คัดลอกลิงก์เเล้ว

ชีวิตที่เดินตามฝัน

โดย meisan

บทความที่เขียนให้กับ gconsole ครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆที่คิดเดินตามความฝันตัวเองบ้าง มันจะเป็นทางเดินที่ขรุขระ ไม่ใช่เดินเรียบๆแบบคนทั่วๆไป มีหกล้ม มีบาดเจ็บ มีขวากหนาม แต่บอกตรงๆว่าเป็นชีวิตที่มันส์กว่ามาก...

ยอดวิวรวม

1,009

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,009

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 มิ.ย. 51 / 14:11 น.
นิยาย ԵԹѹ ชีวิตที่เดินตามฝัน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 มิ.ย. 51 / 14:11


ARTICLE onGCONSOLE

หวัดดีทุกคน แนะนำตัวก่อนนะ ชื่อจริง ศศิ ธนาดีโรจน์กุล
ส่วนนามปากกาที่ใช้ตอนวาด คือ MEISAN (มาจากชื่อจีน อ่านว่า เหมยซัน)
จบจากถาปัด จุฬาฯ เรียกพี่ พี่มุ่ยก็ได้(ชื่อเล่น) เพราะส่วนใหญ่จะเรียกกันงี้

ตอนนี้ทำงานทางด้าน character design/illustration อยู่
ฮ่าๆ บางคนอาจจะสงสัยว่า จบเตค ทำไมไม่ทำเตคฟ่ะ
จริงๆเป็นเพราะว่ามารู้ตัวเอาปีท้ายๆ ว่าชอบงานวาดเอามากๆ
มันก็เริ่มมาจากที่เราเล่นเกมเนี่ยหละ คือ ตอนเด็กๆนั้นเพื่อนพี่ชาย
เอาเครื่องแฟมิคอมมาเล่นที่บ้าน เราก็เล่นด้วย ตอนนั้นที่ชอบเล่นมากๆ
คือมาริโอ 3 แต่ว่าที่บ้านไม่ได้ซื้อเกมให้นะ ก็อาศัยยืมคนอื่นเล่น
ไปเล่นบ้านญาติ เข้าร้านเกม มาแต่เด็กๆ คือเล่นเกมมานานแล้วหละ
พอมาม.ปลาย พ่อซื้อเครื่องเพลย์ให้ เป็นของเล่นที่พ่อซื้อให้แล้วดีใจที่สุด
ตอนนั้นก็เล่นเครื่องเพลย์ ส่วนใหญ่จะเล่นได้ทุกแนว แต่แนวที่ชอบมากๆ
เป็น action,adventure,rpg เกมโปรดสมัยเล่น PS
จะเป็น final fantasy tactic,BIO HAZARD ก็เล่นเยอะนะ
แต่แบ่งเวลาเอาเพราะต้องเรียนพิเศษด้วย
แล้วสมัยม.ปลาย เราเรียนแผนกวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ 2 ปีครึ่ง
คือเรียนหนักมาก ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังแบบนี้ไหมนะ
เวลาเรียนจะต้องเรียนรหัสควบ (เช่น เรียนเลข 2 ตัว ใน 1 เทอม)
แล้ววันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะต้องเรียนพิเศษอีก
ตอนเล่นเกม ก็ต้องพยายามไม่ให้คะแนนตกมาก (เดี๋ยวที่บ้านไม่ให้เล่น 55)
พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็ยังเล่นเกมอยู่ดี
แต่ว่าคราวนี้เรียนหนักกว่าเดิมอีก หนักกว่าม.ปลายเยอะ
ส่วนใหญ่จะหนักที่งานมากกว่า
ใครๆก็รู้ว่าถาปัดงานหนักแบบถึกควายทุยใช่มะ 55
พอปี 3 ก็เล่น RO นะ แต่เลิกเล่นไปตอนทำทีสิส
ตอนนั้นก็เริ่มๆจะจริงจังเรื่องการวาดแล้ว
คือ ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่า อนาคตเราอยากทำงานอาชีพอะไร
เรามีความใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิต
ขอทำงานออกแบบคาแร็คเตอร์ของเกมสักครั้ง
อยากทำงานด้านวาดๆ เพื่อนก็บอกว่า เออ... ไม่เสียดายเหรอ
ที่เรียนมา 5 ปี แล้วดันผ่ามาทำงานวาดๆ
จะบอกว่าในวันนี้ไม่เคยคิดเสียดายเลย
เพราะ 5 ปีนั้นทำให้เรียนรู้ชีวิต เป็น 5 ปีที่รู้สึกว่าคุ้มค่า
เพราะทำให้เราโตขึ้นมาก
ถ้าเราไม่ได้ผ่าน 5 ปีในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
คงไม่สามารถพูดหลายๆอย่างที่เราพูดได้ในวันนี้
สามารถพูดได้ว่า หากคนเรามีความชอบและรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริงจัง
และมุ่งมั่นที่จะทำ ก็ทำได้ เพียงแต่เราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
เรื่องอะไรก็ตามที่คนอื่นมองว่าไร้สาระ หรือไม่มีประโยชน์
มองอีกมุมนึง ทุกอย่างมันให้ประโยชน์ทั้งนั้น
เพียงแต่เราจะมองเห็นประโยชน์ของมัน
แล้วใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่หรือไม่

เหมือนกันกับเกมนี่แหละ อยากจะบอกว่า การเล่นเกม
ทำให้เราอยู่ติดบ้าน คือวันหยุดก็ไม่ค่อยไปไหน
ไปเรียนพิเศษกลับมาปุ๊บ ก็ไม่ไปเถลไถล
กลับบ้านเล่นเกม อยู่ในสายตาพ่อแม่
ถ้าเรารู้จักควบคุมตัวเอง ควบคุมเวลาเกมก็จะให้ประโยชน์กับเรา
ให้ความบันเทิง และถ้าเราชอบ เรารัก
ในอนาคตอาจจะได้ก้าวเข้ามาทำงานในสายนี้ก็ได้ ใครจะรู้ ^^?
ถ้าน้องๆสนใจทำงานทางด้านนี้ ก็ดูว่าอยากจะเป็นอะไรก่อน
การทำเกม แบ่งเป็น งานกราฟฟิค ก็ทำหน้าที่ออกแบบกราฟฟิค
คาแร็คเตอร์,ฉาก,UI(user interface) ส่วนโปรแกรมมิ่ง
ก็จะทำหน้าที่เขียน code ให้เกมออกมาเป็นแบบที่ดีไซน์ไว้
นอกจากนี้ ก็มี ส่วนดีไซน์ คือ เกมดีไซน์ เลเวลดีไซน์ ฯลฯ
เหมาะสำหรับคนชอบคิดตัวเกม
ถ้าน้องชอบด้านไหน แล้วค้นหาตัวเองได้
ยิ่งเร็ว ยิ่งเป็นผลดีกับตัวน้องๆเอง
การเลือกเรียนในสายที่ตรงกับที่น้องชอบ จะดีที่สุด
เพราะว่า ชีวิตน้องจะมีความสุข ถ้าทำงานที่น้องรัก
ในวันนี้ พูดเพราะหวังดี เพราะพี่ผ่านสิ่งเหล่านั้นมาหมดแล้ว
อยากให้ทุกคน ค้นพบเส้นทางของตัวเองให้เร็วที่สุด
แล้วก้าวไปอย่างมุ่งมั่น
ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครอง ถ้าเขาจะห้าม
หรือไม่อยากให้เราเรียนในด้านที่เราชอบ
พี่คิดว่าควรจะคุยกับท่าน เพราะสุดท้ายแล้วตัวน้องเองนั่นแหละ
ที่จะอยู่กับเส้นทางที่น้องเลือก ไม่ใช่ใครเลย
และคนที่จะทรมานคือตัวน้องเองอีกเช่นกัน
ถ้าเลือกตามความคิดของคนอื่น
โดยที่สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่น้องเองอยากเรียนเลยแต่แรก

ชีวิตคนเรา ไม่ใช่แค่เกิดมาเพื่อเรียนจบทำงานหาเงินอย่างเดียว
เพราะถึงวันหนึ่ง เราจะรู้เองว่า วันเวลามันผ่านไปทุกวัน
แค่เรียนก็ปาไป 20 กว่าปีแล้ว ทำงานอีกกี่ปี
เราจะได้ใช้ชีวิต แบบที่ตัวเองอยากเป็นเมื่อไร
สิ่งสำคัญคือ อย่าท้อ เหมือนอย่างที่ Steve Jobs
ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple inc. กล่าวไว้ว่า
ชีวิตคนเราก็เหมือนการลากเส้นต่อจุด
ซักวันจุดเหล่านั้นจะมาบรรจบกัน
คติในการดำเนินชีวิตเขาคือ ให้คิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต
เราจะสามารถตัดสินใจอะไรตามความต้องการของตัวเอง
และละทิ้งความกลัวไปได้
เพราะตราบใดที่คนเรา ตระหนักว่าชีวิตนี้มันไม่แน่นอน
ฉะนั้นให้ทำทุกวันให้มีค่า เป็นสิ่งที่ทำแล้วเราจะไม่เสียดาย
ถึงแม้จะผิดพลาดหรือล้มลง เป็นเรืองธรรมดาของชีวิต
พี่เชื่อว่า การตามความฝัน ทำในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ
มันจะทำให้ทุกวัน ผ่านไปแบบมีความหมาย
ถ้าหากน้องอยากทำงานด้านนี้ ก็ต้องมีความจริงจัง
ฝึกฝนตัวเองให้มากๆ แล้วตั้งใจ มุ่งมั่น พยายาม
อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ เราทำไปก็สู้ชาติอื่นไม่ได้
เพราะว่าถ้าเราคิดแบบนั้น เราจะกลายเป็นแบบนั้นจริงๆ
ต้องคิดว่า เราก็ทำได้ เพื่อสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง
(แต่อย่าหลงตัวเองนะ)

"ทัศนคติเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำคัญกว่าฝีมือ"
เพราะ "ฝีมือ ฝึกกันง่าย แต่ทัศนคติฝึกกันยาก"
คนที่ทำไม่ได้จะเอาแต่หาข้ออ้างให้ตัวเองตลอดเวลา
ก็เพราะว่าเราไม่ได้เรียนมาโดยตรง ก็เพราะว่า...อย่างนั้นอย่างนี้
สุดท้ายแล้วข้ออ้างเหล่านั้นนั่นเองที่กรอบพวกเขาเอาไว้
ไม่ให้ก้าวไปในทางที่ใจอยาก
ทั้งๆที่เอาจริงๆแล้ว เขาอาจจะทำได้ แต่ไม่ทำ
แล้วถ้าหากแก่ตัวไป เรามองย้อนกลับมา เราจะเสียดายไหม
ที่ช่วงชีวิต ที่เราสามารถทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่ลงมือทำ
เพียงเพราะเราเชื่อว่าตัวเอง "ทำไม่ได้"
ตัวเราเป็นในสิ่งที่ตัวเองคิดนั่นเอง

"ทัศนคติเป็นสิ่งที่กำหนดว่าคนๆหนึ่ง
จะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่"

น้องต้องเริ่มมีทัศนคติ คิดบวกแต่วันนี้ ส่วนฝีมือนั้นก็ฝึกไป
เอาชนะตัวเองให้ได้ เราก็จะพัฒนาขึ้น
ยอมรับคำวิจารณ์ของผู้อื่น เป็นเรื่องสำคัญมากๆ
พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
ที่สำคัญเลยคือ เรื่องพื้นฐาน การฝึกวาดรูป
ฝึกแต่ก็อปปี้ภาพวาดคนอื่น ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นได้
เพราะเราไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เราก็อปปี้อย่างแท้จริง
ถ้าหากอยากฝึกจริงจัง การฝึกพื้น
จะทำให้น้องเข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์ได้
ไม่ว่าจะเป็น animation การออกแบบคาแร็คเตอร์ของเกม
หรืองาน illustration ล้วนมีพื้นฐานมาจากสิ่งเดียวกัน
การที่เราจะถ่ายทอดออกมาให้แม่นยำ พื้นเราต้องแม่นก่อน
เริ่มจากไปเรียน drawing ฝึกวาดสัดส่วนคนจริงๆบ้าง
เพราะการออกแบบคาแร็คเตอร์ เราต้องเข้าใจสัดส่วนมนุษย์
เราถึงสามารถ apply มันได้
อันนี้เป็นพื้นเลย ที่ไม่ว่าน้องจะอ่านตำราไหนๆก็จะเจอ
ถึงน้องจะวาดการ์ตูน ก็ยังต้องฝึกพื้นให้แน่นอยู่ดี
ถ้าเราสร้างตึก ฐานรากไม่แน่น ตึกสูงๆ ก็ล้มได้
ทุกวันนี้ พี่เองทุกวันนี้ก็ฝึกพื้นฐานเหมือนกัน
ถ้าเราเข้าใจแล้ว ก็สามารถประยุกต์ยืดหด เพิ่ม เสริมแต่ง สัดส่วนมันได้เอง
โดยที่ไม่รู้สึกขัด นอกจากนี้ก็ฝึกพื้นด้วยการเริ่มจากลงสีมือก่อน cg
เพราะว่าการลงสีมือ จะทำให้เราเข้าใจทฤษฎีสีอย่างแท้จริง
และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ (เพราะตอนลงสีมือ เราต้องผสมสีเอง)
น้องจะใช้สีอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ
อีกประการคือ การวาดมากๆ ไม่สามารถทำให้น้องเก่งได้
เท่ากับการอ่าน ศึกษา แล้วค่อยวาด
ตำรามีมากมาย การอ่านตำราจบ 1 เล่ม
ช่วยให้น้องเก่ง มากกว่าการวาดรูปพันรูป
โดยที่น้องไม่มีความเข้าใจอะไรเลย
(แต่การอ่านตำราอย่างเดียว โดยไม่ลงมือฝึกเลย ก็ไม่ช่วยอะไรเหมือนกัน)
ถ้าน้องไม่อ่านตำรา ก็ลงเรียนวาด ซึ่งมีคอร์สสอนอยู่มากมาย
แล้วเราก็เอามาประยุกต์ใช้กับงานตัวเอง
อีกอย่างที่สำคัญคือภาษาอังกฤษ อยากฝากเอาไว้
เพราะว่า ถ้าน้องเก่งภาษานั้น จะทำให้สามารถอ่านตำราต่างประเทศได้
ซึ่งตำราต่างประเทศ มีเนื้อหาหลากหลายให้เราเลือกศึกษา
แล้วส่วนใหญ่ ก็จะเขียนเนื้อหาได้ครบถ้วน
นอกจากนี้ ใครเก่งภาษา ก็มีสิทธิ์โกอินเตอร์
หรือไปทำงานต่างประเทศได้ง่ายอีกด้วย
เพราะงั้นอย่าไปรังเกียจภาษาอังกฤษ
เพราะมันจำเป็นไม่ว่าน้องจะเรียนสาขาไหนจ้า

สิ่งสุดท้าย ขอให้ทุกคนขยันและพยายามเข้าไว้
แล้วสักวัน น้องก็จะเป็นอีกคนที่ทำได้
นอกจากนี้ก็ทำให้คนอื่นๆเห็น ว่าคนไทยก็ทำได้เหมือนกันนะ
เพราะฉะนั้นเรามาพยายามด้วยกันเถอะ ^^~
พี่ก็จะพยายามต่อไปเหมือนกัน :D
ความใฝ่ฝันของพี่ คือ อยากทำงานออกแบบให้เกมที่ได้ชื่อว่า
"เป็นเกมของคนไทย พัฒนาโดยคนไทย"ซักเกมนึงในชีวิตก็ยังดี
อยากให้วงการทั้งการ์ตูนและเกมบ้านเราพัฒนายิ่งๆขึ้นไปเรื่อยๆ
ความฝันทำให้โลกนี้หมุนไป ถ้าขาดความฝันและความหวัง
ก็เท่ากับเราไร้ชีวิตและจืดชืดน่าดู
การใช้ชีวิตไปวันๆโดยที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย
เท่ากับว่าเราได้ผลาญเวลาให้หมดไปวันๆอย่างไร้ค่า
ลองคิดดูว่าถ้าความฝันนั้นมันกลั่นออกมาเป็นความจริง แล้วเลี้ยงชีวิตเราได้
จะมีความสุขขนาดไหน ทุกคนที่ยังมีความฝันและมีลมหายใจ สู้ต่อไป
ขอให้รักษาหัวใจแห่งจินตนาการ รักษาความเป็นเด็กเอาไว้
ความเป็นเด็กในตัวทุกคน
มันทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "ความคิดสร้างสรรค์"
ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าเราจะทำงานด้านไหน

อย่าลืมวันที่คุณฝันถึงอะไรสักอย่างและมีความมุ่งมั่นที่จะทำมัน
อย่าลืมความรู้สึกเหล่านั้น เพราะมันเป็นสิ่งที่แสดงว่า"เราเป็นมนุษย์"

www.gconsole.com
-ขอบคุณคุณ KANS GCONSOLE ครับที่ชวน

ผลงานอื่นๆ ของ meisan

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. วันที่ 25 สิงหาคม 2551 / 22:23
    ขอบคุณค่ะ
    #1
    0