[Code Geass Fanfic]The Last and After Story (Yaoi)

ตอนที่ 12 : Truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 มี.ค. 52

Part 10 : Truth

ไม่ว่าใครก็คงเคยคิด

หากว่ายื่นมือออกไปบางทีก็อาจจะคว้าเอาไว้ให้

หากว่ามีพลังมากกว่านี้ก็คงสามารถปกป้องสิ่งสำคัญได้

ทว่า..ในความเป็นจริงแล้วคนเรานั้นไม่อาจปกป้องสิ่งใดไว้ได้เลย

เฉกเช่นเดียวกับภาพอันแสนสุขเบื้องหน้าที่เราอยากจะปกป้องมันเอาไว้ ภาพของคนสองคนกำลังหัวเราะอย่างมีความสุข คนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงปอกแอปเปิ้ลให้อีกคน ส่วนอีกคนที่อยู่บนเตียงก็คุยด้วยใบหน้าที่แสนมีความสุข ส่วนเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ควรจะมองภาพนี้ด้วยรอยยิ้ม

แต่ว่าทุกสิ่งมันเป็นภาพลวงตาของพวกเราทุกคน

ในเวลานี้ลูลูชอาจจะยิ้มแต่พอลับหลังไปก็กลับชอบทำหน้าเศร้าอยู่คนเดียว ทุกครั้งที่ถามก็จะตอบเพียงคำตอบเดิมๆว่า ไม่เป็นไร

เด็กคนนั้นกำลังหัวเราะด้วยท่าทางแข็งแรงแต่เรารู้ดีว่ามือที่จับอยู่บนเตียงกำลังสั่นใบหน้าก็ดูซีดเซียวเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

ส่วนเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้ยิ้มแต่กำลังกัดริมฝีปากตัวเองไม่ให้เผลอพูดอะไรที่จะทำลายความสุขจอมปลอมตรงหน้า ทั้งที่จำเป็นต้องพูดแต่ก็พูดไม่ออก เพราะเราไม่กล้าพอที่จะพาคนที่อ่อนแอและน่าสงสารทั้งสองคนเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เรารู้สึกแบบนี้ คนที่เคยนึกเกลียดทั้งคู่กลับเป็นคนที่อยากจะปกป้องเอาไว้ รอยยิ้มนั้นไม่จำเป็นต้องยิ้มให้เราแต่ขอเพียงอย่าได้เสียมันไป อยากให้ยิ้ม อยากให้มีความสุข ภาพตรงหน้ามันคือความสุขของทั้งสองคน การที่พวกเค้ายิ้มได้นั้นราวกับว่าเราสามารถปกป้องทั้งสองคนไว้ได้แล้ว ทั้งที่แท้จริงแล้วเราไม่เคยปกป้องอะไรได้เลย

และแม้แต่คำขอโทษเราก็ยังไม่กล้าที่จะพูดออกไป

ตัวผมมันน่าสมเพชจริงๆ

----------------------------------

เขาคนนั้นยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้มที่น่าโมโห

ทั้งที่ผมน่าจะดีใจแต่ทำไมพอเผลอทีไรผมก็มักจะมองไปที่เขาเสียทุกครั้ง

ตอนนี้ผมไม่เข้าใจตัวเองเอาเสียเลย จะห่วงทำไมก็แค่คนกวนประสาทเพียงคนเดียว

เจ้าคนบ้านั่นทำอะไรกับผมกันแน่

"นี่โรโล่เป็นอะไรไปเหรอ"เสียงพี่ลูลูชถามทำให้รู้สึกตัวและหันกลับมาจากการมองเขาคนนั้น

"ป..เปล่าครับ ก็แค่...มองไปเรื่อยเปื่อยน่ะครับ"คราวนี้ผมกลับเป็นฝ่ายหลบตาพี่ลูลูชเสียเอง แล้วทำทีเป็นก้มลงอ่านหนังสือแต่สายตากลับเหลือบไปมองเขาอีกแล้ว

โอ้ย! นี่ผมเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย!

สงบสติอารมณ์หน่อยสิ!

ผมได้ยินเสียงพี่ลูลูชหัวเราะเบาๆก่อนจะยื่นจานแอปเปิ้ลที่ปอกเสร็จแล้วมาให้ด้วยรอยยิ้ม ส่วนผมก็ได้แต่รับมากินเงียบๆพลางสงบสติอารมณ์ให้ใจเย็นลงและบังคับตัวเองไม่ให้หันไปมองเขาอีก

"จะว่าไปก็น่าแปลกนะที่นายยังอ่านนิทานเล่มนี้ไม่จบเห็นทุกทีต้องอ่านไปสักสองรอบแล้วนี่นา"ผมเงยหน้ามองพี่ครั้งหนึ่งก่อนจะก้มลงแล้วตอบคำถาม

"คือ..ช่วงนี้ผมเผลอหลับบ่อยน่ะครับก็เลยยังอ่านไม่จบ"ความจริงแล้วเพราะอาการเจ็บปวดกำเริบบ่อยขึ้นจนผมสลบไปหลายครั้งมากกว่า ผมไม่เข้าใจเลยหลังจากที่ผมปวดหัวแล้วอาการเจ็บปวดที่หัวใจและร่างกายก็จะตามมาในทันที นี่ร่างกายของผมเป็นอะไรไปแล้วกันแน่

"งั้นเหรอถ้างั้นก็พักผ่อนเยอะๆเถอะนะยังมีเวลาอีกมาก"พี่ลูลูชยิ้มแล้วก็ลูบหัวผมเบาๆ สัมผัสของพี่ลูลูชทั้งอบอุ่นและอ่อนโยนและให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด มันทำให้ผมชอบที่จะถูกพี่ลูลูชสัมผัส

แต่ผมกลับรู้สึกว่าส่วนหนึ่งในใจของผมเรียกร้องสัมผัสของบางสิ่งที่มากกว่านี้และมันก็ทำให้ผมทั้งเขินทั้งอายที่คิดอะไรแบบนี้ ทั้งที่พี่ลูลูชเคยกอดแล้วจูบเราแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเองแท้ๆ แต่ผมกลับไปคิดไปถึง....

โอ้ย! พอได้แล้ว หยุดคิดๆ!

วันนี้ผมเป็นอะไรของผมเนี่ยคิดฟุ้งซ่านตลอดเลยทั้งเรื่องนู้นเรื่องนี้ ผมได้ยินเสียงพี่ลูลูชหัวเราะอีกครั้งผมจึงเงยหน้าขึ้นทำให้ผมเริ่มสังเกต เส้นผมสีเงินที่ยาวเลยกลางหลังกำลังสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเย็นรับกับดวงตาสีแดงที่เหมือนจะส่องประกายของพี่ลูลูช มันช่างงดงามจนผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจับใบหน้าของพี่ลูลูชและไล่ลงไปที่เส้นผมสีเงินนั้น

แล้วผมก็ต้องแปลกใจกับสัมผัสนั้น เส้นผมสีเงินไม่ได้นุ่มนิ่มเท่าที่ควรเป็น ผมปล่อยมือและจ้องมองไปยังตาของพี่ ดวงตาสีแดงที่เคยคิดว่าสวย เพียงแต่ทำไมผมกับพี่ถึงได้มีทั้งสีผมและสีตาที่แตกต่างกันเช่นนี้นะ

เส้นผมของผมมีสีน้ำตาลอ่อนแต่ผมของพี่ลูลูชกลับเป็นสีเงิน

ดวงตาของผมเป็นสีม่วงอ่อนแต่ของพี่ลูลูชกลับเป็นสีแดง

มีด้วยหรือที่พี่น้องจะแตกต่างกันได้ขนาดนี้ ที่แปลกนั้นคือผมหรือพี่ชายกันแน่

"พี่ลูลูชครับคือ...."คำถามที่อยากจะเอ่ยถามออกไปกลับหยุดชะงัก ทั้งที่อยากถามแต่กลับถามออกไปไม่ได้เพราะผมกำลังกลัว

"มีอะไรงั้นเหรอโรโล่"พี่ลูลูชถามพร้อมกับยิ้มให้อย่างเคย

"คือว่า..."ผมกำลังกลัวว่าหากถามออกไปแล้วสูญเสียร้อยยิ้มของพี่ลูลูชไปผมคงทนไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาครอบครัวของผมก็มีเพียงพี่ลูลูชเท่านั้น พี่ลูลูชนั่งเงียบรอคำถามของเรา ผมสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยถามออกไป

"คือว่า..ผมจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไหร่เหรอครับ"แล้วผมก็ไม่อาจเอาชนะความหวาดกลัวของตนเองได้ทั้งยังความรู้สึกบางอย่างที่บีบรัดอยู่ในอกนี้ ความอึดอัดนี้ราวกับจะดูดกลืนทั้งความกล้าและคำพูดของเราไปทั้งหมด

"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันก็คงจนกว่าร่างกายของนายจะแข็งแรงดีล่ะนะ"พี่ลูลูชยิ้มก่อนจะตอบ ทำไมรอยยิ้มของพี่ถึงได้ดูเศร้าสร้อยแต่ก็คล้ายดีใจในเวลาเดียวกันนะ

"งั้นเหรอครับ"พยายามยิ้มแล้วตอบกลับไปเหมือนกับไม่มีอะไร

ในตอนนั้นเองที่ผมเริ่มคิดว่าบางทีกำแพงที่กั้นผมกับพี่ลูลูชอยู่คงจะเป็นรอยยิ้มของเราสองคน ทั้งที่ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายทำหน้าเศร้าจึงได้ยิ้ม แต่ยิ่งต้องยิ้มออกไปมากเท่าไรก็ยิ่งเจ็บปวด

ราวกับว่ารอยยิ้มนั้นคือหน้ากากของเราสองคน

เบื้องหลังหน้ากากนั้นต่างฝ่ายต่างก็มีความลับของตนเอง

แล้วใครกันนะที่คือคนโกหก

ผมหรือว่าพี่ลูลูช...

--------------------------------

เราถอนหายใจด้วยความโล่งใจเมื่อสิ่งที่โรโล่ถามคือเรื่องที่จะได้ออกจากที่นี่ ตอนที่โรโล่จับเส้นผมปลอมของเราแล้วทำสีหน้าแปลกๆพลางจ้องไปในดวงตาของเราแล้วเอ่ยคำถามด้วยใบหน้าที่สับสนนั้นนึกว่าหัวใจของเราจะหยุดเต้นเสียแล้ว

เราคงวางใจมากเกินไป แรกๆที่โรโล่ไม่ได้สนใจคงเพราะเพิ่งตื่นขึ้นมาและมีแต่คนบอกว่าเราคือพี่ชายเด็กคนนั้นจึงคล้อยตาม แต่พอผ่านไปในที่สุดโรโล่ก็เอะใจขึ้นมา

เรารู้ดีว่าโรโล่คงคิดว่า เราสองคนเป็นพี่น้องที่ต่างกันเกินไป

บางทีมันคงใกล้จะได้เวลาที่ต้องบอกความจริงกับโรโล่แล้ว ถ้าพูดให้ถูกเราควรจะบอกเรื่องของเรากับโรโล่ตั้งแต่แรกแล้ว แต่เราก็กลัวเกินกว่าที่จะบอก ไม่อยากให้ต้องมาพบกับอดีตอันเลวร้ายของเรา ทั้งเรื่องที่เราหลอกลวงเค้าและยังเป็นคนที่ทำให้เค้าต้องตายไป

ถ้อยคำร้ายๆที่เอ่ยออกไปในตอนนั้นกำลังย้อนกลับมาทำร้ายเราเองราวกับเป็นการลงโทษ ตอนั้นเราพูดออกไปเพราะความเสียใจที่สูญเสียนานาลี่ ความโศกเศร้าของเราในตอนนั้นได้ทำร้ายคนที่รักเราอย่างเจ็บปวดที่สุดทั้งยังลืมเลือนความรู้สึกดีๆที่มีให้กันจนหมดสิ้นแล้วสุดท้ายก็ต้องเสียเค้าไป

ยามเมื่อเราได้เค้ากลับมาเราจึงกลัวที่เค้าจะรู้

อยากปกป้อง อยากให้มีความสุข อยากชดเชยในสิ่งที่ไม่เคยให้ไว้ ไม่ว่าจะความห่วงใย ความรักหรือการปกป้อง ทั้งที่คิดว่าเค้าคงจะมีความสุขแต่ทำไมน้ำตาจึงไม่เคยเหือดแห้งไปเสียที

"ทานแอปเปิ้ลให้หมดแล้วกินยาซะนะ"เราบอกด้วยรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้น โรโล่พยักหน้าและหยิบแอปเปิ้ลมากินไปเรื่อยๆจนหมดและหยิบยามากิน จากนั้นเราก็คุยกันอีกไม่กี่คำตาของโรโล่ก็เริ่มหรี่ลงด้วยความง่วง

"ราตรีสวัสดิ์นะ"โรโล่ยิ้มให้เราก่อนที่หลับไป เราขยับตัวไปจูบที่หน้าผากของโรโล่เบาๆแล้วลุกขึ้นยืนและถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

"โรโล่บางทีมันอาจจะเป็นการโกหกถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่หวังให้นายจดจำเรื่องในอดีตได้ แต่พี่ก็อยากจะให้นายมีความสุขนะไม่ว่าพี่จะต้องเจ็บปวดเท่าใดก็ตาม"เพระามันจะได้สาสมกับสิ่งที่พี่ได้ทำลงไป

ความสุขมันไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับพี่เลย มันไม่ใช่ของพี่แต่เป็นของนาย

นายอาจจะทำผิดหลายอย่าง ฆ่าคนไปมากมายแต่นายก็ไม่เคยทำเพื่อตนเอง

สิ่งที่นายทำไปทุกครั้งมีเหตุผลเสมอ เพราะถูกสั่งจึงต้องทำ เพราะอยากให้ใครบางคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของนายมีความสุขจึงยอมที่จะมือเปื้อนเลือด

ดังนั้นเพื่อตอบแทนสำหรับการเสียสละอันมากมายของนาย พี่จึงได้ภาวนาขอให้นายเท่านั้นที่จงมีความสุขมากกว่าใคร

เรามองออกไปข้างนอก พระอาทิตย์กำลังจะหายไปทีละนิด ท้องฟ้าข้างนอกที่เคยเป็นสีส้มกำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ เราเงยหน้ามองท้องฟ้าและดวงดาวที่เริ่มมองเห็นจางๆกับพระจันทร์เริ่มส่องสว่าง ไม่ใช่เพื่อชมความงามใดๆของท้องฟ้าแต่เพื่อกลั้นน้ำตาของตนเองไม่ให้มันไหลออกมา

มือสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเจ็บเพื่อเตือนสติตนเองให้เข้มแข็งไม่ให้ตนเองแสดงความอ่อนแอออกมา จงอย่าได้หลั่งน้ำตากับความเจ็บปวดเพียงแค่นี้ น้ำตามันไม่เคยช่วยอะไรเราเลย ถ้าเอาแต่ร้องไห้กับความเจ็บปวดทุกอย่างก็คงจบลงเพียงแค่นี้ การหยุดนิ่งรังแต่จะทำให้เจ็บมากขึ้นไปอีก เราจะก้าวเดินออกไปและฝ่าฝันทุกสิ่งไปให้ได้เหมือนที่เคยเป็นมา

เราหันไปมองร่างอันบอบบางที่นอนหลับสนิทอยู่ ใบหน้าที่หลับสบายราวกับเทวดาตัวน้อยนั้นเราไม่มีวันยอมให้มันแปดเปื้อนไปด้วยความเศร้าโดยเด็ดขาด

"ไม่ต้องห่วงนะโรโล่พี่จะปกป้องนายเอง เพราะงั้นขอเพียงแค่นายยังยิ้มอยู่ตรงนี้ก็พอ"

เราหันหลังเดินออกไปพร้อมกับสึซาคุที่เดินตามออกมา หมอนั่นเองก็นิ่งเงียบจนเราไม่รู้ว่าหมอนั่นกำลังคิดอะไรอยู่ เพียงแต่หมอนั่นคงรู้แล้วว่าการพบกันของเรากับโรโล่นั้นเริ่มน่าอึดอัดขึ้นมากกว่าทุกครั้ง จากความสุขมันเริ่มแปรเปลี่ยนไป นั่นเพราะเรายังคงปิดบังความจริงและไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นขอเพียงนายเอ่ยถามออกมาพี่ก็ยินดีจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง

แม้ว่านั่นจะทำให้พี่ต้องสูญเสียความสุขไปก็ตาม

----------------------------------

ยิ่งเฝ้ามองก็ยิ่งเจ็บปวด

ยิ่งอยากปกป้องมากเท่าไรก็ยิ่งสมเพชตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

แต่แม้กระนั้นก็ไม่อาจจะถอยห่างออกมาได้เลย

หลายวันผ่านไปทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม การพบปะที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความขมขื่น เด็กคนนั้นหลายครั้งที่เหมือนกับพยายามจะเอ่ยถามอะไรออกไปแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามออกไป ลูลูชมองท่าทีของเด็กคนั้นแล้วก็ยิ้มน้อยๆ

สองคนั้นจะรู้สึกไหมนะถึงการแตกร้าวของบางอย่างที่มองไม่เห็น จะได้ยินไหมนะถึงเสียงกรีดร้องภายในใจของตัวเอง คนหนึ่งทั้งที่อยากรู้แต่ก็ไม่กล้าถาม อีกคนหนึ่งทั้งที่อยากบอกแต่ก็ไม่กล้าที่จะเป็นคนเริ่มต้น ความเหมือนที่แตกต่างอันน่าเศร้า

ผมรู้สึกสงสารทั้งสองคนแต่ในขณะเดียวกันก็โกรธเด็กคนนั้น ทั้งที่ลูลูชยอมเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดแล้วแต่เด็กคนนั้นกลับเอาแต่หนี

ย้อนนึกไปถึงในค่ำคืนที่เรากอดลูลูชไว้ ตอนนั้นลูลูชจับมือของเราไว้แน่นเหมือนต้องการกำลังใจ แววตานั้นเหมือนเมื่อครั้งที่ตัดสินใจจะตาย

สับสน เจ็บปวด ทรมาณ โศกเศร้า

หลากหลายความรู้สึกที่ประดังเข้ามาทำให้ลูลูชต้องมาขอกำลังใจจากเราทั้งที่ไม่อยากจะทำ ตอนที่บอกว่าถ้าหากเด็กคนนั้นถามจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังริมฝีปากนั้นก็สั่นระริกก่อนจะเป็นคนจูบเราเองเพื่อปกปิดความกลัวเอาไว้ แม้กระทั่งรุ่งเช้ามาเยือนไหล่ทั้งสองข้างก็ยังสั่นน้อยๆในอ้อมกอดของเรา

เราถึงได้โกรธเด็กคนนั้น ลูลูชได้เตรียมใจไว้ขนาดนั้นแล้วแท้ๆแต่เด็กคนนั้นกลับไม่มีความกล้าที่จะถาม แบบนี้ก็เท่ากับลูลูชต้องทนเก็บกดความรู้สึกนั้นต่อไปเรื่อยๆน่ะสิ มันเป็นเรื่องที่เรายอมไม่ได้

แม้เราจะเอ็นดูเด็กคนนั้นและอยากให้ความสำคัญแต่คนที่สำคัญที่สุดของเราก็คือ ลูลูช ต่อให้เราอยากจะปกป้องทั้งสองคนแต่คนที่เราจะเลือกเป็นคนแรกก็คือ ลูลูชเพียงคนเดียวเท่านั้น

ขอเพียงแค่มีโอกาสเท่านั้น เรานี่แหละจะกระชากเด็กคนนั้นออกมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงเอง

--------------------------------

เทพบุตรสีดำก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

และมีอีกคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นมา

เขาคนนั้นคือจอมมารสีขาวผู้งดงาม...

ไม่มีใครเคยรู้ว่าจอมมารสีขาวมีตัวตนอยู่มาก่อนและรวมถึงเหตุใดจอมมารจึงมิใช่สีดำ

จอมมารตนนั้นมาพร้อมอำนาจมากมายล้นฟ้าและอัศวินนัยน์ตาสีมรกต

เขาบงการกองทัพหุ่นกระบอกสวมหน้ากากเข้าครอบครองทุกสิ่ง

ต่อสู้กับองค์ชายผมทองและเจ้าหญิงน้ำตาลที่นำพากองทัพอัศวินสีดำและมังกรเพลิงของเทพบุตรคนนั้น

ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเพียงแค่ชั่วข้ามคืนผลแพ้ชนะก็ปรากฏออกมา


ชัยชนะกลับตกเป็นของจอมมารอย่างง่ายดายแม้จะต้องเสียอัศวินนัยน์ตาสีมรกตของตนเองไปก็ตาม

จากนั้นโลกที่กำลังจะกลายเป็นสีขาวก็ถูกย้อมด้วยสีแดงและสีดำอีกครั้งหนึ่ง

ภายใต้ท้องฟ้าที่เหล่าผู้คนร่ำไห้และคลั่งแค้น เสียงหัวเราะของจอมมารได้กึกก้องไปทั่วท้องฟ้าและโลกใบนี้

จอมมารจ้องมองโลกใบนี้ที่เป็นของเขาแล้วยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมา

"ข้าจักประหารผู้ที่ต่อต้านต่อข้าเสียให้สิ้น"


ผมเงยจากหนังสือนิทานหันไปมองพี่ลูลูช ในนิทานที่กล่าวถึงจอมมารผู้งดงามอันมีสีที่ผิดแปลกนั้นทำให้ผมนึกถึงพี่ลูลูชขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

จอมมารสีขาวจะมีหน้าตาเหมือนพี่ลูลูชไหมนะ ใบหน้าที่งดงามกับรูปร่างผอมเพรียวถ้าหากพี่ลูลูชได้แต่งกายแบบเจ้าชายคงจะงดงามมากแน่นอน ผมก็ได้แต่คิดเพราะจอมมารในหนังสือเล่มนี้มีเส้นผมสีดำสั้นระต้นคอ นัยน์ตาเองก็เป็นสีม่วงสว่างอีกด้วยนอกจากนั้นที่ผมแปลกใจก็คือ ทำไมนิทานเรื่องนี้ผมกลับรู้สึกว่าเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ที่ไหนมาก่อนครั้งหนึ่ง เรื่องราวอันน่าเศร้าของโลกสีแดงที่มีจอมมารสีขาวเป็นผู้ร้าย มันเป็นเพียงแค่นิทานแท้ๆและผมก็เพิ่งเคยอ่านมันครั้งแรก แต่ทำไมกันบางส่วนในใจผมถึงได้บอกว่ามันไม่ใช่เพียงแค่นั้นกันนะ

บางทีผมคงได้คำตอบหลังจากที่ผมอ่านนิทานเรื่องนี้จบ

แต่ก่อนที่ผมจะหยิบนิทานมาอ่านต่อเสียงเรียกจากอินเตอร์โฟนหน้าห้องก็ดังขึ้น พี่ลูลูชหันไปมองที่ประตูก่อนจะส่งเสียงอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามาได้ คนที่เข้ามาคือพี่พยาบาลที่คอยเอาอาหารและยามาให้เราอยู่เสมอ

“ได้เวลาทานข้าวแล้วจ้ะ”เธอยิ้มให้ในขณะที่เดินคือถาดอาหารมา พี่ลูลูชพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณก่อนจะมองยาหลายถุงด้วยสายตาแปลกๆซึ่งนั่นทำให้ผมใจไม่ดีเลย แต่คงนับว่าเป็นโชคดีที่พี่ลูลูชไม่ได้ถามอะไรผมจึงรีบรับถาดอาหารมากินอย่างรวดเร็ว

"งั้นพี่กลับก่อนนะแล้วอย่าลืมกินยาล่ะโรโล่"เราเงยหน้าขึ้นในขณะที่พี่ลูลูชลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวคำอำลา

"เจอกันพรุ่งนี้นะโรโล่"

"ครับ เจอกันพรุ่งนี้นะครับ"แล้วพี่ลูลูชก็เดินออกไปพร้อมกับเขาคนนั้นเช่นเดิม ผมมองไล่หลังทั้งสองคนนั้นก่อนจะก้มหน้าลงทานอาหารให้หมด เมื่ออาหารหมดยาก็เป็นสิ่งผมกินต่อทันทีพี่พยาบาลยืนมองด้วยรอยยิ้มและเก็บถาดอาหารเดินกลับไป

"พักผ่อนมากๆนะคะ"เธอยิ้ม ผมพยักหน้าและทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเบื่อหน่าย

ในทุกวันที่ผ่านมายังคงเหมือนเดิม พบพาน รอยยิ้ม หัวเราะ ความเจ็บปวด ความหงุดหงิดไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเมื่อผมหลับตาลงแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งทุกอย่างก็จะวนกลับมาที่เดิม

มันอาจเป็นทั้งความสุขเล็กๆที่ยาวนานแต่ผมกำลังแปลกใจกับตัวเองที่กำลังคาดหวังในความเปลี่ยนแปลง เคยคิดว่าต่อให้ไม่ต้องรู้อะไรก็สามารถมีความสุขได้รวมทั้งพี่ลูลูชด้วย ความลับใครๆก็มีเคยคิดว่าถ้าพี่ไม่ต้องการจะเอ่ยผมก็จะไม่ถามแต่บางทีผมคงคิดผิด ช่วงนี้ดวงตาของพี่ลูลูชแปลกไปกว่าเดิม คำพูดที่แสดงออกมาเหมือนอยากให้เราเอ่ยถามออกไป

มันเหมือนกับประตูบานใหญ่ที่ขวางกั้นอยู่ข้างหน้า

กุญแจนั้นอยู่ในมือของเราขอเพียงแค่เปิดมันออกไปก็จะได้รู้

แต่ว่าเราก็ไม่กล้าพอทีจะเปิดมันราวกับว่ามีมือของใครสักคนมาจับมือเราเอาไว้และกระชากให้ออกห่างจากประตูนั้น

บางทีมือที่ว่านั้นคงเป็นสิ่งที่เรียกว่าความกลัว

-------------------------

เราลุกขึ้นจากฟูกในยามดึก ข้างกายของเรามีร่างอันบอบบางของลูลูชนอนอยู่เคียงข้าง ดวงตาที่หลับพริ้มราวกับฝันดีนั้นทำให้ผมยิ้ม ตอนนี้สำหรับเราแล้วไม่ว่าในฝันของลูลูชจะเป็นใครก็ไม่สำคัญแล้วแต่ขอเพียงเขามีความสุขก็พอ เราลูบไล้เส้นผมสีดำที่ยาวกว่าเดิมเบาๆแล้วดึงผ้ามาคลุมไหล่ขาวที่เปลือยเปล่านั้นก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัว แต่พอตั้งท่าจะเดินออกไปเสียงหนึ่งก็เรียกเราเอาไว้

"คืนนี้นายจะไปงั้นเหรอ"เสียงนั้นแว่วถามในขณะที่เราไม่กล้าหันกลับไปมอง เราได้ยินเสียงผ้าขยับคาดว่าลูลูชคงขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

"นายมันบ้ารู้มั้ย ชั้นก็บอกแล้วไงว่านายน่ะไม่จำเป็นต้องปกป้องชั้น"อย่าสิลูลูชอย่าได้พูดด้วยเสียงที่น่าเศร้าแบบนั้น

"คือ..ชั้น..."เราคิดและพูดไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งทั้งยังไม่กล้าเดินออกไป

"กี่ครั้งกันนะที่ชั้นต้องเจ็บปวดเพราะนาย กี่ครั้งกันนะที่ชั้นร้องไห้เพราะนายแล้วกี่ครั้งกันนะที่ชั้นหลงรักในความอ่อนโยนของนาย ครั้งแรกที่พบกันของเราสองคนอาจจะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่แต่หลังจากนั้นก็มีเพียงนายเท่านั้นที่อยู่ข้างกายชั้นโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไร มันทำให้ชั้นดีใจมากเลย"คำพูดอันอ่อนโยนได้ทิ่มแทงเข้ามาในใจเราราวกับดาบที่คมกริบ ตอนนี้ลูลูชกำลังทำหน้าแบบไหนกันนะ

"นายน่ะได้มอบอะไรๆให้ชั้นมามากมายแล้วดังนั้นพอเถอะนะ อย่าได้ใจดีกับชั้นอีกเลยไม่ต้องทำอะไรเพื่อชั้นอีกแล้ว"เราไม่อาจจะทนฟังได้อีกแล้ว เราก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับไปมองทิ้งไว้เพียงคำๆหนึ่ง

"ขอโทษนะ"ยามเมื่อเสียงประตูปิดลงเราก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆดังมาจากในห้อง

ลูลูชกำลังร้องไห้แต่เราก็ไม่อาจหันกลับไปปลอบโยนเขาได้ แต่ที่เราเดินออกมาคราวนี้ก็เพื่อลูลูชเราจึงจำต้องก้าวต่อไป ตอนนี้เส้นทางที่เราเดินนั้นเต็มไปด้วยหนามอันแหลมคม หากหนามพวกนั้นคือความรู้สึกของเราเอง เราก็จะเดินเดินเหยียบย่ำมันไปแม้จะทำให้เกิดบาดแผล

ไม่นานเราก็ถึงศูนย์วิจัย เราสั่งห้ามคนเข้าไปขณะที่เรายังอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเดินไปข้างหน้าก็เหมือนขาทั้งสองข้างนั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางสั้นๆก็ดูเหมือนกับยาวไกลแต่เพียงแค่ชั่วขณะเดียวเราก็มายืนอยู่หน้าห้องแล้ว เราสุดลมหายใจลึกก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไป

ในห้องนั้นเรามองเห็นบรรยากาศเดิมๆซึ่งก็คือ เด็กคนนั้นกำลังอ่านหนังสือนิทานอยู่ เราเดินเข้าไปและเอ่ยออกมา

"ท่าทางสบายใจเชียวนะ"

-------------------------

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนกลางดึก มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอีกแล้วที่ผมจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้ หลังจากที่เซโร่คนนั้นมักจะมาหาผมตอนกลางดึกผมก็จะนอนเร็วขึ้นและลืมตาตื่นในตอนที่เขามาพอดีทุกครั้งจนมันกลายเป็นความเคยชิน บางทีที่ร่างกายผมอ่อนแรงลงอาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้ ผมคิดเช่นนั้นก่อนจะหยิบหนังสือนิทานมาอ่านเพราะผมยังคงสะกิดใจในเรื่องราวที่แสนคุ้ยเคยนี้

หนังสือเล่มนี้ถูกอ่านไปมากกว่าครึ่งแล้วอีกเพียงแค่ไม่กี่หน้าเรื่องก็จะจบลงแล้วบางทีผมอาจจะได้คำตอบที่ผมต้องการ แล้วหน้าหนังสือก็ถูกเปิดขึ้น

จอมมารจ้องมองโลกใบนี้ที่เป็นของเขาแล้วยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมา

"ข้าจักประหารผู้ที่ต่อต้านต่อข้าเสียให้สิ้น"


และแล้วองค์ชายผมทอง องค์หญิงน้ำตาล กองทัพอัศวินดำหรือแม้กระทั่งมังกรเพลิงสีแดงก็ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนอันใหญ่

ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความสิ้นหวัง ทำได้เพียงรอความตาย

ทว่า...ก่อนที่พวกเค้าจะถูกพาไปยังแท่นประหารนั้น

เทพบุตรสีดำก็ได้ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งพร้อมกับดาบในมือ

เขาออกวิ่งฝ่าทหารหุ่นกระบอกและอัศวินสีส้มไปยังจอมมารสีขาว

ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหยุดเขาได้ เทพบุตรสีดำยกดาบในมือขึ้นและแทงทะลุกลางอกของจอมมารสีขาว

คราวนี้เลือดที่เคยย้อมโลกใบนี้ก็ได้ย้อมจอมมารสีขาวให้กลายเป็นสีแดง

จอมมารที่บาดเจ็บยกมือเปื้อนเลือดป้ายหน้าเทพบุตรสีดำก่อนจะร่วงหล่นจากบัลลังก์

และมาอยู่เคียงข้างองค์หญิงน้ำตาล

เธอมองใบหน้าอันงดงามของจอมมารแล้วก็พบสิ่งที่ไม่คาดฝัน

จอมมารแย้มยิ้มออกมาด้วยความสบายใจไร้ซึ่งความแค้น


องค์หญิงน้ำตาลจับมือของจอมมารมากุมไว้และร้องไห้ จอมมารยังคงยิ้มและเอ่ยออกมา

"โลกใบนี้..ข้าจักทำลายมันเสีย...สร้างโลกใหม่...."

นั่นคือคำพูดสุดท้ายของจอมมารสีขาว

และแล้วจอมมารสีขาวก็สิ้นใจ


หัวใจของผมเต้นแรงจะแทบจะทะลุออกมา ขอบตาของผมร้อนผ่าวมือก็สั่นและแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา ภาพในหนังสือที่จอมมารโดนดาบแทงทะลุอกนั้นทำให้ผมเจ็บปวด ผมไม่เข้าใจเลยผมเจ็บปวดเพราะอะไร ทำไมผมต้องร้องไห้ นี่มันน้ำตาของผมแน่เหรอ?

รอบข้างเงียบสงัดจนผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นทั้งแรงและถี่จนผมเผลอเอามือมากุมหัวใจตนเอง ผมปาดน้ำตาของตัวเองออกไปและขยับมือเตรียมพลิกหน้าต่อไป ทว่าในตอนนั้นเอง

"ท่าทางสบายใจเชียวนะ"คำพูดนั้นทำให้ผมเงยหน้าขึ้นและอย่างที่คาดคนที่ยืนอยู่คือเซโร่คนนั้น เขามาอีกแล้วหลังจากที่หายไปนานทั้งที่คิดว่าเขาเข้าใจแล้วแท้ๆว่าที่ซึ่งเขาควรอยู่คือข้างกายพี่ลูลูช แต่เขากลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่แล้วทำไมใจของผมถึงได้รู้สึกแปลกๆแบบนี้

ดีใจงั้นเหรอ...

ไม่มีทาง ผมปฏิเสธตัวเองแบบนั้นก่อนจะก้มหน้าลงทำท่าจะอ่านต่อ

"หนังสือเล่มนั้นน่าสนใจมากขนาดนั้นเลยเหรอ"เขาเอ่ยถามน้ำเสียงคล้ายประชดประชันมันทำให้ผมอดที่จะเอ่ยตอบกลับไปไม่ได้

"ครับ อย่างน้อยก็มากกว่าคุณ"ตอนนี้ผมชักรำคาญเขามากขึ้นที่มารบกวนผม พอผมหยิบหนังสือขึ้นมาอีกครั้งมือของเขาก็จับที่ข้อมือของผมเต็มแรง

"มากกว่าพี่ชายของนายด้วยงั้นเหรอ"คราวนี้น้ำเสียงของเค้าทั้งน่าหวาดหวั่นและน่าหวาดกลัวเป็นที่สุด ผมรีบสะบัดมือของเขาออกและตะโกนตอบกลับด้วยความโกรธ

"นั่นมันคุณต่างหาก! คนขี้ขลาด คุณมันก็แค่คนขี้ขลาดเท่านั้น!"

-------------------------

มือของเรากำแน่นมันเต็มไปด้วยโทสะ ที่ผ่านมาคำต่อว่าของเด็กคนนี้เราไม่ถือและไม่ใส่ใจแต่คราวนี้มันไม่ใช่!

"ขี้ขลาดงั้นเหรอ นั่นมันนายต่างหาก ชั้นไม่อยากจะให้คนที่เอาแต่หนีอย่างนายมาว่าหรอกนะ"เราจับมือของเด็กคนนั้นอีกครั้งด้วยแรงที่มากกว่าเดิม ร่างเล็กๆนั้นดิ้นไปมา ดวงตาสีม่วงทอประกายแข็งกร้าว

"พอได้แล้ว!"เด็กคนนั้นดิ้นแรงกว่าเดิมผมจึงกระชากตัวให้เค้านอนบนเตียงเพื่อที่จะจับให้ถนัดขึ้น

"นายน่ะกลัวใช่มั้ยล่ะที่จะรู้ความจริงถึงได้หนีแล้วก็ปล่อยให้ลูลูชต้องร้องไห้อยู่คนเดียว นี่น่ะเหรอที่บอกว่ารักพี่เห็นพี่เป็นคนสำคัญ นายก็แค่รักตัวเองเท่านั้นแหละ!"ดวงตาของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทั้งริมฝีปาก มือสองข้างและร่างกายต่างสั่นระริกแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราเห็นใจเลย

"คุณก็พูดได้น่ะสิก็คุณไม่ใช่ผมนี่นา ผมน่ะมีพี่เพียงคนเดียวเท่านั้นนะ! โลกที่ผมอยู่นี่มันมีเพียงแค่ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวนี้เท่านั้น! ผมกลัว..กลัวที่จะเสียมันไป"น้ำตากำลังหลั่งไหลออกมาจากดวงตาสีม่วงอ่อน บางทีมันอาจจะทำให้ผมเห็นใจเขาขึ้นมาบ้างถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดที่เห็นแก่ตัวแบบนั้น

ทำไมลูลูชต้องยอมเจ็บปวดเพื่อคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ด้วย!

-------------------------

เขาเป็นบ้าอะไรอยู่ๆก็โผล่มาแล้วมาว่าเราแบบนี้ ไอ้คนบ้าที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยคือเขาต่างหาก คิดว่าผมต้องรู้สึกแบบไหนงั้นเหรอ คิดว่าผมไม่เจ็บปวดเลยรึไงที่ต้องทำให้พี่ลูลูชร้องไห้แบบนั้น

ผมเองก็เสียใจที่ตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้แต่เขาก็ไม่มีสิทธิมาว่าผมสักนิด!

เขาไม่เคยรู้หรอกว่าในความมืดที่ว่างเปล่านั้นจะมีอะไรมารับประกันบ้างว่าถ้าผมปล่อยมือจากสิ่งที่ยึดเหนี่ยวเอาไว้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ผมเป็นแค่มนุษย์นะผมกลัว ผมไม่อยากสูญเสียพี่ลูลูชไป

"คุณน่ะมองแต่พี่เท่านั้นไม่เคยมองอะไรเลย คิดเหรอว่ามีเพียงพี่ลูลูชเท่านั้นที่เจ็บปวด คิดถึงแต่ความรู้สึกของพี่ลูลูชแล้วความรู้สึกของผมล่ะ จริงๆแล้วคุณน่ะไม่เคยมองผมด้วยซ้ำไป!"ผมหอบเพราะการตะโกน แต่ว่าเมื่อกี้นี้ผมพูดอะไรออกไป คำพูดแบบนั้นมันอะไรกัน นี่ผมรู้สึกยังไงกันแน่

เขายืนนิ่งมือกำแน่นท่าทางแสดงออกว่าโกรธอย่างชัดเจน เขายกมือขึ้นถอดหน้ากากออกและโยนมันลงไปที่พื้น ดวงตาสีเขียวที่ผมเคยคิดว่าสวยนั้นดูน่ากลัวจนผมแทบอยากจะถอยหนีถ้าไม่ติดที่ว่ามือทั้งสองข้างของผมถูกจับเอาไว้อยู่

"ที่เธอพูดเนี่ยอยากจะให้ชั้นเห็นเธอเป็นลูลูชรึไงหรือแค่อยากจะถูกชั้นกอดกันล่ะ"

"หยาบคาย!"ผมตะโกนลั่นเพราะทนคำพูดแบบนั้นไม่ไหว เขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ผมต้องจำไปจนวันตาย

"งั้นลองดูหน่อยมั้ยล่ะ"สิ้นคำนั้นริมฝีปากของเขาก็บดเบียดลงมาบนริมฝีปากของผมโดยไม่ทันตั้งตัว ปลายลิ้นร้อนรุกเข้าไปภายในพร้อมกับที่แย่งชิงลมหายใจของผมไป ร่างกายของผมอ่อนแรงลงในขณะที่ลิ้นของเขาพัวพันอยู่ในปากของผม มันรุนแรงแต่ไม่ได้หื่นกระหาย มันช่วงชิงทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้ต้องการ

ความรู้สึกแบบนี้ราวกับว่าผมเคยพบมาก่อนเมื่อนานมาแล้วแต่ผมไม่ต้องการจากเขา!

ไวเท่าความคิดผมตัดสินใจกัดลิ้นของเขาทันทีและได้ผลเขาผละออกจากผมอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่เขามองผมมันยังเต็มไปด้วยความโกรธแต่ผมจะไม่ยอมเป็นฝ่ายที่ถูกทำร้ายเด็ดขาด แต่ทำไมกันผมถึงได้เห็นภาพซ้อนของใครบางคนจากเขา

การกอดจูบที่ปราศจากความรัก ความรุนแรงที่ไร้ความต้องการ

แล้วนั่นใบหน้าของใคร...

ใครกันที่ร้องไห้ นี่มันเรื่องอะไรกัน

สิ่งที่มองเห็นในความทรงจำอันเลือนราง

ผมผลักเขาออกไปและเปิดลิ้นชักที่สอง ในนั้นมีสายห้อยมือถือที่แสนคุ้นตาอยู่ มันคือสิ่งที่ทำให้ผมกลัวแต่ผมก็ตัดสินใจยื่นมืออกไปเพื่อจะคว้ามันเอาไว้แต่พลันนั้นร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา หัวใจเต้นรัวถี่เหมือนเป็นสัญญาณบอกความอันตราย ของที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ก็ไขว่คว้าไม่ถึง แล้วมือหนึ่งก็มาคว้ามันไป

"นี่มันสายห้อยมือถือ"เขาเปิดฝามันออกอย่างง่ายดายพร้อมกับบทเพลงที่ลอยออกมา เสียงเพลงนี้มัน...บทเพลงที่ผมเคยร้องออกมา

ใช่แล้ว ผมรู้จักเพลงนี้

พลันนั้นความเจ็บปวดก็เกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง คราวนี้มันเจ็บและทรมาณมากกว่าทุกที เหมือนมีอะไรมาปิดกั้นให้ผมหายใจไม่ออก ที่ดวงตาเจ็บปวดราวโดนแผดเผา

"ไม่อย่า ไม่เอาแล้ว!"ผมพยายามแย่งมาเพื่อจะปิดเพลงที่ทำให้ผมเจ็บปวดนี้ ผมจึงรีบแย่งมันมาจากมือของเขา ทว่าผมก็เห็นบางสิ่งที่อยู่ในนั้น ภาพของผมที่กอดแขนชายคนหนึ่งด้วยรอยยิ้ม ชายผู้ที่เคยปรากฏขึ้นหลายครั้งในความทรงจำของผม

"เส้นผมสีดำ...ดวงตาสีม่วง...”ในที่สุดผมก็มองเห็น ภาพในความทรงจำที่ขาดหายไป รอยยิ้มของเขา ใบหน้าของเขา...

“ใบหน้านี้มัน..พี่ลูลูช...."ทันใดนั้นราวกับฟิลม์หนังที่ถูกกรอกลับมาภาพมากมายไหลเข้ามาในหัวของผม วันแรกที่เราได้พบกัน วันคืนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตา จนกระทั่งสิ่งสุดท้ายที่เห็นใบหน้าของพี่ลูลูชที่ยิ้มให้ก่อนที่ชีวิตนี้จะสิ้นสูญ

"ไม่!!!!!!!!!!!!!"นี่เรา...เรา....

ตายไปแล้ว....

-------------------------

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแบบนั้นมันอะไรกัน ร่างที่ทุรนทุรายอยู่เบื้องหน้านั่นมัน เสียงกรีดร้อง น้ำตาและความเจ็บปวดทรมาณ ดวงตาเบิกกว้างลมหายใจที่ติดขัด ปากที่เอ่ยบอกความเป็นจริง

"เรา...ต..ตายไป...แล้ว...ไม่นะ..ไม่! พี่ครับช่วยผมด้วย!"เสียงนั้นขาดหายไปมา เด็กคนนั้นไม่ได้สนใจผมอีกแล้วปากกำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ คำพูดที่สื่อออกมา อย่าบอกนะว่า....

ความทรงจำกลับมาแล้ว...

ผมได้สติอีกครั้งก็รีบคว้าหน้ากากมาสวมและกดปุ่มเรียกพยาบาลฉุกเฉินทันที ไม่ถึงนาทีทั้งหมอและพยาบาลก็วิ่งเข้ามาตรวจสภาพของเด็กคนนั้น

"ชีพจรเต้นเบาลงแล้วเร็วเข้า เด็กคนนี้หายใจไม่ออกต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ! นี่มันเรื่องอะไรกันครับท่านเซโร่"หมอคนนั้นถามแต่เราก็ตอบไม่ได้ สภาพที่คล้ายกำลังจะตายหรือว่าแท้จริงแล้ว....

การที่ร่างกายอ่อนแอลงไม่ใช่เพราะขาดการพักผ่อนที่เพียงพอหรือโรคร้ายอะไรทั้งนั้น การพบกับลูลูชไม่ใช่สาเหตุแต่สาเหตุที่แท้จริงก็คือ...ความทรงจำของเด็กคนนั้น ทุกครั้งที่ความทรงจำกลับคืนมาเด็กคนนั้นคงจะต้องเจ็บปวดมากมายแบบเมื่อครู่แน่นอน ทุกอย่างมันลงตัวแล้ว เด็กคนนั้นจำได้แล้วว่าตัวเองตายไปแล้ว นี่มันเป็นความผิดของเรา...

เราแทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นพวกพยาบาลรีบเร่งพาร่างนั้นออกจากห้องเพื่อไปห้องฉุกเฉินแต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่เป็นไร เราเหลือบมองเห็นหนังสือเล่มหนึ่งบนพื้น นิทานภาพที่เด็กคนนั้นอ่าน เพียงแต่ภาพที่เปิดอยู่นั้นทำให้เราราวกับถูกแช่แข็ง

ภาพของเทพบุตรสีดำกำลังใช้ดาบแทงอกของจอมมารสีขาว

"ไม่นะ..เรื่องแบบนี้มัน...."เรารีบเก็บหนังสือและสายห้อยโทรศัพท์ขึ้นมาตรงกลับไปยังบ้านของเราเพื่อบอกความจริงให้ลูลูชฟัง

มันไม่อาจจะปกปิดเอาไว้ได้อีกแล้วรวมทั้งความผิดของเราด้วย

ไม่ว่าเมื่อใดสิ่งที่เราคิดว่าอีที่สุดก็มักจะทำร้ายคนอื่นเสมอไม่ว่ากับใครก็ตาม

ทั้งที่อยากปกป้องแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เคยปกป้องได้เลย

ความผิดของเรานั้นช่างร้ายแรงเหลือเกิน

แค่เพียงคำขอโทษมันไม่เคยเพียงพอเลยกับความผิดของเรา

-------------------------

หลังจากที่หมอนั่นออกจากห้องไปมันผ่านไปนานแค่ไหนกันนะ

นี่เรานั่งกอดเข่าอยู่แบบนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ น้ำตาเองก็เหือดแห้งไปหมดแล้ว

จากนี้ไปมันจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่รู้ ทั้งที่บอกแล้วแท้ๆว่าไม่ต้องทำอะไรเพื่อเราอีกแล้วแต่ก็ไม่เคยฟังเราเลย หมอนั่นไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆทั้งดื้อดึงและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อจนถึงที่สุด โดยหาได้ฟังเราแม้สักครั้ง

"นายที่เป็นแบบนั้นมันบ้าจริงๆ"ทั้งโง่แล้วก็บ้าแต่ก็..อ่อนโยนยิ่งกว่าใคร ทั้งที่นายควรจะมีความสุขแท้ๆแต่กลับชอบทำตัวเองให้เจ็บเพื่อคนอื่นอยู่เรื่อย แม้จะคิดเช่นนั้นแต่เราก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของหมอนั่น คนที่ชอบยิ้มเวลาเห็นคนอื่นมีความสุขแต่ตัวเองต้องเป็นทุกข์แบบนั้นน่ะ

"แต่เราก็คงว่าหมอนั่นไม่ได้หรอกมั้ง"เรายิ้มเยาะกับความคิดของตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำข้างนอก ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงสว่างงดงามจนคล้ายกับรอยยิ้มของโรโล่ที่ไม่เคยจางหาย

จากนี้ไปจะเป็นยังไงบ้างนะ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ขอให้โรโล่นั้นมีชีวิตที่มีความสุขตลอดไป

เราเองก็คงบ้าที่มาขอพรจากพระเจ้าที่ทอดทิ้งเราไปแล้ว

ทันใดนั้นเองอยู่ๆหัวใจของเราก็เต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ มันคล้ายกับว่าเราได้สูญเสียอะไรบางอย่างไป บางสิ่งที่สำคัญมากๆ เราหอบหายใจอย่างหนักด้วยความไม่เข้าใจ พอมองออกไปข้างนอกดาวดวงหนึ่งก็ได้ร่วงหล่นจากท้องฟ้าไปราวกับดาวตก ความรู้สึกเมื่อกี้นี้มันอะไรกันหรือบางทีเราคงคิดไปเอง

ใจเรานั้นหวังให้เป็นเช่นนั้น

เราลุกขึ้นเดินไปหยิบแก้วมารินน้ำดื่ม ขณะนั้นเองเราก็ได้ยินเสียงตึงตังดังมาจากทางเดิน หมอนั่นมีเรื่องอะไรกันนะถึงได้รีบร้อนแบบนั้นแต่ก็คงเป็นเรื่องเดิมๆคงกลัวเราจะเผลอทำร้ายตัวเองอีกเลยรีบกลับมาดู คอยดูเถอะคราวนี้ไม่ต้องมาคุยกันเลยอยากจะทำอะไรบ้าๆดีนัก

ปึง!

ประตูกระดาษถูกกระชากอย่างแรงจนแทบจะหลุดออกมา ร่างตรงหน้าที่ยืนอยู่ถอดหน้ากากออกเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น เราเหลือบตามองหมอนั่นแล้วหันหลังหนีเพราะไม่ต้องการจะสบตาแต่หมอนั่นกลับรีบเดินเข้ามาและดึงให้เราหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ท่าทีที่ผิดปกติแบบนี้มันอะไรกัน

"ลูลูช..ฟังชั้นนะ"ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกให้เราเตรียมใจเอาไว้

"เด็กคนนั้นเค้า..."น้ำเสียงแบบนี้มันอะไรกันสึซาคุ นายต้องการจะพูดอะไร

"โรโล่เป็นอะไรงั้นเหรอ"เราถามออกไปทั้งที่ไม่อยากจะรู้ หัวใจของเราเต้นแรงอีกครั้งด้วยความหวาดหวั่น หมอนั่นเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยคำพูดที่กรีดแทงใจของเรา

"เด็กคนนั้นเค้า..กำลังจะตาย..."

เพล้ง!

และแล้วเราก็ได้ยินมันอีกครั้ง เสียงของบางสิ่งที่ปริแตกออกจากกัน

มันไม่ใช่เสียงของแก้วในมือของเราที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นแต่เป็นหัวใจของเราที่แตกสลาย

อา ใช่แล้วเรามันบ้าจริงๆเลยที่ไปขอพรกับพระเจ้า

ทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไรเราก็เป็นฝ่ายที่ถูกหักหลังเสมอ

--------------------------------------------------------------------------------------
แล้วก็ตัดฉับ...
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด อย่าเพิ่งปารองเท้าหรือหม้อไหกะละมังนะค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
มาตอนนี้ก็ใกล้จบแล้วค่ะคาดว่าอีกไม่เกินสามตอนน่าจะจบ(ได้แล้ว)
ในตอนนี้นี่ถือเป็นตอนที่เขียนยากมากตอนนึงค่ะ ลู่ในตอนนี้เข้มแข็งแล้วนะคะไม่ได้อ่อนแอแบบที่ผ่านมาอีกแล้วยืนหยัดได้แล้วค่า(ก่อนที่จะถูกคนเขียนฉุดให้ตกลงมา) ตอนนี้งานเข้าแล้วค่ะน้องโล่เกิดจะตายซะงั้น

มีคนเดาเกือบถูกเรื่องน้องโล่นะคะ ส่วนทำไมน้องโล่ที่ได้ความทรงจำมาถึงต้องตายไว้รอต่อตอนหน้าความจริงจะเปิดเผยค่า(ถ้าคนเขียนไม่โดนดักฆ่าซะก่อน) น้องโล่ในตอนนี้เราขออุบเรื่องความรู้สึกที่มีให้สุกก่อนนะคะ

ส่วนสุกรายนี้ต้นตอนเหมือนจะอ่อนโยนแต่ดันมาเดือดเพราะความกลัวของน้องโล่ค่ะแถมฉุนจัดจะจับกดน้องโล่ให้หายโมโหซะงั้นไม่ได้กลัวเล้ยว่าถ้าคุณพี่เค้ารู้เอ็งหัวกุดแน่ๆ ความจริงตอนแรกกะเขียนให้น้องโล่เสร็จไอ้สุกไปแล้วค่ะแต่ยังรักตัวกลัวตายเลยหักลำเหลือแค่จูบพอ ตอนเขียนนี่ก็แทบเอาหัวตัวเองโขกกำแพง เค้าไม่ถนัดฉากแบบเน้!!!!!!!!!!!!

วันนี้ไม่มีอะไรจะพล่ามค่ะกำลังเศร้าเพราะเพิ่งไปซื้อน้องลู่แผ่น9มาดูสะเทือนใจตัวเองสุดๆ เลยมาอัพย้อมใจ(แล้วมันช่วยได้มั้ยนั่น)
สุดท้ายก่อนสาดรูปมีคำถามชิงรางวัลกระทืบคนเขียนค่ะ
คำถาม ในตอนที่10นี้ใครผิด
1. น้องลู่ที่ดันทำให้มีแต่คนรัก
2.น้องโล่ที่ดันไม่ยอมถาม
3.ไอ้สุกที่ชิงจูบน้องโล่ไป
4.....คนเขียนที่มันโรคจิต

ง่า...ไม่ต้องตอบกันก็ได้นะคะ
สาดรูปดีกว่า
รูปแรกขอนี่เลยค่ะ
รักที่อยากปกป้องแต่ก็ได้แต่ทำร้ายกันเรื่อยไป ยิ่งผูดมัดก็ยิ่งเจ็บแต่ก็ไม่อาจถอนตัวได้ คือนิยามรักของสองคนนี้ค่ะ

สึซาคุ ตัวตนอันดำมืดที่มิอาจปกป้องสิ่งต่างๆไว้ได้แม้กระทั่งความรักของตนเอง


โรโล่ชะตาชีวิตอันน่าเศร้าที่ไม่อาจเลือกได้ แต่แม้กระนั้นก็ยังขอให้คนที่ตนเองรักมีความสุข


สุดท้ายก็ลูลูชผู้ที่หลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด แม้จะสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาแต่หัวใจกลับมิเคยได้พบกับความสุข


จากนี้ก็จะเป็นนิทานค่ะ อย่างที่รู้ๆกันนิทานเรื่องนี้ก็คือเรื่องเล่าของลูลูชค่ะ เลยจะมีอิมเมจภาพให้ชมเล็กน้อย
ภาพแรกจอมมารสีขาวและอัศวินนัยน์ตาสีมรกตค่ะ

ต่อไปก็คือจุดจบของจอมมารที่เราจะเอาภาพมาตอกย้ำความช้ำใจ(เพื่อ?)


หมดแล้วค่า
ที่เหลือก็ขอตอบเม้นต์นะคะ

Gin
-ตอนที่ดูจบตอน25ภาคR2กำลังจะสอบตรรกวิทยาต่อเลยค่ะแบบว่าจิตตกไปสามวันเลยทีเดียว
ลู่ไม่ได้เข้าใจว่าสุกชอบโล่นะคะเพราะรุ้อยู่แล้วว่าสุกไม่นอกใจ(ฮา) ส่วนลู่จะโทษตัวเองมั้ยเชิญติดตามต่อค่า อ่อที่เข้ามาอ่านแล้วไม่เหมือนเดิมเพราะเรากลับมานั่งอีดิตแก้คำผิดแล้วเติมอะไรไปนิดหน่อยค่า

ตฤลาลัย
-เรื่องยูฟี่ตายนี่เราร้องไห้เลยค่ะคือเธอเป็นคนดีมากๆเลย ขอบคุณที่ชอบนะคะ(แม้คนเขียนมันจะเขียนแบบมึนๆไปหลายรอบก็ตาม) คิดเหมือนกันค่าแบบว่าป้าซีทูดูอบอุ่นมากเลยทั้งที่ตัวเองบอกว่าทิง้ความอ่อนโยนไปแล้ว ส่วนนิทานจะสว่างสดใสปิ๊งๆหรือโชกเลือดจนแทบจะกระทืบคนเขียนเดี๋ยวได้รู้กันค่า

Moon
-ในดีดวีดีแผ่น9(ที่เพิ่งดูเมื่อตอนเย็น)เราไปดูยืนยันมาแล้วค่ะว่าลู่บอกว่ายูฟี่คือรักแรก เด็กๆส่วนใหญ่รักแรกก็คนใกล้ตัวทั้งนั้นแหละค่ะเหมือนเด็กผู้หญิงที่บอกว่าโตขึ้นอยากจะเป็นเจ้าสาวให้คุณพ่อน่ะค่ะ

'Y'umi
-ขอบคุณที่ชอบค่ามาอัพแล้วนะคะ

MEAW_TA_NGAW
-อะไรที่สุขสบายหัวใจวิ้งๆเราไม่ อะไรที่บีบรัดหัวใจจนแทบแตกนั่นเราทำค่ะ เอิ้กๆ(จะโดนเอามีดปาดคอมั้ยหว่า)
มาอ่านตอนใหม่นี่บาดใจกว่าเดิมมั้ยคะ(หรือจะบาดตาหว่า)

Issho
-เป็นอีกหนึ่งร่ายที่เชียร์ลู่โล่ แต่ลู่จะเลือกเป็นเมะหรือเคะ เอ้ย!เลือกสุหรือโล่เชิญติดตามค่า

moechan
-อภัยให้ลู่เถอะค่ะใครมันจะเลือกได้ทันทีต้องมีลำบากใจกันมั่ง

g.g.
-อยากเขียนให้สุกมันรู้มานานแล้วเหมือนกันค่า
ว่าแต่ตอนนี้อัพแล้วนะคะ

ปล.มาแก้คำผิดแล้วค่า(แต่ถ้ามีอีกก็บอกนะคะเผื่อมันหลงตา ตอนนี้ขอตัวไปปั่นตอน11ต่อก่อนละค่า)
ลบแล้วนะคะขอบคุณที่บอกค่า เราสูบรูปมาเยอะแล้วจากหลายที่เลยจำไม่ได้ว่าอันไหนมาจากไหน ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกก็บอกนะคะเราจะได้จัดการแก้ แล้วก็ขอโทษเจ้าของภาพด้วยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #241 tvxq5forever (@tvxq5forever) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2555 / 14:40
    สงสารโลโล่~~มาเข้าฉากแป๊ปเดียวก็ต้องไป~~
    #241
    0
  2. #224 YoNgヨンヨン^^ (@winfinite) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 13:48
    พอความจำกลับมา ก็จะตายจากเลย-*-<br />
    นี่สินะ ที่พระเจ้าส่งเลือกตอนจบแบบนี้ไว้เพราะอารายยยยยยยยย=[ ]=!!!<br />
    โล่TT^TT บายบี....<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    .<br />
    แต่ยังไง เค้าก็แอบสะใจที่ไม่มี ก ข ค!! คิิคิๆ^^<br />
    (เหมือนนางมารร้ายไงไม่รู้- -"")
    #224
    0
  3. #205 fareya (@flear) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 11:26
     สงสารตัวละครทุกตัวที่โดนคนเขียนกระทืบเละ =o=,, (มันก็เป็นทุกเรื่อง)
    #205
    0
  4. #178 View_chan (@violetgem) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 / 08:42
    สาคู !!!!!! แกทำอารายน้องโล่ ดูสิ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว แว้ว แว้ว

    หนุกๆๆ ยกมือให้ยี่สิบนิ้ว (รวมนิ้วเท้าด้วย อ่ะล้อเล่น)

    ยกนิ้วโป้งยอดเยี่ยมให้เลย

    #178
    0
  5. #105 ReReAnU. (@avagelinao) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 / 21:29
    ท่านคนแต่ง...ถามว่าผิดที่ใคร
    คำตอบคือถูกทุกข้อโดยเฉพาะ...ข้อ 4
    (แต่ก็ยังอยากอ่านต่อ)
    #105
    0
  6. #76 mee-kun (@mee-kun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2552 / 18:05
    รีบมาอัพน้าค้า >w< อยากอ่านนน ไม่ไหวแล้วง่ะ
    #76
    0
  7. #73 Gin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2552 / 22:53
    อ่าจริงด้วยๆเรื่องรูป มีอยู่รูปนึงที่สุกมือเปื้อนเลือด ข้างหลังเป็นตัวZ(รูปที่3) รูปนั้นคนไทยวาดนะคะ

    จำได้ว่าที่อากบักโกะ เคยมีคนมาลง แล้วเจ้าของภาพแกมาขอร้องให้ลบออกเพราะไม่อนุญาตนะ(ถึงแม้อากิฯจะปิดไปบางส่วนแล้วorz)

    แต่พอมาดูตอน25ภาคแรก ขำลู่ดีจริงๆ พอสุกบอกจะดูแลนานาลี่แทน ลู่แกโมโหยกปืนขึ้นเลย(ซิสค่อนมากลู่ เพื่อน้องจริง รักน้องคนเดียว~)

    ปล.ลืมบอกไปว่าที่กัดเรื่องสุก(ถึงจะเป็นแม่ยกสุก-ลู่) แต่เคยมีปัญหาส่วนตัวกับเจ้าบักสุกสมัยก่อน(เลยลำเอียงเข้าข้างลู่โล่สุด) แต่ก็ยังเชียร์สุก-ลู่อยู่นะ
    #73
    0
  8. #72 ตฤลาลัย (@Trilalai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2552 / 02:55
    นิทานโชกเลือด วะฮะฮะฮฮ่าาา
    ไม่ได้เข้ามาหลายวัน มาคราวนี้อดเม้นต์แรกแฮะ ชิชิ -3-

    เราชอบสุมากกว่าโล่ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าคนเขียนเขียนให้สุกหน้ามืดขนาดจับกดโล่ไปได้จริงคงจะไม่อ่านต่อแล้ว (หัวเราะ..ผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือก?) หรืออ่านต่อก็คงไม่มีคอมเม้นต์วับๆแวมๆมาให้เห็นแล้วล่ะ่ค่ะ หึหึึหึหึหึ (แม่ยกน่ากลัวจริง - -*)

    ความสัมพันธ์ของแต่ละคนระเบิดออกมาในตอนนี้แล้ว สุกที่ดูจะเก็บกดมานานในที่สุดก็มีใครกล้ามาตอกใส่หน้าแรงๆสักที (วะฮะฮ่าๆๆๆ ทั้งที่อยากให้คนๆนั้นเป็นลู่ก็เถอะ) หลังๆดูคนเขียนเชียร์ุสุก*โล่มิใช่น้อย ทำเอาเราหงุดหงิดมิใช่เล่น เหอๆ = = (ยังดีที่เมนหลักเป็นสุลู่ (??)  คึๆๆๆ) ลู่บทน้อยจัง T^T!

    ชอบนิทานมากค่ะ เห็นอะไรต่อมิอะไรสะท้อนออกมาได้ชัดจริงๆ แต่่ว่า เบื้องหลังนิทานคงไม่มีคำตอบหรอกใช่มั้ยว่าใครกันแน่ที่เป็นจอมมาร? และปิศาจคนนั้นถูกทรยศไปมากมายแค่ไหน? แล้ว...อัศวินสีดำคนนั้นตอนนี้ก็อยู่ตรงหน้าเขา(โ่ล่)นี่เอง

    หลังๆยาวได้ใจจริงๆ แต่ว่า... สรุปท้ายตอนกินที่ไปครึ่งแล้วนะท่าน! (ปล. บางรูปเจ้าของคนไทยและบังคับเครดิต ถ้าเขามาเห็นจะไม่ปลอดภัยนะเอ้อ = =)

    ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนที่มองแต่ตัวเองคงจะเป็นสุ แล้วคนที่มองแต่ลู่คงจะเป็นโ่ล่ มาตอนนี้กลับกันแล้วแฮะ (หัวเราะ) ยังไงก็ชอบความรู้สึกของสุกมากกว่านะ.. แต่ก็ ความห่างชั้นของประสบการณ์นี้ล่ะ สุกเจออะไรมาเยอะกว่าโล่ = = (ถึงโล่จะเป็นนักฆ่า แต่สุคือมนุษย์ที่เจื๋อนโอป้าตั้งแต่ยังไม่ถึงวัยทีน..) เพื่อนทรยศ หักเหลี่ยมโหด แฟนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา เสียศักดิ์ศรีเจียนตาย ขายเพื่อน โกหก หลอกลวง บลาๆๆๆๆๆ เพราะงั้นคงจะรับมือได้ดีกว่า(ในขึ้นหนึ่ง?) โอ๊ย แอบลุ้นให้ตอนสุกจูบนี่ลู่โผล่มาเห็นจริง (ฮาาา เรืื่องเครียดๆจะได้เครียดหนักกว่าเดิม?) ลู่เองก็แอบกลัวสองคนนี้จะไปกดกันเองอยู่ีนี่นะ (หัวเราะ) คนเขียนคะ ที่ไม่อยากให้สองคนนั้นมันกดกันเอง เพราะแม่ยกสงสารลู่ค่ะ! เป็นแม่ยกมีสิทธิ์สครีมให้คนที่ชอบได้ใ่ช่มั้ยคะ!?

    เรากลับชอบตอนที่สุกว่าโล่อยากให้กอดเหมือนลู่รึไงนี่แหละ กร๊ากกก ไม่ค่อยประกาศตัวโจ่งแจ้งเลยนะนิวเซโร่!!!

    ตอนท้ายที่ลู่ว่า พระเจ้าก็ทรยศเขานี่มันช่าง.. อ๊างงงง SM!! (ฮา กรุณาอ่านให้ขำ!) รู้สึกโชคชะตาเล่นตลกกับลูลูชในฟิคนี้เหลือเกิน (เพราะคนเขียนคือพระเจ้า... คนเขียนทรยศลู่แน่ะ -3- ให้คนรักเก่ากับใหม่มากดกันเอง ประหนึ่งเอ็มวีมิเชโยของคิมฮี เอิ๊ก รู้จักรึเปล่านี่...)

    รอต่อค่ะ!!แบบด่วนด้วย!!!!
    #72
    0
  9. #71 Gin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2552 / 01:01
    สุก แม่ยกสุก-ลู่คนนี้ขอคาเรนคอมโบX7ทีจะได้ไหม ทำอะไรลงไป~ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยเจ้าบ้า(โง่มากเจ้าบ้าๆๆ-บากะ) รู้นะว่าแกมองแต่ลู่(ดีใจ) แต่ช่วยมองคนอื่นซิเฮ้ย มองคนรอบๆข้างหน่อย โล่เลย.......................... แถมก่อนเกิดเรื่อง(ก็เกิดไปแล้ว)ดันไปจูบน้องโล่เขาอีก นอกใจเมียหรือไงงง(แต่สงสัยงานนี้สุก-ลู่ได้โทษตัวเองตายแน่ๆ)

    1กับ2ไม่ผิด เพราะคนเรายังไงมันก็ต้องรู้สึกกลัวกันเป็นธรรมดา

    ข้อ3 เอาไปเลยผิดเต็มเม็ดเต็มหน่วย กวนประสาทจนได้เรื่องเจ้าสุก (หรือจะสปินสาคู+ด้วยลู่จัมป์เข้าหน้าบักสุกมันดี หึๆๆ)-ลำเอียงเห็นๆสุดๆ

    ข้อ4 คนเขียนไม่ผิด ถ้าผิดเดี๋ยวเจอคนเขียนจับออกนอกกระทู้555+



    #71
    0
  10. #70 g.g.2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2552 / 17:16
    อื้อ อีกอย่าง ทำไมไอสุกมันเป็นคนแบบนี้หว่า นอกใจชัดๆ 555+ >//////<
    #70
    0
  11. #69 g.g. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2552 / 17:11
    อ๊า อย่าเพิ่งจบบบ &gt;&lt;!!! ตอนจบจะจบแบบครอบครัวสุขสันต์ไหมนะ อิอิ
    #69
    0
  12. #68 Moon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 23:23
    ให้ตอบรึ หึหึ ไม่ตอบดีก่าเด๋วจิไปทำร้ายคนเขียนตายซะก่อน (จิ้ม ข้อ4 55) ร้าวรานต่อไป นั่งดูที่อเมอยากได้พากทย์ไทยมากๆๆ กลับไปซื้อไม่ได้ TT^TT ที่นี้ ฉายช้ามากมายย เพิ่งถึง R2 ตอนที่15 (สงสารเชอร์รี่ตอนที่13 เสียงตอนใกล้ตายกรีดใจอย่างแรงง)



    เอาละในที่สุดน้องโล่ก้จะได้ตายอีกรอบ เอ้ยยย (แค้นที่เอากระสุนอัดท้องรี่มิหาย)





    จิงๆแล้วไม่ได้เกลียดเลยนะ การตายของน้องนุ๋เขาในR2อ่ะ คุ้มค่ามากก แต่ผลสุดท้ายยลู่ก็....



    ใช่แล้วฟิคพี่ย้อมใจได้ดีมากเซงจิตไป3คืนตอนที่อ่านสปอย์แล้วไปนั่งดูคลิป



    น้ำหนักลดจนเพื่อนว่าบ้า (เขาถูกอ่ะละ)



    กลับมาอัพไวๆเน้อ แม่ยกเชียร์



    ว่าแต่ไอสุกมันกล้าเจงๆไปยุ่งกะโล่เด๋วก็เจอแม่ลู่(ภรรยา?) ไล่ตึบเอาจนได้ >A< เข้มแข็งแล้วนิเนอะ



    ขัดใจนิดๆ อ่านกะลังเพลินๆ เจอเสียงนักเขียนทีมีมึนเลย จบแบบว้า ตัดๆๆๆ เล่นกลับหัวสมองมิทัน แต่เนื้อเรื่องดีมากเลยย สู้ๆต่อไปนะคะ
    #68
    0
  13. #67 Gisato (@ishino) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 18:27
    แล้วจะรอตอนต่อไปนะเจ้าคะ
    #67
    0
  14. #66 Rolo (@habbctk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 10:30
    บาดเหมือนกัน ...

    ขอตอบข้อ 4 ฮร่ะ ... = =/

    ม่ายช่ายยยย ล้อเล่นนะ 555

    ขอตอบข้อ 3 ละกัน เหตุผลคล้ายๆคนข้างล่าง

    หมั่นไส้สาคูมานานละ ... แถมยังริบังอาจมาชิงจูบคุณน้องโล่

    คิดแล้ว ... หึๆ อยากจะฟันคอสุนัก แกนะแก...

    ว่าแต่น้องโล่จะเป็นไงบ้างเนี่ย ขอเชียร์ให้ไม่เป็นไร

    ปล. ตัดได้สุดๆเลย ฉับจริงๆ อึ้งสนิท...
    #66
    0
  15. #65 MEAW_TA_NGAW (@pa_pa_phare) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 09:26
    บาดค่ะ....บาดดังฉึก!!!!

    สุดยอดมากจริงๆค่ะ
    ขอตอบคำถามนะค่ะ
    จริงๆอยากตอบข้อ 4 แทบขาดใจ...
    แต่กลัวโดนไรท์เตอร์หมกกระทู้...

    ดังนั้นข้อ 3 ค่ะ
    เหตุเพราะ...เรามีปัญหากับสุกเป็นการส่วนตัว
    ฉะนั้นมันจึงเป็นคนผิด...กร้ากกกกกก ก ก ก  (อินี่มันบ้าค่ะ อย่าคิดมาก)

    ในที่สุดนิทานที่น้องโล่อ่านก็จบซักที บ่งบอกได้ชัดเจนมากค่ะ
    จนน้องโล่ความจำกลับ...อาเมน = =''
    (พอนึกได้ทั้งสุกทั้งลู่เลยงานเข้าเลยทีเดียว)

    แอบเชียร์ให้โล่กดสุกจะผิดไหม?
    (แต่สาบานได้นะค่ะ ว่าเราเป็นแม่ยกสูลู่)
    เพราะ...หมั่นไส้สุกเว้ยเฮ้ยยยยยยย ย ย!!! = =++++
    (ขออภัยแม่ยกอัศวินผู้นี้ไว้ ณ ที่นี้ด้วย/โค้ง)

    อา...เหมือนเม้นต์นี้เริ่มเข้าป่า เอาเป็นว่ามาต่อเร็วๆนะค่ะ
    ชอบมากๆค่ะ ><b
    #65
    0