไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วยเหลือผม พวกลูกค้าภายในร้านต่างมองการต่อสู้ด้วยความเฉยเมยคล้ายไม่ใช่เรื่องของกู กูจะไม่ยุ่งอะไรประมาณนี้ อย่างน้อยไปตามการ์ดมาก็ยังดี ถ้าผมไม่ได้ฝึกทักษะอะไรมาล่ะก็รับรองว่าคงโดนสามคนนี้ลากไปไหนต่อไหนแล้ว

 

          หรือว่าทั้งสามคนจะมีเส้น?

 

          “เล่นมีดกับพวกพี่มันไม่ดีนะน้อง” แล้วใครมันชักมีดออกมาก่อนล่ะวะ!

 

          เอาเถอะ ความจริงแล้วผมไม่อยากทำใครเลือดตกยางออกซักเท่าไหร่ การที่การ์ดหายหัวไปคงเป็นเพราะทั้งสามคนเส้นใหญ่หรือไม่ก็คนใดคนหนึ่งมีอำนาจในทางมิชอบแน่ๆ ตอนนี้คือทุกคนต่างถอยออกห่างผมและพวกมัน บางคนก็ทยอยเดินไปเต้นตรงโซนด้านหลัง ส่วนบางคนก็มุ่งออกจากร้านเพราะกลัวลูกหลง

 

          โซนด้านหน้าซึ่งใช้ดื่มและฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายเลยเหลือแค่ผมกับชายแปลกหน้าที่ดูท่าจะเคลมกันให้ได้

 

          “เดี๋ยวก็รู้ว่าจะดีหรือเปล่า” ผมกล่าวขึ้นเสียงเรียบ ไม่มีอารมณ์ยิ้มหวานล่อลวงเหยื่อเพราะความเศร้าที่ยังหน่วงอยู่ในอก

 

          พรึ่บ...พลั่ก ตุ้บ!

 

          “อั่ก! อึ่ก! อ่อก!” พวกมันประมาทกันเกินไป ผมจึงอาศัยช่วงเวลานั้นใช้ทั้งศอกและเข่าประเคนให้ อย่ามาดูถูกแม่ไม้มวยไทยเชียวนะโว้ย ไอ้พวกหมาหมู่

 

          เฮ้อ...ยังไม่ทันให้ได้ใช้มีด ก็นอนเรียงรายกับพื้นกันเสียแล้ว

 

          ผมถอนหายใจอย่างอ่อนล้า เหนื่อยมากทั้งการร้องไห้ไม่หยุดและการออกแรงไปเมื่อครู่ ยอมรับว่าโล่งหัวขึ้นมานิดที่ได้ระบายความหงุดหงิดใจลึกๆลงกับร่างกายของพวกมัน

 

          ทว่าจังหวะที่จะก้าวเท้าออกห่างอย่างไม่สนใจไยดี หนึ่งในนั้นกลับตะครุบข้อเท้าผมไว้พลางกระชากให้หล่นลงไปนั่งทับตักของมันโดยมีปืนจ่อที่ขมับด้านซ้าย ผมเหลือบตามองไอ้คนที่คิดว่าสิ้นท่าไปแล้วอย่างนึกตกตะลึง มีดในมือก็กระเด็นร่วงไปอีกทางตั้งแต่มันกระชากเมื่อครู่

 

          เอาปืนมาจากไหนวะ! เขาไม่ตรวจอาวุธก่อนเข้าร้านงั้นหรือ

 

          ว่าแต่ไอ้พวกนี้ประมาท...ความจริงผมก็ประมาทไปหน่อย น่าจะเช็คว่าพวกมันสลบเรียบร้อยก่อนทิ้งทวนแท้ๆ เวรเอ้ย!โดนปืนจ่อแบบนี้แล้วจะทำยังไงดี

 

          “พยศอย่างนี้สิดี มึงโดนพวกกูหนักแน่คนสวย”

 

ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดข้างแก้มทำให้ผมเกร็งร่างขึ้นมา ริมฝีปากของคนด้านหลังแตะลงตรงต้นคออย่างฉับพลันสร้างสัมผัสที่น่าขยะแขยง ไหนจะแขนของมันซึ่งโอบเอวไว้กันผมลุกหนีอีก

 

ผมค่อยๆขยับมืออย่างไม่ให้คนที่คุกคามอยู่รู้ตัวเพื่อจะล้วงลงไปหยิบมีดจากต้นขาอีกด้าน ทว่าก่อนจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เพื่อนของมันอีกสองคนซึ่งเพิ่งฟื้นก็เข้ามาคว้าแขนทั้งสองข้างไว้เสียก่อน

 

เชี่ยของจริงแล้วไง...!

 

          “ฤทธิ์ยัยนี่มันมาก ไม่รู้ซ่อนอาวุธไว้ตรงไหนอีก หอบมันขึ้นไปด้านบนเลยดีกว่า”

 

ชายคนที่สามแนะนำเพื่อนฝูง มันยกมือจับรอยช้ำตรงมุมปาก ตามลำตัวและใบหน้าที่ผมฝากไว้พร้อมกับมองมาด้วยแววตาวาวโรจน์ คาดว่าถ้าผมเสร็จพวกมันล่ะก็...คงรอดยากเป็นแน่คราวนี้

 

ผมกรอกตา กำลังอาศัยจังหวะที่พวกมันเตรียมอุ้มผมพาดบ่าเพื่อหาวิธีรอดซักทาง แต่ไอ้คนด้านหลังก็ยังไม่หยุดละใบหน้าออกห่างต้นคอผมสักที พอจะขยับศีรษะหนีปืนที่จ่อขมับอยู่ก็กดลงมาอย่างแนบแน่นประมาณว่า ถ้าไม่อยู่นิ่งๆระวังจะตายเอานะ

 

“โคตรขาวเลยว่ะ หอมด้วย”

 

“ขาวมากไหม”

 

ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงดุดันดังขึ้นใกล้ๆตัว รู้สึกขนลุกขึ้นมาแม้จะยังมองผ่านแสงสลัวไม่เห็นว่าคนพูดคือใคร ทั้งสามคนผงะอย่างสงสัยว่าประโยคเมื่อครู่ใครเป็นคนเอ่ยขึ้นมา ทว่าก่อนจะได้หาตัวผู้พูดพบ...

 

ปืนที่จ่อศีรษะผมก็ถูกปัดออกด้วยวัตถุบางอย่างซึ่งลอยผ่านตาไปในเสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงเสียบของมีคมเข้าเนื้อจะดังขึ้นติดกันสามครั้ง

 

“เฮ้ย โอ้ย!

“อั่ก!

“ไรวะ อ่อก!

 

เพลิงนิลปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า...และผมก็ยกศีรษะขึ้นมองเขาด้วยแววตาติดจะสั่นไหวนิดๆ น้ำตาพานจะไหลอีกระลอกแต่ผมอดกลั้นมันเอาไว้ ไม่สนใจเลือดที่ไหลนองรอบกายจากไอ้วายร้ายทั้งสามคนแม้แต่น้อย

 

“ไปขาวต่อในนรกแล้วกัน...หึ พวกสวะ”

 

เพลิงนิลละสายตาออกห่างจากผมก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปประชิดร่างผู้โชคร้ายทั้งสามด้วยแววตาคุกรุ่น ผมไม่ได้มองตามว่าเขาฆ่าพวกมันยังไงหรือไม่ได้ฆ่าแต่ปล่อยให้เลือดไหลหมดตัวแทน เพราะเท่าที่เห็นสภาพของพวกมันตอนหลุดออกมาจากห้วงอารมณ์ช็อกคือ...

 

ร่างทั้งสามนอนจมกองเลือดไปเสียแล้ว!

 

มีการ์ดหลายคนวิ่งมาทางนี้พร้อมบุคคลที่น่าจะเป็นผู้จัดการร้าน และเพียงเพลิงนิลยื่นบัตรใบหนึ่งให้ ท่าทางที่ดูจะเอาเรื่องในคราวแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นนอบน้อมและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

 

“ขออภัยด้วยครับท่าน” ผู้จัดการสูงวัยเอ่ยขึ้น ผมไม่คุ้นหูเท่าไหร่ที่จะได้ยินใครอื่นเรียกเพลิงนิลว่า ท่าน มันฟังดูแก่อย่างบอกไม่ถูก

 

“ปิดร้านซะ” เพลิงนิลเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าบรรยากาศหนักหน่วงที่แผ่ออกจากร่างทำเอาคนรอบข้างเริ่มจะทรุด

 

“ไม่นะครับ ผ...ผมขอร้อง ร้านนี้เป็นธุรกิจเพียงหนึ่งเดียว...”

 

“หุบปาก”

 

นัยน์ตาสีรัตติกาลซึ่งคล้ายมีประกายไฟด้านในจ้องมองเจ้าของร้านซึ่งแทบจะร้องไห้ การ์ดรอบตัวต่างก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน ทว่าพวกนั้นรู้ดีว่าคนตรงหน้าคือใคร ไอ้อาการต่อต้านจึงไม่ปรากฏให้เห็น

 

ผมอาศัยจังหวะนั้นพยุงตัวขึ้นแล้วออกวิ่งไปจากร้านอย่างรวดเร็ว ผมไม่อยากเห็นหน้าเขาในตอนนี้! ทำไม...ฮึก ทำไมต้องตามมาด้วย ไม่อยู่กับผู้หญิงคนนั้นต่อแล้วหรือ ในเมื่อผมมันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรอยู่แล้ว แม้แต่บอกเรื่องจะแต่งงานสักนิดเขายังไม่เคยพูด

 

หมับ!

 

“จะไปไหน” สุ้มเสียงเรียบเย็นดังขึ้นในระดับปกติ เขาดูไม่อนาทรร้อนใจเลยสักนิดกับเรื่องที่เราเหมือนจะแตกหักกันในภัตตาคารนั่น!

 

“ต...ตามมาทำไม ฮึก ปล่อย...เบนไม่อยากอยู่กับนิลแล้ว”

 

เอาเป็นว่าผมคิดผิดที่พลั้งปากพูดประโยคข้างต้นกับคนใจร้าย เพราะจากแรงกอดรัดรอบเอวหลวมๆเมื่อครู่ บัดนี้ร่างสูงแทบจะดึงกระชากร่างของผมให้ตรงไปยังลานจอดรถอย่างรวดเร็ว

 

ผมรับรู้ได้ว่าเพลิงนิลโกรธ...มากเสียด้วย!

 

“ไม่อยากอยู่?...หึ”

 

ตุ้บ! ผมถูกเหวี่ยงเข้ามาภายในรถคันเดิมซึ่งเคยมีกลิ่นน้ำหอมนั่น เพลิงนิลปิดประตูดังปังใส่หน้ากันแล้วส่งสายตาวาวโรจน์มาให้ทำนองว่าถ้าคิดจะเปิดประตูหนี...ก็ลองดู

 

เออ! ลองแน่ ไม่ต้องมาท้าหรอก ผมเปิดประตูรถออกอย่างไว ให้มันรู้ไปสิว่าแค่นี้ผมจะหนีเขาไม่ได้

 

ทว่าก้าวลงมาได้แค่สองสามก้าว เสียงคำรามในลำคอก็ตามมาทางด้านหลังก่อนที่ร่างสูงจะล็อกตัวผมแล้วเหวี่ยงเข้ารถไปอีกครั้ง คราวนี้เพลิงนิลใช้แขนกักประตูรถไม่ให้ผมหาทางออกได้ก่อนจะปลดเข็มขัดออกมาจากกางเกงตัวเองด้วยแววตาเย็นเฉียบ

 

ความเย็นเฉียบในนั้น...ผมรู้ดีว่ามันคล้ายคลื่นสงบหลังสึนามิลูกใหญ่จะมานั่นแหละ!

 

เขาจับผมมัดข้อมือทั้งสองข้างด้วยเข็มขัดเพียงเส้นเดียว และอาจเพราะขนาดตัวที่ต่างกันผมจึงไม่สามารถขัดขืนได้ถนัดนัก คนใจร้ายอ้อมรถไปเปิดประตูอีกด้านก่อนจะปิดดังปังแล้วขับออกมาจากสถานที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็ว

 

ผมขดตัวหันหนีไปอีกด้าน ก้อนสะอื้นก็เคลื่อนมาจุกตรงลำคอไม่หยุด น้ำสีใสไหลออกมาอย่างเงียบเชียบผ่านดวงตาเลื่อนลอยที่มองวิวทิวทัศน์ทางด้านนอกซึ่งเริ่มเปลี่ยนไปเร็วขึ้น...เร็วขึ้น

 

ไม่เข้าใจเลย ผมไม่เข้าใจเขาเลยแม้แต่นิดกับไอ้การกระทำเช่นนี้!

 

ผมไม่ได้สนใจรอยถลอกซึ่งสร้างความเจ็บแปลบจากการยื้อยุดกันตอนมัดข้อมือ ความชาจากการโดนมัดแน่นเกินไปก็ทำอะไรผมไม่ได้ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวตอนนี้มีเพียงภาพของเขาซึ่งตอบรับการแต่งงานเพียงเท่านั้น

 

สิ่งใดจะเจ็บไปกว่าความเจ็บที่ใจเล่า...อกเอย

 

Loading 40%


โคตรอึดอัดในอก...ยิ่งผมซุกหน้ากับเบาะรถยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางนั่นจนอยากจะสำรอกน้ำเปล่าที่เพิ่งดื่มออกมาให้รู้แล้วรู้รอด คิดได้ไม่ทันไรก้อนน้ำย่อยซึ่งไม่น่าจะมีอาหารปะปนก็ขึ้นมาจุกบริเวณคอหอย

 

โชคดีที่ในเวลาต่อมาไม่นาน รถก็แล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านคล้ายล่วงรู้ว่าผมกลั้นอาการอยากอ้วกไม่ไหวแล้ว

 

ผัวะ!

 

ฉับพลันที่บีเอ็มคันหรูจอดสนิทด้วยท่วงท่าน่าหวาดหวั่นต่อสายตาของบรรดาสาวเมดซึ่งลอบมองอยู่ ผมก็พยายามใช้สองมือแงะประตูรถเพื่อเปิดลงมา ก่อนจะพุ่งเข้าหาพุ่มไม้ตรงริมทางเดินอย่างรวดเร็ว

 

รอบนี้แทบไม่มีอะไรออกมาจากปาก มีเพียงน้ำเปล่าที่เพิ่งกินไปผสมน้ำย่อยล้วนๆ ความรู้สึกคล้ายจะหน้ามืดตีขึ้นสมอง เพราะถ้าจำไม่ผิดผมอาเจียนเป็นครั้งที่สี่ของวันแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะกลิ่นน้ำหอมล้วนๆ

 

เสียงเดินไล่ตามมาทางด้านหลัง ผมไม่ได้หันไปมองเพลิงนิลที่ขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะคลายออกในเสี้ยววินาทีนั้น เขาแกะเข็มขัดออกจากมือผมพร้อมยื่นขวดน้ำให้ และผมก็รับมาบ้วนปากอย่างเสียไม่ได้

 

“เป็นอะไร”

 

“แค่คลื่นไส้เพราะกินเหล้ากับพวกนั้นสนุกมาก เหมือนที่นิลไปกินข้าวกับว่าที่เจ้าสาวมานั่นแหละ” ผมเหยียดยิ้ม อารมณ์ตอนนี้คือมาเต็ม ไม่ได้ตั้งใจจะประชดอะไรแต่ปากมันไปเองไง

 

“มึงกำลังยั่วโมโห...”

 

คนใจร้ายว่าพลางกระชากผมเข้าไปสูดดมคล้ายหากลิ่นแอลกอฮอล์อย่างไม่เบาแรงนัก เขาชะงักไปเมื่อได้กลิ่นที่ต้องการ อาจเป็นเพราะผู้ชายคนเมื่อครู่ซึ่งดื่มเหล้าดึงผมลงไปนั่งใกล้ชิด...กลิ่นแอลกอฮอล์เลยติดมาด้วย

 

นัยน์ตาสีรัตติกาลเย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างฉับพลัน ก่อนที่มือหนาจะกระชากผมให้เดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยความรวดเร็ว สาวเมดหลีกทางให้ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่มีใครห้ามปรามอะไรได้จนกระทั่งร่างผมถูกเหวี่ยงเข้ามาภายในห้องนอน

 

“ใครใช้ให้มึงไปที่ร้านนั่น”

 

เพลิงนิลกักร่างผมไว้กับผนังข้างประตูห้อง มองไปอีกด้านก็ปะทะเข้ากับคุณโครงกระดูกพอดิบพอดี เลือกสถานที่ได้ดี!

 

“ไปเอง” ผมตอบเสียงเรียบ มองตรงไปข้างหน้าแต่จงใจไม่มองตาเขา อยากเย็นชามาก็จะเย็นชากลับ แค่อยากรู้...ว่าผลลัพธ์จะจบลงตรงไหน

 

“ด้วยสภาพนี้? หึ...เพื่ออ่อยใครล่ะเบนซิน” ถ้อยคำร้ายกาจถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยชาบาดจิต

 

ปากร้าย...ผมอยากจะด่าเขาให้สมกับที่พูดประโยคข้างต้นออกมานัก ใจมันเจ็บแปลบและสมองก็กำลังประมวลผลตามถ้อยคำนั้น ผมไม่ได้สนใจว่าเขาโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะหายใจรดผิวแก้มเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบที่อยากได้ยินแม้แต่นิด

 

“ทั้งกลิ่นน้ำหอมบนรถกับเส้นผมตรงเบาะนั่ง รูปถ่ายคู่ของนิลกับผู้หญิงคนนั้น ไหนจะกลิ่นน้ำหอมเดิมๆที่ติดเสื้อเชิ้ตมาอีก อึก...คิดว่าเบนไปอ่อยหมาตัวไหนล่ะถึงต้องแต่งตัวเป็นเมดเพื่อจะได้พบความจริงที่ว่า...นิลกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น คิดว่า...ฮึก...คิดว่าเบนโง่หรือไง ถ้าตอบรับเขาไปเรียบร้อยแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกันอีก พอที...แล้วปล่อยเบนไป”

 

ผมต้องกล้ำกลืนก้อนสะอื้นเป็นอย่างมากกว่าประโยคยาวๆนี้จะถ่ายทอดจนจบ ทว่าระหว่างนั้นมันก็แย่พอควรตรงที่น้ำตามันไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว พอพยายามกลั้นไว้เสียงก็เริ่มสั่นเครือจนแหบพร่า กระพริบตาหลายครั้งหยดน้ำเจ้ากรรมก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล

 

ผมมองเห็น...ดวงตาคู่คมตรงหน้าลดความกราดเกรี้ยวลงจนแทบมลายไปไม่มีเหลือ เพลิงนิลขยับแขนมาโอบเอวกันไว้ ก่อนจะใช้มืออีกข้างกดศีรษะผมให้ซุกลงตรงไหล่

 

“ไม่ได้จะแต่ง...”

 

“อย่าโกหก ฮึก...เบนได้ยินกับหู” ผมค้านเสียงแข็ง มือก็พยายามผลักร่างหนาออกห่าง ทำไมต้องมาทำท่าคล้ายสงสารกันด้วย ผมไม่ต้องการความเห็นใจจากเขาเข้าใจไหม!

 

“มึงฟังไม่จบ”

 

คล้ายได้ยินเสียงถอนหายใจข้างใบหู ผมชะงักไปแต่แล้วไงล่ะ แค่คำพูดที่ต้องการรั้งใครสักคน...เป็นใครก็พูดได้ ผมยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเขาจะรั้งผมต่อไปทำไมในเมื่อทุกอย่างมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว

 

“ต้องฟังอะไรต่องั้นหรอ? เบนเข้าใจว่านิลผูกพันกับผู้หญิงคนนั้นมาตั้งแต่เด็ก เข้าใจดี...แต่คิดจะบอกเรื่องนี้กันไหม หรือเห็นเบนเป็นของตายที่นึกอยากเก็บเอาไว้ข้างกายก็เก็บ นึกอยากทิ้งก็ทิ้ง...อุ้บ!

 

ยังไม่ทันให้ผมพล่ามจบ ร่างทั้งร่างก็ถูกเหวี่ยงไปที่เตียง เพลิงนิลตามมาประกบจูบคล้ายต้องการหยุดคำพูดพร่ำเพ้อข้างต้น เขาชะงักไปเนื่องจากคงรับรู้ตั้งแต่ควานลิ้นเข้ามา...ว่าผมไม่ได้ดื่มเหล้าจริง ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นสัมผัสหนักหน่วงก็บดขยี้ลงมาจนแทบหายใจไม่ออก

 

ผมรู้ว่าเพลิงนิลไม่ชอบใจที่ผมประชดและโกหกเขาว่าดื่มแอลกอฮอล์ และจากที่ตอนแรกคิดว่าจะได้รับเพียงความรุนแรง บัดนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นร้อนระอุแทน

 

          ริมฝีปากของคนด้านบนดูดดึงเรียวปากผมแผ่วเบาสลับหนักหน่วง ผมกระพริบตาไล่คราบน้ำซึ่งเปรอะเปื้อนใบหน้า ทว่าพอจะหันหนี...มือหนาก็ตามมาล็อกคางกันไว้พร้อมผละออกห่างเพียงนิด

 

“หยุดคิดไปเอง...และฟังให้ดี” นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายประกายจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาจ้องมองมาเสียจนผมลืมสะอื้นในที่สุด

 

“กูมีแค่มึง”

 

น้ำตาผมหยุดไหลไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะไหลออกมาหนักกว่าเดิม ผมพูดอะไรไม่ออก...สับสนไปหมดว่าควรเชื่อสายตาตัวเองหรือเชื่อถ้อยคำข้างต้นดี

 

“ไม่แต่งอะไรกับใครทั้งนั้น แค่มึงคนเดียวก็วุ่นวายพอแล้ว...จำใส่สมองไว้ซะ”

 

การกระทำของเพลิงนิลค่อนข้างตรงข้ามกับคำพูดเย็นชา มือของเขาปล่อยปลายคางก่อนที่นิ้วเรียวจะเลื่อนมาเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากใบหน้าของผม ทุกอย่างราวกับถูกหยุดเวลาไว้พร้อมสมองซึ่งขาวโพลนเมื่อตระหนักรู้ได้ว่า...

 

ผมอาจจะคิดไปเอง คิดไปเองเยอะเสียด้วย เพลิงนิลไม่เคยโกหกผมแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งการที่เขามองมาด้วยแววตาจริงจังซึ่งพบเห็นได้น้อยครั้งด้วยแล้ว...ยิ่งยืนยันว่าที่ผ่านมาผมดราม่าไปเอง

 

แต่...เรื่องน้ำหอมล่ะ ไหนจะเส้นผมบนรถ รูปถ่าย เสื้อเชิ้ตติดกลิ่นน้ำหอมในตะกร้า และคำตอบรับในภัตตาคารนั่นอีก!

 

“น้ำหอมบนรถ...”

 

“เจอกันเมื่อเย็นวาน ประกายฟ้าให้กูไปส่งหน้าห้างเพราะหลงกับบอดี้การ์ด” สุ้มเสียงแหบพร่าตอบกลับมาพร้อมใบหน้าซึ่งเลื่อนลงซุกไซ้ตรงซอกคอ

 

“กลิ่นน้ำหอมที่ติดเสื้อ...”

 

“ยัยนั่นกอดกูก่อน” ว่าพลางขบเม้มผิวให้ได้สะท้านวาบ

 

“รูปถ่าย...” ผมเลื่อนสายตาไปยังบนหัวเตียงซึ่งมีซองเอกสารวางอยู่ เพลิงนิลชะงักไปกลางคัน ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมหยิบมันมาเปิดดูพลางตอบกลับเสียงเรียบ

 

“ภาพตอนเจอกันเมื่อเย็นวาน”

 

“คำตอบรับตอนนั้น...”

 

“รู้แค่ไม่ได้ตอบว่าจะแต่งก็พอ”

 

เหมือนจะเริ่มรำคาญผมซึ่งขัดจังหวะเขาไม่หยุด จากที่คล้ายจะลวนลามกันในคราวแรกจึงเปลี่ยนเป็นกดจูบลงบนซอกคอผมหนักๆแล้วผละขึ้นนั่งข้างเตียงพลางเสยผมด้วยท่าทางเฉยชาแทน

 

ตลกดี...ผมถามอย่างเหม่อลอยเพลิงนิลก็ตอบกลับมาทุกคำ ความหนักอึ้งในอกเริ่มบรรเทาลง สรุปคือเขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม เชี่ย...คือกูมโนไปคนเดียวเป็นวรรคเป็นเวร แต่ใครเจออย่างผมก็ต้องนึกตงิดใจกันบ้างล่ะ

 

“รูปนี้ มึงเอามาจากไหน”

 

สุ้มเสียงเรียบเย็นเอ่ยถามพร้อมรูปภาพบาดใจในมือ นัยน์ตาคมดุแฝงไปด้วยอารมณ์ที่ยังคงตกค้าง ผมกระพริบตาพลางพลิกตัวหันข้างถูหน้าไปกับหมอนอย่างเชื่องช้า

 

ไม่ใช่อะไร...คือผมนึกอายยังไงไม่รู้ เมื่อครู่เขาบอกว่าจะมีแค่ผมใช่ไหม กว่าเพลิงนิลจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้แต่ละที มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกนะ!

 

Loading 70%

 

 “คุณพายัพให้มา” ผมตอบเสียงอู้อี้เพราะยังคงฝังหน้ากับหมอนอยู่

 

“พายัพ...พวกพยัคฆ์?” เหมือนน้ำเสียงจะเข้มขึ้น ทว่าผมไม่ได้สนใจอะไร

 

“อือ คุณพายัพนั่นแหละ”

 

ฉับพลันนั้นร่างของผมกลับถูกพลิกขึ้นให้เงยหน้ามองเขา นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์อย่างที่ไม่เคยเป็น ผมเพิ่งเคยเห็นความคุกรุ่นในดวงตาคู่คมยามได้ยินชื่อของใครสักคนก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

 

“....” เพลิงนิลไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่แรงบีบตรงต้นแขนก็มากเพียงพอให้รู้แล้วว่าเขากำลังไม่พอใจ

 

“วันนี้คุณพายัพมาหา แล้วเอารูปนี้ให้เบนดู”ผมลองเปรยขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงว่าไอ้คุณพายัพอะไรนั่นมันบุกรุกเข้ามาถึงในร้าน

 

ขืนบอกไป...คงได้โดนปิดร้านของจริงก็คราวนี้ และพายัพก็จะกลายเป็น พายับ สมชื่อ!

 

“รู้จักมันได้ยังไง”

 

เขาถามผมด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบเสียจนไม่กล้าขยับตัวไปชั่วขณะ ให้อารมณ์คล้ายผมทำสิ่งที่ผิดพลาดใหญ่หลวง แล้วเพชฌฆาตกำลังเตรียมมีดหั่นคอประมาณนั้น

 

“เขาเข้ามาหาเอง เพิ่งเจอกันวันนี้”

 

 “มันทำอะไรมึง”

 

โอเค...อารมณ์คล้ายพ่อกำลังซักไซ้ลูกสาวซึ่งหนีเที่ยวมากกว่านะผมว่า ฮะๆ...ผมพยายามคิดให้มันตลกสินะทั้งที่แทบจะตลกไม่ออก แรงกดที่ไหล่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดหย่อนลง และเพราะผมเริ่มจะเจ็บจึงยกมือขึ้นแตะลงบนข้อมือของเขาแล้วผลักออก

 

“ไม่ได้ทำอะไร แค่บอกว่า...” ผมชะงักริมฝีปากได้ทันท่วงที นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่ลงอย่างฉับพลัน ชั่วขณะนั้นมือทั้งสองข้างของผมก็โดนตรึงไว้ข้างตัว

 

“พูดมา” ถ้อยคำแสนสั้นแต่อานุภาพกดดันมากโข โดยเฉพาะนัยน์ตาคมดุที่สื่อความหมายว่า อย่าชักช้า

 

เป็นบุญจริงๆที่โดนเพลิงนิลคาดคั้นขนาดนี้ สาบานได้ว่าจะไม่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อีก!

 

“บอกว่านิลกับเขาเคยทะเลาะกันเพราะผู้หญิงคนนั้น”

 

เพลิงนิลชะงักไป เขาทำสีหน้าประมาณว่า โคตรไร้สาระ ขึ้นมาวูบหนึ่ง สงสัยไหมว่าทำไมผมดูออก ลองมาอยู่กับเพลิงนิลสักห้าหกปีแล้วคุณจะค่อยๆอ่านสีหน้าเขาออกเอง เชื่อเถอะว่าถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนผมไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาคิดอะไรอยู่

 

แม้กระทั่งปัจจุบัน บางครั้งผมยังอ่านเขาไม่ออกเลย

 

“มึงยังพูดไม่หมด”

 

เพลิงนิลโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหู เขาขบเม้มมันเบาๆสร้างความวูบวาบทั่วสรรพางค์กาย ฉลาดเกินไปแล้ว! เขารู้ได้ยังไงว่าประโยคที่ผมจะหลุดพูดเมื่อครู่ไม่ใช่ประโยคนี้

 

“คุณพายัพทำเหมือนสนใจเบน ทั้งที่ก็ผู้ชายเหมือนกัน...อื้อ อย่ากัด”

 

ฉับพลันนั้นคมเขี้ยวก็ขบลงมาให้ได้เจ็บจี๊ดตรงซอกคอ  คิดผิดหรือเปล่าวะที่บอกเรื่องนี้ ยิ่งเหลือบไปเห็นนัยน์ตาสีรัตติกาลซึ่งมองมาอย่างติดจะหงุดหงิดก็ยิ่งระลึกได้ว่า...ไม่น่าพลั้งปากเอาซะเลย!

 

“หึ คงต้องล่ามโซ่...”

 

ผมไม่รู้ว่าเพลิงนิลพึมพำอะไร รู้แค่ไม่น่าจะใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่เพราะขนแขนมันดันลุกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือหนาปล่อยข้อมือของผมก่อนจะล้วงเข้ามาสัมผัสผิวกายกันอย่างจาบจ้วง เขาปลดชุดโลลิต้าที่ดูเหมือนจะยุ่งยากได้อย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวแทบไม่ทัน

 

“ด...เดี๋ยว อึก...”

 

“ถ้าไม่อยากตาย...อยู่ให้ห่างมันซะ” ผมชะงักพลางเหลือบมองสบตาคนด้านบน ประกายวาววาบที่ฉายผ่านในนั้นบ่งบอกว่าไม่ใช่ตายธรรมดา แต่อาจเป็น ตายคาเตียง



……………………………

CUT

……………………………



ดวงตาคู่สวยปรือปรอยคล้ายจะหลับ เสียงหอบหายใจยังคงดังกังวานก้อง เบนซินยังคงโอบกอดผมแน่นก่อนที่เปลือกตาบางนั้นจะปิดลง ไม่นานนักแขนทั้งสองข้างก็ตกลงข้างลำตัวในที่สุด

 

ผมจำต้องถอนตัวออกมาแล้วนั่งเสยผมด้านข้างเตียง...แม้จะยังไม่อยากหยุดก็ต้องหยุดอย่างช่วยไม่ได้ มือข้างหนึ่งตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมกายของร่างโปร่งบางในขณะที่อีกข้างเคาะบุหรี่มาจุดสูบ ไม่นานนักผมก็คว้าเสื้อคลุมมาใส่แล้วเปิดระเบียงออกไปยังด้านนอก

 

สมาร์ทโฟนซึ่งเลือกหยิบเป็นลำดับถัดมากำลังถูกต่อสายหาใครคนหนึ่ง ควันที่ลอยฟุ้งในอากาศทำให้เผลอมองตามอย่างครุ่นคิด วินาทีต่อมาปรายสายก็กดรับคล้ายจะรู้ว่าผมไม่ชอบรออะไรนานๆ

 

(ครับ นายน้อย)

 

“รู้ใช่ไหมว่าทำอะไรผิดพลาด” เสียงผมเย็นขึ้นในระดับหนึ่ง ปลายสายเงียบไปก่อนจะตอบกลับมา

 

(ขออภัยครับ แต่จัดการลงโทษบอดี้การ์ดของวันนี้เรียบร้อยแล้วครับ)

 

“....” ดีแล้วที่ทางนั้นรู้หน้าที่...ผมจะได้ไม่พลั้งมือฆ่าคนของตัวเอง หึ

 

ใครใช้ให้พวกมันปล่อยเบนซินออกไปจากบ้านได้กันวะ ฝึกมาก็เยอะแต่ทำไมแค่ผู้ชายตัวเล็กๆยังเฝ้าไม่ได้ เชื่อไหม...ผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจว่าคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวใช้วิธีไหนหลบเลี่ยงสายตาของบรรดาบอดี้การ์ดที่มีฝีมือไปได้กันแน่

 

(นายน้อยครับ...) คล้ายได้ยินเสียงกลืนน้ำลายจากปลายสาย คนนี้ไม่ใช่เมฆ แต่เป็นมือซ้ายของผม มันไม่ค่อยชอบโผล่หัวมาเท่าไหร่ และที่เรียกคงเป็นเพราะผมเงียบไปนาน

 

“สืบเรื่องพวกพยัคฆ์...ภายในวันพรุ่งนี้”

 

ผมสั่งเสียงเย็นก่อนที่ปลายสายจะตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว  หลังตัดสายไป...โทรศัพท์ในมือก็ถูกเหวี่ยงเล่นชั่วครู่ก่อนจะหยุดลงยามเมื่อสมองเริ่มเดาสถานการณ์ที่ไอ้พายัพคิดจะทำต่อไปออก

 

หึ อยากทำอะไรก็ทำไป แต่ถ้าคิดจะมายุ่งกับเมียผม...ก็แค่ตาย



 

 

Writer talk3

ก็แค่ตาย...ฟังไว้นะคะคุณพายัพ! และแล้วเราก็ได้ล่วงรู้ความคิดของเพลิงนิลที่ล้ำลึกเกินกว่าใบหน้านิ่งๆของเฮียแกจนได้ พอดีมีนักอ่านหลายท่านอยากอ่านมุมมองของเฮียนิลตอนฉากตัด ไรท์เลยเซอร์วิสให้ เบนซินนี่ดูน่ารักไปเลย อยากได้มาไว้บ้านจัง...//โดนไพ่ปาด แล้วพบกันค่า

#ถ้าขึ้นแจ้งเตือนบ่อยในวันนี้อย่ารำคาญนะคะ กำลังทยอยแก้คำผิดในภาคหนึ่งแต่คาดว่าคงแก้ไม่หมดในวันนี้

ปล. ฉากตัดอยู่ที่บล็อกเดิมค่ะ

รักรีดเดอร์

01/06/2016


Writer talk2

ชอบประโยคนี้ คิดว่าเบนไปอ่อยหมาตัวไหนล่ะคือเหมือนเพลิงนิลจะโดนตอกหน้ากลับค่ะ 555 ว่าแต่เพลิงนิลปากร้าย เบนซินก็ปากร้ายขึ้นนะเนี่ย//แซวแล้วหลบจระเข้ฟาดหาง เบนซินไม่น่าขัดจังหวะเลย...เฮียนิลของเค้า(หลบไพ่ควีน)กำลังจะได้จับกินแท้ๆ! หืม?ใครถามหาฉากเรียกเลือด ยกยอดไป 30% หน้าแล้วกันนะคะ

รักรีดเดอร์

31/05/2016 

Writer talk

เหมือนเพลิงนิลจะลืมจุดประสงค์ว่าต้องมาเคลียร์กับเบนนะคะ สติหลุดตั้งแต่ได้ยินคำว่า ไม่อยากอยู่กับนิลแล้ว มั้งนั่น 555 ส่วนเบนซินช่วงนี้ดูอารมณ์อ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษ ก็คนมันเพิ่งเจอเรื่องหนักๆมานี่เนอะ  เรื่องสั่งปิดร้านคิดว่าสมควรโดนค่ะ เพราะเบนบู๊ตั้งนานการ์ดไม่โผล่...เพิ่งมาโผล่ตอนวายร้ายทั้งสามโดนยำซะอย่างนั้น แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

30/05/2016



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 883 ครั้ง

408 ความคิดเห็น

  1. #23467 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 01:07

    เบนอ้วกบ่อยแบบนี้ท้องแล้วใช่มะ?

    แล้วโดนจัดหนักแบบนี้ไม่แท้งเลอะ?

    #23467
    0
  2. #23337 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:32
    ต้องให้ได้วีนกันเนาะ
    ดีนะที่เพลิงนิลอธิบาย
    #23337
    0
  3. #23285 num'crazy (@2543numnim) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 11:11
    รว้ายยยยย
    #23285
    0
  4. #23156 someonelol (@someonelol) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:26
    มีความผัวเมียสูง
    #23156
    0
  5. #23137 mars-cz (@mars-cz) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 16:00
    "กูมีแค่-"

    ตายๆ อาวุธไม่ต้องแค่นี้เกินพอ.
    #23137
    0
  6. #23076 mizasa_G (@mizasa2342) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 11:59

    เนี่ย เป็นพวกไม่รอฟังให้จบทั้งคู่555555555555

    #23076
    0
  7. #23042 Karn-igot7 (@Karn-igot7) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:35
    เบนซิน นางน่าจะโกดต่ออีกสักหน่อย อยากเห้นเพลิงนิล หึงโหดๆ 55555 พอดีเป้นสาวก มาโซ..ค่ะ 😂
    #23042
    0
  8. #23031 Pla kiki (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 05:48

    'ถ้าคิดจะมายุ่งกับเมียผม....ก็ศแคาตาย'มันไม่แค่แล้วเพลิงนิล หูยยยยยยเอาจริงเอาจังคร้าาา

    #23031
    0
  9. #22952 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:39
    หูยยยยยยย
    #22952
    0
  10. #22864 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 18:05
    หู้ยยยยยยเมียเต็มปากเต็มคำ
    #22864
    0
  11. #22678 KannikaSangsut (@KannikaSangsut) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 01:02
    น้องท้องรึเปล่า?? คลื่นไส้บ่อยเกิ๊นนนน..
    #22678
    0
  12. #22663 130143m (@130143m) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 15:40
    หลังๆ เริ่มใช้คำว่า เมีย บ่อยขึ้นเนาะ
    #22663
    0
  13. #22560 pimpichaya2074 (@pimpichaya2074) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 19:36
    อิพี่นิลอ่อนโยนกับลูกกูบ้างว้อยยย
    #22560
    0
  14. #22551 710790 (@710790) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 20:22
    อย่าทำพายัพน๊องงงงงงง
    #22551
    0
  15. #22499 335360 (@335360) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 09:33
    เดียวนี้พูดคำว่าเมียบ่อยเนาะได้ยินแล้วเขินแทน...?5555
    #22499
    0
  16. #22461 con_kyexonextdoor (@connea_land) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 16:21
    เขาก็รักของเขาอ่ะเนอะ ><
    #22461
    0
  17. #22437 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 00:51
    ก็แค่ตายแหละ555555
    #22437
    0
  18. #22297 mapletottot (@mapletottot) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 08:26
    'ผมไม่ใช่คนที่ชื่นชอยซาดิสม์' ในNCนี่มันโคตรขัดแย้งเลยเหอะ เพลิงนิ๊ลลลช
    #22297
    0
  19. #22137 newsily (@newsily) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:52
    เบนสเน่ห์เเรงว่ะ
    #22137
    0
  20. #22057 bewpity (@bewpity) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 17:32
    มีความปกป้องเมียย
    #22057
    0
  21. #22003 DONOVANK (@DONOVANK) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:38
    หูยยยยยยยย
    #22003
    0
  22. วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 13:15
    กลับมาย้อนอ่านกี่สิบรอบแล้วก็ไม่รู้555 ไม่มีอะไรอ่าน ก็กลับมาอ่านได้ไม่เบื่อ555
    #21773
    0
  23. #21746 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 11:28
    ขอบอกอีกร้อยๆทีว่าชอบมากกมากก><
    #21746
    0
  24. #21667 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 23:45
    รักเมียไม่อยากทิ้งเมียสินะเพลิงนิล
    #21667
    0
  25. #21562 WongkaewKanchana (@WongkaewKanchana) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 07:10
    ชอบมากๆเลยอ่านแล้วฟินมาก
    #21562
    0