คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,007 Views

  • 11 Comments

  • 159 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    563

    Overall
    3,007

ตอนที่ 1 : นกน้อยในกรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

:: [1] ::

นกน้อยในกรง

 

ไม่รู้ทำเวรกรรมอะไรไว้หนักหนา จึงทำให้ชีวิตของ รัน หรือ ทิภากร วงค์วรเดช หนุ่มน้อยหน้าใสวัยสิบแปดกะรัต นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่หนึ่ง ต้องมาอาศัยร่วมชายคากับ คุณชายอัศ หรือ หม่อมราชวงศ์อัศวเดชา เทวพรรณกุล นักศึกษาวิศกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สี่ ราชนิกุลที่มีดีแค่รูปร่างหน้าตา ฐานะและชาติกำเนิด แต่นิสัยกลับตรงกันข้าม เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ พูดจาโผงผาง และชอบทำร้ายร่างกายและจิตใจรันอยู่เป็นประจำ

            “วันนี้ตอนเย็นเพื่อนกูจะมาปาร์ตี้ที่ห้องมึงห้ามไปไหนเด็ดขาด เตรียมห้องให้พร้อมแล้วก็อยู่ดูแลเพื่อนกูด้วย” เสียงเข้มออกคำสั่งขณะทั้งสองนั่งทานมื้อเช้าในคอนโดสุดหรูใจกลางกรุง

            “ครับคุณชาย” เจ้าตัวตอบรับอย่างเสียมิได้ เขาเบื่อที่สุดกับบรรยากาศแบบนี้ ทุกครั้งที่อัศพาเพื่อนมาที่ห้อง มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อเหนื่อยมาก ไหนจะต้องช่วยชงเหล้า ไหนจะต้องดูแลเรื่องอาหาร ทำทุกอย่างไม่ต่างจากคนรับใช้ดีๆ นี่เอง

            “แล้วสุดสัปดาห์นี้ก็ไม่ต้องกลับวังอยู่ช่วยกูทำโปรเจคที่นี่” คุณชายหน้าหล่อออกคำสั่งอีกครั้ง

            “แต่ผมต้องไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนที่มหาลัยนะครับ” เจ้าตัวรีบทักท้วงคำสั่ง นั่นเพราะวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ และเจ้าตัวก็เป็นเฮดหลักในการจัดกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย

            “กูบอกให้อยู่ช่วยกูมึงหูหนวกรึไงห๊ะ!” เมื่อถูกขัดใจร่างสูงก็ถลึงตาใส่ วางช้อนลงบนโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห ไอ้เด็กคนนี้มันไม่มีสิทธิ์มาขัดคำสั่งเขาแม้แต่น้อย มันคือทาสรับใช้ที่เขาจะสั่งให้ทำอะไรก็ได้

            “แต่ถ้าไม่มีผมเพื่อนๆ ก็ต้องแย่นะครับ ผมขอแค่อาทิตย์นี้อาทิตย์เดียวนะครับ” แม้ใจจะสั่นอยู่ไม่น้อยแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือเข้าไว้

            “ไม่ได้! มึงต้องฟังคำสั่งกู ที่คณะมีมึงทำงานเป็นคนเดียวรึไง โปรเจคจบกูสำคัญกว่ากิจกรรมเน่าหนอนของมึงเยอะ” เอ่ยอย่างไม่ไยดี คนอย่างคุณชายอัศวเดชา ไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับไอ้กาฝากลูกติดแม่เลี้ยงที่เขาเกลียดขี้หน้ามากที่สุด

            “คุณชายไม่มีเหตุผลเลย ฮึก” หากไม่ติดว่ามารดาสั่งเอาไว้ เขาไม่มีทางยอมทนให้อีกฝ่ายจิกหัวใช้อยู่อย่างนี้เด็ดขาด

            “ถ้ามึงไม่พอใจก็ไปผูกคอตายเลยสิวะ!” มือหนาตบลงบนโต๊ะเสียงดังแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป ปล่อยให้ร่างเล็กนั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง

            “ทำไมแม่ต้องให้ผมมาอยู่กับคนอย่างนี้ด้วยนะ ฮึก”

            รันและมารดาเข้ามาอยู่ใน วังเทวพรรณกุล ตั้งแต่เขาอายุได้เพียงสี่ขวบ หลังจากหม่อมเจ้าพงษ์สวัสดิ์ เทวพรรณกุล และ ทิพย์ฤดีพบกันครั้งแรกในโรงแรมที่ฝ่ายหญิงทำงานในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ ด้วยความสวยสะดุดตาและการพูดการจาที่ไพเราะอ่อนหวาน ทำให้ฝ่ายชายตกหลุมรักได้ไม่ยาก ทั้งสองได้แอบคบหากันอย่างลับๆ และลงเอยด้วยการแต่งงานในที่สุดหลังจากภรรยาคนปัจจุบันได้เสียชีวิตลง มาถึงตอนนี้ทิพย์ฤดีก็ได้เป็นหม่อมสมใจอยาก แถมยังมีลูกชายวัยแปดขวบเป็นโซ่ทองคล้องใจอีกด้วย

             หลังจากเก็บจานไปล้างในครัวจนเสร็จแล้ว รันก็เข้าไปทบทวนตำราเรียนในห้องนอน ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยมันอาจจะดีกว่านี้ หากไม่ได้มาอยู่ร่วมคอนโดกับผู้ชายใจร้ายคนนี้

 

            ปังๆๆ!

            “จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนวะ”

            เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นปลุกให้คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนตำราเรียนเล่มหนาตื่นงัวเงียขึ้นมา เหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว เจ้าตัวรู้ทันทีว่าคนที่ยืนทุบประตูห้องอยู่นั้น คงต้องการให้เขาไปเตรียมอาหารสำหรับปาร์ตี้ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน รันรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูก่อนที่จะพังไปเสียก่อน

            “เพื่อนกูใกล้จะมาถึงแล้วเร็วๆ ด้วย!” เขาเอ่ยเสียงห้วนพร้อมจ้องมองด้วยสายตาตำหนิกลายๆ

            “ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” รันพยายามไม่สบตาอีกฝ่าย เพราะรู้สึกเกลียดสายตาดุนั่นเหลือเกิน

            “เร็วๆ ถ้ามึงทำไม่ทันได้โดนกูแน่” ชี้หน้าแล้วเดินไปนั่งรอเพื่อนที่โซฟาหน้าจอทีวีขนาดยักษ์

            เขาเกลียดไอ้เด็กคนนี้เข้าไส้ นอกจากแม่มันจะจับบิดาของเขาจนได้เป็นหม่อมแล้ว ยังจะส่งลูกชายมาจับเขาอีก คงเห็นว่าท่านพ่อจะยกสมบัติให้เยอะกว่าใครในบรรดาพี่น้องทั้งหมดสินะ ถึงได้คิดการณ์ไกลขนาดนี้

            รันรีบอาบนน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ แล้วเดินเข้าไปในครัวเตรียมกลับแกล้มหลายเมนูเพื่อรองรับเพื่อนๆ ของอัศที่จะมาถึงคอนโดในอีกไม่ช้านี้ อาหารหลายเมนูถูกปรุงแต่งจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว รันยกมาวางจัดเรียงรายไว้บนโต๊ะกระจกหน้าจอทีวี ซึ่งรายล้อมไปด้วยโซฟาสีครีมจนเต็มพื้นที่ รอการมาถึงของเหล่าบรรดาหนุ่มวิศวะเพื่อนของเจ้าของคอนโด

            ไม่นานนักเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น รันรีบเดินไปเปิดประตูห้อง ก็พบกับชายหนุ่มทั้งหกคนยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตู

            “เฮ้ย! น้องรันคนสวยนี่หว่า วันนี้มารับพวกพี่ถึงหน้าห้องเลยเหรอคร้าบบ” ต้าหนุ่มหน้าตี๋จัดฟันเอ่ยขึ้นเสียงดัง

            “เชิญข้างในก่อนครับคุณชายรออยู่” รันจดจำใบหน้าผู้ชายเหล่านี้ได้ทุกคน เพราะพวกเขามาจัดปาร์ตี้ที่นี่อยู่บ่อยครั้ง แถมบางทียังพาพวกผู้หญิงอย่างว่ามามั่วสุมอีกด้วยในบางครั้ง

            เมื่อทั้งหมดเข้าทีมกันแล้ว เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังขึ้นแข่งกับเสียงดนตรีสากล ที่ถูกเปิดคลอไปด้วยเพื่อสร้างบรรยากาศ น้ำสีชาถูกรินผ่านก้อนน้ำแข็งลงไปที่ก้นแก้วอย่างช้าๆ หลังจากนั้นน้ำโซดาก็ถูกเทตามลงไปเพื่อผสมให้เจือจางจนเกิดฟองฟู่ซู่ซ่า ก่อนจะถูกคนให้เข้ากันด้วยแท่งตะเกียบที่นำมาใช้ในการนี้โดยเฉพาะ รันทำอย่างนั้นแก้วแล้วแก้วเล่าส่งให้กับชายหนุ่มที่นั่งโยกตามจังหวะดนตรีอย่างสนุกสนาน บ้างก็พูดคุยกัน บ้างก็ฮัมเพลงตาม ดูช่างมีความสุขกันเสียจริง คนที่มีความทุกข์ในตอนนี้คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรันคนเดียวเท่านั้น เมื่อไหร่ช่วงเวลาแห่งความน่าเบื่อหน่ายนี้จะหมดไปเสียที

            “น้องรันครับชงเหล้าให้พี่หน่อย...หมดแก้วแล้ว” ได้ยินเสียงเรียกก็รีบเดินไปรับแก้วมาจากมือชายหนุ่ม แต่กลับโดนกุมมือไว้ไม่ยอมปล่อย

            “ปล่อยเถอะครับผมจะได้ไปชงเหล้าให้” รันหน้าเสียแล้วรีบเอ่ยขอร้อง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนกระทำอย่างนี้ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ชินกับการโดนหยามศักดิ์ศรี

            “มือน้องรันนิ่มโคตรๆ พี่ไม่อยากจะปล่อยเลยอ่ะ” บอยส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ ดูท่าทางคงจะเริ่มเมาแล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยก็ยอมปล่อยมืออย่างเสียดาย

            คุณชายเจ้าของห้องเห็นอย่างนั้นกลับยิ้มเยาะอย่างสะใจ อยากรู้จังว่ามันจะทนอยู่ในสภาพนี้ไปได้สักกี่น้ำ

            “ฮิ้ววว!!!

            “ถ้ามึงชอบน้องเขาขนาดนั้นทำไมไม่พากลับไปที่ห้องด้วยเลยล่ะวะไอ้บอย” ป๋องเอ่ยแซวเพื่อน

            “ก็อยากจะพาไปอยู่หรอกแต่น้องรันน่ะสิคงไม่ยอมแน่” คนพูดยังคงส่งสายตากรุ้มกริ่มให้

            “เอาไปเลยกูอนุญาต” คุณชายที่นั่งฟังอยู่เอ่ยกับเพื่อน หากเขาสั่งให้ไปก็ต้องไปไม่มีสิทธิ์ขัดขืนใดๆ

            รันได้ยินก็หันขวับไปมองเจ้าของเสียงทันที พูดจาดูถูกถากถางเขายังพอทนได้ แต่นี่ถึงขนาดอนุญาตให้คนอื่นพาไปที่ห้องด้วยมันชักจะเกินไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาพูดอย่างนั้นทั้งที่ไม่ใช่เจ้าชีวิตเขาสักหน่อย

            “มึงมองอย่างนั้นหมายความว่าไงวะไอ้กาฝาก” อัศเอ่ยเสียงเข้มออกไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองตาขวางมาที่เขา

            “ปะ...เปล่าครับ” รันตอบรับเสียงเบาแล้วก้มหน้าลง

            “เปล่าก็หุบปาก อย่าให้กูได้ยินเสียงมึงอีกเด็ดขาด” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายกลัวยิ่งได้ใจ ชี้หน้าคาดโทษ แล้วกระดกเหล้าอึกใหญ่

            “ไอ้คุณชายมึงก็โหดไป น้องเขากลัวจนตัวสั่นจะแย่แล้วนั่น” บอยเอ่ยขณะมองร่างเล็กอย่างไม่ละสายตา

            “ถ้ามึงชอบมันก็เอาไปนอนกกได้เลยกูอนุญาต” เจ้าตัวมองคนที่นั่งก้มหน้าอยู่บนพื้นอย่างหงุดหงิด

            “ได้จริงดิวะ”

            “ก็เออดิ”

            “ถ้างั้นคืนนี้น้องรันกลับไปกับพี่นะครับ พี่สัญญาจะไม่ทำให้เจ็บแม้แต่ปลายเล็บ” บอยยิ้มเจ้าเล่ห์มองหน้าร่างเล็ก ส่วนหนึ่งก็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยที่ทำให้ใจกล้าได้ขนาดนี้

            “ขอโทษนะครับผมคงไปด้วยไม่ได้ ต้องอ่านหนังสือ” รันตอบกลับอย่างมีสติ เขาไม่ใช่สินค้าหรือของใช้ส่วนตัวของอัศ ที่จะให้ไปกับใครก็ได้

            “คืนนี้มึงต้องไปกับเพื่อนกู ไม่งั้นมึงก็ไสหัวออกไปจากคอนโดกูเลย” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเย็นยะเยือก

            “ไม่! ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น และผมก็ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของคุณชายที่จะให้ไปกับใครก็ได้” ตอนนี้รันเริ่มเหลืออดกับความคิดต่ำๆ ของอีกฝ่ายแล้ว ที่เงียบไม่ใช่ว่ายอมแต่เพราะไม่อยากมีเรื่องจนถึงหูท่านชายและมารดาของตัวเองเท่านั้น

            ทุกคนนั่งเงียบมองตากันปริบๆ ปกติแล้วรันไม่ใช่คนที่จะกล้าพูดต่อหน้าทุกคนอย่างนี้ แสดงว่าครั้งนี้คงสุดจริงๆ

            “นี่มึงกล้าเถียงกูเหรอวะ!” อัศลุกขึ้นยืนกร่างพร้อมจะเดินไปหาเรื่อง

            “ผมทนไม่ไหวแล้ว ฮึก คุณชายไม่ใช่เจ้าของชีวิตผม” ยกมือเรียวขึ้นปาดน้ำตาแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะล็อกเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปได้

            ปังๆๆ!!!

            “มึงออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้กาฝาก”

            “........” เจ้าตัวนั่งพิงประตูห้องแล้วร้องไห้ออกมา เขาไม่มีทางออกไปให้คนพวกนั้นข่มเหงย่ำยีศักดิ์ศรีแน่นอน ที่ทนมาทุกวันนี้ก็เพราะสำนึกบุญคุณของท่านชายที่ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กจนโตเท่านั้นเอง

            “ถ้างั้นมึงก็อยู่ในนั้นห้ามออกมาอีกตลอดชีวิต กูจะไม่ให้มึงได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป” ว่าแล้วก็เตะประตูเสียงดังจนคนที่อยู่ในห้องสะดุ้งโหยง เดินไปหยิบลูกกุญแจมาล็อคข้างนอกไว้ ไม่ให้ออกมาได้

            อัศเดินอารมณ์เสียมานั่งที่เดิม ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว เมื่อเห็นอย่างนั้นเพื่อนๆ ต่างก็พยายามสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นเหมือนเดิม ไม่นานนักเจ้าตัวก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และปาร์ตี้คืนนั้นก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนเกือบสว่าง

 

            เช้าวันต่อมาสมาชิกในงานปาร์ตี้ต่างก็นอนเกยก่ายกันบนพื้นอย่างหมดสภาพ  ท่ามกลางกองขยะที่เกิดขึ้นจากงานเมื่อคืน ตอนนี้สภาพห้องเละเทะแทบไม่เหลือเค้าเดิม คนที่รู้สึกตัวแล้วลืมตาขึ้นมาเป็นคนแรกนั่นคือเจ้าของห้อง อาการเมาค้างจากการซดเหล้าเข้าไปอย่างหนัก ทำให้อัศปวดศีรษะตุบๆ แทบยกไม่ขึ้น พยุงตัวขึ้นมานั่งได้แล้วก็ใช้เท้าเขี่ยตัวเพื่อนเพื่อปลุกให้ตื่นขึ้นมา

            “เฮ้ยพวกมึงตื่นๆ เช้าแล้วเว้ย” ปากก็เอ่ยปลุกเพื่อนแต่เจ้าตัวกลับยังยืนขึ้นไม่ไหว เมื่อตั้งสติได้แล้วก็ใช้แขนค้ำยันโซฟาลุกขึ้นยืนอย่างโคลนเคลน พาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้น

            อัศจ้องมองตัวเองในกระจกสำรวจใบหน้าคมคาย ที่หนวดเคราเริ่มยาวขึ้นจนเป็นตอ รูปร่างหน้าตาอย่างเขานี่ล่ะที่สาวๆ ต่างก็พากันกรี๊ดกร๊าด ถึงขนาดมาเสนอตัวให้ถึงที่ห้องก็หลายครั้ง แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมคบหากับใครจริงจัง นั่นเพราะยังมีความสุขกับชีวิตโสดอยู่

            เมื่อล้างหน้าแล้วก็รู้สึกดีขึ้นจึงเดินออกมาหาเพื่อนอีกครั้ง เพื่อนทั้งหกคนตื่นขึ้นมาในสภาพงัวเงีย และกำลังพยายามใส่เสื้อผ้าเพื่อจะได้รีบกลับบ้าน

            “รีบกลับเลยพวกมึง ทำห้องกูรกยังกะรังหนูแล้วเนี่ย” เจ้าตัวใช้เท้าเขี่ยเศษถุงขนมขบเคี้ยวที่ซื้อมาเมื่อคืนให้พ้นทาง แล้วเดินมานั่งไขว่ห้างบนโซฟา ก่อนจะคว้ารีโมทที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้าขึ้นมาเปิดทีวี

            “ไอ้เหี้ยอัศมึงนั่นล่ะตัวต้นเหตุนัดพวกกูมาเอง...ช่วยไม่ได้เว้ย” ป๋องเอ่ยขณะกำลังสวมเสื้อช็อปสีกรมท่าอย่างเชื่องช้าเพราะยังรู้สึกมึนที่ศีรษะ

            “รีบกลับไปเลย กูจะได้บอกให้ไอ้รันมาจัดการ รกหูรกตาชะมัด” เมื่อเอ่ยชื่ออีกคนก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้เขาใช้กุญแจล็อกห้องไว้นี่นา ป่านนี้มันจะตื่นนอนรึยึงนะเจ้าตัวคิดในใจ

            “น้องรันคงจะออกมาทำให้มึงอยู่หรอก กูว่ามึงนั่นล่ะจะได้ทำเอง พวกกูกลับล่ะโชคดีเว้ยเพื่อน” เติ้ลเอ่ยแล้วเดินตามหลังเพื่อนคนอื่นออกจากห้องไป ปล่อยให้เจ้าของห้องนั่งทำหน้าหนักใจอยู่เพียงลำพัง

            “ดะ...เดี๋ยวมาช่วยกูเก็บก่อนสิวะ” อัศมองตามหลังเพื่อนไปอย่างเซ็งๆ เขาไม่อยากให้ไอ้กาฝากนั่นออกมาเลย อยากจะดัดนิสัยมันสักหน่อย แต่มองสภาพห้องแล้วเขาคงจะทำเองไม่ไหวแน่นอน ปกติมีแต่ไอ้นั่นทำคนเดียวมาตลอด

           

            อีกมุมหนึ่งของห้อง รันตื่นตั้งแต่เช้ามาอาบน้ำเปลี่ยนชุดจนเสร็จสรรพ แต่ต้องมานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียง เพราะออกไปไหนไม่ได้ อยากจะขังก็ขังไปเลย เขาไม่มีทางอ้อนวอนขอร้องไอ้คุณชายซาตานนั่นเด็ดขาด ถ้าจะตายก็ขอตายในห้องนี้เพียงลำพัง ดีกว่าออกไปให้อีกฝ่ายหยามศักดิ์ศรี

            ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทำอะไรกุกกักอยู่หน้าห้อง เหมือนพยายามหมุนลูกบิดประตูเข้ามาในห้อง

            ปังๆๆ!!!

            “เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงเข้มตะโกนดังเข้ามาในห้อง

            “........” รันยังคงนั่งเงียบไม่ส่งเสียงใดๆ อยากจะเข้ามาก็พังประตูเลยสิ เจ้าตัวคิดในใจ

            “ถ้ามึงไม่ยอมเปิดประตูกูจะโทรไปหาแม่มึงที่วังตอนนี้แน่” อัศยืนทำหน้าเซ็งอยู่หน้าห้อง ในมือก็กำโทรศัพท์มือถือเอาไว้ เขารู้ว่าไอ้กาฝากนั่นกลัวยัยแม่เลี้ยงของเขามากแค่ไหน

            เมื่อได้ยินอย่างนั้นรันก็หันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ไม่นะ! แม่เขาจะต้องไม่รู้เรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ไม่งั้นต้องโดนดุเป็นแน่แท้ คิดได้ก็รีบวิ่งไปที่ประตูแล้วค่อยๆ เอื้อมมือเรียวไปปลดกลอน หมุนลูกบิดประตู

            แกร๊ก!

            เมื่อคนที่อยู่ในห้องยอมปลดกลอนด้านในแล้ว อัศก็ยกยิ้มแล้วรีบดันประตูเข้ามาในห้อง

            “กูบอกมึงแล้วว่าอย่ามาอวดดีกับกู!

            “ปล่อยนะครับคุณชาย”

 

           

           

 

         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

0 ความคิดเห็น