[ฺBL] พยัคฆ์ร้ายกับรัชทายาทปัญญาอ่อน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 110,309 Views

  • 1,495 Comments

  • 4,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4,154

    Overall
    110,309

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 15 : น้องชายคนที่ ๓ # เต็มตอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    19 มิ.ย. 59

ตอนที่ 15 


ท้องฟ้ายังคงเป็นผืนผ้าสีดำที่ถูกปูไว้ในอากาศ แสงดาวประดับบนท้องฟ้าอยู่ประปราย แต่ดวงจันทร์กลับเคลื่อนตัวลงต่ำเรื่อยๆ เพราะเวลาที่ใกล้รุ่งเช้าเต็มทน 


หลังจากที่คึกมาได้สักพักใหญ่ๆ เจ้าม้าดำก็เริ่มเหนื่อย ฝีเท้าที่เคยจัดจ้านเริ่มเบาบางลงจนเปลี่ยนเป็นหวานจัด โลกัสขมวดคิ้วหงุดหงิด เมื่อเจ้าม้าดำเดินทอดน่องอย่างสบายอกสบายใจ ชมนกไม้ไปตามทาง เรื่องประหลาดก็คือถึงแม้ว่ามันจะวิ่งข้ามวัน แต่มันกลับไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจที่ดังถี่ขึ้นกว่าปกติเพียงนิดเท่านั้น 


โลกัสเตะเท้าไปที่ท้องของมันเป็นคำเตือน 


"ข้ามีสิ่งที่ต้องทำ ถ้าเจ้าขืนยังวิ่งปัญญาอ่อนแบบนี้ ข้าจะฆ่าเจ้า" คำรามลอดไรฟันไม่กล้าตะคอกเสียงดังเพราะเกรงว่าร่างเล็กที่นอนหลับตามพริ้มอยู่จะสะดุ้งตื่นขึ้นมา 


เจ้าม้าดำส่งเสียงฮี้ๆ ไม่พอใจ เหลือบสายตาขึ้นมามองเจ้านายใหม่มันด้วยความหงุดหงิดแต่เมื่อสบกับแววตาดุร้ายที่แทบจะฆ่ามันให้ตายด้วยสายตา มันก็ยอมเริ่มเร่งฝีเท้าตัวเองให้ไวมากยิ่งขึ้น มันอ้าปากงับหญ้าเป็นครั้งสุดท้ายเคี้ยวหยับๆ จนพอแหลกจึงกลืนมันลงไป และเริ่มต้นแสดงฝีเท้าของมันใหม่ 


กีบเท้าสีดำมันขลับบดลงพื้นดินรุนแรงจนเกิดรอยสึกส่งผลให้ตัวของมันพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หางพวงพุ่มสะบัดไปมาเมื่อความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ถึงแม้จะไม่มากเท่าตอนที่มันยังคึกแต่ก็ยังคงเร็วพอตัว 


มันวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใดๆ แม้แต่น้อย ความคล่องแคล่วของมันทำให้ทั้งพยัค์ฆ์ดำและองค์ชายไม่ถูกเถาวัลย์พันเกี่ยวหรือหนามขูดสักนิดเดียว 


แต่จู่ๆ มันกลับชะงักฝีเท้าทันที เสียงลมหายใจแผ่วเบา มันหันไปมากระสับกระส่าย 


โลกัสไม่ได้พูดตำหนิอะไรมันเพราะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างเช่นกัน 


"ฮื่ออ" ฟินน์ยื่นหน้าออกมาจากอ้อมกอดองค์ชายส่งเสียงขู่คำรามง้องแง้ง หางของมันชี้ฟูด้วยความหวาดระแวง 


ฮื่อออ 


เสียงคำรามในลำคอดังลั่นมาจากอีกฟากซึ่งมันก็ดังพอจนปลุกองค์ชายได้ 


"อื้ออ ง่วงง ข้า ง่วงง เสียง เสียงอะไร เจ้าเสือ" เวสเปอร์ขยี้ตางัวเงียบิดขี้เกียจจนถือไปชนหน้าสากๆ หนวดครึ้มของโลกัส 


"เสือดาว.." โลกัสกระซิบตอบเสียงเบา ลมที่พัดมานั้นพัดกลิ่นตัวของสัตว์ประเภทมาด้วย ร่างกายที่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งกับป่าของโลกัสจึงสามารถแยกออกได้ทันที 


เจ้าม้าส่งเสียงฮี้ขัดก่อนที่มันจะค่อยๆ ย่องไปตามต้นเสียงที่ว่า 


"เสือ เสือดาว เสือที่เป็นจุด จุดใช่ไหม เจ้า เจ้าเสือ" องค์ชายตบมือดังแปะเมื่อนึกคิดมาได้ ยิ้มจนหยีพยายามพูดอวดเจ้าเสือ 


"เก่งมาก เวสเปอร์" โลกัสพูดอย่างขอไปที ความเครียดเขม็งจดจ่ออยู่กับเสียงคำราม  


แต่เมื่อองค์ชายทำท่าจะพูดอีกโลกัสก็จัดการเอามือหนาปิดปากไว้แน่นและบังคับให้ชิดเข้ากับอกตัวเอง 


ความร้อนรุ่มของร่างกายพยัคฆ์ดำที่เกิดจากความตื่นเต้นถึงแม้จะถูกเสื้อผ้าหนาปกปิดไว้หนึ่งชั้นแต่ยังรับรู้ถึงความอุ่น เวสเปอร์หัวเราะคิกในลำคอเมื่อไม้ต้องกังวลวลงวลกับหน้าหนาวเพราะหาเตาผิงเคลื่อนที่ให้ตัวเองได้แล้ว  


องค์ชายหลับตาพริ้มรู้สุกอุ่นวาบไปทั้งตัว 


เจ้าเสือตัวอุ่นจัง.. เมื่อกี้ยังไม่อุ่นขนาดนี้เลย 


เลือดในกายโลกัสเริ่มเดือดพล่านกระหายหาการฆ่าเมื่อเจ้าของร่างเครียดเขม็ง เนื้อตัวที่เคยมีอุณหภูมิปกติไต่ระดับสูงขึ้นจนแทบจะแผดเผาศัตรูที่ขวางให้เป็นจุล 


เจ้าม้าส่งเสียงหายใจฟึดฟัดก่อนที่จะกระโจนพรวดบุกเข้าไปทันที 


"ว้ากกก เจ้า เจ้ามาจากไหนเนี่ย ไม่นะไม่ อย่าฆ่าข้าเลย 


อุทานดังลั่นความตื่นตระหนกเมื่อจู่ๆ ถูกม้าสีดำกระโจนเข้ามา  


"นั่นเจ้ากำลังทำอะไรน่ะ..." โลกัสถามด้วยสีหน้าเย็นเยียบ 

เพราะร่างที่แต่งตัวคล้ายองค์ชายจากเมืองใดเมืองนึงกำลังใช้หวีแปรงขนให้กับเสือดาวที่ขนทั้งตัวของมันพองและมีกลิ่นเหม็นไหม้ อีกทั้งมันยังส่งสีหน้าน่าสงสารมาหาโลกัสคล้ายขอความช่วยเหลือ 


คนแปลกหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตรลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นบนตัวออกจนหมดก่อนที่จะยืดอกพูดเพื่อแนะนำตัวเอง "ข้าชื่อไอเรส! เป็นองค์ชายอันดับที่ ๓ ของเมืองเอวินด์" 


องค์ชายสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยจึงดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดเจ้าเสือและยื่นหน้าออกมาพูด "ไอ ไอใช่ไหม! ไอ ข้า ข้าคิดถึงไอ" 


ไอเรสเลิกคิ้วงุนงงเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ไม่ได้ยินมานานเอามากๆ แต่พอเห็นองค์ชายเวสเปอร์ที่ยิ้มกว้างพยายามลงจากตัวม้าลงมาหาตัวเองก็ดีใจจนเนื้อเต้น 


"ท่านพี่!!" ถ้าหากไอเรสมีหูกับหางตอนนี้คงไม่วายกระดิกไปมาอย่างรุนแรงเพื่อความดีใจของเจ้าของร่าง หลังจากเอ่ยร้องเรียกเสร็จก็ไปช่วยเวสเปอร์ลงจากตัวม้า เมื่อลงมาได้ทั้งเวสเปอร์และไอเรสก็สวมกอดกันแน่น 


"ข้าคิดถึงท่านมากเลยท่านพี่ ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันก็นานมาก ท่านพ่อไม่ยอมให้ข้าไปหาท่านพี่เลย ข้าชอบกินขนมที่ท่านพี่ทำนะ อร่อยมากเลย ท่านพี่ทำให้ข้ากินอีกได้ไหม" ไอเรสพูดเจื้่อยแจ้ว ขนาดตัวที่ใหญ่กว่าเวสเปอร์เป็นเท่าตัวไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการออดอ้อนของไอเรส พยายามใช้หัวถูไถตัวพี่ชายตัวเองจนหัวเราะคิกคัก 


"ข้า ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน ท่านพ่อ พ่อห้าม ห้ามไม่ให้ข้าทำขนมเวสเปอร์หน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แต่มือเล็กๆ ก็ยังลูบหัวทุยๆ ของน้องชายตัวดีของตัวเอง 


ไอเรสชะงักกึกและหัวเราะแห้งๆ "อ่า งั้นเหรอเนี่ย ถ้าอย่างนั้นข้าไม่กินก็ได้ ท่านพี่ ฮะๆ" คำว่าท่านพ่อค่อนข้างมีผลต่อไอเรสพอสมควรเพราะเจ้าตัวกลัวท่านพ่อแทบขึ้นสมอง สั่งขวาไปขวาซ้ายไปซ้าย ต่อให้ตรงหน้าเป็นหน้าผาหากท่านพ่อสั่งให้กระโดดเขาก็จะกระโดด  


"แล้วท่านมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ท่านพี่ รู้รึเปล่าว่าพวกเรากำลังตามหาท่านพี่อยู่นะ" 


องค์ชายกำลังจะตอบแต่ก็ถือโลกัสรวบเอวกลับเข้ามาตัวเองและตอบแทนเสียงเย็น "นั่นเป็นคำถามของพวกข้ามากกว่า องค์ชายที่มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองอย่างเจ้ามาทำอะไรในที่ป่ารกๆ นี่" 


"ข้ามาฝึกใช้เวทไฟน่ะ อาทิตย์หน้ามีสอบแต่ข้ายังใช้ไม่ค่อยคล่องเลยเผลอเผาฟอรัสไปด้วย ฮะๆ"  


กลิ่นเหม็นไหม้อ่อนๆ ลอยฟุ้งในอากาศเมื่อถูกลมพัดมาพอดี คล้ายกับยืนยันในสิ่งที่ไอเรสพูด 


ซึ่งฟอรัสก็ร้องแง้วๆ ออกมาเหมือนกัน เสียงร้องของมันเหมือนจะร้องไห้เหมือนมันใช้อุ้งเท้าแตะหนวดหงิกงอของตัวเองแล้วสะดุ้ง 


โลกัสจับจ้องไอเรสด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว ความเจนจัดทำให้มองออกทะลุปรุโปร่งว่าเอเรสคิดจะทำอะไร "ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้ ถ้าเจ้าคิดจะเล่นตุกติก" 


"อย่าระแวงนักสิ อย่างน้อยท่านพี่กับข้าก็เป็นพี่น้องเดียวกัน สายเลือดเดียวกัน ใช่ว่าข้าจะเป็นขายครอบครัวสักหน่อย" ไอเรสเบ้ปากพูด สีหน้าเริ่มจะหงุดหงิดเมื่อถูกสบประมาท 


พยัคฆ์ดำเหยียดยิ้ม "ถ้าหากเจ้าหวังดีต่อเวสเปอร์จริงคงไม่ปล่อยให้เขาถูกไล่ฆ่าหรอก ถ้าหากข้าไม่เข้าไปช่วยวันนั้นเวสเปอร์คงจะตายไปแล้ว พวกเจ้ามันน่ารังเกียจ แม้แต่สายเลือดเดียวกันพวกเจ้ายังเมินเฉยได้ลงคอ!! ถึงแม้พวกเจ้าจะไม่ได้ลงมือฆ่าเวสเปอร์แต่สิ่งที่พวกเจ้าทำก็คือยืนมองดูเวสเปอร์ตายชัดๆ" โลกัสพูดเสียงดังขึ้นเรือยๆ และตะคอกออกมาดังลั่นในประโยคสุดท้าย 


องค์ชายสะดุ้งเฮือกกับเสียงของโลกัสแต่ก็ยังกอดแขนเอาไว้อย่างเหนียวแน่นไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้ว่าร่างข้างๆ ตัวเองแทบจะกลายร่างเป็นเสือโหยเตรียมจะเข้าไปขย้ำร่างน้องของตัวเอง 


ไอเรสจุกจนพูดอะไรไม่ออก ".... ก็ท่านพ่อข้าสั่ง.." พยายามแก้ตัวถึงแม้เขาจะจำเรื่องราวในวันนั้นได้ดี วันที่พ่อเรียกกลุ่มทหารมาเพื่อฆ่าพี่ชายตัวเอง แม้ว่าจะรู้สึกคัดค้านเพียงใดแต่ก็ยังยอมนั่งดูนิ่งๆ ผ่านหน้าต่างบานหนึ่ง 


สีหน้าฮึกเหิม เสียงเพลงบรรเลงเกรียวกราว ยังคงดังก้องในหูของไอเรส เมื่อทหารพวกนั้นตะโกนออกมาอย่างมั่นใจ ในอกไม่รู้สึกถึงความสงสารหรืออะไรใดๆ ต่อองค์ชายเวสเปอร์ 


ความผิดปกติขององค์ชายโด่งดังพอๆ กับความชื่อเสียงของกษัตริย์เอวินด์ 


พวกเขาเคารพคนที่แข็งแกร่งผู้ใดที่อ่อนแอต้องหลบทางและก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองไป พวกเขาเป็นเช่นนั้นมาตลอดหลายร้อยปีจนถึงตอนนี้ก็ยังคงรังเกียจคนอ่อนแอที่ไม่ยอมสู้คน 


"ถ้าท่านพ่อสั่งให้เจ้าฆ่าตัวตาย เจ้าจะทำไหมล่ะ เอเรส!" ตะคอกเสียงดังนัยน์ตาขึ้นสีแดงก่ำอย่างควบคุมไม่ได้ เขี้ยวปลายแหลมเริ่มยื่นออกมาจากริมฝีปาก 


ไอเรสเม้มปาก "ข้าชอบท่านพี่ก็จริง แต่ข้าปฏิเสธคำสั่งท่านพ่อไม่ได้" ตาหลุบต่ำลง "แต่ท่านพี่ไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะไม่ส่งข่าวของท่านให้ท่านพ่อแน่นอน" 


ทั้งๆ ที่ไอเรสพูดด้วยน้ำเสียงหวานหูแต่โลกัสกลับรู้สึกตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง นัยน์ตาดุๆ ยังคงจ้องร่างน้องชายของเวสเปอร์ไม่วางตา ความรู้สึกเกลียดจากเบื้องลึกตีตื้นขึ้นจนรู้สึกอยากเอื้อมมือไปหยิบดาบและฆ่ามันให้รู้แล้วรู้รอด 


โลกัสเกลียดพวกนี้เข้าไส้ พวกที่ทำท่าเหมือนจะเป็นคนดีแต่แท้จริงกลับเลวกว่านักโทษประหารในคุก ซึ่งไอเรสสำหรับโลกัสแล้วก็เข้าข่ายนี้พอดี 


"… อื้ม" เวสเปอร์พยายามยิ้มให้ไอเรส หลายวันที่ผ่านมาที่โลกัสเอาแต่พาเวสเปอร์หนีหัวซุกหัวซุนทำให้องค์ชายเริ่มจะเข้าใจสถานะของตัวเองในตอนนี้ขึ้นมาอย่างช้าๆ 


ฐานะของนักโทษ.. เหมือนในนิทานที่ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟัง 


ทันทีที่หลับตาก็ปรากฎภาพร่างสูงท่าทางน่าเกรงขามนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองบนตักมีเด็กร่างเล็กวัยซุกซนกำลังใช้มือเล็กๆ เปิดหนังสือภาพสดใสไปทีละหน้า น้ำเสียงทุ้มแฝงอำนาจค่อยๆ เอาเรื่องราวเพื่อถ่ายทอดให้เวสเปอร์ฟังอย่างใจเย็น คาดหวังอย่างยิ่งที่ลูกของตัวเองเมื่อเติบโตมาจะเกรียงไกรยิ่งกว่ารัชสมัยของตนเอง 


หนังสือกล่าวถึงช่างตัดฟืนที่จู่ๆ ก็กลายเป็นนักโทษประหาร เรื่องราวมีอยู่ว่าชายคนนั้นในเวลาปกตินั้นจะเป็นช่างตัดฟืนแต่ในเวลาว่างจะเข้าไปในป่าและจับนกมาเลี้ยง ซึ่งนกแต่ละตัวที่ช่างตัดฟืนเลือกมานั้นล้วนโดนขนานนามว่านกเสียงสวรรค์ เมื่อคนอื่นมาได้ยินเข้าชื่อเสียงของช่างตัดฟืนก็ขจรขจายไปทั่วจนระทั่งถึงหูของพระราชา ทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวของชายตัดฟืนพระราชาก็เกิดความคิดอยากครอบครอง พระราชาจึงสั่งทหารไปจับช่างตัดฟืนมาหาตนเองและสั่งให้ไปจับนกที่มีเสียงไพเราะที่สุดมาให้ ซึ่งนกที่เสียงไพเราะที่สุดของช่างตัดฟืนนั้นก็คือนกตัวแรกของเขาเอง ชตัดฟืนทั้งรักและหวงนักตัวนี้มากจึงเอ่ยปฏิเสธต่อพระราชาแม้ว่าโทษของการขัดใจคือการประหารก็ตาม ความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของเขาทำให้พระราชารู้สึกประทับใจจึงยอมปล่อยชายตัดฟืนไป แต่เรื่องแปลกประหลาดหลังจากนั้นก็คือไม่นานช่างตัดฟืนก็ตายส่วนนกของช่างตัดฟืนก็ไปอยู่กับพระราชาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ 


นิทานที่มีข้อคิดแยบยลถูกนำมาเล่าให้เวสเปอร์ฟังครั้งแล้วครั้เล่าหวังจะกระตุ้นให้สติปัญญาลูกคนนี้เฉียบแหลมกว่าอาณาจักรใดๆ ตั้งแต่อายุน้อย 


แต่การคาดหวังมากไปก็มักจะพบกับความผิดหวังรุนแรง 


ทั้งๆ ที่ร่างกายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่สติปัญญาขององค์ชายกับไม่ได้พัฒนาตาม นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พ่อเวสเปอร์เกลียดเวสเปอร์เข้าไส้ 


ทุ่มเททุกอย่างแต่สิ่งที่ได้กลับมาคืนความว่างเปล่า  


"ข้า ข้าไม่เป็นไรหรอก ไอ ข้า ข้าไม่เป็นไร" องค์ชายหัวเราะทั้งๆ ที่ตัวสั่นไปทั้งตัว มือเล็กๆ ยึดตัวโลกัสไว้เป็นหลัอย่างเหนียวแน่น "ข้าไม่เป็นไรจริงๆ" 


ความรู้สึกโดนเกลียดคล้ายกับเป็นรสชาติขมปร่าในปาก  


เวสเปอร์รู้สึกถึงรสชาติขมครั้งแล้วครั้งเล่าจนชินชาและหลอกตัวเองว่ามันเป็นรสหวานของความรัก ไม่ใช่รสขมของความเกลียดชัง 


ลึกๆ แล้วเวสเปอร์็ยังคงคาดหวังว่ารสขมปร่าจะแปรเปลี่ยนเป็นรสชาติหวานบ้างแต่องค์ชายก็รู้ดีว่ามันเป็นได้เพียงความฝันเท่านั้นเพราะรสหวานที่ว่านั่นถูกใช้ไปจนหมดแล้ว 


แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจดจำความรักที่ท่านพ่อเคยให้กับเขาได้ดี.. 


ฝ่ามือหยาบอุ่นๆ ที่ลูบหัวอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงดุแฝงอำนาจกลับนุ่มนวลเมื่อพูดกับเขา ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่สิ่งเหล่านี่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ 


"ข้าไม่รู้จริงๆ ว่า ข้า ข้าทำอะไรผิด" องค์ชายพูดออกมาเสียงเบากับตัวเอง 


ไม่ต้องการคำตอบเพราะรู้ดีว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ 


โลกัสจิ้ปากไม่พอใจดึงตัวองค์ชายไปกอดและลูบหัวองค์ชายตามความเคยชินซึ่งองค์ชายก็ตอบรับด้วยการกอดเจ้าเสือตอบแน่นไม่กล้าสบตาน้องชายที่มีเค้าโครงใบหน้าแทบจะเป็นพิมพ์เดียวกับพ่อตัวเอง 


"จะให้ข้าเชื่อเจ้าทั้งๆ ที่องค์รักษ์ของเจ้ากำลังวิ่งมาทางนี้งั้นเหรอ ไอเรส!โลกัสคำราม 


เพราะในชั่วขณะที่สวมกอดองค์ชายนั้นไอเรสก็ได้แอบร่ายเวทส่งสัญญาณไปยังองค์รักษ์ของตัวเอง ซึ่งถ้าหากไม่ใช่โลกัสที่มีประสาทสัมผัสว่องไวคงไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายของเวสเปอร์กำลังเล่นตุกติกที่สามารถฆ่าพี่ชายของตัวเองได้ถ้าหากสำเร็จ 


คนมีชนักติดหลังสะดุ้งเฮือกหน้าซีดเผือด รู้สึกตกใจจนแทบบ้าเมื่อคล้ายจะถูกล่วงรู้สิ่งที่ซ่อนไว้ในใจ ความขลาดกลัวกระตุ้นให้ร่างกายสั่นเป็นเจ้าเข้า "ไม่ ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!" 


ฮื่ออออ 


เจ้าเสือดาวกระโจนเข้ามาขวางหน้านายของมัน ดวงตาของมันเป็นประกายกร้าวเมื่อรู้ถึงภัยคุกคาม มันสลัดตัวสองสามครั้งก่อนที่ขนของมันจะกลับมาเป็นแบบเดิมพร้อมที่จะเข้าปะทะหากอริทั้งสองตรงหน้ามันขยับตัว 


โฮกก 


ฟินน์กู่ร้องในลำคอเมื่อกลับเป็นเสือโคร่งสีขาวร่างยักษ์แยกเขี้ยวขู่จ้องกลับด้วยสายตาแบบเดียวกัน กรงเล็บแหลมคมที่กางออกมาทันทีเตรียมจะตะปปเจ้าเสือดาวตัวอ้วนตรงหน้า 


"เจ้าแมว.." องค์ชายพูดอย่างเลื่อนลอย นัยน์ตาสั่นระริกเมื่อรับรู้ว่าแม้แต่น้องที่ตัวเองรักก็ยังหักหลังตัวเองได้ลงคอ ถึงแม้จะไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดสักเท่าไหร่แต่ท่าทีไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรงของเจ้าเสือก็น่าจะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ได้ดี 


"แย่ แย่จังนะ ไอเวสเปอร์หัวเราะขืนๆ หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน  


บางครั้งข้าก็ไม่เข้าใจว่าข้าจะเกิดมาทำไมกัน.. 


คนที่ปกติมักจะร่าเริงอยู่เสมอเพราะไม่คิดมากถึงการกระทำต่างๆ ที่เข้าใจได้ยากของคนอื่น แต่ตอนนี้กลับส่งสีหน้ารวดร้าวคล้ายกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย 


เมื่อสิ่งต่างๆ ที่รับรู้มาค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในหัว ละลายและตกตะกอนเป็นความเข้าใจอย่างเชื่องช้าแต่กลับฝังลึกและตรึงแน่นจนไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้ ซึ่งกว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ใช้เวลานานพอควร 


น่าแปลกจังที่ข้ารู้สึกเหมือนในอกกำลังพังทลาย น้ำ น้ำตาจมอยู่ในร่างกายข้า.. โดยมีข้าเป็นปลาตัวเล็กๆ ที่ถูกหินถ่วงลงไปเรื่อยๆ โดยมีปลายทางเป็นความมืดมิด 

"

อย่าร้องไห้องค์ชายของข้า" โลกัสเกลี่ยน้ำตาให้เวสเปอร์แผ่วเบา หน้าขึ้นเลือดฝาดจางๆ เมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดพลุ่งพล่านในอก แต่ไม่นานเจ้าตัวก็สะบัดหัวเรียกสติของตัวเองคืนมา 


เพราะตอนนี้ศัตรูกำลังเข้าใกล้เต็มทน! 


เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ 


"ท่านพี่ ข้า ข้า" ไอเรสจากหน้าซีดกลายเป็นหน้าเจื่อน ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าพี่ตัวเองจะเสียใจมากจนร้องไห้ สิ่งที่คาดเดาไว้เป็นแค่ภาพที่ท่านพี่ยอมถูกให้จับง่ายๆ เท่านั้น 


"หุบปากเน่าๆ ของเจ้าไปซะ" โลกัสคำรามใส่ไอเรสจนเจ้าเสือดาวสะดุ้งเฮือกผงะกระโดดหลบเข้าข้างหลังนายตัวเอง มันพยายามจะก้าวกลับมายืนที่เดิมอีกครั้งแต่กลับพบว่าควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ มันเบิกตากว้างเมื่อสบเข้านัยน์ตาสัตว์ป่าที่แฝงพลังอำนาจที่คุ้นเคย เจ้าเสือดาวรีบหมอบต่ำลงบนพื้นตัวสั่นทันที 


"เฮ้ย ฟอ ฟอรัสเจ้าไปสู้สิ" ไอเรสลนลานพยายามใช้เท้าถีบเสือดาวคู่ใจของตัวเองแต่มันกลับไม่ยอมขยับเขยื้อแม้แต่นิดเดียว 


เพราะมันรู้ดีว่ามันกำลังเผชิญหน้าอยู่กับพลังของอะไร.. 


พลังที่มันเคยพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในตอนนี้ที่มันไปเดินเล่นในอาณาเขตของพยัคฆ์ทมิฬ 


พยัคฆ์ดำขบกรามกรอดเมื่อฝีเท้าพวกนั้นใกล้เข้ามาเต็มทน อีกไม่กี่อึดใจคงเข้ามาในระยะสายตาได้ ร่างหนารวบเอวองค์ชายขึ้นมาอุ้มด้วยท่าเจ้าสาวอีกครั้ง หัวพยายามประมวลผลถึงทางรอดต่างๆ แต่เมื่อหางตาเห็นไอเรสพยายามชะเง้อหน้าหอองค์รักษ์ของตัวเองก็อดโกรธขึ้นมาไม่ได้ 


"สายสัมพันธ์พี่น้องสำหรับเจ้ามันไม่มีค่าเลยงั้นเหรอ ไอเรส" 


เหน็บกัดอย่างเจ็บแสบแม้ว่าจะเหลือเวลาไม่มากก็ตาม 


ไอเรสส่ายหน้าเศร้าๆ เมื่อนึกถึงอดีตอันหอมหวาน "มีสิ... ทำไมจะไม่มีล่ะ ข้ากับท่านพี่รักกันจะตาย" 


โลกัสหันหน้าไปทางที่มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบแสยะยิ้มเมื่อคิออะไรออก "ข้ามีข้อเสนอให้เจ้าได้แก้ตัวในสิ่งที่เจ้าทำ ไอเรส" 


"ขอเสนออะไรของเจ้า อีกไม่นานทหารของข้าก็มาถึงที่นี้แล้ว" ไอเรสแค่นเสียงหึ มองพี่ชายตัวเองด้วยความรวดร้าว มือเย็นเฉียบเมื่อรับรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านพี่ร้องไห้จนตัวโยนในอ้อมกอดของพยัคฆ์ดำ 


ท่านพี่.. ข้าขอโทษ 


"แก้ตัวกับทหารว่าเจ้าไม่ได้เจอพวกข้า" นักฆ่าแสยะยิ้มพูดเสียงเย็น  


ไอเรสสะดุ้ง ลืมความรวดร้าวไปหมดเมื่อรู้ว่าพยัคฆ์ดำต้องการให้ตนทำอะไร  "ไม่ ไม่มีทาง เจ้ามันบ้าชัดๆ ถ้าท่านพ่อรู้ว่าข้าเจอท่านพี่แล้วไม่ยอมบอกท่าน ท่านต้องฆ่าข้าแน่ๆ" สีหน้าหวาดกลัวถึงขีดสุด 


หากทำตามในสิ่งที่มันต้องการจริง ข้าคงไม่วายต้องถูกท่านพ่อเผาทั้งเป็น! 


"เจ้ารักชีวิตของตัวเอง แต่ไม่รักชีวิตของพี่ชายของเจ้าสินะ หึ ตลกชะมัด" นัยน์ตาสัตว์ป่าลุกวาวเดือดดาล เมื่อรับรู้ถึงการสะอื้นที่หนักกว่าเดิมในอ้อมกอดของตัวเอง 


คำพูดของโลกัสตอกย้ำถึงความเลวร้ายของสิ่งที่ไอเรสกระทำ 


น้องชายของเวสเปอร์จุกจนพูดไม่ออก ไม่สามารถปฏิเสธในสิ่งที่โลกัสพูดได้แม้แต่คำเดียว  


แต่ข้าจะทำอะไรได้ล่ะ... ท่านพ่อสั่งให้ข้ามาดักรอในป่าคอยระวังพวกไม่หวังดีที่อาจจะไปทำลายงานของพี่เฟเนกส์์ซึ่งจริงๆ ควรจะเป็นงานของพี่เวสเปอร์ 


ข้าก็เป็นแค่องค์ชายที่มีพ่อเป็นกษัตริย์เท่านั้นเอง... ท่านพ่อไม่คาดหวังในตัวข้าว่าจะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป แต่ก็เข้มงวดกับพี่เฟเนกส์กับข้ามาก ทุกสิ่งในชีวิตข้าถูกกำหนดมาหมดแล้ว แม้แต่สัตว์ประจำกายก็ถูกฝึกมาเพื่อข้ามาตั้งแต่แรก พิธีเลือกสัตว์นั่นข้าก็แค่ทำเป็นสู้กับมันก็เท่านั้น 


ข้าไม่เคยทำอะไรได้เลย.. 


บางครั้งข้าก็รู้สึกอิจฉาพี่เฟเนกส์ที่ดูจะชื่นชอบการเดินตามทางที่ท่านพ่อปูไว้ให้ รายนั้นสามารถย่างเท้าบนนั้นได้อย่างสง่างามผิดกับข้าที่มักจะเผลอออกนอกลู่นอกทางจนเท่าพ่อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ 


ถ้าหากครั้งนี้ข้ายอมทำตามสิ่งที่ใจคิดล่ะ... 


"ไม่มีเวลาแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เจ้าเลือกนะ ไอเรส" 


โลกัสขยับยิ้มเย็นกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใกล้ๆ โดยมีฟินน์ตามไปติดๆ กิ่งก้านและใบที่ขึ้นดกหนาสามารถอำพรางได้ดีแต่ถ้าหาสังเกตดีๆ ก็คงมองออกทันที ส่วนเจ้าม้าดำก็แสร้งตัวเองเป็นม้าป่าธรรมดาเคี้ยวหญ้าหงุบหงับด้วยท่าทีโง่ๆ อยู่แถวนั้น 


ในความเป็นจริงแล้วโลกัสไม่มีความจำเป็นต้องหลบด้วยซ้ำไป กับทหารไม่กี่นายไม่สามารถทำให้เหนื่อยแม้แต่น้อย แต่โลกัสก็ยังเลือกที่จะหลบเพื่อหลอกให้ไอเรสตายใจ 


ว่าถ้าหากไม่ยอมพูดปดออกไปก็เท่ากับว่าส่งพี่ชายตัวเองไปตาย! 


สิ่งที่โลกัสตั้งใจทำจริงๆ ก็คือดัดนิสัยน้องชายเวสเปอร์ 


หากยอมพูดปดก็สามารถดึงมาเป็นพวกได้แต่ถ้าไม่ 


"พวกข้ามาแล้วขอรับ!" 


ก็อย่าได้เข้ามาคุยกับเวสเปอร์อีก ! 


ไอเรสกัดปากจนรู้สึกถึงกลิ่นคาวฟุ้งในปาก ภายในหัวยุ่งเหยิงจนสรรหาคำมาตอบรับองค์รักษ์ของตัวเองไม่ได้แม้แต่คำเดียว ได้แต่ยืนอ้ำๆ อึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก 


หัวหน้าองค์รักษ์มองนายของตัวเองด้วยความสงสัย สีหน้าท่าทางที่แสดงออกไปอยู่ในท่าทีสุภาพ แม้ว่าในใจจะรู้สึกสมเพชองค์ชายคนที่ ๓ นี้เต็มทน พวกเขาเบื่อที่จะมานั่งรับใช้องค์ราชไม่ได้เรื่องคนนี้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งขององค์ราชา 


ซึ่งทุกครั้งที่มององค์ชายไอเรสพวกเขาก็จะคิดถึงองค์ชายเฟเนกส์เสมอ 


ท่าทีสง่างาม ฉลาดหลักแหลม เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ส่วนองค์ชายเวสเปอร์อะไรนั่นลืมไปได้เพราะคำสั่งออกมาแล้ว 


ถ้าหากพบเห็นที่ไหนให้ลงมือฆ่าได้เลย! 


"มีอะไรรึเปล่าขอรับ ท่านไอเรส.. ท่านเจออะไรหรือขอรับ?" 


ระหว่างที่กำลังตกอยู่ในภวังก์คำพูดของท่านพ่อก็ดังแว่วเข้ามาในหู 


หากเจ้าขัดคำสั่งข้าอีกครั้ง เห็นทีจะถึงเวลาที่เจ้าต้องอำลาคำว่าองค์ชาย เจ้าคิดว่าที่เจ้าอยู่อย่างสุขสบายเป็นเพราะใคร? ถึงกล้าทำในสิ่งเหลวไหลพรรค์นั้น เจ้าอยากจะเป็นเหมือนพี่เจ้างั้นเหรอ ไอเรสที่วันๆ เอาแต่หัวเราะพูดอยู่คนเดียว ปัญญาอ่อนแบบนั้น เจ้าจะเป็นตามมันงั้นเหรอ ถ้าหากเจ้าต้องการแบบนั้น ก็ฆ่าตัวตายไปซะ เพราะเมืองเอวินด์ไม่ต้องการองค์ชายอ่อนแออย่างเจ้า!! 


คำพูดของกษัตริย์องค์ปัจจุบันดูจะดึงสติและความคิดของไอเรสกลับมา 


ดวงตากลับมาเป็นประกายกร้าว ยืดอกตะคอกเสียงดัง 


ชีวิตของเขามันเป็นของท่านพ่อมาตั้งแต่แรก คนนอกอย่างพยัคฆ์ไม่มีสิทธิ์มาบงการเขา!  


"ไม่ ไม่ ข้าเห็น เห็นมันอยู่บนนั้น!! องค์ชายเวสเปอร์" 


เหล่าองค์รักษ์หันขวับคว้าดาบในมือ โดยหนึ่งในนั้นได้ขว้างทวนเหล็กเพลิงใส่  


ท่าทีขององค์ชายไอเรสถ้าหากคนทั่วไปเห็นคนอาจจะชื่มชมออกไป แต่สำหรับโลกัสแล้ว ไอเรสในตอนนี้กลับน่าสิ้นหวังเกินทน 


ความลังเลชั่วขณะนั้นคล้ายกับเป็นสิ่งหลอกลวงให้ดีใจว่าอย่างน้อยองค์ชายไอเรสก็อยู่ฝ่ายเวสเปอร์ แต่เมื่อสิ้นเวลานั้นนิสัยที่แท้จริงก็ปรากฎ 


ในสายเลือดนี้ไม่ว่าใครก็ตามล้วนเห็นชีวิตตนเองสำคัญที่สุด ต่อให้ต้องเหยียบย่ำหรือแม้แต่ฆ่าพวกเดียวกันก็สามารถทำได้ 


โลกัสยิ้มเย็นชา 


ดูเหมือนว่าพ่อเวสเปอร์จะสร้างสิ่งมีชีวิตแบบเดียวกับตัวเองสำเร็จแล้ว... 


ตูม!!! 


เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อทวนเพลิงถูกด้ามดาบของโลกัสฟันกลับจนแตกกระจาย สะเก็ดไฟรุนแรงก่อเกิดเพลิงไหม้ตามต้นไม้อย่างช้าๆ โลกัสกระโดดลงมาจากต้นไม้โดยมีองค์ชายอยู่ในอก เจ้าม้าดำที่ได้ยินเสียงระเบิดก็รีบวิ่งกลับมานายใหม่ของตัวเอง มันหยุดยืนข้างๆ พยัคฆ์ดำเชิดคอมองศัตรูด้วยสายตาดูแคลน 


เสียงเหล็กกระทบกันเป็นเสียงเดียวกันเมื่อมันถูกตั้งชันขึ้นล้อมรอบโลกัส เหล่าองค์รักษ์ที่ถูกฝึกปรือมาอย่างดีจัดทัพอย่างว่องไวรอเพียงสัญญาณของหัวหน้าก็จะเริ่มบุกเข้าไปทันที 


บทเรียนครั้งสำคัญของพวกเขาคือเหล่าแม่ทัพที่เหลือเพียงซากศพ  


ทำให้การลงมือแต่ละครั้งต้องเฉียบขาด คอบคอบ และไม่ประมาท 


โลกัสจ้องไอเรสนิ่ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบออกมา 


"นี่คือสิ่งที่เจ้าเลือกสินะ ไอเรส" 


ส่ายหน้าเบาๆ รู้สึกเสียดายความรู้สึกเห็นใจจางๆ ในทีแรก 


"แต่เอาเถอะ พวกเจ้าในตอนนี้ยังโชคดีเพราะข้ายังไม่มีอารมณ์ฆ่าคนสักเท่าไหร่" 


หัวหน้าองค์รักษ์ถึงกับเลือดขึ้นหน้าเมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสต่อพวกเขาที่เป็นถึงองค์รักษ์ฝีมือดีที่องค์กษัตริย์ยกย่อง คำพูดดูถูกของโลกัสกระตุ้นให้ตวาดออกไปทันที 


"ฆ่ามัน!!" 


เหล่าองค์รักษ์กู่ร้องตอบรับอย่างเฮิกเหิมเตรียมจะพุ่งเข้าไปแต่ก็ต้องชะงัก 


เมื่ออาชาสีดำที่ดูไม่มีพิษมีภัยในคราแรกกลับกระทืบเท้าเสียงดัง บรรยากาศน่าขนลุกค่อยๆ ลอยฟุ้งในอากาศจากตัวมัน นัยน์ตาของมันหมุนริ้วสีดำอย่างผิดปกติ  


ส่วนโลกัสเก็บดาบเข้าฝักประคององค์ชายขึ้นไปบนม้าก่อนที่จะถีบเท้ากระโจนขึ้นมานั่งตาม ฟินน์ที่เป็นเสือโคร่งมีส่งเสียงขู่ใส่องค์รักษ์แง่งๆ สองสามครั้งก็กลับคืนเป็นร่างแมวกระโดดขึ้นมาบนตัวเจ้ามาและทิ้งตัวลงบนตักขององค์ชาย 


"ไปสิ! เจ้าจะรอให้มันหนีรึไงกัน" หัวหน้าองค์รักษ์ตะโกนเสียงสั่นเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาของเจ้าม้าดำ 


แล้วจู่ๆ กลับรู้สึกงุนงงจนมองภาพข้างหน้าไม่เห็น ไม่เพียงหัวหน้าองค์รักษ์ เหล่าองค์รักษ์คนอื่นๆ ก็เช่นกัน รู้สึกหายใจลำบากและเจ็บเสียดในอก แต่พวกเขาก็ยังไม่ย่อท้อสูดหายใจแรงๆ ออกมาสองสามครั้งจนหายตาพร่ากลับมามองได้ชัดเจนเหมือนเดิม 


แต่ก็ไม่ทันกาล.. 


เมื่อภาพตรงหน้าคืออาชาสีดำที่มีปีกคู่ยักษ์กำลังบินหนีไปในอากาศอย่างรวดเร็ว! 

 


----------------

สำนวนเปลี่ยนแต่งน้านนาน = w=;


ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามนะคะ //กอดด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #1493 SPDDP Dayn (@pernar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 07:15
    เนียนจัด
    #1493
    0
  2. #1477 barious (@barious) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 09:35
    อยากให้ไล่ฆ่าให้หมด แก้แค้นให้น้อง มันทำร้ายน้อง เราใจร้ายไปมั้ยอะ แต่พวกนี้สมควรตาย ฮึ่ยย โมโห
    #1477
    0
  3. #1474 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 01:15
    อ้าวเจ้าม้า เนียนเก่งงง
    #1474
    0
  4. #1470 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 13:55
    อ่าวเจ้าดำเป็นเพกาซัสเหรอ
    #1470
    0
  5. #1469 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 13:44
    เพกาซัส??
    #1469
    0
  6. #1389 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:33
    ทำตัวน่ารักเมื่อตอนเมื่อกี้พอมาตอนนี้พีคเฉยยย
    #1389
    0
  7. #1376 j.blackwing (@babyll) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:56
    โว้วววว เพกาซัสเหรอเฮ้ย ทำไมมีปีก
    #1376
    0
  8. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:26
    เพกาซัสหรอ เดี๋ยวๆๆๆๆ ไปเก็บมาจากไหนนนน
    #1347
    0
  9. #1333 61seconds (@61seconds) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 12:02
    ไปได้ตัวอะไรแปลกๆมาอีกแล้ว 5555555
    #1333
    0
  10. วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:11
    ม้ามีปีก! เริ่ดดดด กลับมาอ่านละน้า555
    #1113
    0
  11. วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 18:39
    แล้วพวกเขาก็้องออกมาว่า 'โอ้ววว ม้าบินได้' 555555555
    #1085
    0
  12. #796 yuan-yanyan (@yuan-yanyan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 23:06
    แม่คะ!หนูจะเอาม้าแบบแน้~~><
    #796
    0
  13. #757 SNOOKER (@nuggy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 10:38
    เฮ้ยม้า 0.0
    #757
    0
  14. #751 GundAmm!!!! (@realminakida3) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 08:44
    องค์ชายน่าสงสาร โลกัสดูแลองค์ชายดีๆนะ
    #751
    0
  15. #750 werchu (@werchu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:02
    สงสารองค์ชายยยยยยยยย!!!
    #750
    0
  16. #749 Sylvia8 (@ch-hello77) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 18:25
    กอดด้วยโค่นนนน รออยู่ค้าาาา
    #749
    0
  17. #747 D'em (@playzzz1) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 23:25
    ม้าเจ๋งงงงงงงง


    #747
    0
  18. #746 Jirachaya Ketsantea (@jirachayaketsa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 17:55
    เฮ้ยๆๆๆๆๆๆ โอ้วคุณพระ ม้าบินได้
    #746
    0
  19. #745 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:59
    มองกลางๆสำหรับเรา ชายสามคือเด็กที่น่าสงสารคนนึง ไม่ต่างจากเวสเปอร์เลยค่ะ ย้ำว่ามองกลางๆ

    มีชีวิตอยู่ก็เหมือนไม่มี มีสิ่งยึดเหนี่ยวสูงสุดคือพ่อ เพราะทั้งชีวิตถูกสอนมาแบบนั้น

    นับความเลวจริงๆ เขาไม่ใช่คนเลว แต่เขาคือคนที่ไม่มีทางเลือกต่างหาก ดูจากที่เขาคิดถึงพ่อครั้งสุดท้ายก่อนทรยศเวสเปอร์อีกครั้งคือ ถ้าเขาช่วยเวสเปอร์ คนที่ตายก็คือเขา เพราะเขาจะไม่เหลือจุดหมายของการใช้ชีวิตอีกแล้ว

    ต่อให้เป็นพี่น้อง แต่ถ้าถูกเลี้ยงห่างๆ แม้จะรู้สึกดีด้วย แต่ความผูกพันธ์มันต่างกับสิ่งที่อยู่มาตลอดชีวิตนะ เด็กน้อยที่น่าสงสาร ผ้าขาวที่ถูกราชานั่นทำให้แปดเปื้อน
    #745
    0
  20. #744 yukihana (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:50
    มองแบบกลางๆ ไอเรสก็น่าสมเพชที่มีชีวิตเพียงเพื่อเป็นผู้รับใช้ให้พ่อตัวเอง ไม่มีศักดิ์ศรีหรือความคิดของตัวเอง แทบไม่ต่างจากเวสเปอร์เพียงแต่ใช้งานได้บ้างเท่านั้น เป็นครอบครัวที่ควรอยูให้ไกลๆ
    #744
    0
  21. #743 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:08
    ทำไมนายทำอย่างนี้ ไอเรส TT
    #743
    0
  22. #742 Jirachaya Ketsantea (@jirachayaketsa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 06:52
    อ่านไปอ่านมาน้ำตาไหลเลย
    #742
    0
  23. วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 02:35
    เหอๆสรุปราชาเลี้ยงลูกทุกคนมาผิดตั้งแต่แรกแล้ว
    #741
    0
  24. #740 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 02:01
    โอ้ยยย มันส์มากกก
    #740
    0
  25. #739 PiscatY (@fah-km) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 01:47
    แหม่ อยากจะเปลี่ยนไอเรสเป็นไออย่างอื่น(?) จริงๆนะ555555
    #739
    0