Girl Handsome แฟนผมเป็นสาวหล่อ

ตอนที่ 2 : ข้องใจ....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ก.ค. 53

เซนครับ ผมชื่อเซน ยินดีที่ได้รู้จักทุก ๆ คนครับ

                กรี๊ด !! เซนน่ารักจังเลย

                ขอเบอร์โทรหน่อยสิเซน !!

                เสียงผู้หญิงในห้องทุกคน กรี๊ดลั่นขึ้นมาเมื่อเห็นเซน แต่เซนยังดูท่าทางนิ่ง ๆ เหมือนเดิม

                เอาล่ะ พอได้แล้ว เซนมาใหม่ ๆ เพื่อน ๆ ก็คอยช่วยเหลือเซนบ้างนะ รัก ๆ กันไว้ล่ะ งั้นเซนไปนั่งแถวริมหน้าต่างข้างหลังละกัน

                ขอบคุณครับ...

                ที่นั่งริมหน้าต่าง ก็ใกล้ ๆ ผมเลยนี่ เซนเดินมาทางผมซึ่งข้าง ๆ เป็นที่นั่งของเซน เซนเหลียวมองผมแวบนึง แล้วนั่งลงที่ข้าง ๆ ผมอย่างไม่สนใจอะไร

                เอาละ งั้นมาเริ่มเรียนกันดีกว่า

                อาจารย์พูดขึ้นแล้วหยิบคุ่มือการสอนมา แล้วเขียนบนกระดาน เซนหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเพื่อจดทฤษฎีบนกระดานอย่างตั้งใจ แต่ดูเหมือนผมจะมัวแต่มองเซนอย่างเดียว จนเจ้าตัวถอนหายใจอย่างเนือย ๆ แล้วหันมาทางผม

                ข้องใจอะไรงั้นเหรอ -_- “

                เซนหันมาถามผมแล้วนั่งควงปากกาเล่นเพื่อรอคำตอบจากผม จนผมสะดุ้งด้วยความเพิ่งรู้สึกตัว แต่เจ้าตัวก็คงยังรอคำตอบจากผม มองดี ๆ เซนก็ดูเหมือนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอีกนะเนี่ย !!

                ว่าไงละ -_-++

                ดูท่าเจ้าตัวจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย เซนนี่ขี้หงุดหงิดจังยิ่งเวลาเซนหงุดหงิดมันยิ่งเหมือนผู้หญิงมากขึ้น เอ๊ะ !! นี่ผมคิดอะไรเนี่ย ?? เซนเป็นผู้ชายนะแค่หน้าหวานเหมือนผู้หญิงต่างหาก

                นี่ ตกลง นายจะไม่ตอบฉันใช่ไหม ? ว่าข้องใจอะไรกับฉัน

                 อะ..เอ่อ โทษที ฉันแค่สงสัยน่ะ..แหะ ๆ

                สงสัย..? นาย..สงสัยอะไรฉันยังงั้นเหรอ -_-?

                เซนที่หน้าหงุดหงิดในตอนแรก กลับมาหน้าปกติอีกครั้ง  แต่ก็ยังรอคำตอบจากผมอีกครั้ง สงสัย... นี่ผมสงสัยอะไรในตัวเซนงั้นเหรอ ? แต่ปากอันไม่รักดีของผมก็โพล่งไปซะแล้ว

                ฉันสงสัยว่านายเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายกันแน่

                ควับ !! พอผมพูดจบสายตาคนในห้องทุกคนหันมามองผมเป็นตาเดียว นี่แสดงว่าผมพูดดังไปใช่ไหมนี่ แล้วไอ้ประโยคที่ผมพูดไปเมื่อกี้คงทำให้เจ้าตัวที่นั่งข้าง ๆ ผมเกรี้ยวกราด แล้วกระชากและยันผมลงหน้าต่างได้แน่นอนเลย ผมจึงค่อย ๆ หันไปทางเซนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เซนไม่ได้ทำหน้าเหมือนจะยันผมลงหน้าต่างสักนิด หน้าเซนตอนนี้เป็นหน้าอึ้ง กึ่ง เหวอ นิด ๆ มากกว่า แน่สิ ถ้าเป็นผมโดนสงสัยแบบนี้ก็คงต้องอึ้งเหมือนกันนั่นแหละ

                อะ..เอ่อ

                ผมอ้ำอึ้งพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก รู้สึกผิดจริง ๆ เลยที่ไปถามเขาแบบนั้น ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ ยกโทษให้คนบ้าคนนี้เถอะนะ ประโยคนี้อยากพูดออกไปเหลือเกิ๊นนนน แต่ปากมันไม่ไปอ่ะ T^T

                ...นะ..นี่พวกเธอ 2 คน คุยอะไรกันน่ะ นี่มันชั่วโมงเรียนนะ คุยกันในห้องเรียนต้องโดนทำโทษ โดยการออกไปยืนนอกห้องเดี๋ยวนี้ !! “

                สิ้นคำประกาศิตในการตัดสินบาปของอาจารย์ จนผมกับเซนต้องเดินออกไปนอกห้องโดยที่เซนเดินนำหน้าผมไปอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ผมกับเซนยืนแกร่วอยู่หน้าห้องเรียน ได้ 20 นาที  เซนก็ยังเงียบยืนมองตรงไปข้างหน้าเหมือนกับว่าตัวเองยืนอยู่คนเดียว จนผมทนความเงียบไม่ไหว

                เอ่อ...

                .....

                เซน...

                ......

                เซน ! “

                มีอะไร -_-?

                เซนตอบผมแล้วเงยหน้าผม ((เผอิญผมสูงกว่า))

                ฉันขอโทษที่ถามนายแบบนั้น

                ถามเรื่องอะไร ?

                อ้าว ! นี่นายจำไม่ได้เหรอ เรื่องที่ฉันเผลอถามนายเสียงดังไปน่ะ -_-:: “

                อืม ... แล้วนายมาขอโทษฉันทำไมกัน -_-?? “

                อ้าว ! นายไม่ได้โกรธฉันหรอกเหรอ ?

                ....มันเรื่องของฉันน่า..ไม่เกี่ยวกับนายซะหน่อย

                พูดจบเซนก็หันกลับไปมองข้างหน้าอีกครั้ง ผมจึงนั่งลงกับพื้นแล้วใช้หลังพิงกำแพงอย่างเมื่อยล้า ยืนนานปวดขาชะมัด แต่เซนก็ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่หันกลับมา เหมือนรูปปั้นเลยวุ้ย - -*

                เซน... นายจะยืนอยู่อย่างนั้นไปถึงไหนน่ะ ไม่เมื่อยรึไง ?

                ......

                เซนเงียบแต่ก็หันมามองผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเคย อยากรู้จังว่าถ้าเซนยิ้มแล้วจะเป็นยังไง รอบ ๆ ตัวของเซนก็คงจะสดใสแน่ ๆ จริงสิคนเราจะยิ้มได้ก็ต่อเมื่อมีคนยิ้มให้อย่างจริงใจสินะ....

                นาย....เป็นอะไรของนายน่ะ -_-^ “

                เซนมองหน้าผมแบบแปลก ๆ ประมาณว่า ไอ้หมอนี่บ้าป่ะเนี่ย โรคจิต อะไรประมาณนั้น แต่ยังไงผมก็ไม่แคร์ ไม่ผิดนี่ที่คนเราจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ผมจึงยิ้มให้เซนต่อไป แต่เซนยังคงมองผมเหมือนผมเป็นตัวประหลาดนิสัยกะล่อนมาขอเป็นเพื่อนยังไงยังงั้น ผมจึงหุบยิ้มแล้วถามเซนอีกครั้งสุดท้าย

                นายจะนั่งไหมหรือจะยืนอยู่อย่างนั้น

                ทำไมเหรอ ?

                ก็เผื่อนายเมื่อยไง เห็นนายยืนนิ่งไม่ขยับแบบนั้น เดี๋ยวเหน็บกินหรอก

                .......

                มานั่งเถอะน่า สบายดีออก ฉันไม่กัดนายหรอกน่า

                เซนก้มมองพื้นนิดนึง แล้วจึงเดินมานั่งพิงกำแพงข้าง ๆ ผม แล้วถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย มอง ๆ ไปเซนก็หน้าเหมือนผู้หญิงจริง ๆ แหละน่าถ้ายิ้มก็คงจะสวยน่าดู ถ้าเกิดไม่เป็นคนชอบตีหน้าเครียด ชอบมองคนด้วยสายตาเหมือนจะฆ่ายังไงยังงั้น ตั้งแต่ที่ผมชนเซนผมก็คิดแบบนั้น แต่พอมาลอง ๆ คุยด้วยก็รู้ว่าเซนก็ไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวสักนิด ก็แค่ไม่ชอบคุยหรือสุงสิงกับใคร แต่มักจะชอบตีหน้าเครียดตอดเวลาเท่านั้นเอง

                ข้องใจอะไรอีกล่ะ ?

                เสียงของเซนดังขึ้นจนทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากการเหม่อมองหน้าเซนนานไปโดยไม่รู้ตัวสักนิด นี่ผมเป็นอะไรเนี่ย เซนเป็นผู้ชายนะผมไม่ได้คิดอะไรกับเซนใช่ไหม โอ้วววว ถ้าเกิดผมลองไปถามไอ้ซีน ว่าสาเหตุอาการนี่คืออะไร มันคงตอบได้สั้น ๆ แน่ว่า เกย์ แน่นอน ไม่นะ ผมไม่ได้เป็นเกย์ซะหน่อย ผมน่ะแมนทั้งแท่งอยู่แล้วว

                นาย เป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย ชอบทำท่าทางและหน้าตาประหลาด ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว นายเต็มหรือเกินกันแน่เนี่ย

                อยากจะบอกจังเลยว่าผมไม่ได้เต็ม ไม่ได้เกิน แต่ผมล้น หลาย ๆ เฮ้ย !!! ไม่ใช่ ต้องบอกว่าเต็มสิ ไอ้คำถามพวกนี้ไปถามไอ้ซีน ไอ้เอ๊กซ์ ดีกว่า ถึงจะถูก

                เซน...ทำไมนายถึงมาเรียนที่โรงเรียนนี้ล่ะ ?

                น้องสาวของฉัน...

ฮ้า~ ในที่สุดเนตก้ใช้ได้แล้ว เมื่อวานเพิ่งแต่งไปตั้งแต่บ่า 3 ยันเที่ยงคืน((แต่งไปได้ยังไง))

แล้วก้ตบท้ายด้วยตอนแถมเหมือนเดิม

แถมท้ายตอน
ออสก้า : ดูไปดูมา เซนก็ไม่ได้น่ากลัวนี่นา เข้าตัวถึงได้ง่ายด้วยซ้ำ
Me : คาแรคเตอร์แบบนี้ล่ะที่ชั้นชอบ
ออสก้า : ว่าแต่น้องสาวของเซนเป้นใครกันล่ะนั่น ?
Me : ถามฉันทำไมล่ะ - -
ออสก้า : เอ้า !! ก็เธอเป็นคนแต่งไม่ใช่เหรอ ยัยโอตะ
Me : ฉันคนแต่งก็จริง แต่ทำไมไม่ลองถามเซนดูล่ะ ?
เซน : - -++ เรื่องทั้งหมดมันอยุ่ที่เธอต่างหากเล่า ยัยโอตะ
Me : เอ๋ ฉันหรอกเหรอ ไม่เห้นรู้เรื่องเลย
ออสก้า And เซน : ยัยปลาทอง มาให้ฆ่าซะดี ๆ
Me : แว๊กกกกกกก อารายก๊านนนนน เอะอะก็ฆ่า ช้านแค่คิดพลอตไม่ออกแค่น้านเอ๊งงงงงงงงง ((วิ่งหนีกลับบ่อปลาทองอย่างเดิม))

5 ความคิดเห็น