[Code Geass Fanfic]The Last and After Story (Yaoi)

ตอนที่ 13 : My Happiness

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 เม.ย. 52

Part 11 : My Happiness

เคยสัญญากับตนเองเอาไว้

เพื่อตอบแทนสำหรับการเสียสละอันมากมายของนาย พี่จึงได้ภาวนาขอให้นายเท่านั้นที่จงมีความสุขมากกว่าใคร

เคยเชื่อมั่นในตนเอง

ไม่ต้องห่วงนะโรโล่พี่จะปกป้องนายเอง เพราะงั้นขอเพียงแค่นายยังยิ้มอยู่ตรงนี้ก็พอ


ทั้งอย่างนั้นเราก็ไม่อาจทำอะไรได้เลย

และตอนนี้เรากำลังคิดว่า ขอให้ทุกอย่างมันเป็นเพียงฝันเท่านั้น

ภาพที่มองเข้าไปผ่านกระจกนั้นสร้างความเจ็บปวดให้ยิ่งว่าคมดาบที่เคยคร่าชีวิตเรา สิ้นหวังในทุกสิ่งราวกับว่าไม่อาจจะเชื่อมั่นในอะไรได้อีกแล้วแม้แต่ตนเอง รู้สึกอึดอัดราวกับจมอยู่ใต้น้ำลึก ทุกข์ทรมาณทั้งที่เพียงแค่ยืนมองเท่านั้น ร่างอันบอบบางตรงหน้าที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางมากมาย กราฟชีพจรที่เต้นไม่สม่ำเสมอนั่นมันอะไรกัน

สิ่งที่เราเห็นนั้นเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันคือความฝัน

"ลูลูช..."

"สึซาคุ..นี่มันอะไรกัน...มันเกิดอะไรขึ้น"ทำไมโรโล่ถึงเป็นแบบนี้ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเรายังคุยกันอยู่เลย

ทั้งรอยยิ้มนั่น คำอำลาและคำว่า"เจอกันพรุ่งนี้" แล้วนี่มันอะไรกัน ทำไมกัน...

"คือชั้น..."แม้แต่นายก็จะบอกว่าไม่รู้งั้นเหรอ

"พูดมาให้หมดสึซาคุชั้นจะต้องรู้ให้ได้ไม่ว่ามันจะเป็นความจริงแบบไหนก็ตาม"มือของเรากำแน่นพยายามจะข่มให้ตัวเองใจเย็นที่สุดไม่งั้นเราคงไม่อาจรับรู้ความเป็นจริงได้

"หมอบอกว่าเด็กคนนั้นตั้งแต่ที่ได้พบนายร่างกายของเค้าจะค่อยๆอ่อนแอลงเรื่อยๆจนต้องให้ยาบำรุงร่างกายมากมายเพื่อรักษาสภาพร่างกายเอาไว้"ยาอันมากมายพวกนั้นสินะที่เราเห็นแต่ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรทั้งที่รู้ดีว่าปริมาณยาเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน

"ความจริงชั้นควรบอกนายแต่ชั้นก็พูดไม่ออก..."แล้วหมอนั่นก็หันหน้าหนีไปแล้วเงียบ

"แล้วยังไงต่อ ชั้นไม่คิดว่านั่นคือเรื่องทั้งหมดหรอกนะ"เราถามด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บหน้าอก

"...นายน่ะบอกว่าจะเล่าความจริงให้เด็กคนนั้นฟังถ้าหากเขาถามสินะ แต่เด็กคนนั้นก็ไม่เคยถามเลยพอเห็นแบบนั้นแล้วชั้นก็เลยโกรธเพราะเด็กคนนั้นทำให้นายต้องทรมาณ ชั้นก็เลย..."เราแอบกัดฟันแน่น คิดจะทำเพื่อชั้นอีกแล้วจริงๆด้วยสินะ เจ้าบ้าเอ๊ย...

"ชั้นมาที่นี่เพื่อบอกให้เด็กคนนั้นเข้าใจแต่เราก็มีปากเสียงกัน เด็กคนนั้นบอกว่าชั้นเอาแต่มองนายเท่านั้นเค้าพูดเหมือนชั้นไม่เคยห่วงเค้ามันทำให้ชั้นโกรธมาก จนชั้น...ใช้กำลังกับเด็กคนนั้น..."คราวนี้หมอนั่นก้มหน้าลง ได้ยินเสียงสูดลมหายใจดังลอดออกมา

"ชั้นจูบเค้าและคิดจะ.."เพียงเท่านั้นหัวใจของเราก็บีบรัดจนแน่น ความเจ็บปวดพวยพุ่งออกมาอย่างไม่อาจหยุดได้ยิ่งกว่านั้นมันคือความโกรธที่มากเกินจะกล่าวถึงแต่เราก็อดทนไม่เผลอตะโกนออกไป

"ชั้นจะไม่ถามหรอกนะว่าทำไมต้องทำแบบนี้"เสียงของเราที่เอ่ยปากมาช่างเยียบเย็นจนน่าใจหาย พอๆกับที่ความโกรธมันสุมอยู่ในอกราวกับไฟ มันร้อนจนแทบจะปะทุออกมา

"เพราะงั้นเล่าต่อซะ"เราเอ่ยสั่งออกไป ตอนนี้เรากำลังมองหมอนั่นด้วยแววตาแบบไหนเราก็ไม่รู้

"หลังจากที่เค้าผลักชั้นออกไป อาการของเค้าก็แปลกไป สายตาของเค้าดูเหม่อลอยเหมือนไม่ได้มองที่ชั้น แล้วเค้าก็เปิดลิ้นชักออกมาในนั้นมีสายห้อยมือถือเก็บอยู่ พอเค้าเปิดมันออกมาแล้วเห็นรูปข้างในเค้าก็ร้องตะโกนออกมา จากนั้นก็ดิ้นทุรนทุรายเหมือนทรมาณมาก"สายห้อยอันนั้นมันคืออันที่เราให้ไป รูปในนั้นคือ...หรือว่าไม่จริง..

"เค้าตะโกนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ยื่นมือออกไปแล้วก็ตะโกนว่าพี่ครับช่วยผมด้วย ส่วนที่เหลือมันคือความคิดของชั้นเองเด็กคนั้นน่ะเมื่อได้รับความทรงจำทั้งหมดมาเค้าจะต้องตายแต่เพระาอะไรชั้นก็ไม่รู้ มันยากที่จะเชื่อชั้นเองก็รู้แต่ว่า..."

"พอเถอะ...พอแล้วไม่ต้องเล่าต่อแล้ว...."พอได้แล้ว มันมากพอแล้ว อย่าทำให้ชั้นต้องรู้สึกผิดไปมากกว่านี้เลย ร่างกายของเราไร้เรี่ยงแรงจะทรงตัวให้ยืนอยู่ ภาพข้างหน้าดูเลือนรางไปหมด เรายกมือแตะกระจกที่เย็นเฉียบ ทั้งที่เศร้าใจแต่น้ำตาก็ไม่มีให้ไหลออกมาอีกแล้ว หัวใจกำลังด้านชาไปทุกที

"ลูลูช..."หมอนั่นดึงเราเข้าไปกอด แต่เราก็ไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นหรืออ่นโยนเลย

"ร้องไห้ออกมาสิลูลูช โทษชั้นเถอะจะฆ่าชั้นก็ได้แต่ได้โปรดร้องไห้เถอะนะ"ชั้นทำไม่ได้หรอกนะสึซาคุ ชั้นร้องไห้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ หัวใจของชั้นมันไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะความอ่อนโยนหรือความอบอุ่น ทุกอย่างมันทอดทิ้งชั้นไปหมดแล้ว

"ไม่ได้หรอกสึซาคุ ชั้นโทษนายไม่ได้คนที่ผิดก็คือชั้น มันผิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว มันผิดมาตั้งแต่วันที่ชั้นดึงเค้ามาอยู่ข้างกายชั้นแล้ว ทุกอย่างชั้นเป็นคนเริ่มมันขึ้นมาเอง ชั้นน่ะมันคนโหดร้ายใช้ประโยชน์จากเค้าสารพัด ทั้งหลอกใช้แล้วคิดฆ่าทิ้งพอเป็นแบบนี้แล้วจะให้ชั้นเรียกร้องอะไรอีก"พอเถอะนะ อย่าได้เห็นใจชั้นอีกเลย คำขอที่เอ่ยไปหลายต่อหลายครั้ง

"เพราะงั้นชั้นจะร้องไห้ไม่ได้ มันน่าสมเพชเกินไป นายไม่ผิดหรอกเพราะต่อให้ชั้นเป็นคนพูดเองมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนบางทีทุกอย่างมันคงถูกกำหนดเอาไว้แล้ว"แต่ใครกันที่เป็นคนกำหนด พระเจ้างั้นเหรอ โรโล่งั้นหรือหรือว่าเราเอง

"แต่ว่าโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลยทั้งที่ชั้นเป็นคนผิดแต่คนที่เจ็บปวดกลับไม่ใช่ชั้น คนที่เจ็บปวดที่สุดจะต้องเป็นคนที่ชั้นรักทุกครั้งไป"ฆ่าคนมามากมาย แต่คนที่เจ็บกลับไม่ใช่เรา ย้อมโลกนี้ให้เป็นสีแดงกำจัดแม้กระทั่งพ่อแม่ของตนเองแล้วทำไมน้ำตาที่ไหลออกมาจึงไม่ใช่ของเรา

"พอแล้วลูลูชอย่าพูดอีกเลยนะ"

"นี่สึซาคุนายรู้มั้ย โลกนี้น่ะทอดทิ้งชั้นอย่างที่นายบอกจริงๆนั่นแหละ เพราะว่าคำขอของชั้นไม่เคยเป็นจริงเลย"ขอให้มีความสุข แต่ก็ไม่เคยได้รับมา ทั้งที่นั่นไม่ใช่คำขอเพื่อตัวเองแท้ๆ

เราคงถูกโลกทอดทิ้งแล้วจริงๆสินะ

---------------------------------------------------

ถ้านายด่าว่าชั้นโกรธเกลียดชั้นมันคงดีกว่านี้

ถ้านายร้องไห้ออกมามันคงดีกว่านี้

แล้วทำไมนายต้องโทษตัวเองด้วยแล้วแบบนี้จะให้ชั้นบอกขอโทษนายได้ยังไงกัน

"ลูลูชอย่าพูดแบบนี้อีกเลยนะ นายไม่ผิดเลย"คนที่ผิดก็คือชั้น อย่าได้โทษตัวเองเลยนะ

"ด่าว่าชั้นเถอะนะทำให้ชั้นรู้สึกผิดมากกว่านี้เถอะนะ ให้มันสาสมกับที่ชั้นได้ทำลงไป"ร่างของลูลูชที่กอดอยู่นั้นนิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ พอเราก้มลงมองลูลูชก็หลับไปแล้ว ไม่สิถ้าพูดให้ถูกคงจะหมดสติมากกว่า

เราอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้นแนบอก ร่างของลูลูชนั้นเบาจนน่าตกใจใบหน้าซีดเซียวพอๆกับร่าวที่นอนอยู่หลังกระจกบานนี้ แม้จะมีเครื่องช่วยหายใจแต่เด็กคนนั้นก็ยังคงหายใจลำบาก เส้นกราฟที่เต้นเพียงแผ่วๆจนแทบจะเป็นเส้นตรงทำให้เราใจหาย

"นี่ชั้นทำอะไรลงไป"อีกแล้ว ชั้นทำผิดอีกแล้ว

ทำไมชั้นถึงได้โง่เง่าแบบนี้ ทำร้ายทุกคนเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

พอทุกอย่างเกิดขึ้นก็ได้แต่นั่งโทษตัวเองแก้ไขอะไรไม่ได้

เรามัน......น่าสมเพชที่สุด

"มอบความผิดให้ชั้นเถอะ นายควรจะมีความสุขนะนายน่ะทุกข์ทรมาณมามากพอแล้ว"ไม่สิมากเกินไปด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะตั้งแต่อดีตจนถึงเดี๋ยวนี้นายเคยพบความสุขที่แท้จริงบ้างมั้ยนะ

เราหันไปมองร่างของเด็กคนนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินกลับไปพร้อมกับร่างของลูลูชในอ้อมกอดของเรา เด็กคนนั้นที่นอนอยู่ตรงนั้นดูราวกับจะเลือนหายไปทีละนิด

คิดเพียงแค่นั้นใจของเราก็หายวาบ เหมือนกับส่วนหนึ่งของหัวใจได้หายไป มันเพราะอะไรกันนะทั้งที่เราไม่ได้รักเด็กคนนั้นเลยแม้แต่น้อย

แล้วทำไมหัวใจจึงได้เจ็บปวดแบบนี้

คำพูดของเด็กคนนั้น

คุณน่ะมองแต่พี่เท่านั้นไม่เคยมองอะไรเลย คิดเหรอว่ามีเพียงพี่ลูลูชเท่านั้นที่เจ็บปวด คิดถึงแต่ความรู้สึกของพี่ลูลูชแล้วความรู้สึกของผมล่ะ จริงๆแล้วคุณน่ะไม่เคยมองผมด้วยซ้ำไป!

ความรู้สึกอันแท้จริงที่ตะโกนออกมา น้ำตาในตอนนั้น ทั้งที่ไม่ได้รักทั้งที่คิดว่าลูลูชสำคัญที่สุดแต่ทำไมเราต้องเจ็บปวดด้วย

จริงสิ...เราไม่เคยมองเค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว

บางทีเราคงมองเห็นภาพซ้อนของลูลูชในสมัยเด็กซ้อนทับกับเด็กคนนั้น เราจึงไม่เคยเรียกชื่อของเค้าแม้แต่ครั้งเดียว

นั่นเพราะแท้จริงแล้วเราไม่เคยมองตัวตนที่แท้จริงของเค้าเลย แล้วแบบนี้จะนับประสาอะไรกับความรู้สึกของเด็กคนนั้น ไม่ว่าจะเติบโตขึ้นแค่ไหนเราก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เชื่อแต่ความคิดของตนเอง คิดว่าตัวเองคือคนที่ถูกไม่เคยมองรอบข้างและไม่สนใจในความรู้สึกของคนข้างตัวเลย

เพราะแบบนี้สินะเราถึงได้สูญเสียคนที่อยู่ข้างเราไปทุกครั้ง

บนเส้นทางของชีวิตอันยาวไกลเรายังคงยืนอยู่ที่เดิม หันหลังให้กับอนาคตมองแต่เพียงอดีต

จนสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็พังทลายลงมา

พอมองใบหน้าของลูลูชที่ไม่ได้สติก็ยิ่งรู้สึกเกลียดตนเอง เคยคิดว่าตัวเองนั้นเข้มแข็งพอที่จะปกป้องคนสำคัญของตัวเองแต่ว่าในความเป็นจริงแล้วเราต่างหากที่ถูกลูลูชปกป้องเสมอมา คนที่หลอกตัวเองว่ามีความสุขนั้นไม่ใช่ลูลูชแต่คือ ตัวเราเอง

เมื่อถึงบ้านเราก็อุ้มลูลูชไปนอนที่ห้อง ร่างอันบอบบางถูกวางลงบนที่นอนพร้อมกับวิกผมสีเงินที่ถูกถอดออก เราถอดหน้ากากของตัวเองแล้วลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา ตอนนั้นเองที่หยดน้ำไร้สีก็ร่วงหล่นลงบนใบหน้าของลูลูช

"นี่น้ำตาของชั้นงั้นเหรอ..."มองออกไปข้างนอกท้องฟ้าที่เคยมืดมิดกำลังแปรเปลี่ยน ดวงดาวกำลังเลือนหายไปจากท้องฟ้า เรามองเห็นดวงดาวที่ร่วงหล่นและหายไปในท้องฟ้า

ไม่นะได้โปรดอย่าหายไป

คำภาวนาที่เอ่ยขอ

มือที่เอื้อมออกไปเบื้องหน้า

และแล้วพระอาทิตย์ก็เริ่มสาดแสงอีกครั้ง

ในเช้าวันใหม่อันสดใสที่ใครบางคนกำลังจะหายไปเฉกเช่นฟองสบู่

ล่องลอยไปบนท้องฟ้าก่อนจะแตกสลายหายไปในแสงสว่าง

"ลูลูชชั้นเคยบอกว่านายถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งสินะ ชั้นเองก็เหมือนกัน พวกเราน่ะถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งแล้วล่ะ"เพราะคำภาวนาที่ไขว่คว้ามาด้วยความเจ็บปวดต่างก็ได้เลือนหายไปทุกครั้งที่เราปล่อยให้มันหลุดมือไป

เราคิดแบบนั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกไป ข้างนอกนั้นเธอได้ยืนอยู่ตรงนั้น

"มาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"นายคิดจะทำอะไรต่อไป"เธอไม่ตอบทั้งยังถามเรากลับ

"...ชั้นไม่รู้"

"เฮ้อ..ทั้งนายแล้วก็ลูลูชเมื่อไหร่จะโตกันซักทีนะ"เธอถอนหายใจออกมาแล้วเอนตัวพิงเสา เราไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไรแต่เราก็ไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้น

"ช่วยไม่ได้งั้นชั้นจะให้ทางเลือกกับนายละกัน ฟังนะ..."แล้วเธอก็เดินมากระซิบที่ข้างหูของเรา สิ่งที่ได้ฟังนั้นแม้มันจะไม่ใช่แสงสว่างแต่กระนั้นเราก็ยัง...

"นายตัดสินใจเอาเองละกันนะ"ถ้าเราทำสิ่งที่ได้ฟังไปนั้นมันจะดีจริงๆงั้นเหรอ

แต่ทุกอย่างนั้นก็อยู่ในมือของเราแล้ว

เราจึงตัดสินใจกลับไปที่ศูนย์วิจัยอีกครั้ง เพื่อที่จะกระทำในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจเลือกแล้ว แม้ทางเลือกนั้นจะต้องทำร้ายซึ่งกันและกันก็ตาม

---------------------------------------------------

ที่นี่คือ....ที่ไหน...

ทำไมถึงได้เต็มไปด้วยสีแดง

ทำไมถึงได้หนาวขนาดนี้

ผมลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในโลกอันแปลกประหลาด ท้องฟ้าที่เป็นสีขาวซีดกับพื้นที่เต็มไปด้วยน้ำสีแดง ในระหว่างที่ผมกำลังมองรอบข้างอยู่นั่นเองเสียงของใครบางคนที่เคยได้ยินก็ดังขึ้น

"สุดท้ายนายก็มาที่นี่สินะ"ผมหันกลับไปมองแต่ก็ไม่มีใครยืนอยู่เลย แล้วเสียงนั้นมาจากที่ไหนกัน

"ทั้งที่ชั้นไม่อยากจะเจอนายแท้ๆ"

"นายอยู่ที่ไหนกัน"ผมถามออกไป

"อยู่ที่นี่ไงล่ะ ชั้นน่ะอยู่ที่นี่ตลอดเวลา"อยู่ที่นี่ทั้งที่ในโลกใบนี้มีผมยืนอยู่เพียงคนเดียว

"ชั้นจะบอกให้ถึงทุกอย่างที่นายต้องการจะรู้ เพราะงั้นนายลองมองลงมาข้างล่างสิ"พอผมมองลงไปตามที่เค้าบอกภาพที่สะท้อนออกมาจากน้ำนั้นคือตัวผมซึ่งมีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ในดวงตาข้างขวา ตัวของผมเองกำลังมองผมด้วยแววตาที่แสนเศร้า

"นี่นายเป็นใครกัน"ผมถามออกไปทั้งที่มั่นใจในความคิดของตนเอง

"ชั้นก็คือนายคนที่แล้วยังไงล่ะหรือถ้าจะพูดให้ถูกตัวชั้นก็คือความทรงจำทั้งหมดของนาย"

"แล้วทำไมนายถึงไปอยู่ที่นั่น"อยู่ในโลกของน้ำสีเลือดแล้วยังยิ้มออกมาด้วยใบหน้าแบบนั้น

ใบหน้าแบบนั้นทั้งที่ดูมีความสุขแต่กลับเจือไปด้วยความเศร้า

ความจริงทั้งหมดคืออะไรกัน

"นายคงจำได้แล้วสินะว่านายตายไปแล้ว ความจริงคนที่ตายน่ะไม่ใช่นายหรอกแต่คือชั้นต่างหาก"คำพูดที่ทำให้ผมสับสน ผมไม่เข้าใจเลยในสิ่งที่เค้าต้องการจะสื่ออกมา

"ไม่เข้าใจใช่ไหมงั้นลองมาดูด้วยตาตัวเองมั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น"เขายื่นมือมาแตะที่ผิวน้ำ ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นรู้แต่เพียงว่า ผมอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมด

คราวนี้มันถึงเวลาที่ผมจะต้องก้าวเดินแล้ว

และผมก็ยื่นมืออกไปยังเขาคนนั้นซึ่งก็คือตัวผมเอง

วินาทีที่มือของเราสองคนสัมผัสกันผ่านภาพสะท้อนนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา

แสงนั้นไม่ได้อบอุ่นแต่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บแต่แม้กระนั้นผมก็จะไม่มีทางปล่อยมือข้างนี้

ผมจะไม่มีวันยอมสูญเสียโอกาสนี้เด็ดขาด

รอผมก่อนนะครับพี่ลูลูช

---------------------------------------------------

หมอนั่นไปแล้วสินะ...

เราลืมตาและลุกขึ้นนั่ง จริงๆเราได้สติตั้งแต่ตอนที่หมอนั่นเดินเข้ามาในบ้านนี้แล้วแต่แค่ยังเหมือนร่างกายไม่มีแรงเลยยังไม่ขยับตัว พอเริ่มมีแรงหมอนั่นก็เริ่มพูดความในใจออกมา น้ำตาของหมอนั่นที่หยดลงบนใบหน้าเรานั่นคือใจจริงของนายสินะ

นายน่ะจริงๆแล้วเป็นคนอ่อนโยนมากชั้นรู้ดี นายเพียงแค่อยากให้ชั้นมีความสุขเท่านั้นแล้วแบบนี้จะให้ชั้นไปต่อว่านายได้ยังไง

ถ้าหากชั้นต่อว่านายออกไป ชั้นก็คงเป็นมนุษย์ที่ไร้หัวใจที่สุด

ท้องฟ้าสว่างแล้ว สำหรับเรามันช่างเป็นค่ำคืนที่ยาวนานอันไร้ที่สิ้นสุด แม้กระทั่งตอนนี้ที่แม้ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้าในใจของเราก็ยังรู้สึกว่ามันมืดมิดอยู่ดี

ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะถามคำถามแบบนี้เหมือนผู้หญิง

ทำไมคนเราต้องมีหัวใจ

ทั้งที่ถ้าหากไม่มีหัวใจคงมีความสุขกว่านี้

แต่เราก็ตอบคำถามนี้ให้กับตัวเองอย่างรวดเร็วเช่นกันว่า หากโลกนี้ไร้ซึ่งหัวใจก็คงไร้ซึ่งความสุข การได้รักและถูกรักมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่วิเศษที่สุด จะดีหรือร้ายก็อยู่ที่การมองและยอมรับ

คนที่พร่ำรำพันว่า ถ้าหากไม่ต้องมีหัวใจก็คงดีมีแต่เพียงคนอ่อนแอเท่านั้นซึ่งเราเองก็เคยเป็นเช่นนั้น

เราจะไม่ย้อนหันหลังกับไปในเส้นทางที่ผ่านมา สาบานกับตนเองเช่นนั้น

ไม่ว่าจะต้องเจ็บปวดเท่าไรก็จะลุกขึ้น ย้ำกับตนเองเช่นนั้น

เราไม่ต้องมีความสุขก็ได้ บอกกับตนเองเช่นนั้น

แต่แล้วทำไมคนที่เรารักถึงไม่มีความสุขเสียที

โรโล่กับชีวิตที่กำลังจะดับสิ้นลง สึซาคุที่โทษว่าเป็นความผิดของตนเอง ความสุขที่จางหายไป คำภาวนาที่ส่งไปไม่ถึง

หมอนั่นบอกเราว่าอย่าโทษตัวเอง แต่แบบนั้นมันก็คือการหนีความจริง คนที่บอกว่าอย่าหนีก็คือหมอนั่นแท้ๆ ดังนั้นเราจะไม่หนี เราไม่อาจจะหนีมันพ้นได้มีแต่ต้องยอมรับกับมันเท่านั้น

ในขณะที่เรากำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเองประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของใครบางคนที่เราไม่ได้มานาน

---------------------------------------------------

แสงสว่างที่เจิดจ้าทำให้ตาของเราพร่ามัว

เรามองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นนอกจากสีขาว แต่พอกระพริบตาอีกครั้งรอบข้างก็แปรเปลี่ยนไป

[ที่นี่...]สถานที่อยู่ข้างหน้านั้นช่างรู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่น่าโหยหา ตัวเราที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนในชุดสีขาว มือที่ถือมีดกับร่างของใครบางคนที่อยู่ข้างหน้า เขาคนนั้นถูกมัดเอาไว้กับเก้าอี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"โรโล่ใช้มีดในมือฆ่าชายคนนั้นซะ"ใครสักคนในชุดขาวสั่งผม และเพียงแค่ผมกระพริบตาครั้งเดียวรอบข้างก็หยุดนิ่งยกเว้นตัวผมเองที่กำลังเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆก่อนจะยกมีดขึ้น

อย่า..ไม่นะ...

ผมห้ามตัวเองแต่ก็ไม่ได้ผล เสียงของผมไม่ได้ถูกส่งออกไป ร่างกายเองก็ไม่ยอมทำตามคำสั่ง เพราะมันคืออดีตอย่างงั้นเหรอ

[ใช่แล้ว เพราะงั้นนายไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้หรอก]เสียงของคนที่หน้าตาเหมือนผมตอบ และสิ้นคำเขาใบมีดนั้นก็เฉือนเข้าที่คอของชายคนนั้นทันที เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากปากแผลรู้ตัวอีกทีร่างกายของผมก็ถูกย้อมไปด้วยสีแดง ทั้งที่น่าจะรังเกียจหรือหวาดกลัวแต่ทำไมตัวของผมถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย

ไม่ว่าจะเลือดที่เปรอะเปื้อนไปบนใบหน้า กลิ่นคาวของเลือด มือที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีแดง

ทำไมผมถึงได้เฉยชากับสิ่งเหล่านี้กัน

[นั่นเพราะว่าตั้งแต่เกิดมาชั้นกับนายก็ทำแบบนี้มาตลอดยังไงล่ะ ชั้นจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฆ่าคนครั้งแรกเมื่อไหร่]น้ำเสียงของเขาฟังดูคล้ายจะเฉยชาแต่กลับรู้สึกได้ถึงความเศร้าเล็กน้อย

[สำหรับชั้นการฆ่าคนก็ไม่ต่างกับการกินอาหาร มันเป็นเรื่องที่อยู่ในกิจวัตรประจำวัน ทุกวันที่ชั้นจะถูกพาไปที่ต่างๆเพื่อฆ่าคนเหล่านั้นชั้นไม่ได้ทำเพราะถูกบังคับชั้นจึงไม่คิดว่าตัวเองน่าสงสาร มันก็แค่คำสั่งเท่านั้น แต่ว่าในวันหนึ่งทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป]ผมมองไม่เห็นเค้าแต่กลับรู้สึกเหมือนเขากำลังยิ้มอยู่ ภาพเบื้องหน้าได้แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ตัวของผมยืนอยู่เบื้องหน้าใครคนหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียง เขาคนนั้นคือ พี่ลูลูช

[ในวันหนึ่งชั้นก็ได้รับมอบหมายภารกิจใหม่นั่นก็คือ จับตาดูพี่หรือเซโร่ผู้นำภาคีอัศวินดำศัตรูของพวกเราชาวบริทาเนีย]

[เพระาอะไร]ผมถามออกไปขณะที่ยังคงมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนั้น

[พี่คิดจะก่อกบฏไงล่ะแต่ก็ถูกจับ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพวกเค้าถึงไม่ฆ่าพี่ลูลูชส่วนคำสั่งที่ชั้นได้รับก็คือจับตาดูว่าเมื่อพี่ได้รับความทรงจำกลับมาเมื่อไรก็ให้ฆ่าซะโดยในระหว่างที่จับตาดูชั้นก็จะอยู่ในฐานะน้องชายของพี่ซึ่งก็คือโรโล่ แลมเพอร์รูจ]เขาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดต่อ

[ใช่แล้วล่ะ ชั้นกับพี่ลูลูชไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆหรอก]คำตอบของเขาทำให้ผมตกใจแค่เพียงเล็กน้อย ความจริงผมคงจะรู้อยู่แล้วแต่เพียงแค่ทำเป็นไม่รู้เท่านั้นเอง

[แล้วหลังจากนั้นล่ะ]

[สำหรับชั้นมันเป็นภารกิจที่แปลกประหลาดแต่ก็ไม่ได้คิดคัดค้านอะไรแค่สั่งให้ทำชั้นก็จะทำเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่ว่าใครจะตายมันก็ไม่เกี่ยวกับชั้นคำว่าวันพรุ่งนี้ไม่มีความหมายสำหรับชั้นหรอก ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปชั้นก็แค่ทำให้ใครบางคนหายไปเท่านั้นเอง แต่ว่าทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป]แล้วผมก็มองเห็นร่างบนเตียงที่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะหันมามองผมด้วยดวงตาสีม่วงสวย

"นาย..."สายตาของเขามองผมด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ดูสับสนอะไร

"ฟื้นแล้วเหรอครับ..พี่"ปากของผมเอ่ยถามออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ

"จำผมได้รึเปล่าครับ ผมโรโล่น้องชายของพี่ไงครับ"พี่ลูลูชมองลึกเข้าไปในดวงตาของผมก่อนจะยกมือขึ้นมาจับหน้าของผมและลูบมันเบาๆ

"อา..ใช่แล้ว น้องชายของชั้นที่มีเพียงคนเดียวในโลกนี้"ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยเริ่มเปล่งประกายออกมาอย่างงดงาม

"นายยังอยู่ตรงนี้สินะ ดีจัง..."และแล้วพี่ลูลูชก็ยิ้มออกมาก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

[ชั้นในตอนนั้นไม่เข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้นเลย จนกระทั่งเมื่อเราได้อยู่ด้วยกัน]แล้วภาพเบื้องหน้าเราก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ตอนนี้เรากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับพี่ลูลูชในชุดนักเรียนสีดำระหว่างที่ทานอาการกันพี่ก็ชวนเราคุยไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งพี่ได้ถามคำถามหนึ่งออกมา

"โรโล่ทำไมนายถึงไม่ยิ้มเลยล่ะ"

"แล้วทำไมถึงต้องยิ้มล่ะครับ"ตัวของผมถามกลับไปแบบนั้น พี่ลูลูชทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มและตอบกลับมา

"เพราะคนที่ยิ้มคือคนที่มีความสุขน่ะสิ พี่อยากให้นายมีความสุขเพราะงั้นลองยิ้มดูสิต้องน่ารักมากแน่ๆ"รู้สึกได้ว่าหัวใจของตนเองนั้นสั่นไหวกับคำพูดนั้น

[น่าแปลกนะทั้งที่เป็นคำธรรมดาๆแต่ชั้นกลับรู้สึกดีใจมากเลยราวกับได้รับของสำคัญมาเลย คงเพราะว่าไม่เคยมีใครบอกกับชั้นแบบนี้มาก่อนละมั้ง]น้ำเสียงของเขาฟังดูอบอุ่นและอ่อนโยนต่างจากตอนแรกที่ฟังดูไร้อารมณ์

[แม้จะเป็นเวลาเพียงปีเดียวที่เราได้อยู่ด้วยกันแต่ชั้นก็มีความสุขจนใจชั้นแอบภาวนากับตัวเองว่าขอให้พี่อย่าได้จดจำอดีตได้เลย แต่ว่าคำขอก็ไม่เป็นจริง ในที่สุดวันที่ชั้นกลัวก็มาถึงวันที่พี่จำทุกสิ่งทุกอย่างได้]รู้สึกเจ็บในอกขึ้นมาเมื่อเบื้องหน้าของเรานั้นคือพี่ลูลูชและตัวเราที่ถือปืนหันไปทางพี่ลูลูช

[บางทีในตอนนั้นสิ่งที่ชั้นกลัวไม่ใช่การฆ่าพี่แต่อาจจะเป็นเพราะชั้นไม่อาจจะอยู่ข้างกายพี่ในฐานะน้องชายได้อีกแล้ว ชั้นมันก็แค่น้องชายจอมปลอมเมื่อพี่ยกข้อแลกเปลี่ยนขึ้นมาชั้นจึงได้ตกลง]ภาพได้เปลี่ยนต่อไปเรื่อยๆเหมือนม้วนหนัง คราวนี้ที่ๆผมอยู่คือในบางสิ่งที่เหมือนเครื่องจักรกับกระสุนที่กำลังจะเข้ามาฆ่าผม แต่แล้วภาพในจอข้างหน้าก็มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งมากันผมเอาไว้

"ทำไม..ถึงช่วย..ผม"ตัวผมถามเขา

"เพราะว่านายคือน้องชายของชั้น แม้นายจะเป็นน้องชายจอมปลอมแต่ว่าเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันนั้น...ไม่ใช่เรื่องโกหก"คำพูดที่แสนอ่อนโยนได้ซึมซาบเข้าไปในหัวใจ มันช่างอ่อนโยนจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา

[หลังจากนั้นชั้นก็ได้มาอยู่ข้างกายพี่ ต่อสู้เพื่อพี่ ตัวตนของชั้นไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป ต่อให้พี่หลอกใช้ชั้นหรือมองเห็นชั้นเป็นเพียงแค่คู่นอนชั้นก็ยังมีความสุขเพราะอย่างน้อยพี่ก็มองมาที่ชั้น จะโกหกก็ช่างชั้นไม่สนใจหรอกเพระาชั้นได้สัญญากับพี่ไปแล้วว่าไม่ว่าพี่จะเลือกทางไหนชั้นก็จะอยู่เคียงข้างพี่เสมอ]ในถ้อยคำที่แสนเข้มแข็งนั้นผมสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด แม้จะเชื่อมั่นในทางที่ตัวเองเลือกแต่ก็ยังเจ็บปวดสินะ นายช่างเข้มแข็งเหลือเกินต่างกับตัวชั้นที่แสนอ่อนแอคนนี้

[แต่ว่าชั้นก็ผิดสัญญาไปจนได้]ทันใดนั้นสิ่งที่ผมมองเห็นก็คือใบหน้าที่แสนโศกเศร้าของพี่ลูลูช ตัวผมเองที่เข้าไปปลอบโยนนั้นกลับได้รับคำพูดที่แสนโหดร้าย

"ชั้นน่ะเกลียดนายและคิดฆ่านายตั้งหลายครั้งด้วยรู้ไว้ซะ!"วินาทีนั้นเหมือนหัวใจได้แตกสลายลง ทำไมพี่ลูลูชถึงพูดแบบนั้น น้ำตาของผมได้ไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ตัวผมที่วิ่งออกไปจากตรงนั้นกำลังร้องไห้ จนกระทั่งได้ยินเสียงที่คนในชุดสีดำพูดกัน

"เร็วเข้ารีบไปเตรียมตัวจัดการเจ้าเซโร่นั่น หนอย..บังอาจมาหลอกใช้พวกเราได้นะ"

[หัวใจของชั้นเจ็บปวดและสับสน มือของชั้นกำเข้าหากันจนแน่นคิดแต่เพียงว่าจะต่อสู้ไปเพื่ออะไรในเมื่อเค้าไม่ต้องการชั้นแล้ว แต่ว่า...]เสียงบทเพลงได้ดังขึ้น สายมือถือที่ร่วงหล่นบนพื้นเปิดอ้าออก ท่วงทำนองอันแสนไพเราะที่ได้ยินทำให้หัวใจรู้สึกสงบ ยามเมื่อมองเข้าไปก็เห็นภาพของตัวเราเองกับพี่ลูลูชที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข

[ชั้นก็ได้ตัดสินใจ ต่อให้พี่ไม่ต้องการชั้น ชั้นก็จะทำเพื่อพี่แม้พี่จะไม่ได้รักชั้นก็ไม่เป็นไรเพราะชั้นจะเป็นฝ่ายที่รักพี่เองแค่นั้นก็เพียงพอแล้วตัวของชั้นจึงได้กระโจนขึ้นสู่ชินคิโรเพื่อจะปกป้องพี่]

"ผมจะปกป้องพี่เอง!"ตัวผมประกาศออกไปเสียงดังด้วยหัวใจที่เชื่อมั่น

[จะถูกทอดทิ้งก็ช่างประไร จะไม่ได้รักก็ช่างเพราะความสุขของชั้นคือการได้เห็นรอยยิ้มของพี่ลูลูชดังนั้นชั้นจะปกป้องพี่ด้วยพลังของชั้น]ภาพเปลี่ยนไปอีกแล้วบางทีมันคงเป็นครั้งสุดท้าย ภายใต้ต้นไม้สีเขียวกับแสงที่สาดลงมาบางเบาพี่ลุลูชอยู่ข้างหน้าผมด้วยใบหน้าที่ดูเศร้าระคนแปลกใจ

"นี่โรโล่ทำไมถึงช่วยพี่ล่ะ..."พี่ลูลูชถาม ตัวของผมกำลังยิ้มทั้งที่กำลังจะตาย แต่ผมก็รู้ว่าเพราะอะไรเพราะว่ามีความสุขไงล่ะ

"ก็เพราะว่าพี่เป็นคนโกหกไงล่ะ...ที่บอกว่าเกลียดผมและคิดจะฆ่าผมน่ะโกหกใช่มั้ย.."คำพูดของตัวผมจะสื่อไปถึงพี่ไหมนะ มันคือคำโกหกของผม

"...ใช่แล้วล่ะ สมกับที่เป็นน้องชายของพี่"นั่นคือคำโกหกของพี่สินะ แต่ว่าภายใต้คำโกหกนั้นผมมองเห็นถึงความรู้สึกที่แท้จริงของพี่ลูลูชที่อยู่ในรอยยิ้มนั้น แม้พี่ลูลูชจะไม่ร้องไห้ออกมาแต่เพียงแค่พี่ลูลูชยิ้มออกมาผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว แล้วทุกอย่างก็หายไปผมกลับมาอยู่เหนือผืนน้ำสีแดงอีกครั้ง คนที่อยู่ข้างหน้าผมก็คือตัวผมอีกคนหนึ่ง

"แต่ว่าแล้วทำไมตัวชั้นถึงได้ไปอยู่ที่นั่น อยู่ข้างพี่ลูลูชโดยที่ชั้นจำอะไรไม่ได้เลย"และผมก็ถามคำถามที่คาใจผมมาตลอดตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็หวนนึกถึงพี่ลูลูช จะเจ็บปวดมากแค่ไหนกันนะที่เราลืมเค้าไป การที่พี่ลูลูชมาอยู่เคียงข้างเรามันทำให้พี่ทรมาณแค่ไหนกันนะ

"หลังจากที่ชั้นตายชั้นก็มาอยู่ในที่แห่งนี้โลกที่มีเพียงสีขาว แต่ชั้นก็รับรู้ทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตามแม้แต่เรื่องที่พี่ลูลูชขึ้นเป็นจักรพรรดิและตัดสินใจให้เซโร่คนนั้นหรือก็คือคุรุรุงิ สึซาคุปลิดชีพตนเองทั้งหมดก็เพื่อเป็นการไถ่บาปและสร้างโลกที่แตกสลายนี้ขึ้นมาใหม่โดยแลกกับชีวิตของตัวเอง"ความจริงทีได้รับรู้นั้นช่างแสนโหดร้ายแต่ว่าผมก็จะไม่ยอมแพ้มันเด็ดขาด ผมจะต้องรู้ให้ได้เพื่อที่จะทวงความสุขทั้งหมดกลับมา

"นอกนั้นสิ่งที่ชั้นจดจำได้ก็คือตัวตนของชั้นที่ถูกพามาที่แห่งนี้และถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อที่จะใช้ชั้นสังหารผู้คนอีกครั้ง แต่ว่าชั้นไม่ยอมหรอกพลังนี้น่ะมีไว้เพื่อพี่ลูลูชเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นชั้นไม่คิดจะใช้มันเพื่อใครอีกแล้วชั้นจึงตัดสินใจปิดผนึกตนเองเอาไว้และหลับไหลอยู่ในโลกใบนี้จนกระทั่งพี่ได้มาพบกับชั้น การพบกับพี่กระตุ้นให้ตัวชั้นลืมตาตื่นขึ้นมา ชั้นสัมผัสได้ว่าพี่ยังมีชีวิตอยู่ทำให้ชั้นอยากจะเจอกับพี่อีกครั้งและความปรารถนานี้เองที่ได้สร้างตัวตนของนายขึ้นมา"ใบหน้านั้นได้แสดงอารมณ์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยความโหยหา เขาช่างน่าสงสารเหลือเกินแต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจ

"แล้วทำไมนายถึงไม่ไปพบพี่ล่ะนายสร้างชึ้นขึ้นมาเพื่ออะไร"ทั้งที่ถ้านายออกไปพบ พี่ลูลูชคงจะมีความสุขมากกว่านี้แล้วผมจะได้ไม่ต้องมารู้สึกเจ็บปวดแบบนี้

"นั่นเพราะว่าชั้นออกไปไม่ได้ พลังที่เรียกว่ากีอัสนั้นได้กักขังชั้นไว้ยังที่แห่งนี้เหมือนอย่างที่วิญญาณของชั้นยังคงอยู่บนโลกใบนี้แต่ไม่ว่ายังไงชั้นก็อยากจะพบพี่ให้ได้ชั้นจึงได้ทำสัญญากับกีอัสอีกครั้งว่า...ขอแลกความทรงจำทั้งหมดเพื่อสร้างตัวตนของนายขึ้นมาและเงื่อนไขก็คือเมื่อใดที่นายจดจำความตายของตัวเองได้ตัวนายก็จะต้องตาย ชั้นจึงได้สร้างทะเลเลือดนี้ขึ้นมาเพื่อกักขังตัวเองให้อยู่ลึกที่สุดในตัวนายและฝังความทรงจำทั้งหมดไปพร้อมกับตัวชั้น"แล้วเขาก็ยิ้ม ผมยกมือกุมอกตัวเองแน่นปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา คนๆนี้เข้มแข็งเกินไปแล้วยอมที่จะอยู่ที่แห่งนี้เพียงคนเดียวเพื่อให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข พอเราได้สบตากันเขาก็พูดต่อ

"นายคงคิดว่าชั้นเข้มแข็งสินะแต่ไม่ใช่หรอก ชั้นก็แค่อยากมีความสุขและความสุขของชั้นก็คือการได้เห็นพี่มีความสุข พี่ยังคงคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุการตายของชั้นแต่มันไม่ใช่หรอกมันเป็นสิ่งที่ชั้นเลือกเองต่อให้เสียใจมากแค่ไหนแต่ชั้นก็จะไม่เปลี่ยนใจและจะไม่โทษใครทั้งนั้น ดังนั้นถ้าตัวชั้นลืมตาตื่นขึ้นมาและสามารถยิ้มอยู่ข้างพี่ได้มันคงทำให้พี่มีความสุขมากกว่าใคร ทุกอย่างมันควรจะเป็นเช่นนั้นแต่มันก็ผิดเพี้ยนไปหมด"แล้วเขาก็หันมามองผม ดวงตาของเขาที่มองมาทำให้ผมถึงกับก้าวถอยหลังหนีออกมาเพราะมันเต็มไปด้วยความโกรธ

"มันเป็นเพราะนาย ทั้งที่ชั้นยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างให้แท้ๆแต่นายกลับทำมันพังทั้งหมด"เขาก้าวเข้ามาใกล้ผม มันทำให้ผมยิ่งถอยห่างออกมา

"เพราะชั้นงั้นเหรอ..."

"ใช่ เพราะว่านายน่ะได้หลงรักคนอื่นนอกจากพี่ไงล่ะ ชั้นรู้ว่านายน่ะได้หลงรักคุรุรุงิ สึซาคุไปแล้ว"คำตอบที่ได้ทำให้ผมสับสน ไม่จริง..ผมน่ะเหรอหลงรักคนๆนั้น

"ไม่ ชั้นไม่ได้รักเค้า ชั้นเกลียดเค้าต่างหากชั้นน่ะ..เกลียดคนอย่างนั้นที่สุด!"มันไม่มีวันที่ผมจะรักเขาคนนั้น! คนที่ผมรักคือพี่ลูลูชคนเดียวเท่านั้น!

"นายยังคิดจะปฏิเสธอีกงั้นเหรอ"เขาพูดเสียงเข้มพร้อมจับมือของผมไว้แน่นเพื่อไม่ให้ผมหนีอีก

"อย่าลืมสิว่าชั้นคือนาย นายคิดอะไรชั้นก็รู้ทั้งหมด รู้แม้แต่ในสิ่งที่นายพยายามปฏิเสธตัวเองมาตลอด ใช่นายรักพี่ชั้นรู้แต่ส่วนหนึ่งของหัวใจน่ะนายได้มอบให้เขาไปแล้ว จำได้มั้ยว่าตัวเองพูดอะไรออกไป"

คุณน่ะมองแต่พี่เท่านั้นไม่เคยมองอะไรเลย คิดเหรอว่ามีเพียงพี่ลูลูชเท่านั้นที่เจ็บปวด คิดถึงแต่ความรู้สึกของพี่ลูลูชแล้วความรู้สึกของผมล่ะ จริงๆแล้วคุณน่ะไม่เคยมองผมด้วยซ้ำไป!

คำพูดในตอนนั้นกำลังย้อนกลับเข้ามาในหัวของผม หรือว่านั่นคือความรู้สึกที่แท้จริงของผมกัน...

"หึ นึกออกแล้วสินะ ไม่แปลกเลยที่เขาจะบอกว่านายอยากจะถูกกอดจริงๆแล้วนายน่ะต้องการจะถูกเขากอดจนตัวสั่นเลยรู้มั้ย ไม่เคยรู้สึกเหรอว่าสายตาที่ชอบมองไปหาเค้าน่ะมันไม่ใช่สายตาที่มองคนเป็นศัตรูหรอกนะ แล้วชั้นจะบอกอะไรให้อีกอย่างนะสิ่งที่นายกลัวไม่ใช่เพียงแค่การสูญเสียพี่ไปหรอกนะแต่เป็นการสูญเสียเขาคนนั้นที่อยู่ข้างพี่ไงล่ะ"ทั่วทั้งร่างกายราวกับไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจจะยืนหยัดได้ เขาปล่อยมือของผมออก รู้สึกได้ถึงความเย็นของผิวน้ำที่กำลังท่วมสูงขึ้น

ไม่สิ...ตัวเราต่างหากที่กำลังร่วงหล่นสู่ผืนน้ำสีเลือดนี้

"จงหลับอยู่ในนั้นซะเถอะแล้วก็วิธีที่จะออกไปจากที่แห่งนี้น่ะไม่มีหรอกนะ จงลิ้มรสความทรมาณที่ชั้นเคยได้รับไปตลอดกาลซะเถอะ"นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนร่างกายจะจมลึกลงไปในน้ำที่แสนเย็นเฉียบ

---------------------------------------------------

"ไง"เธอที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเราทักด้วยคำสั้นๆก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง

"ตอนนี้กำลังแย่กันหมดสินะทั้งนายทั้งเจ้านั่นแล้วก็...เด็กคนนั้น"เธอนั่งลงข้างเราและเอ่ยออกมา แม้จะแปลกใจนิดหน่อยที่เธอรู้เรื่องแต่เราก็ไม่สนใจหรอกว่าเธอรู้ได้ยังไง

"ใช่"เรายอมรับ

"แล้วมีอะไรอยากจะพูดให้ชั้นฟังรึเปล่า"พอเราได้ยินคำๆนี้เราก็เผลอยิ้มออกมากับความอ่อนโยนของเธอ ขอบคุณนะซีทูไม่ว่ากี่ครั้งที่ชั้นต้องเศร้าใจก็จะมีเพียงเธอเท่านั้นที่รับฟังชั้นและเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่ชั้นสามารถจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังได้

"ชั้น...ควรจะทำยังไงดี ทุกอย่างมันเลวร้ายไปหมดทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้กัน"เราเริ่มพูดขึ้นมาในขณะที่เธอนั่งฟังอย่างตั้งใจ

"ชั้นทำผิดไปมากมายอย่างที่เธอรู้ดังนั้นชั้นก็ไม่คิดอยากจะมีความสุขแต่ไม่ว่ายังไงชั้นก็อยากให้ทั้งสึซาคุกับโรโล่มีความสุขแท้ๆ แล้วทำไมทั้งสองคนถึงต้องเป็นแบบนี้"หนึ่งคนที่เฝ้าโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง หนึ่งคนที่ชีวิตนี้กำลังจะดับสิ้นไป โดยที่ตัวเรานั้นได้แต่มองดู

"ชั้นถูกโลกนี้ทอดทิ้งจริงๆนั่นแหละ ขนาดแค่ขอให้คนที่ตัวเองรักมีความสุขก็ยังทำไม่ได้เลย"น้ำตาที่ไม่คิดจะยังเหลืออยู่กำลังหลั่งไหลออกมา และในตอนนั้นเองมือของเธอก็ดึงเราเข้าไปกอดเอาไว้

"นายก็คิดอยู่แค่นี้ตลอดเลยนะ"เธอกล่าวพร้อมกับกอดเราเอาไว้

"นายเคยบอกว่าเจ้านั่นมันบ้าแต่นายเองก็บ้าไม่แพ้กันนั่นแหละ เฝ้าแต่อยากให้คนอื่นมีความสุขอยู่ได้ทั้งๆที่รู้ดีว่าตัวเองนั้นไร้ซึ่งพลังใดๆ"แม้คำพูดจะฟังดูคล้ายเย้ยหยันแต่เราก็รู้ว่ามันไม่ใช่

ทั้งที่ร่างกายเธอก็ไม่ได้อบอุ่นแต่เรากลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและอ่อนโยน

"เมื่อนานมาแล้วเคยมีเด็กน้อยคนหนึ่งร้องเรียกหาความรักอยู่ตลอดเวลา เมื่อเธอโตขึ้นเธอได้พบกับผู้คนมากมายแต่เธอก็ยังไม่เคยได้รับมันจากใครสักคนรู้มั้ยว่าเพราะอะไร"มือของเธอลูบเส้นผมของเราเบาๆขณะที่เล่าเรื่องในอดีตออกมา ภาพที่เราเคยเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่อยู่เพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ไร้ซึ่งคนที่รัก แม้จะไม่ต้องอดอยาก เธอมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายแต่เธอก็ไม่มีความสุขนั่นเพราะไม่มีใครรักเธออย่างแท้จริงเลย

"จากนั้นเวลาก็ผ่านไปและเธอก็ได้รู้ความจริงข้อหนึ่ง การที่ไม่มีใครรักเธออย่างแท้จริงนั่นก็เพราะเธอไม่เคยรักใครเลยแม้แต่ตัวเอง มันเป็นเรื่องง่ายๆที่เธอเองก็น่าจะรู้แต่ก็มองไม่เห็น พอรู้ตัวมันก็สายไปแล้วดังนั้นเธอจึงได้แต่วิ่งตามความรักอยู่เพียงฝ่ายเดียวไงล่ะ"น้ำเสียงของเธอไม่ได้สั่นหรือเต็มไปด้วยความเศร้าเลย คำพูดของเธอก็เหมือนกับคำพูดของผู้ใหญ่ที่สอนเด็กให้รู้จักโลกใบนี้

"นายคิดแต่ว่าอยากจะให้ใครๆมีความสุขแล้วนายล่ะเคยอยากให้ตัวเองมีความสุขบ้างมั้ย"คำถามนั้นได้ซึบซาบเข้าไปในใจของเรา

อา จริงสินะ

เราเองก็ไม่เคยคิดอยากให้ตัวเองมีความสุขเลยสักครั้ง

"นายคงมัวแต่หลงทางอยู่ในความทุกข์มากเกินไปจนลืมสินะ คำว่าความสุขมันเป็นของทุกๆคนไม่ใช่ของใครคนหนึ่งและมันก็ไม่ใช่ของที่จะมอบให้กันได้ นายเองก็เข้าใจใช่มั้ยว่ามันเหมือนกับความรักที่เราบังคับมันไม่ได้"ทำไมถึงได้แตกต่างกันแบบนี้ ทั้งที่เธอเองก็ต้องทุกข์ทรมาณกับชีวิตของตัวเองแต่กลับสามารถกอดเราเอาไว้แบบนี้ได้ ทำไมเธอถึงได้เข้มแข็งแบบนี้แล้วทำไมตัวชั้นถึงได้อ่อนแอแบบนี้

"ขอบคุณนะซีทู ขอบคุณมาก"เรากอดเธอเอาไว้แน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างไร้ซึ่งความอาย เธอเองก็กอดเราเอาไว้อย่างแนบแน่น

"ลูลูช ชั้นจะบอกอะไรให้ฟังนะ มันเป็นเรื่องที่นายเพียงคนเดียวสามารถทำได้นั่นก็คือ..."คำพูดของเธอที่บอกออกมาทำให้เราเบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

"ไม่ว่านายจะคิดยังไงแต่ก็ขอให้นายนึกถึงความสุขของตัวเองเถอะนะ"อ้อมกอดนั้นได้คลายออกแล้วพร้อมกับคำตอบที่อยู่ในหัวใจของเรา

"ชั้น...ความสุขของชั้น...."เราลุกขึ้นยืนเพื่อตอกย้ำในคำตอบที่ตัวเองได้เลือกแล้ว

"ตัดสินใจได้แล้วสินะ"แล้วเธอก็ยิ้มออกมา

---------------------------------------------------

หนาวเหลือเกิน

ที่แห่งนี้ทำไมถึงได้หนาวขนาดนี้นะ

ความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาในร่างของผมกำลังทำให้จิตใจของผมจมลึกลงไปในน้ำสีเลือดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ภาพความทรงจำของตัวผมอีกคนหนึ่งกำลังฉายผ่านเข้ามาในดวงตาอีกครั้งหนึ่ง

หากว่านี่คือตัวตนของนายแล้วชั้นคือใครกัน

หากว่าเราสองคนคือคนเดียวกันแล้วทำไมความรู้สึกของเราสองคนถึงได้สวนทางกันแบบนี้

ไม่สิ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย

นี่ผมรักคนๆนั้นจริงงั้นเหรอ เขาคนนั้นที่ไม่ว่าเมื่อไรก็อยู่ข้างกายพี่ลูลูชจนเราอิจฉา

คนที่เอาแต่ยิ้มเวลาที่ถูกเราด่าทอ เจ้าคนที่ชอบมากวนโมโหเราทุกคืน

ทั้งที่เราน่าจะเกลียดเค้าแท้ๆ

ทันใดนั้นภาพรอยยิ้มของเขาก็ผ่านเข้ามาในจิตสำนึกของผม บ้าจริงๆเลยนะจนป่านนี้ยังจะมานึกถึงเค้าอีก

ผมยิ้มเยาะกับตนเองแต่แม้กระนั้นภาพของเค้ากลับไม่เลือนหายไปจากใจเสียที จนกระทั่งความรู้สึกหนึ่งก็ได้แทรกผ่านเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มของพี่ลูลูช

มันเป็นรอยยิ้มเดียวกันที่ทำให้ผมหลงรักพี่ลูลูช

รอยยิ้มที่มองเห็นได้ทุกวันในโลกสี่เหลี่ยมที่กักขังผมเอาไว้ รอยยิ้มที่ไม่ว่าเมื่อไรก็เคียงข้างเราเสมอ

เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผมเข้าใจแล้วกับความรู้สึกของตัวเอง

มันเป็นแบบนี้เองสินะ

"เรื่องแค่นี้เองแต่ดันเพิ่งมาเข้าใจตอนนี้เนี่ยนะ เรามันโง่จริงๆ"

ยิ้มที่แสนอ่อนโยน มือที่แสนอบอุ่น เรื่องเล็กน้อยในแต่ละคืนวันที่มารวมกัน ร้อยเรียงเป็นสิ่งที่เรียกว่าความสุขเรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ยังใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ และแล้วอีกความรู้สึกหนึ่งที่ขัดแย้งก็แทรกเข้ามา ความรู้สึกนี้ช่างน่าอึดอัดจนคลื่นไส้ นี่สินะคือความเศร้า

ผมได้ยินเสียงบางอย่าง
เสียงที่ผมได้ยินมาตลอดตั้งแต่ลืมตาตื่นจนกระทั่งตอนนี้

เสียงร้องไห้ของใครบางคน

งั้นเหรอ นายเองงั้นเหรอที่ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ตัวตนของชั้นเอง

ผมคิดเช่นนั้นก่อนจะมองไปบนผิวน้ำที่ตัวผมอีกคนหนึ่งยืนอยู่ แม้จะยิ้มแต่แท้จริงกำลังร้องไห้

นี่..อย่าร้องไห้สิ ชั้นน่ะอยู่ที่นี่แล้วนะ ไม่ต้องอยู่ในที่แบบนี้คนเดียวอีกแล้วนะ

วินาทีนั้นเองที่ราวกับมีบางสิ่งได้ดึงตัวของผมออกไปจากใต้น้ำสีแดงแห่งนี้ และผมก็ได้กลับมายืนอยู่ที่ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงทั้งหมด ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วทั้งความรู้สึกของตนเองและของตัวผมอีกคนหนึ่ง

"ทำไมก็นาย..."ใบหน้าที่กำลังตกใจที่สุด

"เพราะว่าชั้นเข้าใจแล้วยังไงล่ะ ทั้งนายทั้งความรู้สึกของตัวเองถึงจะช้าไปหน่อยแต่ชั้นก็รู้แล้ว นายบอกว่าที่นี่คือโลกของนายสินะโลกที่มีเพียงสีขาวของหิมะกับน้ำสีแดงซึ่งก็คือน้ำตาของนาย"ขณะที่พูดผมก็ก้าวเดินไปหาเขาช้าๆ

"อย่านะ อย่าเข้ามา.."คำพูดและท่าทางของผมทำให้เขาสะดุ้งเฮือก ตอนนี้ใบหน้าของเขากำลังเต็มไปด้วยความกลัวแต่ผมก็ยังเดินเข้าไปหาเขา

"นายบอกว่าขอแค่พี่ลูลูชมีความสุขนายก็มีความสุขแล้วแต่นั่นน่ะโกหกสินะ เพราะนายก็คือชั้น นายกับชั้นน่ะมีความสุขเพราะได้อยู่ข้างกายพี่ลูลูชต่างหาก เพราะงั้นนายถึงได้ร้องไห้สินะ"ร่ำร้องอยู่ในโลกที่แสนอ้างว้างใบนี้ ทอดทิ้งตัวเองลงสู่ทะเลน้ำตาสีเลือดเพื่อที่จะได้ฝังความเหงานี้เอาไว้ให้ลึกที่สุด สิ่งที่นายคิดจะฝังมันลงไปน่ะไม่ใช่ความทรงจำหรอกนะ

คนเราต่างบอกว่าคนอื่นคือคนโกหกทั้งที่ตัวเองก็เป็นคนโกหกเช่นกัน

"ไม่..ไม่ใช่ อย่าเข้ามานะ!"เขาตะโกนออกมาเสียงดัง ตอนนั้นเองที่น้ำตาสีแดงก็ได้ไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้น ผมยิ้มให้ก่อนจะดึงเขาเข้ามากอดเอาไว้

"คงจะเหงาสินะ พอได้แล้วล่ะไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว แม้เราสองคนจะไม่อาจได้กลับไปหาพี่ลูลูชอีกแล้วแต่ชั้นจะอยู่กับนายเองนะ"ในโลกที่แสนโดดเดี่ยวนี้ผมจะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องร้องไห้อีกแล้ว

"ขอโทษนะะ"เขาเอ่ยคำๆนี้ออกมาแล้วกอดผมแน่น ตัวของผมและเค้าเกิดแสงสว่างขึ้น รับรู้ว่าเราสองคนกำลังจะกลายเป็นคนเดียวกัน อาจจะเสียใจแต่ผมก็กำลังยิ้มออกมา

ขอโทษนะครับพี่ ผมคงไม่อาจจะกลับไปหาพี่ได้แล้ว

แต่ว่าแม้ตัวผมจะต้องตายแต่ผมก็ขอให้พี่มีความสุขนะครับ

ผมรักพี่นะครับ

เซโร่...ไม่สิคุณสึซาคุ ผมยอมเรียกชื่อของคุณแล้วนะ

แล้วก็ผมรู้แล้วล่ะว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ

แต่ว่าผมจะไม่บอกหรอกนะ

สุดท้ายนี้ตัวคุณเองก็อย่าลืมทำให้ตัวเองกับพี่ลูลูชมีความสุขล่ะ

ทดแทนในส่วนที่ผมไม่อาจจะทำได้อีกแล้ว

ลาก่อนนะ แม้มันจะเป็นคำอำลาที่ไม่มีวันส่งถึงก็ตาม

---------------------------------------------------

ภายในห้องนั้นร่างที่นอนอยู่บนเตียงหายใจช้าลงเรื่อยๆ การตอบสนองของหัวใจก็น้อยลง เส้นกราฟที่เต้นเพียงแผ่วเบาได้กลายเป็นเส้นตรง ในห้องที่เงียบสงบนั้นเสียงสัญญาณของเครื่องวัดค่าหัวใจได้ดังต่อเนื่องกัน ราวกับเป็นคำเอ่ยลาของร่างนั้น

แต่เสียงนั้นกลับเป็นเสียงที่แหลมคมยิ่งกว่าดาบหรือคมมืดซึ่งบาดลึกลงไปในใจของเรา

"ไม่จริง..."เราเอ่ยออกมาได้เพียงคำเดียวก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลออกมาภายใต้หน้ากากนี้

โลกได้พังทลายลงไปอีกแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------
ตัดฉับอีกครั้ง
/me วิ่งไปหลบในในหลุมหลบภัย
เป็นไงคะกับตอนนี้ความรุ้สึกของโรโล่เกือบจะกระจ่างแล้วนะคะว่าตัวเองรุ้สึกยังไง สึซาคุก็ด้วยเริ่มรู้ตัวว่ารู้สึกกับโรโล่ยังไงแต่อย่าเพิ่งสรุปกันนะคะเพราะยังไม่จบ(แต่ก็ใกล้เต็มที) ท่องไว้ค่ะสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร
นิยายยังไม่จบอย่าเพิ่งสรุปว่าใครเมะใครเคะ/me โดนเสยข้อหาพูดจาโยกโย้

สรุปความคิดตัวละครในตอนนี้นี่ขอบอกได้คำเดียวค่ะ ว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้จักรักตัวเองซักคน มัวแต่ไปรักคนอื่นหวังให้คนอื่นมีความสุขแต่ก็ไม่เคยขอให้ตัวเองมีความสุข เหมือนอย่างที่ซีทูบอกค่ะ ในอดีตเธอมีกีอัสที่ทำให้คนรักเธอซึ่งมันทำให้เธอต้องเศร้าแต่หากลองย้อนคิดดูแล้วเธอก็ไม่เคยรักใครก่อนเลยเหมือนกันเธอจึงได้รู้และเข้าใจความรุ้สึกของทุกคนค่ะ และได้มอบทางเลือกให้ทั้งสึซาคุและลูลูชส่วนทางเลือกที่ว่าคืออะไรต้องติดตามค่า จะจบแล้ว!!!!!!!!!!!!!!

นับว่าเป็นเรื่องที่เขียนค่อนข้างจะเร็วแล้วนะคะไม่ดองเพราะอย่างน้อยก็(กำลังจะ)จบ

ส่วนลูลูชวันๆบ่นอยุ่คำเดียวกับบาปของตัวเองเอาแต่บอกว่าไม่ควรมีความสุขทั้งที่ตัวเองต้องการสิ่งนั้นมากกว่าใครๆ มันเป็นความอ่อนโยนที่น่าเศร้าค่ะ แต่ตอนนี้ได้ตัดสินใจเลือกแล้วจะเป็นยังไงก็ติดตามนะคะ

โรโล่หลังจากที่ได้พบกับตัวเองแล้วก็ทำให้เข้าใจความรุ้สึกทั้งหมดแล้วค่ะ ความรู้สึกทั้งหมดจะกระจ่างในเร็วๆนี้ค่ะนี่แค่ส่วนใหญ่ยังเหลืออีกนิดนึงที่เราอุบไว้(จะโดนเตะมั้ยเนี่ย)

สึซาคุ...ตอนนี้แทบไม่มีบทเลยไม่รุ้จะพูดยังไงก็อารมณ์เดียวกับลูลุชค่ะแย่งกันบอกว่าเป็นความผิดของตัวเอง เป็นพวกรักคนอื่นแต่ไม่รักตัวเองเหมือนกัน(เผลอๆอาจหนักกว่าลู่) ตอนหน้าสึซาคุจะทำอะไรยังไงก็รอชมกันได้ค่ะ

วันนี้ไม่มีรุปนะคะ(กลัวจะทำให้เจ้าของรูปเค้าไม่ชอบอีกเลยกะว่าจะไม่ลงรูปแล้ว ขออภัยด้วยค่า)
ส่วนรูปเก่าๆนี่จะให้ลบมั้ยคะขอถามความเห็นทุกคนหน่อย แต่คุยกับเพื่อนแล้วเพื่อนมันบอกว่า ลบไปจะดีกว่า

ตอบเม้นต์ดีกว่า

MEAW_TA_NGAW 
-
เอาผ้าพันแผลมั้ยคะ
/meโดนเตะ
ขอขอบคุณที่ไม่ตอบข้อ4ค่ะ ไม่งั้นคนเขียนชีวิตคงจะหาไม่ ส่วนนิทานน้องโล่ยังอ่านไม่จบนะคะเจ้าสุกมันดันเข้ามาขัดซะก่อนจะได้อ่านจบมั้ยต้องติดตามค่ะ
ถามว่าเชียร์โล่กดสุกผิดมั้ย...ไม่ผิดค่ะแต่เราไม่นิยม น้องโล่ออกจะน่ารักต้องเคะสิค้า!

Rolo
-เราขอแจกผ้าพันแผลให้อีกห่อค่ะแต่อย่าเอามารัดคอคนเขียนนะคะ- -"
เรื่องเลวๆเราชอบทำค่าเลยตัดฉับถูกเวลา555(ไม่มีสำนึก)

Gisato
-มาอัพแล้วค่า

Moon
-ขอบคุณที่ไม่ตอบค่ะ คนเขียนก็เสียวคอจะหลุดพุงจะโดนจิ้มทะลุเหมือนกัน ส่วนฟิคย้อมใจแน่เหรอ(เพื่อนมันถาม) มีแต่คนบอกย้อมได้ครึ่งเดียวแต่ทำช้ำใจไปอีกครึ่ง ตอนจบภาคR2เราจิตตกไปหลายวันเหมือนกันค่ะ นั่งเพ้อ น้องลู่...น้องลุ่...
อยากบอกว่าเพราะตอนจบนั่นแหละค่ะทำให้เราเพ้อมาเขียนเรื่องนี้
ไอสุกที่จะจับน้องโล่กดนั่นมันลืมตัวเพราะความโมโหค่า(หรือเพระาคนเขียนมันโรคจิตหว่า- -")

g.g.
-มันนอกใจตั้งแต่ไปรักยูฟี่แล้วค่ะ(โดนแฟนคลับยูฟี่กระทืบ)
จะจบครอบครัวสุขสัตน์หรือจะร้าวรานก็รอชมค่า

Gin
-คอมโบแค่7ที พอเหรอคะ ที่จูบนั่นเพราะความเคืองค่ะมันเลยเผลอตัวไปหน่อย(หรือเผลอใจด้วยน้อ หึๆๆ)
มีแต่คนบอกว่าเจ้าสุกผิดแฮะ(แม้จริงๆอยากจะตอบข้อ4กันหมดก็ตาม)

ตฤลาลัย
-โดนเพื่อนด่ามาเหมือนกันค่ะว่าคิดไงให้สุกมันจับกดโล่ มันบอกว่าเราเลวแถมไร้สามัญสำนึกค่ะ(ทำเ้ราซึมเลยโดนด่าซะเสีย) แอบสะใจตอนโดนตอกหน้าเหมือนกันค่ะ นานๆจะโดนที นิทานจะบอกอะไรมากแค่ไหนรอติดตามได้ค่า ส่วนรูปลบไปแล้วนะคะ

พระเจ้าทรยศลู่--->คนเขียนคือพระเจ้า--->คนเขียนทรยศลู่
นั่นสินะ อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกเราทำอะไรลงปายยยยยยยยย(เพิ่งรู้ตัวเรอะ)

ぉき。ななみ
-ขอบคุณที่ชอบค่า ทั้งที่เรื่องนี้คนแต่งมันเพ้อไปเกินครึ่ง(ฮา) มาอัพแล้วนะคะ

mee-kun
-ไม่ต้องรอแล้วค่าอัพแล้ว(แต่ก็ต้องรอตอนต่อไปอยู่ดี)

DevilKamui
-รอดูตอนจบค่าบอกแค่ว่ารักซับซ้อนของคนสามคนที่หึงกันจนงงว่าเราหึงใคร

kaid
-อัพแล้วค่า

แล้วพบกันตอนใหม่นะคะ^ ^
ปล.มีคำผิดตรงไหนบอกนะคะเราจะมาแก้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #242 tvxq5forever (@tvxq5forever) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2555 / 15:00
    So Sad!!!
    #242
    0
  2. #225 YoNgヨンヨン^^ (@winfinite) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 15:05
    กริ๊ดดดดด!!![กรีดร้องอย่างโหยหวน(?)]<br />
    ไรท์ช่างทำกับเราได้TT^TT//คว้าระเบิดแล้วมาอุดหลุมหลบภัย-*-<br />
    น้องโล่ตายสองรอบแล้วน้า ยังจะให้ตายอีกเรอะ=[ ]=!!! <br />
    อิสุก็ช่างหลายใจ นายรักลูลูซหรือเปล่าย่ะ!!!(เอาไม้ตีกระดาน//มันไปเอามาจากไหน?)<br />
    ตอนนี้ บทน้องโล่เยอะมากและเศร้ามากTT_TT <br />
    ตอนจบ...อิสุร้องไห้ให้หนูโล่ ถ้าลู่มาเห็นจะทำไงหว่าTT^TT<br />
    ป้ายูกิ~~~TT ป้าเล่าได้เศร้ามาก ไม่แปลกใจเลยที่อยู่มาถึง2000กว่าปี!!!!<br />
    ป้าผ่านมาเยอะสินะ ป้าช่างเข้มแข็งหรือเกิน~~ ซึ้ง..<br />
    #225
    0
  3. #210 N@MT[]N (@parron) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 00:47
    ฉากเรียกน้ำตา T^T
    #210
    0
  4. #97 Feris (@s-h-g) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2552 / 14:17
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ค้างงงงงงงงงงงงอย่างแรงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    หนุกดีอ่ะ
    รีบมาต่ออีกไวนะ
    #97
    0
  5. #95 The Judge (@TheJudge) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 10:00
    ล้มโต๊ะ อาเจ้ ชั่วร้าย ชั่วร้ายที่สุด แว่บเข้ามาอ่านแล้วทำงี้ได้ไง (หยิบปืนกราดยิง)

    TT ^ TT น้ำตาท่วมจอ

    เกลียดคนแต่งโว๊ยยย ( ล้มโต๊ะ ) แล้วรีชิ่งไปอย่างรวดเร็ว

    (อัพภาค 2แล้วนะเออ**)
    #95
    0
  6. #93 MEAW_TA_NGAW (@pa_pa_phare) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2552 / 14:59

    ระเบิด...ระเบิดอยู่ไหน????
    ข้าน้อยจะขอเอายัดปากหลุมหลบภัยแห่งนี้ ณ บัดนาว!!!!

    ท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร?????
    (คลั่งไปแล้ว)

    .
    .
    .

    ถ้าไม่มาอัพเราจะปิดอนุสาวรีย์!
    (ไม่ใช่แระ.../หัวเราะ =[]='')

    งานนี้ใครหลายใจ???
    พ่อสุกใช่ไหมค่ะ?
    แกช่างกล้ามาสารภาพ !!! /ล้มโต๊ะ = =+++

    โอ้...ลู่...ถึงโลกจะทอดทิ้งหนู...
    แต่ยังเหลือแม่(ยก)หนูคนนี้อยู่นะค่ะ
    อั่ก /โดนวัตุปริศนา

    น้องโล่...งี้ด ด  ด ด...
    /วิ่งออกไปตะโกนระบายอารมณ์ ณ ป่าจากฝั่งคลองตรงข้าม (กรุณาอย่าสงสัยว่าบ้านมันป่าขนาดไหน)

    โศรก...โศรกสุด...
    สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร...

    ยังจะมีอีกกี่ศพค่ะท่านนน น น น น น~
    /กรีดร้องโหยหวน

    รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    รอ...ค่ะ TT^TT

    #93
    0
  7. #90 Moon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 14:03
    เปลี่ยนคำเลยคะ (ช้าไป แรงเม้นหมดไปกับน้ำตา TT^TT) >>เวอร์



    กริ๊ดเลยดีก่า แบบว่าอ่านไป ก็ไปเปิดทีวีที่อัดไว้ (แล้วเจือกเลือกดูตอนที่7 R2 O_o)>>คงไม่อาจเอื้อมไปดูตอนน้องโล่ดับแน่ๆ

    แอบเชียร์ว่าทำไมตาทานิโกโร่ไม่เล่นให้มันประกบเลยเล่า

    (ฟิ้ว~ ^>_< ) >>แม่ยก สุลู่ส่งอีโต้มารำไร มะช่ายๆ เขาเด็ก สุลู่นะต้ะเอง - - จิงๆ



    เจอทานิเล่นในอนิเม จนใจน้อยๆจะแตก คราวนี้เลยสลายคาจอคอมเลย TTOTT

    ท่านMeiar เคอะ เปนทายาทเฮียเขารึทำไมถึงได้... โฮกก (ลืมไปเลยว่ายูฟวี้ กะ เชอรี่มันตายกันยังไง)



    แต่ก็ดีนะที่แต่งมาหั้ยอ่าน(ติดขนาดไม่มีเวลายังเสนอหน้ามาดู - -*)



    สู้ๆ เด๋วขุดหลุมหลบช่วย 55+
    #90
    0
  8. #88 ぉき。な (@loki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 21:13
    เศร้า TT อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก(สติแตก)
    #88
    0
  9. #87 ตฤลาลัย (@Trilalai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 17:14
    อา..โล่หลงสุข้างเดียว อภัยได้ แต่ถ้าสุหลงโล่ด้วยล่ะก็ เหอ เหอ เหอ

    ยังให้อภัยคนเขียนอยู่ฮะ = =b

    รู้สึกตอนนี้มันเร็วขึ้น..

    อนึ่ง ตอนนี้ไม่มีเวลาคอมเม้นต์เท่าไหร่ ขออภัย ถ้าได้อ่านอีกรอบแล้วมีอะไรจะมาเพิ่มนะฮะ
    #87
    0
  10. #85 g.g. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 19:45
    รีบมาอัพนะคะ แต่งเก่งจังเลย ^w^
    #85
    0
  11. #84 mee-kun (@mee-kun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 19:28
    มาอัพเร็วๆนะคะ TwT น้องโล่ตายอีกและอ่า ฮือ~~~ ยิ่งเศร้าๆอยู่ด้วย จะรอชมนะคะ ส่วนรป ลงบ้างก็ดีเพราะเพิ่มอรรถรส แต่อันที่เจ้าของภาพเขาไม่เห็นด้วย ไ่ลงก็ดีคะ อย่าเพิ่งจบได้ไหมเนี่ย 55 +
    #84
    0
  12. #83 mee-kun (@mee-kun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 19:27
    รีบมาอัพนะคะ ฮือ น้องโล่ตายอีกและ จะทำร้ายจิตใจ(เหมือนน้ำยาล้างจาน)กันไปถึงหนาย~ แต่ก็ดีแล้วคะ สงสารโล่จัง ทำเพื่อพี่ลู่ แต่โล่อีกคนยังไปรักไอสาคูอีก =A= แต่ก็ดีแล้วละคะ จะได้มีรสชาติ ไม่อยากให้จบเร็วๆเลย ซีทูนี่กระซิบเบาๆเนอะ ให้มันดังๆกว่านี้หน่อย จะได้รู้เรื่อง(บ้าและ><) ส่วนเรื่องรูป ลงบ้างก็ดีคะ จะได้มีอรรถรส แต่อันที่เจ้าของเค้าไม่ให้ ก็ไม่ลงจะดีกว่าเนอะ แต่งได้เยี่ยมจริงๆเลยอ้ะคะ สุดยอดดดด ^^
    #83
    0