ตอนที่ 41 : ตอนพิเศษ : งานแข่งขันประกวดดนตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    28 มี.ค. 60

ตอนพิเศษ : งานแข่งขันประกวดดนตรี


เพราะเป็นศูนย์กลางการค้าขายเมืองเวลล์จึงต้องจัดหางานกิจกรรมต่างๆ มาจัดบ่อยๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองและดึงดูดผู้คนให้มาจับจ่ายใช้สอยที่นี่ี แน่นอนว่าเป้าหมายของการเงินงานนี้ก็คือ เงิน เงิน แล้วก็เงิน  โฮมส์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของการจัดประกวดครั้งนี้เลยจัดงานแข่งขันประกวดดนตรีทันทีหลังจากที่จัดงานเทศกาลแข่งกินไปหมาดๆ เล่นเอาคนที่เพิ่งมาเที่ยวโอดครวญกันไม่หยุดแต่ถ้าถามว่าจะมาอีกไหม คำตอบเดียวของพวกเขาก็คือมา

ใครใช้ให้นักดนตรีส่วนใหญ่มักจะมีรูปโฉมงดงามล่ะ? ต่อให้มีรูปโฉมไม่งดงามแต่เสียงเพลงที่บรรเลงออกมามันก็ชวนให้เคลิ้มฝันไปถึงดินแดนไหนๆ ราวกับเสพสารเสพติดในรูปของเสียงเพลงยังไงยังงั้น

ซึ่งในครั้งนี้โฮมส์จัดงานแข่งขันประกวดดนตรีแบบที่ยิ่งใหญ่ เพราะหมั่นไส้พยัคฆ์ดำของเวสเปอร์ที่นับวันจะดุร้ายหึงหวงองค์ชายขึ้นทุกวันในขนาดที่ว่าพอเดินเข้าไปใกล้ก็ถลึงตามองจนร่างแทบทะลุเลยจัดงานแบบอลังการงานสร้างเปิดตัวเวสเปอร์ให้หึงตายกันไปข้างนึงเลย

แต่งานครั้งนี้ก็แปลกกว่าครั้งไหนๆ ที่บรรดานักดนตรีที่โด่งดังทั้งในดินแดนมนุษย์และดินแดนอื่นๆ แห่กันมาลงสมัครกันยกใหญ่เพื่อเงินรางวัลจำนวนมหาศาล

แน่นอนว่าเวสเปอร์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นกัน

"เวสเปอร์ เจ้าจะลงแข่งงั้นเหรอ?" โลกัสถามเสียงเข้มหน้าบอกบุญไม่รับ

"อืม" องค์ชายคลี่ยิ้มละมุนกรีดจดหมายให้เป็นมุมเรียบร้อยแล้วยื่นให้นกพิราบตัวหนึ่งคาบก่อนที่มันจะบินพึ่บพั่บออกจากหน้าต่างไป

ร่างสูงขบเคี้ยวฟันเมื่อจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นแล้วหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม "เจ้าก็รู้ว่าข้าหวงเจ้า"

เวสเปอร์หัวเราะเบาๆ ยิ้มหยอกเย้า "เด็ก"

"โว้ย ข้าจะไปฆ่าเจ้าเมืองบัดซบนั่น" โลกัสยีหัวตัวเองจนยุ่งเหยิงอย่างหงุดหงิด "มันต้องแค้นข้ามากแน่ๆ ถึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา"

องค์ชายหลุดหัวเราะเพราะเจ้าเสือของเขาเดาได้ตรงเผง เรื่องงานประกวดนี้โฮมส์เอามาปรึกษากับเขาแล้วเขาก็ตอบตกลงที่จะลงแข่งด้วยเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์เมืองแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าโฮมส์เหม็นขึ้หน้าโลกัสขนาดไหน เหม็นในขนาดที่ว่าถ้าฝีมือทั้งสองคนพอๆ กันคงตีกันจนกว่าจะตายไปข้างนึง

"ขำอะไร ข้าไม่ขำนะ"

เวสเปอร์ยังหยุดหัวเราะไม่ได้อยู่ดี สีหน้างอนๆ ที่ไม่เข้ากับหน้าตาหล่อเหลานั่นชวนขำจะตาย แต่ขำไปขำมาไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ใบหน้าชวนขันนั่นถึงมาอยู่ในระยะประชิดได้..

นัยน์ตาสีแดงก่ำจดจ้องตาวาวราวกับสัตว์ป่าสักตัวและมันก็มาพร้อมกับกรงขังที่ทำจากร่างมนุษย์

องค์ชายยิ้มหลับตาลงรับจูบหนักๆ ที่น่าจะเป็นการลงโทษและการแสดงความเป็นเจ้าของของพยัคฆ์ดำ มือที่ทั้งหยาบและอุ่นร้อนสอดเข้าไปในกางเกงและลูบสะโพกของร่างเล็กกว่าอย่างจาบจ้วง องค์ชายปรือตามองหน้าโลกัสแล้วหัวเราะในลำคอ

สภาพในต่างนี้เขาไม่ต่างกับกวางสักตัวที่จะโดนเสือกินสักนิด เสือที่กินเขาจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก.. แต่เขาไม่หนีหรอก เพราะมันไม่มีเหตุผลที่ต้องหนี

ในเมื่อเหยื่ออย่างเขาเต็มใจที่จะถูกกิน

 

เทศกาลงานแข่งขันดนตรีมาถึงไวจนเหมือนโกหก เวทีขนาดใหญ่ที่มักจะถูกใช้ในเทศกาลสำคัญต่างๆ ครั้งนี้ถูกตกแต่งด้วยธีมความดีงามกับความชั่วร้ายทำให้ทั้งเวทีถูกประดับประดาไปด้วยสีดำและสีขาว รูปปั้นของเทพเจ้าในความเชื่อต่างๆ และปีศาจถูกจัดวางไว้รอบงามให้คนได้ตื่นเต้นกัน ทุกอย่างทุกตารางนิ้วเป็นสีขาวสลับดำเพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งล้วนมีขาวดำ ทุกคนล้วนมีทั้งความดีงามและความชั่วอยู่ในตัวกันทั้งนั้น

แม้กระทั่งผู้เข้าแข่งขันก็ถูกจับฉลากเลือกฝั่งเช่นกัน แต่เหมือนโชคของเวสเปอร์จะเล่นตลกเพราะไปจับได้สีดำที่หมายถึงความชั่วร้ายซะอย่างงั้น ความรู้สึกแรกที่หยิบได้ของเวสเปอร์คือไม่รู้สึกอะไร อย่างไรก็ตามถึงแม้สีขาวจะคือสีประจำตัวกวางระเริงเพลงแต่ถ้าเป็นสีดำดูบ้างก็คงดูไม่เลวร้ายนัก

เพื่อไม่ให้จำนวนผู้แข่งขันมากเกินไปก่อนที่จะเข้ามาแข่งได้จึงมีการคัดเลือกไปแล้วคร่าวๆ จนเหลือแต่ผู้เข้าแข่งขันหลักๆ อยู่สิบคนซึ่งแต่ละคนล้วนมีชื่อเสียงไม่ธรรมดาทั้งนั้น ปีศาจจิ้งจอกเหมันต์ผู้เป็นเลิศด้านการเล่นเครื่องสี ดาฟินัสมนุษย์ที่สามารถทำให้ผู้คนหัวเราะร่ำไห้ได้ปานจะขาดใจจากการเล่นเพลงเพียงแค่ฟังไปไม่ถึงครึ่งเพลง มีแม้กระทั่งเงือกที่ไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับใครก็โผล่มาแข่งด้วยซึ่งรูปโฉมของเงือกก็คงจะรู้ๆ กันอยู่ เพียงแค่สบตาก็แทบจะลืมวิธีหายใจ

หลังจากเปิดงานอย่างเป็นทางการพิธีกรที่อยู่ในชุดครึ่งขาวครึ่งด้านหลังมีปีกปีศาจและปีกเทวดาอย่างละครึ่งราวกับเป็นลูกผสมที่เกิดจากความผิดพลาดของคู่รักยังไงยังงั้นแต่อย่างไรก็ตามเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาและติดอันดับคนโด่งดังต้นๆ ของเมืองเวลล์ทำให้ไม่มีใครติดใจอะไรนัก

"เริ่มกันแล้วนะขอรับ สำหรับงานแข่งขันดนตรีประจำปีของเรา! เอาล่ะขอรับ ไม่รอช้าเราจะมาแนะนำฝั่งเทพกันก่อนเลย" ร่างสูงพูดพร้อมผายมือไปยังฝั่งขวาที่มีร่างผู้เข้าแข่งขันในชุดสีขาวตามธีมเต็มยศเดินออกมาจากหลังม่าน เกิดเสียงเฮยกใหญ่เมื่อพิธีกรผายมือไปยังคนแรก "คนแรกคือดาฟินัสเป็นมนุษย์ที่ได้รับฉายาว่าเป็นภูติแห่งเสียงเพลง ขอแค่เขาได้เล่นเพลงไม่ว่าจะเป็นใครก็ล้วนยอมตกเป็นทาสของเสียงเพลงที่เขาเล่นขอรับ!!!"

เสียงเฮดังลั่นดังกว่าเดิมราวกับว่ายืนยันในสิ่งที่พิธีกรพูด เจ้าของฉายายิ้มเขินๆ ยกมือทักทายแน่นอนว่าทำเอาเสียงเฮเริ่มขาดหายเพราะความงดงามที่ราวกับไม่ใช่มนุษย์ของดาฟินัส ผมสีทองที่ถูกไว้ยาวถูกไว้ยาวถึงหลัง นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างทอประกายระยับชวนให้หลงใหล ยิ่งอยู่ในชุดสีขาวที่ออกแบบมาอย่างดียิ่งทำให้ดานิฟัสราวกับเป็นภูติแห่งสรวงสวรรค์ที่เปี่ยมไปด้วยความดีงาม

พิธีกรหัวเราะกับปฏิกิริยาที่ดูจะมากเกินของคนดูแต่ละคน "เดี๋ยวเสียงจะหมดเอานะขอรับ เก็บๆ ไว้ตอนแข่งด้วยนะ หึหึ เอาล่ะขอรับ คนโตไปเป็นปีศาจร่างใหญ่ที่มาพร้อมกับการดนตรีอันทรงพลัง--"

ทั้งๆ ที่นี่ไม่ใช่การขึ้นเวทีครั้งแรกของเวสเปอร์แต่เวสเปอร์ก็ยังประหม่าเหมือนทุกครั้ง นัยน์ตาสีทองที่ถูกซ่อนไว้หลังหน้ากากสีดำสอดส่ายไปมาพยายามหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจตัวเอง มือที่เริ่มจะชื้นกำชายเสื้อแน่นเมื่อนึกถึงการตัดสินใจบางอย่างของตัวเองที่แม้แต่โลกัสก็ไม่ล่วงรู้ หาเพียงไม่นานก็เจอร่างนักฆ่านั่งอยู่แถวหน้าสุดและกำลังหยิบกินขนมที่เขาทำให้เคี้ยวตุ่ยๆ ดูน่าเอ็นดู ถึงแม้ว่าใบหน้าครึ่งบนจะถูกซ่อนด้วยหน้ากากเสือสีขาวก็เถอะ..

"เฮ้ เจ้าน่ะ อย่าชะเง้อหน้าออกไปเยอะนักสิ" หนึ่งในผู้ดูแลดุเวสเปอร์เบาๆ ไม่จริงจังนัก

องค์ชายสะดุ้งกลับมายืนนิ่งกระสับกระส่ายเหมือนเดิม เวสเปอร์ก้มลงมองมือตัวเอง

เขาต้องทำได้สิ...

หายใจได้ไม่กี่ทีก็ถึงคิวของเวสเปอร์ที่ต้องออกจากม่าน

ผู้ดูแลคนเดิมชะเง้อหน้ามองข้างนอกแล้วกระพูดเสียงกระซิบ "เจ้าไปได้แล้ว"

"เอาล่ะขอรับมาถึงคนสุดท้ายของเรา กวางระเริงเพลงผู้โด่งดังในตอนนี้ขอรับ!"

องค์ชายพยักหน้ารับสูดหายใจลึกเรียกความกล้าของตัวเองออกมาและเดินออกไปจากหลังม่านด้วยท่าทีทระนงตัวและสง่างามเหมือนที่เคยทำตอนที่ได้ความรับทรงจำกลับมาเป็นครั้งแรก

เสียงเฮคล้ายกับจะมีแต่ก็เหมือนไม่มี ทุกคนพากันแปลกใจเพราะชุดประจำขององค์ชายไม่เหมือนเดิม มันเป็นสีดำทมิฬเช่นเดียวกับหน้ากากเขากวางที่เป็นสีดำจนหมดเช่นกัน

เวสเปอร์ยิ้มเจื่อนกระอักกระอ่วนกับความเงียบจนเกินไป ไม่รู้สิเขาชินกับเสียงแซวเสียงโห่ร้องอะไรอย่างนี้มากกว่า

"โอ้ ไม่น่าเชื่อว่ากวางระเริงเพลงของเราจะได้สีดำนะขอรับ แต่คิดเหมือนข้าใช่ไหมขอรับ เหมาะเป็นบ้า ฮ่าๆ" พิธีกรหยอกเย้าโดยไม่รู้ตัวแม้แต่นิดว่ากำลังโดนหมายหัวจากคนที่นั่งข้างล่าง องค์ชายพยายามส่งสายตาไปปรามแต่ก็ไม่ได้ผลนักเพราะหน้ากากนี่ปิดใบหน้าจนแทบมองไม่เห็นดวงตา

"ไม่ใช่เหมาะ ข้าว่าเปลี่ยนเป็นสีดำไปเลยดีกว่า! ส่วนชุดคราวหน้าข้าของบางๆ กว่านี้"

"โอย เงินข้า นี่คือแผนของร้านใช่ไหม ฮือ ข้าต้องเผลอไปเข้าร้านทุกวันแน่เลย ฮึก"

เพราะคำชมแปลกๆ องค์ชายเลยยิ้มออกนิดๆ แต่ไม่ได้ยกมือทักทายใครเนื่องจากเสือขี้หวงคนเดิม นัยน์ตาสีทองกวาดตามองผู้เข้าแข่งขันอย่างสำรวจและประเมิน จะว่ายังไงดีเพราะนี้เป็นการแข่งแบบจริงๆ จังๆ ครั้งแรกของเวสเปอร์ ทำให้เจ้าตัวไม่รู้สึกมั่นใจในตัวเองสักนิดเดียว อีกทั้งคู่แข่งแต่ละคนก็ดูน่ากลัวทั้งนั้นแต่ถึงจะกลัวยังไงท่าทีที่แสดงออกไปก็คือยิ้มน้อยๆ ดังเดิม

"..!"

องค์ชายสะดุ้งนิดๆ กับความรู้สึกบางอย่างที่แล่นผ่านเมื่อกี้พอหันไปมองสาเหตุก็เห็นสายตาไม่เป็นมิตรของคนที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน

ดาฟินัส...

ใบหน้าสวยนั่นถึงแม้จะยิ้มแย้มแต่แววตาที่มององค์ชายกลับส่อถึงความมาดร้ายและไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด องค์ชายสบตากลับไม่เกรงกลัว สิ่งที่ทำให้องค์ชายหวั่นเกรงคือการแข่งขันแต่ไม่ใช่การข่มขู่ของใครสักคน พอมองไปนานๆ ก็เริ่มรู้สึกรำคาญเลยมองไปดูอย่างอื่นก็เจอเงือกหนุ่มข้างๆ ที่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

"ปกติข้าไม่ชอบมนุษย์นะ แต่ข้าชอบหน้ากากเจ้า สวยดี" ใบหน้าหล่อเหลาพูดด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงกระจ่างใส่ราวกับสายน้ำทะเลที่กระทบกับหาดทราย

องค์ชายยิ้มรับ

"แนะนำตัวกันเสร็จก็ขอเริ่มการแข่งขันเลยแล้วกันขอรับ เชิญพบกับคนแรกเอนเลส!"

ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่อการแข่งขันก็ดำเนินต่อไปซึ่งอันดับก็ตามที่จับฉลากได้ไม่รู้ว่าซวยซ้ำซ้อนหรืออะไรยังไงเวสเปอร์ถึงได้คิวสุดท้ายเหมือนเดิม ผู้เข้าแข่งขันที่ยังไม่ถึงคิวก็พากันไปนั่งจับจองที่เดิมและซักซ้อมเพลงของตัวเองกับอากาศหรือถ้าใครเก่งหน่อยก็สร้างอาณาเขตขึ้นมาแล้วเล่นเพลงในนั้นทำให้ไม่มีเสียงเพลงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินแม้แต่นิดเดียว

ส่วนองค์ชายไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นใช้เวลาไปกับการทบทวนเนื้อเพลงในหัวและพยายามเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นให้ได้ เพลงที่เวสเปอร์เลือกไปแข่งไม่ใช่เพลงที่ชายชราให้แต่เป็นเพลงที่องค์ชายชอบมันมากที่สุด

เพลงที่ว่าด้วยการเป็นตัวของตัวเอง

เวสเปอร์หลงใหลเพลงนี้ในตอนเด็กๆ ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจในความหมายอันล้ำลึกของเพลงก็ตามแต่พอหายกลับเป็นปกติก็ทำให้ชอบเพลงนี้มากกว่าเดิม เพราะจังหวะที่เนิบช้าแต่ทรงพลังอย่างประหลาดและความเป็นเอกลักษณ์ของเพลง เพลงนี้เวสเปอร์ไม่เคยเล่นให้ใครฟังเพราะรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ตัวเองไม่สมควรเล่นหรือไม่มีค่ามากพอที่จะเล่น

แต่วันนี้องค์ชายตัดสินใจเล่นมันเพราะเขานั่นเปลี่ยนไปแล้ว.. เขาไม่ใช่องค์ชายปัญญาอ่อนแห่งเมืองเอวินด์อีกต่อไปแล้วแต่เป็นเวสเปอร์กวางระเริงผู้โด่งดังแห่งเมืองเวลล์!

"อย่าร้องไห้กลับบ้านแล้วกัน กวางระเริงเพลง"

เสียงพูดขึ้นอย่างยโสดังเหนือหัวเวสเปอร์ทำให้ร่างที่กำลังจมอยู่ในภวังก์เงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาเฉยชา

กับองค์ชายเวสเปอร์ที่ถูกดูถูกมาค่อนชีวิตกับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ นี่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ร่างโปร่งพยักหน้ารับรู้ไม่ตอบทำให้คนพูดแค่นเสียงหึแล้วสาวเท้าเร็วๆ ออกไป

องค์ชายกระพริบตาปริบเมื่อเห็นขลุ่ยสีขาวโพลนหรูหราของดาฟินัส

เขาได้ยินพวกนักดนตรีคุยกันว่าดาฟินัสเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด.. ขลุ่ยนี้ก็คงเป็นการจงใจ

แววตาขององค์ชายวูบไหวนิดๆ กับคนที่เจอกันครั้งแรกยังเกลียดกันได้ขนาดนี้เชียว?

♪ ~~~

เสียงเพลงที่ดังลอดเข้ามาข้างในครั้งนี้ทำให้เวสเปอร์เบิกตากว้างสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับความทรงพลังของเพลง ไม่น่าเชื่อว่าเสียงที่ออกมานั้นมาจากขลุ่ยเพราะมันเป็นจังหวะที่เร็วจนรู้สึกอยากขึ้นมาขยับร่างกายก่อนที่เนื้อเพลงเนิบช้าชวนให้เศร้าจนหลั่งน้ำตา ความขัดแย้งทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ทำเอาเวสเปอร์ทึ่งนิดๆ และคนที่ทึ่งกว่าคือบรรดาผู้ชมที่ส่งเสียงโหกเหวกโวยวายมีบางคนสะอื้นไห้ด้วยความปิติด้วยซ้ำ

นี่สินะ.. เหนือฟ้ายังมีฟ้า

องค์ชายยิ้มก่อนที่จะหุบยิ้มเมื่อร่างที่เพิ่งออกไปเมื่อกี้เดินกลับมา

นัยน์ตาสีฟ้าทอประกายวาววับอย่างยโสและแฝงถึงชัยชนะ "แสดงให้ข้าเห็นหน่อยสิ กวางระเริงเพลงที่กล้ามาแย่งตำแหน่งภูติแห่งเสียงเพลงผู้โด่งดังของข้า"

เวสเปอร์มองเมินไม่ได้ตอบสาวเท้าออกไปทันทีในมือกำขลุ่ยที่เจ้าเสือซื้อให้แน่น

"มาจนถึงคนสุดท้ายที่ทุกคนรอคอยเหมือนผม กวางระเริงเพลงขอรับ!" พิธีกรพูดเสียงคึกคัก "หวังว่าคนคุมจะไม่มาด้วยนะขอรับ กวางระเริงเพลง ไม่อย่างงั้นพวกข้าคงโดนฆ่าหมกศพอยู่แถวนี้กันหมดแน่ๆ"

องค์ชายยิ้มแห้งตอบและไปหยุดยืนกลางเวทีอย่างประหม่า หัวใจในอกเต้นรัวสายตาจับจ้องเพียงคนๆ เดียวของตัวเอง เพราะหน้ากากที่ปิดบังสายตาทำให้ทุกคนคิดว่ากวางระเริงเพลงไม่ได้มองใครเป็นพิเศษเลยยังไม่มีใครรู้ตัวว่าผู้คุมที่ว่าตอนนี้มองกวางระเริงเพลงตาวาว

"เพลงที่เล่นเป็นเพลง เอ.. ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เพลงหวนคืนสู่เสียงเพลง เป็นเพลงเกี่ยวกับการเป็นตัวของตัวเองขอรับ อ่า.. จะเป็นยังไงก็ไปฟังกันเลยแล้วกันขอรับ!"

"ข้าจะเล่นแล้วนะ" เวสเปอร์ขยับปากพูดซึ่งโลกัสก็พยักหน้ารับเชิงรับรู้

องค์ชายจึงหลับตาลงเหมือนทุกครั้ง ดึงจิตใจที่ปั่นป่วนจากหลายๆ เรื่องให้นิ่งสงบก่อนที่จะจรดริมฝีปากบนขลุ่ยและเล่นเพลงออกมาอย่างเนิบช้าด้วยความรู้สึกชัดๆ ของตัวเอง ชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเล่น

ทำนองเพลงเนิบช้าหากแต่สะท้านไปถึงจิตใจของคนฟัง น่าแปลกที่ขึ้นทำนองแรกก็มีคนหลั่งน้ำตาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เป็นแผลลึกที่ไม่มีวันหายของกวางระเริง พอเล่นต่อไปได้สักพักทำนองเพลงเปลี่ยนขึ้นมาร่าเริงนิดๆ ทำให้ความรู้สึกที่คล้ายจะจมดิ่งไปในเหวลึกค่อยๆ ปีนขึ้นมาเหยียบบนพื้นดินอีกครั้งแต่ก็ไม่แข็งแรงนัก

คนดูหลายคนอุทานแผ่วเบาเมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มกวางระเริงเพลง

หน้ากากปิดบังใบหน้าก็จริงแต่มันไม่สามารถปิดบังความรู้สึกได้..

เสียงเพลงดำเนินต่อไปในทำนองที่หวานล้ำสำหรับเวสเปอร์มันหมายถึงช่วงที่มีโลกัสเข้ามาในชีวิต มันทำให้ทุกสิ่งในชีวิตเลวร้ายของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

น่าแปลกที่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงที่องค์ชายร้องไห้ เสือตัวใหญ่ไร้ใจก็กำมือแน่นหัวใจสั่นเทานึกสบถในใจที่ไม่เจอองค์ชายให้ไวกว่านี้ หวังจะแบ่งเบาความเจ็บปวดนั่นมาที่ตัวเองบ้าง

องค์ชายเผยความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองออกมากับการเล่นเพลงแม้มันจะไม่บอกความจริงว่าเกิดอะไรกับชีวิตของเขาบ้างแต่มันก็เผยความรู้สึกทั้งหมดที่เขาได้รับมาตลอดชีวิต

มีทั้งเสียงร้องไห้รอยยิ้มขมขื่นหรือแม้แต่การนั่งนิ่งๆ ของเหล่าผู้ชม

เสียงเพลงของกวางระเริงเพลงนั่นซื่อตรงจนรู้สึกเหมือนจับต้องได้ยังไงยังงั้นจนต่อให้ผู้ที่เกลียดเสียงเพลงมากที่สุดก็ยังต้องหยุดฟังสักทำนองด้วยความสนใจ

คณะกรรมการที่รวบรวมไว้หลายสายพันธุ์พากันวางปากกาแล้วหันไปสบตากันและพยักหน้าเป็นอันรู้กันว่าใครจะเป็นผู้ชนะในครั้งนี้

เป็นเวลาที่เหมือนนานชั่วกัลป์กว่าเพลงจะจบลงสำหรับองค์ชาย เวสเปอร์ลดขลุ่ยลงและยกมือขึ้นมาแตะใบหน้าของตัวเองอย่างประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

พิธีกรยิ้มนิดๆ กับผลผู้ชนะที่ออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิดแม้แต่นิดเดียว รอจนกระทั่งมีคนสรุปผลคะแนนและวิ่งมาให้เขาบนเวทีจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงรื่นเริง "ถึงเวลาประกาศผลแล้วสินะขอรับ จะเป็นใครน้าาาา ที่จะชนะครั้งนี้"

เหล่าบรรดาผู้ชมต่างตะโกนคนในใจของตัวเองออกมาเสียงดังแต่ที่เสียงดังที่สุดเห็นจะเป็นกวางระเริงเพลงแน่นอนว่าคนนำทีมของโลกัสตะโกนเสียงดังลั่นไม่แพ้กัน

องค์ชายเหลือบมองเดฟินาสที่ยืนข้างตัวเองและพบว่าดวงตาสีฟ้านั่นมองมาอย่างเจ็บใจ

"มองอะไร!"

เวสเปอร์หันหน้าหนีทันทีและรอผลอย่างตั้งใจ

"ครั้งหน้านะ ถ้าเจ้ามาแข่งอีก ข้าไม่มีวันแพ้เจ้าแน่!"

องค์ชายหลุดหัวเราะเบาๆ กับท่าทีของเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจ

พิธีกรหนุ่มโคลงตัวไปมา "คนที่ได้ตำแหน่งปีนี้ก็คืออออ" เสียงอันยืดเยื้อทำเอาผู้คนเดาเขากันระงม "กวางระเริงเพลงขอรับ!!!"

เวสเปอร์สะดุ้งเฮือกนิ่งอยู่ท่าเดิมไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

เป็นข้า?

จวบจนกระทั่งถูกยัดรางวัลใส่มือและสัมภาษณ์สติของเวสเปอร์ถึงได้เรียงตัวกลับมาใช้งานได้

"อ่า..." พิธีกรยิ้มเขินนิดๆ "ไหนๆ ก็ชนะแล้วลองถอดหน้ากากดูดีไหมขอรับ ทุกคนอยากเห็นหน้ามากเลย"

เวสเปอร์ยิ้ม "ได้สิ" แล้วค่อยๆ ถอดหน้ากากออกมาเผยให้ใบหน้าและผมสีขาวโพลนนัยน์ตาสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของบุตรชายคนโตของเมืองเอวินด์

นี่คือสิ่งที่เขาตัดสินใจ... เขาจะเลิกซุกซ่อนตัวเองจากตัวตนของตัวเองสักที ถึงแม้จะชอบชีวิตที่เรียบง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะอยากหนีจากตัวตนของตัวเองที่พยายามปฎิเสธมาตลอด

ไม่ว่าจะกวางระเริงเพลง เวสเปอร์ที่ปัญญาอ่อน หรือเขาก็ล้วนเป็นคนเดียวกันทั้งนั้น..

"องค์ชายเวสเปอร์!?" มีเสียงดังฮือฮาขึ้นก่อนที่จะลามไปเรื่อยๆ เหมือนไฟป่า ใครๆ ก็เคยได้ยินเรื่องขององค์ชายอาภัพองค์นี้ทั้งนั้นแต่ข่าวล่าสุดคือเสียชีวิตไปแล้ว

โลกัสขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจเวสเปอร์นักหยุดยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

ในจังหวะที่ทุกคนแตกตื่นเวสเปอร์ก็พูดต่อด้วยรอยยิ้มและสีหน้ามั่นใจ

"ข้าจะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว"

แววตาสะท้อนรอยยิ้มของโลกัสที่มองด้วยแววตาล้ำลึก

ใช่.. ข้าจะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว อะไรต่อจากนี้จะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่มีเจ้าเสือข้าก็พร้อมที่จะเจอกับมันอย่างแน่นอน


---------------

ตอนนี้แต่งเมื่อวานตั้งใจจะใส่ในเล่มหลักแต่ใส่ไม่ทัน เสียดายมากกกกกกกก TWT แง

 ปล. THE MASK SINGGER 5555555555555

//กอดคนอ่าน ขอบคุณมากๆ นะคะสำหรับกำลังใจ TWT

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1446 Ne4w (@snow-prince-000) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 00:40
    โอ้ยยยย ซึ้งทั้งตอน ฮาปล. 555555555
    #1446
    0
  2. #1403 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:18
    เสียงพี่กันต์ลอยมาเลย
    #1403
    0
  3. #1207 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 07:49
    The mask singer ก็มา 5555+
    #1207
    0
  4. #1206 Moji Kaaaato! (@tataza79) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 01:36
    หน้ากากกวางระเริงเพลง......ถอดหน้ากากครับ!!!!!5555555555555(อยู่ดีๆเสียงพี่กันก็ลอยเข้ามาในหัว)
    #1206
    0
  5. #1205 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 19:45
    ตอนนี้โคตรดีเลยค่ะ
    #1205
    0
  6. #1204 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 17:53
    เห็นด้วยว่าน่าใส่ในเล่ม ถ้าใส่จะให้ความรู้สึกการปิดท้ายจบเล่มแบบอิ่มใจประมาณนี้สำหรับเรานะ 5555
    #1204
    1
  7. #1203 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 15:32
    บะ! แซวไม่ทันไรคิดก่อนละ
    #1203
    0
  8. #1202 gasil (@gasil) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 10:48
    อื้อหือ the mask singer! 55555+
    #1202
    0
  9. #1200 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 08:21
    กำลังจะแซวว่า the mask singer ฮ่าๆๆๆๆ
    #1200
    0
  10. #1199 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 08:09
    รอออออค่าาาอยากอ่านอีก
    #1199
    0
  11. #1198 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 07:59
    เยี่ยม ยอดเยี่ยม ปรบมือ
    #1198
    0