ตอนที่ 10 : เดือนที่ 9 คลาย ⚙🌙 [---100%---]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 357 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

เดือนที่ 9 

คลาย 

 

 

“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวขอบคุณพนักงานของร้านที่ช่วยหิ้วเดือนสิบมาส่งถึงรถ จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าหยิบแบงค์ส่งให้เป็นทิปตามธรรมเนียม



ผมเดินกลับมาฝั่งข้างที่นั่งคนขับแล้วปรับเบาะให้เอนลงคนที่หมดสภาพตอนนี้จะได้นอนได้สะดวกๆ เอ้อ ไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยให้ด้วยเพื่อความปลอดภัย



เดือนสิบ..



ผมมองสภาพคนที่นอนหลับตาอยู่บนเบาะตรงหน้า ขยับตัวไปมาขยุกขยิกเหมือนคนนอนไม่สบาย แว่นที่อยู่บนใบหน้านั่นทำให้ผมรู้สึกรำคาญทั้งๆ ที่มันก็อยู่เฉยๆ ที่เดิมของมัน



ก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า ใครที่ไหนแม่งนอนทั้งๆ ใส่แว่นบ้าง แค่เห็นแล้วยังรำคาญ



...ผมก็เลยตัดสินใจยกมือขึ้นจัดการถอดแว่นเก็บออกมาให้ 



“เดือนสิบมึงไหวไหมเนี่ย?”



ลองส่งเสียงเอ่ยถามเพื่อเช็คสภาพของอีกฝ่าย เจ้าของชื่อยังมีแรงตอบสนองอยู่บ้าง เดือนสิบส่งเสียงอือตอบกลับในลำคอ แปลว่ายังโอเค ผมผงกหัวรับคำตอบแล้วถอนหายใจ



พาแม่งมาโดนมอม มันตื่นมาจะโดนโกรธเปล่าวะ? แถมยังโดนใครที่ไหนไม่รู้ดูดคออีก แม่ง... 



คิดแล้วเหงื่อตก เอาเป็นว่าเรื่องนั้นค่อยว่ากันตอนมันตื่นก็แล้วกัน ผมผละตัวออกจากที่นั่งข้างคนขับแล้วกลับมานั่งประจำที่สตาร์ทรถขับออกจากร้าน มีเด็กดูรถออกมาโบกรถให้เหมือนทุกครั้งที่มา



ขับรถมุ่งหน้ากลับเข้าเมือง ตอนนี้ค่อนข้างดึกแล้วรถบนถนนก็เลยน้อย ถนนโล่งมาก ขับรถโคตรสบายเลย แดดก็ไม่ร้อน การขับรถตอนกลางคืนที่ถนนโล่งๆ รถไม่ติดนี่เป็นอะไรที่ผมโคตรชอบเลยครับ แต่ก็ไม่ได้ขับเร็วอะไรนะ อยู่ในขอบเขตที่เขากำหนดแหละ เพื่อความปลอดภัย



จะว่าไป แม่งเงียบแปลกๆ อ้อ ที่ไหนได้ ผมลืมเปิดเพลง ในระหว่างที่หันกลับไปจะเอาโทรศัพท์เสียบสาย USB ต่อเข้ารถผมก็เห็น... คนที่นอนเอนหลังอยู่บนเบาะข้างคนขับลืมตาแป๋วมองผม



เชี่ย! ตกใจหมด ตื่นตั้งแต่ตอนไหนวะ? 



แล้วมองผมแบบนี้มาตั้งแต่ตอนไหนแล้ว...



“มึง...”



“....”



เสียงเรียกจากอีกคนทำผมชะงัก หันหน้าไปมองมันแว๊บหนึ่งแล้วต้องหันกลับมาขับรถต่อ สรรพนามที่มันใช้เรียกคือ มึง มึงที่ว่าคือกูใช่ไหมวะ? จำไม่ได้ว่ามันเคยหยาบขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...



“กูเรียกมึงนั่นแหละ เมืองเอก”



...เมาแล้วหยาบเหรอวะ ปกติไม่เคยเห็นใช้คำหยาบเลย แต่อย่างน้อยมันก็ยังจำผมได้อยู่นะ ไม่ได้ถึงกับเมาไม่รู้เรื่อง



“เมืองเอก...”



เดือนสิบมันส่งเสียงเรียกผมที่ตั้งใจขับรถอยู่อีกครั้ง ดูเหมือนจะไม่หยุดเรียกด้วยถ้าผมไม่ตอบรับมันอะ



“เออ?”



เลยตอบรับคำเรียกไปสั้นๆ รอฟังว่าไอ้คนเรียกมันจะพูดอะไร แต่ประโยคต่อมาทำให้ผมต้องฉงน



“เมาแล้วขับเหรอ?”



“ฮะ?”



“มึงเมาแล้วขับใช่ไหมกูเห็นมึงดื่ม”



อ้อ ที่แท้ก็ดื่มแล้วขับใช่ไหม? ยอมรับว่ากูดื่มจริง แต่ก็ไม่ได้เมา...



“เปล่า กูไม่ได้เมา”



“คนเมามักจะพูดว่าตัวเองไม่ได้เมา”



“งั้นแล้วมึงอ่ะเมาไหม?”



“กูไม่รู้... แต่กูคิดว่ากูเมา... ปวดหัว...”



อะไรของมึงวะเนี่ย  ไม่รู้จะตอบคนที่บอกว่าตัวเองเมายังไง ไม่รู้มันต้องการอะไรด้วย ก็เลยทำได้แต่ขับรถต่อไปเงียบๆ จนกระทั่งคนที่เคยพูดน้อย สงบปากสงบคำ ไม่พูดถ้าไม่จำเป็นหรือถ้าผมไม่ชวนคุยอย่างเดือนสิบจะเริ่มพูดอีกครั้ง



“เมืองเอก”



“ว่า”



เออ จะพูดอะไรก็พูดมา นับเป็นเรื่องแปลกที่ฝ่ายเดือนสิบเป็นคนชวนคุยก่อน



“ที่มึงบอกว่าชอบหน้าตอนยิ้มกู...”



อ่าฮะ ตอนนั้นผมพูด รอฟังอยู่...



“ชอบแค่ตอนยิ้มเหรอ?”



ประโยคต่อมาทำผมชะงักอีกรอบ ไม่คิดว่ามันจะถามอะไรแบบนี้ เมาแล้วเปลี่ยนคนจริงๆ



“หน้าปกติมึงไม่ชอบเหรอ? แค่ตอนยิ้มเท่านั้นเหรอ?”



ผมหันไปมองคนที่เริ่มพูดงืมงำไปเรื่อยๆ แขนขาวที่โผล่พ้นเสื้อแขนยาวที่ถูกพับเเขนเสื้อยกขึ้นบังหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์



สติดูไม่อยู่กับตัว แต่ผมก็อยากจะตอบคำถามของมันอยู่ดี



“ไม่ใช่ว่ากูไม่ชอบหน้าปกติของมึง กูแค่ชอบหน้าเวลามึงยิ้มมากกว่าหน้าปกติ แค่นั้นเอง”



ไม่รู้ว่ามันจะฟังรู้เรื่อง ฟังเข้าใจไหมเหมือนกัน แต่เดือนสิบเงียบไป เงียบไปนานจนผมคิดว่ามันหลับ แต่ว่าสักพักริมฝีปากสีแดงนั่นก็เริ่มขยับอีกครั้ง  



“มึงโกหก เมืองเอก มึงไม่ชอบหน้ากูใช่ไหม? มึงเกลียดกูใช่ไหม? กูขอโทษที่แย่งตำแหน่งเดือนมหาลัยมึงมา กูไม่ได้ตั้งใจ...



“....”



ประโยคยาวๆ หลุดออกจากปากคนที่เคยพูดน้อยจนแทบนับคำได้ เสียงสั่นเครือฟังดูเป็นพึมพำไปเมื่อเทียบกับเวลาปกติที่พูด... แต่ก็ยังฟังได้รู้เรื่องดี ส่วนเนื้อความที่ได้ยินนั้น... ผมส่ายหน้ากับตัวเอง ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้



“กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้เกลียดมึงแล้ว เลิกคิดอย่างนั้นได้แล้ว”



“ถ้างั้น... ที่มึงมาช่วยกู มายุ่งกับกู ชวนกูมากินข้าวด้วยเพราะอะไร?? มึง... ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่???”



คนที่นอนเอนหลังพิงเบาะอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก คงเพราะมันมึนหัว แล้วก็เพราะเมาเลยควบคุมอะไรไม่ค่อยได้ดั่งใจ



ใบหน้าขาวแดงระเรื่อขยับเข้ามาใกล้ จ้องมองผมที่กำลังตั้งใจขับรถ ไม่ได้ตอบคำถามเมื่อกี้ของมัน แต่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้คั้นจะเอาคำตอบ เดือนสิบถอยหน้ากลับไป แล้วยกมือขึ้นกุมหัว



“กู... ไม่รู้ว่ามึงคิดอะไร แต่ว่า... แต่ว่าถ้ามึง... กูขอ.. ปล่อยกูไปเถอะนะ” 



เดือนสิบเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง แต่ผมพอจะจับใจความได้ แม้ประโยคมันจะไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ผมคิดว่าเดือนสิบคงตั้งใจจะบอกผมว่า ถ้าผมหวังไม่ดีกับมัน หรือวางแผนอะไรไว้ ให้ผมเลิกซะตอนนี้ แล้วปล่อยมันไป... ใช่ไหมนะ?



“อย่ามายุ่งกับกูเลย”



“....”



หึ



ผมกระตุกยิ้มมุมปาก



“ถ้ากูบอกว่าอยากเป็นเพื่อนกับมึงล่ะ”



เดือนสิบเงียบไปสักพัก แล้วทวนคำผม



“เพื่อน...?”



“อืม เพื่อน เป็นเพื่อนกับกูไหม?”



ผมหันกลับมา มองไปทางเดือนสิบ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นกว่าปกติ เหมือนคนกำลังอึ้งๆ ผมก็เลยส่งยิ้มกลับไปให้ 



“หรือว่าไม่อยากแม้แต่จะเป็นเพื่อนกับกูเหรอ? ฝ่ายที่เกลียดกู เป็นมึงมากกว่าหรือเปล่าเดือนสิบ”



ผมหันกลับมามองถนนตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่เก็บรอยยิ้มกลับไป ก็อยากยิ้มให้ดู อยากจะพูดออกไปให้รู้ว่าจริงใจนะเว้ย ถึงแม้จะไม่ผิดเลย ถ้าเดือนสิบจะเกลียดผม ก็เล่นไป... หาเรื่องมันก่อน



“....”



แอบใช้หางตามองคนที่ยังจ้องผมอยู่ตรงนั้น ริมฝีปากแดงก่ำเม้มแน่น ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่เอาเป็นว่า



“ถ้าเงียบแปลว่าตกลงนะ”



ตาใสๆ กะพริบมอง...



ก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่นา~



“อืม”



เห็นไหมล่ะ



..........



จอดรถที่ลานจอดรถของคอนโดอย่างปลอดภัย ผมดับเครื่องปลดเข็มขัดตัวเองออกเพราะถึงที่หมายแล้ว จากนั้นก็หันมองไอ้ผู้ชายตำแหน่งเดือนมหาลัยที่นอนหลับอยู่บนเบาะข้างคนขับ หลับนิ่งไม่รู้เรื่อง ตอนไปถึงร้านแม่งก็หลับแบบนี้ นี่เป็นครั้งที่สองของวันที่ผมต้องปลุกมัน



“เดือนสิบถึงแล้ว”



ผมเรียก และเจ้าของชื่อไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับมา



“เดือนสิบ”



เรียกอีกครั้ง แต่คราวนี้เอื้อมแขนไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้ด้วย แน่นอนว่าอยู่ใกล้มันมากขึ้น อย่างน้อยต้องได้ยินกูเรียกบ้างเหอะ



“....”



แต่ก็ยังคงเงียบ



“เดือนสิบ ...สิบ สิบๆ ๆ ๆ ๆ ตื่นได้แล้ว!!



คราวนี้เรียกดังกว่าเดิม ผมแถมบริการเขย่าแขนให้ด้วยเลยเอ้าแล้วก็ได้ผลครับ เมื่อเปลือกตาทั้งสองข้างลืมขึ้นมา หัวคิ้วของมันขมวดเป็นปม ทำตาดุ มองค้อนเหมือนคนหงุดหงิด



แต่ยังดีที่ตื่น เพราะถ้าไม่ตื่นก็ไม่รู้จะปลุกไงแล้ว ให้ลากหรืออุ้มขึ้นไปจะไหวเปล่าวะ? ถ้าตัวพอๆ กับไอ้เบศค่อยไม่น่ากังวลหน่อย จะทิ้งไว้ให้นอนในรถก็ไม่ได้..



“เมื่อกี้เรียกว่าอะไรนะ?”



เสียงนิ่งๆ เอ่ยประโยคที่ทำให้ผมต้องกลับไปสนใจคนที่เพิ่งปลุกอีกครั้ง



เรียก?... เรียกว่าอะไร...เมื่อกี้เหรอวะ?



“ก็.... สิบไง”



“อย่าเรียกชื่อพยางค์เดียว”



“หืม?”



“กูไม่ชอบ”



ยังไม่สร่างอีกเหรอวะ???



ผมมองคนที่ทิ้งประโยคไว้แล้วก้มหน้างุดๆ กวาดสายตามองหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งมือนั่นหยิบแว่นที่วางไว้แถวๆ คอนโซลรถขึ้นมาใส่



แต่...  ไอ้เรื่องที่ไม่ชอบให้เรียกชื่อพยางค์เดียวเนี่ย ผมกับมัน...



“หึ เหมือนกันเลย กูก็ไม่ชอบให้เรียกชื่อพยางค์เดียวเหมือนกัน”



ดูท่า เ ร า จะมีอะไรคล้ายๆ กันขึ้นมาบ้างแล้ว 



-----------------ต่อ-------------------- 



  เดือนสิบ พาร์ท  


 

อือ...”

 

ผมส่งเสียงอือในลำคอ ขยับตัวพลิกจากการนอนตะแคงข้างมาเป็นนอนหงายแทน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องมาที่ตาผมพอดีเป๊ะจนทำให้ตัวเองที่ยังง่วง ยังอยากนอนอยู่จำต้องลืมตาขึ้นมามอง ภาพที่ปรากฏคือฝ้าเพดานสีขาวของห้องนอนที่ผมเห็นประจำอยู่ทุกวัน



กะพริบตาซ้ำๆ ไล่ความง่วงแล้วก็ช่วยทำให้ตาผมสว่างมากขึ้นด้วย ผมอ้าปากหาว แล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง เลื่อนมือไปคลำๆ หาแว่นที่คิดว่ามันน่าจะวางอยู่บนหัวเตียงที่ประจำ พอเจอก็หยิบมันขึ้นมาใส่

 


เอ๊ะ? แต่เดี๋ยวนะ...

 


ผมก้มลงมอง สีผ้าห่มและสีผ้าปูที่นอนไม่ใช่สีเทาเหมือนที่เคยเป็น แต่เป็นสีแดง

 


“....” 



ผมกวาดสายตามองไปรอบห้อง เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ตู้เสื้อผ้า แล้วมาหยุดอยู่ที่... ผู้ชายที่นอนตะแคงข้างหันหลังให้ผม 

 


ใคร?


 

แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ห้องผมชัวร์ๆ ผมกำลังพยายามนึก พยายามเค้นความทรงจำเมื่อวานที่ขาดหายไป พยายามนึกให้ออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เท่าที่จำได้... 



เมื่อวานผมไปกินข้าวกับเมืองเอกที่ร้าน BLUE ZEE พอกินเสร็จก็เดินมานั่งหาเครื่องดื่มที่บาร์ จากนั้นเมืองเอกก็ขอออกไปหาเพื่อนที่บังเอิญเจอกันในร้าน มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขอนั่งข้างๆ แต่ผมเจอพี่เอส เราเลยนั่งด้วยกันแทน จากนั้นพี่เอสก็เลี้ยงเครื่องดื่มผม แล้ว...... หลังจากนั้นล่ะ?


 

นึกไม่ออก นึกไม่ออกแล้วโว้ยยย ปวดหัว ! แต่ความทรงจำผมหยุดลงที่พี่เอส เพราะงั้นคนที่นอนอยู่ข้างนี่ก็ควรจะเป็น...


 

พี่เอส?”

 


เสียใจ กูเอง”

 


“...!”



ผมตกใจเกือบสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ คนที่นอนหลับอยู่ข้างตัวก็พูดขึ้นมา พอมองตามถึงได้เห็น หน้าของเดือนคณะวิศวะคนเดิมเพิ่มเติมคือหันกลับมายกยิ้มยียวนใส่ผม ร่างที่สวมชุดนอนลายทางยันตัวลุกขึ้นนั่ง

 


“ ’รุณหวัด”  เมืองเอกส่งเสียงทักทาย ยกมือขึ้นขยี้หัวยุ่งเหยิงไม่ได้จัดเป็นทรงเหมือนทุกทีของตัวเอง แต่บอกเลยว่าขนาดหัวฟูๆ ยุ่งๆ ไม่เป็นทรง ก็ไม่ได้ทำให้เมืองเอกดูแย่ลงเลยแม้แต่น้อย คนเบ้าหน้าดีก็งี้...



จนถึงตอนนี้ผมก็ยังงงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมผมถึงมานอนอยู่ห้องเมืองเอกได้ ??

 


เพราะต้องการคำตอบ หรือคำอธิบายอะไรเพิ่มเติมสักนิดหนึ่ง ผมถึงได้ทำหน้างงใส่มัน

 


ไม่ต้องมาทำหน้างง อยากรู้อะไรก็พูดสิวะ ทีเมื่อคืนยังพูดไม่หยุดจนกว่ากูจะได้นอน ปาไปตี2” 

 


ฮะ??? 



อะไร จำไม่ได้เลยเหรอ?”

 


ผมพยักหน้า เหอะ... ไม่มีในสารบบเลย 



เมื่อคืนมึงเมา กูก็พามึงกลับมานอน แค่นั้น”

 


ผมเมา? อ่า... ไม่ต้องถามหาสาเหตุเลยว่าทำไม ต้นเหตุเป็นไอ้เครื่องดื่มแก้วนั้นที่พี่เอสเลี้ยงผมแน่ๆ ที่รับมาดื่มเพราะผมคิดว่ามันเป็นม็อกเทลแบบเดียวกับที่เมืองเอกเลี้ยงก่อนหน้า

 


แต่... ทำไมเมืองเอกไม่พาผมกลับห้อง 



ผมหันกลับไป มองคนที่นั่งตาแป๋วจ้องอยู่ข้างๆ และเอ่ยปากถามในสิ่งที่อยากรู้ที่สุดไป

 


"ทำไมไม่พากลับห้อง"


 

กูหากุญแจกับคีย์การ์ดห้องมึงไม่เจอ” 



ผมขมวดคิ้วมองเมืองเอก คีย์การ์ดมันจะหายไปไหนได้ไง ก็ในเมื่อมันต้องอยู่ในกระเป๋าเงินสิ หลังจากคิดแบบนั้นแล้ว ผมก็เลยรีบตัดสินใจคลำหากระเป๋าเงินที่มันควรจะอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ (คือ...  เมื่อวานผมนอนทั้งกางเกงยีนส์..) แต่มันกลับไม่อยู่


 

หายเหรอ? บ้าน่า ถ้าหายนี่ผมชิบหายของจริงเลยนะ

 


ไม่มี...”

 


"อาจจะตกในรถกูก็ได้ เมื่อวานกูคงหาไม่ดีเอง ไว้เดี๋ยวค่อยลงไปดูกันใหม่" 



ผมเงียบ เงียบใส่เมืองเอกที่พยายามจะพูดให้ผมสบายใจเต็มที่ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ผมเองก็คิดถึงกรณีที่หาไม่เจอ...

 


"เดือนสิบ ไม่เอาดิ อย่าทำหน้าอย่างนั้น"



หน้า... สีหน้าผมดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ? ...แต่จะไม่ให้เครียดได้ยังไงก็ในเมื่อกระเป๋าเงินผมหาย หายไปทั้งกระเป๋าเลยนะ ทั้งบัตร เงิน กุญแจ ไหนจะพวกบัตรนิสิต บัตรประชาชน

 


"ไว้เดี๋ยวช่วยหา ไม่เป็นไรๆ แต่ก่อนอื่น วันนี้กูมีเรียนเช้า"

 


วันจันทร์  ผมเองก็มีเรียนเช้าเหมือนกัน


 

"มึงก็ด้วยใช่ไหม?"

 


ผมพยักหน้าตอบคำถาม เจ้าตัวถึงได้หมุนตัวหันหลัง เดินไปรื้อๆ ค้นๆ ในตู้เสื้อผ้าของตัวเอง แล้วเดินกลับมาหาผมที่ยังคงนั่งบื้ออยู่บนเตียง

 


"อ่ะนี่ ชุด"


 

"หือ?" 



มองชุดนักศึกษาทั้งชุดที่ถูกยื่นให้ตรงหน้า เหมือนผมเป็นคนโง่ที่ส่งเสียงถามออกไป 



ก็ในเมื่อคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว แม้เมืองเอกจะไม่พูดประโยคต่อไปก็เถอะ

 


"ลุกไปอาบน้ำได้แล้วกูให้ยืมก่อน ไว้มึงค่อยเอามาคืนทีหลังก็ได้"

 


"ขอบคุณ"

 


ผมรับชุดนักศึกษาจากมือเมืองเอกมากอดไว้ กำลังจะลุกจากเตียงเเต่ว่า 



"อันนี้กางเกงใน ...ของใหม่ กูซื้อมาเผื่อไว้ เอาไปเลยอันนี้กูให้" 



"...."

 


มองดูกางเกงในชายที่อยู่ในเเพ็กเกจจิ้งเรียบร้อยดีตรงหน้า แล้วรับมา แต่เหมือนจะยังไม่จบแค่นั้นเมื่อเมืองเอกทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรอีก ผมเลยไม่ไปไหนแล้วหยุดรอฟังว่าจะมีอะไรอีกไหม 

 


"เเปรงสีฟันใหม่อยู่ในตู้ซ้ายตรงอ่างล้างมือ ยาสีฟัน สบู่ โฟมล้างหน้า ของอะไรพวกนั้นใช้ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ เอ่อ... แล้วก็.."


 

แล้วก็...


 

"???"


 

"ขอโทษหลายๆ เรื่องด้วย เพราะอยู่กับกูมึงเลยเจอเรื่องอะไรซวยๆ หลายๆ อย่างเลย"



เมืองเอกเก็บรอยยิ้มลงไปแล้ว ดวงตาคู่นั้นจ้องตอบผมอย่างจริงจัง ผมไม่คิดว่าเขาจะเสเเสร้งหรือแกล้งพูด น้ำเสียงกับคำขอโทษของเมืองเอกตอนนี้มันเป็นของจริง

 


ถึงแม้แท้จริงแล้วมันจะจริงหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยผมก็คิดว่าอย่างนั้น

 


ผมส่ายหน้า ไม่ใช่ว่าจะเจอแต่เรื่องซวยๆ... ไม่สิ ถึงจะเจอเรื่องพวกนั้นจริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดของเมืองเอกไปซะหมด

 


"เดือนสิบ..."

 


อีกครั้งที่เมืองเอกเริ่มประโยคขึ้นมา

 


"เรื่องเมื่อคืนมึงอาจจะจำไม่ได้ ไม่ว่าเพราะมึงเมา หรือเพราะอะไร กูไม่ได้ถือโอกาสเพราะเชื่อว่าสิ่งที่มึงพูดตอนนั้นเป็นความจริง



ผมเอียงคอมองคนตรงหน้า ใจเริ่มกลัวว่าเมื่อวานตอนผมเมาเผลอทำอะไร เผลอพูดอะไรออกไปบ้าง ผมไม่เคยดื่ม เลยไม่เคยรู้เลยว่าสภาพตัวเองในตอนนั้นเป็นยังไง...

 


"เพราะงั้น กูจะบอกมึงไว้ตรงนี้ ว่าเมื่อคืน มึงกับกู...."



ฮะ...? เดี๋ยวๆ นี่เริ่มพูดเรื่องอะไร??? ทำไมประโยคมันส่อขนาดนี้ ผมไม่ได้ไปทำอะไรมันใช่ไหม ???? คงไม่ได้เมาขนาดหน้ามืดตามัว... ไม่สิ กรณีอย่างนี้มันก็มีให้เห็นทั่วไปไม่ใช่เหรอวะ... ไม่ๆ เดือนสิบ! เชื่อมั่นหน่อยไหมว่าตัวเองจะไม่ได้ไปทำอะไรแปลกๆ เข้า

 


"เป็นเพื่อนกันเเล้ว"

 


หึ๊



"มึงกับกูเป็นเพื่อนกันเเล้วไง เพราะงั้นมีอะไรอยากพูด ก็พูดออกมาได้เลย มึงพูดน้อยเกินไปจนเวลากูจะคุยกับมึง ต้องใช้สกิลในการเดาเลเวล99เเล้ว อย่างน้อย มึงคิดอะไร อยากได้อะไร ขัดใจอะไรก็ขอให้พูดออกมาบ้าง"

 


อ่อ... เอ่อ ใช่สิ เป็นเพื่อน... เป็นเพื่อนกันเเล้ว จะเป็นอะไรไปได้มากกว่านี้ล่ะเนอะ เเค่นี้ก็หรูแล้ว 



ส่วนเนื้อความในประโยคที่เมืองเอกบอกก็... อยากให้ผมพูดเยอะกว่านี้ใช่ไหม? พูดในสิ่งที่ตัวผมเองคิดอยู่ในใจตลอดนี่มาบ้าง อืม ถ้างั้นเริ่มจาก



"อยากไปอาบน้ำแล้ว" 



ผมมองหน้าคนหน้าตาดีตรงหน้า เมืองเอกยิ้มนิดๆ แล้วผายมือไปทางประตูห้องน้ำ

 


"เชิญครับ"



เออะ... พออยู่ๆ มาพูดสุภาพแบบจงใจใส่ผมทำให้รู้สึกแปลกนิดๆ เลย ผมลุกขึ้นจากเตียง แต่เหมือนจะรีบลุกเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะมึนหัว เมาค้างจากเมื่อวาน สูญเสียการทรงตัว ผมคุมตัวเองไม่อยู่

 


"...!"

 


"เดือนสิบ!" 



เซเกือบล้มหน้าทิ่มพื้น ถ้าเมืองเอกไม่เอื้อมมือมาดึงต้นเเขนช่วยพยุงไว้ก่อนล่ะก็...


 

"ขอบคุณ"


 

"ไหวไหม?" 



ผมพยักหน้า แต่เมืองเอกยังไม่ยอมปล่อยมือจากต้นเเขนผมสักที เอ่อ... ให้ผมพูดบ้างใช่ไหม? งั้น

 


"ไม่เป็นไร แค่ลุกเร็วไปหน่อย แล้วก็มึนหัว... นิดหน่อย" 



 "เมาค้าง? กินยาไหม?"

 


ผมส่ายหน้า



"ไม่เป็นไร ไปอาบน้ำนะ"

 


เพราะพูดถึงตรงนี้ เมืองเอกถึงยอมปล่อยผมไปอาบน้ำแต่โดยดี ก่อนที่จะได้เปิดประตูก้าวเข้าห้องน้ำ ผมก็นึกเรื่องที่อยากจะพูดเรื่องหนึ่งได้ก่อนพอดี



ผมหันกลับไป มองผู้ชายตัวสูงในชุดนอนลายทางที่ยืนส่องกระจกลูบผมฟูๆ ชี้ๆ ไม่เป็นทรงของตัวเอง เหมือนจะเห็นเงาผมผ่านกระจก เมืองเอกหันกลับมามอง ยักคิ้วข้างหนึ่งถามว่าผมมีอะไรหรือเปล่า

 


ผมกระชับชุดนักศึกษาที่กอดไว้กับตัว ยิ้มส่งให้แล้วพูดเบาๆ  โดยที่ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะได้ยินไหม

 


“ขอบคุณนะที่ช่วยหลายๆ เรื่อง อยู่กับเมืองเอกไม่ได้เจอแต่เรื่องซวยๆ หรอก”

 


เมืองเอกยกยิ้มกลับมา

 


“พัฒนาเร็ว”

 


หมายถึงเรื่องพูดเหรอ? เอาเถอะ ผมหนีเข้าห้องน้ำมาเรียบร้อยแล้ว 



----------------------------TBC-------------------------



สวัสดีค่ะ วันนี้มาลงพาร์ทเดือนสิบที่หายไปนานให้แล้วนะคะ ^^

เย่ จบไปอีกตอนแล้ว ยังงานยุ่ง ติดเรียน การบ้าน (+อู้บ่อยๆ //ผิด) 


แต่ขอบคุณทุกๆ คนที่ยังรออยู่เสมอนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ด้วย 

รักเหมือนเดิม รักทุกคนค่ะ <3


ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ >< !


#วิศวะเดือนสิบ



(แก้ไขคำผิดค่ะ 11/03/2562)


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรามี Page ไว้สำหรับติดตามข่าวสาร + ความเป็นอยู่แล้วนะคะ >w< 
(เผื่อหายไปอีก 5555 หรือจะทวงนิยายช่องทางไหนก็ตามแต่สะดวก 5555 )

v
v
v




สำหรับคนที่เล่นทวิตเตอร์และต้องการติดตามข่าวสาร + Upของนิยาย (ทวิตเล่น ทวิตความเป็นอยู่)
เชิญทางนี้เลยค่ะ =w=d  >>> @miminari_writer <<<


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 357 ครั้ง

359 ความคิดเห็น

  1. #298 ananarnaaa (@ananarnaaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:07
    น่าร้ากกกก แต่อาจจะคิดไปเองหรือยังไงไม่รู้ แต่เดือนสิบเริ่มจะชอบเมืองเอกรึเปล่า เอาไว้ก่อน แต่เดือนสิบพูดเยอะขึ้นแล้วก็น่ารักเพิ่มขึ้นด้วย เมืองเอกก็ดีนะเนี่ย
    #298
    0
  2. #295 pdca (@pdca) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:18
    ดีใจที่กลับมา
    #295
    0
  3. #294 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:15
    พอคุยกันดีๆ ความน่ารักก็เพิ่มขึ้นล้านเท่า โอ๊ยยยจัยหนู๊ววว
    #294
    0
  4. #293 Phan_126 (@PhantiwaKetsri) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:41
    รอๆๆๆเลยจ้าสู้ๆๆๆนะ
    #293
    0
  5. #292 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:56
    พี่เอสแลร้ายอะ นุ้งกลัววววว เชียเดือนสิบกับเมืองเอกแหละะะ // คิดถึงไรท์น้าาาามาต่อเร็วๆๆๆ
    #292
    0
  6. #291 farryyammy (@farryyammy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:07
    ชั้นลงเรือพี่เอสสส
    #291
    0
  7. #290 Ann_ket (@Ann_ket) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:46
    จะลงเรือลำไหนดี????
    #290
    0
  8. #289 -Haku- (@catnii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:46

    เหยยยยน น่ารัก คาวาอี้โซคิ้วท์ มาให้พ่อหอมหัวเร็ว มั๊วๆ

    #289
    0
  9. #288 Joyful Joyon Joyjoy (@nabejoyjoy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:43
    เดือนสิบแอบคืดกับเมืองเอกใช่ไหม
    #288
    0
  10. #287 Ch23387 (@Ch23387) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:08
    เดือนสิบน่าร้ากกกก
    #287
    0
  11. #286 janjawwz2 (@JanjawWz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:00
    กับพี่เอสนี้ยังไงๆ
    #286
    0
  12. #285 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:48
    น้องพูดเก่งขึ้นแล้วววว
    #285
    0
  13. #284 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:42
    เค้าจะเป็นมิตรกันแล้วใช่ม้ายยยย
    #284
    0
  14. #280 Ar Kml (@aireen2508) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 16:40
    แงงงงงงง ชอบแบบนี้
    #280
    0
  15. #279 nioja (@dejelin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 19:36

    ไรมาแล้วคิดถึงมาก๐..
    #279
    0
  16. #278 Fourlucky (@meanbell04) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 12:38
    เดือนสิบบบ ฮืออออ คิดถึงมากๆ
    #278
    0
  17. #277 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:38
    หายไปนานเลยยย เกือบลืมแง้วววว มาต่อเร็วๆน้าา รอลุ้นอยู่ว
    #277
    0
  18. #276 farryyammy (@farryyammy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:58
    ม่ายยยยยพี่เอสคือคู่ที่เราชิปตอนนี้
    #276
    0
  19. #275 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:43
    ขอบคุณค่ะ นานจนเกือบลืมตอนเก่า 555
    #275
    0
  20. #274 JinMaiLing (@JinMaiLing) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 09:08
    น่ารักดีน่ะคู่นี้
    #274
    0
  21. #273 Qween (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:45

    เดือนสิบตอนเมานี่เเบดไม่เบา ใจสั่น????

    #273
    0