[Yaoi] DON'T KILL ME ชะตารัก ดีกรีร้าย! (สนพ. Nananaris Ybooks)

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 2,371,070 Views

  • 23,518 Comments

  • 43,554 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19,986

    Overall
    2,371,070

ตอนที่ 88 : Ep.40::เรื่องไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 774 ครั้ง
    22 ก.ค. 59












vEp.40v

:: เรื่องไม่คาดฝัน ::

 

 

 

“เย้! วันนี้อ่านประวัติโรมันกะเค้านะๆ” ลาวายืนทำหน้าดีใจก่อนจะชูหนังสือเล่มหนาที่เอาไปขว้างหัวหมาคงสลบได้ให้ผมดู

 

“...ไม่ว่าง” ผมบอกออกไป ขืนไม่หัดอะไรสักอย่างอีกสองวันผมคงไร้น้ำยาตามที่พ่อชอบปรามาสไว้จริงๆ

 

“งั้นตัวทำอะไรอยู่หรอ” ลาวาทำตาสงสัยก่อนจะชะโงกมองเข้ามาในห้องแต่ผมกั้นร่างของพี่สาวไว้เสียก่อน

 

“...ยุ่ง” ผมมองแฝดตัวเองที่ทำตารู้ทันวูบหนึ่ง จากนั้นก็ยอมกลับไปยืนดีๆในที่สุด

 

“มีของเล่นอะไรอ่ะ แบ่งเค้าบ้างซี่~” วาก็คือวา รองจากพ่อก็พี่สาวเนี่ยแหละที่รู้ทันความคิดผม ทว่าก็แค่บางครั้งเท่านั้น

 

ปัง

 

กลับไปเล่นตุ๊กตา...ไม่ก็เมนูทำอาหารบ้าๆนั่นซะ

 

ผมปิดประตูใส่หน้าแฝดตัวเองในทันที จากนั้นก็กลับมาเขี่ยๆข้าวของออกจากใต้เตียงท่ามกลางเสียงเคาะประตูรัวๆอีกครั้ง

 

“งื้อ...ใจร้าย เค้าโป้งตัวแล้ว” วากล่าวมาแบบนั้น ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงพี่สาวเดินห่างออกไป

 

แล้วต้องง้อ? ไม่...เดี๋ยววาก็หายเอง

 

 

วันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง

เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไอ้สิ่งที่เรียกว่าเฮลิคอปเตอร์ ดูใหญ่กว่าจินตนาการของผมมากโข ส่วนวาก็หลับปุ๋ยไม่ตื่นผิดกับผมที่นั่งมองวิวด้านล่างนิ่งๆ

 

หลังเบนกับพ่อพาพี่สาวไปไว้บ้านพัก ผมก็ได้เห็นประตูทางเข้าของเขาวงกตในที่สุด ความจริงผมก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้เขาวงกตมันคืออะไร แต่จากที่ได้แอบศึกษาข้อมูลมามันก็ไม่ต่างกับสถานที่ที่มีไว้ให้คนหวาดกลัวเท่าไหร่ เมื่อหาทางออกไม่เจอก็จะเผยความอ่อนแอออกมา

 

น่าสนุกดี...อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะมีด้านไหนอีกนอกจากเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งตั้งแต่จำความได้

 

ไม่รู้สิ เหมือนว่าผมเรียนรู้ล่วงหน้าไปแล้วสองก้าวในขณะที่ร่างกายเพิ่งเติบโตไปก้าวหนึ่ง ผมเลยค่อนข้างไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งรอบตัวล่ะมั้ง

 

แต่ปัญหาคือเบนยังกอดผมไม่ปล่อย...

 

พอผมดิ้นจนหลุดออกมาได้ก็เดินไปยังประตูทางเข้า ไม่รู้ว่าถ้าเป็นเด็กคนอื่นจะเข้าใจไหมว่าทำไมตัวเองต้องมาทำอะไรแบบนี้ ตอนแรกผมก็ข้องใจจนต้องเอ่ยถามพ่อเวลาเราอยู่ด้วยกันแค่สองคน

 

...ทำไมต้องทำ ทำไมต้องเข้าไปในเขาวงกต

 

เพื่อตัวเอง

 

พ่อตอบกลับมาแบบนั้น แค่คำสั้นๆแต่ผมดันเข้าใจ...แม้ช่วงแรกจะมึนงงเล็กน้อยที่ในบริเวณบ้านเต็มไปด้วยชายชุดดำ แต่แล้ววันหนึ่งที่ผมได้แอบเห็นคนถูกซ้อมในบริเวณห้องลับหลังบ้านและการสนทนาอันน่าปวดหัวของพ่อกับคนพวกนั้น ผมก็เข้าใจ...

 

ดูเหมือนจะเกิดมาในตระกูลที่ยุ่งยากเสียแล้ว ถ้าไม่แข็งแกร่งผมก็จะถูกเหยียบย่ำ

 

“คิมหันต์!

 

ผมได้ยินเสียงเบนร้องเรียกในจังหวะที่จะก้าวขาเข้าประตู พอหันไปมองดูก็เห็นเบนมองมาด้วยแววตากังวล และเหนือสิ่งอื่นใดคือผู้ให้กำเนิดทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ โดยมีผู้ชายคนนั้นยืนมองผมด้วยแววตานิ่งๆเหมือนทุกครั้ง

 

พ่อไม่เคยเอ่ยปากสอนอะไรให้มากความ เขามักให้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง บางครั้งผมก็ตกใจนิดหน่อยที่พ่อรู้ความคิดของผมมากกว่าวาเสียอีกทั้งที่เขาแตะผมน้อยกว่าพี่สาวด้วยซ้ำ

 

เปล่าน้อยใจ...มันเป็นเรื่องปกติเพราะวาขี้อ้อนในขณะที่ผมเหมือนเขาเกินไป คงเป็นวันแรกเลยล่ะมั้งที่ผมเห็นพ่อทำแววตาแบบนี้นอกเหนือจากแววตานิ่งๆและไม่สบอารมณ์ตอนผมไปขัดจังหวะ

 

ความเป็นห่วงที่ฉายออกมาวูบหนึ่งนั้น...ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ไหนจะเบนที่เม้มริมฝีปากแน่นอีก

 

...ไม่ต้องห่วง ผมดูแลตัวเองได้

 

“ไปแล้วนะ...แม่”

 

 

(Bensin talk)

ตั้งแต่เช้าผมยังอยู่ไม่สุขเลย...ยิ่งใกล้เข้ายามเย็นผมยิ่งกระวนกระวาย

 

ส่วนเพลิงนิลน่ะหรอ นู้น! นอนใต้ร่มมะพร้าวโดยมีแว่นตากันแดดสวมไว้ไม่ปานว่ามาพักผ่อนหย่อนใจ ข้างๆกันก็มีลาวานั่งก่อกองทรายเล่นไปเรื่อย

 

“หาดทรายงามเห็นปู...ดูสิดูหมู่ปลา~ คิกๆ” ลูกสาวส่งเสียงงุ้งงิ้งและหัวเราะคนเดียวไปเรื่อย จากนั้นก็หันไปไล่ตะครุบปูเสฉวนจนมันหลบไปในเปลือกหอย

 

“ม๊าจ๋า หนูอยากลองทำยำปูเสฉวนจัง” เชื่อไหมว่าปูคงสะดุ้งกันไปข้าง!

 

“อย่าไปกินมันเลยลูก ปูเสฉวนต้องอาศัยเปลือกหอยเป็นที่พักอาศัย น่าสงสารออกนะครับ”

 

ผมตรงเข้าไปอธิบายและตะล่อมให้ลูกสาวหยุดความคิดพิสดารซะ ลาวาทำหน้าเคลิ้มตามก่อนจะวางปูเสฉวนไว้บนหาดทรายดังเดิม

 

“แย่จัง งั้นวันหลังถ้าโตกว่านี้จะมาจับไปยำน้า” ลูกสาวว่าพลางก้มหน้าคุยกับปู ลาวา...บางทีลูกก็มึนไปนะ!

 

          “เราไปเข้าร่มกันดีกว่า ไปหาปะป๋านิลกัน”

 

          ผมกล่าวก่อนจะค่อยๆดึงลูกสาวออกห่างจากเจ้าปูผู้น่าสงสาร จากนั้นก็มาหยุดยืนตรงหน้าเพลิงนิลที่ถอดแว่นตากันแดดออกแล้วมองมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน

 

          “เอาตามตรงนะ บอกเบนมาเถอะว่าในเขาวงกตมีอะไร” ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัยและกังวล

 

“ถามก้อนขาวเอาเอง” ยังจะมาย้อนอีกนะโว้ย ผมเริ่มชินเรื่องการเรียกลูกๆจนไม่อยากแย้งเขาล่ะ

 

“แล้วลูกจะออกมาตอนไหน”

 

“ขึ้นอยู่กับตัวมัน” เพลิงนิลกล่าวเสียงเรียบและยันร่างลุกขึ้นนั่ง เขาปรายนัยน์ตามองไปยังกลางป่าที่รกทึบก่อนจะหันกลับมามองหน้าผม

 

“ในนั้นมีอาวุธให้เลือกใช้ ถ้าใช้เป็นมันก็ไม่ตายหรอก” เขาพูดเหมือนจะให้ผมคลายความกังวล แต่คือกูยิ่งเครียดหนักขึ้นเลยไง!

 

“คิมหันต์เป็นเด็กห้าขวบนะ ลูกเคยจับแค่ลูกดอกแล้วจะไปใช้อาวุธได้ยังไง”

 

“หึ...” ผมจ้องร่างสูงที่หัวเราะหึเขม็ง มันมีอะไรน่าขำวะ!

 

“แล้วตอนนิลห้าขวบ ออกมาตอนไหนหรอ” ผมลองถาม เผื่อจะกะเวลาของลูกชายได้บ้าง

 

“ห้าชั่วโมงหลังเข้าไป...เสียดายที่ไม่ได้เดินสำรวจให้หมด”

 

เขาบอกผมก่อนจะหันไปพึมพำกับตัวเองในประโยคหลัง ห...ห้าชั่วโมง! ลูกผมเข้าไปจะสิบชั่วโมงได้แล้วนะโว้ย แบบนี้มันโคตรอันตรายเลยไม่ใช่หรอ

 

“นิล! เบนจะไปรอลูกที่ทางออกเดี๋ยวนี้” ผมเริ่มร้อนรน

 

“อืม ถ้ายังไม่ออกมาก่อนหนึ่งทุ่มก็ต้องเข้าไปหาตัวอยู่ดี”

 

ถ้ายังไม่ออกมาภายในเวลาที่กำหนด...ก็คือไม่ผ่าน และคิมหันต์จะไม่มีสิทธิ์ในมรดกรวมถึงใช้นามสกุลไฟร์ อภิเกียรติวงศ์ด้วย! ที่แย่กว่านั้นคือลูกจะถูกเพ่งเล็งจากผู้ไม่หวังดีเพิ่มขึ้นเนี่ยสิ

 

หลังจากนั้นทั้งผม ลาวา และเพลิงนิลก็ไปรอที่ทางออก มันไม่ใช่ประตูลูกกรงแต่เป็นประตูทึบเลยไง ด้านหลังของพวกเรามีบอดี้การ์ดเป็นพรวน แถมพวกพี่ๆยังทำหน้ากลุ้มแทนผมว่าคุณชายน้อยของพวกตนจะออกมาเมื่อไหร่

 

ผมรอนานมากและเดินไปเดินมาราวกับหนูติดจั่น...อีกครึ่งชั่วโมงจะหนึ่งทุ่มแล้ว ลูกเข้าไปตั้งแต่หกโมงเช้าด้วยซ้ำ!

 

 “ม๊าจ๋า ทำไมคิมยังไม่ออกมา” ลาวาเริ่มขมวดคิ้วพลางนั่งตบยุงแปะๆ

 

“นิล...” ผมหันไปมองเขาแบบจะร้องไห้อีกรอบแล้ว นี้มันโคตรผิดปกติเลยไม่ใช่หรอ!

 

เพลิงนิลมองตอบกลับมา ผมเห็นนัยน์ตาสีรัตติกาลฉายความเคลือบแคลงปะปนกังวลวูบหนึ่ง ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะได้เอ่ยปากพูดอะไรประตูตรงหน้าก็เลื่อนเปิดเสียก่อน

 

“คิมหันต์!

 

ผมตรงเข้าไปสวมกอดลูกชายในทันที เหมือนร่างมันสั่นไปหมดและรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก แต่พอมองดูสภาพลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้าเข้าผมก็แทบผงะ

 

“เลือดนี่...” ตรงชายเสื้อของคุณลูกชายมีรอยเลือดเป็นดวงๆอยู่ ตกลงลูกไปเจออะไรมากันแน่

 

Loading 40%

 

“...หิว” ลูกชายพูดมาคำหนึ่ง ดังนั้นผมจึงจูงมือมาทางเพลิงนิลและลาวาที่รออยู่ก่อนแล้ว

 

“ทำไมตัวเปื้อนเลือดล่ะ เลือดอะไรเนี่ย” ลาวาสงสัยเช่นเดียวกับผม ลูกสาวขมวดคิ้วพลางมองลูกชายอย่างสงสัย

 

“...งู” คิมหันต์ตอบมาแบบนั้น และผมก็แทบลมจับเลยไง!

 

“มันฉกลูกหรือเปล่า แล้วมีแผลตรงไหนไหม” ผมเลิกเสื้อสำรวจร่างกายเล็กๆในขณะที่คิมหันต์ส่ายหน้าตอบหนึ่งครั้งถ้วน

 

“...ฆ่าไปแล้ว”

 

ผมชะงักกึกกับแววตาของลูกชายที่มองมา ทำไมมันดูเลือดเย็นแปลกๆและพอกระพริบตาก็กลับกลายเป็นไร้เดียงสาดังเดิม

 

“ไปกันได้แล้ว”

 

เพลิงนิลเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาจ้องตากับคุณลูกชายคล้ายสงสัยอะไรบางอย่างก่อนจะเดินนำออกจากป่าเพื่อไปยังบ้านพัก พรุ่งนี้คงเดินทางกลับแต่เช้า

 

ผมจูงมือลูกคนละข้าง ดูท่าทางคิมหันต์จะหิวจริงๆเพราะน้อยครั้งที่ลูกจะเอ่ยบอกความต้องการโดยเฉพาะเรื่องกิน พอกลับมาถึงคิมหันต์ก็เข้าไปอาบน้ำโดยมีผมถือผ้าเช็ดตัวรอ หลังจากสำรวจร่างลูกชายที่มีเพียงรอยกิ่งไม้ข่วนเล็กน้อยผมก็เบาใจ อย่างน้อยลูกก็ไม่ได้แผลอะไรกลับมา

 

“ตัวยังไม่ได้บอกเค้าเลยว่าในดงสีเขียวๆนั่นมันมีอะไร”

 

“....”

 

ลาวาหันไปสะกิดคุณลูกชายยิกๆ คิมหันต์ทำเพียงปรายตามองในขณะที่ยกช้อนขึ้นตักข้าวผัดกินเท่านั้น

 

“ทำไมออกมาช้า”

 

เพลิงนิลเอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหาร เขาจ้องมองลูกชายด้วยแววตาที่ยากเดาความคิด ผมเห็นคิมหันต์จ้องตอบกลับไปด้วยแววตาเลื่อนลอยนิดหน่อยก่อนจะวางช้อนลงแล้วเอ่ยตอบ

 

“...เพลิน”

 

เพลิน?

 

ผมขมวดคิ้วพลางมองลูกชายด้วยความไม่เข้าใจสุดขีด อะไรคือเข้าไปในเขาวงกตตั้งนานแล้วบอกว่าที่ออกมาช้าเป็นเพราะ เพลิน กันวะเนี่ย!

 

ทว่าเพลิงนิลดันไม่ถามอะไรต่อทั้งที่ผมข้องใจมากในขณะที่เขาดูจะเข้าใจความคิดลูกแล้ว! ลาวามองจานข้าวผัดตาแป๋วก่อนจะเอียงคอแล้วใช้นิ้วจิ้มแก้มคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง

 

“ข้าวผัดปูนี่...จะมีข้าวผัดปูเสฉวนบ้างไหมน้า คิกๆ” ลูกสาวส่งเสียงงุ้งงิ้งพลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ผมรู้สึกเหงื่อตกแทนบรรดาปูเสฉวนจนต้องหันไปบอกลูกสาว

 

“ปูเสฉวนมันไม่ค่อยมีเนื้อให้กินหรอกลูก กินข้าวผัดปูทะเลไปเนี่ยแหละอร่อยสุดแล้วนะครับ”

 

ผมกล่อมโดยลูกสาวก็เคลิ้มตามนิดหน่อย จากนั้นก็กล่าวตอบมาว่า...

 

“เข้าใจแล้ว...ม๊าจ๋า หนูอยากเป็นเชฟจังเลย” คุณลูกสาว...อย่าเด็ดขาดนะโว้ย!

 

“...ไม่”

 

ขนาดคิมหันต์ที่นั่งเงียบไปนานยังหลุดเสียงไม่เห็นด้วยเลยนะคิดดู! คราวนี้ลาวาหันไปจ้องน้องชายด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะยกมือหยิกแก้มคุณลูกชายคล้ายหยอกล้อ

 

“ตัวอยากชิมฝีมือเค้าใช่ไหมล่ะ ถ้าเค้าโตขึ้นจะทำเมนูแรกมาให้ตัวชิมเลย! เอาเป็นผัดเผ็ดอนาคอนด้าดีไหม?

 

คุณลูกชายทำสีหน้าไม่ยินดียินร้ายก่อนจะหันหน้าหนีมือพี่สาวตัวเอง ปากก็พึมพำบางอย่างที่ผมไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่นัก ผมเลิกสนใจลูกๆแล้วเก็บชามบนโต๊ะซ้อนๆกันไว้เพื่อนำไปล้าง

 

บ้านพักนี้ไม่มีเมด ดังนั้นกินเองต้องล้างเอง...

 

“ม๊าจ๋า เดี๋ยวหนูช่วยน้า” ลาวาวิ่งมาทางนี้พลางทำหน้าตื่นเต้นที่จะได้ล้างจาน

 

“ได้ครับลูก แต่รอเอาจานไปเก็บดีกว่าเนอะ”

 

ผมไม่สนับสนุนให้ลูกงอมืองอเท้าเรื่องงานบ้านนะ โดยเฉพาะผู้หญิงเดี๋ยวขายไม่ออกล่ะแย่ อีกอย่างที่ไม่ได้ให้ล้างเพราะความสูงของลาวาไม่ถึงอ่างด้วย โผล่มาแค่หัวเองจะล้างได้ยังไง

 

แต่ต่อให้เก่งเรื่องงานบ้านงานเรือน ถ้ายังมีคิมหันต์ เพลิงนิล คุณโลคัส และคุณพ่ออยู่ล่ะก็...

 

แค่คิดก็สะท้านแล้วว่ะ เหอๆ

 

 

เวลาล่วงเลยผ่านจนกระทั่งลูกๆของผมเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

 

ในตอนเช้าที่นั่งรถไปส่งลูกๆร่วมกับเพลิงนิล ผมก็หันมองทางเบาะหลังเล็กน้อย ทั้งลาวาและคิมหันต์เพิ่งไปโรงเรียนครั้งแรกเมื่อวันก่อนนี่เอง ลูกสาวดูจะตื่นเต้นในขณะที่ลูกชายไม่ได้มีท่าทางยินดียินร้ายแม้แต่นิด

 

“เมื่อวานมีเพื่อนหรือยังลูก”

 

“มีแล้วค่ะม๊า ผู้หญิงน่ารักๆทั้งนั้นเลย แต่พอเพื่อนผู้ชายมาทักก็ดันหายไปไหนไม่รู้”

 

ลาวาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสงสัยไม่น้อย จากนั้นก็แหล่ตามองท่อนไม้ เอ้ย! คุณลูกชายนิดหน่อย ลืมบอกว่าพอโตขึ้นลาวาก็หันมาใช้คะค่ะตามที่ได้ยินจากพวกเมดเวลารับคำแล้ว

 

“แต่คิมเนี่ยสิ...ชอบอยู่คนเดียวตลอดเลยนะคะม๊า” ลาวาหันมาฟ้อง และคุณลูกชายผู้ถูกพาดพิงดันทำเพียงตวัดตามองพี่สาววูบหนึ่งเท่านั้น

 

“จริงหรอคิมหันต์ แม่ว่าลูกลองเล่นกับเพื่อนคนอื่นๆดีไหม อาจจะสนุกกว่าเล่นลูกดอกเล่นมีดก็ได้นะลูก”

 

ผมกล่อมพลางแย้มยิ้มอ่อนโยน และลูกชายก็หันมองมาอย่างไร้เดียงสาทั้งที่เมื่อครู่ยังทำหน้าตายอยู่เลยแท้ๆ จากนั้นคิมหันต์ก็พยักหน้ารับหนึ่งครั้งถ้วนแล้วหันไปมองวิวด้านนอกรถต่อ

 

เห็นไหม...ผมบอกแล้วว่าลูกชายผมน่ะโคตรใสซื่อ! ลูกแค่ชอบดูหนังฆาตกรรม ปาลูกดอกและมีดบินในยามว่าง แค่นั้นเอ๊ง!

 

พอเพลิงนิลจอดรถผมก็เปิดประตูให้ลูกๆลงก่อนจะอุ้มลาวาขึ้นมาเพื่อจุ๊บแก้มผมกับแก้มเพลิงนิลเป็นประจำอย่างที่สาวน้อยชอบให้ทำ

 

“ไปแล้วนะคะป๊า ม๊า ว่าแต่ยังไม่เคยเห็นป๊าหอมแก้มม๊าเลยน้า”

 

ลาวาฉีกยิ้มสดใสสมวัย ในจังหวะที่เพลิงนิลดึงเอวผมเข้าไปโอบ เฮ้ยๆ! หน้าโรงเรียนประถมนี่มันไม่ตลกนะโว้ย แถมโรงเรียนนี้ผู้ปกครองแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาซะด้วย เป็นข่าวขึ้นมาล่ะยุ่งแน่!

 

ฟอด

 

ท...ทำบ้าอะไรวะ!

 

ผมกำลังตกตะลึงบวกช็อกค้างอย่างหนักที่เพลิงนิลดึงตัวเข้าไปหอมแก้ม ลาวาส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจเลยไง

 

“นี่มันหน้าโรงเรียนนะนิล” ผมปรามก่อนจะแกะแขนเขาออกจากเอว

 

“ก้อนชมพูขอ...” พูดมาหน้าตายแถมยังไม่ปล่อยเอวผมอีก

 

“มันใช่เวลาที่ไหนล่ะ คุณครูหน้าประตูมองกันตาค้างแล้ว นิลนะนิล” ผมยังไม่หยุดพึมพำอย่างอับอายพร้อมกับแกะมือเขาออกไปด้วย กูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะเนี่ย!

 

“...เบน” ลูกชายสะกิดชายเสื้อผมยิกๆจนต้องก้มหน้าลงไปคุยด้วย

 

“มีอะไรครับลูก”

 

ฟอด

 

ผมเบิกตากว้างเมื่อคิมหันต์หอมตรงจุดที่เพลิงนิลเพิ่งหอมแก้มไป และยังไม่ทันให้ได้หายอึ้งคุณลูกชายก็มองมาตาแป๋วด้วยอารามใสซื่อ จากนั้นก็ยกยิ้มตรงมุมปาก คือคงจะยิ้มแหละแต่มันได้แค่นี้ไง

 

“...หอม”

 

อ...อั่ก! อย่าเอาใบหน้าไร้เดียงสาโดยมีแววตาเป็นประกายวูบหนึ่งแบบนี้ไปให้สาวๆเห็นเชียวนะ! เดี๋ยวได้มีเรื่องวุ่นวายตามมาเป็นพรวนแน่ ฮือ ทำไมชักรู้สึกเขินลูกชายแปลกๆวะ อยู่ด้วยกันมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่าลูกชายผมทำตาแบบนี้เป็นด้วย!

 

แววตาแบบไหน? ก็แบบที่ทำเอาคนมองระทวยเลยน่ะสิ หยู๊ดดดด! นี่มันเด็กปอหนึ่งนะโว้ย

 

Loading 70%

 

“ไปเรียน”

 

เพลิงนิลพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบพร้อมจ้องหน้าคิมหันต์อย่างยากเดาความคิด ผมเห็นคุณลูกชายเลิกคิ้วขึ้นนิด...แปะๆๆ! คือรีบยกมือตบหน้าตัวเองรัวๆเลยไง ไม่มีทางที่ลูกชายจะทำหน้ากวนประสาทได้หรอก! ย้ำว่านี่มันเด็กปอหนึ่งนะโว้ย

 

ค่อยยังชั่ว...ตอนคิมหันต์เบือนสายตามองผม ดวงตาสีน้ำตาลเฉดแดงก็ดูเป็นประกายไร้เดียงสาดังเดิมแถมคิ้วยังอยู่ในองศาเดิมด้วย แสดงว่าผมคงตาฝาดไป ต้องใช่แน่ๆ

 

“อืม”

 

คิมหันต์รับคำคุณปะป๋าในลำคอก่อนจะจูงมือพี่สาวที่หันซ้ายขวาราวกับกำลังสำรวจโรงเรียนให้เดินตามไป

 

 “นิลว่าคิมหันต์จะหาเพื่อนได้ไหม” ผมขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล ขนาดตั้งชื่อให้สดใสแล้วยังไม่ช่วยอะไรเล๊ย!

 

แต่ก็ยังโชคดีที่ลาวาไม่ลาวาสมชื่อ ถ้าตัดความคิดพิสดาร เอ้ย! จินตนาการล้ำเลิศไปลูกสาวผมก็เป็นเด็กน่ารักที่ชอบอ่านประวัติศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ...แค่นั้นเอง

 

 

(Lava talk)

หนูชื่อลาวา เป็นพี่สาวของคิมหันต์...เจ้าน้องชายหน้าใสกิ๊ง!

 

ไม่อยากจะนินทาเลยว่าเจ้าน้องหน้าตายมีความเป็นมิตรกับเพื่อนๆเท่ากับติดลบ! ว่าแต่ติดลบมันคืออะไรน้า

 

“ยี่หวา เธอรู้ไหมว่าติดลบมันคืออะไร เค้าเห็นพวกผู้ใหญ่ชอบพูดกันจัง”

 

พอหาคำตอบไม่ได้หนูเลยหันไปถามยี่หวา...ผู้หญิงผมเปียน่าร๊ากที่นั่งข้างๆกัน อา...ถ้าเอาเส้นผมของเธอมาชุบแป้งทอดมันจะเป็นยังไงนะ คิกๆ

 

“ติดลบเท่ากับยิ่งกว่าศูนย์! แม่หมอยี่หวาฟันธงจ้า”

 

“หมายถึงแย่กว่าศูนย์อีกหรอ”

 

หนูเริ่มขมวดคิ้วพลางมองยี่หวาที่เอามือตัวเองทาบกระดาษแล้วใช้ดินสอร่างตามนิ้วไปเรื่อย สงสัยจะเล่นดูดวงอีกตามเคยแน่เลย ว่าแล้วก็หันซ้ายขวามองหาเจ้าน้องชายที่นั่งด้านหลัง คุณครูจัดแถวให้เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายนั่งเป็นคู่ๆด้วยล่ะ

 

ว้าวๆ! เพิ่งสังเกต ที่นั่งด้านข้างเจ้าน้องชายมีคนมาเพิ่ม ทั้งที่เมื่อวานยังว่างอยู่เลยน้า

 

“ตัววววว แนะนำเพื่อนใหม่ให้เค้าบ้างจิ”

 

หนูทำปากจู๋พลางบุ้ยใบ้ไปทางเด็กหนุ่มหน้าตาแลดู...ว่ายังไงดีน้า ดูมืดมนแปลกๆอ่ะไหนจะผมที่ปรกหน้าปรกตาอีก สุดยอด! เพิ่งเคยเจอเด็กแบบนี้ในห้องเรียนเลยนะคะ!

 

“....” ฮือ ทำไมคุณน้องชายต้องมองมาด้วยแววตาเอือมระอาแบบนี้ รู้ไหมคะว่าพี่สาวชอกช้ำระกำทรวงแค่ไหน ชิ!ทักเองก็ได้ไม่ง้อหรอกแบร่ๆ

 

“เค้าชื่อลาวา แล้วตัวชื่ออะไรหรอ”

 

หลังจากหันไปเคาะโต๊ะให้หนุ่มน้อยมืดมนเงยหน้าขึ้นมองได้สำเร็จ หนูก็ถึงกับตาเป็นประกายกับใบหน้าเนียนใสทว่าอึกครึ้มที่ได้เห็น ทำไมช่างดูเป็นเด็กมืดมนปนเศร้าสร้อยขนาดนี้น้า ชักอยากรู้จักแล้วสิ เพื่อนผู้ชายคนแรก ว้าวๆ!

 

“...เธอ คุยกับเราหรอ”

 

เด็กคนเดิมเอียงคออย่างไม่แน่ใจก่อนจะพูดเสียงแผ่ว คิดไปถึงหนูแฮมเตอร์ตัวเล็กๆน่ารักๆเลยล่ะ ฮือออ อยากได้มาเลี้ยงไว้จัง โตขึ้นมาอีกนิดก็ทอดกระเทียมพริกไทยอร่อยเหาะเลยนะคะ!

 

“ก็ใช่น่ะสิ! ตกลงตัวชื่ออะไร”

 

“เราชื่อ...”

 

“...หันกลับไป” ง้ะ อย่ามาขัดลาภสิคะคุณน้อง

 

“คุณครูยังไม่มา ตัวไล่เค้าทำไม” หนูเบ้หน้าแล้วเริ่มกอดอกอย่างเอาแต่ใจ แกล้งทำไปงั้นแหละเพราะมีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่ดึงความสนจากน้องชายได้!

 

“....”

 

คิมหันต์มองมาด้วยแววตาที่ม๊าคงไม่ได้เห็นมันแน่ๆ ไม่อยากบอกเลยว่าเจ้าน้องชายน่ะเป็นเดวิลตัวน้อยชัดๆ ทีอยู่กับม๊าล่ะทำใสๆ พอมาอยู่สองต่อสองทีไรทำตาเย็นใส่ตลอดๆ เชอะ เค้าจะงอนแล้วน้าเจ้าน้องบ้า

 

หนูอมลมเต็มแก้มก่อนจะสะบัดหน้าหนี แต่นิ้วเล็กๆดันสะกิดทางด้านหลังก่อนจะยื่นบางอย่างมาให้โดยที่ยังคงจับจ้องวิวนอกหน้าต่าง...แต่แอบเห็นนะว่าหูแดงด้วย!

 

...ลูกอมกลิ่นสตอเบอรี่ที่เจ้าตัวโคตรหวง

 

“ตัวน่ารักจังเลย มาให้เค้าจุ๊บที!

 

“....” ง้ะ! เจ้าน้องชายมันเบี่ยงหน้าหนีอีกแล้วค่ะ! ลาวาไม่สบอารมณ์เอาซะเลย...ชิ

 

โอ๊ะโอ...ก่อนจะได้ตวัดสายตากลับมาหนูก็เห็นว่าหนุ่มน้อยมืดมนแอบมองทางเราสองคนนิดหน่อย แววตาก็ดูแปลกใจปะปนเศร้าๆตามเดิม ดูซื่อๆน่าร๊าก ฮือ อยากได้กลับบ้านต้องทำไงคะ

 

ไม่รู้แหละ วันนี้หนูต้องรู้ชื่อค่ะ!

 

“ตกลงตัวชื่ออะไรหรอ บอกเค้าน้าๆๆ” หนุ่มน้อยผงะไปนิดที่หนูเข้าจู่โจม เอ้ย! ยื่นหน้าเข้าไปถาม

 

“เราชื่อ...”

 

“...ลาวา” อะเฮือก เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่คุณน้องชายเรียกชื่อกันด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แบบนี้!

 

“ง้ะ ก็เค้าอยากรู้จักเพื่อนผู้ชายบ้าง เราต้องรู้จักเพื่อนทุกเพศซี่ ม๊าก็สอนมาแบบนั้นนะตัว~”

 

“...แต่พ่อไม่” เอ่อ...พอเอาปะป๋ามาขู่หนูขอยอมแพ้เลยค่ะ ไม่มีวันขัดใจปะป๋าเด็ดขาดถ้าไม่อยากตาย ปะป๋าโหดร้ายจนเด็กอย่างหนูรู้สึกได้อ่ะคิดดู

 

“ว้าว ดูเป็นแฝดที่สนิทกันดีจัง คิกๆ” ยี่หวาหันมาหัวเราะร่า จากนั้นก็กระซิบกระซาบข้างหู

 

“ในห้องนี้น้องเธอป๊อบสุดแล้วน้า เค้าไปสำรวจความเห็นของเพื่อนๆมาล่ะ...มีไลน์ไหมอ่าเค้าก็อยากได้” เห...เจ้าน้องบ้าที่นิ่งจนรูปปั้นยังอายแถมเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งนั่นเนี่ยนะ!

 

อย่าสงสัยค่ะ เด็กโรงเรียนนี้ส่วนใหญ่มีไลน์กันหมดแล้ว! มีสภานักเรียนด้วยนะคะแต่เป็นพี่ปอหก น้องปอหนึ่งก็มีไลน์ค่ะ เกลื่อนเลยด้วย...แต่ยกเว้นคุณน้องชายผู้ต่อต้านสังคมไว้คนหนึ่ง

 

“เค้าไม่ให้ เค้าหวง!” จะมีไม่มีก็ต้องกันไว้ก่อน น้องใครๆก็รัก

 

“ขี้งก วาอ่า...ถ้าบอกมาเดี๋ยวแม่หมอยี่หวาดูดวงให้ฟรีๆเลยน้า”

 

“ไม่ๆๆ”

 

หนูพูดพลางยกมือกอดอกและส่ายหน้าไปด้วย จนกระทั่งยี่หวาถอยทัพกลับไปนั่นแหละเลยแอบเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นหนึ่งแล้วสอดลงไปในใต้โต๊ะของหนุ่มน้อยที่อยู่เยื้องกันอย่างเนียนๆ

 

ใครว่าจะล้มเลิกคะ! หนูแฮมเตอร์ทอดกรอ...เอ้ย! น่ารักขนาดนี้ต้องทำความรู้จักสิ

 

ตัวชื่ออะไร เขียนตอบหน่อยน้า

 

พอมองลาดเลาดูแล้วก็เห็นว่าน้องชายเอาแต่เหม่อมองนอกหน้าต่าง ทำไมไม่รู้จักทักเพื่อนข้างๆบ้างน้า ชิ...ขัดใจลาวาสุดๆเลยค่ะ

 

หนุ่มน้อยนัยน์ตาโศกเงยหน้าขึ้นมองนิดหน่อย จากนั้นก็เม้มริมฝีปากเหมือนไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่แล้วหันมองคิมหันต์วูบหนึ่ง แต่แล้วก็ยอมจรดปลายดินสอเขียนตอบจนได้ เย้! จะได้รู้ชื่อแล้วค่า

 

มือเล็กๆยื่นกระดาษสอดออกมาตรงช่องใต้โต๊ะเพื่อส่งคืน หนูคว้าหมับมาเปิดอ่าน เห็นแค่แวบๆกระดาษก็ดันโดนดึงตัดหน้าไปเฉยเลย

 

ไออุ่น

 

 



Writer talk3

เดาออกแล้วใช่ไหมคะว่าคิมคู่กับใคร น้องไออุ่นชื่อน่าร๊ากแต่ตรงข้ามกับบุคลิกที่คนภายนอกเห็นหมดเลยค่ะ เหอๆ เงียบกับเงียบมาเจอกันมันจะเกิดอะไรขึ้น สรุปคือถ้าแต่งเรื่องของคิมหันต์เมื่อไหร่ก็คงมีแต่ความเงียบในหน้ากระดาษ//ล้อเล่นค่ะ 555 ความจริงคิดพล็อตของคิมหันต์เสร็จตั้งนานแล้วค่ะแต่ไม่มีเวลาแต่ง แล้วพบกันค่า

#มุมหูแดงของคิมหันต์นี่คงเห็นได้เฉพาะคนสำคัญเท่านั้นค่ะ 555 เพราะท่านชายเล่นไม่เอาใครเลย//ปาดเหงื่อ

รักรีดเดอร์

22/07/2016

Writer talk2

ท่านชายผู้มีเสน่ห์เหลือร้าย...//ปาดเหงื่อ ที่เจอกันรอบสองในวันนี้เพราะพรุ่งนี้ไรท์มีธุระทั้งวันค่ะเลยปั่นให้ล่วงหน้า คิดว่าฟิค KNB จะปั่นแล้วลงหลังจากกลับมาบ้านน่าจะตอนเย็นๆมั้งนะคะแต่ได้พรุ่งนี้แน่นอน ส่วนพี่แสบกับพี่อาคยังไม่แน่ใจค่ะ คิดว่าน่าจะไม่ลงพรุ่งนี้ทั้งสองเรื่อง แต่ถ้าปั่นทันจะลงให้ค่ะ ไม่อยากสปอยเลยว่าคิมหันต์มีคู่นะคะ แต่คู่ของคิมหันต์จะนิสัยยังไงน้า ให้เดาเล่นๆค่ะ ส่วนลาวา...เอ่อ ปล่อยไปเนอะ ชีวิตดูอยู่ยากเพราะน้องชาย พ่อ ปู่ ตาเนี่ยแหละค่ะ//หลบปืนรัวๆ แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

20/07/2016

Writer talk

ก่อนอื่นอยากชี้แจงก่อนว่าคิมหันต์ไม่ได้เกลียดปะป๋านิลหรือไม่ชอบพ่อตัวเองนะคะ อย่างที่บอกว่าพาร์ทของคิมหันต์ยังไม่จบ ถึงความคิดจะดูเกินเด็กไปนิด(?)แต่เด็กก็คือเด็กค่ะ ใครทำกับเขาแบบไหนเขาก็ทำตอบแบบนั้น อย่างที่เราเข้าใจว่าปะป๋านิลมักเย็นชาและมองลูกแบบนิ่งๆ ไม่มีกอดหรืออะไรแบบเบน คนอ่านจะรับรู้ความรู้สึกของเพลิงนิลได้ว่ารักลูกอยู่บ้างแต่ในมุมมองของคิมหันต์คือพ่อชอบทำตาดุใส่(ใบหน้าปกติ)แล้วก็เหมือนไม่ชอบใจที่ไปขัดจังหวะอะไรแบบนี้ ลูกก็เลยเย็นชากลับบ้างแต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่รักกันนะคะ ดูอย่างการที่คิมเปิดปากถามพ่อแบบสองต่อสองซึ่งก็หมายความว่าท่านชายสนิทกับพ่อในระดับหนึ่งแต่เบนไม่รู้//อธิบายแล้วเริ่มงงเอง 555 สองพ่อลูกคู่นี้เขาซึนใส่กันค่ะ ซึนแบบโคตรๆเลยด้วย//หลบปืน แล้วพบกันค่า

#ต้องขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้รู้สึกไม่ดีตอนคิมหันต์ใช้คำว่า ผู้ชายคนนั้น กับเพลิงนิล แต่เพราะมันเป็นการแสดงออกทางความเย็นชาบวกความซึนของเจ้าตัวค่ะ ครอบครัวนี้เขาซึนกันทั้งความคิดและคำพูด แต่การกระทำนี่สวนทางตลอด//หลบปืนรัวๆ

รักรีดเดอร์

20/07/2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 774 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #23373 kookv1997 (@kookv1997) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 09:58
    เราตามมาจากคู่ลูกก่อน

    พึ่งมาอ่านคู่พ่อแม่5555
    #23373
    0
  2. #23355 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:07
    จ๊ะ คิมหันต์คือตัวร้าย
    และลาวาก็ร้ายไม่ต่างกัน
    ปกติสุดคือเบนซิน
    #23355
    0
  3. #23300 num'crazy (@2543numnim) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 19:23
    คิมน่ารัก5555
    #23300
    0
  4. #23167 582201 (@582201) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 04:53
    อ่านไปอ่านมาเหมือนจะคุ้นคู่ลูกแฮะ
    #23167
    0
  5. #23110 SUNOBA (@OTAKUYaoi) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 20:20
    คิมคน(ไม่)ใส
    #23110
    0
  6. #23093 sri872 (@sri872) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:20

    ชอบท่าทีกวนๆของคิมนี่แหละน่ารัก

    #23093
    0
  7. #23035 panisakleangjun (@panisakleangjun) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 16:35

    เราว่าคิมหันต์ต้องชอบไออุ่นแน่ๆเลยอ่ะ

    #23035
    0
  8. #22877 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:05
    ประทับใจคิมหันต์อะๆๆๆๆ ชอบปะป๋าเรียน-ก้อนง่ะๆๆๆ
    #22877
    0
  9. #22693 Pookpik Tyanitto (@pookpikmyungjong) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 21:48
    อ่านละเริ่มกลัวคิมหันต์555
    #22693
    0
  10. #22670 130143m (@130143m) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:48
    ถ้า เบนซินเลิกกระพริบตา ก็จะได้พบกับความจริงที่แท้ทรูว่า คิมหันต์ไม่ได้ใสใสอย่างที่คิด
    #22670
    0
  11. #22600 greenw (@greenw) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:18
    ไม่ไหวว
    #22600
    0
  12. #22599 greenw (@greenw) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:10
    โรคจิตกันไปหมด 55555
    #22599
    0
  13. #22535 3333 (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 10:23
    <p>โโครตเหมือนพ่อ</p>
    #22535
    0
  14. #22516 335360 (@335360) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 15:07
    ถอดแบบกันมาเลยอ้ะ555555น่ารักกกกก
    #22516
    0
  15. #22459 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 11:11
    ก้อนขาวเกอนไปมั้ยลูก5555
    #22459
    0
  16. #22323 ...><><>< (@AndaWankaew) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 21:21
    ชอบความเย็นชาของก้อนขาววว
    #22323
    0
  17. #22321 mapletottot (@mapletottot) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:58
    ก้อนขาวมีความฮักตั้งแต่เด็กเลยยย
    #22321
    0
  18. #22273 nutfloksong (@nutfloksong) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 01:40
    ระหว่าง วาอุ่น กับ คิมอุ่น เราเชียร์ใครดี ครุ่นครีส
    #22273
    0
  19. #22135 verasak12 (@verasak12) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:00
    คิมอุ่น//มาอีกคู่เเต่คู่พี่เเสบยังไม่ได้อ่านคู่อุ่นก็ยังดินคิมก็ยังอาคโซก็ยังอ่านอยู่เนื่องเดียว
    #22135
    0
  20. #22134 verasak12 (@verasak12) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:00
    คิมอุ่น//มาอีกคู่เเต่คู่พี่เเสบยังไม่ได้อ่านคู่อุ่นก็ยังดินคิมก็ยังอาคโซก็ยังอ่านอยู่เนื่องเดียว
    #22134
    0
  21. #22068 pcrploy (@pcrploy) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 20:53
    ถ้าคู่คิมเบน จะโกรธมั้ย // หลบกระสุนเพลิงนิงและลูกน้องแปป
    #22068
    0
  22. #21690 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 18:47
    เริ่มเข้าเรียนล่ะ น้องแฝด
    #21690
    0
  23. #21222 sirasa554 (@sirasa554) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 21:32
    ทำไมอยากเกิดเป็นวา ครุ่นครีสสสส
    #21222
    0
  24. #21172 Suchadakulkes (@Minrt) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:55
    นั่นเมียคิมลูก วา อย่าเลย 555555
    #21172
    0
  25. #20821 Choi_Jina_ (@Choi_Jina_) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 18:04
    วาได้น้องสะใภ้แล้วนะะ
    #20821
    0