[Code Geass Fanfic]The Last and After Story (Yaoi)

ตอนที่ 16 : True End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    29 ต.ค. 52

มาแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ในที่สุดก็มาถึงตอนจบจริงๆซักทีเป็นอะไรที่แฮปปี้มากค่า ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาโดยตลอดนะคะ ในที่สุดเราก็ทำให้ฟิคเรื่องนี้จบได้แล้ว แต่เรื่องจบคนเขียนก็ยังเพิ่มงานให้ตัวเองนั่นก็คือ......
เราจะรีไรท์เรื่องนี้ใหม่ค่ะ! โดยจะเพิ่มเนื้อหาโดยเฉพาะในช่วงแรกๆให้ดีขึ้นละเอียดขึ้นยิ่งกว่าหนังไดเรกท์คัตโดยจะไม่มีการตัดเนื้อเรื่องใดๆทิ้งเลยค่ะ! แต่ต้องขอเวลาให้เราด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะมาเริ่มเลยนะคะกับตำนานบทสุดท้ายของเรื่องนี้

True End : Continue Story

นับจากวันนั้นก็ผ่านมาได้เกือบ7ปีแล้วสินะ...

เมื่อเวลาผ่านไปทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรเปลี่ยน ตัวเราที่สูงขึ้นกับคนรอบข้างที่เปลี่ยนไป โลกใบนี้เองก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน ตอนนี้มีประเทศอีกหลายประเทศได้กลายเป็นพันธมิตรกับบริทาเนียแล้วสมกับความเหนื่อยอยากที่เรานั้นได้เผชิญมา ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ทรมาณใจของเราไม่เคยเปลี่ยน

ภาคีอัศวินดำ

ตั้งแต่ที่เรารับสืบทอดหน้ากากเซโร่นี้มามันทำให้เราต้องพบกับพวกเขาอีกหลายครั้ง พวกเขาเองก็ดูจะรู้ดีว่าเรากับเซโร่คนก่อนหรือลูลูชนั้นเป็นคนละคนกันแต่ก็ไม่มีใครพูดออกมา สมาชิกยังอยู่เกือบครบทุกคนแม้แต่คาเรนที่เรียนจบแล้วก็มาทำงานในภาคีอัศวินดำหรือปัจจุบันคือ กองทหารพิเศษที่ขึ้นตรงกับเซโร่

ภายนอกทุกอย่างอาจจะดูดีแต่ความจริงแล้วเราอึดอัดเหลือเกินที่ต้องมารับหน้าที่หัวหน้าของพวกเขา มันไม่ใช่เรื่องอะไรนอกจากคำกล่าวว่าร้ายต่างๆที่เรามักแอบได้ยินพวกเขาพูดกันอยู่บ่อยๆซึ่งคนที่ถูกว่าร้ายก็คือ ลูลูช

คำต่อว่า คำสาปแช่ง คำดูถูกเหยียดหยาม ทั้งที่เตรียมใจกับเรื่องนี้เอาไว้แล้วแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะโกรธ แต่ก็โกรธตัวเองมากกว่าที่ไม่อาจจะทำอะไรได้ จำต้องปล่อยให้ลูลูชถูกด่าทอเช่นนั้นอยู่เรื่อยไป แต่นั่นก็ไม่ต่างจากเราเมื่อในอดีตที่ไม่รู้อะไรเลยถึงได้ด่าว่าลูลูชแบบนั้น

เพราะเหตุนั้นถึงทำให้เรารู้สึกโกรธตัวเองเป็นที่สุด

เวลา 7 ปีที่ผ่านมาทำให้ความรู้สึกนั้นทับถมกันมากขึ้นเรื่อยๆทีละนิด จนหลายครั้งที่มันเกือบจะระเบิดออกมาแต่ว่าเพียงแค่นึกถึงใบหน้าที่มีรอยยิ้มของลูลูชเราก็สามารถสงบจิตใจได้ เพียงแค่นึกถึงรอยยิ้มนั้นก็ได้มอบพลังให้กับเราในการมีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกที่แสนงดงามใบนี้

ฝ่าฟันต่อสู้ไปเรื่อยๆแต่จะไม่ยอมล้มลง เพราะว่าชั้นยังคงรอนายอยู่นะ

ลูลูชที่รัก...

"เซโร่"เสียงเรียกของคาเรนทำให้เรารู้สึกตัวแล้วหันกลับไป

"มีอะไรงั้นเหรอ"กระดาษในมือของเธอถูกยื่นมาแทนคำตอบ เนื้อหาในนั้นชวนให้ปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้มีหลายประเทศที่ยังต่อต้านบริทาเนียได้รวมตัวกันเพื่อจะกำจัดบริทาเนียให้เรียบร้อย แม้จะบอกว่าเพื่อสันติสุขที่แท้จริงแต่เรานั้นรู้ดีว่าเบื้องหลังนั้นก็คือ อำนาจและเงินตราที่คนละโมบอยากจะได้  ความปรารถนาที่แสนน่าชังทำให้เราถึงกับโกรธ เราจะไม่มีวันยอมให้พวกเค้าใช้เหตุผลนั้นในการทำลายโลกของลูลูชเด็ดขาด มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องปกป้องโลกใบนี้

โลกที่ได้มาโดยแลกกับการเสียสละอันใหญ่ยิ่งนี้เราจะไม่ยอมสูญเสียมันไป

"จะทำยังไงดีเซโร่ ตอนนี้พวกมันกำลังยกทัพมาใกล้กับชายแดนแล้วคงไม่ยอมเจรจาง่ายๆแน่นอน"เราพยักหน้าเห็นด้วยกับคาเรน ตอนนี้ชไนเซลเองก็ต้องวางแผนการเมืองและหาวิธีรับมือทางการทูตร่วมกับนานาลี่ เพราะมีอีกหลายประเทศที่เรียกร้องสิทธิหลายอย่างมาจนวุ่นวาย ทำให้เราต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่ลำพังเรามันไม่อาจช่วยอะไรได้เลยเพราะเราไม่ได้ฉลาดเหมือนลูลูช

สิ่งที่เรามีก็คือกำลังเท่านั้น เพียงแค่พละกำลังไม่อาจทำพาให้ประเทศอยู่รอดไปได้

ไม่ได้มุ่งหวังในชัยชนะที่เหนือใคร หวังเพียงที่ช่วยให้สามารถรักษาชีวิตของทุกคนไว้ได้

นี่เราควรทำยังไงดี....

--------------------------------------------

ท่าทางจะกลุ้มใจมากเลยสินะ

แน่นอนเรารู้ว่าเซโร่คนนี้ไม่ใช่คนเดียวกับที่เคยเป็นผู้นำของพวกเรามาตลอด แม้น้ำเสียงที่ออกมาจะคล้ายกันแต่เราก็มั่นใจว่ามันต้องมาจากเครื่องดัดเสียง รูปร่างเองก็ใกล้เคียงกันแต่เซโร่คนนี้กลับแข็งแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัดซึ่งต่างกับลูลูชโดยสิ้นเชิงและความแข็งแกร่งนั้นก็ได้ซ้อนทับกับใครบางคนที่ตายไปแล้วอย่างน่าประหลาด

ทำไมชั้นจะต้องมองเห็นเงาของนายสองคนอยู่เรื่อยเลยนะ

บนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่านายสองคนยังคงอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งที่ชั้นมองไม่เห็นเพราะว่าแท้จริงแล้วชั้นอ่อนแอเกินกว่าจะยอมรับได้ว่านายนั้นไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว

ไม่อาจลบเลือนสิ่งที่นายทำลงไปได้ ไม่อาจลืมไปว่ากี่ชีวิตที่ต้องตายเพราะนาย คำสาปแช่งที่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายของนายชั้นเองก็ไม่อาจจะหยุดมันได้ ทำได้เพียงยืนมองและวิ่งหนีไปจากมัน แม้ตัวชั้นจะเชื่อในตัวนายแต่ทุกคนไม่ใช่ พวกเค้าเชื่อมั่นในสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ไม่มีตัวตนอย่างความคิดของชั้น

แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ชั้นเชื่อจะเป็นจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ บางทีชั้นอาจบ้าไปเองก็ได้แต่ชั้นก็อยากจะเชื่อในตัวนายและนั่นก็ทำให้ชั้นตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อต่อสู้ปกป้องโลกใบนี้ที่นายแสนเกลียดชัง อย่างน้อยชั้นก็อยากจะปกป้องที่ซึ่งนายเคยอยู่เอาไว้เพราะชั้นนั้นทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น

ช่างน่าดีใจที่ฝีมือต่อสู้ของชั้นยังมีประโยชน์อยู่ ในตอนนี้ศัตรูได้ใกล้เข้ามาทุกทีพอถึงเวลาชั้นก็ต้องออกไปสู้ ร่ายรำบนสนามรบ ปลดปล่อยเปลวเพลิงสีแดงฉาน เผาผลาญบดขยี้ศัตรูดังเช่นที่เคยเป็นแต่ก็ต่างกันไป เพราะลูลูชไม่ได้อยู่ที่นี่

ถึงนายจะเป็นศัตรูแต่ก่อนหน้านั้นนายก็เป็นผู้นำของพวกเรา เป็นคนทำให้พวกเรามีวันนี้ นักวางแผนผู้เก่งกาจ เซโร่ผู้สร้างปาฏิหาริย์ ตอนนี้มันคือสิ่งที่จำเป็นในการเอาชีวิตรอด

บางครั้งมนุษย์เราก็ช่างน่าชิงชังเหลือเกิน

ทั้งที่สาปแช่งนายอยากให้นายต้องตาย ทว่าพอถึงเวลาแบบนี้แล้ว...

ก็กลับอยากให้นายกลับมาเพื่อช่วยปกป้องโลกที่เคยทอดทิ้งนาย

ช่างน่าสมเพชเหลือเกินที่เอาแต่คิดอยากให้นายที่เกลียดชังโลกใบนี้คอยช่วยเหลืออยู่ร่ำไป

--------------------------------------------

ชั้นยืนอยู่หน้าทางเข้าของฐานบัญชาการใหม่ของภาคีอัศวินดำที่ซึ่งเคยผลักไสตัวชั้นและลูลูช ช่างน่าขันเหลือเกิน ทั้งที่เคยถูกเรียกว่าพวกกบฏแท้ๆแต่ตอนนี้กลับเป็นกองกำลังในการปกป้องประเทศไปซะได้ บนโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆนั่นแหละ

แม้กระทั่งตัวชั้นที่ไม่คิดจะกลับมาที่นี่อีกแต่จนแล้วจนรอดก็ต้องกลับมา ความจริงก็ไม่ได้อยากกลับมาหรอกนะแต่ตอนนี้คงพูดเอาแต่ใจแบบนั้นไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้อันตรายกำลังใกล้เเข้ามาเรื่อยๆแล้ว

ถ้าหากประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างบริทาเนียล้มลงละก็โลกต้องเกิดการโกลาหลครั้งใหญ่แน่ การนองเลือดจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โลกจะต้องวุ่นวาย จะมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องจบชีวิตลง ความสงบสุขที่เคยมีจะหายไปและความพยายามของคนที่ชั้นรักก็จะไร้ค่าไปในทันที

ชั้นจะไม่ยอมให้โลกใบนี้ถูกทำลายหรอกนะ

"คุณเป็นใครมีธุระอะไร"ยามเมื่อถูกทหารยามถามก็เหยียดยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะเอ่ยออกไป

"จงไปบอกเซโร่ซะว่า แม่มดสีเทากลับมาแล้ว"

--------------------------------------------

"ว่าไงนะ!"เราเผลอตะโกนเสียงดังกับสิ่งที่ทหารยามนำมาบอกเรา ทุกคนในห้องเองก็ไม่ต่างกันเพราะสำหรับภาคีอัศวินดำแล้วไม่มีใครไม่รู้จักเธอ

แม่มดสีเทาซีทู หญิงสาวผู้อยู่ข้างกายเซโร่เสมอมา หลังจากที่เวลาผ่านไปเธอก็ได้กลับมาอีกครั้งแต่เพื่ออะไรกันในเมื่อที่แห่งนี้ไม่มีคนที่เธอรักอยู่อีกแล้ว

"ไม่ทราบว่าจะให้ทำอย่างไรดีครับ"ทหารคนเดิมถามและเราก็ตอบไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

"ให้เธอเข้ามาแล้วอย่าให้ใครทำอันตรายเธอเด็ดขาด"คำตอบของเราทำให้ทุกคนหันมาแทบจะในทันทีแต่ก็ไม่แปลกอะไรเพราะทุกคนต่างไม่รู้ความจริง แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครพูดอะไรจนเมื่อประตูถูกเปิดร่างเพรียวบางที่แสนคุ้นตาก็ได้เดินเข้ามาในห้อง

ร่างอันงดงามกับเส้นผมสีเขียวยาวสลวยและใบหน้านั้นไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีก่อนเลยจนทำให้ทุกคนแปลกใจแต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่านั้นก็คือจุดประสงค์ในการกลับมาของเธอ ซีทูมองไปรอบๆก่อนจะพูดออกมาเป็นคำแรก

"ท่าทางสบายดีนี่"รอยยิ้มในตอนนั้นของเธอช่างคล้ายกับกำลังเหยียดหยัน

"ส่วนนายท่าทางสบายดีนี่ เซโร่"คำถามนั้นเราไม่ได้ตอบ เราค่อยๆเดินเข้าไปหาเธอและเอ่ยถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

"ทำไมเธอถึงกลับมาที่นี่ล่ะก็เธอบอกว่า...."

"จะไม่กลับมาอีกแล้วงั้นสิ"เธอพูดต่อให้จบก่อนเดินผ่านเราไปคล้ายไม่ใส่ใจ ท่าทางของเธอทำให้พวกภาคีอึดอัดไม่น้อยเลยทีเดียว

"ส่วนพวกนายเองก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยเหมือนกันนะ คิดว่าความจริงคือสิ่งที่ตนเชื่อเหมือนเดิมแต่เอาเถอะให้มันเป็นแบบนี้ก็คงถูกแล้วสินะ"เธอว่าก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะอย่างไม่สนใจสายตาใครๆ

"กาลเวลาช่วยเปลี่ยนอะไรไปหลายอย่างหรือไม่เปลี่ยนอะไรเลยกันแน่นะ"คราวนี้สายตาของเธอกลับมองทอดออกไปไกลที่ท้องฟ้าผ่านออกไปทางหน้าต่างเหมือนกำลังคิดถึงใครบางคน

"แต่วันนี้ชั้นก็ไม่ได้คิดจะมารำลึกความหลังด้วยชั้นก็แค่มาทำในสิ่งที่ชั้นทำได้เท่านั้น"แล้วเธอก็หันกลับมามองเราทำให้สายตาของทั้งห้องหันมาหาเราแทน

"สิ่งที่เธอทำได้งั้นเหรอ"เราถามกลับไป

"ใช่แล้วนายเองก็รู้ดีไม่ใช่กับสถานการณ์ในตอนนี้และความสามารถของตัวนาย ทุกครั้งคนที่สู้คือนายแต่คนที่วางแผนคือชไนเซลใช่มั้ย"เราพยักหน้ายอมรับแต่โดยดีผิดกับสีหน้าที่แปลกใจของทุกคน

"ที่เธอพูดนี่คิดจะบอกเรื่องนั้นหรือไง"จุดมุ่งหมายของแผนการที่จบสิ้นไปเมื่อ7ปีก่อน เบื้องหลังของความโหดร้ายคือแสงสว่างที่ไม่ยอมให้ใครมองเห็น มันไม่ใช่สิ่งที่ควรรู้เลยสักนิด

"ความลับไม่มีในโลกและในขณะเดียวกันสิ่งที่เห็นก็ใช่จะเป็นความจริงไม่ใช่เหรอ ทุกอย่างที่ชั้นทำก็เพื่อโลกของลูลูชเท่านั้น"เพียงแค่ชื่อของลูลูชหลุดออกมาจากปากของเธอทุกคนก็พลันชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาเพราะไม่ว่าใครก็ไม่เคยลืมเลยนามของจอมมารสีขาวคนนั้น นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่ซีทู

"ทำเพื่อโลกของลูลูชงั้นเหรอ อย่ามาพูดบ้าๆน่า! โลกใบนี้มันเป็นของพวกเราต่างหาก!"ทามากิเป็นคนแรกที่กล้าและบ้าพอจะตะโกนออกมาโดยไม่สนใจคนอื่นและตามด้วยโอกิที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน

"ใช่แล้ว โลกใบนี้พวกเราใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะได้มันมาแล้วอยู่ๆจะมาบอกว่าเป็นของคนที่ตายไปแล้วงั้นเหรอ"น้ำเสียงแม้ฟังดูเยือกเย็นแต่สัมผัสได้ถึงความโกรธที่แฝงอยู่ ตอนนั้นเองที่เราเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

"ทำเป็นพูดดีไปถ้าลูลูชไม่ตั้งภาคีอัศวินดำขึ้นมาคิดดูสิว่าป่านนี้พวกนายยังมัวไปงมโข่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เผลอๆจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ"คำย้อนอันเจ็บแสบที่เล่นเอาทุกคนถึงกับเงียบเพราะไม่อาจสรรหาคำใดมาแก้ตัวได้

"ที่พูดบ้าๆน่ะมันพวกนายต่างหาก ลืมไปแล้วรึไงว่าใครกันที่นำพาพวกนายมาได้ขนาดนี้ ใครกันที่สร้างปาฏิหาริย์เอาไว้มากมายก่อนที่จะถูกพวกนายหักหลังอย่างเจ็บปวดที่สุด"แม้เราอยากบอกให้เธอหยุดพูดแต่ใจกลับสั่งให้เรานิ่งเงียบไว้คงเพราะบางทีเราเองก็ทนมามากพอแล้วเหมือนกันกับวันคืนที่ได้แต่รับฟังโดยไม่อาจโต้แย้ง

"คนที่หักหลังพวกเราก่อนคือ เจ้านั่นต่างหาก"คราวนี้คุณโทโดเป็นฝ่ายพูดออกมาหลังจากที่ยืนฟังอยู่ข้างๆเรา

"เจ้านั่นสร้างภาคีมาเพื่อตัวเองต่างหากแถมยังใช้กีอัสกับพวกเราให้ฟังคำสั่ง"เธอหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบแสดงให้เห็นว่าเธอเองก็เริ่มโกรธแล้วเหมือนกัน

"หึ พูดมาได้นะทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากีอัสมันใช้ยังไง"

"แล้วเธอรู้รึไง"เธอยิ้มเหยียดอีกครั้งแล้วตอบ

"แน่นอนเพราะคนที่มอบกีอัสให้กับลูลูชก็คือชั้นเอง"เราได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกใจของทุกคนย่างชัดเจนแม้แต่คาเรนเองก็เช่นกัน

"ชั้นถึงได้บอกไงว่าชั้นกับลูลูชเป็นผู้ร่วมทำพันธสัญญากัน ชั้นมอบพลังให้เค้าเพื่อแลกกับการที่เค้าต้องทำความปรารถนาของชั้นให้เป็นจริง"แม้มันจะไม่สำเร็จก็ตามสินะซีทู สุดท้ายเธอก็ยังคงมีชีวิตอยู่ที่ตรงนี้และในเวลานี้เหมือนกับชั้นและเด็กคนนั้น

"ส่วนพลังของมันเป็นยังไงก็ให้คนๆนี้เป็นคนบอกก็แล้วกันเพราะหมอนั่นเป็นคนที่รู้ดีที่สุด รีบๆมาได้แล้วจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ยเลิกยึดติดกับสัญญาได้แล้วมันถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องรู้ความจริงแล้วนะ"เรายืนนิ่งด้วยความลังเลและเสียใจกับความไม่ได้เรื่องของตัวเองทั้งที่อยากรักษาสัญญาแต่กระนั้นใจจริงของชั้นก็อยากให้นายได้รับคำสรรเสริญหรือคำขอโทษจากพวกเค้าสักนิด

นายจะบอกว่ามันเป็นแค่ความเห็นแก่ตัวของชั้นก็ได้นะแต่ว่าขอโทษนะลูลูชชั้นคงต้องผิดสัญญากับนายอีกแล้ว

แต่ว่าชั้นน่ะ....

"เธอนี่สมกับที่เป็นแม่มดจริงๆเลยนะ"คำสัญญาสุดท้าย กีอัสของเรากับลูลูช สิ่งที่เราอยากจะรักษาไว้บัดนี้จำต้องตัดขาดกับมัน

มือของเราเลื่อนขึ้นมาจับที่หน้ากากก่อนจะกดสวิตช์ถอดหน้ากาก ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จดจ้องเราค่อยๆดึงมันหน้ากากออก เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีช่างรู้สึกว่ายาวนาน คำสัญญาเมื่อครั้งอดีตที่ปกปักษ์รักษามาตลอดบัดนี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น หลงเหลือแต่เพียงความเป็นจริงอันโหดร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดของความสุขมานานถึงเจ็ดปี

"นายคือ...คุรุรุงิ สึซาคุ!"

---------------------------------------

ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้เราถึงกับตกใจ ใบหน้าของคนที่คิดว่าตายไปแล้วตอนนี้ปรากฏอยู่ที่นี่และยังอยู่ในฐานะเซโร่คนใหม่ที่เป็นผู้นำของพวกเราถึง7ปีมากกว่าที่ลูลูชเคยทำด้วยซ้ำ

"ท..ทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี่แล้วยัง..."หมอนั่นหันมาตามเสียงของเรา ใบหน้าของหมอนั่นดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากผิดกับสมัยก่อนแต่สิ่งที่เหมือนเดิมก็คือแววตาที่แน่วแน่และมุ่งมั่น

"เพราะว่ามันคือสัญญายังไงล่ะระหว่างชั้นกับลูลูช ไม่สิถ้าพูดให้ถูกคงจะเป็นคำสาปมากกว่า"คำตอบนั้นไม่ได้ไขข้อสงสัยเลยแต่รังจะเพิ่มความไม่เข้าใจมากขึ้น

"แก...ทำไมแกถึงยังอยู่ที่นี่!"ทามากิตะโกนถามไปเป็นคนแรกเช่นเดิมขณะที่มองหมอนั่นด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรอีกต่อไป

"ก็เพราะว่าชั้นต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปตามคำสาปที่เรียกว่า กีอัสยังไงล่ะ"ชั้นฟังด้วยความไม่เข้าใจนักแต่พอลองหวนนึกถึงคำถามเรื่องกีอัสกับลูลูชก็ทำให้เราพอเข้าใจขึ้นมาบ้าง สูญเสียจิตใจไปไม่ต่างกับทหารหุ่นกระบอกที่ลูลูชใช้สู้กับพวกเรา

"พลังกีอัสของลูลูชคือความสามารถในการสั่งใครก็ได้หนึ่งอย่างโดยแย่งชิงซึ่งตัวตนของคนๆนั้น ทำลายหัวใจที่แท้จริงเหลือเพียงแต่คำสั่งเท่านั้นแต่เงื่อนไขของการใช้ก็คือ จะต้องสบตาคนที่จะสั่งและมันใช้ได้เพียงหนึ่งคนต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น กีอัสที่ชั้นได้รับจากลูลูชคือ จงมีชีวิตอยู่ มันทำให้ต่อให้ชั้นอยากตายมากแค่ไหนก็ไม่อาจตายได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชั้นก็จะต้องมีชีวิตอยู่ตามคำสั่งของกีอัส"หมอนั่นเล่าไปพลางทำหน้าโศกเศร้าจนเรายังรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย

ใบหน้าแบบเดียวกับลูลูชที่เราเคยเห็น นั่นคือใบหน้าของผู้ที่รู้สึกขมขื่นต่อการมีชีวิตอยู่

"ก็แล้วไงล่ะ สุดท้ายหมอนั่นก็ทำได้แค่ช่วงชิงทุกอย่างจากคนอื่นเท่านั้นแหละ"ทามากิที่ยืนอยู่พูดออกมาโดยไม่มีความเกรงกลัว ตอนนั้นเองที่สายตาของหมอนั่นกลับแข็งกร้าวจนน่ากลัว

"ยังไม่เข้าใจงั้นเหรอ ถ้างั้นขอชั้นถามหน่อยเถอะว่าพวกนายเคยเห็นใบหน้าของหมอนั่นมั้ย!"เสียงตวาดนั้นทำให้ทั้งห้องตกสู่ความเงียบในทันที หมอนั่นสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

"ลูลูชเล่าให้ชั้นฟังหมดแล้วว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น พวกนายน่ะทรยศลูลูชและไล่ต้อนเค้าที่กำลังอ่อนแอให้ยอมรับความตายที่แสนทุกข์ทรมาณ ถ้าตอนนั้นเค้าคิดจะใช้กีอัสกับพวกนายเค้าก็ทำได้แต่เค้าก็ไม่ได้ทำ เค้าน่ะไม่เคยใช้กีอัสกับพวกนายเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่ทั้งๆอย่างนั้นพวกนายกลับ..."มือของหมอนั่นกำแน่นจนเราเห็นรอยเปียกชื้นสีเข้มที่ถุงมือชัดเจน

"ในวันนั้นที่นายทรยศลูลูชพวกนายก็ได้ฆ่าเด็กคนนั้นไปด้วย พวกนายได้ฆ่าโรโล่ แลมเพอร์ลูจคนนั้นไป"โรโล่...ชื่อของเด็กคนนั้น เด็กหนุ่มตัวเล็กที่มีใบหน้าแสนเฉยชาแต่กลับยิ้มแย้มยามอยู่กับลูลูช เด็กคนนั้นเองก็ไม่อยู่แล้วสินะแต่เราก็รู้สึกแปลกใจที่สึซาคุพูดถึงเด็กคนนั้นทั้งที่ทั้งสองคนน่าจะไม่เคยพูดคุยอะไรกันเลย

"พวกนายบอกว่าลูลูชแย่งชิงสิ่งสำคัญไปแต่พวกนายเองก็แย่งชิงสิ่งสำคัญของลูลูชไปเหมือนกัน ไม่ว่าจะเด็กคนนั้นหรือตัวของเค้าเองจนสุดท้ายชั้นก็ต้องฆ่าเค้าด้วยมือของชั้นเอง"เสียงที่เงียบหายไปก่อนจะเอ่ยต่อมาด้วยเสียงที่สั่นพร่า

"ภาพนั้นยังคงตามหลอกหลอนชั้นจนถึงทุกวันนี้ เลือดสีแดงที่ชุ่มดาบและมือทั้งสองข้าง ทำได้เพียงยืนมองคนสำคัญของตัวเองตายจากไปทั้งยัง..ไม่อาจไล่ตามไปได้..."ใบหน้าของหมอนั่นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอีกครั้งแล้วเงียบไป ซีทูลงมาจากโต๊ะและเดินมากุมมือหมอนั่นไว้หลวมๆคล้ายปลอบใจแล้วพูดแทน

"สำหรับชั้นและหมอนี่พวกนายก็เหมือนกับศัตรูที่แย่งชิงคนสำคัญของพวกเราไป ความจริงแล้วชั้นก็เกลียดแค้นพวกนายจนอยากจะฆ่าเลยล่ะแต่ว่าเพราะลูลูชไม่หวังเช่นนั้น เค้าน่ะหวังให้ทุกคนมีความสุขจึงได้วางแผนให้คนที่ต้องตายมีเพียงเค้าคนเดียว"ขณะที่เล่าแม้จะน้ำเสียงจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่ดวงตาของเธอก็ดูเศร้าสร้อยเหมือนกับสึซาคุไม่มีผิด เรารู้จักสายตาแบบนั้นดี มันคือสายตาของคนที่สูญเสียผู้เป็นที่รักไป

"ถ้าหากว่าวันนั้นพวกนายไม่ได้หักหลังลูลูชบางทีลูลูชก็คงไม่ต้องใช้แผนการZero Requiem แผนการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่และโง่เขลาที่สุดซึ่งกษัตริย์ทรราชจะคิดได้"Zero Requiem...มันคืออะไรกัน นี่เธอกำลังจะบอกอะไรพวกเรางั้นเหรอซีทู มันเป็นเรื่องที่พวกเราควรจะรู้งั้นเหรอหรือมันจะเป็นสิ่งที่เราไม่ควรแตะต้องกันแน่

"ลูลูชน่ะได้ตัดสินใจที่จะตายตั้งแต่ตอนที่แย่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิมาแล้ว"เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบไปเรื่อยๆ ยิ่งเธอพูดออกมามากเท่าไรเราก็รู้สึกเจ็บในอกราวกับว่าคำพูดนั้นคือมีดที่แทงเข้ามาในหัวใจของพวกเรา แต่สำหรับชั้นมันยังคงมีอีกความรู้สึกหนึ่ง นั่นก็คือ ความยินดี

"ยอมเป็นมารร้ายทำให้ทุกคนเกลียดชังเพื่อสุดท้ายแล้วก็จะมีวีรบุรุษมาปลิดชีวิตตนเองแล้วสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา นั่นแหละคือZero Requiemล่ะ"แล้วเธอก็หลับตาลง เธอยังคงยิ้มราวกับว่ากำลังเล่านิทานอันแสนสุข

"อย่างกับเรื่องประชดกันเลยนะทั้งที่ถูกโลกใบนี้ทอดทิ้ง ทั้งที่เกลียดโลกใบนี้มากกว่าใครแต่ลูลูชกลับเป็นคนที่ช่วยโลกนี้เอาไว้"ทุกคนต่างก็ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ ความเจ็บปวดและรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอกกำลังบีบรัดหัวใจแน่น คนที่คิดแผนการแบบนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

ลูลูชนี่นาย...ทำถึงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ

ความจริงบ้าบออะไรกัน ทำไมถึงได้โหดร้ายขนาดนี้

"เป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ..."กระนั้นเองสิ่งที่มาพร้อมกับน้ำตาคือความดีใจอันล้นพ้น

"เขา...ไม่ได้ทรยศต่อชั้นใช่มั้ย"หวนนึกถึงรอยยิ้มของลูลูชที่ยังคงประทับตราตรึงอยู่ในใจ เค้าไม่ได้ทรยศต่อชั้นหรือโลกใบนี้ ความสับสนที่เคยมีอยู่ตลอดมาจางหายไปราวกับหมอกยามเช้าที่จางลงยามเมื่อพระอาทิตย์ส่องสว่าง แต่ว่าทั้งที่รู้สึกดีใจตัวเราก็ไม่อาจจะอดกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

คงเพราะมันน่าเศร้าเกินไป ทั้งที่นายทำเพื่อโลกถึงเพียงนี้แต่กลับไม่เคยมีใครรู้แม้แต่พวกเราก็ตาม

สุดท้ายนายมันก็ใจร้ายแม้กระทั่งกับตัวเอง

"เรื่องแบบนี้มัน..น่าเศร้าเกินไปแล้ว ทำไมลูลูชถึงต้อง..."ทำไมถึงได้เลือกทางที่จบชีวิตตัวเองได้น่าเศร้าแบบนั้น ทางเลือกที่มีอยู่มากมายแล้วเพราะอะไรถึงได้เลือกทางที่ทำลายตัวเองแบบนั้น

"หากบอกว่าทำเพื่อคนสำคัญแล้วละก็แม้จะต้องเสียสละตัวเองก็ไม่เป็นไร แต่ว่าแล้วคนที่เหลืออยู่ล่ะจะให้ทำยังไง"วันคืนที่ผ่านมานั้นกี่ครั้งก็ไม่รู้ที่หวนคิดถึงนายโดยไม่ตั้งใจ หลายครั้งที่ได้คุยกับนานาลี่เวลาเธอพูดถึงนายแม้เธอจะแย้มยิ้มแต่ก็ไม่อาจปิดบังความเศร้าที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นแล้วแบบนี้จะเรียกได้ว่าเธอมีความสุขงั้นเหรอแล้วนายล่ะสึซาคุจะเจ็บปวดแค่ไหน ทรมาณแค่ไหนกับการที่ต้องเป็นคนปลิดชีวิตลูลูชด้วยมือของตัวเอง

"นั่นสินะ ก็คงเพราะลูลูชไม่ได้อยากเป็นแสงสว่างละมั้ง"เธอพูดพร้อมกับแย้มยิ้มบางๆ

"บางทีเขาคงจะต้องการทำลายโลกที่แสนเกลียดชังให้พ่ายพังไปพร้อมกับตัวเองแล้วสรรสร้างโลกที่ตัวเองต้องการขึ้นมา ก็เขาน่ะเป็นจอมมารนี่นา"คงจริงดังว่าเพราะว่านายเป็นคนโหดร้ายที่อ่อนโยนเกินไป แล้วยังเป็นคนที่บ้าที่สุดอีกด้วยมีใครบ้างที่วาดหวังให้ตนเองนั้นสิ้นใจท่ามกลางคำสาปแช่งเหล่านั้น

นายอยากให้โลกนี้เป็นโลกที่ทุกคนสามารถยิ้มได้แต่ว่าคนที่รักนายกลับต้องเสียนายไปล่ะจะยิ้มให้กับใคร

ทุกวันที่ผ่านมาแม้จะยิ้มออกมาแต่ก็มีความขมขื่นเต็มอยู่ในอก

อยากจะเชื่อให้มากที่สุดแต่ก็ไม่อาจให้อภัยนายได้ ดังนั้นชั้นถึงได้ต่อสู้เพื่อที่จะล้มนาย แต่ว่าชั้นน่ะ...

ไม่เคยปรารถนาให้นายจากไปแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

---------------------------------------

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนนายก็ยังทำให้ผู้หญิงร้องไห้ได้เสมอเลยนะ ลูลูช...

"ชั้นไม่ได้พูดเพราะอยากให้เธอร้องไห้หรอกนะคาเรน เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าสักหน่อย"แม้ในสายตาของคนอื่นมันอาจจะดูขมขื่นแต่คนที่กระทำกลับยิ้มได้แม้แต่ในวินาทีสุดท้ายของชีวิตราวกับให้อภัยในทุกสิ่งที่เกลียดชัง แล้วแบบนั้นจะบอกว่ามันน่าเศร้าได้ยังไง

บางทีคนที่คิดแบบนั้นคงมีนายคนเดียวละมั้ง

"ก็การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองหวังมันน่าจะมีความสุขไม่ใช่เหรอ"แต่ก็เป็นชั้นเองที่ต้องร้องไห้ในยามที่ความปรารถนาของนายเป็นจริง ทั้งที่รักนายมากขนาดนี้แต่ชั้นก็ห้ามนายไม่ได้ทำได้เพียงหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆเท่านั้น

ชั้นหันกลับไปมองทุกคนที่ก้มหน้านิ่งแล้วแอบยิ้มเยาะให้กับตัวเองที่รู้สึกมีความสุขที่เห็นคนพวกนั้นรู้สึกผิดแต่ขณะเดียวกันชั้นเองก็รู้สึกผิดที่ไม่อาจจะรักษาความลับนี้เอาไว้ได้ ท่าทางชั้นคงจะรักนายเกินไปนะลูลูช

"ซีทูที่เธอเปิดเผยความจริงแบบนี้คิจะทำอะไรกันแน่"หมอนั่นเอ่ยถามขึ้นมาขัดจังหวะทุกคนที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง

"แล้วนายคิดว่าแม่มดจะทำอะไรล่ะ"ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรไว้ทั้งนั้นขอแค่การตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่และชั้นเองก็ไม่คิดจะหยุดในสิ่งที่ตัวเองทำ

"แม่มดจะต้องการอะไรนอกจากพลังของมารร้าย"ทุกสายตาหันกลับมามองที่ตัวชั้นอีกครั้งซึ่งเต็มไปด้วยความสงสัย แม้แต่คาเรนเองก็หยุดร้องไห้และเงยหน้าขึ้นมามองชั้นเช่นกัน

"เธอว่ายังไงนะ..."หมอนั่นพูดน้ำเสียงคล้ายไม่เชื่อแต่เรารู้สึกได้ว่ามีความดีใจปนอยู่ในนั้น

"ก็ตามที่ชั้นพูดนั่นแหละชั้นจะคืนชีพจอมมารขึ้นมายังไงล่ะ"

---------------------------------------

คืนชีพให้จอมมาร....เพียงแค่ได้ยินความยินดีก็เต็มเปี่ยมอยู่ในอกพร้อมกับความสงสัยที่เพิ่มพูนขึ้นมา ราวกับเทียนแห่งความหวังที่เคยริบหรี่กลับพลันลุกโชนขึ้นมากับคำพูดของเธอ

ซีทูนี่เธอพูดอะไรกัน....มันเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ....ถ้าเช่นนั้นแล้วทำไมกัน

"เธอทำได้จริงๆน่ะเหรอ แล้วก่อนหน้านี้ทำไมเธอถึง....ทำไมถึงได้ปล่อยให้ทุกอย่างจบลงแบบนั้นโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย บอกเหตุผลให้ชั้นรู้ทีสิ"ใบหน้าของเธอที่ยิ้มอยู่คล้ายลำบากใจแต่ก็ยอมเอ่ยปากบอกแต่โดยดี

"ไม่ใช่ชั้นไม่ทำแต่ชั้นทำไม่ได้ นายก็รู้ดียิ่งกว่าใครว่าลูลูชปรารถนาอะไรแล้วแบบนั้นจะให้ชั้นขัดขวางเขางั้นเหรอ"เธอพูดถูกเพราะเราเองก็ไม่อาจห้ามการตัดสินใจของลูลูชได้เลยสักครั้ง

"แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาทำตามใจหมอนั่นหรอกนะ"ก็เลยจะทำตามใจเธอสินะ สมกับเป็นเธอจริงๆ

"เดี๋ยวก่อน...พวกนายพูดอะไรกันน่ะ หมอนั่นตายแล้วไม่ใช่เหรอ"แล้วคนทั้งห้องที่เคยก้มหน้าก็พลันเงยหน้ามามองพวกเราสามคนเป็นจุดเดียวกัน

"ใช่ลูลูชตายแล้วแต่ว่าลูลูชเองก็ยังอยู่ที่นี่เหมือนกัน เรื่องรายละเอียดไว้หลังจากนี้ก็แล้วกันเพราะเวลามันมีไม่มากหรอกจริงมั้ย"เราพยักหน้ากับคำของเธอก่อนจะหยิบหน้ากากมาสวมอีกครั้งและเรียกให้ทุกคนตามเราไปที่ศูนย์วิจัย

ในเวลาไม่นานพวกเราทุกคนก็มายืนอยู่ที่หน้าศูนย์วิจัย เราพาทุกคนที่ทำสีหน้าแปลกใจกับสถานที่แห่งนี้ไปยังห้องที่อยู่ลึกที่สุดของที่นี่ ตลอดทางต่างคนก็ทำหน้าเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะถามแม้แต่ทามากิยังต้องเดินตามเงียบๆไปพลางชักสีหน้าไม่พอใจ ทางเดินที่วกวนดูจะทำให้พวกทามากิออกอาการเบื่อพอสมควรแล้วยังเจอระบบป้องกันภัยหลายต่อหลายชั้นอีกด้วยทำให้ต้องใช้เวลาเล็กน้อยกว่าจะมาถึงมาถึงระบบป้องกันภัยสุดท้ายเรากดสัญญาณเรียกในห้องก่อนจะเอ่ยออกไป

"นี่ชั้นเองนะ"เพียงไม่กี่วินาทีก็มีเสียงหนึ่งตอบกลับมา

"คุณสึซาคุเหรอครับ วันนี้มาเร็วจังมีอะไรงั้นเหรอครับ"ตอนนั้นคาเรนทำหน้าสงสัยเมื่อได้ยินเสียงที่เราคิดว่ามันน่าจะพอคุ้นหูอยู่บ้าง

"คือว่า...จะมีแขกเยอะหน่อยนะ"เราพูดด้วยความลำบากใจเพราะถ้าหากเด็กคนนั้นไม่ยอมเปิดประตูให้ก็จบกัน

"แขก...ใครเหรอครับ"เด็กคนนั้นถามเสียงขุ่นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดทำให้เรายิ่งลำบากใจมากขึ้นที่จะบอก ไม่ใมช่ว่ากลัวอะไรแต่เราเกรงใจเด็กคนนั้นพอสมควรกับการพาแขกที่ไม่น่าพึงประสงค์สำหรับเด็กคนนั้นมาที่นี่ซึ่งมีคนสำคัญของพวกเราอยู่

"คือ....."ตอนนั้นเองที่ซีทูถอนหายใจออกมาแล้วเดินมาหาเราแล้วส่งสัญญาณว่าจะจัดการเอง

"ชั้นซีทูนะจำได้ใช่มั้ย"

"แขกที่ว่าคือคุณซีทูเหรอครับ"น้ำเสียงฟังดูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยจนเราแอบโล่งใจ

"ถูกครึ่งนึงส่วนพวกที่เหลือเธอเองก็รู้จักดี ภาคีอัศวินดำน่ะ"สิ้นเสียงเราเหมือนได้ยินเสียงดังตึงคล้ายเสียงกระทืบเท้าดังลอดมาก่อนจะตามด้วยเสียงตะโกนดังลั่น

"พวกคุณคิดอะไรถึงพาพวกเค้ามา!"คาเรนทำหน้าสงสัยมากกว่าเดิมแต่ก็ยังคงนึกไม่ออก ส่วนคนอื่นก็สะดุ้งกันเป็นแถวมีแต่ซีทูที่ยังทำหน้าเฉยได้แล้วพูดต่อ

"ชั้นพาพวกเค้ามารับรู้ความผิดของตัวเอง เธอก็รู้นี่ว่าชั้นหมายถึงอะไร"แล้วเด็กคนนั้นก็เงียบเสียงไป

"เลิกงอแงแล้วรีบๆมาเปิดประตูได้แล้ว ชั้นมีของขวัญสุดพิเศษไว้ให้เธอกับหมอนี่ด้วยนะ"เธอพูดจบได้ไม่นานเด็กคนนั้นก็ยอมเปิดประตูให้แต่โดยดี

"เข้าใจแล้วครับ"สิ้นเสียงประตูที่เคยล็อคอย่างแน่นหนาก็ถูกเปิดออก ข้างในไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมอย่างที่ทุกคนคิดแต่เป็นสวนขนาดเล็กที่มีน้ำพุเทพธิดาตั้งอยู่และตรงนั้นเองที่มีร่างอันบอบบางของเด็กคนนั้นนั่งอยู่ เด็กคนนั้นลุกขึ้นและเดินมาทางนี้ก่อนจะเอ่ยวาจาที่เชือดเฉือนจิตใจ

"ไม่ได้พบกันนานนะครับ คนทรยศ"สายตาอันแน่วแน่ที่จ้องไปยังเหล่าภาคีเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามแต่ก็สมเป็นเธอนะ โรโล่ แลมเพอร์ลูจ

---------------------------------------

"พวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่ถึงกับพาพวกคนที่ฆ่าพี่มา"เจ้าพวกที่ทรยศพี่ทำให้พี่เจ็บปวด ผมเกลียดพวกเค้าจริงๆแล้วยังสายตานั่นอีกมองอย่างกับเห็นผีแบบนั้น

"..ร..โรโล่ แลมเพอร์ลูจ! ก็ไหนว่านายตายแล้ว"ผู้หญิงผมแดง...ชื่อคาเรนละมั้ง มองหน้าผมแบบนั้นยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่แถมถ้าจำไม่ผิดยังชอบมายุ่งกับพี่อยู่เรื่อย

"ใช่ผมตายแล้ว ตอนนี้หัวใจก็ไม่เต้นแล้วด้วยแต่ผมก็ยังอยู่ที่นี่แล้วยังไงล่ะ"เท่านั้นทุกคนก็ถึงกับผงะถอย แต่บางคนที่ผมจำชื่อไม่ได้ทำหน้าคล้ายอยากพิสูจน์ แล้วคุณซีทูก็เดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างผมกับคนพวกนั้นก่อนจะเริ่มอธิบาย

"เด็กคนนี้ตายไปแล้วจริงๆแต่เพราะเด็กคนนี้เองก็มีพลังของกีอัสเหมือนกันทำให้ถูกปลุกขึ้นมาจากความตาย แต่ว่าเวลาของเด็กคนนี้น่ะได้หยุดไปแล้วก็คงเหมือนศพมีชีวิตที่รอวันที่จะพังทลาย"พออธิบายจบจากที่เคยถอยห่างก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้ๆจนผมรำคาญแต่ท่าทางนี่จะเป็นเรื่องสำคัญผมจึงไม่อยากจะโวยวายออกไป

"จริงเหรอซีทู ถ้างั้น...เรื่องที่ว่าก็..."คำพูดของผู้หญิงที่น่าจะชื่อคาเรนทำให้ผมสะกิดใจและตั้งใจฟัง เพราะพวกเค้าคงไม่ได้มาพบผมเพียงอย่างเดียวเป็นแน่

"เข้าใจแล้วใช่มั้ย ถ้างั้นก็โรโล่นำทางทีสิ...พาชั้นไปหาเค้าหน่อยสิพร้อมๆกับพวกนี้นั่นแหละ"ผมเห็นเธอยิ้มเหยียดไปทางพวกเขาก่อนจะหันกลับมามองผม คำพูดของเธอไม่ใช่ขอร้องแต่เป็นคำสั่งซึ่งผมก็ได้แต่ยอมทำตามที่เธอสั่ง

"ครับ"ผมไม่รู้หรอกว่าคุณซีทูกับคุณสึซาคุพาพวกเขามาเพื่ออะไรถ้าจะบอกว่าเพื่อให้สำนึกในบาปของตัวเองมันก็ดูจะง่ายดายเกินกว่าจะเชื่อ แต่ผมก็อดแปลกใจไม่ได้กับรอยยิ้มและสีหน้าของคุณซีทูที่ดูจะมีความสุขมากกว่าครั้งก่อนที่เคยเห็นหรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับพี่กันนะ?

ขณะที่นำทางไปหาพี่ผมก็บอกกับตัวเองว่าอย่าเพิ่งหวังมากเกินไป ตลอด7ปีที่อยู่เคียงข้างพี่นั้นไม่ว่าผมจะพูดอะไรพี่ก็ไม่เคยลืมตาตื่นขึ้นมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำพูดของผมส่งไปถึงพี่บ้างรึเปล่า แต่ผมไม่คิดจะเลิกพยายามหรอกเพราะผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นพี่ก็ไม่เคยทอดทิ้งผมเลยทั้งที่เจ็บปวดทรมาณ

ผมตัดสินใจไปแล้วตั้งแต่เมื่อ7ปีก่อนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็จะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไป

"ถึงแล้วครับ"ที่ซึ่งเก็บรักษาบุคคลอันเป็นที่รัก

"คุณสึซาคุครับแน่ใจแล้วใช่มั้ยครับ"เขาพยักหน้าเป็นคำตอบ พอมองไปที่พวกภาคีก็ยิ่งอึดอัดใจแต่ใจของผมกำลังบอกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นผมจึงได้เปิดประตูบานนี้แล้วนำพาเหล่าคนที่แสนเกลียดชังไปหาบุคคลที่แสนสำคัญของผม

เบื้องหลังของประตูที่เปิดออกคือแสงสว่างอันอบอุ่นพร้อมกับร่างของใครคนหนึ่งซึ่งหลับไหลมานานหลายปี เส้นผมสีดำสนิทที่ยาวสยายขยับไปมาเล็กน้อยในน้ำใบหน้าอันยิ้มแย้มซึ่งไม่ว่ามองกี่ครั้งก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและเจ็บปวดระคนกัน

"สวัสดีครับ พี่"ผมเอ่ยขึ้นก่อนจะก้าวเดินไปยังแคปซูลใหญ่กลางห้องที่บรรจุร่างของพี่เอาไว้แล้วแนบกายลงบนนั้น ผมไม่ได้หวังว่ามันจะอบอุ่นแต่ผมเพียงแค่อยากถ่ายทอดความรู้สึกของผมออกไป ผมแค่อยากจะเข้าใกล้พี่ลูลูชให้มากขึ้นอีกสักนิดก็ยังดี

ขณะเดียวกันนั้นเองใบหน้าของพวกภาคีที่มาก็ดูจะตกใจเป็นที่สุดกับสิ่งที่ตนเองเห็น ต่างคนก็ไม่อาจจะละสายตาไปจากพี่ได้ ใครจะเชื่อเล่าว่าจอมมารร้ายที่สิ้นใจไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนบัดนี้ยังคงอยู่ที่นี่ในสภาพที่ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปเลย ผู้หญิงผมแดงคนนั้นเองก็เอามือปิดปากเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็นก่อนจะร้องไห้ออกมา

"ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนนายก็ยังเหมือนเดิมนะลูลูช"คุณสึซาคุถอดหน้ากากออกแล้วก้าวเดินมายังแคปซูลแล้ววางมือทาบลงบนนั้นพร้อมกับยิ้ม

"ก็เวลาของลูลูชกับพวกชั้นน่ะถูกหยุดไปแล้วนี่นา"ในน้ำเสียงของคุณซีทูแม้ฟังดูเศร้าแต่เธอก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจกับมันเท่าไร เธอเองก็เดินเข้ามาเรื่อยๆขณะที่ผมกับคุณสึซาคุพร้อมใจกันหันถอยออกไป

"เอาล่ะ ได้เวลาคืนชีพจอมมารแล้ว"

---------------------------------------

ชั้นยื่นมือออกไปข้างหน้าวางทาบลงบนกระจกแก้วใสที่เย็นเฉียบพอกับตัวชั้น เปล่งเสียงร้องออกมาราวกับบทเพลงแต่มันไม่ใช่เพลงแต่เป็นความคิดคำนึงของชั้นที่สื่อออกไปในอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อให้ลูลูชได้ยิน ทุกคนมองชั้นที่กำลังสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาทั้งที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่สว่างไสวแบบนั้นเลย ชั้นจึงได้เอื้อนเอ่ยบอกออกไป

"ตอนนี้ลูลูชกำลังหลับสนิทในโลกของตัวเองแม้คล้ายกับการหนีแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ ลูลูชเชื่อมั่นในอนาคตที่ตนเองนั้นรังสรรค์เอาไว้มากกว่าใคร เชื่อว่าทุกคนจะมีความสุข คิดว่าตนเองนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกแล้ว"ถึงได้ยิ้มแม้ตัวเองจะมิอาจมองเห็นแสงสว่างอีกต่อไป แต่สำหรับชั้นแล้ว....

"แม้มันจะฟังดูสวยหรูงดงามแต่สำหรับชั้นมันก็เหมือนคนไร้ความรับผิดชอบที่ทิ้งทุกอย่างไว้ให้คนอื่นจัดการแล้วตัวเองก็หนีไปสุขสบายคนเดียว"นายจะได้ยินมั้ยนะกับคำต่อว่าของชั้น

"คนแบบนั้นน่ะชั้นไม่ยอมให้มีความสุขอยู่แบบนี้หรอกนะ"หน้าผากของชั้นเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า ร่างกายของชั้นกระตุกราวกับมีไฟฟ้าวิ่งผ่าน ชั้นรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นขณะที่พยายามค้นหาหัวใจของลูลูช

พอหลับตาลงชั้นก็มองเห็นในโลกที่มีธรรมชาติอันงดงาม ผืนหญ้าสีเขียวที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ทั้งใหญ่เล็ก ทะเลสาบที่ใสสะอาด ชั้นได้กลิ่นหอมของดอกไม้ยามสายลมพัดผ่าน ทุกอย่างดูสวยงามจนตาพร่า ทั้งที่มันสวยงามแต่กลับไม่มีใครเลยนอกจากนายที่นอนอยู่ตรงนั้น

สถานที่ซึ่งมีทุกสิ่งเช่นนี้แต่ก็ว่างเปล่าจนเกินไป บนโลกที่ชั้นมองเห็นนายเพียงคนเดียว

ในโลกที่โดดเดี่ยวแบบนี้....คือหัวใจของนายงั้นเหรอลูลูช

ชั้นเดินเข้าไปหาลูลูชที่กำลังหลับสนิทก่อนจะกุมมือเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยเสียงเรียกไปพลางลูบเส้นผมสีดำสนิทนั้นเบาๆ นายมันคนขี้โกงคนใจ้รายทั้งที่ทำให้ชั้นต้องร้องไห้แต่พอถึงเวลาจริงๆชั้นกลับลังเลที่จะต้องปลุกนายให้ตื่นขึ้นมาในโลกที่แสนโหดร้ายนี้ แต่ว่า...

"ลูลูชตื่นเถอะนะ "พอทีเถอะนะลูลูช อย่าได้ทำให้ชั้นต้องลังเลไปมากกว่านี้อีกเลย

"รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว นายเองก็น่าจะรู้ว่าชั้นมาที่นี่เพื่ออะไรเพราะจริงๆแล้วคนที่เรียกชั้นมาก็คือนาย"แม้บอกว่าตัวเองไม่จำเป็น แต่สุดท้ายก็อดที่จะห่วงไม่ได้และความรู้สึกนั้นของนายก็ได้เรียกให้ชั้นหวนกลับมายังที่แห่งนี้

เพื่อที่จะเริ่มพันธสัญญาครั้งใหม่

"แล้วขั้นเองก็ไม่คิดจะให้นายอยู่อย่างสุขสบายคนเดียวหรอกนะ"ตอนนั้นเองมือที่จับไว้ก็เริ่มขยับ

"ถ้าอยากจะต่อว่าชั้นที่เอาแต่ใจละก็...รีบๆตื่นขึ้นมาได้แล้ว โลกนี้น่ะยังต้องการนายอยู่นะไม่ใช่ในฐานะจอมมารหรือจักรพรรดิแต่คือตัวนายที่ทำทุกอย่างเพื่อโลกใบนี้"แล้วทันใดนั้นดวงตาที่เคยปิดมาตลอดก็กลับลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงที่เรีกชื่อของชั้น

"ซี..ทู..."ชั่ววินาทีนั้นทุกสิ่งก็ถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างอันเจิดจ้า พอรู้ตัวอีกทีชั้นก็กลับมาอยู่ในโลกที่แท้จริงแล้ว ชั้นเงยหน้ามองร่างของลูลูชในแคปซูลแก้วก่อนจะหลบออกมาเมื่อได้ยินเสียงเครื่องกลกำลังทำงาน ไฟบนเครื่องกระพริบไปมาพร้อมกับฝาที่เคยปิดกำลังเปิดออก น้ำที่อยู่ข้างในไหลทะลักออกมาพร้อมกับร่างหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาอย่างช้าๆ

พันธนาการแห่งอดีตได้ถูกปลดออกแล้ว...

--------------------------------------------

สิ่งแรกที่มองเห็นหลังจากลืมตาตื่นคือ ใบหน้าของผู้คนที่ตกตะลึง น้ำตาของคาเรน รอยยิ้มของซีทูและเสียงเรียกของบุคคลอันเป็นที่รักดุจดังบทเพลงอวยชัยแด่การคืนชีพของจอมมาร

"ลูลูช!"

"พี่ครับ!"

ทั้งสองคนต่างวิ่งเข้ามาหาเราและใช้มือนั้นโอบกอดเราที่ร่วงหล่นเอาไว้ สิ่งต่อมาที่มองเห็นคือน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม หยดน้ำอันอบอุ่นที่แสนอ่อนโยนหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลรินออกมา สิ่งนั้นคือ ความปิติยินดีงั้นหรือ เอื้อมมือออกไปทาบทับบนใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้นราวกับอยากพิสูจน์ว่าสิ่งที่ได้สัมผัสนั้นมิใช่ความฝัน

"สึซาคุ...โรโล่...นี่พวกนายร้องไห้ทำไมกัน"เอ่ยพลางยิ้มทั้งที่ตัวเองก็หลั่งน้ำตาออกมาเช่นกัน

"ก็นาย...นาย....กลับมาแล้ว"สึซาคุพูดได้แค่นั้นก็เงียบไป ดวงตาสีมรกตที่มองเห็นยังคงเปล่งประกายเช่นเดิม

"พี่ครับ อย่าหนีไปไหนอีกนะครับ"แล้วร่างบอบบางนั้นก็โผเข้าสวมกอดเราแน่นราวกับจะฉุดรั้งเอาไว้ทั้งที่รู้ดีว่าเราไม่อาจจะหนีไปไหนได้อีกแล้ว

"ขอโทษนะโรโล่ สึซาคุ..."เอ่บคำขอโทษก่อนจะโอบกอดทั้งสองคนเอาไว้ฃสื่อให้รู้ถึงความในใจว่ายินดีมากเพียงไรที่สามารถโอบกอดบุคคุลอันเป็นที่รักได้ด้วยมือทั้งสองข้างนี้ หลังจากที่หลับไหลไปวันคืนที่ผ่านพ้นมานานหลายปีก็ยังคงฉายชัดผ่านมาทางความฝัน

ชั้นรับรู้ทั้งความรู้สึกของพวกนายและยังมองเห็น...ดินแดนแห่งแสงสว่างที่ความมืดกำลังย่างกรายเข้ามา ไม่อาจทนมองสถานที่ซึ่งมีผู้เป็นที่รักอยู่นั้นต้องหายไป ยอมไม่ได้ที่จะนิ่งเฉยทั้งที่สามารถช่วยเหลือได้ ดังนั้นเราถึงได้ส่งเสียงออกไปในที่อันแสนไกลโดยไม่รู้ตัว หวังให้ใครสักคนได้ยิน ร้องขอถึงความช่วยเหลือจากคนที่ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกครั้ง แล้วทุกสิ่งที่เคยสูญสลายจบสิ้นลงในอดีตก็พลันหวนกลับมาอีกครั้ง

เราเงยหน้ามองเธอที่ยืนอยู่ตรงนั้นก่อนจะส่งยิ้มให้แก่กันและกันแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีโรโล่กับสึซาคุช่วยประคอง ซีทูมองกลับมาด้วยรอยยิ้มก่อนเอ่ยถ้อยคำทักทายออกมาเป็นคนแรก

"ยินดีต้อนรับจากการหลับไหลนะ จอมมารร้าย"คำทักทายที่น่าขันราวกับการประชดประชันแต่กระนั้นก็ยังยิ้มรับ

"อืม ชั้นกลับมาแล้ว กลับมาเพื่อเริ่มต้นทุกสิ่งอีกครั้ง"หากแต่ในคราวนี้จะไม่มีความแค้นใดๆอีกแล้ว มันจะเป็นการทำเพื่อความสุขของทุกคนอย่างแท้จริง

เมื่อหันกลับไปมองเหล่าผู้คนที่เคยร่วมศึกด้วยกันมามากมาย ท่าทางที่แสดงไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจนั้นทำให้เรารู้ว่าทุกคนคงจะรับรู้เรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมดไปแล้ว เราดึงมือของทั้งคู่ออกเบาๆก่อนจะเริ่มเดินไปหาพวกเขาเหล่านั้น พวกพ้องที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเบี้ยหมากเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่ยามเมื่อได้ร่วมต่อสู้ด้วยกันเราถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่ผิดคือเราเอง

"คงต้องพูดว่าไม่ได้พบกันนานสินะ..."ไม่มีใครตอบกลับมาแม้แต่คนเดียว ต่างคนก็พยายามหลบตามีเพียงโทโดและโอกิเท่านั้นที่กล้าพอจะสบตากลับมา

"ชั้นไม่เคยคิดโทษพวกนายเพราะว่าคนที่ผิดตั้งแต่ต้นก็คือชั้นคนนี้ พวกนายมีสิทธิที่จะโกรธแค้นและเกลียดชัง"เพราะที่ชั้นคิดจะใช้พวกนายแก้แค้นพ่อของชั้นมันคือเรื่องจริง

"ตั้งแต่ที่ถูกทอดทิ้งชั้นก็เกลียดชังโลกใบนี้ เพราะโลกใบนี้ช่วงชิงสิ่งสำคัญของชั้นไปมากมาย"วันคืนอันแสนสุขกับบรรดาพี่น้องร่วมสายเลือด ช่วงเวลาที่ได้หัวเราะภายใต้แสงอาทิตย์ในต่างแดน ที่ซึ่งเราสามารถหัวเราะร่วมกันกลับพลันหายไปในเปลวเพลิงแห่งสงคราม

"ชั้นโทษว่าตัวเองอ่อนแอไร้ซึ่งพลังถึงได้สูญเสียไป พอได้พลังมาชั้นจึงคิดที่จะแก้แค้นจนกระทั่งได้ร่วมสู้กับพวกนาย ความรู้สึกของพวกนายส่งมาถึงชั้นเสมอและไม่ว่าพวกนายจะเชื่อหรือไม่แต่ชั้นก็ตั้งใจจะกอบกู้ญี่ปุ่นให้พวกนายจริงๆ"คราวนี้เป็นเราเองที่หลบสายตาของทุกคนก้มลงก่อนเงยหน้าขึ้น

"ตอนนี้ชั้นก็เป็นเพียงแค่คนๆหนึ่งที่ไร้ซึ่งพลังเช่นอดีตกาลแต่ว่าชั้นก็อยากจะขอร้องพวกนายว่า...ช่วยกลับมาติดตามชั้นอีกครั้งหนึ่งได้มั้ย"พูดออกไปด้วยรอยยิ้มอันแท้จริง  แม้จะถูกปฏิเสธก็ไม่เป็นไรเพราะชั้นเพียงแค่อยากจะบอกพวกนายก็เท่านั้นเอง เช่นเดิมที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทุกคนนิ่งเงียบราวกับว่านั่นคือการปฏิเสธ เรายิ้มอีกครั้งให้ตัวเองราวกับปลอบใจ

"งั้นเหรอ...นี่คือคำตอบของพวกนายสินะ"รู้สึกเจ็บในอกแต่ก็ยังอยากที่จะแย้มยิ้มแล้วบอกว่าไม่เป็นไร แต่เราก็พูดไม่ออกรู้สึกว่าคำพูดมันเลือนหายไปจากหัวจนหมด จนกระทั่งคาเรนก็เป็นคนเอ่ยปากออกมาคนแรก

"นายน่ะเป็นอย่างนี้เสมอ พูดเองเออเองอยู่คนเดียว จะแก้แค้นแล้วยังไงล่ะพวกชั้นเองก็ยังเคยคิดเลย พอสูญเสียก็ต้องโกรธเกลียดเคียดแค้นมันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอไงก็พวกเราเป็นเพียงมนุษย์ที่ไร้พลัง นายเองก็เหมือนกันต่อให้มีอำนาจล้นฟ้า ได้รับสมญาว่าจอมมารแล้วไงล่ะ!"คำพูดที่ชวนให้เจ็บปวดดังก้องไปถึงหัวใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีใครมาต่อว่าเราแบบนี้

"สุดท้ายนายก็ยังคิดอะไรโง่ๆอย่างการแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแล้วตายไปแบบนั้น นายมันคนขี้ขลาด คนชั่วร้ายเป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นแล้ว...เรื่องของนาย..."เธอก้มหน้าสูดลมหายใจลึกเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

"เรื่องของนาย...ชั้นยกโทษให้!"เพียงแค่คำพูดของคนๆเดียวกลับทำให้น้ำตาของเราเอ่อล้นออกมาด้วยความดีใจอย่างที่สุด สิ่งหนึ่งที่อยากได้ยินมาตลอดทั้งที่บอกว่าไม่เป็นไรแต่แท้จริงแล้วเราก็แค่โกหกเหมือนทุกครั้งว่าตัวเองไม่เป็นไรทั้งที่เจ็บปวดเกินทน อยากได้มาตลอดกับคำพูดว่า ยกโทษให้

พลันนั้นน้ำตาที่เคยคิดว่าเหือดแห้งไปแล้วก็ได้ไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับความผิดทั้งหมดที่เคยพันธนาการตัวของตัวเองอยุ่นั้นแตกกระจายหายไปกับแสงสว่างและคำพูดของเธอที่น่าจะเป็นอีกคนที่เจ็บปวดที่สุดเพราะตัวเราเอง ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อล้นอยู่ในหัวใจ

"ขอบคุณนะคาเรน...ขอบคุณมาก...."ขอบคุณที่ยังสามารถยกโทษให้กับชั้น

ทรุดกายลงกับพื้นปลดปล่อยน้ำตาออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่อยู่ในใจทั้งหมด เอ่ยคำขอบคุณและขอโทษซ้ำไปซ้ำมาราวกับเด็กตัวเล็กๆโดยมีคนที่รักทั้งสองคนอยู่เคียงข้างแล้วโอบกอดปลอบประโลมตัวชั้นช่างเป็นคนที่มีความสุขจริงๆทั้งที่ทำผิดไปมากมายก็ยังมีคนยกโทษให้แล้วยัง...มีคนที่รักและยอมอยู่เคียงข้างคนเลวๆแบบชั้นอีกหลายคน ชั้น...ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียวอีกแล้ว

พอเงยหน้าขึ้นสิ่งที่เห็นเบื้องหลังน้ำตาคือรอยยิ้มของคนที่เคยถูกทรยศหักหลัง ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากยิ้มแล้วต่อมาทุกร่างที่ยืนอยู่ก็พร้อมใจกันก้มหัวลงคำนับแล้วโอกิก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเราเป็นคนแรกก่อนจะพูดออกมา

"พวกเราเองก็ต้องขอโทษเหมือนกันทั้งที่พวกเราควรจะเชื่อใจนายแท้ๆ แต่นายกลับไม่ได้กล่าวโทษ ดังนั้น....."โอกิหันกลับไปหาทุกคนพร้อมพยักหน้า ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมใจกันเอ่ยคำหนึ่งออกมา

"ขอโทษนะเซโร่ ได้โปรดกลับมาเป็นหัวหน้าของพวกเราอีกครั้งด้วยเถอะ!"

ยิ่งกว่าถ้อยคำสรรเสริญใดๆ พรากจากสูญเสียไปแต่สุดท้ายกลับหวนคืนสู่สิ่งที่คิดว่าเป็นบาปมาตลอด หน้ากากสีดำคุ้นตาถูกยื่นกลับคืนมาให้ขณะที่ยังคงถูกประคองอยู่ในอ้อมแขนนั้นกับคำพูดอันแสนอ่อนโยนของนาย

"สิ่งนี้น่ะคือของนายนะ"ยื่นมือออกไปรับมาโดยไร้ซึ่งความสับสน ยืนด้วยความมั่นคง เอ่ยถ้อยคำที่เป็นดั่งจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่

"ไปกันเถอะ ทุกคน!"

...................................
............................................
......................................................

กลางสนามรบที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นของความตาย กองทัพที่อยู่ข้างหน้านั้นมากมายจนมืดฟ้ามัวดิน เรายืนอยู่บนหุ่นรบที่สีดำที่เคียงคู่กับหุ่นรบสีขาวทั้งสองโดยไร้ความเกรงกลัว จ้องมองไปยังเบื้องหน้าแล้วเหยียดยิ้มให้กับตนเองขณะที่เสียงติดต่อของฝ่ายนั้นได้ดังขึ้นมา เสียงที่ถามเต็มไปด้วยความดูถูก

"กองทัพแค่นั้นจะชนะพวกเราได้งั้นเหรอ"ช่างเป็นถ้อยคำที่น่าหัวเราะยิ่งนัก

"แน่นอนเพราะว่าพวกเราคือภาคีอัศวินดำยังไงล่ะ"กองทัพอันเกรียงไกรและเก่งกาจที่สุดบนผืนแผ่นดินนี้

"แล้วแกเป็นใครกัน"โง่เขลานักที่ไม่รู้จักแม้แต่วีรบุรุษแห่งปาฏิหาริย์ผู้นี้แล้วยังหาญกล้ามาต่อสู้แบบนี้ยิ่งไม่มีทางที่จะได้รับชัยชนะกลับไป เราสะบัดมือออกไปอย่างแรงจนชายเสื้อคลุมปลิวไสว เอ่ยนามของตนเองออกไปให้ดังกึกก้องจารึกไว้ว่า เราผู้นี้คือใคร

"ชั้นคือเซโร่วีรบุรุษแห่งปาฏิหาริย์!"

ผืนผ้าสีดำจะปกคลุมกองทัพทั้งหลายด้วยความหวาดกลัว

สำแดงเดชแผ้วผลาญเหล่าศัตรูให้สูญสิ้น

กุเรนเอ๋ยจงร่ายรำ นักรบสีขาวเอ๋ยจงแสดงพลัง

ประกาศให้รู้ว่าพวกเราคือ ภาคีอัศวินดำ

ตัวชั้นคือ เซโร่ผู้ที่จะปกป้องโลกใบนี้ตลอดไป

END

จบแล้วช่างเป็นอะไรทีสบายใจมากๆค่าแต่ยังอยากแต่งตอนพิเศษของลู่โล่เพิ่มยังไงไม่รุ้เลยยังไม่กดปิดเรื่องนะคะ ใครที่อยากรีเควสตอนพิเศษก็บอกด้วยนะคะว่าเอาคู่ใครแล้วเราจะพยายามแถ เอ้ย!แต่งออกมาให้ค่ะ
จะว่าไปฉากเปิดเผยความจริงนี่เคยคิดไว้แค่เป็นบทสั้นๆที่คิดออกมาเพื่อความสะใจเฉยๆแต่ไปๆมาๆก็ทิ้งไม่ลงแล้วก็เอามาใส่ที่นี่เลย หวังว่าคงถูกใจกันนะคะ
All hail Lelouch!!!!!!!
แล้วพบกันในนิยายเรื่องใหม่นะคะคราวนี้น่าจะเป็นรีบอร์น(แต่เอาคู่ไหนมาเขียนขอคิดดูก่อน)ไม่ก็แวมไพร์ไนท์ค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #247 tandty321 (@tandty321) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 02:01
    ฟิคนี้ช่างเป็นสิ่งที่.......สามารถลดความหดหู่หลังจากที่ดูโค้ดกีอัสจบได้ดีมากๆ
    ...อย่างน้อยก็จะคิดให้นี่เป็นตอนจบจริงๆของโค้ดกีอัสก็แล้วกันค่ะ
    สนุกมากมายยยย
    #247
    0
  2. #228 YoNgヨンヨン^^ (@winfinite) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 16:10
    จบแล้ว จบได้แฮปปี้แอนดิ้งมากTT<br />
    ลูลูซฟื้นแล้ว!!!!!!!!!TT^TTo<br />
    อ่านตอนนี้แล้วสะใจพวกภาคีอัศวินดำ 5555555!!<br />
    พอรู้ความจริงละเงียบเลย กร๊ากกกกกก><(โดนตบ)
    #228
    0
  3. #213 N@MT[]N (@parron) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 01:57
    จบได้ Happy มากๆ! สุดท้าย 3P ดีที่สุด!
    #213
    0
  4. #206 fareya (@flear) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 12:01
     สุดยอดดดดดดด!!! >< กรี๊ดดดดด!!!
    #206
    0
  5. #198 ~**~HiBaRi~**~ (@lllvongolalll) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 23:45
     สุดท้ายมันก็ 3P สินะ....
    ฉากจบสุดยอดมากกกกกก กรี้ดลู่สุดใจขาดดิ้น!!!

    เห็นด้วยกะ คห.2 ถ้าไม่มีท่านลู่ป่านนี้พวกเอ็งได้ไปเฝ้ายมบาลแล้วแน้แท้!!!(มั่นใจสุดๆ)

    อยากเห็นลู่ผมยาว!!เพื่อนบอกว่าคงเหมือนอาเจ๊ทีเอเรียจากดับเบิ้ลโอตอนแต่งหญิง..
    ...จะเหมือนได้ไงเล่า!!อาเจ๊อ่ะหญิงแท้แน่นอน(ในสายตาเรา)
    แต่ลู่มันแมน 100%!!!...แค่หน้าสวยตัวเล็กแค่นั้นเอง --"
    (ไม่รู้ว่าในเรื่องลู่เคยแต่งหญิงรึป่าว เพราะ ss2 เราดูแค่2ตอนแรกกับตอนจบอ่ะ)
    .
    .
    .
    แล้วก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งวาดรูปลู่ผมยาวในชุดเดรสของเจ๊ทีเอ้ในห้องเพื่อน..เหอๆ
    (ค้างบ้านเพื่อนอยู่ค่ะ 555)


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2554 / 23:46
    #198
    0
  6. #194 Love Anime yaoi >0< (@lliad) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 10:11
     อ๊ากกกก ตอนนี้อ่านเป็นครั้งที่23แล้วค่ะ ยังปล่อยโฮออกมาไม่เปลี่ยน แต่งอีกเยอะๆนะค้า~~~
    #194
    0
  7. #187 Atko (@datarji) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 00:50

    *ปล่อยโฮลั่นบ้าน!*

    ประทับใจฉากจบแบบนี้จัง!! ได้อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจบอกไม่ถูกเลยค่ะ

    เป็นตอนจบที่งดงามมากจริงๆ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (หันไปพ่นไฟ อย่างบ้าคลั่ง)  >{ }<

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ! ปลื้มมากมาย

    #187
    0
  8. #183 afourdi (@lliad) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 10:10
    ขอบพระคุณมากค่ะ มันเป็นเรื่องที่เศร้าและมีความสุขมากมายค่ะ เราชอบมากกกกกกกกก TOT
    #183
    0
  9. #180 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 22:04

    ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (เต้นหน้าคอม)


    อ่านรวดเดียวจบประทับใจมาก
    นึกเสียดายที่น่าจะมาอ่านตั้งนานแล้ว ตอนที่คนเขียนอยู่ระหว่างการแต่ง
    เพราะจะได้กรีดร้องไปกับพระเจ้า(คนเขียน) ได้ฆ่าคนเขียน ตื้บคนเขียน ที่ทำกับลู่โล่สุ แล้วกอดคนเขียนที่ทำให้


    ข้าน้อยประทับใจและมีความสุขมากกกกกกกกกกก


    อ่านแล้วเหมือนได้ดุr3ที่ใฝ่ฝัน สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบมาก โฮฮฮ
    ตอนนี้ประทับใจที่สุด ยกโทษ คาเรน คำพูดของเธอประทับใจมาก ตอนจบr2ขอบอกว่าเจ็บปวดมากค่ะ อย่างน้อยก็อยากให้เพื่อนทุกคนรู้ว่าลู่ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ คนอื่นน่ะช่างๆไปเถอะ
    ถึงแม้เขาจะบอกกันว่าลู่ไม่ตายแต่ก็ไม่มีอะไรยืนยัน (คลิปที่เอามาลงเห็นแล้วรู้สึกว่าตัดต่อ กับวาดทำเอง 80% ในความรู้สึก)แต่ก็ยอมเชื่อ (ให้กำลังใจตัวเองสุดๆ)

    แล้วตอนพิเศษที่ออกมามันดันตอกย้ำว่าลู่ตาย ว้าก แต่ก็ไม่เชื่อลู่ต้องไม่ตาย (มันไม่ยอมรับความจริง)
    ตอนนี่จบได้สุดยอด เพื่อนที่รู้ความจริง ความจริงอยากให้พวกประธานรู้ด้วย(แต่ก็น่าจะรู้สึกกันแบบคาเรน)


    ข้าน้อยเพ้ออะไรอยู่ แต่จะเพ้อต่อ


    ชอบมากกกกกกก ชอบมากกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกกก


    อยากให้เขาทำตอนพิเศษแบบนี้จัง เอาเนิ้อเรื่องนี้เลยยยย โฮฮฮฮฮ
    ประทับใจจนน้ำตาจะไหลด้วยความยินดี
    อ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกบอกได้เลยค่ะว่าความรู้สึกแต่ละตอนต่างกันมาก

    บางตอนอยากไปตบลู่แล้วบอกว่าเลิกซึนเถอะ

    บางตอนอย่างเตะสุแล้วบอกว่าลังเลอะไรอยู่

    บางตอนอยากกอดโล่ให้ตาย(โล่-ไม่เอาาาสยอง) แล้วบอกว่ากลับมาได้แล้วลู่ร้องกี่ตอนแล้วรู้ไหมมมม


    และหลายตอนอยากบีบคอคนแต่ง กร๊ากกกกกกกก


    คนแต่งเป็นพระเจ้า พระเจ้าหักหลังลู่ ตายยยยย


    ฮ่าๆๆๆๆๆ และขอตอบย้อนหลังข้อสี่ คนแต่งโรคจิต (กล้าตอบเพราะแต่งจบแล้ว (me//โดนรุมteen)
    และตอนลู่หลับตลอดกาล ว้ากกกกกกกกกกกก มันหนังโศก ลู่มีความสุข แต่คนอ่านรู้สึกหัวใจสลายมากกกกกกกกกกกก ตอนนั้นเกิดการการอยากตื้นคนแต่งอีกรอบ แต่บอกว่ารอตอนจบ อ่า เปิดหน้าต่อไป กรี้ดดด ปลื้ม

    (อย่าใส่ใจเรื่องกระทืบ แค่เพ้อ ฮ่าๆ)


    ชอบนิทานมาก ชอบจนอยากก๊อปไปอ่านให้คนอื่นฟังคนอื่นอ่านเอาไปปริ้น แต่ก๊อปไม่ได้ กร๊ากกกกกกก


    แม่มดสีเทากำไรน่าดูนะ ฮ่าๆๆๆๆ แม่ยกคงตบกันแย่งซื้อ (เรอะ)


    เนื้อเรื่องเห็นภาพได้ดีสุดๆ ดีจนจุกในอก ซีทูเธอเก่งจริงๆ(คนแต่ง๐มันต้องฉันเก่งไม่ใช่เรอะ)


    ชอบอ่านคำส่งท้ายของคุณมากเลย สนุกมากอ่านเพลิน ฮ่าๆๆๆ แล้วก็ชอบตรงตอบเม้นด้วยเลยเสียดายที่ไม่อยู่ตั้งแต่ตอนกำลังแต่ง จะได้เล่นตบมุขกันเอง )



    สุดท้ายนี้ขอบอกว่า ประทับใจมากขอรับ สร้างสรรค์ผลงานดีๆต่อไปนะครับ ขอบคุณมาก จากคนรักโค้ดกัอัสและฟิคของคุณ


    (ส่งท้าย(มีอีกเรอะ))

    อยากให้แต่งฟิคเรื่องนี้อีกจัง


    (เผ่น)



    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


    (หายไปพร้อมเสียงหัวเราะ)

    #180
    0
  10. #166 ninja-namimori (@ratinun1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 19:55

    สุดยอดดดดดด!!! เหมือนกำลังอ่านR3เลย (ถ้าติดว่ามีYละก้ใช่เลย 555)

    กำลังหาอ่านพอดีเลยครับ อ่านวันเดียวจบเลย 555 ขอบคุณที่สร้างผลงานดีๆแบบนี้ออกมานะครับ^____^

    เป็นบทสรุปที่จบได้ดีมากเลยครับ อ่านตอนนี้แล้วเหมือนในหัวเป็นภาพเคลื่อนไหวออกมาเลยทีเดียว(ฮาๆ)เห็นภาพออกมาหมดเลย 

    ในตอนนี้ ใกล้เคียงกับในออริมากครับ จะว่าเอามาต่อเป้นตอนพิเศษของตอนที่25เลยก็ได้นะครับ เพราะในความคิดผมก็ออกมาแนวๆนี้เหมือนกัน 555 ยิ่งประโยคที่ลูลูชพูดครั้งสุดท้าย ยิ่งบ่งบอกถึงตัวตนจริงๆเลย 

    โว้ว...เม้นยาวขนาดนี้เชียว ฮาๆ ยังไงก็ ถ้าจะต่อตอนเพิ่ม ก็จะมาอ่านนะครับ^__^v สู้ๆครับ

    #166
    0
  11. #153 ม่านทราย (@pixxy-pix) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2553 / 22:22
     ร้องไห้จนปวดหัว -3-
    #153
    0
  12. #141 SaintAndromeda (@crocodilemuri) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 15:11
    จบได้สุดยอดเลยค่า
    ฝากฟิคเราด้วยนะคะ Code Geass ภาคการปฏิวัติของทายาทแห่งลูลูชค่ะ
    #141
    0
  13. วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 13:50
    จบได้สุดยอดจริงๆ
    แอบน้ำตาพรากตั้งหลายตอน T^T
    เศร้าจริงๆ แต่ก็สนุกมากๆ ชอบจริงๆ
    โฮก เอาแบบ 3P ไปเลย!!
    ไม่ไหวแล้ว ละลายไปเรียบร้อย >//<
    #138
    0
  14. #137 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 04:19
    อ่านตอนที่ลู่แลกชีวิตกับโรโร่เสร็จแทบคลั่ง 

    มันจะเศร้าเกินไปแล้ว!!

    ฮือ....

    แต่ว่าพออ่านมาถึงบทสรุป

    อ้าย!! อยากบอกว่ารักคนแต่งที่สุดเลย

    ขอบคุณที่ให้ลูลูซมีความสุขในตอนท้ายนะคะ TOT
    #137
    0
  15. วันที่ 29 ธันวาคม 2552 / 16:56
    แจ๊บ อ่านจบแล้วค่ะ อยากอ่านต่อจริงๆ
    #136
    0
  16. #134 Happy ^o^ (@weep) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 18:36

    3Pเหอะน้าๆๆ/โดนตบ
    ตัดสินใจไม่ถูกจริงๆคร้า
    ลำบากใจมากๆ

    แต่ตอนจบก็Happy Endingดีอ่ะ
    ป้าเขียวอุตส่าห์พูดขนาดนั้น

    ป้าพูดได้แสบได้ใจมากกกกกกกกกกกก

    จี๊ดดดดดดดดดดดเลยอ่ะ

    #134
    0
  17. #133 mee-kun (@mee-kun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 / 21:52

    จบแบบแฮปปี้ เอนดิ้งมากๆๆๆเลยคะ TwT ดีจังเลย

    #133
    0
  18. #132 DarkNess>>BlackOrder (@kul_lee-eng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 / 00:19
    ><จบได้สุดยอดมากเลยค่าา
    #132
    0
  19. #131 Varsator (@pa_pa_phare) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 16:18
    ในที่สุดก็จบแล้วเจ้าข้าเอ๊ย!!!
    ไม่เคยตามอ่านฟิคเรื่องไหนอย่างใจจดใจจ่อเท่าเรื่องนี้เลยนะค่ะ (หัวเราะ)

    ในที่สุดเรื่องราวต่างๆก็เฉลยออกมา...
    ภาคีได้หายโง่ซะที เอ๊ย...ไม่ใช่ ต้องบอกว่าตาสว่างสินะค่ะ

    ดีใจเหลือเกินที่ไม่มีศพต้องนับ...ไม่งั้นต้องเจ็บปวดมากๆแน่ๆค่ะ

    คุ้มค่าแก่การรอคอยมากๆ เป็นตอนจบที่ประทับใจสุดๆค่ะ
    โดยเฉพาะ 6 บรรทัดสุดท้าย
    ชอบมากๆ!!!

    เป็นตอนจบที่มีความสุขอ่านแล้วไม่เจ็บปวด บีบหัวใจ 
    รู้สึกดีใจจริงๆค่ะ

    ส่วนตอนพิเศษ...อยากจะขอกระซิบ...
    3p ได้ไหมค่ะ?
    (เพราะว่าเลือกไม่ได้จริงๆค่ะ /หัวเราะ...)
    แต่ถ้า 3 ไม่ไหว...สูลู่แล้วกันนะค่ะ เพราะไม่ค่อยเจอฉากของทั้งคู่เลย
    (เจอแต่ฉากบีบหัวใจ...ใสไร้แสง (เป็นยังไง?) )

    ส่วนเรื่องใหม่...อยากอ่านแวมไพร์จังเลย...
    คลั่งเอ็ดเวิดร์ อะ...ไม่ช่าย
    รู้สึกแวมไพร์จะหาอ่านยากกว่ารีบอร์นค่ะ เลยอยากอ่านมากกว่า (ส่วนตัวมากๆ = =;;)

    เอาเป็นว่าขอเป็นแฟนพันธุ์แท้ /ฮา
    รอทั้งตอนพิเศษและเรื่องใหม่นะค่ะ ><b
    #131
    0
  20. #130 blood cross111 (@kazuki111) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2552 / 10:25
    จบได้ดีค่ะ
    อ่านแล้วหายเจ็บงใจที่ลู่ตาย
    การกลับมาอีกครั้งของจอมมารประทับใจสุดๆเลยค่ะ
    ความผิดในอดีตได้รับการให้อภัย
    กลับมาอยู่เคียงข้างเหล่าผู้คนอันเป็นที่รัก
    จบแบบมีความสุขจนคนอ่านอดยิ้มไม่ได้
    #130
    0
  21. #129 GiN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 02:11
    จบแล้ว เอา3Pไปเลย 555//โดนตบตาย



    แต่แอบสะใจกับข้างบนที่บอกว่าถ้าไม่มีลู่ตั้งภาคี ปานนี้งมโข่งถึงไหนต่อไปแล้ว เยส!!



    สุดท้ายก็แฮบปี้ ลั่นๆล้า~ ส่วนจะรีไรท์ก็จะตามต่อนะคะ
    #129
    0
  22. #127 GiN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2552 / 02:01
    ไม่เป็นไรค่ะ รอได้ สู้ๆนะคะ
    #127
    0