[Code Geass Fanfic]The Last and After Story (Yaoi)

ตอนที่ 6 : Our Fault[Re-write]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 พ.ย. 53

Part 5 : Our Fault

    แสงสว่าง....


    แสบตาจัง เช้าแล้วงั้นเหรอ…..

    ยามเช้าที่จำต้องลืมตาตื่นได้สาดส่องแสงอาทิตย์ผ่านลอดเข้ามากระทบลงบนเปลือกตาจนจำต้องลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกได้ถึงรอยเปียกชื้นเหนอะหนะบนท่อนแขนก่อนจะพบเลือดสีดำคล้ำที่ชุ่มผ้าพันแผล เลือดที่แม้จะเกือบแห้งไปแล้วแต่เพราะจำนวนของมันที่มากเกินไปก็ยังทำให้ได้กลิ่นคาวฉุนกึก เมื่อคิดทบทวนเรื่องของเมื่อคืนเราก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าตนเองนั้นขาดสติมากเกินไปแถมยังทำอะไรบ้าบิ่นอีกด้วย พอมองขยับมือข้างที่เอามีดกรีดเมื่อคืนก็ไม่หลงเหลือความเจ็บปวดอีกแล้วมีแต่เพียงความอบอุ่นของมืออีกข้างหนึ่งที่ถูกกุมเอาไว้

    “สึซาคุ....”ใบหน้ายามหลับของสึซาคุที่ไม่ได้เห็นมานานเรียกรอยยิ้มของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    “นายจะหวงชั้นมากไปแล้วนะ”พูดแบบนั้นพลางมองมือที่ถูกกุมเอาไว้จนแน่น แอบคิดถึงคำพูดที่ได้ยินเมื่อคืนซึ่งยังดังก้องอยู่ในหูกับสัมผัสอ่อนโยนที่ได้รับทำให้เรารู้สึกมีความสุขจนไม่อยากที่จะหันหน้ากลับไปเผชิญกับความทุกข์ทรมาณ

    “นายบอกชั้นว่า ไม่ให้หนีแต่สุดท้ายนายต่างหากที่เป็นคนพาชั้นหนีรู้มั้ย…”ทั้งที่พูดแบบนั้นแต่ก็รู้ดีว่าใจของเราต่างหากที่ยอมโอนอ่อน ลูบเบาๆบนใบหน้าที่หลับสนิทแล้วก็อดเศร้าไม่ได้

    การหนีจากความเจ็บปวดอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่ว่ามันถูกต้องแล้วงั้นเหรอ....

    ยอมรับไม่ได้กับเรื่องของโรโล่แล้วก็หนีมาอยู่ในอ้อมกอดของสึซาคุแบบนี้มันก็แค่คนขี้ขลาดไม่ใช่รึไงกัน รู้ดีว่าคนเราไม่อาจจะหนีไปได้ตลอด สิ่งที่เราทำมันก็แค่การยื้อเวลาแห่งความเจ็บปวดเอาไว้เท่านั้น ผลสุดท้ายก็ต้องยอมรับและก้าวเดินต่อไปอย่างที่เป็นมา

    “แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น....”ชั้นก็อยากจะให้คนที่รักชั้นมีความสุขบ้าง....

    “อือ..”พร้อมกับเสียงที่ตามมาดวงตาสีมรกตก็ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า เราเผลอมองใบหน้ายามที่ลืมตาตื่นของสึซาคุซ้อนกับใบหน้าตอนที่วอนขอความรักจากเราขึ้นมา หมอนั่นยกมือขึ้นปัดผมที่ปิดใบหน้าออกก่อนจะหันมาหาเราพร้อมกล่าวคำทักทาย

    “อรุณสวัสดิ์ ลูลูช”มองเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้อย่างอ่อนโยนจึงได้ส่งยิ้มกลับไป

    “อรุณสวัสดิ์ สึซาคุ”คราวนี้สึซาคุยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมของเราที่ติดอยู่บนแก้มออกแล้วจึงวางทาบมือที่อบอุ่นลงบนแก้มของเรา

    “สบายใจขึ้นรึยัง”

    “ก็...นิดหน่อยนะ”เราตอบตามตรงพลางหยิบเสื้อเชิ้ตขาวมาสวม ข้างๆกองเสื้อผ้านั้นมีทั้งวิกและคอนแทคเลนส์ที่สึซาคุขอให้ถอดเอาไว้เมื่อคืนวางอยู่ เหตุผลที่ให้ถอดมันออกก็แค่…..

ผมอยากจะเห็นสีดวงตาจริงๆของเธอ

    พอนึกขึ้นได้เก็เผลอหลุดหัวเราะเบาๆกับความคิดที่แสนตรงไปตรงมาจนเหมือนกับเด็กๆของสึซาคุและคงเพราะเห็นเราหัวเราะสึซาคุถึงได้มีท่าทีสบายใจก่อนจะพูดออกมา

    “เธอยิ้มได้แบบนี้ผมก็เบาใจ”หลังจากนั้นหมอนั่นถึงได้ยอมปล่อยมือเราแล้วหันไปหยิบเสื้อผ้ามาแต่งตัวบ้าง

    “นี่ลูลูช..วันนี้เธอจะไปที่ศูนย์วิจัยมั้ย”ในระหว่างที่แต่งตัวอยู่ๆสึซาคุก็เอ่ยถามขึ้นมา มือที่กำลังหวีผมอยู่พลันแข็งทื่อราวกับด้านชา ก่อเกิดความสับสนที่ไม่เคยมีมาก่อนขึ้นมาเราหลับตาลงก่อนจะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

    “ไม่ล่ะ วันนี้ขอชั้นนอนพักหน่อยละกัน นายนั่นแหละคิดจะอู้งานรึไง รีบๆไปทำงานได้แล้ว”เราเอ่ยปากไล่แบบทีเล่นทีจริงแต่พอหันไปอีกทีหมอนั่นก็แต่งตัวเสร็จแล้วพอดี

    “ผมต้องไปอยู่แล้วล่ะน่าวันนี้มีประชุมเรื่องการร่างกฏหมายใหม่ด้วย เฮ้อ...ไม่รู้ว่าจะต้องร่างใหม่กันอีกกี่รอบถึงจะเสร็จ"หมอนั่นบ่นไปพลางหยิบเสื้อคลุมที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมก่อนจะก้มลงหยิบหน้ากากเซโร่มาถือเอาไว้

    “ผมไปก่อนนะ”ขณะที่เรากำลังอ้าปากจะเอ่ยลาทันใดนั้นสึซาคุกลับก้มลงมาจูบเราเบาๆแล้วสวมหน้ากากเดินออกไปโดยไม่รอฟังเสียงเราเลยแม้แต่นิดเดียว

    “จ..จ..เจ้าบ้า!”อยากจะตะโกนให้ดังกว่านี้แต่ก็ไม่อยากจะให้คนในบ้านแตกตื่นจึงได้แต่ตะโกนออกมาเบาๆแทน

    “ทำไมเดี๋ยวนี้นายถึงเป็นแบบนี้นะ ชั้นไม่ใช่คนรักของนายซักหน่อย”แต่แม้กระนั้นเรากลับเผลอใช้นิ้วลูบไปบนริมฝีปากที่ถูกจูบเมื่อกี้ราวกับอยากจะรำลึกถึงความรู้สึกนั้นเอาไว้พอรู้สึกตัวถึงได้รีบดึงมือออก

บ้าไปแล้วรึไง ทำท่าเหมือนสาวน้อยที่เพิ่งถูกจูบครั้งแรกไปได้!

    “นายที่ทำให้ชั้นรู้สึกแบบนี้แหละที่ผิด เจ้าบ้าสึซาคุ”มาทำใจดีกับชั้นให้ชั้นต้องหวั่นไหว บอกรักชั้นให้ชั้นไขว้เขว แล้วแบบนี้จะให้ชั้นทำยังไง

    “ทำไมนายถึงต้องใจดีกับชั้นด้วย...”ภายในห้องที่อยู่เพียงลำพังคนเดียวนี้กำลังทำให้เราเริ่มฟุ้งซ่านอีกครั้ง รู้ตัวดีว่าควรจะนอนพักอย่างที่ปากว่าแต่พอคิดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วเราก็ทำใจให้นอนหลับสบายๆไม่ได้

    เมื่อคืนนี้สึซาคุได้บอกคำว่า'รัก'กับเราไปแล้วและจริงอยู่ที่เมื่อก่อนเราเองก็เคย'รัก'สึซาคุเช่นกัน แต่ว่าเมื่อคืนนี้กลับไม่มีคำว่ารักหลุดออกจากปากเราสักครั้งเดียว

    ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุขของการที่ถูกสึซาคุกอดเมื่อคืนมันเหมือนกับการปลอบใจเสียมากกว่า เราไม่ได้รังเกียจที่ถูกสึซาคุกอดและยังเป็นเราเองที่เรียกร้องการถูกกอดจากหมอนั่น เราก็แค่อยากจะสัมผัสกับความรู้สึกที่เรียกว่าความอบอุ่นเท่านั้นเอง

    ร่างกายของเราที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งเย็นเฉียบจนน่าใจหายไม่เหมือนกับร่างกายของโรโล่ที่อบอุ่น หากแต่ร่างนั้นกลับไร้หัวใจและวิญญาณที่ควรมีจนนึกโทษตนเองทุกครั้ง เพราะเป็นเราเองที่ทำให้โรโล่ต้องตายและเป็นเราเองที่หลอกใช้ความใจดีของสึซาคุเพื่อนสนองในสิ่งที่เราต้องการ

    ไม่ว่ากี่ครั้งกี่หนเราก็ได้แค่หลอกใช้ความใจดีของคนอื่นเสมอ พอพลาดจากสึซาคุก็หันมาหาโรโล่แต่พอสูญเสียโรโล่ไปก็ได้สึซาคุกลับคืนมา ทั้งน่ารังเกียจและแสนสกปรกแต่ว่าทั้งที่สึซาคุก็รู้อยู่แก่ใจแท้ๆแล้วทำไมต้องมาทำให้เรารู้สึกแบบนี้ด้วย

    ชั้นไม่อยากได้รอยยิ้มของนายเพราะชั้นกลัว...

    ชั้นไม่อยากได้อ้อมกอดที่อ่อนโยนจากนาย...

    เฝ้าพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ยังเผลอใจ ทำตัวน่าสมเพชจนตัวเองยังขยะแขยง นิ้วมือจิกลงบนแขนของตัวเอง อยากนักที่จะฉีกกระชากร่างกายให้เลือดมันไหลรินออกมาให้หมด ชำระล้างความสกปรกที่ซึมลึกอยู่ภายในร่าง

    หายไปสิความอ่อนแอของชั้น หายไปซะทีสิแล้วอย่าได้เผลอใจอีกแต่แม้กระนั้นรอยยิ้มที่อ่อนโยนกลับฝังลึกอยู่ในหัวใจเสียแล้ว เคยอยากเกลียดหมอนั่นให้ตายแต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งที่คิดว่าแค้นแต่ก็ไม่เคยตัดใจฆ่าหมอนั่นลงสักครั้ง

    สึซาคุนายไม่รู้รึไงว่าชั้นน่ะทำทุกอย่างเพื่อให้นายรู้ว่าชั้นเกลียดแค้นนายมากมายแค่ไหนที่ถูกหักหลัง ชั้นกอดโรโล่เพราะอยากจะประชดนาย ชั้นตัดสินใจเป็นเซโร่อีกครั้งก็เพราะอยากแก้แค้นนายและนายก็รู้ทุกอย่างไม่ใช่เหรอแม้แต่เรื่องที่ชั้นไม่เคยคิดว่าโรโล่เป็นน้องของตัวเองสักครั้ง รู้ทั้งรู้นายก็ยังกอดชั้นงั้นเหรอ....

    นายมันบ้า! เป็นคนที่บ้าที่สุดที่ชั้นเคยเจอมาเลย!

    ทั้งที่ชั้นทำเรื่องโหดร้ายมากมายแล้วนายจะมาเห็นใจชั้นทำไม....

    แต่ก็ไม่นึกเลยว่าใจของเราจะเปลี่ยนไปเพราะใครจะคิดล่ะว่าจอมมารร้ายจะหลงรักเด็กคนนั้นเข้า รอยยิ้มของเด็กคนนั้นที่แสนจริงใจและมอบให้เราเพียงผู้เดียว มีแต่เด็กคนนั้นที่เป็นของเราเพียงคนเดียวและไม่มีวันทอดทิ้งเราอย่างแน่นอนและนั่นคือสิ่งที่สึซาคุไม่เคยให้เราเลย ดังนั้นเราถึงได้หลงรักโรโล่จนทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้

    คนที่ผูกปมของความสัมพันธ์และทำให้มันยุ่งเหยิงก็คือเราและในตอนนี้ปมเชือกที่รัดกันแน่นกำลังบาดเนื้อลงไปจนเจ็บปวด ช่างน่าสมเพชที่คิดหลีกหนีความเจ็บปวดด้วยการตาย คนที่ทำผิดไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องอะไรทั้งนั้น

    การที่ต้องเจ็บปวดเจียนตายแบบนี้ก็เพราะตัวเราเอง

    ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นความผิดของเราเอง

    “เพราะงั้น...อย่ายิ้มให้ชั้นสิสึซาคุ อย่าอ่อนโยนกับชั้น อย่าทำให้ชั้นหวั่นไหวไปมากกว่านี้เลยเพราะว่าชั้นไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว...”และแล้วน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลผ่านแก้มของเราไป

    ทำไมกันนะไม่ว่ากี่ครั้งที่ผมมองหันกลับไป ผมก็จะต้องเห็นเธอร้องไห้อยู่เสมอ

    ผมอดคิดแบบนี้ไม่ได้ในทุกครั้งที่เดินออกมา หลักจากที่เธอฟื้นขึ้นมาเธอก็เหมือนไม่ใช่ลูลูชคนเดิมที่ผมรู้จัก ลูลูชที่เคยเข้มแข็งคนนั้นตอนนี้กลับดูบอบบางและอ่อนแอกว่าที่เคยเป็นเพราะเราไม่เคยเห็นลูลูชร้องไห้บ่อยขนาดนี้มาก่อน รู้ดีว่าตนเองก็มีส่วนที่ทำให้น้ำตานั้นไหลออกมาแต่กระนั้นเราก็ไม่อยากที่จะโกหกตัวเองต่อไปเช่นกัน ไม่อยากจะรู้ตัวเมื่อสายแบบที่เคยเป็นมา

    ปล่อยให้วันเวลาผ่านมานับปีถึงได้เพิ่งเข้าใจสิ่งที่แววตาของลูลูชต้องการจะบอกในวันนั้น วันที่เราทั้งสองต่างหันปากกระบอกปืนเข้าหากัน แม้ลูลูชจะไม่ได้พูดออกมาแต่แท้จริงแล้วเค้าก็คงอยากจะให้เราเข้าใจและรับรู้ด้วยตนเองไม่งั้นมันก็ไม่มีความหมาย แต่ว่าในตอนนั้นความโกรธแค้นและความตายของยูฟี่กลับบดบังแววตาของเราไม่ให้มองเห็นถึงความเจ็บปวดที่แผงอยู่ในแววตานั้น

    ในตอนนั้นเรามองเห็นอะไรจากลูลูชกันนะ...เป็นคนโหดเหี้ยมที่น่ารังเกียจ เป็นปีศาจร้ายที่ไม่น่าให้อภัยหรือเป็นคนทรยศที่ทำร้ายเราอย่างแสนสาหัส แต่ไม่ว่าจะอะไรก็ตามสิ่งที่เรามองไม่เห็นก็คือความรู้สึกแท้จริงของลูลูช

    เมื่อได้ลองหวนกลับมานึกถึงอีกครั้งลูลูชในตอนนั้นหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ติดจะสั่นพร่าจนดูราวกับจะร้องไห้ ทั้งมือและริมฝีปากเองก็สั่นระริกเหมือนกับสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้แต่เราก็ไม่สนใจทั้งยังตอกย้ำในความผิดของลูลูชแล้วยังทำในสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เราขายเค้าให้กับจักรพรรดิแห่งบริทาเนียด้วยตัวเอง

    ตอนนั้นเรารู้สึกยังไงนะ...เสียใจรึเปล่าที่ทำแบบนั้น....รู้สึกผิดไหม..หรือว่ากำลังสะใจที่ได้แก้แค้น ตอนที่ได้ฟังเสียงกรีดร้องของลูลูชที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่เรียกว่าความทรงจำนั้นได้ทำให้เรารู้สึกสงสารรึเปล่านะหรือว่าตั้งแต่ตอนที่ยูฟี่ตายไปหัวใจของเราก็ด้านชาเสียแล้วจนไม่ได้ยินเสียงที่ร่ำร้องอยู่ส่วนลึกของจิตใจ

    ความรักที่เรามีให้กับยูฟี่มันคือความจริงแต่ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเราไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว ความจริงที่ปฏิเสธมาตลอดได้ไล่ต้อนเรามาจนกระทั่งทำให้เราตัดสินใจหักหลังลูลูชอีกครั้ง

    ในวันนั้น...วันที่เราได้ตัดสินใจผิดคำสัญญา

    คมดาบที่ควรจะทะลุเข้าหัวใจของลูลูชกลับถูกเบี่ยงออกไป ยาสลบชนิดรุนแรงที่เคลือบติดไว้ทั่วทั้งคมดาบ พยายามทุกอย่างที่ดูเหมือนไร้ค่าเพียงแค่อยากจะฉุดรั้งเอาไว้ เพราะว่าสูญเสียไปแล้วจึงไม่อยากที่จะสูญเสียไปอีกครั้ง

    “ความจริงแล้วเธอคงจะโกรธผมมากสินะ”โกรธที่ผมซึ่งเคยทอดทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี ได้พยายามที่จะฉุดรั้งเธอไว้ใก้อยู่กับผมทั้งที่เธอไม่ต้องการ

    พอหลับตาลงภาพของเธอที่หายใจรวยรินก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เลือดที่ไหลออกไปจำนวนมากทำให้ใบหน้าของเธอที่เคยสดใสซีดเผือด ตอนนั้นคงเป็นอีกครั้งที่ผมได้แต่รอเหมือนเมื่อครั้งอดีต เสียงสั่งการรักษาเธอที่ดังลอดออกมาจากห้องผ่าตัดทำให้ใจของผมเต้นไม่เป็นส่ำ ต้องทนกัดฟันหลายครั้งเมื่อได้ยินอาการของเธอที่แย่ลงเรื่อยๆจนกระทั่งได้ยินเสียงที่ไม่ต้องการเสียงเครื่องวัดจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังยาวไม่ยอมหยุดราวกับจะประกาศให้โลกทั้งใบได้รับรู้ว่า….

จอมมารร้ายสิ้นใจแล้ว

    จำไมได้เลยว่าในวันนั้นตัวผมกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งแค่ไหนเมื่อได้รู้ว่าเธอจากไปแล้ว ร่ำไห้ออกมาท่ามกลางหยดน้ำตาที่ถูกย้อมไปด้วยความสิ้นหวัง รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งขั้วหัวใจ พร่ำเอ่ยคำขอโทษนับครั้งไม่ถ้วน โทษตัวเองนับร้อยพันครั้งกับความโง่เขลาของตัวเอง

    ถ้าหากว่าผมยอมที่จะอยู่กับเธอหรือเซโร่ตั้งแต่ต้นแล้วบางทียูฟี่ก็อาจไม่ต้องตาย….

    ถ้าหากว่าตอนนั้นผมมองเห็นถึงความเจ็บปวดของเธอบ้าง....

    ถ้าหากว่าตอนนั้นผมไม่ได้ขายเธอให้กับพ่อของเธอ บางทีวันนี้เธอก็อาจจะยังคงเป็นเซโร่แห่งปาฏิหาริย์อยู่ก็ได้….

    ถ้าหาก..ผมปฏิเสธที่จะฆ่าเธอตั้งแต่แรกละก็วันนี้ผมคงได้เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว….

    ผมจะได้อยู่เคียงข้างเธอในฐานะอัศวิน ได้มองเธอที่คู่ควรกับคำว่าราชันย์ยิ่งกว่าใคร แม้เธอจะเป็นราชันย์ทรราชแต่ผมก็เชื่อว่าเธอคงสามารถค้ำจุนโลกนี้ให้มีแต่สันติสุขได้ถ้าไม่ใช่เพราะแผนการบ้าๆอย่างZero Requiemนั่น ผมก็จะสามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตราบนานเท่านาน คอยเป็นกำลังให้ยามที่ต้องเผชิญศึก อยู่เคียงข้างยามที่เศร้าสร้อย เป็นคนที่จะคอยกอดเธอเอาไว้

    แต่คำว่ “ถ้าหาก”นั้นมันช่วยอะไรไม่ได้ เราย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว เมื่อได้จับมือของลูลูชที่เย็นเฉียบราวกับว่ามันคือคมดาบแหลมที่ทิ่มแทงลงไปในหัวใจที่โง่เขลาดวงนี้ เรามันโง่เองที่ไม่รู้สึกตัวเรารักยูฟี่แต่ในขณะเดียวกันเราก็รักลูลูชมาก ไม่สิเรารักเค้ามาตลอดเพียงแต่เราแค่ปิดกั้นตัวเองด้วยคำว่า“เพื่อน”เท่านั้น

    เรามันบ้าอย่างที่ลูลูชบอก เมื่อได้กอดลูลูชเราก็แสร้งทำเป็นไม่ดีใจทั้งที่หัวใจกำลังร่ำร้องด้วยความยินดีขนาดนั้นก็ยังไม่รู้สึกตัว ตอนที่เราพูดถึงยูฟี่แม้ลูลูชจะยิ้มแต่แววตานั้นกลับเหมือนจะร้องไห้อยู่เรื่อยไปเราก็ไม่เคยสังเกตจนผ่านมาจนถึงตอนนี้ถึงได้เพิ่งเข้าใจ

    ณ วินาทีที่หัวใจของลูลูชหยุดนิ่ง สัมผัสได้ถึงความเย็นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่อาจห้ามได้ ดวงตาที่น่าหลงใหลของเธอจะไม่มองผมอีกแล้วงั้นหรือ...ริมฝีปากที่แสนอ่อนนุ่มของเธอจะไม่มีวันเรียกชื่อของผมอีกแล้วงั้นหรือ...ตัวเธอที่น่าหลังใหลจอต้องหายไปจากชีวิตของผมงั้นหรือ.....

    ไม่!

    ไม่นะ! อย่าหายไป! ลูลูชอย่าไป ผมต้องการเธอ! อย่าไปจากผม!

    กรีดร้องราวกับบ้าคลั่งและเสียสติ พร่ำเรียกให้ตื่นขึ้นมายิ่งกว่าความโหยหา ทั้งที่ผมเรียกร้องหาเธอขนาดนี้แต่ใบหน้าของเธอกลับดูเงียบสงบราวกับกำลังหลับสบายอยู่ในห้วงฝันอย่างมีความสุขที่ผมไม่ต้องการ!

    จำไม่ได้ว่าตอนนั้นผมพูดอะไรออกไป กรีดร้องด้วยท่าทางแบบไหน รู้แต่เพียงความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวซึ่งกัดกินหัวใจยามที่ต้องมองเธอซึ่งไร้การตอบสนอง จำได้แค่ว่าทั้งบังคับและขอร้องให้เธอนั้นลืมตาตื่น ภาวนาอย่างแรงกล้าพลางกุมมือที่เย็นเฉียบไปแล้วของเธอเอาไว้จนกระทั่ง.....

    แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ผมจำได้ว่ามือของเธอขยับกุมมือของผมเอาไว้ จากนั้นทั่วผมก็เห็นว่าทั่วร่างกายของเธอเริ่มขยับทั้งที่หัวใจก็หยุดเต้นไปแล้ว มันอาจเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในโลก ไม่มีหมอหรือนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ตัวของเธอมีการหายใจ อวัยวะภายในก็ทำงานมีเพียงแค่หัวใจที่ไร้การตอบสนอง ทั้งที่มีการเคลื่อนไหวของเลือดแต่ตัวของเธอกลับเย็นเฉียบ

    แต่ว่าผมก็ไม่คิดจะสนใจว่ามันจะสามารถอธิบายได้ด้วยสิ่งใดหรือไม่ ผมเพียงแค่ยิ้มแล้วก็หัวเราะทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องน่าขำ สำหรับผมสิ่งสำคัญมีเพียงสิ่งเดียวคือเธอที่กุมมือของผม มันทำให้ผมตัดสินใจพาเธอมายังศาลเจ้าคุรุรูงิ สถานที่แห่งความทรงจำของพวกเรา ที่ซึ่งเธอเคยมีความสุข ที่แห่งนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอ ผมเฝ้ารอเพียงเธอ ทุกวัน...ทุกวัน...ทุกวัน....จนเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

    ผมดีใจมากจนเผลอตะโกนออกมาตอนที่อยู่ในห้องส่วนตัวเพียงลำพังแล้วก็หัวเราะอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า หากแต่ในเวลาเดียวกันผมกลับไม่รู้ว่าจะทำหน้าแบบไหนยามที่ได้พบกับเธอเพราะแม้เธอจะตายไปแล้วจริงๆครั้งหนึ่งและแม้เธอจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ตัวผมก็ยังเป็นคนผิดสัญญาไม่เปลีย่นแปลง

    สำหรับเธอผมคงเป็นคนโกหกที่ร้ายกาจ เป็นคนที่กล้าทรยศเธอหลายต่อหลายครั้งมันทำให้ผมกลัวที่จะไปพบเธอ ทั้งความรู้สึกที่อยากจะพบจนใจจะขขาดกับความรู้สึกกลัวที่จะถูกเธอเกลียดก็เต็มแน่นอยุ่ในอกจนผมต้องใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์กว่าจะสามารถเผชิญหน้ากับเธอที่ฟื้นคืนมาจากความตายได้

    เธอรับฟังคำขอโทษของผมโดย ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองอย่างที่ผมเคยคิดไว้ แต่ผมกลับคิดว่าให้เธอโกรธผมคงจะดีกว่าการที่มีท่าทางเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรแบบนั้น เธออาจจะไม่รู้แต่ใบหน้าของเธอในตอนนั้นมันช่างว่างเปล่าราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆทั้งที่กำลังยิ้มอยู่ทว่าคำพูดที่ราวกับตัดพ้อว่าทำไมเธอถึงยังมีชีวิตอยู่นั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าโดนเธอต่อว่าเสียอีก

    บางทีเธอคงหวังสินะ หวังที่จะหลับใหลไปตลอดกาลในยามที่ตัวเองรู้สึกเป็นสุขที่สุด โดยทิ้งให้ผมต้องร้องไห้กับการจากไปของเธอ หากจะบอกว่าฟังดูโหดร้ายแต่นั่นก็สมกับเป็นเธอเพราะว่าเธอนั้นเป็นคนที่โหดร้ายเสมอ

    ผมจะต้องเป็นเซโร่ต่อไปตราบจนชั่วชีวิตและมันทำให้ผมจำต้องฆ่าเธอ เธอบอกว่านี่คือบทลงโทษของผมแล้วเธอล่ะรับบทลงโทษอะไรไปงั้นเหรอ?
    ความตายที่ตัวเธอเป็นผู้ปรารถนานั้นจะเรียกว่าบทลงโทษได้งั้นเหรอ?

    มันไม่ยุติธรรมเลย...ทั้งที่เธอทำให้ผู้คนเจ็บปวดมากมายแต่ตัวเธอกลับจะได้ตายตามที่ตัวเองหวังงั้นเหรอ ยอมตายเพียงเพื่อจะได้ไล่ตามเด็กคนนั้นไป แบบนั้นน่ะผมไม่ยอมหรอก!

    ดังนั้นผมถึงได้กล่าวอ้างถึงบาปมากมายของตัวเธอ เอ่ยถ้อยคำที่โหดร้ายออกไปและได้ผล ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างราวกับเพิ่งรับรู้ว่าตนเองควรจะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อตนเองหรือคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่เป็นเพื่อคนมากมายที่ตายไปเพราะตนเอง

    ทั้งที่ความจริงแล้วที่ผมพูดก็เพียงเพื่อจะฉุดรั้งเธอเอาไว้ให้อยู่กับผมแม้ว่าจะเป็นกรทำร้ายเธอก็ตาม แต่ตลอดมาเธอก็เอาแต่ใจตัวเองมาตลอดดังนั้นคราวนี้จะเป็นตัวผมที่เอาแต่ใจบ้าง

    เพียงแต่ว่าผมไม่เคยปรารถนาให้เธอต้องร้องไห้แบบนี้เลย....

    เธอร้องไห้ทำไม....ผมถามแต่เธอก็ไม่ตอบทำให้ผมได้แต่กอดเธอเอาไว้แล้วบอกว่าจะอยู่ข้างๆ แต่ทั้งอย่างนั้นเธอกลับแทบจะไม่มองผมเลย...มันทำให้ผมเกือบจะถามเธอออกไปว่า

    ผมยังเป็นคนสำคัญของเธอรึเปล่า....

    ซีทูบอกว่าระหว่างที่ผมเป็นอัศวินโต๊ะกลมลูลูชก็ได้มีความสัมพันธ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ทำหน้าที่จับตาดูเค้า เด็กคนนั้นชื่อโรโล่ แลมเพอร์ลูจน้องชายจอมปลอมผู้ซึ่งมาแทนที่นานาลี่ ผมพบเค้าหลายครั้งที่โรงเรียนแววตาของเค้าเวลามองผมไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าความเป็นมิตรอยู่เลย

    หลายครั้งที่ผมเห็นเธอยิ้มให้กับเด็กคนนั้นเหมือนกับมีความสุข  นอกจากนั้นผมยังเคยเห็นในขณะที่คอยจับตาดูว่าเธอได้ความทรงจำกลับคืนมาหรือไม่นั้น ในคืนนั้นผมก็ได้เห็น..ภายใต้ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงของงานเต้นรำ ร่างสองร่างที่อิงแอบอยู่ซอกหลืบของตึกเธอก้มลงจูบเด็กคนนั้นซึ่งไม่ได้มีท่าทีขัดขืนเลย นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับรู้ว่าเธอได้ลืมสิ้นซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ

    ผมเบือนสายตาจากพวกเธอและหันหลังกลับ เธอจะจูบหรือกอดใครมันก็ไม่เกี่ยวกับผมทั้งนั้น ผมกับลูลูชไม่เคยอยู่ในฐานะใดทั้งนั้นจากอดีตเพื่อนและศัตรูที่ผ่านมาเราก็แค่ใส่หน้ากากเข้าหากันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรให้กัน ต่างฝ่ายต่างหลอกกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แต่แม้กระนั้นผมกลับหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นเธอกับเด็กคนนั้นอยู่ด้วยกัน

    แม้จะปั้นหน้ายิ้มอยู่แต่แท้จริงแล้วผมเจ็บใจ..ใช่ทั้งเจ็บใจและโกรธเคืองตนเอง ที่ข้างกายลูลูชมันควรจะเป็นของผม รอยยิ้มนั้น ร่างกายนั้นรวมทั้งหัวใจทุกอย่างมันควรจะเป็นของผม ถ้าหากว่าผมไม่ได้ถือทิฐิของตนเองยอมที่จะเป็นฝ่ายเดินมาหาเธอก่อน ไม่ได้เป็นฝ่ายที่ทอดทิ้งหรือผลักไสเธอออกไปผมก็คงจะได้อยู่ข้างกายเธอมากกว่าใครแท้ๆ

    ท่าทางผมคงจะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องที่สุดในโลกทั้งที่ผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอสูญเสียความทรงจำ ผมต้องเป็นคนที่ป้องกันไม่ให้ความทรงจำของเธอกลับมา แต่ผมกลับอยากให้เธอจำได้ผมให้ได้ เพราะผมไม่อยากจะสูญเสียความรู้สึกรักที่เราไม่เคยพูดให้ฟังต่อกันและกันไปอาจเป็นเพราะผมหลงรักเธอที่อยู่ในโลกแห่งแสงสว่าง แต่เธอที่อยู่ในความเป็นจริงนั้นกลับถูกย้อมไปด้วยสีดำและสีแดงของเลือด มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง แต่ก็ยังอยากจะปกป้องเธอ

    บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่าผมมองเห็นเธอในตัวยูฟี่รึเปล่าเพราะยูฟี่ก็คือแสงสว่างที่สดใส เธอเป็นคนที่บอกให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปและสอนให้รู้จักรักตัวเองบ้าง แต่แบบนี้ยูฟี่คงน่าสงสารเกินไปและเมื่อมาลองคิดดูจริงๆยูฟี่ก็คือยูฟี่ไม่มีทางเป็นลูลูชไปได้

    เพราะหากยูฟี่คือแสงสว่างแล้วละก็ลูลูชก็คงเป็นความมืดที่น่าหลงใหล ไม่ว่าจะใบหน้าที่งดงามราวสตรี ร่างกายที่ผอมเพรียวบางและมันสมองที่ชาญฉลาดล้วนเป็นตัวส่งเสริมให้ลูลูชมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อโดยที่ไม่ว่าหญิงหรือชายก็ต้องลุ่มหลงและเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความงามนั้น

    ผมควรจะยอมรับความจริงนะว่า ยินดีเพียงใดที่ได้กอด ชิงชังเพียงใดที่ถูกแย่งชิงไป มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกพื้นฐานแต่ก็ไม่เคยใส่ใจมาถึงตอนนี้ก็ยังอยากจะรั้งลูลูชเอาไว้

    เธอบอกว่าผมใจดีและอ่อนโยนแต่มันไม่ใช่หรอก ผมก็แค่ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น ไม่ปฏิเสธเลยว่าความจริงแล้วผมอยากจะให้เด็กคนนั้นหลับอยู่แบบนั้นตลอดไปแต่ถ้าเป็นเช่นนั้นบางทีลูลูชอาจจะหนีไปจากผมอีกก็ได้

    คิดได้เช่นนั้นผมจึงไม่กำจัดเด็กคนนั้นไป หากว่าลูลูชเห็นเด็กคนนั้นพิเศษและอยากจะอยู่ข้างเค้า ผมเองก็อยากจะอยู่เคียงข้างลูลูชฉะนั้นเด็กคนนั้นถึงได้ยังมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะรั้งลูลูชเอาไว้ มันเป็นความคิดที่แสนชั่วร้ายและน่ารังเกียจแต่ว่าผมไม่สนใจหรอกถ้ามันจะทำให้ลูลูชอยู่ข้างกายของผมต่อไปไม่ว่าอะไรผมก็จะทำ

    เพียงแต่ว่าลูลูชกลับต้องหลั่งน้ำตาออกมามายมากทั้งที่ตนเองไม่ได้ผิดเลย ไม่ว่าจะคำพูดใดๆน้ำตานั้นก็ไม่เคยเหือดแห้ง ยิ่งถูกโอบกอดมากเท่าไรบาดแผลก็ยิ่งบาดลึกลงไปมากเท่านั้นเพราะรู้สึกว่ามือของผมคงไม่อาจเช็ดน้ำตาให้เธอได้อีกต่อไป

    “ลูลูชเธอไม่ผิดหรอกนะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นความผิดของผมเอง...”ยามเมื่อมองไปบนท้องฟ้า เมฆเริ่มก่อตัวจนมืดครึ้มทำให้มองไม่เห็นดวงตะวันอันสดใสตามที่ควรเป็น

    “เพราะงั้น...อย่าร้องไห้เลยนะลูลูช...”แม้หวังเช่นนั้นแต่สายฝนก็ยังโปรยปรายลงมา

    สามวันผ่านไปกับความว่างเปล่า เราไม่ได้ไปเยี่ยมโรโล่แบบที่เคยทำมานับเดือนส่วนซีทูก็ไปไหนไม่รู้ ทุกวันความรู้สึกที่อยากระบายจึงถูกเก็บงำเอาไว้ปล่อยให้ตนเองอยู่ในอ้อมกอดของสึซาคุทุกคืน เรารู้สึกอบอุ่นแต่กลับไม่มีความสุข ดีใจที่หมอนั่นไม่ได้ปฏิเสธเราแต่ก็ทรมาณที่ได้ยินคำว่ารัก

    ทั้งที่ควรจะดีใจแต่หัวใจก็บอบช้ำเกินกว่าจะตอบรับได้เพราะได้ในสิ่งที่ต้องการมาแล้วแต่กลับรู้สึกได้แต่เพียงความว่างเปล่า สัมผัสที่ได้รับทั้งต้องการและไม่ต้องการ ทำตัวราวกับโสเภนีชั้นต่ำไม่มีผิด ไม่เคยคิดเลยว่าเราจะทำให้ตัวเองตกต่ำได้ถึงขนาดนี้

    “คิดอะไรอยู่งั้นเหรอลูลูช”คำถามมาพร้อมกับปลายนิ้วอันอบอุ่นที่เกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าของเรา พอหันกลับไปมองก็พบกับดวงตาสีเขียวมรกตที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง

    “เปล่า..ไม่มีอะไร..”ตอบปฏิเสธไปอย่างเรียบง่าย แล้วก็ก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตา รู้สึกถึงแรงกอดที่มากขึ้นเล็กน้อย

    แสงแดดอ่อนๆยามเช้าสาดส่องเข้ามาอาบไล้ผิวที่เปลือยเปล่าของเราแต่กลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยเฉกเช่นเดียวกับอ้อมกอดที่เราเอนซบอยู่นี้ รู้ดีว่าตนเองไม่ได้เหมือนก่อนแล้วแต่ก็ไม่อาจจะปล่อยมือนี้ออกไปได้เสียที

    “เธอโกหกผมเสมอเลยนะ”อยู่ๆสึซาคุก็พูดขึ้นมาจากนั้นมือที่กอดเราอยู่จึงเลื่อนมาที่ปลายคคางออกแรงดันน้อยๆให้ตาของเราสองคนประสานกันโดยไม่สนว่าเราจะยินยอมมั้ย แต่เอาเถอะมันจะยังไงก็ได้อยู่แล้ว

    “จนป่านนี้เธอยังคิดว่าจะปิดบังผมได้งั้นเหรอ”เสียงของหมอนั่นฟังดูตัดพ้อเล็กน้อย เราจึงเพิ่มแรงกอดเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าแต่ก็ไม่ยอมตอบ

    พอเราไม่ตอบสึซาคุก็เลิกที่จะคาดคั้นหมอนั่นลุกขึ้นมานั่งพิงกับเสาบ้านโดยที่เรายังคงเอนตัวซบกับอกของสึซาคุต่อไปราวกับเด็กที่ขาดความอบอุ่น น่าแปลกที่คราวนี้หมอนั่นไม่ได้รวบตัวเรามากอดตามที่เราคิดไว้ สึซาคุปล่อยให้เรานอนอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเสียงโทรศัทพ์มือถือดังมาจากใต้กองเสื้อคลุมเซโร่ที่ถูกถอดทิ้งไว้

    พอเห็นดังนั้นเราจึงยอมลุกออกจากตัวของหมอนั่นแต่โดยดีแล้วเปลี่ยนมานอนขดอยู่ในเสื้อยูกาตะสีน้ำเงินตัวใหญ่ที่ใช้แทนผ้าห่ม หมอนั่นหยิบโทรศัทท์เครื่องเล็กมาติดทีหูก่อนจะลุกขึ้นหยิบเสื้อมาสวมและในตอนนั้นเองที่สีหน้าของหมอนั่นเต็มไปด้วยความตกใจ

    “มีอะไรงั้นเหรอ”หมอนั่นเงียบไปเล็กน้อยสูดลมหายใจลึกราวกับต้องพูดเรื่องคอขาดบาดตาย

    “...เด็กคนนั้นเค้า....พูดออกมาแล้ว”แม้เสียงจะแผ่วเบาแต่เราก็ได้ยินอย่างชัดเจน คำพูดนั้นทำให้เรารีบลุกมานั่งโดยไม่สนใจสภาพของตัวเองในตอนนั้นเลย

    “นายบอกว่าโรโล่พูดแล้วงั้นเหรอ...”ถามย้ำอีกครั้งเหมือนกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยินเพราะกลัวว่ามันจะเป็นเรื่องหลอกลวง สึซาคุมองตาเราแล้วตอบกลับมา

    “ใช่..”ในตอนนั้นใบหน้าของเราที่สะท้อนอยู่บนดวงตาของสึซาคุเต็มไปด้วยรอยยิ้มดูก็รู้ว่าดีใจมากมายแค่ไหน

    “ไปกันเถอะลูลูช ไปหาเด็กคนนั้นด้วยกันนะ”สึซาคุบอกเราด้วยเสียงที่เบามากแต่เราก็ไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อยมีเพียงสิ่งเดียวที่สนใจก็คือ โรโล่

    เมื่อมาถึงเราก็รีบมุ่งตรงไปที่ห้องของโรโล่อย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจแม้แต่เสียงของนางพยาบาลที่กล่าวทักทาย ยามที่ประตูถูกเปิดออกภาพของโรโล่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงในตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยภาพของเด็กคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือนิทานเล่มบางในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้อง     “โรโล่.....”ใบหน้าที่ค่อยๆหันกลับมาทำให้ใจของเรเผลอยิ้มออกมา หน้าของโรโล่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่าเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตสีม่วงอ่อนมองตรงมาที่เราแล้วจึงเอ่ยปากพูดออกมา

    “คุณ..เป็นใคร...”ทันใดนั้นราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ รู้สึกได้เลยว่าความเจ็บปวดที่พยายามอดกลั้นเอาไว้กำลังพุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย เรากำมือแน่นสูดลมหายใจลึกเพื่อไม่ให้เผลอกรีดร้องออกมาก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วส่งยิ้มให้กับโรโล่

    “สวัสดีโรโล่”ลองเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าน่ารักแลดูหวาดกลัวระคนสงสัยก่อนจะถาม

    “คุณรู้จักผมงั้นเหรอครับ”โรโล่เอ่ยถามสั้นๆก่อนจะปิดหนังสือนิทานในมือ พร้อมกับที่สึซาคุที่เดินเข้ามาในห้อง

    เรายังไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที พอมองดูอากัปกิริยาทุกอย่างที่เห็นนั้นก็ชวนให้นึกถึงวันคืนที่เคยอยู่ด้วยกัน โรโล่ชอบอ่านหนังสือนิทานโดยเฉพาะนิทานภาพเหมือนกับเด็กๆและยังชอบขนมหวานอีกด้วย เด็กหนุ่มที่ราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา คนที่โหยหาความรัก เด็กน้อยอันเป็นที่รัก

    “รู้จักสิ ชั้นคือพี่ชายของนายยังไงล่ะ”คำตอบที่บอกออกไปทำให้ใบหน้าของโรโล่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและงุนงง เรายิ้มให้กับโรโล่อย่างเจ็บปวดเล่นละครว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแบบที่เคยทำอยู่เสมอ

    “เหรอครับ ขอโทษนะครับที่ผม...”โรโล่คงกำลังรู้สึกผิด เค้าก้มหน้าลงไม่ยอมสบตาเรามือกำผ้าห่มแน่นดูน่าสงสารระคนเอ็นดู เรายังคงยิ้มและเอื้อมมือไปกุมมือของโรโล่เอาไว้อย่างอ่อนโยน

    “ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ใช่ความผิดของนาย”เพราะทุกอย่างมันคือความผิดของพี่เอง ยกมือขึ้นลูบไล้ไปบนแก้มนั้นอย่างแผ่วเบาด้วยความคุ้นเคยแล้วจึงพูดต่อ

    “อย่าทำหน้าเศร้าสิ สิ่งที่นายควรจะทำก็คือยิ้มนะ โรโล่”เหมือนกับที่เคยทำเสมอมา ขอแค่แย้มยิ้มแล้วคราวนี้พี่จะยอมทำทุกอย่างเลย

    ดวงตาที่มองมาเหมือนกำลังสับสน ไม่แปลกหรอกก็อยู่ๆมีคนมาบอกว่าเป็นพี่ชายทั้งที่ตัวเองก็จำอะไรไม่ได้แบบนี้ไม่สับสนก็คงแปลกเต็มที

    เราอยากได้โรโล่คนเดิมกลับคืนมาแต่ว่า..บางทีแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้ โรโล่ไม่จำเป็นต้องแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้อีกแล้วเพราะว่าในความเป็นจริงแล้วโรโล่เป็นเด็กที่สะอาดและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าใครถ้าหากเค้าได้อยู่ในโลกแห่งแสงสว่างอย่างที่ควรเป็นเค้าก็จะเป็นที่รักของทุกคนแน่นอน เรื่องที่ทำให้เจ็บปวดน่ะจะลืมมันไปก็ไม่เห็นเป็นไรเลยเพราะอย่างน้อยเค้าก็ยังอยู่ที่นี่

    “นี่โรโล่พี่ขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย”เราถามออกไปในขณะที่โรโล่ยังคงสับสนแต่โรโล่ก็พยักหน้าเป็นการตกลงเราจึงได้เอ่ยคำขอออกไป

    “ช่วยเรียกว่าพี่หน่อยสิ”แบบนี้ดีแล้วสินะ โรโล่จะต้องมีความสุขไม่ต้องเจ็บปวดกับอดีต จะจำเรื่องของเราไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่ยังคงเรียกเราว่าพี่และยิ้มให้ก็พอแล้ว

    โรโล่มองเราด้วยสายตาคล้ายจะไม่แน่ใจ เด็กคนนั้นอ้าปากเหมือนจะพูดหลายครั้งก่อนจะรวบรวมความกล้าแล้วเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา

    “...พี่ครับ”ขอเพียงยอมเรียกเราว่าพี่แม้ตอนนี้ใบหน้าจะไม่มีรอยยิ้มแต่สักวันโรโล่ก็คงจะยิ้มให้ เราบอกตัวเองให้พอใจและมีความสุขทั้งที่ได้ยินเสียงของบางอย่างกำลังปริแตกราวกับแก้วที่ตกลงบนพื้นและแตกกระจายออกไป

    ตั้งคำถามกับตนเองว่า เราพอใจแล้วงั้นเหรอ....

##############################

มาแบบสั้นๆและเมาๆ(นี่สั้นแล้ว?)

มาตอนนี้ความรู้สึกของสึซาคุจะยิ่งเผยความดาร์กออกมา หึๆๆ
ตอนแรกที่เขียนเรารู้สึกว่าเขียนให้สึซาคุด็เป็นคนดีมากไปหน่อยเพราะขนาดลูลูชยังมีทั้งด้านดีด้านร้ายสึซาคุก็คงพอกัน ความรู้สึอของสึซาคุถ้าจะพูดแบบไม่ละเอียงหรือเข้าข้างนี่บอกได้คำเดียวค่ะ [b]หมา-หวง-ก้าง[/b] เจ้าของก็เหมือนจะไม่ใช่แต่ก็ไม่ยอมให้ใคร ด้านความรุกสึซาคุรักยูฟี่จริงๆแต่ก็รักลูลูชด้วยเพียงแต่เจ้าตัวทำเป็นไม่รุ้ตัวคงเพราะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี(อ้างอิงจากตอนที่แล้ว) แต่ศักดิ์ศรีน่ะมันกินไม่ได้หรอกนะ!(ลูลูชต่างหากที่กินได้ อะแฮ่ม!....เผลอหลุดปาก)

ทางด้านลูลูชรายนี้เขาเป็นคนฉลาดคิดอะไรหลายด้านเลยทำให้เป็นพวก [b]คิดมาก[/b]ค่ะ คิดแล้วคิดอีกคิดไปคิดมาก็เริ่มออกอาการซึมเศร้า เพราะเคยชินกับการแบกรับอะไรไว้มากมายทำให้เผลอแบกรับทุกอย่างไม่ว่าเก่าหรือใหม่เอาไว้แล้วไม่ยอมบอกใครและไม่ยอมให้ใครช่วยแบก จากในออริก็หาได้ยากมากที่ลูลูชจะขอให้คนอื่นช่วยหรือพูดขอโทษรายนี้ก็หยิ่งในศักดิ์ศรีพอกัน(แต่เราชอบ หึๆๆ/ลำเอียง) แต่พอรับรู้ได้ถึงความอ่อนแอของตัวเองก็ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่ยอมพึ่งพาความช่วยเหลือของใครเลยทำให้เสียศูนย์มากจะเห็นว่าในตอนนี้ลูลูชออกอาการขี้อ้อนมากค่ะ

ตอนหน้าน้องโล่จะมีบทแล้ว จงติดตามข้ามา 555/สอบเสร็จหยุดได้นิดนึงเปิดเทอมเลยเริ่มเพ้อเจ้อหนัก


อารมณของลู่ตอนอยู่กับสุกก็ประมาณนี้เลยค่ะทั้งสุขทั้งทุกข์ อารมณ์คล้ายจะมาดซขึ้นเรื่อยๆ(เพราะคนแต่งมันโรคจิต55)

ภาพนี้สมณาคุณให้สุกตอนที่คิดถึงอดีตเลยค่ะ
ตาน้องโล่มั่ง

นี่เป็นในความคิดของลู่ค่ะว่าอยากจะให้โรโล่ไม่ต้องมีเรื่องทรมาณยอมที่จะเจ็บปวดเอง(ช่างเป็นพระเอก เอ้ะหรือนายเอกที่เสียสละจริงๆ)

อารมณ์น้องโล่ในตอนนี้คือ สับสนค่ะไม่รู้ว่าจะดีใจมั้ยที่มีพี่ชาย
แล้วพบกันใหม่ตอน6ค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #257 ★..Dream'z Night Hunter..★ (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 21:25
    ไรต์ครับ ร้องไห้มาสามรอบแล้วนะ TT_TT ทำไมเศร้าอย่างนี้... เอาสุลู่นะครับ สู้ๆครับไรต์ ^^
    #257
    0
  2. #235 tvxq5forever (@tvxq5forever) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 18:19
    ไม่สั้นนะไรเตอร์~~~^^แต่งยาวๆอ่ะดีแล้ว~~~
    #235
    0
  3. #218 YoNgヨンヨン^^ (@winfinite) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 08:51
    ไรท์ ตอนนี้มันไม่เห็นจะสั้นตรงไหนเลย ยาวไปซะด้วยซ้ำ-..-<br />
    โรโล่น้องรัก ตื่นแล้ว ปกติต้องจัดปาร์ตี้นะ แต่ดูถ้าจะไม่ได้-3-<br />
    ไรท์เค้าขอตัวไปจัดปาร์ตี้ที่น้องโรโล่ตื่นมาเพื่อเป็นมือที่สาม(?)ก่อนนะ=v=/<br />
    see u-อ็อก!!!(กลับมาก่อนใครอนุญาติ!!::ไรท์) แง่ง!!-3- <br />
    เหมือนรู้สึกว่า คุณอดีต บริททาเนียผู้ทรงเกียร์ติ จะร้ายได้อีกนะเคอะ=w=...<br />
    ก็หมาหวงก้างนิเนอะ ฮะๆๆ(โดนสึซาคุเตะ) ถ้าน้องโรโล่ตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำ<br />
    ทุกส่วนล่ะก็นะ- -... เกิดศึกชิงลูลูซขึ้นแน่= =" ต้องติดตามอ่านต่อไป!!!!
    #218
    0
  4. #160 maney (@canival) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2553 / 17:55
    ลู่เลือกสุแล้วสินะ อิอิ เพราะเค้ารักกันมานมนานนนนนน
    #160
    0
  5. #149 HoLyNe MiKaTsUkI (@nana85) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 15:55
    ยังไงเราก็เลือดบักสุ

    เพราะคู่สุกะลู่ มาตั้งแต่ภาค 1 แล้ว(เชียร์คู่นี้อยู่)

    เอิ้กๆๆๆๆ(เมา)
    #149
    0
  6. #128 andear (@andear) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2552 / 22:50

    จบแบบ 3p ซิคะ

    #128
    0
  7. #81 DevilKamui (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2552 / 10:05
    เอาเลือกสุค้า>O<~

    โรโร่กะนานาลี่กะเข้ากานดีนะ-v-
    #81
    0
  8. #22 Darkend (@mirai1313) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 / 00:18
    ตามอ่านเลยครับ เชียร์ สุxลู่เหมือนกันนะ กับโรโล่นี่มองให้มันเป็นคู่กันไม่ลงจริงๆแฮะ
    #22
    0
  9. #21 alizu111 (@kazuki111) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2551 / 17:20
    แน่นอนต้องสุxลู่อยู่แล้ว>_<
    #21
    0
  10. #19 ตฤลาลัย (@Trilalai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2551 / 13:22
    อ่านมาตั้งนานพึ่งรู้ว่าเป็น (สุ*ลู่) + (ลู่*โล่) แฮะ หึหึหึหึหึหึหึ (แอบพิมพ์ในห้องเรียน)

    แม่ยกสุเชียร์สุอยู่แล้วค่ะ = =b แต่ถ้าคนเขียนเลือกไม่ได้ เราแนะนำทำเหมือนเกมส์จีบหนุ่ม(?)ที่มีหลายๆEnding ><!! ใครเชียร์สุก็อ่านของสุไป ใครเชียร์ลู่ก็อ่านของลู่ไป เสมอกัน!!

    พึ่งได้อ่านความคิดสุ.. ตอนนี้นี่ยาวได้ใจดีจัง -///- คราวต่อๆไปขอยาวขึ้นเรื่อยๆนะคะ (ฮา)
    (สุ เลวได้อีกใช่มั้ยนายยยยย เสะเลวนี่ชั้นชอบนัก*[]*!!!)

    สงสารลู่.. ฮืออ เลือกสุเถอะน้า (โล่น่ะช่างเถอะ โดนแม่ยกเขม่นแน่เลยฉัน =A='')
    *แต่ก็สมน้ำหน้าสุอยู่เหมือนกันนะ.. ขอกลั่นแกล้งนานๆแล้วค่อยลงดีกว่าฮะ = =b

    อัพบ่อยแต่สั้น กับนานๆอัพยาว ..ขอถี่กว่านี้ได้มั้ยคะ TT TT
    #19
    0